อสูรไร้รัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 - เจ้าบ่าว & เจ้าสาวป้ายแดง ( 50% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 พ.ค. 60













































ฝากกดไล


ค์แฟนเพจด้วยนะคะ ^^ จะได้ติดตามผลงานกันง่ายขึ้น


https://www.facebook.com/DekDHayase/



 

บทที่ 3

เจ้าบ่าว & เจ้าสาวป้ายแดง ( 50% )




                รัตนาวดีเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปเจอใครแม้แต่บิดาที่รัก ทัศนัยเครียดมากที่เป็นต้นเหตุทำให้บุตรสาวต้องเสียใจ ชายชราพยายามเรียกคนด้านในอยู่หลายครั้งและหลายวัน หากก็ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ จากหญิงสาว รัตนาวดีคงไม่รู้ว่ากำลังทำให้ผู้เป็นพ่อพลอยกินไม่ได้นอนไม่หลับไปด้วย

                วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทัศนัยเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องของลูกรัก

                “รัตน์ลูก รัตน์ ออกมากินข้าวเถอะลูก หนูไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้วนะลูก เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ พ่อเป็นห่วง”

                เงียบ เหมือนพูดกับลมกับฟ้าที่ไม่มีการโต้กลับใดๆ ทั้งสิ้น แต่กระนั้นชายชราที่แบกความทุกข์ใจต่างๆ นานา ก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงเดินหน้าเรียกบุตรสาวร่ำไป

                “รัตน์ อย่าทำแบบนี้เลยนะลูกนะ ออกมาคุยกันดีๆ เถอะลูก พ่อเป็นห่วงหนูนะลูก พ่อ” พูดได้ถึงตรงนี้หัวใจของทัศนัยก็เจ็บปวด ลำคอแห้งผากราวกับขาดน้ำเป็นแรมปี นัยน์ตาทั้งสองข้างพลันแดงก่ำ

                น้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่เคยร้องไห้ให้กับเรื่องอะไรง่ายๆ กลับไหลลงสู่อาบแก้มสาก

                “พ่อขอโทษลูก ฮึก พ่อ พ่อขอโทษ” มือหนาเหี่ยวย่นตามวัยลูบใบหน้าลวกๆ เพื่อต้องการให้น้ำตามันหายไป แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์เห็นใจเขา ประตูบานใหญ่ที่แกะสลักด้วยไม้สักหรูหราก็พลันเปิดออกพร้อมกับร่างบางแสนคุ้นเคย

                “รัตน์” ทัศนัยครางชื่อบุตรสาวเสียงแผ่ว

                ใบหน้าสวยหวานที่ไม่ได้เห็นเสียหลายวันทำให้เขาอดกลั้นไม่ได้อีกต่อไป น้ำตาของผู้เป็นพ่อไหลราวกับต้องการประท้วงให้คนตัวเล็กรู้ว่าตลอดเวลาที่เธอหลบหน้าหลบตานั้นมันทรมานมากเพียงใด

                หมับ !

                รัตนาวดีสวมกอดบิดาแน่น หญิงสาวซบใบหน้าลงกับอกกว้างแล้วปล่อยโฮออกมาเสียตรงนั้น ทัศนัยลูบศีรษะผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจอย่างใคร่นึกสงสาร

                “ทำไมคุณพ่อทำแบบนี้คะ ทำไมต้องผลักไสหนูให้ไปอยู่กับคนอื่นด้วย ทำไมคะ ทำไม” เสียงหวานถามในสิ่งที่ค้างคาใจมานานหลายวัน

                “พ่อไม่เคยผลักไสลูก ไม่เคยคิดและไม่มีวันคิดด้วย !

                “แล้วทำไมต้องให้หนูแต่งงานด้วยล่ะคะ หนูไม่อยากแต่งงานกับเขา หนูไม่ชอบผู้ชายมารยาททรามแบบเขา ฮึก หนูไม่เอา หนูไม่แต่ง” รัตนาวดีร้องไห้เป็นเด็กๆ

                “ไม่ได้ลูก ยังไงลูกก็ต้องแต่ง” ทัศนัยยืนยันคำตอบ

                ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นสบตาคนตรงหน้า ความรู้สึกผิดหวังปะทุขึ้นจนแทบยืนไม่ไหว ทัศนัยรับรู้ถึงความรู้สึกของบุตรสาว ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาให้กับลูกรัก

