เมีย..คั่นเวลา

ตอนที่ 9 : เมียคั่นเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 ต.ค. 59



“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”

อัคราถามอย่างแปลกใจระคนเป็นห่วง เพราะกรรัมภาเอาแต่นั่งเงียบครุ่นคิดอะไรคนเดียวมาตลอด ตั้งแต่เดินทางกลับมาจากโรงพยาบาล

หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าชายหนุ่มขับรถใกล้ถึงซอยเข้าบ้านของเธอแล้ว จึงบอกเส้นทางให้เขากระทั่งบีเอ็มดับเบิ้ลยูจอดลงที่ประตูหน้าบ้าน ชายหนุ่มก็ยังรอคอยคำตอบอยู่

“คุณหมอว่ายังไงหรือครับ?” 

ก่อนกลับหญิงสาวไปพบแพทย์ที่ดูแลรักษาอาการนายเอนกมา แล้วหลังจากนั้นดูเหมือนเธอจะเฝ้าครุ่นคิดอะไรอยู่ตามลำพัง “หรือว่าอาการของคุณพ่อคุณ?”

“คุณหมอบอกว่า มีทางรักษาคุณพ่อของฉันค่ะ มีเคสเหมือนๆ กันที่ต่างประเทศและรักษาหายขาดมาแล้ว”

“หรือ? งั้นก็เป็นข่าวดีทีเดียว” เขาพลอยตื่นเต้นไปด้วย

เธอยิ้มออกมา แต่ก็ยิ้มออกเพียงนิดเดียวเท่านั้น

“ค่ะ เป็นข่าวดีมากๆ ฉันรู้สึกมีความหวัง”

“แล้วคุณกังวลเรื่องอะไรล่ะ?”

เธอถอนหายใจพรวด หันมามองหน้าเขาตรงๆ

“การผ่าตัดต้องไปทำที่อเมริกา ลำพังแค่รักษาในเมืองไทยตอนนี้ ฉันก็แทบจะไม่มีเงินจ่าย ขนาดค่ารักษาครั้งสุดท้ายคุณก็ยังต้องช่วยออกให้ก่อนเลย แล้วฉันก็ขายทรัพย์สมบัติไปทุกอย่างแล้ว รถเอย ข้าวของในบ้าน เหลือก็แต่บ้านหลังนี้” 

หันไปมองบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ในแสงสลัวของไฟจากถนนและอาคารบ้านเรือนใกล้ๆ บ้านที่เธออยู่มาแต่เกิด บ้านที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย

“หรือต่อให้ขายบ้านที่ติดจำนองธนาคารอยู่ ก็คงได้เงินอีกไม่เท่าไหร่ ยังไงก็ไม่มีทางพอ” เสียงเธอเริ่มเครือขึ้นจมูก ดวงตาร้อนผ่าว ก่อนน้ำตาหยดติ๋งกลิ้งไหลลงที่แก้ม เมื่อคิดว่าเธอไม่สามารถจะทำอะไรที่ช่วยเหลือบิดาได้มากกว่านี้เลย

อัครามองหญิงสาวอย่างเห็นอกเห็นใจ เขาจอดรถนิ่งๆ ปล่อยให้เธอได้ระบายอารมณ์ แต่กรรัมภาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เธอร้องไห้อยู่เงียบๆ ก่อนจะค่อยๆ สงบสติอารมณ์

“คุณหมอได้บอกเรื่องค่าใช้จ่ายไหม? ว่าประมาณเท่าไหร่?”

“ค่ะ...” 

เธอบอกตัวเลขที่ฟังดูหนักหนาสาหัสเอาการสำหรับคนที่ไม่เหลือทรัพย์สมบัติอะไร และยังไม่มีงานทำอีกด้วย

“แต่ยังไงฉันก็จะรักษาท่าน เพราะฉันมีพ่อแค่คนเดียว ฉันเหลือท่านแค่คนเดียวแล้ว” ท้ายเสียงสั่นเครือ แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ

“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป?”

