Nippon Rainy รักหวานฉ่ำวันฝนพรำ

ตอนที่ 5 : 学校からの帰り道でにわか雨にあった。 (ฝนที่โปรยปรายระหว่างทางกลับบ้าน) [COMPLETED 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    25 ก.พ. 60



5

学校からの帰り道でにわか雨にあった。

(ฝนที่โปรยปรายระหว่างทางกลับบ้าน)






วันนี้ก็ฝนตกอีกแล้ว



อ๊าาาาา TTOTT ทำไมฝนตกอีกแล้วเนี่ยยยย”



...ก็หน้าฝนนี่นา ทำไงได้” ฉันที่นั่งเท้าคางมองดูสายฝนโปรยปรายข้างนอกหน้าต่างตอบมิวะเสียงเนือยก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนมากวาดทุกอย่างใส่ลงไปอย่างไม่รีบร้อนและไม่เดือดร้อน



ที่ไม่เดือดร้อนก็เพราะวันนี้ฉันพกร่มมาแล้วนั่นเอง ฮูเร่~



แต่วันนี้ฉันมีนัดกับมาโกะจังนะ TT^TT ดูสิอุตส่าห์ม้วนผมแต่งหน้ามาซะสวยเลยเห็นมั้ย”



มันตกไม่หนักมากนี่ กางร่มไปน่าจะโอเคนะ”



ก็ไม่ได้พกร่มมานี่ TT_TT ฉันวางไว้บนตู้รองเท้าแล้วก็ลืม”



...ยัยบ๊อง -3-” ฉันด่ามิวะทั้งที่ที่ผ่านมาตัวเองก็ไม่เคยพกร่มเลยจนต้องไปรบกวนคนอื่น (ที่ชื่อโอตะ เอย์ซาคุ) ตลอด...



และคนคนนั้นก็ดูเหมือนจะโผล่มาทุกครั้งที่ฉันต้องการร่ม...



ฮืออออ ทำไงดี TT_TT วันนี้วันครบรอบด้วย ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งตารอแท้ๆ”



งั้นเอาร่มฉันไปก็ได้”



เอ๊ะ!?” มิวะถึงกับตกใจตาโตเมื่อฉันยื่นร่มของตัวเองให้เธอ “ทำไมล่ะ แล้วเธอจะกลับยังไง”



เดี๋ยวกว่าฉันจะประชุมกรรมการห้องเสร็จมันก็หยุดแล้วล่ะ ที่สำคัญเธอนัดแฟนไว้นี่นา รีบไปเถอะ”



จะดีเหรอ ฉันไม่อยากรบกวน TT_TT”



ไว้เธอค่อยซื้อลิปสติกแท่งใหม่ให้ฉันเป็นการตอบแทนก็พอ”



ให้สองแท่งเลย ฮืออออ ขอบคุณมากนะทสึยุ~ _/\_”



ย่ะ มีความสุขเผื่อเพื่อนด้วยนะหล่อน -3-” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มยิงฟัน จากนั้นจึงโบกมือให้มิวะจังที่ขอบคุณอีกสามสี่รอบก่อนจะรีบวิ่งทั่กๆ จากไปท่ามกลางสายฝนที่ตกปรอยๆ สาวน้อยที่กำลังมีความรักนี่ก็น่ารักจังน้า...



ในขณะที่สาวน้อยอีกคนอย่างฉันต้องไปประชุมคณะกรรมการห้องเรื่องการทัศนศึกษาต่อ TT_TT ฮือๆ หวังว่าชีวิตฉันจะไม่น่าเศร้าถึงขนาดต้องเดินตากฝนกลับบ้านคนเดียวหลังเลิกประชุมอีกนะ...



















4.33 P.M.



ซ่าาาาา...



โห ตกหนักกว่าเดิมอีก =O=”



นั่นดิ ดีนะเอาร่มมา”



ดี ดีที่สุด ดีจริงๆ T_T



ฉันยิ้มให้สายฝนที่ยังตกกระหน่ำไม่มีซาด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นเพราะไม่รู้จะทำอะไรนอกจากรอให้มันซา...ก็เลยตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องเรียนของตัวเองที่ตอนนี้ว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ (แหงล่ะ)



คิดอยู่นะว่าจะโทรไปบอกแม่ ซึ่งแม่เองก็ไม่ได้โทรมา น่าจะกำลังกินข้าวเย็นกันอยู่แหละมั้ง...งั้นไม่โทรไปกวนตอนกินข้าวน่าจะดีกว่า



เสียงฝนด้านนอกดังมาเหมือนเป็นจังหวะเพลงอะไรสักอย่าง...ต่อเนื่อง เยือกเย็น แล้วก็สม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกัน รู้สึกชื้นๆ เย็นๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ฉันไม่เคยชอบฝนเลยจริงๆ...จนป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันสวยตรงไหน ทำไมวันนั้นโอตะซังถึงบอกว่าเขาชอบฝนกันนะ...



ฉันนั่งเหม่อมองผ่านหน้าต่างห้องเรียนออกไปยังสายฝนด้านนอก แล้วก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมา จริงสิ ข้อดีของวันที่ฝนตกก็คือนอนหลับสบายนี่แหละมั้ง



ง่วงจัง... งีบสักหน่อยรอฝนซาแล้วค่อยกลับบ้านแล้วกันเนอะเรา...



ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงฝนโปรยเป็นเหมือนเพลงกล่อมเด็กเข้านอนยังไงยังงั้น



ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันถึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมา รู้สึกเหมือนหลับไปนานมาก แต่จริงๆ แล้วคงผ่านไปแค่แป๊บเดียว...เพราะท้องฟ้าก็ยังไม่มืด และฝนก็ยังตกอยู่เลย...



