อสูรไร้รัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 - ยลโฉมว่าที่เจ้าสาว ( 50% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ค. 60









ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ ^^ จะได้ติดตามผลงานกันง่ายขึ้น


https://www.facebook.com/DekDHayase/



 

เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ^_^




 

บทที่ 1

ยลโฉมว่าที่เจ้าสาว

 

 

บทที่ 1

ยลโฉมว่าที่เจ้าสาว ( 50% )

 

 

 

 

                ร่างสูงที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จกำลังเตรียมตัวไปทำงาน ใบหน้าหล่อเข้มที่บรรดาสตรีต่างคลั่งไคล้ตึงเครียดไม่ยิ้มไม่แย้มเมื่อได้ยินคำบัญชาจากผู้เป็นบิดา

                “ทำไมผมต้องไปด้วย” น้ำเสียงห้วนเอ่ยถาม

                “ถามอะไรโง่ๆ แกกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวเขาก็ต้องไปพูดคุยทำความรู้จักกับครอบครัวเขาหน่อยดิวะ” ชายชราส่ายหน้าเอือมระอา

                “แลพ่อจะอยากให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ซะเหลือเกินนะครับ” พัชระยิ้มเหยียด

                “แน่สิ ลูกสะใภ้ดีๆ แบบนี้มันหายากนี่หว่า” คนพูดยิ้มละไม ต่างจากลูกชายโดยสิ้นเชิง

                “พ่อรู้ได้ว่ายัยนั่นเป็นคนดี”

                “เอ้า ไอ้ลูกคนนี้ ไปเรียกว่าที่ภรรยาว่ายัยนั่นได้ยังไงกัน” มือหนาทำท่าจะฟาดศีรษะคนปากเสีย

                พัชระไม่สนท่าทีหัวฟัดหัวเหวี่ยงของบิดา ชายหนุ่มมองรูปถ่ายในมืออย่างพินิจพิจารณาแล้วเป็นอันต้องเบ้ปาก ผู้หญิงอะไรหาความงามไม่เจอ จืดชืดไร้ชีวิตชีวาที่สุด ปากนั่นหรือก็ซีดเซียวเหมือนคนป่วยที่รอเวลาฝังลงหลุม สรุปตามความคิดของร่างสูงแล้วหญิงสาวหาได้มีความน่าพิสมัยไม่

                “พ่อจะให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงซังกะตายแบบนี้จริงๆ เหรอ” น้ำเสียงหงุดหงิดเอ่ยอีกครั้ง เขารับไม่ได้ ให้ตายยังไงก็ไม่มีวันยอมรับคนแบบนี้เป็นภรรยาได้

                “เขาเป็นคนดี” บิดาพูดสั้นๆ

                “ผมไม่สนว่าจะดีหรือเลวแต่ผมอายคนอื่น พ่อลองคิดดูนะ ผมเป็นถึงผู้บริหารมีชื่อเสียงทางสังคมเวลาออกงานก็ย่อมมีมีคนคอยจับจ้อง แล้วถ้าวันหนึ่งเอายัยนี่ไปเดินขนาบข้างด้วยผู้คนได้หัวเราะเยาะแย่ว่าผมพาสาวบ้านป่าบ้านไพรมาเข้ากรุง โอ๊ย ! แค่คิดก็แทบอยากเอาหน้ามุดดินหนี” พัชระบ่นเป็นหมีกินผึ้ง

                ผู้ให้กำเนิดได้แต่ส่ายศีรษะให้กับความคิดของบุตรชาย

 

                รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้านไม้หลังโตที่ถูกรายล้อมไปด้วยไม้ดอกนานาชนิด กลิ่นหอมของธรรมชาติลอยพัดแตะจมูกผู้มาเยือน พัชระเผลอสูดดมเอาอากาศอันบริสุทธิ์เข้าปอดเนื่องจากไม่บ่อยนักที่เจ้าตัวจะได้พานพบบรรยกาศสบายๆ เช่นนี้ สภาพแวดล้อมต่างจังหวัดนั้นร่มเย็นและสงบต่างจากเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายด้วยผู้คนและมลพิษอยู่ทุกเชื่อวัน

