เมีย..คั่นเวลา

ตอนที่ 8 : จนตรอก - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ต.ค. 59

 



ค่าออฟมันคือรายได้ประเภทไหนเธอยังสงสัยอยู่

ผู้หญิงคนนั้นสายตากวาดมองเธอซ้ำอีกครั้ง

“สวยๆ อย่างเธอนี่ น่าจะนั่งดริ๊งค์ดีกว่า ที่ร้านอยากได้เด็กหน้าใหม่ๆ คนเก่าก็รายได้อย่างต่ำเดือนหนึ่งเกือบแสนกันทั้งนั้น ขอแค่อ้อนเก่งๆ เอาใจแขกเก่งๆ”

“คะ” กรรัมภาอุทานออกเพียงแค่นั้น ยังนั่งงงกับหน้าที่ของพนักงานนั่งดริ๊งค์

ไอ้ตัวเลขรายได้เดือนเกือบแสนน่ะน่าสนใจ แต่ขอบข่ายของการทำงานนี่สิ ต้องทำอะไรบ้างเธออยากรู้ เพราะขนาดแคชเชียร์ยังเงินเดือนไม่ถึงหมื่นเลย

“แล้วพนักงานนั่งดริ๊งค์นี่ต้องทำอะไรบ้างหรือคะ?”

“ก็ขายเหล้า นั่งคุยกับแขก”

ดูเหมือนไม่ใช่งานหนัก แต่ทำไมเงินถึงดีนัก อย่างนี้คนไม่มาสมัครเป็นพนักงานนั่งดริ๊งค์กันเป็นแถวหรอกหรือ

“แล้วค่าออฟนี่ละคะ เป็นค่าอะไร?”

“ก็ออกไปข้างนอกกับแขก แล้วก็...”

“นอนกับผู้ชาย” เสียงห้าวๆ ต่อประโยคนั้นให้เสร็จสรรพราวกับรู้จักดี

กรรัมภาหันขวับไปมองก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นอัครามายืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลาบูดบึ้ง และกำลังจ้องหน้าเธอตาเขียว เหมือนผู้ใหญ่ที่จับได้ว่าเด็กในปกครองกำลังแอบทำเรื่องที่เขาห้ามเด็ดขาด

“คุณมาได้ยังไงคะ?”

“คุณนั่นแหละมาที่นี่ได้ยังไง? ขายังเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ?” เขาทำเสียงดุ ไม่ตอบคำถามเธอ

“ฉันมาหางานทำ” ตอบตามความเป็นจริง

“ผัวเหรอ? แล้วตกลงจะทำงานหรือเปล่า? ไปตกลงกันให้เรียบร้อยนะ อย่าให้มาทะเลาะตบตีกันในร้านไม่เอา ฉันขี้เกียจปวดหัว” อาเจ๊ถามทะลุกลางปล้องขึ้นมา พร้อมโบกไม้โบกมือไล่

“ไม่ทำ...ไม่มีวันให้ทำเด็ดขาด” เธอไม่ได้ตอบ แต่เป็นเขาต่างหาก พร้อมกับมาคว้าข้อมือเรียวให้ลุกขึ้น “ขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบอัคราก็ลากเธอออกมาจากร้านทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ยืนเต็มเท้าเลยเสียด้วยซ้ำ เขาจำไม่ได้หรือไงว่าเธอเจ็บขาอยู่

“โอ้ยๆ อะไรกันนี่คุณ ฉันเจ็บนะ” กรรัมภาโวยวายเข้าใส่ แต่ชายหนุ่มก็ลากเธอออกมาจนพ้นประตูร้านสำเร็จ ก่อนจะยอมปล่อยมือ

“นี่คุณกำลังคิดบ้าๆ อะไรอยู่” ชายหนุ่มถามเท้าสะเอว ใบหน้าหล่อดูฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดราวกับเธอทำเรื่องผิดมหันต์

“ฉันกำลังหางานทำ มันบ้าตรงไหนกัน?”

“ไปเป็นผู้หญิงนั่งดริ๊งค์นี่นะ” เสียงฉุนตะคอกกลับ

“มันก็อาชีพสุจริตไม่ใช่หรือ?”

“คุณอยากนอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้าหรือไงล่ะ?”