                “ฟังนะลูก การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นสิ่งสำคัญมาก พ่ออยากจะ

                “ไม่ !” รัตนาวดีปฏิเสธเสียงแข็ง

                “รัตน์ลูก” ทัศนัยเสียงอ่อน พยายามจะพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจแต่เธอก็ไม่คิดจะฟัง

                “หนูไม่ยอมเด็ดขาด คุณพ่อไม่มีทางบังคับหนูได้หรอกค่ะ หนูยอมคุณพ่อได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้เท่านั้นที่หนูไม่มีวันยอม” พูดจบรัตนาวดีก็หมุนตัวเตรียมจะเข้าห้องตามเคย

                “แล้วถ้าพ่อบอกว่าพ่อกำลังจะตายล่ะ !

                เสียงเข้มแหบห้าวตามวัยเอ่ยขึ้น ใบหน้าอ่อนโยนฉายชัดว่าเจ็บปวดเหลือเกิน คำพูดของบิดาหยุดทุกการกระทำของบุตรสาว รัตนาวดีหันหน้ากลับมาเผชิญกับคนด้านหลังอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นน้ำตาของคนที่เลี้ยงดูเธอมาตลอดสิบกว่าปี

                “ถ้าพ่อบอกว่าพ่อกำลังจะตาย ถ้าพ่อกำลังจะตาย ถ้าพ่อ” พูดได้แค่นั้นชายชราก็ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้อีก ทุกอย่างกำลังบีบรัดจนเจ้าตัวแทบยืนไม่ไหว

                สิ่งที่ปกปิดมาเนิ่นนานกำลังจะถูกเปิดเผยทั้งๆ ที่เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

                “คุณพ่อหมายความว่ายังไงคะ” รัตนาวดีเอ่ยถาม

                ทัศนัยสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็ก

                “พ่อกำลังจะตาย โรคร้ายมันกำลังจะพรากพ่อไปจากลูก” ทศนัยเอ่ยทั้งน้ำตา

                “คุณพ่อเป็นโรคอะไรคะ คุณพ่อเป็นอะไร !

                เพียงแค่ได้ยินคำว่า โรคร้าย ออกมาจากปากของบิดา หัวใจของรัตนาวดีก็แทบสิ้นใจ หัวสมองพลันคิดไปถึงอนาคตที่มันยังมาไม่ถึง ถ้าวันหนึ่งไม่มีท่านแล้วเธอจะอยู่อย่างไร ถ้าท่านไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้ทุกวันเธอจะทนได้ไหม ครั้งหนึ่งเธอเคยเสียมารดาที่รัก ความเจ็บปวดและความโศกเศร้าเหล่านั้นยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจ แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานจนเติบใหญ่ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ภาพของผู้ให้กำเนิดจางหายไปได้เลย

                “พ่อเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย”

                ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลมหายใจขาดห้วงเมื่อได้รู้ความจริง !

                “มันเกิดขึ้นนานแล้วหรือยังคะ”

                “นานแล้วลูก นานแล้ว” ทัศนัยร้องไห้อย่างไม่อาย “พ่อไม่อยากทำให้ลูกไม่สบายใจ ลำพังเราอยู่กันสองคนพ่อลูกก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรอยู่แล้ว พ่อไม่อยากให้ลูกต้องคิดมาก พ่อกลัวลูกรู้แล้วลูกต้องลำบากเพื่อหาเงินมารักษาพ่อ” ความในใจที่อัดอั้นมานานถูกเปิดเผยต่อหน้าบุตรสาวเป็นครั้งแรก

                รัตนาวดีทรุดลงกับพื้นห้อง น้ำตาเม็ดโตอาบแก้มนวลใส หญิงสาวอยากให้เรื่องที่เพิ่งรับรู้เป็นเพียงแค่ความฝันไม่ใช่ความจริง

                “โธ่ลูกพ่อ” มือหนาเหี่ยวย่นรั้งร่างเล็กของลูกรักเข้าสู่อ้อมกอดแน่น สองพ่อลูกกอดกันทั้งน้ำตาต่างฝ่ายต่างร้องไห้เสียใจ “พ่อขอโทษลูก พ่อขอโทษ พ่อผิดเองลูก”