                ร่างสูงเดินตามหลังบิดาไปตามทาง สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ อย่างพินิจพิจารณา พื้นที่รอบบ้านนั้นกว้างขวางนัก ตัวบ้านเองก็สวยสง่าตามแบบฉบับบ้านทรงไทยในสมัยก่อน หากแต่เครื่องเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งตระหง่านนั้นช่วยส่งให้บ้านหลังนี้ดูไม่โบราณเกินไป

                “เอ๊ะ ?” ชายหนุ่มหยุดชะงักเมื่อมองเห็นร่างเล็กบอบบางของใครคนหนึ่งเข้า เธอผู้นั้นกำลังนั่งจัดแจกันดอกไม้อยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อน ใบหน้าไร้เครื่องสำอางค์ดูสวยสะอาดตา ใบหน้ารูปไข้ประดับไปด้วยดวงตากลมโตอันมาพร้อมกับคิ้วโก่งเรียวงาม จมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยรับกับริมฝีปากบางกระจับ ผิวพรรณขาวเนียนผ่องประกาย ทุกองค์ประกอบช่างงดงามไม่ต่างจากนางในวรรณคดีแม้แต่น้อย

                “มองอะไรเจ้าพัช ?” คนที่อยู่เบื้องหน้าสงสัยเมื่อเห็นลูกชายหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ คนถามไม่ได้รับคำตอบหากแต่สายตาพลันเห็นบุคคลที่ทำให้ลูกชายของตนนิ่งงันราวกับต้องมนต์สะกด

“อ๋อ มองเจ้าสาวตัวเองอยู่นี่เอง” ผู้เป็นพ่อเอ่ยพลางอมยิ้ม คำพูดของขายชราเรียกสติของร่างสูงให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง

“พ่อว่าไงนะครับ”

“นั่นน่ะหนูรัตนาวดี ว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของแก”

พัชระอ้าปากค้างด้วยไม่อยากเชื่อในสายตา จริงหรือ ? ผู้หญิงคนนี้เป็นคนๆ เดียวกับคนที่เห็นในรูปหรอกหรือ ? ไม่อยากจะเชื่อ

ทำไมตัวจริงช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

“สวยล่ะซิ” เอ่ยแซวลูกชายตัวโต

“สวยกับผีน่ะสิ !” เสียงเข้มแก้เก้อ ก่อนจะกระแอมไอออกมา “เข้าไปข้างในเถอะพ่อ” มือหนาดันแผ่นหลังของบิดาให้เดินไปข้างหน้า แต่คนขี้แกล้งกลับทำในสิ่งที่ชายหนุ่มแทบอยากกัดลิ้นตาย

“หนูรัตจ้ะ !

“พ่อ จะไปเรียกเขาทำไม ?!” พัชระถลึงตาใส่

ไม่นานร่างบางก็เดินเข้ามาหาบุคคลทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มือเรียวยกขึ้นไหว้คนตรงหน้า

“สวัสดีค่ะคุณลุง มาหาคุณพ่อหรือคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง ดวงตากลมโตเลื่อนมองมาที่ชายหนุ่มร่างสูง “เอ่อ

“อ้อ ลืมแนะนำเสียสนิท” ชายชราจับไหล่กว้างของบุตรชาย “นี่เจ้าพัชระ ลูกชายคนโตของลุงเอง” พูดแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“เหรอคะ คราแรกหนูก็คิดว่าคุณลุงมีแค่พีชคนเดียว ไม่นึกว่า” เสียงหวานต้องหยุดชะงักเมื่อเจอสายตาอัมหิตที่แผ่กระจาย ก่อนที่เจ้าหล่อนจะยกมือไหว้ชายหนุ่ม “สวัสดีค่ะ เอ่อ พะ พี่พัช”

“ใครเป็นพี่เธอ ?” น้ำเสียงไม่พอใจ ทำเอาใบหน้าหวานเจื่อนลงทันที

“ทำไมพูดกับน้องแบบนั้นล่ะลูกคนนี้”

“ก็ผมไม่เคยมีน้องสาว” คนพูดดันกระพุ้งแก้มกวนประสาท

“เจ้าพัช…!” บิดาทำเสียงดุเพราะรู้สึกว่าเจ้าลูกชายตัวดีเริ่มทำตัวเกเรไร้เหตุผล

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณลุง” รัตนาวดีเอ่ยห้ามทัพระหว่างสองพ่อลูก

“แต่ว่า

“หนูไม่ถือสาหรอกค่ะ อีกอย่างคุณพัชระก็ดูสูงวัยเกินกว่าจะเป็นพี่ชายของหนูได้เช่นกัน” วาจาเหน็บแนมหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบาง ทำเอาเลือดลมของคนถูกต่อว่าพุ่งปรี๊ด

“นี่เธอ !!!

