อสูรไร้รัก

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 - เจ้าบ่าว & เจ้าสาวป้ายแดง ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ค. 60















ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ ^^ จะได้ติดตามผลงานกันง่ายขึ้น
 

https://www.facebook.com/DekDHayase/




บทที่ 3 - เจ้าบ่าว & เจ้าสาวป้ายแดง ( 100% )





 

              “ธะ เธอ

          พัชระตาโตเมื่อได้เห็นหญิงสาวปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ร่างบางอยู่ในชุดสีขาวสะอาดตาโชว์แผงหลังสวยละมุนไร้ริ้วรอยอันน่ารำคานใจต่อผู้พบเห็น ใบหน้าสวยถูกประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางชั้นดี แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้จัดจ้านเสียจนละทิ้งความอ่อนหวานของเจ้าตัว ลำคอระหงส์สวมใส่เครื่องประดับสุดหรูยิ่งเสริมให้อิสตรีดูสูงค่าและสง่างามเกินกว่าจะหาใครมาเทียบทานได้

          หนำซ้ำกลิ่นกายหอมกรุ่นจากเรือนร่างเล็กยังทำให้หัวใจแกร่งดุจหินผาสั่นคลอนไม่เป็นท่า !

รัตนาวดีรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ กับสายตาที่ชายหนุ่มทอดมองมายังเธอ หล่อนสัมผัสได้ถึงความมีเลศนัยบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น โดยที่แม้แต่เจ้าตัวเองยังไม่รู้ว่าเผลอมองร่างบางด้วยความชื่นชม

“ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณพัชระ พอดีว่าอยากให้เจ้าสาวสวยที่สุดน่ะค่ะ แต่ขนาดไม่แต่งก็สวยอยู่แล้วนะคะ พอแต่งก็ยิ่งสวยขึ้นไปอีกค่า” เมนี่พูดจีบปากจีบคอ

          “หึ ขนาดใช้เวลาแต่งครึ่งค่อนวันยังได้แค่นี้ ผู้หญิงอย่างเธอต่อให้แต่งเป็นชาติก็ไม่สวยไปมากกว่านี้หรอก” วาจากระทบกระทั่งหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก ทำเอาใบหน้าของเจ้าสาวร้อนผ่าวด้วยความอับอาย แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่แสดงออกให้ใครรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร

          ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทำหน้าไม่บอกบุญ เนื่องด้วยไม่คาดคิดว่าจะเจอเจ้าบ่าวคนไหนพูดจาไม่ให้เกียรติเจ้าสาวหรือว่าที่ภรรยาของตัวเองเหมือนพัชระมาก่อน

          “ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่สวยถูกใจคุณ ผู้หญิงบ้านๆ แบบฉันมันก็ได้เท่านี้แหละค่ะ” ร่างบางเอ่ยจบก็เดินจากไปทันที บรรดาช่างแต่งหน้าทำผมต้องรีบตามไปช่วยกันประคองหางชุดที่ลากยาวรุงรัง

          “อวดดี !

 เสียงเข้มกระแทกใส่ ก่อนจะสาวเท้าเดินตามออกไปอีกคน ป่านนี้แขกเหรื่อในงานคงมากันเยอะพอสมควรแล้ว ถึงจะไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงอย่างรัตนาวดีเสียเท่าไหร่ แต่ความรักในหน้าตาทางสังคมของพัชระก็มีมากพอ ชายหนุ่มจึงพยายามยิ้มแย้มแจ่มใสกับทุกคนที่เข้ามาร่วมอวยพรเขาและเธอ เว้นเพียงแต่ตัวเจ้าสาวเองที่ทำหน้าตาราวกับคนใกล้หมดลมหายใจเข้าไปทุกที อาการนิ่งเฉยไม่แคร์อะไรของหญิงสาวเร้าอารมณ์เดือดของชายหนุ่มให้กระพือขึ้นอย่างน่ากลัว

หมับ !