                “ไม่ใช่ค่ะ คุณพ่ออย่าโทษตัวเอง” รัตนาวดีเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของบิดา “หนูผิดเองที่ไม่เคยรับรู้ถึงปัญหาของคุณพ่อ ปล่อยให้คุณพ่อต้องทุกข์ใจเพียงลำพัง ถ้าจะมีใครสักคนที่ผิด คนๆ นั้นต้องเป็นหนูค่ะ หนูมันเป็นลูกที่แย่ หนูมันแย่ !” รัตนาวดีพร่ำโทษตัวเองไม่หยุด

                “อย่าพูดแบบนั้นลูก ทุกอย่างมันเป็นเพราะพ่อไม่ยอมบอกความจริงกับลูก” ฝ่ายบิดาเองก็ไม่อยากให้ลูกสาวกล่าวโทษตัวเอง

                “ฮือๆ คุณพ่อ

                สองพ่อลูกกอดคอกันนั่งร้องไห้ให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิต รัตนาวดีรู้สึกผิดที่ก่อนหน้าเอาแต่โกรธบิดาเรื่องที่บังคับให้เธอแต่งงาน มาตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเหตุผลของผู้เป็นพ่อคือต้องการให้เธอมีที่พักพิงใหม่ยามที่ท่านจากไป ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ทัศนัยต้องการให้รัตนาวดีมีคู่ครองที่ดีและมีคนดูแล ลูกสาวเปรียบเสมือนเป็นแก้วตาดวงใจของเขา เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขารักและทนุถนอมมาตลอดชีวิต หัวใจของพ่อทุกคนคงทนไม่ได้ถ้าหากว่าต้องปล่อยให้ลูกต้องเผชิญโลกเพียงลำพัง

                ทัศนัยเพียงแต่อยากปกป้องดวงใจของเขาก็เท่านั้น

                งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราท่ามกลางแขกเหรื่อมากหน้าหลายตา และแน่นอนทุกคนล้วนแล้วแต่มีชาติตระกูลมีชื่อเสียงในแวดวงสังคมทั้งนั้น บรรยกาศภายในงานถูกออกแบบในธีมเจ้าหญิงและเจ้าชาย พีระพงษ์เป็นคนคิดคอนเซ็ปต์ทั้งหมด เพราะเจ้าลูกชายตัวดีอย่างเจ้าบ่าวไม่ยอมแม้แต่จะออกความคิดเห็นใดๆ เลย พัชระบอกเพียงแต่ว่าอยากทำอะไรก็ทำ อยากจัดแบบไหนก็จัด หน้าที่ของเขามีเพียงแต่ปั้นหน้ายิ้มแย้มเป็นเจ้าบ่าวที่แสนดีเท่านั้น คราแรกที่ได้ยินเจ้าลูกชายตัวดีพูดแบบนั้นคนเป็นพ่อก็แทบอยากฆ่าให้ตายตรงหน้า แต่มาคิดๆ ดูแล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาจะได้จัดการทุกอย่างได้สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องมารอฟังไอ้เจ้าคนกวนประสาทอย่างพัชระ

                “ยินดีด้วยนะครับคุณพัชระ ผมเพิ่งเห็นรูปพรีเวดดิ้งหน้างานเมื่อครู่ เจ้าสาวสวยราวกับเจ้าหญิงเลยครับ” หนึ่งในผู้ถือหุ้นเอ่ยกับชายชราที่วันนี้ดูสง่าเป็นพิเศษ

                “ขอบคุณครับ ลูกชายผมตาถึงน่ะครับ” ได้ทีพีระพงษ์ก็ขออวดอ้างเสียหน่อย แม้ว่าความจริงจะตรงกันข้ามก็ตาม

                “สวยจริงๆ ค่ะ ดิฉันเห็นแค่รูปก็อยากเห็นตัวจริงเสียแล้วสิ ต้องสวยมากแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ” คุณหญิงที่ควงคู่มากับสามีนักธุรกิจเอ่ย แม้น้ำเสียงจะจีบปากจีบคอตามประสาผู้ดี แต่ทุกคำที่พูดก็คือออกมาจากใจ

                ความสวยของเจ้าสาวถูกร่ำลือกันปากต่อปาก พัชระเองที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องสูทระดับแขกวีไอพีก็พลอยอดตื่นเต้นไปกับคำชมเหล่านั้นไม่ได้