พัชระตั้งท่าจะเข้าไปหาเรื่องร่างบางแต่กลับถูกมือหนาของบิดาดึงแขนไว้เสียก่อน รัตนาวดีเชิดหน้าขึ้นสู้ไม่เกรงกลัว ยิ่งทำให้พัชระโกรธจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

“พ่อก็เห็นว่ายัยนี่พูดจาไร้มารยาทกับผม”

“ฉันได้รับการกระทำแบบไหนก็แค่ตอบโต้การกระทำแบบนั้นค่ะ” พูดด้วยรอยยิ้ม

พัชระอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าแม่สาวหน้าหวานจะพิษสงร้ายกาจใช่เล่น ผิดกับชายชราที่ลอบมองว่าที่ลูกสะใภ้ของตนด้วยความชอบอกชอบใจ

เจ้าพัชเจอคู่ปรับสมศักดิ์ศรีซะแล้วสิ

“พ่อ !

“เอาล่ะๆ” บิดายกมือห้ามปรามลูกชาย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีกับสาวเจ้า “พ่อเราอยู่ข้างในใช่ไหม ขอลุงขึ้นไปเยี่ยมเยียนหน่อยนะ”

“เชิญค่ะคุณลุง” รัตนาวดีผายมือเชื้อเชิญตามมารยาท พอร่างของบิดาพ้นสายตาเท่านั้นแหละพัชระที่อารมณ์ยังกรุ่นโกรธอยู่ก็หาเรื่องกับร่างบางทันที

“ยัยเด็กไม่มีมารยาท ไม่มีใครสั่งสอน !

รัตนาวดีได้ยินแบบนั้นก็เกิดความไม่พอใจ จ้องหน้าเขาไม่ยอมเช่นกัน

“ด่าตัวเองอยู่หรือคะ ?

“เธอ !!” พัชระชี้หน้าหวาน

“ถนัดจังเลยนะคะชี้หน้าว่าคนอื่นเนี่ย” ไม่พูดเปล่าแต่ยังใช้ปลายมือเรียวปัดนิ้วชี้ของร่างสูงแบบไม่ใยดี “การกระทำแบบนี้แหละค่ะที่เขาเรียกว่าไม่มีมารยาท ไม่มีใครสั่งสอน”

“เธอ…!

“เอ แต่จะว่าไปก็พูดว่าไม่มีใครสั่งสอนไม่ได้นะคะ เพราะดูท่าแล้วคุณลุงคงจะอบอรมมาเป็นอย่างดี แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่กมลสัน เอ๊ย จิตใต้สำนึกของบุคคลนั้นๆ มากกว่าค่ะ”

                พูดจบสาวน้อยก็ยิ้มหวานให้ชายหนุ่มหนึ่งทีก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านไปแบบไม่สนใจคนข้างหลังที่ตอนนี้ควันออกหูจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง

                ให้ตายเถอะ ! นี่น่ะเหรอว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของเขา

               

                “ไอ้ทัศน์ !

                “ไอ้พงษ์ !

                ชายชราสองคนร้องทักพร้อมกันด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้เจอฝ่ายตรงข้าม ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าเพื่อนแท้เพื่อนยากเพื่อนตายกันเลยทีเดียว ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนนับครั้งไม่ถ้วน

                “โอ้โห แก่ขึ้นเยอะเลยนะเว้ย”

                “น้อยๆ น่ะเว้ย รุ่นนี้ไม่มีคำว่าแก่ว่ะ” ทัศนัยเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนที่ปรายตาจะเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งเข้า “นี่เจ้าพัชหรือเจ้าพีชกันเนี่ย ?