คนถูกว่าใส่หน้าสะดุ้งโหยง หน้างันไป อัครามองใบหน้าสวยที่ซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือดอย่างปลงๆ

“คุณไม่ได้หมดทางเลือกขนาดนั้นนะกรรัมภา”

“ฉันก็ไม่ได้จะทำสักหน่อย ฉันแค่มาถาม ไม่รู้นี่ว่างานนั่งดริ๊งค์ต้องทำอะไรบ้าง เห็นประกาศหน้าร้านติดไว้ว่ารับประกันรายได้ไม่ต่ำกว่าห้าหมื่น คุณก็รู้ว่าฉันจำเป็นต้องใช้เงิน” อ้อมแอ้มแก้ตัวไปหน้าม้าน

“แต่มันก็มีอาชีพตั้งเยอะแยะให้ทำ”

“แล้วอาชีพอะไรล่ะ ที่ฉันจะทำงานได้เฉพาะกลางคืน และก็ได้เงินมากขนาดนี้” เธอแค่ถาม ไม่ได้ตัดสินใจจะทำสักหน่อย แต่ชายหนุ่มกลับต่อว่าเธอปาวๆ โดยไม่ฟังเหตุผลกันเลย

พอเห็นดวงตากลมโตนั่นเต็มไปด้วยความสับสน และเจ้าตัวก็บอกว่าไม่รู้ว่างานนั่งดริ๊งค์ต้องทำอะไรบ้าง เขาก็ได้แต่ถอนใจ

“ช่างเถอะ ผมจะหางานให้คุณทำเอง” บอกพร้อมกับจับข้อมือเธอแล้วจูงออกมาให้พ้นจากบริเวณที่อโคจรที่เขาไม่ปรารถนาให้หญิงสาวเข้าไปเฉียดใกล้

ใช่ว่าเขาจะรังเกียจผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ ก็อย่างที่กรรัมภาพูดมันเป็นอาชีพสุจริต หลายครั้งที่เขาก็พาลูกค้ามารับรองในร้านแบบนี้ ทำให้ได้รู้จักหญิงสาวหลายคนที่ช่วยให้งานของเขาง่ายขึ้น

บางคนก็ทำด้วยความจำเป็น บางคนก็เลือกที่จะทำเพราะต้องการจะหาเงินสักก้อนเป็นทุนรอนเอาไปทำอย่างอื่น ไม่มีใครอยากยึดเป็นอาชีพไปจนตาย และงานอย่างนี้ก็ทำได้ในตอนที่ยังสาวๆ สวยๆ เนื้อหนังมังสาเต่งตึงอยู่เท่านั้น หากมีทางเลือกที่ดีกว่า ก็คงไม่มีใครเลือกทางนี้แน่

และบังเอิญเขาก็ได้รู้จักผู้หญิงตรงหน้านี้ และยังไม่เห็นว่าเธอจนตรอกจนต้องเลือกทางนั้น และถึงเธอจะจนตรอกจนต้องเลือกทางนั้นจริง เขาก็จะไม่ยอมให้เธอเลือกมันเด็ดขาด

+++++++++

 

“อะไรคะ?”

กรรัมภาหันไปถามคนที่ยื่นกระดาษพับสีขาวในมือให้เธออย่างประหลาดใจ

หลังจากที่อัคราลากเธออกกมาจากร้านนั้น เขาก็พาเธอกลับไปที่โรงพยาบาล เคลียร์ค่ารักษาพยาบาลโดยที่เขาเป็นคนออกให้ทุกบาททุกสตางค์ คุณพยาบาลชบาทิพย์แอบบ่นที่จู่ๆ เธอก็หายตัวไป เลยทำให้เจ้าหล่อนต้องโดนคุณแฟนกำมะลอ(ที่จนป่านนี้ก็ยังเข้าใจผิด)ของเธอต่อว่าเสียยกใหญ่ อัคราได้ยินคำพูดทั้งหมดนั้น แต่เขาก็ไม่คิดแก้ไขความเข้าใจผิดให้ถูกต้อง

ผู้ชายอย่างเขา คงไม่มาสนใจว่าตนเองต้องถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนใคร แต่กับผู้หญิงอย่างเธอมันเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

เมื่อเขาไม่ยอมบอกอะไรเธอจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาคลี่ดูเอง พอเห็นว่าเป็นอะไรก็หันขวับไปมองหน้าเขาอย่างอึ้งๆ

“ทีนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของพ่อคุณแล้วนะ”