                “ขนาดนั้นเลยหรือกร ” ชายหนุ่มถามคนสนิทที่ทำงานรับใช้เขามานาน

                “จริงครับ” กรวิทย์ ยืนยัน ก่อนจะเอ่ยต่อ “แขกในงานอยากเห็นเจ้าสาวมากเลยครับตอนนี้ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้านายของผมเป็นเจ้าบ่าวที่โชคดีที่สุดในโลก”

                พัชระได้ฟังก็อดหัวเราะออกมาดังๆ ไม่ได้ มีปากก็พูดกันไปใครจะมารู้ว่าความจริงแล้วบ้านนั้นขายลูกสาวกิน หึ ป่านนี้คงดีใจจนเนื้อเต้นที่จับผู้หญิงหิวเงินใส่ตะกร้าล้างน้ำถวายพานให้เขาได้ แต่ช่างเถอะ ในเมื่อหลังจากนี้เขาจะทำให้หล่อนรู้ว่าหล่อนคิดผิดที่แต่งงานกับเขา พัชระยิ้มเย็นกับตัวเองเมื่อนึกไปถึงแผนร้ายในวันข้างหน้า

                “ฉันต้องลงไปก่อนไหม หรือต้องรอผู้หญิงคนนั้น ” เสียงเข้มหันไปถามช่างแต่งหน้าที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

                “ลงไปพร้อมกันดีกว่าค่ะ จะได้ควงคู่กันไป” ช่างแต่งหน้าที่เป็นสาวประเภทสองพูดแล้วยกมือป้องปากหัวเราะในท่าทีเขินอาย พัชระรำคานท่าทางแบบนี้ที่สุด ไม่ใช่ว่าเขาเหยียดเพศหรือไรนะ เพียงแต่เวลาแบบนี้เห็นอะไรมันก็พาลหงุดหงิดไปหมดก็แค่นั้น

                “แล้วอีกนานไหมกว่ายัยนั่นจะแต่งตัวเสร็จ” เจ้าบ่าวเลือดร้อนว่า

                “นายครับ” กรวิทย์พยายามจะเตือนไม่ให้เจ้านายใช้สรรพนามไม่สุภาพเรียกเจ้าสาวต่อหน้าคนอื่น แต่ดูเหมือนว่าพัชระจะไม่แคร์ใดๆ ทั้งสิ้น ซ้ำชายหนุ่มยังส่งสายตาดุๆ มายังมือขวาคนสนิทอีกต่างหาก

                “เอ่อ คือ เดี๋ยวลูซี่จะลองโทรฯ ถามเมนี่ดูให้นะคะ” พูดจบสาวสองก็รีบปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์นอกระเบียงทันที ใช้เวลาไม่นานเจ้าตัวก็เดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าโล่งอก “ตอนนี้เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะคุณพัชระ”

                “ก็แค่นั้น” พัชระยักไหล่ก่อนจะเดินนำหน้าทุกคนออกไปจากห้อง ทิ้งให้กรวิทย์ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกต่อหน้าบุคคลอื่นที่ดูงุนงงไปตามๆ กัน

                ร่างสูงดูดีในชุดสูทสีขาวเดินล้วงกระเป๋าไปยังห้องแต่งตัวของเจ้าสาวป้ายแดง พอถึงที่หมายมือหนาก็เคาะประตูรัวๆ แบบไร้มารยาท

                “เอ้า คุณพัชระนี่เอง แหม อยากเจอเจ้าสาวจนต้องมาเคาะประตูเรียกเลยหรือคะ ใจร้อนจังเลยค่ะ รออีกนิสนะคะ” สาวสองนามว่าเมนี่ลากเสียงยาวก่อนจะเดินเลี่ยงหายเข้าไปในห้อง

                “จะแต่งอะไรนักหนา ต่อให้ประทินโฉมเป็นครึ่งค่อนปีก็ไม่ได้ทำให้ราคาค่างวดของเธอมันสูงขึ้นหรอกนะ !” เสียงเข้มตะโกนไล่หลังช่างแต่งหน้า ทำเอาคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่เจ็บไปทั้งใจ

                รัตนาวดีรู้สึกอับอายที่ถูกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าบ่าวเหยียดหยามศักดิ์ศรีต่อหน้าทุกคน เขาทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติเธอแม้แต่น้อย จริงอยู่ว่าเขาและเธอไม่ได้รักกัน แต่เขาก็ไม่ควรเอ่ยวาจาเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่น เพราะยังไงเธอก็เป็นเจ้าสาวของเขา

