Nippon Rainy รักหวานฉ่ำวันฝนพรำ

ตอนที่ 4 : 雨が止んだら目の前から消えてしまう。 (ฝนหยุดเมื่อไหร่เธอก็หายไปจากสายตา...)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 ธ.ค. 59




4

雨が止んだら目の前から消えてしまう。

(ฝนหยุดเมื่อไหร่เธอก็หายไปจากสายตา...)




We will have a school's trip next month before the summer break starts, so let's set up a committee taking care of the plans and stuff... (โรงเรียนเราจะมีทัศนศึกษาเดือนหน้าก่อนเริ่มวันหยุดหน้าร้อน เพราะงั้นเราต้องมาตั้งคณะกรรมการคอยดูแลเรื่องแผนการเที่ยวและอื่นๆ...)”



ฉันนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างพลางนั่งฟังอาจารย์โฮมรูมพูดอย่างไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก ด้วยผลการเรียนและการมีส่วนร่วมในคลาสของฉันแล้ว...คงไม่มีใครเลือกฉันไปเป็นคณะกรรมการหรอก (ถ้าเลือกเข้ากลุ่มไปเดินเที่ยวด้วยกันล่ะน่าจะเยอะ :P)



About the destination, I think it's Miyagi Prefecture. Has anyone ever been there before? (ครูคิดว่าครั้งนี้น่าจะไปจังหวัดมิยางินะ เคยมีใครไปมั้ย)”



ตั้งแต่คืนนั้น...เราก็ไม่ได้บังเอิญเจอกันอีกเลย อาจจะมีบ้างที่ฉันเห็นเขาแวบๆ ในโรงอาหาร แต่ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้เข้าไปทัก และโอตะ เอย์ซาคุก็ไม่ใช่คนที่เฟรนด์ลี่ถึงขนาดจะเดินเข้าไปคุยเรื่อยเปื่อยได้ถ้าไม่มีธุระอะไร...แถมยังเรียนกันคนละห้อง คนละแผนกด้วยซ้ำ... ยิ่งไม่มีเรื่องไปคุยกับเขาใหญ่เลย



แต่จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากจะคุยกับเขาอะไรขนาดนั้นหรอกนะ...



I have the consent form here for each one of you. Have your parents signed on them and turn it in no later than one week before the trip. And now moving on to the selection of the committee... (ครูจะแจกใบเซ็นอนุญาตให้พวกเธอเอาไปให้พ่อแม่เซ็น แล้วก็เอามาส่งคืน ห้ามช้ากว่าหนึ่งอาทิตย์ก่อนเดินทางนะ แล้วก็ต่อไป...เรื่องการเลือกคณะกรรมการ...)”



ทสึยุจัง~ ไปเซนไดด้วยแหละ เราจะไปเที่ยวไหนกันดี~ >_<”



มิวะจังที่นั่งอยูข้างๆ หันมาสะกิดและชวนเม้าท์ทันทีแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น บอกแล้วไงว่าพวกเราไม่มีทางได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการห้องหรอกน่ะ -3-



ไม่เคยไปฝั่งนั้นเลยแฮะ มีอะไรเที่ยวบ้างเนี่ย”



นั่นสิเน้อออ กลับไปหาข้อมูลกันดีกว่า เผื่อมีที่่ช็อปปิ้ง~”



อยู่โตเกียวละยังต้องถ่อไปช็อปถึงมิยางิเนอะ”



ก็แหมมมม เผื่อมีไอเท็มลิมิเต็ดเฉพาะมิยางิไรงี้ไง พวกขนมก็น่าซื้อนะ~ >_<”



I think Miss Iwakiri and Miss Shionji have lots of plans for our trip so I think it's perfect if they become the committee don't you think? (ครูว่ามิสอิวาคิริกับมิสชิอนจิมีแพลนมากมายสำหรับทริปนี้แล้ว เพราะงั้นให้สองคนนี้เป็นคณะกรรมการซะเลยน่าจะดีนะ ว่ามั้ย?)”



...!?!”



What do you say? Miss Iwakiri. (ว่าไง มิสอิวาคิริ)”



เอ่อ...”



ครืดดด ครืดดดดด!



ขณะที่ฉันกำลังซวย ก็มีคนมาเพิ่มความซวยให้ฉันอีกด้วยการทำให้ไอโฟนของฉันที่ดันอุตริวางโชว์หราอยู่บนโต๊ะสั่นครืดๆ เซ็นเซย์มองหน้าฉันสลับกับไอโฟนด้วยแววตาเฉยชา...จากนั้นจึงแสยะยิ้ม TOT



ให้ตายเถอะ วันนี้ฉันเกลียดนายที่สุดเลยยูเฮย์! โทรมาทำไมเนี่ย!?