“ ทำหน้าตาให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม กรุณาให้เกียรติฉันกับพ่อด้วย !” มือหนารั้วเองเล็กคอดเข้าหาตัวพลางกับกัดฟันพูดข้างๆ ใบหูขาวสะอาด

          “ฉันคงทำแบบนั้นให้ไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณ” รัตนาวดีสวนทันควัน ไม่มีการปั้นหน้ายิ้มเพื่ออะไรทั้งนั้น เธอจะต้องทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรในเมื่อข้างในเจ็บเกินกว่าจะทนฝืนยิ้มอยู่ได้

          พอได้ฟังคำตอบบวกกับท่าทางยโสของร่างบางพัชระก็ยิ่งโกรธจัด มือหนารั้งเอวเล็กให้แนบชิดติดกับลำตัวมากกว่าเก่า ไม่พอ ใบหน้าหล่อคมคายชวนน่าหลงใหลยังก้มไปฉกความหอมของแก้มนวลจนเกิดเสียงดังเรียกความสนใจของแขกเหรื่อได้เป็นอย่างดี ทำเอารัตนาวดีทำหน้าไม่ถูก ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้กับเธอ

          “คุณ !

          “ยิ้มซะ เพราะถ้าเธอไม่ยิ้มฉันจะทำมากกว่าหอมแน่” เสียงเข้มเอ่ยแต่ยังคงแสร้งฉีกรอยยิ้มไม่จาง บรรดาแขกในงานต่างพากันส่งเสียงแซวเจ้าบ่าวเลือดร้อน

          “ฉันไม่ยิ้ม !” รัตนาวดีไม่ยอมแพ้

          “ได้ถ้าเธอไม่ยิ้มฉันจะประกาศมันซะตรงนี้เลยว่าฉันเริ่มจะกลัดมันเต็มทีแล้ว อยากจะลากตัวเจ้าสาวคนสวยไปซั่มจนใจจะขาด” ประโยคสุดเจ้าตัวกัดฟันพูดยั่วอารมณ์หญิงสาว

          “หน้าด้าน ฉันไม่รู้จะด่าคุณว่าอะไร คุณมัน มัน” รัตนาวดีหมดคำบรรยาย เมื่อหมดหนทางร่างบางจึงจำยอมฝืนยิ้มเพื่อหลีกเลี่ยงความบ้าคลั่งของคนข้างกาย

          บรรยกาศงานแต่งดำเนินผ่านไปอย่างราบเรียบไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นจนกระทั่งงานเลิก ก็ถึงคราที่ต้องส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอตามพิธี พีระพงษ์และทัศนัยมองหน้าลูกทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ความภาคภูมิใจที่ได้เห็นคนที่ตนรักเป็นฝั่งเป็นฝา โดยเฉพาะทัศนัย ชายชราจ้องมองใบหน้าหวานของลูกสาวแล้วแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อคิดว่าต่อจากนี้หากตนต้องตายก็ไม่มีห่วงอะไรให้ต้องพะวงอีกแล้ว

          “เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีนะไอ้ลูกชายตัวแสบ จากนี้พ่อก็ขอให้แกมีความสุขมากๆ ทำตัวเป็นผู้นำที่ดี รักและดูแลครอบครัวยิ่งชีวิต และที่สำคัญเป็นสามีที่ดีของหนูรัตน์ด้วยล่ะ เข้าใจไหม ?” ผู้เป็นพ่อตบบ่าลูกชาย

          “ครับ” พัชระรับคำไปอย่างงั้น ใบหน้าของเขาไม่มีรอยยิ้มแต่งแต้มเหมือนเมื่อตอนอยู่ข้างล่าง จะแสแสร้งไปทำไมในเมื่อที่ตรงนี้ไม่มีกล้อง ไม่มีนักข่าว ไม่มีแขกเหรื่อให้ต้องรักษาหน้าตาทางสังคม

          “ส่วนเราก็ต้องทำตัวเป็นภรรยาที่ดีต่อพี่เขานะลูก ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อกับแม่ได้สั่งสอนหนูมา พ่อเชื่อว่าหนูสามารถนำมาใช้กับชีวิตคู่ได้อย่างดี พ่อเชื่อว่าลูกของพ่อเป็นคนดี ความดีย่อมชนะทุกอย่างนะลูก”

          ทัศนัยพูดเป็นนัยๆ เพราะรู้แก่ใจดีว่าพัชระไม่ได้มีใจรักในตัวลูกสาวของตน ที่ยอมแต่งงานด้วยก็คงเพราะเหตุผลหลายๆ อย่างบีบบังคับ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ถูกพีระพงษ์บังคับอย่างแน่นอนเพราะคนอย่างพัชระไม่มีใครจะบังคับเขาได้ หากไม่ได้อยากทำด้วยตัวเอง