                “เอ่อ สงสัยคุณพัชระจะหงุดหงิดน่ะ สงสัยอยากเจอเจ้าสาวไวๆ” เมนี่แกล้งพูดแก้เก้อ สงสัยข่าวลือที่ว่างานแต่งงานถูกจัดขึ้นโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะเป็นความจริงเสียกระมัง

                เห้อสงสารก็แต่หญิงสาวหน้าหวานที่ต้องทนกับผู้ชายอย่างพัชระ

                “เสร็จแล้วใช่ไหมคะ ” รัตนาวดีเอ่ยถาม ใบหน้าสวยดุจนางฟ้าไม่ยิ้มแย้มสักนิด นัยน์ตาหวานก็แลโศกเศร้าจนจับสังเกตได้

                “ค่ะๆ” ทีมช่างแต่งหน้ารีบพูดเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็แบ่งหน้าที่กันไปคนละอย่างสองอย่าง โดยให้ช่วยกันประคองมือบ้าง จับชายกระโปรงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวเจ้าสาวคนสำคัญของงานในค่ำคืนนี้

                “อะไรนักหนาวะ นานได้โล่เลย !” พัชระต่อยกำแพงเบาๆ ไปหนึ่งที การที่ต้องมานั่งรอคนอื่นไม่ใช่นิสัยของเขาสักนิด คนอย่างเขาไม่เคยรอใครมีแต่คนอื่นต้องรอเขาเท่านั้น

                “ใจเย็นครับนาย” กรวิทย์คอยช่วยเตือนสติเจ้านาย

                ปังๆ

                มือหนาทุบประตูที่มีคนเจ้าปัญหาอยู่ด้านใน

                “นี่ เร็วๆ หน่อยได้ไหม เวลาของฉันมีค่านะ !” เสียงเข้มตะโกน และเมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านในมือหนาก็ทำท่าจะประทุษร้ายบานประตูอีกรอบ

                แต่ทว่า

                “เสร็จแล้วค่ะ”

                เสียงหวานเอ่ยเพียงสั้นๆ

                “ธะ เธอ

                พัชระตาโตเมื่อได้เห็นหญิงสาวปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ร่างบางอยู่ในชุดสีขาวสะอาดตาโชว์แผงหลังสวยละมุนไร้ริ้วรอยอันน่ารำคานใจต่อผู้พบเห็น ใบหน้าสวยถูกประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางชั้นดี แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้จัดจ้านเสียจนละทิ้งความอ่อนหวานของเจ้าตัว ลำคอระหงส์สวมใส่เครื่องประดับสุดหรูยิ่งเสริมให้อิสตรีดูสูงค่าและสง่างามเกินกว่าจะหาใครมาเทียบทานได้

                หนำซ้ำกลิ่นกายหอมกรุ่นจากเรือนร่างเล็กยังทำให้หัวใจแกร่งดุจหินผาสั่นคลอนไม่เป็นท่า !



เป็นยังไงกันบ้างคะเรื่องนี้ ขอคอมเม้นหน่อยนะคะ ถ้าชอบหรือไม่ชอบยังไงบอกกันได้น้า ติ ชมได้ค่ะตามสไตล์เพื่อนแพงเลย ^^ อ่านแล้วเม้นๆ ให้กันด้วยนะคะ คอมเม้นก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ทำให้เพื่อนแพงมีแรงฮึดแต่งต่อเน๊อะ 555 ยังไงก็ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ใครที่ยังไม่ได้โหลดเรื่องไหนก็ไปโหลดกันได้นะคะ ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงโปรโมชั่นทั้ง 6 เรื่องเลยค่ะ ลดเยอะมากกก!!! ย้ำว่าเยอะมากจริงๆ คืนกำไรให้นักอ่านค่ะ ^_^

 

ฝากนิยาย E-BOOK ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ^^

ตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นทั้ง 6 เล่มเลยค่ะ ลดเยอะมากๆ โลย >< 



 