จะตกไปถึงไหนกันนะ...



ฉันถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะละสายตาจากฝนนอกหน้าต่างกลับมาที่โต๊ะ... และตอนนั้นเองที่ฉันสังเกตเห็นบางอย่างวางอยู่



บางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจนถึงเมื่อกี้...






ฉันรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นของใคร และการที่มันมาวางอยู่ตรงนี้ก็คงเป็นเพราะ...



โอตะซัง!”



ฉันคว้าร่มพับสีฟ้าคันเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพร้อมกับกระเป๋านักเรียน จากนั้นจึงวิ่งออกจากห้องเรียนไปพร้อมกับร้องเรียกชื่อเขา แต่ทางเดินหน้าห้องเรียนกลับว่างเปล่าไม่มีใครอยู่เลย แปลว่าเขาคงจะเดินลงไปแล้วสินะ... แต่ฉันหลับไปไม่นาน เขาน่าจะยังไปได้ไม่ไกลสิใช่มั้ย



โอตะซัง!!!



ทันทีที่โผล่หน้าไปถึงล็อกเกอร์เก็บรองเท้าฉันก็เรียกชื่อเขาทันที...แต่บริเวณล็อกเกอร์ก็เงียบสนิท ไม่มีวี่แววใครสักคนเลย ไม่มีกระทั่งเด็กที่เพิ่งทำกิจกรรมชมรมเสร็จ



ออกไปแล้วงั้นเหรอ ถึงงั้นก็คงไปได้ไม่ไกล งั้นวิ่งตามไปก็แล้วกัน!



ฉันตกลงใจอย่างนั้นแล้วก็รีบเปลี่ยนรองเท้าอย่างรีบเร่ง ก่อนจะกางร่มวิ่งออกไปนอกอาคารเรียนทันที น้ำฝนที่เจิ่งนองบนพื้นถูกฉันย่ำจนกระเด็นขึ้นมาเปียกรองเท้าและถุงเท้าจนชุ่ม แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเพราะสายตายังคงมองหาแต่ผู้ชายตัวสูงๆ ที่มีแววตาเย็นเยียบคนนั้นเท่านั้น



และในที่สุดฉันก็มองเห็นเขาอยู่ไกลๆ ตรงหน้า ทั้งผมสีเข้มที่เปียกฝนจนลู่ลง และเสื้อเชิ้ตขาวที่เปียกโชก... เขายืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์แถวหน้าโรงเรียนด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน



โอตะซัง!!!



นัยน์ตาคู่สวยของเขาเหลือบมามองหน้าฉันโดยไม่พูดอะไร แล้วก็ไม่ได้มีท่าทางตกใจเลยสักนิด ยังกับรู้อยู่แล้วว่ายังไงฉันก็จะต้องวิ่งตามเขาออกมาแน่ๆ งั้นแหละ



...ฉันอุตส่าห์ให้เธอยืมร่ม แต่ถ้าเธอวิ่งออกมาอย่างนั้นก็เปียกอยู่ดีน่ะสิ”



นั่นมันใช่ประเด็นที่ไหนกัน นายเอาร่มมาวางไว้ให้ฉันทำไม”



...ก็เธอไม่มีร่มเลยกลับบ้านไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”



มันก็ใช่! แต่นายก็ต้องมาตากฝนแบบนี้...”



เหตุผลเดียวกับที่เธอเอาร่มให้เพื่อนเธอยืมไปล่ะมั้ง”



...!?!”



เมื่อตอนเย็นเธอก็เอาร่มให้เพื่อนไปไม่ใช่เหรอ”



นั่น... เขาเห็นด้วยเหรอ...



ก่อนที่จะว่าฉัน...เธอเองก็ชอบยกร่มให้คนอื่นเหมือนกันนั่นแหละ” โอตะซังพูดเสียงเรียบเรื่อยพลางยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่มขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่มีหยดน้ำเกาะจนชุ่มของเขา...จากนั้นจึงถอดแว่นตากรอบดำที่น่าจะเปียกจนมองอะไรไม่ค่อยเห็นแล้วเก็บเข้าในกระเป๋าเสื้อตัวเอง



ยังไงก็ตามแต่ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ...”



ทำอะไร”



เอาร่มของตัวเองมาให้ฉันแบบนี้ไง”



...”



รับปากสิ -3-”



ก็ได้” โอตะซังพูดเสียงเนือย...ก่อนจะลากสายตาที่เคยเหม่อมองไปทางอื่นกลับมาสบตากับฉันอีกรอบ และคราวนี้สายตาของเขาก็ทำให้หัวใจฉันแกว่งไกวไปมาเหมือนใบไม้ที่เจอลมแรงก่อนพายุจะมา “งั้นต่อไปฉันจะพกร่มสองคัน”



...เอ๊ะ? -O-;”



จะกลับกันรึยังล่ะ”



เอ่อ... อื้อ”



ฉันยังงงๆ อยู่เลยตอนที่เขาเปลี่ยนเรื่องกลางอากาศแล้วก็คว้าร่มสีฟ้าของตัวเองไปจากมือฉัน... ก็ฉันแค่บอกว่าไม่ต้องเอาร่มมาให้ฉันแล้วแค่นั้นเองนะ ทำไมบทสรุปถึงกลายเป็นเขาจะพกร่มสองคันไปได้ล่ะ...