          “ค่ะ” รัตนาวดีตอบเพียงสั้นๆ แล้วโผเข้ากอดบิดา

          “เอาล่ะ ได้ฤกษ์แล้วเนอะ เอาเป็นว่าอยู่กันดีๆ นะลูก พ่อไปล่ะ” พีระพงษ์เอ่ยครั้งสุดท้ายก่อนจะพาทัศนัยเดินออกไปจากห้อง รัตนาวดีรู้สึกใจหายจึงอดไม่ได้ที่จะไปดูบิดาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ รถคันหรูหายไปจากคลองสายตา น้ำตาเจ้ากรรมที่กลั้นมาได้เนิ่นนานก็ไหลรินทันที

          บ้านหลังนี้พีระพงษ์ซื้อให้เป็นเรือนหอระหว่างคนทั้งสอง โดยได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์เพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ ด้วยเช่นกัน รัตนาวดีมาที่นี่เป็นครั้งแรก หญิงสาวไม่ชินกับความหรูหราเกินความจำเป็น เนื่องจากเป็นคนอยู่ง่ายกินง่ายจึงมองว่าสิ่งของเหล่านี้ฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับตน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักเพราะเธอไม่ได้อาศัยอยู่ตัวคนเดียว ยังมีผู้ชายจอมเหวี่ยงอีกคน

          “เธอจะอาบน้ำก่อนหรือจะให้ฉันอาบก่อน” เสียงเข้มดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างบางหันไปมองคนตัวโตที่จัดการถอดเสื้อสูทสีขาวออกเรียบร้อยแล้ว “ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง” ชายหนุ่มหงุดหงิด

          “คุณอาบก่อนก็ได้ค่ะ ฉันคงต้องถอดเครื่องประดับอีกนาน” ตอบเสียงเรียบ

          “หึ”

พัชระทำเสียงขึ้นจมูกใส่หญิงสาวก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไป รัตนาวดีส่ายหน้ากับตัวเอง เจ้าตัวเริ่มจัดการถอดเครื่องประดับต่างๆ ออกจากศีรษะ เครื่องเพชรราคาแพงทั้งหลายถูกวางลงกับโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวมองตัวเองผ่านกระจกเงาบานหรู หัวใจดวงน้อยบีบแน่น ใบหน้าที่ตกแต่งไปด้วยเครื่องสำอางชั้นดีไม่สามารถปกปิดความร้าวรานจากข้างในได้เลย รัตนาวดีไม่มีความสุขเลยสักนิดแม้ใครต่อใครจะพากันอิจฉาเธอที่ได้เป็นลูกสะใภ้ตระกูล ปรมเทพ  แต่ใครเล่าจะรู้เบื้องลึกว่าเรื่องราวแสนหวานของเบื้องหน้านี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

          ทุกเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป

          “ฉันเสร็จละ นี่เธอ !” ชายหนุ่มร่างโตที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำรีบหันหน้าหนี ภาพเมื่อครู่คือแผ่นหลังบอบบางขาวเนียนใสไร้ริ้วรอยให้รำคานใจ “ทำไมไม่ถอดให้เรียบร้อยหะ !” เสียงเข้มต่อว่า เป่าลมหายใจออกจากปากหนักๆ หนึ่งที

          “ขอโทษค่ะ เอ่อฉันถอดไม่ถนัดเลย รบกวนคุณช่วย เอ่อ ช่วยรูดซิปที่เหลือหน่อยได้ไหมคะ ?” รัตนาวดีเองก็เขินอาย ไม่คิดว่าเขาจะออกจากน้ำไวทันเจอเธอกำลังถอดชุดเจ้าสาวแสนวุ่นวาย

          ร่างสูงพ่นลมหายใจไล่ความประหม่าอีกครั้งแล้วค่อยๆ ขยับกายเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว เพียงแค่เฉียดผิวเนื้อนวลกลิ่นกายหอมหวานก็ทักทายจมูกโด่งเรียว อดไม่ได้ที่จะสูดดมเอาความหอมธรรมชาติเข้าไปเต็มปอด มือหนาจัดการรูดซิปหลังให้อย่างรวดเร็ว เนื่องไม่อยากเอาสายตาจ้องมองความงามตรงหน้านาน เขาเองก็ผู้ชายธรรมดาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่รู้สึกรู้สากับรูปร่างอิสตรีตรงหน้า