ม่านรักไฟเสน่ห์หา
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
“กรี๊ดดดดดด !!!!!!!!” เสียงกรีดร้องของมัทนาลั่นห้องเมื่อถูกชายหนุ่มร่างสูงโถมกายเข้าใส่ มือหนาพยายามที่จะฉีกกระชากอาภรณ์ของเธอ ใบหน้าคมคายดุดันและจริงจังจนน่ากลัว เพี้ยะ !มือบางตวัดใส่แก้มสากเต็มแรง… “คุณอาจะบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยหนูนะ !” มัทนาร้องโวยวาย “อาปล่อยเรามานานแล้วมัท ปล่อยจนอาต้องคิดทบทวนว่าทำถูกหรือเปล่าที่ให้อิสระเราจนไปเที่ยวรักผู้ชายคนอื่นแบบนี้ !” ชินภัทร์ตาแดงก่ำ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง หลายครั้งที่คิดอยากจะทำอะไรๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป แต่ทุกครั้งก็ต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้เพราะไม่อยากขึ้นชื่อว่าทำร้ายคนที่ตัวเองรัก “อิสระบ้าบออะไร คุณอาน่ะเหรอให้อิสระหนู คุณอามีแต่คอยบังคับและกังขังความคิดหนูทุกอย่าง ทำนั่นก็ไม่ได้ทำนี่ก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง อิสระที่ว่ามันอยู่ตรงไหนเหรอคะ “!” “อย่าปากดีกับอานะมัทนา !” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำ “วันนี้อาจะทำให้เรารู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปรักหรือชอบผู้ชายคนไหนนอกจากอา !” มือหนาจัดการรวบข้อมือเล็กของหญิงสาวขึ้นไปกุมไว้เหนือศีรษะ แล้วซุกไซ้ใบหน้าอันหล่อเหลาไปตามซอกคออันหอมกรุ่น ไม่สนใจว่าร่างบางจะดิ้นหรือขัดขืนแต่อย่างใด ขบเม้นไรฟันลงบนเนื้อนวลอย่างต้องการลงโทษที่เธอกล้าพยศใส่เขา “คุณอาปล่อยหนูนะ ปล่อยนะ ปล่อย !” เสียงหวานเอาแต่ร้องตะโกน แควก !“ไม่นะคุณอา ไม่ !”




DEVIL BAD BOY กับดักรัก ( ร้าย ) ของนายปีศาจ !!!
FriendShip
www.mebmarket.com
 




เพียงใจรัก
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
ชนิดา...มอบดวงใจของเธอทั้งหมดให้กับ ภาคินรุ่นพี่หนุ่มที่เธอหลงรักตั้งแต่แรกพบแต่โชคชะตากลับกลั่นแกล้ง ให้เธอต้องผิดหวังเมื่อเขาผู้เป็นดั่งดวงใจ กลับหลงรัก เพื่อนรัก ของเธอ...




DEVIL IN LOVE ปีศาจร้าย ! มัดหัวใจยัยหน้าใส
FriendShip
www.mebmarket.com
“เธอคิดเหรอว่าที่ฉันเฝ้าทนุถนอมเธอ เพื่อต้องการส่งต่อให้ผู้ชายคนอื่น…” “พี่อชิ” “อย่าฝัน ! ฉันไม่มีวันยอมยกเธอให้ใคร !!!” พลั่ก ! ผมผลักร่างบางให้นอนราบไปกับเตียงกว้าง ไม่รอช้ารีบโถมร่างกายอันแข็งแกรงทาบทับคนตัวเล็กเอาไว้ทันที เปียโนดิ้นพล่านอย่างกับเจ้าเข้า เธอพยายามขัดขืนผมทุกวิถีทาง “ปล่อยนะ ปล่อย !!!!!” “ร้องอีก ร้อง !” ผมตวาดเสียงกร้าว “ร้องให้คอแตกเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกเปียโน ไม่มีวัน !” แควก ! ผมพยายามฉีกกระชากสายเสื้อในตัวจิ๋วให้หลุดออกไปจากร่างบาง แต่ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมให้ผมลุกล้ำไปมากกว่านี้ เปียโนทั้งดิ้นทั้งถีบร่างกายผมเป็นพัลวัน “ฉันไม่ยอมนะ ฉันไม่ยอม !” เสียงหวานตะโกนไม่หยุด “เออ ! เดี๋ยวก็รู้ว่าใครมันจะชนะ” ผมยิ้มเหยียด จ้องมองใบหน้าหวานหยดหย้อย “คืนนี้ฉันจะทำให้เนื้อตัวของเธอมันเต็มไปด้วยรอยสัมผัสของฉัน” “…” “ทั้งตัว !!!” ผมกระชากเสียงใส่…