ช่างเป็นผู้ชายที่เข้าใจยากซะจริงๆ เลยนะ...โอตะ เอย์ซาคุน่ะ




[[ ต่อ ]]










[สถานีต่อไป... โอจิไอ มินามิ นางาซากิ... สถานีต่อไป...]



ทริปกลับบ้านบนรถไฟของพวกเราตกอยู่ในความเงียบตลอดทางเหมือนกับครั้งก่อน ขณะที่ฉันหยิบมือถือออกมากดเล่น...โอตะซังก็ยืนล้วงกระเป๋าพิงประตูรถไฟพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเงียบๆ จนกระทั่งมาถึงสถานีที่พวกเราต้องลงโดยไม่รู้ตัว



เมื่อออกมานอกสถานีฉันก็มองเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืด และในขณะเดียวกันฝนก็เหมือนจะหยุดตกแล้วด้วย



ถ้าอย่างนั้นเราก็คงจะต้องต่างคนต่างแยกกันกลับบ้านของตัวเองไปสินะ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องกางร่มเดินไปด้วยกันแล้ว...และตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมาก ยังมีคนเดินอยู่เต็มท้องถนนเลย ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องลำบากไปส่งฉันถึงบ้านที่อยู่คนละฝั่งกับเขาเลยสักนิด...



เปล่า ไม่ได้เสียดายอะไรเลยจริงๆ นะ อย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดล่ะ -O-///



อะ...เอ่อ...” ฉันพูดขึ้นมาตอนที่โอตะซังทำท่าจะเดินกลับบ้านไปทั้งๆ อย่างนั้นโดยที่ยังไม่ได้แม้แต่จะบอกลากัน แต่พอเขาหันกลับมาหาก็ดันทำอะไรไม่ถูกซะอย่างนั้น “คือว่า...”



ถ้าจะขอบคุณก็ไม่ต้องหรอก”



อ้าว ปิดโอกาสกันซะงั้น แล้วฉันจะพูดอะไรได้ล่ะเนี่ย T^T



เอ่อ...งั้นก็...กลับบ้านดีๆ นะ”



...อือ”



...”



...”



ราวกับมีเสียงเอฟเฟ็กต์ดังชิ้งงง! แบบในการ์ตูนเวลาที่นางเอกกับพระเอกพากันเงียบไปโดยมิได้นัดหมาย...เมื่อเราสองคนต่างก็หยุดพูดไปซะเฉยๆ แล้วก็ยังยืนมองหน้ากันต่อไปอย่างนั้นโดยไม่มีใครขยับ



...ไม่...ไม่กลับบ้านเหรอ” ฉันถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ หลังจากสถานการณ์พิลึกนั่นดำเนินต่อมาได้ราวสิบวินาที และคำตอบที่ได้กลับมาจากคนตรงอย่างโอตะซังก็คือ...



ก็เดินสิ”



ตะ...ตอบมาแบบนี้มันแปลว่าอะไรกันล่ะ TOT ฉันแปลเองจะดีมั้ยนะ ถ้าแปลเองแล้วกลายเป็นเข้าข้างตัวเองไปจะทำยังไงล่ะ... แต่แบบนี้มันก็มีแค่เหตุผลเดียวไม่ใช่เหรอ...



...หรือว่านายตั้งใจจะไปส่ง?”



ก็ใช่น่ะสิ”



...!?!”



ฉันถึงกับไปต่อไม่ถูกเมื่อโอตะซังตอบกลับมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงรำคาญใจราวกับฉันกำลังถามเรื่องไร้สาระที่ไม่น่าถามอยู่



แต่จริงๆ มันไม่ไร้สาระนะ TOT การที่ 'โอตะ เอย์ซาคุ' จะไปส่งฉันที่บ้านน่ะมันเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ!



...จะไปกันได้รึยัง ฉันอยากกลับบ้านไปอาบน้ำแล้ว -_-”



อ๊ะ! ค่ะ! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”



ฉันลนลานตอบเขาอย่างรีบเร่งก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ เดินนำออกจากสถานีมาก่อน...



หัวใจยังเต้นไม่ถูกจังหวะ...ยิ่งเมื่อรู้สึกได้ว่าเขาเดินตามหลังมา มันก็ยิ่งเต้นแรงไปกันใหญ่...



ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ ในเวลาแบบนี้ฉันควรจะทำยังไงล่ะ T^T ควรจะชวนเขาคุยหรือเดินต่อไปเงียบๆ ดีนะ... คือถ้าเงียบ ฉันก็จะประหม่าจนไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ที่ไหนแบบนี้...แต่ถ้าจะชวนคุยก็กลัวเขาจะรำคาญหนักกว่าเก่า T_T เพราะงั้นแข็งใจไว้นะฝน... ถึงโอตะ เอย์ซาคุที่เปียกน้ำจะดูเซ็กซี่จนเหลือเชื่อก็ห้ามสติแตกเด็ดขาดเลย!



...หนาวเหรอ”



ฮะ!?”



เห็นเธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวด”



ฉันกะพริบตาปริบๆ เมื่อได้ยินคำถามของเขา...ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาเพราะคาดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนช่างสังเกตขนาดนี้... ที่เห็นดูเหมือนเย็นชาแต่จริงๆ แล้วก็เอาใจใส่คนอื่นสินะ



ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆ นิดหน่อยน่ะ”



คิดจะไปฆ่าใครรึไง หน้าตาเคร่งเครียดขนาดนั้น”



เอ๊ะ ขนาดนั้นเลยเหรอ”



ฉันเอามือแตะที่หว่างคิ้วตัวเองเพื่อดูว่ามันขมวดเป็นปมอย่างที่เขาว่าจริงรึเปล่า จากนั้นเมื่อเดินผ่านร้านขายซีดีเพลงมือสอง...เสียงเพลงที่ดังออกมาจากในร้านที่กำลังจะเดินผ่านก็ทำให้ขาของฉันหยุดชะงักไปโดยอัตโนมัติ



เพลงนี้มัน...



