Nippon Rainy รักหวานฉ่ำวันฝนพรำ

ตอนที่ 3 : うちは悪い子だからさあ。 (เพราะฉันเป็นเด็กไม่ดีไงล่ะ) [COMPLETED 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    5 พ.ย. 59




3

うちは悪い子だからさあ。

(เพราะฉันเป็นเด็กไม่ดีไงล่ะ)




ชั้นปีที่สอง

อันดับหนึ่ง : XX XXX คะแนน 981

อันดับสอง : 太田 栄作 (โอตะ เอย์ซาคุ) คะแนน 974



ฉันมองบอร์ดประกาศผลสอบด้วยความรู้สึกทึ่งมาก ที่เขาว่ากันว่าผู้ชายคนนี้เพอร์เฟกเห็นทีจะเป็นเรื่องจริงซะล่ะมั้ง...เพราะนอกจากจะหล่อสุดๆ แล้วยังเป็นหัวดีอีกแบบนี้ บางทีพระเจ้าก็ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย...



โห โอตะคุงของฉันได้คะแนนดีเลิศอีกแล้ว *O*”



'ของฉัน' ? -_-;”



ก็ของฉันน่ะสิ เขาเป็นหนุ่มหล่อสาธารณะนี่นา แถมยังโสดด้วย ใครจะจับจองก็ได้ตามใจชอบไง”



ขนาดนั้น? นี่พูดถึงโอตะซังหรือลูกหมาชิบะ =_=”



แต่ดีจังเลยน้าา~ ผู้ชายอะไรดีเลิศขนาดนี้ ท่าทางนิ่งๆ เงียบๆ สุขุมนั่นก็ฮอตเหลือเกิน~”



...ท่าทางตอนดื่มเบียร์ก็ยิ่งฮอต



ฉันเผลอนึกภาพเมื่อคืนก่อนนู้นขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว... เป็นอีกด้านหนึ่งของเจ้าชายแห่งโรงเรียนจินไดที่คงไม่มีใครอีกแล้วในโรงเรียนนี้ที่รู้นอกจากฉัน



หรือเผลอๆ ฉันอาจเป็นคนเดียวในโลกน้ีก็ได้ที่เคยเห็นด้านนั้นของเขา...



และยัยผู้หญิงที่ดีใจกับเรื่องแบบนี้อย่างฉันก็ช่างน่าสงสารซะจริงๆ =_=



แล้วดูคะแนนของพวกเราสิ ไปจีบโอตะคุงด้วยผลการเรียนแบบนี้เขาคงจะมองแรงใส่แน่ๆ เลย U_U” มิวะจังโอดครวญหลังจากเดินไปดูบอร์ดคะแนนของนักเรียนภาคภาษาอังกฤษแล้วเจอชื่อตัวเองอยู่แผ่นสุดท้าย “ฮือออ งานน้ีฉันก็แพ้ทสึยุจังอีกแล้ว”



แหงสิ” ฉันยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ถึงคะแนนจะห่างกันแค่ห้าคะแนนก็มีความหมายนะบอกเลย “เย็นนี้ไปร้องเกะฉลองกันดีกว่า”



ฉลองอะไรกันยะคะแนนอุบาทว์ขนาดนี้ =_=”



ฉลองที่อย่างน้อยก็ยังไม่ตกสักวิชาไง”



โอ๊ะ จริงด้วยสินะ!”



มิวะมีสีหน้าดีขึ้นทันที เพราะจริงๆ แล้วเด็กหลังห้องอย่างพวกเราสอบให้ผ่านทุกวิชาก็ต้องดีใจแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงอันดับหรอก -3-



แต่ถ้าเอาคะแนนไปให้แม่ดูมีหวังโดนสั่งกักบริเวณแหงเลย ฮือๆ T^T”



ให้แม่ดูเหรอ...นั่นสินะ ถ้าขืนเอาผลการเรียนแบบนี้ไปให้แม่ดูก็คงพูดเหมือนทุกทีนั่นแหละ



'ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ไว้คราวหน้าทสึยุจังค่อยเอาใหม่นะ'



จะต้องยิ้มเหมือนเดิม แล้วก็ลูบหัวฉันเหมือนปลอบเด็กห้าขวบอีกแน่ๆ...เพราะงั้นถึงจะบอกหรือไม่บอกก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ



งั้นตกลงไปเกะเนอะ จะได้โทรเรียกหนุ่มๆ มาแฮงค์เอาท์กัน”



ฮื่อ”



โอ๊ะ ฉันลืมมือถือไว้ใต้เก๊ะอ่ะ O_O เดี๋ยววิ่งกลับไปเอาแป๊บนึง ไปเจอกันที่ล็อกเกอร์รองเท้านะ!”



ยัยเบ๊อะ รีบๆ เลย”



ฉันผลักหัวมิวะที่วิ่งตึงตังกลับขึ้นตึกไป จากนั้นจึงเดินลากขาเอื่อยเฉื่อยไปไปตามทางเดินในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยนักเรียนเตรียมตัวจะกลับบ้าน เป็นทิวทัศน์ที่ตอนแรกไม่คิดว่าตัวเองจะชินกับมันได้เลย ถึงขั้นร้องไห้เลยนะตอนที่แม่บอกว่าจะพาฉันมาอยู่ญี่ปุ่นด้วยโดยไม่ถามความสมัครใจของฉันเลยสักคำ ยังดีนะที่ 'โอโต้ซัง' ให้ฉันเข้าโรงเรียนจินไดที่มีภาคภาษาอังกฤษ (วิชาเรียนทั้งหมดจะสอนในภาษาอังกฤษ รวมถึงครูผู้สอนส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวต่างชาติ)