                “นี่เจ้าพัชระ คนโต” พีระพงษ์ตอบ มือหนาเหี่ยวย่นกอดคอลูกชายให้เข้ามาใกล้ตน “ไหว้ลุงทัศสิไอ้ลูกชาย”

                พัชระต้องปรับสีหน้าให้เข้าสู่โหมดปกติ ยกมือไหว้บุคคลสูงวัยตรงหน้าด้วยความเคารพ บรรยกาศมันคงจะดีกว่านี้หากถัดไปอีกไม่กี่ก้าวไม่มีร่างบางระหงส์ยืนอยู่

                “สวัสดีครับคุณลุง”

                “เห้ย หล่อใช่เล่นนะเนี่ย” เอ่ยปากชมเสียงดัง

                “แน่นอน ดูพ่อมันซะก่อนเว้ย” พอได้ทีวีระพงษ์ก็โอ้อวดตัวเองทันที

                “ไม่นะ ฉันว่ามันหล่อกว่าแกสมัยตอนเป็นหนุ่มๆ ซะอีก”

                “เอ้าไอ้นี่ ปากเสียแล้วไง ลูกฉันก็ต้องหล่อเหมือนฉันสิวะ” คนพูดแกล้งหงุดหงิดตามประสาเพื่อนฝูง “ว่าแต่แกเถอะ ได้แม่พันธ์ดีสิท่าหนูรัตถึงได้สวยดุจนางฟ้า”

                “แหวะ !

                ทุกสายตาหันไปมองพัชระเป็นทางเดียว เมื่อรู้ตัวว่าถูกจับจ้องเจ้าตัวจึงแสร้งพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน

                “เออ พอดีว่าขับรถมาไกลน่ะครับเลยรู้สึกคลื่นไส้” ชายหนุ่มว่าแล้วยิ้มแหยๆ

                “งั้นเหรอๆ เอางี้ รัตเดี๋ยวหนูพาพี่เขาไปในครัวแล้วหาอะไรเปรี้ยวๆ แก้คลื่นไส้ให้พี่เขาทานหน่อยไป” ทัศนัยผลักภาระหนักอึ้งไปทางลูกสาว

                “แต่พ่อคะ หนู” รัตนาวดีทำหน้าไม่บอกบุญ

                “ดีเหมือนกัน เด็กๆ จะได้คุยกันด้วยเพราะอยู่ตรงนี้ก็คงเบื่อมีแต่คนแก่ ฮ่าๆ” พีระพงษ์สนับสนุนอีกแรง

                “พ่อ” พัชระลากเสียงยาวไม่พอใจ

                “ทำความรู้จักกันไว้นะ ไปๆ พาพี่เขาไปเร็วเข้า เดี๋ยวเกิดมาอ้วกในบ้านลุงขี้กียจทำความสะอาด” ชายชราพูดติดตลก หากแต่เป้าหมายของทั้งสองคือต้องการให้ลูกๆ ของตนได้ทำความรู้จักกันเอาไว้

                “เชิญค่ะ”

                แม้จะไม่ชอบสุดชีวิตแต่ด้วยความที่เป็นคนมีมารยาทและได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี รัตนาวดีจึงพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใน เลือกที่จะไม่แสดงมันออกมาต่อหน้าผู้ใหญ่

                ร่างของเด็กทั้งสองที่เดินตามกันไปนั้นเรียกรอยยิ้มได้ดีจากผู้ใหญ่ทั้งสอง 

 

 

 

_______________________________________________________________________

ฝากนิยาย E-BOOK ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ^_^

 

เรื่องนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นลดเหลือเพียง 99 บาท จาก 299 บาทค่ะ 
 

DEVIL BAD BOY กับดักรัก ( ร้าย ) ของนายปีศาจ !!!
FriendShip
www.mebmarket.com
 




เรื่องนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นลดเหลือเพียง 99 บาท จาก 259 บาทค่ะ 
 

เพียงใจรัก
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
ชนิดา...มอบดวงใจของเธอทั้งหมดให้กับ ภาคินรุ่นพี่หนุ่มที่เธอหลงรักตั้งแต่แรกพบแต่โชคชะตากลับกลั่นแกล้ง ให้เธอต้องผิดหวังเมื่อเขาผู้เป็นดั่งดวงใจ กลับหลงรัก เพื่อนรัก ของเธอ...