อ๊ะ...”



โอตะซังหยุดเดินหลังจากนั้นราวสองวินาที เขาหันกลับมามองหน้าฉันด้วยสีหน้าเหมือนมีคำถาม ฉันก็เลยชิงอธิบายให้เขาฟังก่อน “ไม่มีอะไรๆ พอดีไม่ได้ยินเพลงนี้มานานมากแล้ว เลยเผลอหยุดเดินน่ะ”



...เพลงนี้?” เขาพึมพำก่อนจะหันไปมองที่หน้าร้านราวกับ 'เพลง' มันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ “恋におちて(Fall In Love) ของโคบายาชิซัง*สินะ”



เห? เหลือเชื่อ รู้จักด้วยเหรอ”



ทำไมเธอรู้จักแล้วฉันจะไม่รู้จักล่ะ”



เอ๊ะ ก็...เพลงมันเก่ามากแล้ว -O-;;”



ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าทำไมคนไทยอย่างเธอถึงรู้จัก”



เออ ก็จริงของเขา... พอดีเซ็นเซย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่นให้ฉันเขาชอบเปิดเพลงเก่าๆ น่ะ แบบว่าเปิดคลอในคลาส ฉันฟังไปฟังมาก็ชอบ”



...”



แต่พอจบคลาสก็ไม่ได้ฟังอีกแล้วล่ะ เพราะบางเพลงฉันก็ไม่รู้จักทั้งชื่อเพลงทั้งคนร้อง แถมยังเก่ามากไม่รู้จะไปหาแผ่นที่ไหนอีก”



ถ้าแผ่นล่ะก็...ฉันมีนะ”



เอ๊ะ จริงเหรอ O_O”



แต่ไม่ใช่แผ่นซีดีหรอก”



อย่าบอกนะว่าเป็นแผ่นเสียงไวนิล** -O-;;;”



ฉันถามออกไปแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอเห็นเขาเงียบไม่ปฏิเสธ...ฉันก็รู้สึกราวกับได้ค้นพบความลับที่น่าตกใจอีกอย่างหนึ่งของเขาแล้ว...



ในยุคที่ทุกอย่างกลายเป็นดิจิตอล มีซีดี มีไฟล์ mp3 มียูทูป... มีแม้กระทั่งแอปเปิ้ลมิวสิก***... เขาก็ยังเลือกที่จะเสพสื่ออนาล็อกจากยุคเก่าอย่างแผ่นเสียงไวนิลอย่างนั้นเหรอ...



เป็นผู้ชายที่มีแต่เรื่องน่าทึ่งเต็มไปหมดจริงๆ เลยนะ



ทำไมถึงเลือกฟังแผ่นไวนิลล่ะ”



เหมือนเธอล่ะมั้ง...” โอตะซังพูดเสียงเรียบเรื่อยพลางมองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอยเหมือนจริงๆ แล้วกำลังเดินย้อนกลับเข้าไปในอดีต “คุณตาฉันชอบเล่นแผ่นเสียง ฉันก็เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ”



อ้อ งี้นี่เอง...”



แล้วตอนคุณตาเสีย ฉันได้มรดกมาเป็นเครื่องเล่นกับแผ่นเก่าๆ ของคุณตาคุณยาย...แผ่นของโคบายาชิ อากิโกะก็ด้วย”



ดีจังนะ ฉันยังไม่เคยฟังเพลงจากแผ่นเสียงมาก่อนเลย เพราะมันหายากแล้วก็แพงมาก ในไทยก็ไม่ค่อยมีด้วย...เสียงมันต่างจากฟังในซีดีมากมั้ย”



เรื่องนั้นก็ลองไปฟังเองสิ”



นั่นสินะ ถ้าไม่ลองฟังเองก็คงไม่รู้ใช่มั้ย งั้นเดี๋ยวจะไปลองฟังในร้านขายแผ่นเสียงแล้วกันนะ เหมือนจะเห็นอยู่ร้านนึงที่อิเคะบุคุโระ...”



...ไป...”



เอ๊ะ เมื่อกี้โอตะซังว่าอะไรนะ”



ฉันหันไปถามเขาเพราะตอนเขาพูดมีเสียงเครื่องยนต์รถที่แล่นผ่านไปดังกลบพอดี -O-;



แต่โอตะซังยังไม่ทันได้ตอบ...ก็มีเสียงใครบางคนดังแทรกเข้ามาก่อน



ฝน! ไปไหนมาลูก! ไม่เห็นโทรมาบอก นี่แม่กำลังจะออกไปตามหาอยู่พอดีเลย!”



คุณแม่นั่นเองที่เพิ่งจะเดินเลี้ยวออกมาจากหัวมุมถนนพร้อมกับร่มคันหนึ่งในมือ แล้วก็หยุดลงเมื่อเห็นว่าฉันเดินมากับใคร



เอ่อ...นี่โอตะ เอย์ซาคุคุง เพื่อนที่โรงเรียนน่ะค่ะ บ้านเค้าอยู่แถวๆ นี้ ก็เลยให้ติดร่มมา...”