ไม่งั้นฉันคงได้แต่นั่งโง่อยู่ในห้อง...ไม่ก็โดดเรียนไปนอนบนดาดฟ้าหรือห้องพยาบาลทุกวันเพราะเรียนไม่รู้เรื่องแหง :(



ฉันเดินไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน...และเพราะการจราจรบนบันไดด้านหน้าติดขัดอย่างมากเนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่จะลงทางนี้เพราะมันใกล้ประตูหน้ามากกว่า ฉันก็เลยเลี่ยงด้วยการเดินไปลงบันไดอีกฝั่งซึ่งอยู่ไกลกว่าแต่เงียบสงบกว่ามาก ไม่ต้องเดินเบียดใครลงบันไดด้วย ที่มีก็แค่เด็กในชมรมสองสามชมรมเท่านั้น



ไม่ค่อยชอบคนแน่นๆ สักเท่าไหร่น่ะ ยกเว้นแค่ตอนอยู่ในคลับนะ :P



จะว่าไป...โอตะซังก็ดูไม่เหมือนคนที่จะชอบไปเที่ยวผับเลยแฮะ แต่คืนนั้นเขากลับดูเข้ากับสถานที่อย่างบอกไม่ถูก...



เอาอีกแล้วนะฉัน =_= เผลอทีไรเป็นต้องย้อนกลับไปคิดเรื่องเขาอีกจนได้...



ฉันยีผมตัวเองจนยุ่งฟู จากนั้นก็เดินลงมาถึงชั้นหนึ่งโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับเด็กปีหนึ่งอีกสองสามคนที่วิ่งหน้าตั้งตามลงมาตั้งแต่ชั้นสาม



สายอีกแล้ว แย่แน่ๆ เลย T^T”



ถ้าไปไม่ทันการแสดงของรุ่นพี่โอตะจะทำไงดี ฮือ”



ฉันไม่ได้แอบฟังนะ...แต่มันบังเอิญได้ยินเอง T^T



เมื่อเหลือบมองตามด้วยหางตาก็เห็นว่าเด็กปีหนึ่งพวกนั้นวิ่งไปทางห้อง 'ชมรมยิงธนู' ที่อยู่สุดปลายทางเดินยาวออกไปด้านนอกอาคารเรียน จริงสิ...ตอนนั้นพวกมิวะบอกว่าไงนะ ว่าเขาเป็นเอซสุดหล่อของชมรมยิงธนูไม่ใช่เหรอ...



โดยที่ไม่มีสติไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น จู่ๆ สองขาของฉันก็เปลี่ยนทิศ...ทำให้เป้าหมายเปลี่ยนจากตู้รองเท้ากลายเป็นห้องชมรมยิงธนูไปซะอย่างนั้น ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับชมรมเลยสักนิด ถ้าให้พูดตรงๆ ก็คือไม่เคยสนใจมาก่อนเลยด้วยจนกระทั่งวันนี้...



โย้ช!!”



เสียงตะโกนอย่างฮึกเหิมของเด็กในชมรมดังลอดผ่านประตูออกมา ทำเอาฉันตื่นเต้นตาม...จากนั้นเมื่อแอบมองลอดผ่านประตูที่ถูกเปิดแง้มไว้โดยเด็กปีหนึ่งที่กำลังรีบร้อนสองคนนั้น... ภาพที่เห็นก็ทำเอาฉันชะงักงันไปเลยเหมือนถูกเอาคันศรตีหัวอย่างแรงจนสมองกระทบกระเทือนและชาไปหมดทั้งร่าง



(หรือถ้าจะพูดให้ถูก...ก็คือถูกคันศรฟาดเข้าให้ที่หัวใจจังๆ ต่างหากละมั้ง...)



โอตะ เอย์ซาคุกำลังยืนอยู่เพียงคนเดียวตรงกลางห้องในท่าจับธนูเตรียมยิงด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย เขาที่อยู่ในชุดฮากามะสีขาวดำก็เป็นภาพแปลกตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน...และแน่นอนว่ามันก็ดูน่าหลงใหลจนหัวใจคนมองเต้นไม่เป็นส่ำ...ไม่แพ้ชุดอื่นๆ ของเขาเลยสักนิด...



นัยน์ตาสีเข้มจ้องตรงไปยังเป้ายิงด้านหน้าด้วยสายตาแน่วแน่มั่นคงไม่มีวอกแวกขณะที่แขนเรียวยาวของเขากับคันธนูใหญ่ๆ ในมือดูราวกับเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด ทำเอาฉันเผลอกลั้นหายใจตามเขาไปด้วย หัวใจที่ชาสนิทเพราะความช็อกเมื่อครู่เริ่มกลับมาเต้นอีกครั้งตอนที่ฉันเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูจริงจังเหมือนอยู่ในห้วงภวังค์ของเขา...