“ฉันยังไม่รู้เลยค่ะ ตอนนี้ก็คงรอให้พ่อแข็งแรงขึ้นกว่านี้ก่อน เพราะถ้าจะเลือกรักษาวิธีนี้จริง ก็ยังจะต้องเตรียมความพร้อมและตรวจร่างกายอีกหลายอย่าง เพื่อจะดูว่าท่านแข็งแรงพอจะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ไหม”

ชายหนุ่มผงกหน้า

“ค่อยๆ คิดไป ผมเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก”

“ค่ะ ฉันก็เชื่อว่าอย่างนั้น เพียงแต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเท่านั้นเอง” 

พูดติดตลก ก่อนก้มลงฝ่ามือที่มองไม่เห็นแม้แต่เส้นลายมือ แสงที่ส่องผ่านเข้ามาถึงในรถ ทำให้ไม่เห็นสีหน้าและไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่

“ฉันคงต้องหางานทำไปก่อน งานอะไรก็ได้ที่ได้เงินเยอะๆ ฉันจะทำทุกวิถีทาง ต่อให้ต้องขายชีวิต”

คนฟังใจหายวาบเมื่อได้ยินความมุ่งมั่นตั้งใจของเธอ

“ขอบคุณมากนะคะคุณอัคราที่มาส่ง ขอบคุณค่ะ” 

บอกเขาแล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถไป

ชายหนุ่มมองตามไปรอจนกระทั่งแน่ใจว่าหญิงสาวไขประตูเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้ว บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกเป็นห่วงและกังวลเรื่องของผู้หญิงคนนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนัก อะไรสักอย่างที่นำพาให้เขามาพบกับเธอ คงมีเหตุผลของมัน

กรรัมภาเป็นคนดี มีความกตัญญู เธอแตกต่างจากผู้หญิงในแวดวงสังคมเดียวกับเขาที่รู้จัก เจ้าหล่อนพวกนั้นใช้ชีวิตฉาบฉวย ยึดติดกับวัตถุ มองเห็นแต่ตัวเองเป็นหลัก อย่างเมียเก่าของเขานั่นไง

ให้ตายสิ หลายวันมานี่เขาแทบไม่กลับไปนึกถึงเรื่องของแอริณอีกเลย แม้แต่ความคิดแว่บเดียวก็ไม่ผ่านเข้ามาในสมอง ทั้งๆ ที่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อัปยศตำตา ก็ไม่เคยมีวันไหนที่เขาจะไม่กลับไปแว่บคิดถึงเรื่องนั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและปวดร้าวหัวใจ

หล่อนมีใหม่ได้ นายก็มีใหม่ได้เหมือนกัน 

วิศณุเพื่อนของเขาเคยแนะวิธีแก้แค้นเอาคืนเมียเก่าไว้ ซึ่งเขาไม่ค่อยเห็นด้วยนัก

การลืมใครสักคน มันต้องใช้เวลา ความทรงจำไม่ใช่สิ่งที่จะลบเลือนได้ในวันสองวัน เว้นเสียแต่ว่า ต้องมีคนใหม่มาทำให้เราสนใจมากกว่า

แต่ตอนนี้เขาก็ไม่พร้อมลงหลักปักฐานกับใคร อย่างน้อยก็ขออาศัยเวลาเรียนรู้จักกันให้ดีกว่าที่ผ่านมา

ฉันคงต้องหางานทำไปก่อน งานอะไรก็ได้ที่ได้เงินเยอะๆ ฉันจะทำทุกวิถีทาง ต่อให้ต้องขายชีวิต

และตอนนี้เขากำลังสนใจใครบางคนอยู่...คนที่กำลังเข้าตาจน และกำลังมองหางานทำ งานอะไรก็ได้ เมื่อกรรัมภาเองก็มีความต้องการไปในทิศทางเดียวกันกับเขา แล้วทำไมไม่ลองยื่นข้อเสนอให้เธอดูล่ะ

เร็วเท่าความคิด อัคราเปิดประตูลงไป เรียกคนที่กำลังเดินเข้าไปในบ้านเอาไว้

“กรรัมภา”

“คะ” 

หญิงสาวเหลียวหน้ามามองเขาอย่างประหลาดใจ

“จะเป็นไรไหม ถ้าผมอยากเข้าไปคุยกับคุณในบ้าน”

“ตอนนี้นะหรือคะ?” 