          และยิ่งงดงามราวกับรูปปั้นด้วยแล้ว

          “เสร็จแล้ว” น้ำเสียงกระแทกใส่

          “ขอบคุณค่ะ” รัตนาวดีเอ่ยพร้อมกับหันหน้ามาเผชิญกับใบหน้าคมเข้มที่ตอนนี้ออกสีแดงระเรื่อ “เอ่อคุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ?” ความใสซื่อทำให้เธอถามออกไปแบบนั้น

          “ปะ เปล่า” พัชระรีบหันหน้าหนี “จะอาบน้ำก็รีบไปอาบซะสิ จะได้ปิดไฟนอนเสียที เหนื่อย”

          รัตนาวดีรีบพาตัวเองเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าเขาจะหงุดหงิด ร่างบางลอบถอนหายใจกับตัวเอง เหตุการณ์เมื่อครู่เธอเองก็หวั่นใจอยู่เหมือนกัน ความวาบหวามยามที่เขามาช่วยถอดชุดให้ทำเอากายสาวสั่นสะท้าน

          “บ้าๆ เลิกเพ้อเจ้อสักทียัยรัต” เสียงหวานพูดกับตัวเอง

 

          เสียงของสายน้ำดังเล็ดลอดออกมาจากห้องน้ำทำให้ชายหนุ่มต้องกัดฟันเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ดิบภายในกาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปม ยิ่งหัวสมองเจ้ากรรมดันจินตนาการไปถึงเรือนร่างอรชนที่ตอนนี้คงกำลังเพลิดเพลินกับสายน้ำ ความขาวเนียนของเนื้อนวลจะสวยงามสักเพียงใด แค่มองเมื่อครู่หัวใจแกร่งก็พาลเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ แล้วถ้าหากได้ลองสัมผัสด้วยมือหนาเล่า ? มันจะวิเศษขนาดไหนกันนะ

          กลิ่นกายที่ซ่อนลึกของหล่อนจะชวนฝันมากน้อยแค่ไหนกันนะ

          “โอ๊ย ! ไอ้บ้าเอ๊ย แกคิดบ้าอะไรของแกวะ” พัชระทึ้งศีรษะตัวเองไปมา ทิ้งตัวดิ้นลงกับเตียงกว้าง พยายามไม่ใส่ใจต่อสิ่งเร้ารอบกาย

          “ก็เหมือนๆ กันหมดแหละวะพวกผู้หญิง ไม่มีใครสวยไปกว่าใครหรอก ทำตัวเหมือนเด็กเพิ่งฝันเปียกไปได้ ไอ้พัชระ แกนี่มัน” คนพูดกัดฟันด่าตัวเอง ชายหนุ่มทำท่าจะทึ้งศีรษะตัวเองอีกรอบแต่ประตูห้องน้ำก็เปิดออกมาพอดี กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยผ่านเข้าสู่โสตประสาท

          “คุณมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่าคะ ?” รัตนาวดีชี้หน้าตัวเองเมื่อเห็นสายตาที่ทอดมองของพัชระ

          “อะไร ฉันจะพูดอะไร ฉันไม่ได้มีอะไรจะพูดกับเธอสักหน่อย” คนเจ้าเล่ห์ทำตัวไม่ถูก แววตาไม่นิ่งเหมือนเก่า

          “ไม่มีก็ดีค่ะ” รัตนาวดียักไหล่แล้วพาร่างบางไปนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวทาครีมบำรุงผิวกายและหน้าตามปกติเหมือนที่ทำอยู่ทุกคืน รวมไปถึงพรมน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเล็กน้อยให้พอสดชื่น แต่หารู้ไม่ว่าทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาคู่คมตลอดเวลา

          หล่อนจะรู้ไหมว่าภาพตรงหน้ามันช่างเย้ายวนใจเขาเหลือเกิน !

          “นั่นเธอจะไปไหน” พัชระถามเมื่อคนตัวเล็กทำท่าจะเปิดประตูออกจากห้อง

          “ไปนอนอีกห้องหนึ่งค่ะ”

          “อะไรนะ !” ชายหนุ่มยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างบาง “นี่เธอจะบ้าหรือไง เข้าห้องหอด้วยกันคืนแรกก็จะแยกห้องนอน บ้าหรือเปล่า สมองมีน่ะหัดคิดซะบ้างว่ามันควรไหม”

          “ประทานโทษนะคะ สมองฉันคิดทุกอย่างมาเป็นอย่างดีแล้วค่ะ การที่ฉันแยกห้องนอนก็น่าจะเป็นผลดีต่อตัวคุณเองไม่ใช่หรือคะ เราสองคนไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักเรื่องแยกกันนอนมันก็เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว ขอตัวนะคะ” รัตนาวดีเอี้ยวตัวจะเดินไปเปิดประตูห้อง แต่กลับถูกมือหนากระชากเข้าหาอกแกร่ง