เรื่องนี้ราคา 200 บาท เป็นหนึ่งในตัวละครของแก็งค์ Devil เรื่องของซีโร่ค่ะ

DEVIL IN LOVE ปีศาจร้าย ! มัดหัวใจยัยหน้าใส
FriendShip
www.mebmarket.com
“เธอคิดเหรอว่าที่ฉันเฝ้าทนุถนอมเธอ เพื่อต้องการส่งต่อให้ผู้ชายคนอื่น…” “พี่อชิ” “อย่าฝัน ! ฉันไม่มีวันยอมยกเธอให้ใคร !!!” พลั่ก ! ผมผลักร่างบางให้นอนราบไปกับเตียงกว้าง ไม่รอช้ารีบโถมร่างกายอันแข็งแกรงทาบทับคนตัวเล็กเอาไว้ทันที เปียโนดิ้นพล่านอย่างกับเจ้าเข้า เธอพยายามขัดขืนผมทุกวิถีทาง “ปล่อยนะ ปล่อย !!!!!” “ร้องอีก ร้อง !” ผมตวาดเสียงกร้าว “ร้องให้คอแตกเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกเปียโน ไม่มีวัน !” แควก ! ผมพยายามฉีกกระชากสายเสื้อในตัวจิ๋วให้หลุดออกไปจากร่างบาง แต่ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมให้ผมลุกล้ำไปมากกว่านี้ เปียโนทั้งดิ้นทั้งถีบร่างกายผมเป็นพัลวัน “ฉันไม่ยอมนะ ฉันไม่ยอม !” เสียงหวานตะโกนไม่หยุด “เออ ! เดี๋ยวก็รู้ว่าใครมันจะชนะ” ผมยิ้มเหยียด จ้องมองใบหน้าหวานหยดหย้อย “คืนนี้ฉันจะทำให้เนื้อตัวของเธอมันเต็มไปด้วยรอยสัมผัสของฉัน” “…” “ทั้งตัว !!!” ผมกระชากเสียงใส่…






 เรื่องนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นลดเหลือเพียง 59 บาท จาก 139 บาทค่ะ