เมื่อเช้าหนูก็เอาร่มไปไม่ใช่เหรอลูก”



ให้มิวะจังยืมไปน่ะค่ะ”



จริงๆ เล้ย หนูเนี่ยชอบเอาร่มไปให้คนอื่นยืมจริงๆ เลยนะ กี่รอบแล้วก็ไม่รู้ แม่ต้องคอยซื้อร่มใหม่ให้อยู่ตลอด” ตอนหลังแม่พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นเพราะเกรงใจโอตะซังที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆ ฉัน จากนั้นเมื่อมองเห็นชัดๆ ว่าเขาตัวเปียกไปซะแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แม่ก็ทำในสิ่งที่แม่บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่น่าจะทำ...นั่นก็คือ... “ตายแล้ว โอตะคุงเปียกหมดเลยไม่ใช่เหรอ เข้าไปในบ้านเช็ดหน้าเช็ดตัวให้แห้ง ดื่มอะไรอุ่นๆ ก่อนมั้ยจ๊ะ เดี๋ยวจะป่วยเอา”



นะ...นี่แม่กำลังชวนโอตะซังเข้าบ้านอยู่จริงๆ เหรอ -O-;;;;;



...ไม่เป็นไรหรอกครับ บ้านผมอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่”



แต่อุตส่าห์ให้ลูกสาวแม่ติดร่มมาด้วยนี่นา เข้ามาก่อนเถอะจ้ะ นะ?”



ฉันเหลือบมองโอตะซังก่อนจะมองหน้าเขาด้วยแววตาแสดงคำขอโทษ นี่เขาต้องลำบากมาส่งแล้วถ้ายังจะต้องเข้าไปนั่งคุยกับแม่ฉันต่ออีกเขาคงจะรำคาญแน่ๆ “คุณแม่คะ อย่าไปกวน...”



งั้นขอรบกวนนะครับ”



เอ๊ะ!?!



ฉันถึงกับตกใจจนตาโตเมื่อโอตะซังตอบกลับแม่ฉันไปอย่างนั้น -O-; ทะ...ทำไมกันล่ะเนี่ย วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น...



งั้นเข้ามาก่อนเลยจ้ะ ฝนเข้าไปเอาผ้าขนหนูกับเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ ของโอโต้ซังมาให้เพื่อนเปลี่ยนก่อนนะ แล้วเดี๋ยวแม่จะเอาเสื้อไปปั่นให้แห้ง...”







[[ ต่อ ]]




และแล้วโอตะซังก็เข้ามานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านฉัน...



บ้านที่ฉันกลับมานอนทุกวัน...ห้องนั่งเล่นที่เดินผ่านและมองเห็นอยู่ทุกวัน ในวันนี้กลับมีบุคคลแปลกปลอมที่ไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้อยู่ด้วย -O-;;; และโอตะซังที่อยู่ในเสื้อยืดสีกรมตัวใหญ่ๆ ของอิวาคิริซังก็ดูโดดเด่นขัดกับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในบ้านจนถ้านี่เป็นเกม Photo Hunt เขาก็จะเป็นสิ่งแรกที่ฉันกดเลย =O= (ยังอึ้งอยู่)



เอ้านี่ น้ำชาจ้ะ ดื่มอะไรร้อนๆ ก่อนนะ”



คุณแม่ที่หายเข้าไปหลังบ้านสักพักใหญ่ๆ กลับออกมาพร้อมกับถาดใส่กากับถ้วยชา แล้วก็มีเสียงเครื่องปั่นผ้าดังกึงกังมาจากด้านหลังบ้านด้วย



...ขอบคุณครับ ขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนนะครับ”



ไม่เป็นไรเลยจ้ะ ^^” คุณแม่ยิ้มก่อนจะถามต่อด้วยท่าทางเหมือนแม่บ้านญี่ปุ่นคนอื่นๆ ซะจนยิ่งทำให้เห็นว่าแม่กลายเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วอย่างแท้จริง “แล้วบ้านโอตะคุงอยู่แถวนี้เหรอ”



อยู่ซังโจเมะครับ ห่างออกไปหน่อย”



อ๋อๆ ตายจริง อุตส่าห์เดินวนมาส่งทสึยุ ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”



ยินดีครับ”



ข้าวเย็นทานกันมารึยังจ๊ะ พอดีวันนี้โอโต้ซังมีโอทีเลยเลิกช้า แต่ก็น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ จะได้ทานพร้อมกันเลย...”



ไม่เป็นไรครับ ไม่รบกวนดีกว่า”



เอ๊ะ ไม่รบกวนเลยนะ ยังไงแม่ก็ทำไว้เผื่อเยอะอยู่แล้วล่ะ แล้วทสึยุจังก็ไม่ค่อยทานข้าวด้วย ปกติเรียนพิเศษเลิกดึกก็หาอะไรทานจากข้างนอกมาตลอด”



ฉันก้มหน้าหลบตาโอตะซังที่เหลือบมองมาทางฉันเพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันโกหก จากนั้นสุดท้ายแม่ก็ตื๊อจนโอตะซังต้องอยู่ทานข้าวที่บ้านต่อจนได้...



แล้วจากนั้นอิวาคิริซังก็เดินเปิดประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัดว่า 'ทาไดมะ! (กลับมาแล้ว!)' คำพูดที่ฉันไม่เคยพูดได้เต็มปากเพราะไม่เคยรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง... ฉันมองดูริวจัง น้องชายตัวเล็กวิ่งเข้าไปกอดขาพ่อของเขาทั้งที่แอบหลบอยู่หลังแม่มาตั้งนานเพราะกลัวโอตะซัง...แล้วแม่ก็เดินตามไปรับร่มกับเสื้อตัวนอกของอิวาคิริซัง...