          “เจ็บนะคุณ”

          “เจ็บสิดี เผื่อความกระแดะมันจะลดลงบ้าง” พัชระกดเสียงต่ำ

          “มันจะมากไปแล้วนะคะคุณพัชระ” รัตนาวดีโกรธกับคำพูดหยาบโลนของเขา

          “นอนมันที่นี่แหละ ฉันไม่พิศวาสผู้หญิงไร้ราคาอย่างเธอหรอก” ว่าจบก็ผลักร่างเล็กลงบนเตียงอย่างแรง ไม่สนสักนิดว่าคนถูกกระทำจะเจ็บแค่ไหน

          ฟึบ !

          หมอนใบโตถูกโยนใส่ใบหน้าสวย

          “คุณ !

          “นอน !” พัชระก้าวขึ้นมาบนเตียงขนาดคิงไซต์ รัตนาวดีรีบขยับกายหนีเพื่อรักษาระยะห่าง “บอกแล้วไงว่าไม่พิศวาส นอนสักที ง่วงจะตายอยู่แล้ว !

          พูดจบคนตัวโตก็ทิ้งตัวลงนอนแบบกระแทกกระทั้นใส่คนข้างกาย รัตนาวดีพอเห็นว่าเขานอนหันหลังไม่สนใจเจ้าตัวก็รีบล้มตัวนอนเช่นกัน หญิงสาวนำหมอนข้างมาวางไว้ตรงกลางระหว่างเขาและเธอ ร่างบางนอนคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง ก่อนจะเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าที่แบกรับมาตลอดทั้งวัน พัชระได้ยินเสียงลมหายใจที่คงที่ของภรรยาหมาดๆ ก็ลุกขึ้นนั่งผิงหัวเตียง ชายหนุ่มแอบอบยิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นหมอนข้างที่คนขี้เซาคงคิดใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว

          “หึ ยัยผู้หญิงบ้า”

                ___________________________________________________________________________

 

 

สวัสดีค่าาาาา !!! ^_^ ยะฮู มาอีก 1 ตอนแล้วนะคะ มีใครอ่านอยู่บ้างเอ่ยยยย >< อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงเม้นติ ชม กันด้วยเน้อออออ ไม่มีคอมเม้นเลย >< เก๋าห่างหายจากการอัพในเด็กมานานมาก !!! แต่สายัณสัญญาว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปจะมาให้บ่อยๆ น้าาาา ตัวเองก็อย่าเพิ่งทิ้งเก๋าไปไหนน้าาา อยู่สนับสนุนกันต่อนะจ้ะ ^^ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่อยากนำเสนอมากๆ ค่ะ เพราะมันสะท้อนถึงอะไรหลายๆ อย่าง นิยายเพื่อนแพงเหมือนจะไร้สาระ แต่มันก็พอมีสาระหลงเหลืออยู่บ้างน้าาา อย่าดูถูกไป 5555 


เอาเป็นว่า อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไง เม้นบอกกันด้วยน้าา เขาอยากอ่านคอมเม้นงะ >< นะๆๆๆ นิดหน่อยเนอะ ^O^ 

ปล. นักอ่านคนไหนที่ยังไม่ได้กดไลค์แฟนเพจเก๋า กดด้วยเน้อออ จะได้ติดตามความเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก ทวงนิยายได้เน้อ เก๋าไม่กัดหรอก 5555 ( มาทวงกันเยอะๆ เพื่อนแพงจะได้ไม่อู้ >< 555 ) 

และ ปล. อีกอย่าง ฝากอุดหนุนนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องไหนสามารถหาโหลดซื้อกันได้แล้วนะคะ ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงลดราคาอยู่ด้วย อิอิ มีเวลาอีกประมาณแค่ 30 วันต่อเรื่องแล้วจะหมดช่วงโปรฯ แล้วนะคะ อุดหนุนเก๋าเยอะๆ น้าตะเอง *^* 




 

ฝากนิยาย E-BOOK ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ^^



 