แถมยังเต้นแรงมากซะด้วย



หลังจากตั้งสมาธิมาถึงจุดหนึ่ง เขาก็เคลื่อนยกคันศรและลูกธนูขึ้นเหนือหัว ก่อนจะดึงกลับลงมาในตำแหน่งเตรียมยิงโดยที่ส่วนอื่นของร่างกายเขาแทบไม่ขยับเหมือนถูกตอกตะปูติดไว้กับพื้น ฉันเคยได้ยินว่าการจะยิงธนูให้ได้ดีต้องมีสมาธิและนิ่งมาก...ซึ่งโอตะซังก็ทำได้ไม่มีที่ติเลย แม้จะดูด้วยสายตาคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอย่างฉัน



และตอนที่มือเรียวยาวของเขาเลื่อนลงมาถึงข้างหู ในที่สุดลูกธนูก็ถูกปล่อยออกไป...ฉันที่ยังกลั้นหายใจจิกมือตัวเองต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อกี้ถึงกับถอนหายใจเฮือกทันทีที่ลูกธนูพุ่งผ่านอากาศไปปักเข้าตรงกลางเป้าอย่างแม่นยำราวกับโอตะซังจับมันไปวางตรงนั้น เสียงเชียร์ของเหล่าคนในชมรมยิงธนูทำให้เลือดในร่างฉันที่เหมือนจะหยุดเดินไปชั่วขณะกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง...นี่ฉันหลุดเข้าไปอยู่ในโลกไหนมากันนะ



ทำไม...หัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้นะ ยังกับเป็นลูกธนูในมือเขาเมื่อกี้งั้นแหละ...



ฉันจ้องมองโอตะซังที่กำลังจะทรุดตัวลงนั่งเพื่อให้ปีสองคนอื่นได้แสดงฝีมือต่อ และตอนนั้นเองไม่รู้อะไรดลใจเขาให้หันมามองที่ประตู...ทำให้เราสบตากันเข้าพอดี...



ฉันสะดุ้งแรงมากเหมือนหัวใจจะเด้งออกมา มือที่เกาะประตูอยู่รีบปิดมันอย่างรวดเร็วราวกับเป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์...ฉันไม่รู้ว่าเขาเห็นหน้าฉันรึเปล่า ไม่รู้ด้วยว่าที่สบตากันเมื่อกี้ฉันคิดไปเองรึเปล่า...แต่ฉันควรจะรีบหนีไปก่อนดีกว่า ก่อนที่เขาจะเดินออกมาเปิดประตูแล้วไล่พวกถ้ำมองอย่างฉันออกไปให้พ้นๆ...



และถึงแม้จะเดินออกห่างจากห้องชมรมยิงธนูมาไกลขนาดนี้แล้ว...หัวใจก็ยังไม่หยุดเต้นรัวเลย...



เพราะถูกเขาจับได้ที่แอบดู หรือเพราะอะไรกันนะ?



ไม่กล้าคิดหาคำตอบเลยจริงๆ
























10.12PM



[ฝน เรียนพิเศษยังไม่เสร็จอีกเหรอลูก มันดึกแล้วนะ]



ใกล้เลิกแล้วค่ะแม่ พอดีวันนี้มีติวสอบมิดเทอมด้วย แล้วก็ว่าจะอ่านด้วยตัวเองต่ออีกนิดค่ะ”



[กลับระวังๆ นะลูก ถ้าหิวก็เอากับข้าวในตู้เย็นไปอุ่นเอานะ]



ค่า ขอบคุณมากค่ะ”



ฉันตอบเสียงใสเสียงหวาน จากนั้นทันทีที่กดวางสาย...เสียงโห่แซวของทุกคนรอบข้างก็ดังขึ้นมายังกับเป็นซาวนด์เอฟเฟ็กต์ในหนัง -_-



โหยยยย โกหกหน้าตายมากเลยคุณหนูทสึยุ~”



ถ้าเธอเรียนพิเศษจนถึงสี่ทุ่มแทบทุกวันแบบนี้จริงๆ คงได้อันดับหนึ่งของชั้นปีไปแล้วล่ะย่ะ ไม่มารั้งท้ายกับฉันหรอก”



ถ้าอ่านมาถึงนี่คิดว่าคุณน่าจะเดาออกแล้ว ว่าที่จริงฉันไม่ได้ไปเรียนหรอก ฉันโกหกต่างหาก ก็บอกไปแล้วนี่นาว่าวันนี้จะไปคาราโอเกะกับมิวะและหนุ่มๆ ในแก๊งของเธอน่ะ >O<



ไม่ต้องแปลกใจหรอกทำไมฉันทำแบบนี้ มันเป็นเพราะว่าฉันเป็นเด็กไม่ดีไงล่ะ :)



งั้นจะไปไหนต่อกันมั้ย~”



ไม่ได้แล้ว พวกฉันมีเรียนพรุ่งนี้นะ”



พวกเราก็มีเหมือนกัน”



เคยไปเรียนด้วยเหรอพวกนายน่ะ”



ทุกคนหัวเราะทันทีที่ฉันตอกกลับไปอย่างนั้น จากนั้นพวกเราก็ตกลงจะแยกกันที่หน้าคาราโอเกะ เพราะหนุ่มๆ อยากจะไปเล่นเกมกันต่อที่เกมเซ็นเตอร์เจ้าประจำในซอย ส่วนมิวะกับฉันต้องกลับบ้าน (ถึงจะชอบเที่ยวแต่พวกเราก็ไม่ได้ซ่าขนาดจะเที่ยวยันเช้ากันหรอกนะ)



ทสึยุ้~ มันดึกแล้วนะ ให้ฉันกับมาโกะจังไปส่งที่บ้านเถอะ~” มิวะง้องแง้งพร้อมกับดึงแขนฉันที่ยืนยันว่าจะกลับเองคนเดียวเอาไว้ (หมายเหตุ มาโกะจัง = มาโคโตะ แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง)



ไม่เป็นไร ไม่อยากเป็นกขค. ไปสวีตกันสองคนเถอะ ฉันกลับเองได้น่า บ้านไม่ไกลขนาดนั้น”



แต่ทสึยุจังน่ารักนี่นา ฉันเป็นห่วง -3-”



แหมมมม น่ารักจังนะวันนี้ อยู่ต่อหน้าแฟนเลยแอ๊บเป็นคนดีเหรอ”



ยัยบ้า!” มิวะตะแง้วใส่ฉันก่อนจะหัวเราะ “คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง เธอนี่นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ”



คิกๆ โกเมนๆ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ!”