บ๊ายบายมิวะจัง~”



บ๊ายบายยยย เจอกันพรุ่งนี้น้าทสึยุ~~~”



ฉันโบกมือลามิวะจังที่สถานีตอนเราแยกกันไปคนละทาง จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยืนรอรถไฟที่ชานชาลาประจำ...พร้อมกับคนอีกมากมายนับล้าน ดูๆ ไปแล้วต่อให้กลับคนเดียวก็ไม่น่าเหงาเลยเนอะ เพื่อนร่วมทางแน่นเอี้ยดขนาดนี้



ซึ่งจริงๆ ฉันก็ไม่ได้มีปัญหากับการไปไหนมาไหนคนเดียวหรอกนะ เพราะมันก็แค่ระยะเวลาสั้นๆ เอง (เนื่องจากปกติฉันมักจะเถลไถลอยู่ข้างนอกกับเพื่อนแล้วค่อยกลับบ้านดึกๆ น่ะสิ) แต่วันนี้กลับรู้สึกเหงาๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก เวลาเห็นคนอื่นเค้ามากันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มดูท่าทางสนุกสนาน แล้วหันมาทางนี้ก็เห็นว่าตัวเองยืนอยู่คนเดียว...เหมือนกับทุกครั้ง



คงเพราะมีคนเข้ามาวุ่นวายจนทำให้กิจวัตรประจำวันที่เคยทำจนชินผิดเพี้ยนไปล่ะมั้ง...ถึงจะแค่หนึ่งครั้ง แต่มันก็ทำให้จำได้ว่าความรู้สึกตอนมีคน 'กลับบ้านด้วยกัน' มันเป็นยังไง เชื่อมั้ยว่าตอนนั้นเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าการกลับบ้านมันน่าสนุกขึ้นมาได้เลยเชียวนะ -3- มหัศจรรย์จริงๆ นะเนี่ย



ฉันหยิบมือถือออกมาแชตกับมิวะจังต่อจนกระทั่งถึงสถานีโอจิไอฯ (ขออนุญาตย่อ) จึงก้าวลงมาพร้อมกับคนอีกเล็กน้อย ท้องฟ้าด้านนอกสถานียังไม่มืด...เพราะว่าวันนี้ฉันตรงกลับบ้านเลยโดยที่ไม่ได้แวะไปเที่ยวไหนต่อกับพวกยูเฮย์ เนื่องจากงอนหมอนั่นอยูที่โทรมากลางชั่วโมงโฮมรูมและทำให้ฉันต้องรับหน้าที่กรรมการห้องโดยไม่เต็มใจ =_=^ บวกกับมีเอกสารอะไรนั่นที่ต้องเอาให้ผู้ปกครองเซ็น ฉันก็เลยต้องรีบเอากลับมาให้เขาเซ็นก่อนให้มันเสร็จๆ ไปไงล่ะ



แล้วฉันก็ต้องกลับบ้านไปกินข้าวกับที่บ้านบ้างด้วย ไม่งั้นมันจะดูน่าเกลียด



ฉันหยิบกุญแจออกมาเมื่อใกล้ถึงประตูบ้านแล้ว จากนั้นเมื่อมองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นแสงไฟเปิดอยู่ในบ้านแถมยังมีเสียงหัวเราะเฮฮาดังออกมาจากข้างใน สองขาของฉันก็ชะลอลงเล็กน้อย...ถึงช้าลงอีกวินาทีนึงก็ยังดี เพราะนั่นหมายถึงว่าเวลาที่ฉันจะต้องเข้าไปนั่งอยู่ในวงนั้นสั้นลงไปอีกหนึ่งวินาทีด้วย



แต่เอาเถอะ จะยืนมองบ้านตัวเองอยู่ข้างนอกนานๆ ก็ใช่ที่ ฉันยักไหล่ก่อนจะตัดสินใจไขกุญแจเปิดประตูบ้านเข้าไปในบ้านพร้อมกับปั้นยิ้มหวานให้กับทุกคน



ทาไดมะ! (กลับมาแล้วค่า)”



โอ้! โอคาเอรินาไซ!”



นาเบะใกล้จะเสร็จพอดีเลยจ้ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมากินนะ” คุณแม่ของฉันที่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายน่ารักตะโกนออกมาจากในห้องครัว จากนั้นแม่ก็ก้มลงพูดกับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่เกาะขาแม่อยู่ “ริวจัง อย่าเพิ่งซนนะ ถือตะเกียบกับถ้วยไปจัดโต๊ะอาหารช่วยโอก้าซังหน่อยเร็ว~”



ค้าบ~”



น่ารักซะไม่มีล่ะ... ไอ้เด็กตัวเล็กๆ นั่นน่ะคือน้องชาย (ต่างพ่อ) ของฉันเอง



ฉันเบือนหน้าหนีจากภาพครอบครัวสุขสันต์ตรงหน้าก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง แล้วพอถึงห้องตัวเองก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก



แค่ปั้นหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตอนเดินเข้ามาก็เหนื่อยแล้ว ไม่อยากคิดถึงตอนนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันเลยว่าจะเหนื่อยขนาดไหน