DEVIL BAD BOY กับดักรัก ( ร้าย ) ของนายปีศาจ !!!
FriendShip
www.mebmarket.com
 




ม่านรักไฟเสน่ห์หา
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
“กรี๊ดดดดดด !!!!!!!!” เสียงกรีดร้องของมัทนาลั่นห้องเมื่อถูกชายหนุ่มร่างสูงโถมกายเข้าใส่ มือหนาพยายามที่จะฉีกกระชากอาภรณ์ของเธอ ใบหน้าคมคายดุดันและจริงจังจนน่ากลัว เพี้ยะ !มือบางตวัดใส่แก้มสากเต็มแรง… “คุณอาจะบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยหนูนะ !” มัทนาร้องโวยวาย “อาปล่อยเรามานานแล้วมัท ปล่อยจนอาต้องคิดทบทวนว่าทำถูกหรือเปล่าที่ให้อิสระเราจนไปเที่ยวรักผู้ชายคนอื่นแบบนี้ !” ชินภัทร์ตาแดงก่ำ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง หลายครั้งที่คิดอยากจะทำอะไรๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป แต่ทุกครั้งก็ต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้เพราะไม่อยากขึ้นชื่อว่าทำร้ายคนที่ตัวเองรัก “อิสระบ้าบออะไร คุณอาน่ะเหรอให้อิสระหนู คุณอามีแต่คอยบังคับและกังขังความคิดหนูทุกอย่าง ทำนั่นก็ไม่ได้ทำนี่ก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง อิสระที่ว่ามันอยู่ตรงไหนเหรอคะ ?!” “อย่าปากดีกับอานะมัทนา !” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำ “วันนี้อาจะทำให้เรารู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปรักหรือชอบผู้ชายคนไหนนอกจากอา !” มือหนาจัดการรวบข้อมือเล็กของหญิงสาวขึ้นไปกุมไว้เหนือศีรษะ แล้วซุกไซ้ใบหน้าอันหล่อเหลาไปตามซอกคออันหอมกรุ่น ไม่สนใจว่าร่างบางจะดิ้นหรือขัดขืนแต่อย่างใด ขบเม้นไรฟันลงบนเนื้อนวลอย่างต้องการลงโทษที่เธอกล้าพยศใส่เขา “คุณอาปล่อยหนูนะ ปล่อยนะ ปล่อย !” เสียงหวานเอาแต่ร้องตะโกน แควก !“ไม่นะคุณอา ไม่ !”



เพียงใจรัก
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
ชนิดา...มอบดวงใจของเธอทั้งหมดให้กับ ภาคินรุ่นพี่หนุ่มที่เธอหลงรักตั้งแต่แรกพบแต่โชคชะตากลับกลั่นแกล้ง ให้เธอต้องผิดหวังเมื่อเขาผู้เป็นดั่งดวงใจ กลับหลงรัก เพื่อนรัก ของเธอ...