เหตุการณ์ที่เหมือนกับฉากครอบครัวในละครหลังข่าวของญี่ปุ่นไม่มีผิด...ยิ่งดูก็เหมือนตัวเองเป็นคนนอก ในขณะที่แม่ดูกลมกลืนมากเหมือนอยู่ตรงนี้มาตลอดชีวิต ทั้งที่จนถึงไม่กี่ปีก่อนหน้าแม่ไม่ได้เป็นแบบนี้เลยแท้ๆ



โอ้! เพื่อนของทสึยุจังเหรอ”



ขอโทษด้วยที่มารบกวนหลายๆ อย่างครับ”



ไม่เลยๆ! ขอฉันขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วมากินข้าวกัน!”



ความร่าเริงและเฟรนด์ลี่จนเกินพอดีของเขาทำให้ฉันต้องเบือนหน้าหนี ซึ่งจริงๆ แบบนี้คนทั่วไปน่าจะมองว่าอัธยาศัยดีคุยง่ายอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง แต่ฉันยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเขากำลังเสแสร้งแกล้งทำอยู่...มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่จะต้องนั่งอยู่กับเขานานๆ หรือคุยอะไรกับเขา



บอกแล้วไงว่าฉันน่ะเป็นเด็กมีปัญหา เด็กคนอื่นคงไม่คิดอะไรเยอะแยะมากมายเท่าฉันหรอก เพราะจริงๆ แล้วเขาก็ใจดี ไม่ต้องขออะไรก็ให้หมดทุกอย่าง ทั้งไอโฟน ทั้งแม็คบุ๊ก หรือแม้แต่ค่าขนมของฉันก็เป็นเงินของเขาทั้งนั้น...



รับของที่เขาให้แต่กลับรู้สึกว่าเขาน่ารำคาญ...ฉันเองนี่ก็เป็นคนนิสัยไม่ดี ย้อนแย้งไม่เบาเลยสินะ -_-;;



เอาล่ะ! ลงมือทานกันได้เลย! ไม่ต้องเกรงใจนะ!”



อิทาดาคิมาสสส!”



ริวจังพูดเสียงดังตามที่แม่สอน จากนั้นเหล่าผู้ใหญ่ก็พึมพำคำว่าอิทาดาคิมัสเบาๆ กับตัวเองแล้วค่อยลงมือทานข้าว มื้อเย็นวันนี้เป็นข้าวแกงกะหรี่แบบไม่เผ็ดมากเพราะโอโต้ซังไม่ชอบทานเผ็ด แล้วยังมีริวจังที่กินเผ็ดไม่ได้เลยอยู่ด้วย



ซึ่งสำหรับฉันที่ชอบกินอะไรเผ็ดๆ แล้วมันไม่ถูกปากเอาซะเลย แต่จะไม่กินก็ไม่ได้อีก...



พอทานได้ม้ัยโอตะคุง”



อร่อยมากเลย ขอบคุณมากครับ”



เติมได้เลยนะ ทสึยุจัง คอยเติมให้โอตะคุงเค้าด้วยนะจ๊ะ”



ค่า~” ฉันรับคำด้วยเสียงสองของตัวเอง (หมายถึงเสียงที่สูงขึ้นและฟังดูสดใสขึ้นสองระดับ ตามแบบฉบับสาวญี่ปุ่นอาโนเนะ) ก่อนจะหันไปหาโอตะซังที่นั่งอยู่ข้างๆ “ถ้าจะเติมก็บอกนะคะ”



...อือ”



คุยกับฉันทำไมตอบสั้นเหลือเกิน ตอนคุยกับคุณแม่หรืออิวาคิริซังก็ยังพูดประโยคยาวๆ ได้แท้ๆ -3-



หลังจากทุกคนทานกันเสร็จเรียบร้อย (โดยที่โอตะซังถูกแม่บังคับให้เติมข้าวไปหนึ่งครั้ง) ฉันก็เก็บจานชามไปเตรียมจะล้าง ก่อนแม่จะเบรกไว้...



เสื้อน่าจะแห้งแล้ว เอาไปรีดให้โอตะซังแล้วก็ให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านก่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะดึกซะก่อน”



ค่ะ”



ฉันรับคำพร้อมกับเดินไปหยิบเสื้อจากเครื่องอบผ้าแล้วเอาไปรีดจนเรียบกริ้บตามที่แม่บอก จากนั้นจึงเดินไปหาโอตะซังที่นั่งคุยกับอิวาคิริซังอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก จากนั้นจึงพูดกับอิวาคิริซังที่กำลังจะชวนโอตะซังมากินข้าวที่บ้านอีก -O-; “เอ่อ...อิวาคิริซัง หนูรีดชุดนักเรียนของโอตะซังเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวมันจะดึกซะก่อน...”



อ้อ! จริงด้วยสินะ! งั้นก็ไปเถอะ ไว้วันหลังค่อยมาใหม่นะโอตะคุง!”