ตั้งแต่วันแรกที่แม่บอกว่าจะแต่งงานกับอิวาคิริซังที่เป็นนายเก่าของแม่สมัยทำงานอยู่บริษัทญี่ปุ่นในไทยแล้วย้ายมาอยู่โตเกียว...ฉันก็ปั้นหน้ายิ้มมาตลอดจนจะกลายเป็นตัวตลกโบโซ่อยู่แล้ว รู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกันที่ต้องมาเล่นเป็นสมาชิกครอบครัวสุขสันต์ยังกับฉากในละครซิทคอมหลังข่าว แต่ก็นะ...เพราะฉันไม่อยากให้แม่มาสนอกสนใจอะไรฉันเป็นพิเศษ แบบว่าไม่อยากให้มาโอ๋หรือมาเอาใจอะไร ก็เลยทำตัวชิล เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ไงล่ะ



ถ้าทำแบบนี้จะไปไหนยังไงก็ได้ โดยที่แม่ไม่มีทางรู้ว่าจริงๆ แล้วฉันมันก็เด็กมีปัญหาคนนึงดีๆ นี่เอง ฮ่าๆ ฉลาดใช่มั้ยล่ะ แค่ยิ้มแย้มตลอดเวลาที่อยู่บ้านเขาก็ไม่สงสัยอะไรแล้ว



หรือไม่ก็รู้แต่ทำเป็นเฉย จะได้มีเวลาไปสนใจอิวาคิริซังกับลูกชายคนใหม่ได้มากขึ้น... ซึ่งจะเป็นแบบไหนฉันก็ไม่แคร์ทั้งนั้นแหละ



อ้าว ทสึยุจัง มาเลยๆ มีของชอบของทสึยุจังด้วยนะ!”



อิวาคิริซังเป็นคนที่เอ่ยทักฉันก่อนทันทีที่ฉันก้าวลงบันไดมาจากชั้นสอง เพราะแม่มัวแต่ง่วนอยู่กับการป้อนข้าวให้ริว ฉันส่งยิ้มกว้างพร้อมกับขอบคุณอิวาคิริซังอย่างสุภาพ จากนั้นจึงทรุดตัวลงนั่งที่ประจำของตัวเองที่อยู่ข้างๆ เขานั่นแหละ



ช่วงนี้เรียนเป็นไงบ้าง เรียนพิเศษหนักทุกวันเลยนี่นา ทสึยุจังไหวรึเปล่า”



ก็โอเคนะคะ เรียนยากนิดหน่อยแต่ก็สนุกดีค่ะ”



อย่าหักโหมมากล่ะ ช่วงนี้ฝนตกด้วย เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา”



ขอบคุณค่ะ... อ้อ เดือนหน้าจะมีทัศนศึกษาที่มิยางิ รบกวนประทับตรา* ในแบบฟอร์มให้ด้วยนะคะ”



หือ? อ้อ ได้เลย เอาวางไว้บนโต๊ะนะ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะไปหยิบอินคังในห้องมา”



จากนั้นมื้อเย็นก็ดำเนินต่อไปและจบลงแบบปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นแค่ครอบครัวปกติ แฮปปี้แฟมิลี่ทั่วไปธรรมดา... ถ้ามองจากสายตาคนทั่วไปน่ะนะ



ส่วนในสายตาฉัน...ดูยังไงมองมุมไหนฉันก็เป็นได้แค่ 'คนนอก' เท่านั้นแหละ



เพราะเขาสามคนเป็นพ่อแม่ลูก...ส่วนฉันก็เป็นลูกติดมา



อ้อ น้องฝน วันนี้โอโต้ซังเช่าหนังมาด้วยแหละ เดี๋ยวแม่ล้างจานเสร็จแล้วมานั่งดูกันนะ”



แม่หันมาพูดกับฉันตอนที่เรากำลังเก็บจานหลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันเหลือบตามองอิวาคิริซังที่นั่งเล่นกับริวอยู่ที่หน้าทีวีในห้องนั่งเล่นแวบหนึ่งก่อนจะปั้นหน้าเศร้าใส่แม่



หนูต้องออกไปซื้อของใช้สำหรับทำกิจกรรมพรุ่งนี้น่ะสิคะ”



เอ๊ะ จะออกไปอีกเหรอ ค่ำแล้วนะ”



ค่ะ นัดกับมิวะจังไว้ที่ซุปเปอร์หน้าสถานี”



งั้นเหรอ จะให้แม่รอดูหนังมั้ย”



เรื่องอะไรเหรอคะ”



Stand By Me น่ะจ้ะ”



อันนั้นหนูดูแล้วแหละ ดูในโรงเลย แม่ดูกันไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวหนูกลับมาดูกลางเรื่องก็ได้ ^^”



เอางั้นเหรอจ๊ะ งั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่ากลับดึกมากนะฝน”



ค่า ^O^”
















สามสิบนาทีต่อมา...