SO BAD LOVE รักสุดร้ายของนายจอมมาร !
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
ปัง !!!!!!!!! เสียงปิดประตูดังลั่นก่อนที่คนเจ้าอารมณ์จะเหวี่ยงร่างเล็กลงบนเตียงกว้าง หญิงสาวรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดุดัน ถึงแม้จะรู้สึกหวาดหวั่นต่อสายตาตรงหน้า แต่เธอก็แสร้งทำเป็นไม่กลัวเพราะไม่ต้องการให้เขาได้ใจ “คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ? ทำแบบนั้นต่อหน้าแขกได้ยังไง” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “เออ ! ฉันมันบ้า” เซนตวาดกลับ “แต่ที่ฉันบ้าก็เพราะผู้หญิงร่านๆ แบบเธอเนี่ยแหละ !” คำพูดดูถูกหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก “มากไปแล้วนะคุณเซน กรุณาให้เกียรติฉันด้วย” นาเดียมองตาขวาง เริ่มหงุดหงิดเหมือนกันที่ต้องมานั่งฟังเขาด่าฉอดๆ “หึ เกียรติงั้นเหรอ ?” คนพูดหัวเราะในลำคอ “แต่งงานกับฉันแท้ๆ เป็นเจ้าสาวของฉันแท้ๆ แต่ยังทำตัวไร้ยางอายเที่ยวยืนหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับผู้ชายคนอื่น ถ้าไม่ให้เรียกว่าร่านแล้วจะเรียกว่าอะไร หะ !!!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดังลั่น เพี้ยะ ! ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือเล็ก เซนยกมือเช็ดเลือดที่ไหลซึมออกจากมุมปากอย่างช้าๆ ก่อนจะส่งสายตาโกรธจัดมายังคนที่ทำร้ายตน “อย่ามาดูถูกฉันนะ ! ถ้าคุณเมาแล้วอาละวาดแบบนี้ทีหลังก็ไม่ต้องดื่ม ทำตัวเป็นหมาบ้าขึ้นทุกวัน เพราะว่าคุณเป็นคนแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากอยู่ใกล้ !” นาเดียใส่เป็นชุด เธอเองก็คนนะ โดนผู้ชายด่าตอกหน้าซะขนาดนี้ไม่เจ็บไม่สา ก็คงด้านชาเกินทน และอีกอย่าง… เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา เขาไม่มีสิทธิ์มาดูถูกเธอแบบนี้ “ใช่สิ ฉันมันหมาบ้า ฉันมันเลว โครตจะเลวเลย ! แล้วยังไงวะ ? ต่อให้ฉันเลวบรมยังไง หนสุดท้ายเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของฉันอยู่ดี ต่อให้ฉันชาติชั่วแค่ไหนเธอก็มีหน้าที่แค่นอนอ้าขารอฉันบนเตียงเท่านั้น !” ฉึก ! เหมือนมีมีดร้อยล้านเล่มพุ่งเข้าเสียบที่หัวใจของเธอ… เพี้ยะ ! เป็นอีกครั้งที่นาเดียพิพากษาคนปากมอมด้วยฝ่ามือของตน คราวนี้คนถูกตบเจ็บจนหน้าชา ความโกรธบวกกับความเมากำลังสร้างความไม่พอใจให้ไหลเวียนไปทั่วสรรพร่าง “ต่ำช้าที่สุด ! คุณจะได้แค่ตัวฉันเท่านั้น เพราะถึงฉันแต่งงานกับคุณ ฉันก็จะไม่รักคุณ ไม่รัก ไม่มีวันรัก !” ร่างบางตะคอกกลับทั้งน้ำตา “ปากดี !” เซนกำหมัด ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น “ฉันจะเป็นภรรยาของคุณแค่ในนามเท่านั้น อย่าหวังว่าจะได้แตะเนื้อต้องตัวฉันอีก !” นาเดียเชิดหน้าขึ้นสู้ ยิ่งได้ฟังประโยคแบบนั้นจากคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็ยิ่งโกรธจนหน้ามืดตามัว ความรู้สึกมากมายมันตีตื้นขึ้นมาจนสับสนปนเป แต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร… หนสุดท้ายเขาก็คือเขา “ลองดูสิ !” ร่างหนาขยับเข้าใกล้ร่างบาง “ให้มันรู้กันไปว่าฉันจะแตะต้องตัวเธอไม่ได้ ขนาดตอนยังไม่แต่งฉันยังทำได้ แล้วตอนนี้แต่งแล้วฉันยิ่งมีสิทธิ์ !” “คุณไม่มีสิทธิ์” รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น แต่เธอก็ไม่มีอะไรจะต่อรอง “ฉันมีสิทธิ์ ! ฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง เพราะว่าฉันเป็น ผัว เธอ นาเดีย…” เซนยิ้มเหี้ยม จงใจเน้นคำว่า ผัว ชัดเจน ! “คนบ้า ! ฉันเกลียดคุณ” นาเดียผลักอกหนาให้ออกห่างจากตัว ร่างบางเตรียมวิ่งหนีออกจากห้อง แต่เธอก็ไปไม่ถึงฝัน เมื่อแขนเรียวเล็กถูกกระชากด้วยมือหนาของจอมมาร หมับ ! “จะไปไหน ? จะไปอ่อยไอ้หน้าอ่อนนั่นอีกหรือไง” เสียงห้าวไม่พอใจ “ใช่ ! ฉันจะไปอ่อยผู้ชายคนอื่น นี่ใช่ไหม คำตอบที่คุณอยากได้ยิน พอใจหรือยังล่ะ !” เมื่อพูดไปก็หาว่าแก้ตัว สาวเจ้าเลยเลือกที่จะประชดเสีย แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเธอพูดแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำมันไปราดรดบนกองไฟ และเป็นไฟที่เต็มไปด้วยความ หึงหวง เสียด้วย ! “งั้นก็เสียใจด้วย ! เพราะว่าคืนนี้ฉันจะใช้สิทธิ์ในความเป็นผัวหาความสุขจากเธอทั้งคืน ถ้าอยากไปอ่อยใครก็คงต้องรอให้ฉันอิ่มหนำในตัวเธอก่อนนะที่รัก…” เซนยักคิ้ว รั้งร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน ก่อนจะตระหวัดขึ้นอุ้มเดินไปยังเตียงกว้าง “ปล่อยนะคุณเซน ! ปล่อย” นาเดียพยายามทุบตีไปตามตัวของชายหนุ่ม เซนกักร่างอ้อนแอ้นไว้อย่างแน่นหนา มือหนาล็อคข้อมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง “ตอนนั้นที่ฉันกินเธอครั้งแรก… เธอยังคงเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา แต่มาวันนี้เธอโตแล้ว ฉันเองก็อยากจะรู้เหลือเกิน… ว่าเธอ… จะมีรสชาติเหมือนเดิมหรือเปล่า” เสียงเข้มแหบห้าว ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากร่างเล็กที่ลอยเข้ามาแตะปลายจมูก คนเมาอยู่นิดหน่อยก็ยิ่งควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ “ปล่อยนะ ! ฉันเกลียดคุณ รังเกียจ ! อย่ามาจับตัวฉัน !” นาเดียมองใบหน้าคมคายอย่างเดียดฉันท์ “หึ… คืนนี้ฉันจะทำยิ่งกว่าจับอีก ฉันจะสอด ฉันจะใส่ ฉันจะดูด เลีย ขบ เม้ม ขยำ ขย่ม กระแทก กระทั้น ! เอาให้เธอพรุนจนเดินไปอ่อยใครไม่ได้เลยเป็นไง ?” นาเดียเบิกตากว้างกับคำพูดที่คนเบื้องบนพ่นใส่ และเธอรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเอ่ยมันไม่ใช่แค่ขู่ แต่ผู้ชายคนนี้ทำจริง !!!