ถามอย่างแปลกใจ เพราะตลอดทางกลับบ้านไม่ใช่ระยะทางน้อยๆ มีเวลามากมายที่จะพูดคุยกัน แต่อัคราก็ไม่ได้พูดอะไรเลย

ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมแม้ในแสงไฟลางๆ ผงกหน้า

กรรัมภาชั่งใจครู่เดียวก่อนจะเดินมาเปิดประตูให้อย่างไม่คิดลังเลอะไรอีก เธอค่อนข้างจะไว้ใจเขา เพียงไม่กี่วันที่ได้รู้จัก บอกเธอว่าอัคราเป็นผู้ชายที่ไว้ใจได้ และตอนนี้เธอก็มีเขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว

“ทางธนาคารประเมินค่าบ้านให้คุณกู้อยู่ที่เท่าไหร่?” 

ถามเมื่อมองบ้านหลังใหญ่ เนื้อที่ประมาณหนึ่งงาน มีต้นไม้โดยรอบ แต่ดูรกรื้นไปสักหน่อย คงเป็นเพราะเจ้าของมันไม่ได้มีเวลามาดูแล

“สองล้านค่ะ เข้ามาดื่มน้ำก่อนสิคะ” 

บอกพร้อมกับเดินนำไปยังตัวบ้าน แต่มือใหญ่รั้งข้อมือเล็กเอาไว้เสียก่อน

“ไม่เป็นไร ตรงโต๊ะนั่นก็ได้ ลมเย็นดี” 

เขาว่าพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางชุดเก้าอี้สนาม ก่อนจะจับจูงมือเธอเดินไปด้วยกัน กรรัมภาเริ่มรับรู้ได้ถึงกระแสแปลกๆ บางอย่างที่ถูกส่งมาจากมือใหญ่ที่เกาะกุมไว้

“ที่คุณบอกผมเรื่องจะหางานทำ คุณได้คิดไว้ไหมว่าอยากจะทำงานอะไร?” 

เขาตั้งคำถามทันที ที่เธอและเขามานั่งที่เก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่มุมหนึ่งของสนามหญ้าค่อนข้างกว้าง

กรรัมภาดึงมือตัวเองกลับคืนมาอย่างนุ่มนวล ประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน บีบมือแน่น

“ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออก อาจจะค่อยๆ มองหาไปก่อนค่ะ”

“แล้วเรื่องเมื่อตอนกลางวันล่ะ ร้านนั้นที่คุณเข้าไปถาม” 

สายตาของเขามองจับนิ่งที่ใบหน้าเธอ จนรู้สึกอึดอัดขึ้นมา ดวงตาสีนิลคมกล้า ในบางคราดูดุ บางคราเหมือนเจ้าความคิดเกินคาดเดา สายตาของเขาไม่เคยว่างเปล่า มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอะไรๆ ในนั้นที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

“ถ้ามันไม่มีทางเลือกจริงๆ ฉันก็คง...” 

เธอไม่กล้าเอ่ยมันออกมา แต่หากคนเราจนตรอกจริงๆ แล้ว

“ถ้าคุณคิดแบบนั้นจริงนะกรรัมภา ผมมีข้อเสนอ” 

เขาพูดสวนขึ้นมาก่อนเธอจะพูดจบ สีหน้าสีตาของอัครายามนี้ดูจริงจังเป็นการเป็นงานราวกับจะเจรจาโครงการธุรกิจพันล้านอยู่ก็ไม่ปาน และเธอก็กำลังตั้งใจฟังเขาอยู่

“ตอนนี้ผมไม่มีภรรยา แต่ผมก็ยังมีความต้องการแบบผู้ชายทั่วไป ที่อยากได้คนมาดูแล หากคุณคิดจะเลือกทางนั้นจริงล่ะก็ แทนที่คุณจะเปลืองเนื้อเปลืองตัวกับผู้ชายอื่นที่เลือกไม่ได้ คุณมาเป็นผู้หญิงของผมไม่ดีกว่าหรือ?”