ฉันเดินเอื่อยเฉื่อยเข้าไปนั่งจุมปุ๊กอยู่ในม้านั่งเก่าๆ ซีดๆ ในสวนที่มีแสงไฟสลัวพอให้ได้หลอนนิดๆ จากนั้นจึงหยิบไอโฟนออกมาจิ้มเล่น มิวะกับยูเฮย์นี่เหมือนแสตนด์บายพร้อมแชตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งฉันรู้สึกขอบคุณมากๆ เพราะการมีเพื่อนคุยอย่างน้อยมันก็ช่วยให้ฉันไม่เดียวดายไปมากกว่าที่เป็นอยู่น่ะนะ >O<



ถ้ากลับไปตอนหนังใกล้ๆ จบ ฉันก็จะไม่ต้องทนนั่งเป็นสมาชิกครอบครัวสุขสันต์นานเกินไป ดังนั้นฉันก็เลยตั้งใจว่าจะนั่งชิลอยู่ตรงนี้สักชั่วโมงนึงแล้วค่อยๆ เดินกลับบ้านแบบช้าๆ สบายๆ...



แต่ไม่ทันได้ชิลสักเท่าไหร่เลย...หยดน้ำที่ตกลงมากระทบข้างแก้มก็ทำให้แผนของฉันพังทลายลงภายในพริบตาเดียว =_=



ฝนตกค่ะ ดี ยอดเยี่ยมที่สุด นี่ฉันกำลังเล่นเอ็มวีอยู่หรือไง มันจะตกอะไรบ่อยนัก แล้วทำไมต้องมาตกตอนนี้ด้วยเนี่ย!?!



ฉันตะโกนสาปแช่งฝนที่ค่อยๆ ตกปรอยๆ ลงมาอยู่ในใจพลางคิดเปรียบเทียบดูว่าระหว่างการนั่งตากฝนกับการเข้าไปนั่งปั้นยิ้มหน้าทีวีกับพ่อแม่ลูกสุขสันต์ที่บ้าน...อย่างไหนจะทรมานกว่ากัน



และในตอนนั้นเอง...ที่ฉันมองเห็นใครบางคนเดินเข้ามาในสวนท่ามกลางสายฝน...ใครกันนะที่จะมีอารมณ์สุนทรีย์ถึงขั้นสามารถออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะเล็กๆ มืดๆ ตอนฝนตกแบบนี้...



ฉันนึกสงสัยไปเรื่อยเปื่อยเหมือนลืมไปว่าตัวเองก็กำลังนั่งตากฝนเหมือนคนสติไม่ดีอยู่คนเดียวในสวน...



จนกระทั่งสายตาที่พร่ามัวของฉันมองเห็นร่มสีฟ้าคันเล็กในมือเขา...



ตามมาด้วยใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจซึ่งตอนนี้กลายเป็นใบหน้าของคนที่ฉันรู้จักดีไปแล้ว... รู้จักกระทั่งว่ามือใหญ่ๆ ของเขาสากแต่อบอุ่นแค่ไหน...



ตะ...แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น -O-;;; ประเด็นคือเขามาอยู่นี่ได้ไงต่างหากล่ะ



อะ...โอตะซัง! ทำไมถึงมาอยู่นี่...”



ฉันต่างหากที่ต้องถาม” โอตะซังขัดฉันตั้งแต่ยังถามไม่ทันจบประโยค พอดีกับที่เขาเดินมาหยุดลงตรงหน้าฉันและทำให้หยาดน้ำฝนไม่ตกลงมาใส่ฉันแล้วเพราะมีร่มสีฟ้าคันเล็กของเขาช่วยบังไว้ “ทำไมเธอถึงมานั่งตากฝนอยู่นี่คนเดียว”



...”



...เธอชอบฝนมากหรือไง”



ฉันหลุดขำออกมาเมื่อเขาสรุปให้อย่างหักมุม คนบ้าอะไรจะชอบฝนจนถึงต้องมานั่งตากฝนคนเดียวมืดๆ แบบนี้ “นั่นสินะ ก็ฉันชื่อทสึยุ* นี่นา~”


...”



โอตะซังเงียบไป เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา...เพียงแต่ยืนมองหน้าฉันเงียบๆ ด้วยแววตาที่ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกอ่านความคิดอยู่ เพราะงั้นฉันก็เลยเปลี่ยนเรื่องอย่างจงใจด้วยการถามเขากลับไปบ้าง



แล้วนายล่ะ ออกมาทำอะไรข้างนอกตอนฝนตกอย่างนี้”



เพิ่งกลับจากไบต์”


เลิกดึกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”



อือ”



แล้ว...ยังไม่กลับบ้านเหรอ” ฉันถามเสียงเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นเขายังยืนอยู่ แต่คำตอบที่ได้กลับมาจากโอตะซังก็คือ...



เสียงถอนหายใจแผ่วเบา...ตามด้วยการทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งเก่าๆ ข้างๆ ฉัน...



อะ...อะไรกันเนี่ย -O-;;; ทำไมเขาถึงมานั่งข้างๆ ฉันในวันฝนตกอย่างนี้ล่ะ เรื่องราวมันไปไงมาไงกัน ฉันชักจะตามไม่ทันแล้วนะ TOT แล้วนี่ฉันควรจะทำยังไงดี...