SO BAD LOVE รักสุดร้ายของนายจอมมาร !
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
ปัง !!!!!!!!! เสียงปิดประตูดังลั่นก่อนที่คนเจ้าอารมณ์จะเหวี่ยงร่างเล็กลงบนเตียงกว้าง หญิงสาวรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดุดัน ถึงแม้จะรู้สึกหวาดหวั่นต่อสายตาตรงหน้า แต่เธอก็แสร้งทำเป็นไม่กลัวเพราะไม่ต้องการให้เขาได้ใจ “คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ? ทำแบบนั้นต่อหน้าแขกได้ยังไง” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “เออ ! ฉันมันบ้า” เซนตวาดกลับ “แต่ที่ฉันบ้าก็เพราะผู้หญิงร่านๆ แบบเธอเนี่ยแหละ !” คำพูดดูถูกหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก “มากไปแล้วนะคุณเซน กรุณาให้เกียรติฉันด้วย” นาเดียมองตาขวาง เริ่มหงุดหงิดเหมือนกันที่ต้องมานั่งฟังเขาด่าฉอดๆ “หึ เกียรติงั้นเหรอ ?” คนพูดหัวเราะในลำคอ “แต่งงานกับฉันแท้ๆ เป็นเจ้าสาวของฉันแท้ๆ แต่ยังทำตัวไร้ยางอายเที่ยวยืนหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับผู้ชายคนอื่น ถ้าไม่ให้เรียกว่าร่านแล้วจะเรียกว่าอะไร หะ !!!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดังลั่น เพี้ยะ ! ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือเล็ก เซนยกมือเช็ดเลือดที่ไหลซึมออกจากมุมปากอย่างช้าๆ ก่อนจะส่งสายตาโกรธจัดมายังคนที่ทำร้ายตน “อย่ามาดูถูกฉันนะ ! ถ้าคุณเมาแล้วอาละวาดแบบนี้ทีหลังก็ไม่ต้องดื่ม ทำตัวเป็นหมาบ้าขึ้นทุกวัน เพราะว่าคุณเป็นคนแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากอยู่ใกล้ !” นาเดียใส่เป็นชุด เธอเองก็คนนะ โดนผู้ชายด่าตอกหน้าซะขนาดนี้ไม่เจ็บไม่สา ก็คงด้านชาเกินทน และอีกอย่าง… เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา เขาไม่มีสิทธิ์มาดูถูกเธอแบบนี้ “ใช่สิ ฉันมันหมาบ้า ฉันมันเลว โครตจะเลวเลย ! แล้วยังไงวะ ? ต่อให้ฉันเลวบรมยังไง หนสุดท้ายเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของฉันอยู่ดี ต่อให้ฉันชาติชั่วแค่ไหนเธอก็มีหน้าที่แค่นอนอ้าขารอฉันบนเตียงเท่านั้น !” ฉึก ! เหมือนมีมีดร้อยล้านเล่มพุ่งเข้าเสียบที่หัวใจของเธอ… เพี้ยะ ! เป็นอีกครั้งที่นาเดียพิพากษาคนปากมอมด้วยฝ่ามือของตน คราวนี้คนถูกตบเจ็บจนหน้าชา ความโกรธบวกกับความเมากำลังสร้างความไม่พอใจให้ไหลเวียนไปทั่วสรรพร่าง “ต่ำช้าที่สุด ! คุณจะได้แค่ตัวฉันเท่านั้น เพราะถึงฉันแต่งงานกับคุณ ฉันก็จะไม่รักคุณ ไม่รัก ไม่มีวันรัก !” ร่างบางตะคอกกลับทั้งน้ำตา “ปากดี !” เซนกำหมัด ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น “ฉันจะเป็นภรรยาของคุณแค่ในนามเท่านั้น อย่าหวังว่าจะได้แตะเนื้อต้องตัวฉันอีก !” นาเดียเชิดหน้าขึ้นสู้ ยิ่งได้ฟังประโยคแบบนั้นจากคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็ยิ่งโกรธจนหน้ามืดตามัว ความรู้สึกมากมายมันตีตื้นขึ้นมาจนสับสนปนเป แต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร… หนสุดท้ายเขาก็คือเขา “ลองดูสิ !” ร่างหนาขยับเข้าใกล้ร่างบาง “ให้มันรู้กันไปว่าฉันจะแตะต้องตัวเธอไม่ได้ ขนาดตอนยังไม่แต่งฉันยังทำได้ แล้วตอนนี้แต่งแล้วฉันยิ่งมีสิทธิ์ !” “คุณไม่มีสิทธิ์” รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น แต่เธอก็ไม่มีอะไรจะต่อรอง “ฉันมีสิทธิ์ ! ฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง เพราะว่าฉันเป็น ผัว เธอ นาเดีย…” เซนยิ้มเหี้ยม จงใจเน้นคำว่า ผัว ชัดเจน ! “คนบ้า ! ฉันเกลียดคุณ” นาเดียผลักอกหนาให้ออกห่างจากตัว ร่างบางเตรียมวิ่งหนีออกจากห้อง แต่เธอก็ไปไม่ถึงฝัน เมื่อแขนเรียวเล็กถูกกระชากด้วยมือหนาของจอมมาร หมับ ! “จะไปไหน ? จะไปอ่อยไอ้หน้าอ่อนนั่นอีกหรือไง” เสียงห้าวไม่พอใจ “ใช่ ! ฉันจะไปอ่อยผู้ชายคนอื่น นี่ใช่ไหม คำตอบที่คุณอยากได้ยิน พอใจหรือยังล่ะ !” เมื่อพูดไปก็หาว่าแก้ตัว สาวเจ้าเลยเลือกที่จะประชดเสีย แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเธอพูดแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำมันไปราดรดบนกองไฟ และเป็นไฟที่เต็มไปด้วยความ หึงหวง เสียด้วย ! “งั้นก็เสียใจด้วย ! เพราะว่าคืนนี้ฉันจะใช้สิทธิ์ในความเป็นผัวหาความสุขจากเธอทั้งคืน ถ้าอยากไปอ่อยใครก็คงต้องรอให้ฉันอิ่มหนำในตัวเธอก่อนนะที่รัก…” เซนยักคิ้ว รั้งร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน ก่อนจะตระหวัดขึ้นอุ้มเดินไปยังเตียงกว้าง “ปล่อยนะคุณเซน ! ปล่อย” นาเดียพยายามทุบตีไปตามตัวของชายหนุ่ม เซนกักร่างอ้อนแอ้นไว้อย่างแน่นหนา มือหนาล็อคข้อมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง “ตอนนั้นที่ฉันกินเธอครั้งแรก… เธอยังคงเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา แต่มาวันนี้เธอโตแล้ว ฉันเองก็อยากจะรู้เหลือเกิน… ว่าเธอ… จะมีรสชาติเหมือนเดิมหรือเปล่า” เสียงเข้มแหบห้าว ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากร่างเล็กที่ลอยเข้ามาแตะปลายจมูก คนเมาอยู่นิดหน่อยก็ยิ่งควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ “ปล่อยนะ ! ฉันเกลียดคุณ รังเกียจ ! อย่ามาจับตัวฉัน !” นาเดียมองใบหน้าคมคายอย่างเดียดฉันท์ “หึ… คืนนี้ฉันจะทำยิ่งกว่าจับอีก ฉันจะสอด ฉันจะใส่ ฉันจะดูด เลีย ขบ เม้ม ขยำ ขย่ม กระแทก กระทั้น ! เอาให้เธอพรุนจนเดินไปอ่อยใครไม่ได้เลยเป็นไง ?” นาเดียเบิกตากว้างกับคำพูดที่คนเบื้องบนพ่นใส่ และเธอรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเอ่ยมันไม่ใช่แค่ขู่ แต่ผู้ชายคนนี้ทำจริง !!!