ถึงแล้วไลน์มาบอกด้วยล่ะ!”



ฉันโบกมือให้มิวะจังกับมาโกะจังของเธอ จากนั้นจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อสุดท้ายก็เหลือตัวคนเดียวกลางเมืองใหญ่เหมือนเช่นเคย... กลับบ้านเลยก็ได้มั้ง กว่าจะถึงก็คงห้าทุ่มนิดๆ ป่านนั้นคนที่บ้านก็คงจะหลับกันไปหมดแล้วล่ะ ฉันก็แค่ระวังไม่ให้เกิดเสียงดังจนไปทำสามคนนั้นตื่นก็พอ ยังไงซะห้องฉันก็อยู่แยกออกมาอยู่แล้วด้วย



อิรัชไชมาเสะ! (ยินดีต้อนรับค่า)”



เสียงตะโกนเรียกแขกของเหล่าพนักงานร้านอิซากายะ* เวลานี้กำลังคึกคักเป็นอย่างมากดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ เพราะแถวนี้เป็นแหล่งเที่ยวกลางคืนก็เลยมีทั้งร้านเหล้าและผับบาร์อยู่เต็มไปหมด ฉันเดินลากขาไปที่สถานีอย่างเอื่อยๆ ไม่รีบร้อน (ตอนจะกลับบ้านฉันไม่เคยรีบหรอก) จนกระทั่งสายตามองไปเห็นใครบางคนแวบๆ...

(NOTE* 居酒屋หมายถึงร้านเหล้าแบบญี่ปุ่น)



ใครบางคน...ที่ดูเหมือนจะโผล่มาในทุกที่ที่ฉันผ่านไปราวกับใครสักคนจงใจ...



เขาเดินออกมาทางหลังร้านอิซากายะที่ฉันเดินผ่านมาเมื่อกี้...แปลว่าเขาเป็นพนักงานร้าน ทำไบท์ที่อิซากายะเหรอเนี่ย มีแต่เรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ นะผู้ชายคนนี้น่ะ...



ฉันมองดูเขาต่ออีกราวสองวินาทีก่อนจะกลับหลังหันเดินต่อไป เพราะถึงเข้าไปทักเขาก็คงจะมองฉันด้วยสายตาแบบว่า 'ยัยนี่เป็นใคร?' แน่ๆ เพราะเราเคยคุยกันก็แค่ตอนเขาให้ยืมร่มเท่านั้นเองนี่



ว่าแต่วันนี้ฝนก็ยังไม่ตกสักหน่อย ทำไมเจอเขาได้นะ แปลกจัง



ไปไหนกันต่อดีดาร์ลิ้ง~”



ดื่มอะไรหน่อยมั้ย หรือจะกลับไปนั่งดูหนังกินขนมที่บ้านดี?”



คู่รักก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยนะช่วงนี้ เห็นแล้วหมั่นไส้ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก :( #โสดแล้วพาล



เมื่อใกล้ถึงสถานีรถไฟฉันก็แวะเข้าลอว์สันไปซื้อคาราอาเกะคุงรสเผ็ด (คาราอาเกะชิ้นเล็กๆ อารมณ์ไก่ป๊อบบ้านเราน่ะ อร่อยนะ >O<) มากินเป็นอาหารเย็น ถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้...จากนั้นจึงเดินออกมามุ่งหน้าไปทางสถานี



และตอนนั้นเองที่ใครสักคนเดินเข้ามาชนฉันเข้าอย่างแรงจนคาราอาเกะคุงที่เพิ่งกินเข้าไปเกือบจะพุ่งออกมา #เว่อร์



ฉันขมวดคิ้วเตรียมจะหันไปด่าเต็มที่ ก่อนจะตัดสินใจเงียบเมื่อหันไปเห็นว่าเป็นผู้ชายตัวโตๆ ท่าทางจะเป็นกลุ่มนักศึกษา มากันหลายคนแถมยังมีกลิ่นเหล้าหึ่งอีกด้วย =_= เพิ่งออกมาจากร้านเหล้าแถวนี้แน่ๆ



เฮ้ย อะไรกันวะเนี่ย!? ทำไมมีแต่เรื่องน่าโมโหวะ!”



ฉันตั้งใจจะเงียบแล้วแยกย้ายไปตามทาง แต่พอเจอตะคอกใส่ยังงี้ก็ไม่ทน ปากไวเหมือนกันนะบอกเลยฉันน่ะ =_=^



พวกคุณต่างหากที่เดินมาชนฉันเอง จะโวยวายทำไมคะ”



นี่เธอว่าไงนะ!?!”