...วันนี้ก็ไม่อยากกลับบ้านอีกเหรอ”



เอ๊ะ...” ฉันสะดุ้งเมื่อเขาโพล่งถามขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังสติแตกอยู่คนเดียวในใจ ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ พลางมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของโอตะซังที่นั่งเหม่อมองตรงไปข้างหน้าเหมือนแค่ถามขึ้นมาลอยๆ “ก็...งั้นมั้ง”



...”



แต่เดี๋ยวก็จะกลับแล้วล่ะ”



...อือฮึ”



แล้วทางนั้นล่ะ...?” ฉันถามกลับไปบ้างเมื่อเขาเริ่มทำตัวไม่แฟร์ด้วยการถามฉันฝ่ายเดียว -3- และคำถามของฉันก็ทำให้โอตะซังเหลือบมองฉันแวบหนึ่งด้วยหางตา...ก่อนจะตอบกลับมาด้วยคำตอบที่ทำเอาฉันแทบตกม้านั่ง



เดี๋ยวจะอยู่เป็นเพื่อน”



ปะ...เป็นพะ...”



ก็เธอไม่มีร่มไม่ใช่หรือไง”



หา? อ๋อ...” ฉันกะพริบตารัวเร็วเพื่อตั้งสติก่อนจะยิ้มพร้อมกับโบกไม้โบกมือ “ไม่เป็นไรๆ ฝนก็ตกไม่ค่อยหนักด้วย แค่นี้สบายมาก กลับบ้านไปก่อนได้เลย...”



นี่เธอกำลังไล่ฉันเหรอ”



เอ๊ะ!?! เปล่านะ! ไม่ได้ไล่...”



งั้นถ้าฉันจะนั่งนี่ต่อไปก็ไม่เป็นไรสินะ”



...!?!”



ฉันถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อโอตะซังตัดบทฉันทั้งอย่างนั้น... ก่อนจะตัดสินใจปล่อยเลยตามเลยไป ให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันแทนเสียงเหลอหลาของฉันที่ไม่เข้าใจความคิดของผู้ชายคนนี้เอาซะเลย...



มันเหมือนกับเมื่อวันนั้น...ที่เรานั่งรถไฟกลับมาด้วยกันโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันสักคำ แต่กลับรู้สึกได้ว่ามีอีกคนอยู่ข้างๆ ด้วย...



(แถมคนข้างๆ นี่ยังเป็นหนุ่มที่หล่อที่สุดในโรงเรียนจินไดอีกต่างหาก -3-;;; ถ้ามิวะรู้เข้าต้องกรี๊ดใส่ฉันแน่ๆ ถึงแม้เธอจะมีแฟนแล้วก็ตาม)



ว่าแต่...ฉันต้องเสนอตัวช่วยเขาถือร่มมั้ยเนี่ย ท่าทางจะเมื่อยนะ ถือค้างไว้อย่างนั้นนานๆ น่ะ T_T



พวกเรานั่งอยู่ข้างๆ กันเงียบๆ...ฟังเสียงฝนที่ตกปรอยๆ ลงมากระทบกับร่มในมือเขา ฉันเคยเกลียดเสียงของมันจนถึงขั้นเอาไอพอดมาเสียบหูฟังเปิดเพลงดังๆ กลบเสียงฝนไปเลย แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแย่อะไร...ออกจะฟังดูเพราะดีซะด้วยซ้ำ



เพราะผู้ชายที่มากับฝนคนนี้ล่ะมั้ง...



ฉันแอบเหลือบมองโอตะซังที่ยังนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาแบบไม่ให้เขารู้ตัว เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขายังดูเพอร์เฟกต์สมเป็นเจ้าชายของจินได...และวันนี้ที่ผมสีเข้มของเขาเปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝน มันก็ทำให้เขาดูเซ็กซี่คูณสองราวกับเป็นออพชั่นเสริมของสตูดิโอถ่ายแบบ...อยากจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปจริงๆ เลย ทำไมถึงดูดีได้ขนาดนี้นะ...



...เธอนี่ชอบจ้องหน้าคนอื่นเค้าจริงๆ เลยนะ”



กรี๊ดดดด TOT ฉันสะดุ้งโหยง แทบจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาจริงๆ ตอนที่เขาพูดโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นี่ฉันแอบมองอย่างเปิดเผยไปเหรอ หรือเขามีพลังจิตได้ยินเสียงในใจของฉัน TTOTT



เปล่า ก็...”