SO BAD LOVE รักสุดร้ายของนายจอมมาร !
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
ปัง !!!!!!!!! เสียงปิดประตูดังลั่นก่อนที่คนเจ้าอารมณ์จะเหวี่ยงร่างเล็กลงบนเตียงกว้าง หญิงสาวรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดุดัน ถึงแม้จะรู้สึกหวาดหวั่นต่อสายตาตรงหน้า แต่เธอก็แสร้งทำเป็นไม่กลัวเพราะไม่ต้องการให้เขาได้ใจ “คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง “ ทำแบบนั้นต่อหน้าแขกได้ยังไง” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “เออ ! ฉันมันบ้า” เซนตวาดกลับ “แต่ที่ฉันบ้าก็เพราะผู้หญิงร่านๆ แบบเธอเนี่ยแหละ !” คำพูดดูถูกหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก “มากไปแล้วนะคุณเซน กรุณาให้เกียรติฉันด้วย” นาเดียมองตาขวาง เริ่มหงุดหงิดเหมือนกันที่ต้องมานั่งฟังเขาด่าฉอดๆ “หึ เกียรติงั้นเหรอ “” คนพูดหัวเราะในลำคอ “แต่งงานกับฉันแท้ๆ เป็นเจ้าสาวของฉันแท้ๆ แต่ยังทำตัวไร้ยางอายเที่ยวยืนหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับผู้ชายคนอื่น ถ้าไม่ให้เรียกว่าร่านแล้วจะเรียกว่าอะไร หะ !!!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดังลั่น เพี้ยะ ! ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือเล็ก เซนยกมือเช็ดเลือดที่ไหลซึมออกจากมุมปากอย่างช้าๆ ก่อนจะส่งสายตาโกรธจัดมายังคนที่ทำร้ายตน “อย่ามาดูถูกฉันนะ ! ถ้าคุณเมาแล้วอาละวาดแบบนี้ทีหลังก็ไม่ต้องดื่ม ทำตัวเป็นหมาบ้าขึ้นทุกวัน เพราะว่าคุณเป็นคนแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากอยู่ใกล้ !” นาเดียใส่เป็นชุด เธอเองก็คนนะ โดนผู้ชายด่าตอกหน้าซะขนาดนี้ไม่เจ็บไม่สา ก็คงด้านชาเกินทน และอีกอย่าง… เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา เขาไม่มีสิทธิ์มาดูถูกเธอแบบนี้ “ใช่สิ ฉันมันหมาบ้า ฉันมันเลว โครตจะเลวเลย ! แล้วยังไงวะ “ ต่อให้ฉันเลวบรมยังไง หนสุดท้ายเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของฉันอยู่ดี ต่อให้ฉันชาติชั่วแค่ไหนเธอก็มีหน้าที่แค่นอนอ้าขารอฉันบนเตียงเท่านั้น !” ฉึก ! เหมือนมีมีดร้อยล้านเล่มพุ่งเข้าเสียบที่หัวใจของเธอ… เพี้ยะ ! เป็นอีกครั้งที่นาเดียพิพากษาคนปากมอมด้วยฝ่ามือของตน คราวนี้คนถูกตบเจ็บจนหน้าชา ความโกรธบวกกับความเมากำลังสร้างความไม่พอใจให้ไหลเวียนไปทั่วสรรพร่าง “ต่ำช้าที่สุด ! คุณจะได้แค่ตัวฉันเท่านั้น เพราะถึงฉันแต่งงานกับคุณ ฉันก็จะไม่รักคุณ ไม่รัก ไม่มีวันรัก !” ร่างบางตะคอกกลับทั้งน้ำตา “ปากดี !” เซนกำหมัด ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น “ฉันจะเป็นภรรยาของคุณแค่ในนามเท่านั้น อย่าหวังว่าจะได้แตะเนื้อต้องตัวฉันอีก !” นาเดียเชิดหน้าขึ้นสู้ ยิ่งได้ฟังประโยคแบบนั้นจากคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็ยิ่งโกรธจนหน้ามืดตามัว ความรู้สึกมากมายมันตีตื้นขึ้นมาจนสับสนปนเป แต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร… หนสุดท้ายเขาก็คือเขา “ลองดูสิ !” ร่างหนาขยับเข้าใกล้ร่างบาง “ให้มันรู้กันไปว่าฉันจะแตะต้องตัวเธอไม่ได้ ขนาดตอนยังไม่แต่งฉันยังทำได้ แล้วตอนนี้แต่งแล้วฉันยิ่งมีสิทธิ์ !” “คุณไม่มีสิทธิ์” รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น แต่เธอก็ไม่มีอะไรจะต่อรอง “ฉันมีสิทธิ์ ! ฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง เพราะว่าฉันเป็น ผัว เธอ นาเดีย…” เซนยิ้มเหี้ยม จงใจเน้นคำว่า ผัว ชัดเจน ! “คนบ้า ! ฉันเกลียดคุณ” นาเดียผลักอกหนาให้ออกห่างจากตัว ร่างบางเตรียมวิ่งหนีออกจากห้อง แต่เธอก็ไปไม่ถึงฝัน เมื่อแขนเรียวเล็กถูกกระชากด้วยมือหนาของจอมมาร หมับ ! “จะไปไหน “ จะไปอ่อยไอ้หน้าอ่อนนั่นอีกหรือไง” เสียงห้าวไม่พอใจ “ใช่ ! ฉันจะไปอ่อยผู้ชายคนอื่น นี่ใช่ไหม คำตอบที่คุณอยากได้ยิน พอใจหรือยังล่ะ !” เมื่อพูดไปก็หาว่าแก้ตัว สาวเจ้าเลยเลือกที่จะประชดเสีย แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเธอพูดแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำมันไปราดรดบนกองไฟ และเป็นไฟที่เต็มไปด้วยความ หึงหวง เสียด้วย ! “งั้นก็เสียใจด้วย ! เพราะว่าคืนนี้ฉันจะใช้สิทธิ์ในความเป็นผัวหาความสุขจากเธอทั้งคืน ถ้าอยากไปอ่อยใครก็คงต้องรอให้ฉันอิ่มหนำในตัวเธอก่อนนะที่รัก…” เซนยักคิ้ว รั้งร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน ก่อนจะตระหวัดขึ้นอุ้มเดินไปยังเตียงกว้าง “ปล่อยนะคุณเซน ! ปล่อย” นาเดียพยายามทุบตีไปตามตัวของชายหนุ่ม เซนกักร่างอ้อนแอ้นไว้อย่างแน่นหนา มือหนาล็อคข้อมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง “ตอนนั้นที่ฉันกินเธอครั้งแรก… เธอยังคงเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา แต่มาวันนี้เธอโตแล้ว ฉันเองก็อยากจะรู้เหลือเกิน… ว่าเธอ… จะมีรสชาติเหมือนเดิมหรือเปล่า” เสียงเข้มแหบห้าว ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากร่างเล็กที่ลอยเข้ามาแตะปลายจมูก คนเมาอยู่นิดหน่อยก็ยิ่งควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ “ปล่อยนะ ! ฉันเกลียดคุณ รังเกียจ ! อย่ามาจับตัวฉัน !” นาเดียมองใบหน้าคมคายอย่างเดียดฉันท์ “หึ… คืนนี้ฉันจะทำยิ่งกว่าจับอีก ฉันจะสอด ฉันจะใส่ ฉันจะดูด เลีย ขบ เม้ม ขยำ ขย่ม กระแทก กระทั้น ! เอาให้เธอพรุนจนเดินไปอ่อยใครไม่ได้เลยเป็นไง “” นาเดียเบิกตากว้างกับคำพูดที่คนเบื้องบนพ่นใส่ และเธอรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเอ่ยมันไม่ใช่แค่ขู่ แต่ผู้ชายคนนี้ทำจริง !!!




LOVE DIARY บันทึกรักด้วยหัวใจ
Friend Ship
www.mebmarket.com
ในพื้นที่เล็กๆ ของหัวใจเรามักมีคนสำคัญซ่อนอยู่เสมอ :) มายเฟรนด์... เด็กผู้หญิงตัวอวบที่สวมแว่นตาหนาเตอะ จะทำเช่นไรเมื่อเธอแอบชอบรุ่นพี่สุดฮอตอย่าง พี่พัตเตอร์ ! เด็กน้อยงัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมาใช้เพื่อมัดใจรุ่นพี่สุดหล่อ แต่ทุกอย่างกลับไม่ง่ายดั่งใจนึก เมื่อความรักมีอุปสรรค์มาขวางกัน มายเฟรนด์จะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ “

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น