นายคนที่เดินชนทำท่าจะเข้ามาต่อยฉัน และฉันก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกันถ้าโดนต่อยเข้าจริงๆ...แต่ยังไม่ทันได้มีใครต่อยใคร เพื่อนของหมอนั่นก็รั้งแขนเขาเอาไว้ก่อน



อย่าเพิ่งอารมณ์เสียน่า น้องคนนี้ก็รักไม่เบานะเว้ยดูดีๆ สิ”



ทำไมต้อง 'ดูดีๆ' ด้วยยะ =_= หยาบคายเป็นบ้า



เออจริงด้วย น่ารักไม่แพ้คาเอเดะจังเลยนี่หว่า”



แล้ว 'คาเอเดะจัง*' เนี่ยเป็นใครกันล่ะ -_-^^^

(NOTE* เมเปิ้ล หรือ คาเอเดะ นางเอกของนากามุระ ฮายาโตะ จากเรื่อง Nippon Honey รักหวานละไมหัวใจสีใบไม้แดง)



เลิกสนใจยัยเด็กนั่นแล้วก็ได้” ในที่สุดไอ้คนที่ชนฉันเมื่อกี้ก็เปลี่ยนใจ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ก่อนจะเหวี่ยงมือมาโอบรอบคอฉัน =[]=^ “น้องมาคนเดียวเหรอครับ ท่าทางเบื่อๆ นะ ไปเที่ยวต่อกับพวกพี่มั้ย”



...ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันกำลังจะกลับบ้าน”



ไปด้วยกันเถอะ มีคลับสนุกๆ อยู่นะ รับรองว่าเข้าได้ชัวร์~”



มาแนวเดียวกับยูเฮย์ตอนแรกเลยแฮะ แต่ยูเฮย์สุภาพกว่านี้เยอะ -3- ฉันไม่ชอบพวกถึงเนื้อถึงตัวตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกแบบนี้สักนิด



บอกว่าไม่ไปไงคะ” ฉันพูดพร้อมกับดึงมือเขาออก “ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อน...”



ไม่ต้องเขินหรอกน่า น้องก็ดูท่าทางไม่ใช่เด็กม.ปลายธรรมดา...”



บ้าชะมัด ตื๊อจริง -_- จะไล่ยังไงดีเนี่ย ดูท่าจะไม่ไปง่ายๆ ซะด้วยสิ จะเดินตามไปจนถึงสถานีเลยมั้ยหรือจะไปกับพวกนี้เลยดีนะ ยังไงก็ไม่อยากกลับบ้านอยู่แล้ว... แต่หน้าตาท่าทางดูไม่น่าไว้ใจสักนิด และฉันก็ไม่ได้อยากเที่ยวจนไปกับใครไม่เลือกหน้า ดังนั้นขอบายดีกว่า...



ไม่ไปค่ะ”



น่าา~ อย่าเดินคนเดียวเลย ดูท่าทางเหงาออก~”



ฉันไม่...”



ขอโทษที่ให้รอนะ กลับกันเถอะทสึยุ”



...!?!”



จังหวะที่ฉันกำลังจะโกหกไปว่าไม่ได้มาคนเดียว...ใครบางคนก็โผล่มารับบทแฟนหนุ่มของฉันซะก่อน แถมยังเป็นตัวละครลับที่แม้แต่ผู้กำกับก็ยังคาดไม่ถึงอีกด้วย



ฉันเบิกตาโตพลางมองหน้าโอตะ เอย์ซาคุที่เดินเข้ามาขวางระหว่างฉันกับพวกหนุ่มนักศึกษาเอาไว้ด้วยความตกใจจนพูดอะไรไม่ออก แล้วก็ปล่อยให้เขาคว้ามือฉันเอาไว้ก่อนจะพา (ลาก) ฉันออกมาจากตรงนั้นโดยไม่ได้พูดอะไร...



เฮ้ย ทำไมไอ้เด็กนี่มันเข้ามาขัดจังหวะพวกเราอีกแล้ววะ ไอ้พนักงานร้านนี้นี่มันยังไงเนี่ย เซ็งชิบ!”



ได้ยินเสียงนายคนอารมณ์ร้อนที่ชนฉันตะโกนโวยวายตามมา แต่ตอนนี้หมอนั่นไม่สำคัญอีกแล้ว...ที่สำคัญมีแค่ผู้ชายคนนี้ที่จับมือ (และลาก) ฉันอยู่เท่านั้น...มือใหญ่ๆ ของเขากุมมือฉันเข้าไปในอุ้งมือได้ทั้งหมดและทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยที่มือเล็กนิดเดียว ทั้งที่มือฉันก็ไม่ได้เล็กอะไรขนาดนั้นแท้ๆ...



ฉันรู้สึกได้ว่านิ้วมือเรียวยาวของเขาสากเล็กน้อย...นั่นคงเป็นเพราะเขาอยู่ชมรมยิงธนูล่ะมั้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเขาน้อยลงสักนิด ตรงกันข้ามกลับยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก...ผู้ชายที่ทั้งเท่ทั้งสง่างาม แถมยังลึกลับเต็มไปด้วยปริศนา...



แล้วก็ทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว...



เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วเกินไป จนฉันไม่ทันได้นึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้จักชื่อของฉัน แล้วเพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวเราก็มาถึงที่ขายตั๋วรถไฟที่สถานีแล้ว เขาปล่อยมือฉันทันทีที่มาถึง...แล้วในส่วนลึกของหัวใจฉันก็เกิดเสียดายขึ้นมาแวบนึง



แค่แวบเดียวก่อนที่มันจะหายวับไป



เธอทำอะไรของเธอน่ะ”



...เอ๊ะ?”



ไปต่อปากต่อคำกับพวกนั้นทำไม”



ต่อปากต่อคำ? หมายถึงการที่ฉันโดนรังควานแถมยังถูกเดินตามติดน่ะนะ



เปล่า ฉันไล่แล้วแต่พวกนั้นไม่ไป”



ก็ไม่ต้องไปพูดอะไรก็จบแล้ว ยิ่งไปตอบมันก็ยิ่งตามน่ะสิ”



แต่ฉัน...”