มีอะไรอยากถามงั้นเหรอ”



มีเยอะเลยล่ะ



ฉันตอบเขาในใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร...เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาก็ทำเอาบทสนทนาที่ไม่รู้จะมุ่งหน้าไปทางไหนต้องหยุดลงกลางคันเสียก่อน



ฉันมองคำว่าโอก้าซังบนหน้าจอด้วยความรู้สึกหลากหลายจนแยกไม่ออก ก่อนจะสไลด์รับสายแล้ววางไอโฟนแนบหู “ค่า คุณแม่”



[ฝน นี่อยู่ไหนน่ะลูก ออกไปนานแล้วไม่กลับสักทีจนหนังจบแล้วเนี่ย แม่เป็นห่วงนะ]



อ๋อ พอดีบังเอิญเจอเพื่อนอีกคนเลยนั่งคุยกันเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ แต่เดี๋ยวก็จะกลับแล้วค่ะ ค่า แค่นี้นะคะ”



ฉันคุยกับแม่ต่ออีกสองสามคำก่อนจะกดวาง...แล้วก็พบว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังมองหน้าฉันอยู่



ทีตัวเองล่ะมองได้ แต่ฉันห้ามมองหน้าเขางั้นเหรอ ไม่แฟร์เลย -3-



เธอเป็นคนไทยเหรอ”



หือ? อ้อ... ใช่... ทำไมเหรอ”



ฉันก็มีคนรู้จักเป็นคนไทย”



หมายถึงเด็กที่นั่งโต๊ะข้างๆ นายน่ะเหรอ”



นั่นก็ด้วย”



แปลว่ามีหลายคน? -O-”



รวมเธอก็มีสามคน”



งั้นนายก็พูดภาษาไทยได้เหรอ”



ไม่ได้”



แปลว่าต่อให้ฉันนินทานายเป็นภาษาไทยนายก็จะฟังไม่ออกใช่มะ”



...”



เมื่อเห็นสีหน้าของโอตะซังที่ถึงกับโต้ตอบไม่ถูกฉันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก็สีหน้ากับน้ำเสียงเฉยชาของเขามันทำให้ฉันนึกอยากแกล้งขึ้นมานี่นา แต่จะโดนเขาด่าเอารึเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ -O-;;



เมื่อกี้...คนที่บ้านโทรตามใช่มั้ย”



...ก็อะไรทำนองนั้นแหละ”



รอยยิ้มของฉันจางไปทันทีที่เขาถามขึ้นมาอย่างนั้นราวกับจงใจจะแก้แค้นกัน T_T



โอตะซังพยักหน้าอย่างเชื่องช้าก่อนจะพูดต่อพร้อมกับลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวไปส่ง”



เอ่อ ไม่...”



...”



...”



...”



...ขอโทษที่ต้องรบกวนติดร่มไปด้วยอีกครั้งนะคะ T^T”



คนอะไรมีสายตาเชือดเฉือนได้ขนาดนี้ TT_TT ทำเอาฉันไม่กล้าปฏิเสธเลย ฮือ



โอตะซังไม่ได้ตอบอะไรกลับมาตอนที่ฉันลุกขึ้นยืนและออกเดินไปพร้อมกับเขา...ใต้ร่มพับสีฟ้าคันเล็กคันเดิม แต่วันนี้ดีหน่อยตรงที่ฝนไม่ได้กระหน่ำตกลงมาห่าใหญ่เหมือนวันนั้น



แถวบ้านฉันตอนนี้เงียบสนิทแทบไม่มีคนออกมาเดินเลยแม้แต่คนเดียว มีแต่ไฟถนนที่ส่องลงมาอย่างเย็นชาเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าเมืองนี้ก็ยังมีคนอยู่นะ อาจเป็นเพราะมันดึกแล้วแถมฝนตก ดังนั้นคงไม่มีใครบ้าออกมาเดินท่อมๆ ตอนนี้หรอก



(ยกเว้นเราสองคนน่ะนะ)



...นี่”



อะไร”



โอตะซังตอบฉันที่เริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นหลังจากเดินมาด้วยกันเงียบๆ นานเกือบสามนาทีด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย...



ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันคงคิดว่าเขากำลังรำคาญฉันอยู่ แต่ในตอนนี้...ฉันรู้อยู่แล้วว่านี่ก็เป็นน้ำเสียงปกติของเขานั่นแหละ ถ้าวันไหนเขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นวันนั้นฉันคงตกใจแน่ๆ



พูดเหมือนรู้จักเขาดีมากเลยนะฉันเนี่ย -O-; ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันมาไม่นานแถมยังเคยคุยกันจริงๆ แค่...ครั้งเดียวแท้ๆ เลย T.,T



จริงๆ แล้วบ้านนายไปทางไหนน่ะ”



ทางตรงข้ามกับบ้านเธอ”



...ฉันขอโทษ T^T”



ทำไม”



ก็...”



ฉันเป็นคนบอกว่าจะไปส่งเอง เธอไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร”



ถึงงั้นก็เถอะ...ฉันก็เกรงใจอยู่ดี...”



ถ้าจะโทษก็โทษฝนแล้วกัน”



เอ๊ะ...”



เพราะฉันเจอเธอตอนฝนตกทุกที”



ฉันเงยหน้าขึ้นมองสายฝนที่กำลังตกโปรยปรายลงมาจากบนฟ้า ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปมองน้ำฝนที่ตกกระทบพื้นแล้วก็เด้งขึ้นมา...ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบา “ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ...”



เพราะเธอชื่อทสึยุ?”