LOVE DIARY บันทึกรักด้วยหัวใจ
Friend Ship
www.mebmarket.com
ในพื้นที่เล็กๆ ของหัวใจเรามักมีคนสำคัญซ่อนอยู่เสมอ :) มายเฟรนด์... เด็กผู้หญิงตัวอวบที่สวมแว่นตาหนาเตอะ จะทำเช่นไรเมื่อเธอแอบชอบรุ่นพี่สุดฮอตอย่าง พี่พัตเตอร์ ! เด็กน้อยงัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมาใช้เพื่อมัดใจรุ่นพี่สุดหล่อ แต่ทุกอย่างกลับไม่ง่ายดั่งใจนึก เมื่อความรักมีอุปสรรค์มาขวางกัน มายเฟรนด์จะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ ?



DEVIL IN LOVE ปีศาจร้าย ! มัดหัวใจยัยหน้าใส
FriendShip
www.mebmarket.com
“เธอคิดเหรอว่าที่ฉันเฝ้าทนุถนอมเธอ เพื่อต้องการส่งต่อให้ผู้ชายคนอื่น…” “พี่อชิ” “อย่าฝัน ! ฉันไม่มีวันยอมยกเธอให้ใคร !!!” พลั่ก ! ผมผลักร่างบางให้นอนราบไปกับเตียงกว้าง ไม่รอช้ารีบโถมร่างกายอันแข็งแกรงทาบทับคนตัวเล็กเอาไว้ทันที เปียโนดิ้นพล่านอย่างกับเจ้าเข้า เธอพยายามขัดขืนผมทุกวิถีทาง “ปล่อยนะ ปล่อย !!!!!” “ร้องอีก ร้อง !” ผมตวาดเสียงกร้าว “ร้องให้คอแตกเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกเปียโน ไม่มีวัน !” แควก ! ผมพยายามฉีกกระชากสายเสื้อในตัวจิ๋วให้หลุดออกไปจากร่างบาง แต่ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมให้ผมลุกล้ำไปมากกว่านี้ เปียโนทั้งดิ้นทั้งถีบร่างกายผมเป็นพัลวัน “ฉันไม่ยอมนะ ฉันไม่ยอม !” เสียงหวานตะโกนไม่หยุด “เออ ! เดี๋ยวก็รู้ว่าใครมันจะชนะ” ผมยิ้มเหยียด จ้องมองใบหน้าหวานหยดหย้อย “คืนนี้ฉันจะทำให้เนื้อตัวของเธอมันเต็มไปด้วยรอยสัมผัสของฉัน” “…” “ทั้งตัว !!!” ผมกระชากเสียงใส่…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น