ข้อเสนอของชายหนุ่ม ทำให้เธอถึงกับนิ่งอึ้งไป อย่างตกตะลึง

“และผมยินดีจะรับผิดชอบค่ารักษาของพ่อคุณทุกบาททุกสตางค์” 

พูดจบเขาก็แทบจะกัดลิ้นเลยให้ตาย  เขากำลังจะใช้เงินซื้อผู้หญิง...โดยเฉพาะผู้หญิงจนตรอกน่าสงสาร และกำลังหมดทางเลือกมันดูใจร้ายไปสักหน่อย แต่เมื่อยื่นข้อเสนอออกไปแล้ว สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ ก็คือนิ่งฟังคำตอบจากกลีบปากได้รูปสวยที่กำลังจับจ้องมองอยู่ด้วยหัวใจระทึก

“คุณหมายความว่ายังไงคะ?” 

นานทีเดียวเหมือนกัน กว่าที่กรรัมภาจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้ เธอไม่ได้ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด แต่เพียงอยากถามเพื่อย้ำอีกครั้ง

“ผมต้องการผู้หญิง...แต่ยังไม่พร้อมจะจริงจังกับใครในตอนนี้ ถ้าคุณยินดีจะมาเป็นผู้หญิงของผม คุณจะได้ดูแลผู้ชายแค่คนเดียว แลกกับค่ารักษาพยาบาลของคุณพ่อคุณจนกว่าการผ่าตัดจะเสร็จสิ้น” 

สายตาคมกล้าแม้ว่าจะอยู่ในแสงลางๆ มองจับจ้องมาที่เธอเขม็ง

ตัวเธอแข็งทื่อไป จมูกยังหายใจ ตาก็ยังกะพริบปริบๆ หัวใจเต้นแรงสะท้านกับข้อเสนอแสนวาบหวามนั่น ลำคอแห้งผาก นานทีเดียวกว่าที่จะกลืนน้ำลายลงคอ รวบรวมสติ

อย่างน้อยอัคราก็ไม่ใช่ผู้ชายน่ารังเกียจ ด้วยรูปร่างหน้าตา เขาไปหาผู้หญิงควงได้สบายๆ ด้วยฐานะหน้าที่การงานและตำแหน่ง คงมีผู้หญิงไม่น้อยที่อยากเสนอตัวให้เขาฟรีๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ความคิดนี้ไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลย

แม้จะติดหนี้เขาก้อนใหญ่...หนี้ที่เขาเต็มใจจะจ่ายให้ แต่เธอก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวเอง

ไม่ง่ายแน่...ที่คนอย่างเขาจะมายื่นข้อเสนอนี้ให้กับใครสักคน และนั่นต้องเป็นคนที่เขามองเห็นและเลือกสรรมาแล้ว ในตอนนี้ เขากำลังยื่นข้อเสนอให้กับเธอ...ให้ไปเป็น เมียคั่นเวลาด้วยผลตอบแทนที่เธอเองก็กำลังปรารถนาหาทางออกอยู่

 “ฉันจะลองเก็บเอาไปคิดดูค่ะ” 

นานทีเดียวกว่าที่เธอจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับหัวใจจะปลิดปลิวไปพร้อมกับคำพูดนั่น ใบหน้าร้อนผะผ่าวทีเดียว



กรจะตอบไปว่ายังไงเนี่ย...?????
ลุ้นค่า...ลุ้น ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #13 fsn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 00:24
    ตรงไปตรงมาดีคะ รอลุ้นต่อ หุๆ
    #13
    0
  2. #6 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 12:07
    และแล้วก็ยื่นข้อเสนอจนได้สินะ
    #6
    0