อื้อ... อ้อ แต่จริงๆ แล้วชื่อน้ำฝนนะ...ชื่อนี้เพราะฉันเกิดในฤดูฝน พอมาอยู่ญี่ปุ่นคุณแม่ก็ตั้งชื่อญี่ปุ่นให้ใหม่”



อืม”



แต่ฉันเกลียดฝนนะ”



...ทำไมล่ะ”



เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเหงาและอ่อนแอขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ



ก็มันเปียกเฉอะแฉะแบบนี้ไง ไปไหนก็ลำบาก น่ารำคาญชะตายไป”



ฉันไม่ได้ตอบเหตุผลที่แท้จริงออกไป พูดไม่ได้หรอก เพราะขืนพูดออกไปเขาคงจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงเก็บกดขี้เหงาแน่ๆ T.,T ถึงนั่นจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ



ไม่ใช่เพราะรู้สึกเหงาเหรอ”



เอ๊ะ!?”



สีหน้าเธอมันบอกแบบนั้น”



...”



ทะ...ทำไมเขาถึงรู้ล่ะ TOT ไม่นะ เขาต้องมีพลังจิตจริงๆ แน่ๆ เลย



ฉันแตกตื่นอยู่ในใจเลยไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก แล้วเพียงไม่นานหลังจากนั้นเราก็เดินเลี้ยวมาถึงบ้านฉันพอดี ราวกับมีระฆังช่วยชีวิตงั้นแหละ



เอ่อ ขอบคุณที่มาส่งนะ...”



...อือ”



โอตะซังทำท่าเหมือนจะยืนรอจนกว่าฉันจะหยิบกุญแจออกมาไขประตูแล้วก็เดินเข้าไปในบ้านแล้วถึงจะยอมกลับบ้านตัวเอง ดังนั้นฉันก็เลยรีบทำตามนั้นเพราะกลัวว่าเขาจะต้องลำบากไปมากกว่านี้ U_U



จากนั้นตอนที่ฉันกำลังจะหันไปบอกลาเขา...โอตะซังก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนเคย กับแววตาที่ส่องประกายแวววาวเหมือนหยดน้ำค้างบนใบไม้ในยามเช้า



แต่ฉันชอบฝนนะ”



...”



คำพูดนั้นช่างแปลกประหลาดและแรนด้อมเสียจนฉันถึงกับคิดอะไรไม่ออก ทำได้แค่กะพริบตามองหน้าเขาเท่านั้น



เพราะพอฝนหยุด...ทุกอย่างก็จะดูสวยงามขึ้นมาทันตาเห็นเลย”



ตอนนั้นเองที่โอตะซังลดร่มในมือลงก่อนจะพับมันกลับเข้าที่...ทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าตอนนี้ฝนหยุดแล้ว...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ



ไปล่ะ”



อ๊ะ เอ่อ...กลับบ้านดีๆ นะคะ!”



...อือ”



ฉันมองตามแผ่นหลังของโอตะซังที่เพียงแต่เดินล้วงกระเป๋าจากไปเงียบๆ โดยไม่ได้หันกลับมาโบกไม้โบกมือเหยงๆ เหมือนเด็กไฮสกูลทั่วๆ ไป...ด้วยความรู้สึกแปร่งปร่าอย่างบอกไม่ถูก กับหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะเรียกได้ว่าผิดปกติ...



ว่ายังไงดีนะ...



เหมือนกับเห็นสายรุ้งกระจายอยู่บนท้องฟ้าทั้งที่ตอนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากแสงไฟบนถนนที่มืดสนิท...ยังไงยังงั้นเลยล่ะมั้ง







[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม






ตอนใหม่มาแล้วววววววววววว

อบอุ่นนุ่มนวลลลลลลลลลลลล

หนุ่มแว่นมีหลายมุมให้ค้นหานะคะ

ใครอยากอ่านต่อเม้นต์ๆ เลยน้าาา

หรือจะรออ่านเล่มเต็มเดือนมกรา 2017 ก็ได้น้า >O<

ฝากด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ









* ประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ตราประทับแทนการเซ็นชื่อกำกับในเอกสารสำคัญต่างๆ โดยตราประทับจะเรียกว่าอินคัง ((印鑑))

* มาจากคำว่า 梅雨(つゆ Tsuyuที่แปลว่าฤดูฝน หรือฝนที่ตกในฤดูฝน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #297 Dzsprincess (@Dzsprincess) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:59
    อยากอ่านแล้ววงว
    #297
    0
  2. #285 Furomi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 16:34
    โอ๊ยยยยย อ่านแล้วนอกจากจะหน้าร้อนแล้ว ตายังร้อนด้วยค่ะะะะะ มีความอิจฉาน้องน้ำฝนนนนนน กรี๊ดดดด แย่งโอตะซังของเราาาาาาาา(ของหล่อนตอนไหน---) อยากอ่านรวมเล่มเร็วๆค่ะะะะ กรี๊ดดด อ่านแล้วเขินจนมือสั่น(//////q//////)