ขอบคุณมากครับ”



ฉันเดินนำเขาไปที่ห้องน้ำที่ฉันแขวนชุดนักเรียนรีดเรียบร้อยไว้ให้เขาแล้ว จากนั้นจึงเปิดประตูให้โอตะซังที่เดินตามมา “เชิญใช้ห้องน้ำได้เลย”



...อือ”



เหมือนเดิม คำตอบสั้นเหมือนเดิม ฉันหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะปิดประตูตามหลังเขาที่เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วยืนหันหลังพิงประตูเหมือนเป็นยามเฝ้า



ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ถึงได้ตัดสินใจตอบรับคำเชิญของแม่ฉันอย่างนั้น เราไม่ได้เป็นเพื่อนที่สนิทกันถึงขนาดนั้นสักหน่อย แต่เขากลับเข้ามาพบทั้งแม่และพ่อเลี้ยง รวมถึงน้องชายต่างพ่อของฉันด้วย...ขนาดมิวะจังยังไม่เคยมากินข้าวที่บ้านฉันเลยนะ มีแต่เข้ามานั่งเล่นที่ห้องฉันนานๆ ทีเท่านั้นเอง แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เจอกันแค่ไม่กี่วันก็ได้กินข้าวบ้านฉันแล้วเนี่ย...



ขอโทษทีนะ ที่จริงเธอไม่ต้องลำบากรีดก็ได้”



ฉันถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆ โอตะซังก็เปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินออกมาพร้อมกับพูดเสียงเรียบเรื่อย เพราะกำลังคิดเรื่องเขาอยู่พอดีเลย -O-;;



ต้องรีดสิ ก็นายต้องเปียกชุ่มแบบนั้นเพราะฉัน...”



ฉันเป็นคนเอาร่มให้เธอเอง ฉันก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าไงก็ต้องเปียก เธอไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด”



...คนจะรู้สึกผิดมันห้ามกันได้ที่ไหนเล่า” ฉันบ่นพึมพำก่อนจะยิ้มแหยๆ ทันทีที่โอตะซังปรายตาใส่ T_T บางทีเขาก็น่ากลัวซะเหลือเกิน ฮือๆ “งะ...งั้นเดี๋ยวฉันจะเดินไปส่งที่สถานี...”



ทำแบบนั้นแล้วการที่ฉันอุตส่าห์มาส่งเธอที่บ้านมันจะมีความหมายอะไร”



...確かに・・・。 (จริงด้วยสินะ) T^T”



ฉันจะกลับแล้ว ฝากลาคุณแม่ของเธอกับอิวาคิริซังด้วย”



อื้อ...” ฉันรับคำก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตถึงคำเรียกที่เขาใช้...



'โอก้าซัง' กับ 'อิวาคิริซัง' อย่างนั้นเหรอ งี้นี่เอง...เขาคงจะรู้ได้โดยไม่ต้องบอกสินะ ถึงความสัมพันธ์ซับซ้อนของพวกเราในบ้านหลังนี้น่ะ



งั้นอย่างน้อยให้ฉันไปส่งที่หน้าบ้านเถอะนะ T_T”



...”



คราวนี้เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แล้วก็ไม่ได้ด่าฉันทางสายตาด้วย ฉันก็เลยสรุปเอาเองว่าเขาโอเค



ได้ยินเสียงคุณแม่กับอิวาคิริซัง รวมถึงริวจังบอกลาโอตะซังออกมาจากห้องนั่งเล่น จากนั้นเสียงทั้งหมดก็เงียบไปเมื่อฉันปิดประตูหน้าแล้วก้าวออกไปยืนหน้าบ้านกับเขา



...ขอโทษด้วยนะที่รั้งไว้ที่บ้านตั้งหลายชั่วโมง”



ฉันสิต้องขอโทษที่เข้าไปรบกวน” โอตะซังว่าตอนที่ฉันเดินไปเปิดประตูรั้ว จากนั้นคำพูดประโยคถัดมาของเขาก็ทำให้มือฉันชะงักไปทันที “เพราะที่จริงฉันก็แค่อยากรู้ว่าทำไมเธอถึงได้ไม่อยากกลับบ้านจนต้องโกหกแล้วก็ไปเที่ยวกลับดึกๆ ทุกวันแบบนั้น”



...!?!”



...”






...”




























ฉันกลับล่ะ”



...” ฉันมองตามหลังโอตะซังไปโดยไม่ได้พูดอะไรตอบ เพราะตกใจที่เขาพูดใส่หน้ามาอย่างนั้น...แล้วก็ตกใจที่เขามองฉันออกทะลุปรุโปร่งได้ขนาดนั้น ทั้งที่แม้แต่แม่ของฉันเองก็ยังไม่รู้...ความลับของฉันที่ไม่เคยบอกใคร กลับถูกเขาล่วงรู้เข้า...



全部雨のせいだった・・・。(ทั้งหมดเพราะฝนแท้ๆ เลย...)



อ้อ...”



จู่ๆ โอตะซังที่เหมือนจะเดินจากไปแล้วก็หยุดเดินก่อนจะพูดโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ ประจำตัวเขา แล้วก็ทำให้ฉันสะดุ้งพร้อมเงยหน้าขึ้นจากพื้นขึ้นมามองแผ่นหลังกว้างในชุดนักเรียนเรียบกริ้บของเขาอีกครั้ง...



...ทีหลังถ้าไม่อยากกลับบ้าน...ก็แวะไปฟังเพลงจากแผ่นเสียงที่บ้านฉันก็ได้”



...!?”