เรื่องนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นลดเหลือเพียง 59 บาท จาก 99 บาทค่ะ

 

LOVE DIARY บันทึกรักด้วยหัวใจ
Friend Ship
www.mebmarket.com
ในพื้นที่เล็กๆ ของหัวใจเรามักมีคนสำคัญซ่อนอยู่เสมอ :) มายเฟรนด์... เด็กผู้หญิงตัวอวบที่สวมแว่นตาหนาเตอะ จะทำเช่นไรเมื่อเธอแอบชอบรุ่นพี่สุดฮอตอย่าง พี่พัตเตอร์ ! เด็กน้อยงัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมาใช้เพื่อมัดใจรุ่นพี่สุดหล่อ แต่ทุกอย่างกลับไม่ง่ายดั่งใจนึก เมื่อความรักมีอุปสรรค์มาขวางกัน มายเฟรนด์จะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ ?




เรื่องนี้ราคาเบาๆ น่ารักๆ เพียงแค่ 99 บาทเท่านั้นค่ะ 


ม่านรักไฟเสน่ห์หา
เพื่อนแพง
www.mebmarket.com
“กรี๊ดดดดดด !!!!!!!!” เสียงกรีดร้องของมัทนาลั่นห้องเมื่อถูกชายหนุ่มร่างสูงโถมกายเข้าใส่ มือหนาพยายามที่จะฉีกกระชากอาภรณ์ของเธอ ใบหน้าคมคายดุดันและจริงจังจนน่ากลัว เพี้ยะ !มือบางตวัดใส่แก้มสากเต็มแรง… “คุณอาจะบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยหนูนะ !” มัทนาร้องโวยวาย “อาปล่อยเรามานานแล้วมัท ปล่อยจนอาต้องคิดทบทวนว่าทำถูกหรือเปล่าที่ให้อิสระเราจนไปเที่ยวรักผู้ชายคนอื่นแบบนี้ !” ชินภัทร์ตาแดงก่ำ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง หลายครั้งที่คิดอยากจะทำอะไรๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป แต่ทุกครั้งก็ต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้เพราะไม่อยากขึ้นชื่อว่าทำร้ายคนที่ตัวเองรัก “อิสระบ้าบออะไร คุณอาน่ะเหรอให้อิสระหนู คุณอามีแต่คอยบังคับและกังขังความคิดหนูทุกอย่าง ทำนั่นก็ไม่ได้ทำนี่ก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง อิสระที่ว่ามันอยู่ตรงไหนเหรอคะ ?!” “อย่าปากดีกับอานะมัทนา !” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำ “วันนี้อาจะทำให้เรารู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปรักหรือชอบผู้ชายคนไหนนอกจากอา !” มือหนาจัดการรวบข้อมือเล็กของหญิงสาวขึ้นไปกุมไว้เหนือศีรษะ แล้วซุกไซ้ใบหน้าอันหล่อเหลาไปตามซอกคออันหอมกรุ่น ไม่สนใจว่าร่างบางจะดิ้นหรือขัดขืนแต่อย่างใด ขบเม้นไรฟันลงบนเนื้อนวลอย่างต้องการลงโทษที่เธอกล้าพยศใส่เขา “คุณอาปล่อยหนูนะ ปล่อยนะ ปล่อย !” เสียงหวานเอาแต่ร้องตะโกน แควก !“ไม่นะคุณอา ไม่ !”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น