    ขอรีเควสอิชิอิคนพี่ต่อจากโอตะซังได้รึเปล่าคะ-----แอ่ก//โดนตรบส์

    จะรอเล่มของโอตะซังนะคะ!!! อรั๊ยย!!! (///w///) //ม้วนหน้าม้วนหลังด้วยความเขินระดับล้าน

    #285
    0
  3. #284 Dzsprincess (@Dzsprincess) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 13:51
    รออยู่ค่า
    #284
    0
  4. #283 Snowwy Cool (@ammara4321) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 15:11
    รอร้อรอ?????
    #283
    0
  5. #281 แอ๋ม (@omam1928) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 19:40
    โอตะซังเป็นพวกหน้ามึนสินะคะ555555 ฮรือออออ อยากอ่านทั้งเล่มแล้วอ้ะะะ เล่มน่าจะออกมาตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ช่วงนี้ก็ว่างมากซะด้วย ช่วยอัพตอนต่อไปจุนเจือคนว่างๆด้วยนะคะพี่อายย
    #281
    0
  6. #280 Un-KnowN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 18:54
    รอออออ
    #280
    0
  7. วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 18:59
    เอย์จังน่ารักกกกก !
    #279
    0
  8. #278 _PK_ (@_PK_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 16:08
    พี่อายมาต่อเร็วววววจะลงแดงแล้ววววว
    #278
    0
  9. #277 รี่เองจ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 14:35
    โอ้ยยยอยากอ่านต่อแล้วง่าาาา
    #277
    0
  10. #276 รี่เองจ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 14:35
    โอ้ยยยอยากอ่านต่อแล้วง่าาาา
    #276
    0
  11. #273 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:17
    ชอบมาก ๆ เราชอบฤดูฝนเหมืนกันนะ > <
    #273
    0
  12. #272 n a m e . (@kanjang_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 20:26
    กว่าจะออกเดือนหน้าเลยเหรอพี่อายยยย
    #272
    0
  13. #271 เด็กเอ๋อ'0445 (@oommy_56) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 20:36
    อรั้ยๆๆ ฟิน+เขิน มากๆๆๆๆๆ จะรอตอนต่อไปนะค่าา
    #271
    0
  14. #269 kungkankk (@kungkankk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:42
    ละมุนนน~~ >//<
    #269
    0
  15. #268 − Springfall − (@moolattene) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 10:24
    นึกว่าที่บอกว่าชอบฝนจะหมายถึงฝนตกทีไรเจอทสึยุจังทุกทีซะอีก>< งื้อออ เอย์จังมีความโรแมนติกอ่ะ ชอบคนนี้ จะเอาคนนี้!! อัพไวๆ นะค้าาา <3
    #268
    0
  16. #267 Chutkaew Girdpra (@chutkaew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 09:17
    ขอบคุณที่อัพให้ค่ะ อยากได้เป็นหนังสือแล้วว > <
    #267
    0
  17. #266 koshimako (@koshimako) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 23:25
    มานั่งตากฝนเป็นเพื่อน เดินมาส่งถึงบ้าน เอย์จังคิดอะไรอะป่าวววว ไม่ใช่โซระ หรือ เมเปิ้ลน้าาาาา
    #266
    0
  18. #265 koroeimo_crm (@pigandrabbitt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 11:42
    แอบเขินยังไงก็ไม่รู้ ฮื่อออออ
    #265
    0
  19. #264 MeMeChan (@1110201239008) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 07:08
    โอตะซังมีความโรแมนติกก?
    #264
    0
  20. #263 devil023 (@23112001) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 19:56
    โอ้ย ละลายเเล้วค่ะ
    #263
    0
  21. #262 hot_sweet (@sweethot) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 19:01
    โอตะคุงดูน่ารักอบอุ่นแม้จะนิ่งสุดๆ ก็ตาม กรี๊ดดดดด
    #262
    0
  22. #261 เมลลลล์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 18:54
    ชอบเอย์จัง หื้ออออออ ละมุนอะไรเบอร์นั้น น่าค้นหาสุดๆ

    ทั้งทสึยุทั้งเอย์จังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ค้นหามากกว่ากันนน

    ขอบคุณนะคะที่อัพให้อ่าน รอๆเล่มเต็มนร้าาาา
    #261
    0
  23. #260 Chutkaew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 13:33
    ขอบคุณมากค่ะที่อัพให้ > <!!!!!!!!!!! scream หนักมากกก ><
    #260
    0
  24. #259 Pimploy Suphawee (@ployyzaa888) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 13:18
    กรี๊ดดด!! พี่อายที่น่ารักอัพเอย์จังแว้ววว  รักนิยายของพี่อาย ความโรแมนติกแบบละมุนต้องนิยายแนวพี่อายนี้เลย อ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย ไม่ได้อวยจริงๆนะค่ะ แต่อยากบอกความรู้สึกให้รู้แบบว่าอ่านแล้วอบอุ่นหัวใจยังไงบอกไม่ถูก คือดี๊ อิอิ 
    #259
    0
  25. #258 in the midnight (@koonrawisara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 12:08
    หลงรักอ่ะะะะะะ
    #258
    0