พวกนั้นเป็นตัวปัญหา เป็นลูกค้าประจำที่ร้านที่ฉันทำไบท์อยู่ เมื่อกี้ก็เพิ่งรังควานเด็กที่ทำงานไปคนนึง”



หมายถึง 'คาเอเดะจัง' นั่นล่ะมั้ง... ฉันคิดไปเรื่อยเปื่อยขณะคุ้ยหาบัตรซุยกะจากในกระเป๋านักเรียน ก่อนจะชะงักไปเมื่อโอตะซังที่ยืนเงียบไปพักนึงถามขึ้นมาอีกคำถาม



เธอไปเที่ยวมาอีกแล้วเหรอถึงกลับเวลานี้”



...ก็งั้นมั้ง ทำไมเหรอ”



กลับดึกบ่อยๆ ไม่เป็นไรรึไง”



ฉันก็กลับดึกเป็นประจำนั่นแหละ”



ทำไมล่ะ”



...ก็...ไม่อยากกลับบ้านล่ะมั้ง” ฉันตอบออกไปโดยไม่ทันคิด กว่าจะคิดได้ก็สายไปแล้ว -3- โอตะซังมองหน้าฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่...เขาคงจะคิดว่าฉันต้องเป็นเด็กมีปัญหา อีโม เกเร เอาแต่เที่ยวไม่ยอมเรียนหนังสือ ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ...



ทำไมถึงไม่อยากกลับบ้าน”



ว่าแต่โอตะซังเนี่ยเป็นคนมีปัญหามากมายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฉันนึกไม่ถึงเลยนะว่าวันนึงจะถูกเขาซักฟอกซะขนาดนี้น่ะ



ฉันแตะบัตรซุยกะที่เพิ่งหาเจอผ่านเข้าไปข้างใน ก่อนจะหันไปตอบโอตะซังที่เดินตามหลังมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะฉันเป็น 'เด็กไม่ดี' ไงล่ะ”



...”



โอตะซังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา



แล้วตลอดทางกลับสถานีโอจิไอ มินามินางาซากิ (ชื่อยาวจริงๆ T_T) สถานีที่พวกเราต้องลง...เขาก็ไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว... เพียงแต่ยืนล้วงกระเป๋าพิงประตูแล้วก็เหม่อมองออกไปข้างนอกที่มืดจนไม่น่าจะมองเห็นอะไร ส่วนฉันก็เลยทำตามอย่างเขาบ้าง



แต่มันก็เป็นความเงียบที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอะไร...และทั้งๆ ที่ไม่ได้มีใครมาพูดอะไรกับฉัน ฉันก็ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกับทุกทีเวลาขึ้นรถไฟกลับบ้านคนเดียวตอนดึกๆ ดื่นๆ แล้ว...



จะบอกว่าแค่มีเขายืนอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกไม่เหงาแล้วงั้นเหรอ ฉันนี่ก็โรแมนติกผิดคาดนะเนี่ย กับผู้ชายที่ไม่ใช่แฟน...ไม่ใช่แม้แต่เพื่อนด้วยซ้ำแบบนี้น่ะ -3-



การเดินทางกลับบ้านใช้เวลาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมีเพื่อนร่วมทาง เราเดินออกมาแตะบัตรพร้อมกันโดยไม่ได้พูดอะไรกัน แล้วก็เหมือนจะแยกกันกลับบ้านตัวเองทั้งๆ อย่างนั้น...



แต่เขาก็พูดขึ้นมาก่อน... ตอนที่เราบังเอิญสบตากันก่อนจะแยกจากกัน...



...ไปมั้ย”



(แถมยังเป็นคำพูดที่ชวนให้ตกใจสุดๆ อีกต่างหาก)



...อะไรนะ?”



เธอไม่อยากกลับบ้านไม่ใช่เหรอ” เขาถามพลางมองหน้าฉันด้วยสายตาทิ่มแทงที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ทุกที “...งั้นจะไปบ้านฉันมั้ยล่ะ”



...”



...”



...”



ล้อเล่นน่ะ”



อะ...เอ๊ะ?”



ตกใจถึงขนาดนั้น ที่จริงเธอก็แค่เด็กไฮสคูลที่ยังไม่รู้ประสาธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ”



...!?”



และเด็กไม่รู้ประสาก็ไม่ควรกลับบ้านคนเดียวตอนดึกๆ อย่างนี้หรอกนะ”



...ดะ...เด็กเหรอ? -O-;;”



นำทางไปสิ”



หา? ไปไหน?”



บ้านเธอไง”



บะ...บ้านฉัน...? ทำไม?”



家まで送るから。(เพราะฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน)”



ฉันถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลยเมื่อโอตะซังตอบกลับมาอย่างนั้นโดยที่สีหน้ายังไม่เปลี่ยนสักนิด นัยน์ตาคมสวยของเขามองตรงมาที่ฉันโดยไม่คิดจะหลบตา...แล้วก็เป็นฉันซะเองที่รู้สึกประหม่าขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ...



จะตื่นเต้นทำไมล่ะ...เขาก็แค่จะไปส่งเพราะมันดึกแล้ว เพราะว่าเขาเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ...มันก็แค่นั้นเอง...



ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้ ปกติก็กลับเอง...”



...”



ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกด้วยความกดดันอย่างประหลาด ส่วนโอตะซังก็เงียบไปเลย...นี่ฉันทำให้เขาโกรธรึเปล่านะ -O-;



เอางั้นก็ได้” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยักไหล่จากนั้นจึงพูดขึ้นมา “งั้นก็กลับบ้านดีๆ ล่ะ”



อ้าว แค่นี้เหรอ...