ไปล่ะ”











[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม






ขออภัยที่เมื่อวานไม่ได้มาอัพ

เหนื่อยมากเลยค่ะ T_T กลับถึงบ้านก็สลบ

ใครอยากอ่านต่อไวๆ ต้องรีบเม้นต์นะ เค้าจะได้หายเหนื่อย

ถ้าไม่เหนื่อยจะได้อัพทุกวันงายยย อิอิ






* 小林 明子 (Kobayashi Akiko) เกิดวันที่ห้าเดือนพฤศจิกายน ปี 1958 เป็นนักแต่งเพลงและนักร้องชื่อดังในยุคนั้น

** แผ่นเสียงไวนิล ผลิตครั้งแรกในปีพ.. 2491 โดยบริษัทแผ่นเสียงโคลัมเบียในอเมริกา เรียกว่าแผ่นไวนิลตามชื่อพลาสติกคุณภาพดีที่ได้จากคาร์ไบด์ (Carbide) มีขนาดบางเบา ตกไม่แตก คุณภาพเสียงทุ้มนุ่มนวลกว่า CD มีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่ๆ กลมๆ คล้ายซีดีแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก แบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ คือแผ่น Long Play Speed (LP) ที่มีขนาด 12 นิ้ว หมุนด้วยความเร็วรอบ 33-1/3 RPM และแผ่น Single Speed ที่มีขนาดเล็กลงมาเหลือ 7 นิ้ว กับสปีด 45 rpm สามารถบรรจุเพลงได้น้อยกว่าแผ่น LP และนิยมใช้กันตามสถานีวิทยุและตู้เพลงในสมัยก่อน)

*** Apple Music Streaming ให้บริการด้านเสียงเพลง โดยผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้ไม่จำกัด คิดค่าบริการเดือนละ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 340 บาท










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #640 โฮคาบากิ (@141221) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 16:58
    เอย์จังของหนู
    #640
    0
  2. #609 Tamari (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 22:00
    รักโอตะคุงที่สุดดดดดด
    #609
    0
  3. #450 Charence (@shu-sakamaki17) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 21:36
    เขินจัง555
    #450
    0
  4. #401 Monick_23 (@Monick_23) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:25
    อยากอ่านต่อแล้วค่า ฟิน~~
    #401
    0
  5. #399 hot_sweet (@sweethot) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:36
    ฝนทำไมถึงไม่ชอบพ่อเลี้ยงนะ เกิดคำถามเดิมซ้ำๆ ค่ะ 555
    #399
    0
  6. #398 Meawwk (@Meawwk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:20
    มีชงมีชวนไปบ้านนน (เราก็อยากไปนะโอตะซัง)
    #398
    0
  7. #397 ติมมี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:40
    นางเอกเป็นเด็กมีปัญหาจริงๆค่ะ อยากรู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
    #397
    0
  8. #396 Furomi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:41
    อยากไปบ้านโอตะซังงงงงงงงง กรี๊ดดดด หนูชอบโอตะซังมาตั้งแต่เล่มมาซารุคุงแล้วนะคะะะะะ ชอบที่สุดเลยค่ะะะะ อดใจรอแบบเล่มไม่ไหวแล้วววว *กรี๊ดดดดด*
    #396
    0
  9. #395 jamme22 (@jamme22) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:06
    อ่อยยังไงให้ไม่รู้ว่าอ่อย5555555
    #395
    0
  10. #394 THEPIMDEED (@THEPIMDEED) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:00
    ทสึยุจัง กับ โซระจัง นี้แอบคล้ายกัน เรื่องปมในครอบครัวนะ พระเอกก็จะคอยอยู่เคียงข้าม สุโค่ยมาก อยากเป็นเด็กมีปัญหา55555555555
    #394
    0
  11. #393 n a m e . (@kanjang_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:20
    เขินหนักมากกกกก
    #393
    0
  12. #392 newptw49 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:17
    น่ารักกก มาลงต่อเร็วๆน้า สู้ๆค่ะะ
    #392
    0
  13. #391 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:43
    มีความอ่อยทิ้งท้ายยยยย ผู้ชอยคนนี้ร้ายจริงๆ ><
    #391
    0
  14. #390 บิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:54
    ชอบมากก รอค่า
    #390
    0
  15. #389 Baingern_039 (@Baingern_039) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:46
    ถ้าฝนไม่ไปเราไปแทนก็ได้นะ5555
    #389
    0
  16. #387 0930439022 (@0930439022) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:07
    เสน่น่าค้นหาอยู่ละ ยังมาทำไห้หลงอีกอ้ากกกอยากอ่านเล่มเต็ม
    #387
    0
  17. #386 WINNIEPRANGG (@WINNIEPRANGG) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:03
    เอย์จังน่ารักก >O<
    #386
    0
  18. #385 Yingex-l (@Yingex-l) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:42
    ฮืออ อ่อยอะไรเบอร์นั้นน หลงหมุ่นแว่นล่ะค่าา
    #385
    0
  19. #384 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:45
    เอย์จังอ่อยอ่ะ อ่อยเต็มที่เลยด้วย ชวนสาวเข้าบ้าน 555
    #384
    0
  20. #383 Namilin_Writelove (@pimeda) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:41
    สุดที่รัดทำดีย์มากค่ะ555555
    #383
    0
  21. #382 Ke-A-Pee-A-End (@kapan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:39
    เอย์จังเนี้ยเป็นคนนิ่งๆ หน่อยแต่อ่อยใช้ได้เลยนะคะ 5555555
    #382
    0
  22. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:25
    กรี๊ดๆ โอตะซังอ่อยอ่ะ ฝนก็อย่าซึนล่ะ 5555
    #381
    0
  23. #380 lovetfboysforever (@nigysung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:11
    อยากได้เล่มไวไวแล้วววว งื้อออ
    #380
    0
  24. #379 Jibi_Girl (@Cherryloves) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:04
    แบบนี้เรียกว่าอ่อยนะคะ เอย์จัง >///<
    #379
    0
  25. #378 waenployjh (@waenployjh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:03
    อยากไปบ้านเอย์จังอ่า เหมือนเอย์จังจะจีบนางเอกเนียนๆนะ รอตามต่อค่า
    #378
    0