ฉันอึ้งไปอีกรอบทั้งที่ตัวเองเป็นคนยืนยันไปอย่างนั้น... ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงตกใจกับคำตอบของเขา บ้าชะมัดเลยยัยฝน...



อะ...อื้อ งั้นก็บ๊ายบาย”



...อือ”



เมื่อกี้...ขอบคุณนะที่ช่วยไว้จากพวกนั้น”



อือ”



คำตอบสั้นเหมือนเคย...และฉันก็พอใจที่แค่นั้นแล้ว หลังจากโค้งให้เขาอีกรอบแทนการบอกลา ฉันก็ออกเดินไปทางบ้านตัวเองอย่างไม่รีบร้อน...



จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าตามหลังฉันมา... สอดประสานกับเสียงเดินของฉันอย่างพอดิบพอดี ทำให้รู้ว่าเขากำลังเดินตามฉันมา...



ไม่ต้องหันไปมองก็รู้...ว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นคือใคร...



บังเอิญบ้านเขาก็มาทางนี้เหมือนกันล่ะมั้ง ไม่ใช่เพราะว่าเขาตั้งใจจะเดินตามไปส่งฉันหรอก เพราะเรื่องที่เหมือนกับฉากในโชโจมังงะอย่างนั้นน่ะไม่มีทางมาเกิดขึ้นกับเด็กไม่ดีอย่างฉันอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ...



การที่ผู้ชายอย่างโอตะ เอย์ซาคุจะเดินมาส่งฉันที่บ้านน่ะ...เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว



ฉันสรุปกับตัวเองก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่หันกลับไปมอง แล้วไม่นานนักก็มองเห็นบ้านตัวเองอยู่ตรงหน้า...อยู่ดีๆ ก็คิดขึ้นมาว่าทำไมวันนี้บ้านอยู่ใกล้สถานีขนาดนี้...แต่คงเป็นเพราะฉันยังไม่อยากกลับบ้านนั่นแหละ



เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งขึ้นตอนที่ฉันหยิบกุญแจบ้านออกมาจากในกระเป๋า...จากนั้นเมื่อไขประตูรั้วเข้าไปยืนข้างในแล้วเงยหน้าขึ้นมาเห็นโอตะซังยืนอยู่ตรงหน้า ฉันก็ตกใจจนแทบหงายหลังตึง -O-;;;



อะ...โอตะซัง ทำไม...”



ตกใจทำไม ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ” เขาตอบคำถามฉันด้วยคำถาม จากนั้นจึงพูดต่อด้วยประโยคที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันอยู่ “...ว่าฉันจะมาส่งเธอที่บ้านน่ะ”



...!!!”



ในเมื่อถึงแล้วฉันก็จะกลับล่ะ”



จังหวะที่ฉันกำลังตกใจจนคิดอะไรไม่ออก โอตะซังก็พูดทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางเดิมที่เราเดินผ่านมาเมื่อกี้ ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาต่อไปอีกครู่ใหญ่...ด้วยความรู้สึกเหมือนมีพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มอยู่ในร่าง บอกไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหนกันแน่...



รู้แต่มันทำให้ฉันผลักประตูรั้วให้เปิดออกก่อนจะวิ่งออกไปที่กลางถนนพร้อมกับตะโกนออกไปโดยไม่รู้ตัว



ฝะ...ฝันดีนะ!”



'ฝันดีนะ' งั้นเหรอ!? นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย บ้ารึเปล่า มันใช่ประโยคที่ควรพูดในเวลานี้มั้ย =[]=^ ฉันจิกทึ้งหัวตัวเองอยู่ในใจ จากนั้นโอตะซังก็หันมาตอบว่า...



...อือ”



น่าแปลกที่คำสั้นๆ ที่ควรจะฟังแล้วนึกโมโหนั่นกลับทำให้ฉันหัวเราะออกมาได้ซะอย่างนั้น...ขำตัวเองก็ขำ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกมีความสุขอย่างประหลาดด้วย ฉันนี่ท่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ นะ



เข้าบ้านไปได้แล้ว”



อะ...อื้อ!” ฉันรีบพูดทันทีเมื่อถูกเขาดุเข้าให้ แต่พอกำลังจะวิ่งกลับเข้าบ้าน ฝนก็เริ่มลงเม็ดพอดีเลย -O- “อะ...โอตะซัง! ร่ม...”



ฉันกำลังจะเสนอให้เขายืมร่มที่บ้านฉันไป...แต่โอตะซังก็หยิบร่มพับสีฟ้าคันเล็กคันเดิมที่เคยให้ฉันยืมออกจากกระเป๋ามาซะก่อน



อ๋อ จริงด้วยสินะ...เพราะเขาเป็นผู้ชายที่มากับฝน ดังนั้นเขาก็ต้องมีร่มติดตัวอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้สินะ



ฉันมองตามหลังแผ่นหลังของโอตะซังกับร่มสีฟ้าของเขาต่ออีกสองวินาทีก่อนจะวิ่งกลับเข้าบ้านตัวเองบ้าง ก่อนที่จะเปียกโชกไปมากกว่านี้



แต่ถึงจะเปียกก็ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยวมันก็คงจะแห้งแล้วล่ะ



เพราะหน้าฉันตอนน้ีมันกำลังร้อนฉ่าขนาดนี้ไงล่ะ...







[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม







มาแล้ววววววววววววววว เอย์จังมาแล้วววววว

ขอบคุณทุกคนมาเกาะขอบรอนะคะ

ขอโทษที่อัพช้า T.,T เนื่องจากติดภารกิจหลายอย่าง

ถึงบ้านก็ดึก หัวถึงหมอนปุ๊บสลบปั๊บ 555555

แต่ตอนนี้เรามาแล้ว เรามาแต่เช้าด้วย!

ใครอ่านแล้วฟินอย่าลืมเม้นท์เป็นกำลังใจด้วยน้าา~

เรื่องนี้เจอกันปลายปีน้ีจ้ะ! จุ๊บๆ!!






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #634 NoAh_ (@kan-ya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 18:46
    ทำไมนางเอกต้องทำตัวเป็นเด็กไม่ดี=_=
    #634
    0
  2. #632 0930826596premmi (@0930826596premmi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 22:04
    โอ๊ะเหมือนเคยอ่านแล้วในนิยายที่มันเป็นเล่มอ่ะ
    #632
    2
  3. #342 littlenonlava (@littlenonlava) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:12
    ฟินจนตัวแตกทุกเล่มเลยสิน่าาาา
    #342
    0
  4. #282 PsychEros (@psyche-tm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 14:01
    โอ้ยชอบบบบ
    #282
    0
  5. #237 Shika_Tora (@Shika_Tora) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 14:43
    รออยู่นะคร้า โอตะน่ารักมากๆเลย>///<
    #237
    0
  6. #236 PhanFah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 23:56
    รอต่อค่าาาาาาาาาา
    #236
    0
  7. #235 Dzsprincess (@Dzsprincess) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 16:49
    มาต่อได้แล้ววววว รอๆๆๆๆ
    #235
    0
  8. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 11:45
    กริ๊ดดดดดดดดดด ฟินมหาศาลล้านแปดดด >////<
    #234
    0
  9. #233 Ni'New (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 13:55
    ขอบมากค่ะ >< จะติดตามนะคะ ^^
    #233
    0
  10. #231 ★WINTER GODDESS★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 17:57
    รักเอย์จังที่สุดเลย~ น่ารักมากกกกก ติดตามค่ะ
    #231
    0
  11. #228 Sera (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 20:12
    กรี๊ดดเลย เอย์จังง ><
    #228
    0
  12. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 11:28
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
    กรี๊ดมันทั้งสามตอนเลย ฮ่าๆๆๆ ก็เอย์คุงน่ารักขนาดนี้นี่นา
    #227
    0
  13. #224 กุ๊กกิ๊ก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 23:21
    เอย์จัง น่าร้ากกที่สุดเยยย
    #224
    0
  14. #223 Hiroyosha (@kanokthon59) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 20:48
    กรี้ดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆกรี้ดดดดดดดๆๆๆค้าาาบรรยายไม่ถุกรุ้เเค่ต้องกรี้ดดดดดดดแอร้ย>?<
    #223
    0
  15. #221 MapranggChutaa (@MapranggChutaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:47
    โอ้ยยยย อยากเห็นปกจังเลยย ><
    #221
    0
  16. #220 n a m e . (@kanjang_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 07:22
    โอ๊ยยย น่ารักมากอ่ะะะ
    #220
    0
  17. #219 mejimijemeji (@mejimijemeji) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 16:34
    ชอบสุดๆเลยค่ะ ปกตินางเอกจะแบบ ใสๆแบ๋วๆ เเต่คือคนนี้ดีงามมากค่ะ ชอบจริงๆนะ><
    อ่อ พระเอกก้น่ารักมากเลยค่ะ แบบประมานว่าเย็นชาแต่เป็นหว่ง งื้ออออ~ฟินไปอีกสักอาทิตเลยง่ะ ขอบคุนนะค่ะที่เเต่งเล่มที่5ต่อ สู้ๆนะค่ะ(^^)v
    #219
    0
  18. #218 Jen49 (@Jen49) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 16:02
    โดนยิงหัวใจรัวๆทำไมนางอ่อยได้นิ่งๆอย่างนี้กรี๊ดดดดจะเป็นลมนางน่ารักมากรีบมาต่อนะคะ
    #218
    0
  19. #217 'FASAIAom (@fasai9999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 22:35
    อ่านไปกัดปากไป ยิ้มอยู่คนเดียว คือตอนนี้ดีต่อใจมากอ่ะพี่อายยยย >/////<
    #217
    0
  20. #216 MaiL-MelodY (@dorathekid) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 21:42
    โดนยิงหัวใจใส่รัวๆ ทำไมคุณชายอ่อยได้นิ่งๆขนาดนี้คะ เขินแรง >///<
    #216
    0
  21. #215 ckaithong (@ckaithong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 21:40
    โอตะหล่อเฟร่อ
    #215
    0
  22. #212 nisaratpromsan (@nisaratpromsan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:41
    ฉันรักกกผู้ชายแบบเน้ๆๆๆ เอาใจไปทั้งดวงเลยยย อยากได้ๆมานอนไว้บ้านสักคน
    #212
    0
  23. #211 Kanekieieiei (@Kanekieieiei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 17:49
    กรี๊ดดดดด ชอบมากกก ผู้ชายสายเงียบ5555555555
    #211
    0
  24. #210 iiaamm (@shiorisora) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 16:10
    รอสอยค่ะ555555
    #210
    0
  25. #209 hot_sweet (@sweethot) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:13
    โอตะซังน่ารักไปไหนนนน นิ่งมากแต่พูดทีคือกรี๊ดหนัก >////////<
    #209
    0