ลำคอเธอตีบตันขึ้นมา กระบอกตาร้อนผ่าวอย่างซาบซึ้งใจ เพราะเรื่องนี้ทำให้เธอกระวนกระวายใจอยู่ตลอดเวลา จนไม่รู้ว่าจะขอบคุณเขายังไงดี

“ขอบคุณนะคะ ไว้ฉันหาเงินได้ จะรีบใช้คืนคุณทันที”

“ไม่ต้องหรอก” บอกราวกับไม่ใส่ใจ

“ไม่ต้องได้ยังไงคะ? เงินตั้งเป็นแสน แล้วนี่มันก็เป็นภาระหน้าที่ของฉัน”

“ผมถือว่าจ่ายค่าทำขวัญที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัวก็แล้วกัน” เขาพูดราวกับมันเป็นเงินหลักร้อยหลักพัน ไม่ใช่หลักแสน เงินแสนสำหรับเขามันคงจิ๊บจ๊อยมากเลยสินะ

“แต่นี่มันมากเกินไป” เธอแย้ง

คนถูกปฏิเสธหันมาจ้องหน้าเธอตรงๆ ดวงตาสีนิลหรี่ลง

“ตอนนี้คุณไม่มีเงินนะกรรัมภา ไปขอกู้ธนาคารก็ไม่ได้ แล้วคุณจะไปหาเงินมาจากไหน หรือจะไปทำงานนั้นจริงๆ”

เธอสะอึกกับคำถามคล้ายประชดของเขา

“แต่คุณเคยคิดว่าฉันตั้งใจวิ่งไปให้รถคุณชนเพื่อจะเรียกร้องจะเอาเงิน ถ้าฉันรับเงินนี่มามันก็เท่ากับว่า...”

“ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่ใช่” เขาถอนหายใจยาวเหยียด...คนเรามันเขาใจผิดกันได้

“เราจะมามัวเถียงกันทำไม คุณงอแงอยากมาเยี่ยมพ่อคุณ ตอนนี้เราก็มาถึงนี่แล้ว น่าจะรีบลงจากรถแล้วไปเยี่ยมท่านจะดีกว่า” เขาเตือนสติ กรรัมภาจึงนึกได้ว่านาทีนี้สิ่งที่เธออยากทำยิ่งกว่าอะไรก็คือการไปดูอาการของบิดา

หากคำว่า งอแง ที่ชายหนุ่มพูดถึงเธอนั่นฟังดูขัดหูพิกล เธอไม่ใช่เด็กห้าขวบสิบขวบ ถึงจะมาพูดว่างอแงได้เสียหน่อย

+++++++++

 

“ข่าวดี?”

กรรัมภาทวนคำพูดของคุณหมอที่ดูแลอาการของนายเอนกอยู่

“แปลคุณหมอพบวิธีรักษาคุณพ่อให้หายขาดแล้วหรือคะ?” เธอถามอย่างตื่นเต้น

“หมอไม่กล้าฟันธงอย่างนั้น แต่ตอนนี้มีเคสที่คล้ายกับพ่อของคุณมาก และได้ทำการผ่าตัดรักษาจนหายขาดแล้ว”

“จริงเหรอคะ?” เธอรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก เมื่อแสงสว่างที่ปลายอุโมงกำลังเริ่มทอแสงเรืองรองอยู่ตรงหน้า

“ครับ นี่เป็นรายงานการรักษาของเพื่อนหมอที่อเมริกาเพิ่งส่งมาให้ดู คนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดด้วยวิธีการนี้ พบว่าผลออกมาเป็นที่น่าพอใจมากๆ ถ้าคุณไม่มีติดขัดอะไร หมออยากให้คุณลองพิจารณาทางเลือกนี้ดู นี่เป็นรายงานอ้างอิงการรักษาจากเคสทั้งหมด ยังไงคุณลองเอาไปอ่านดูก่อนก็ได้ครับ” คุณหมอยื่นรายงานเล่มหนึ่งค่อนข้างหนาให้กับเธอ

กรรัมภารับมันมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ ตื่นเต้นดีใจที่มีหนทางจะทำให้บิดาหายเป็นปกติ แต่คำว่าการรักษาที่อเมริกาฟังแค่นี้ก็คิดว่าน่าจะเสียใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษามากทีเดียว แล้วในสภาวะที่เธอกำลังขาดแคลนรายได้อย่างตอนนี้ด้วยแล้ว

“ค่ารักษาทั้งหมดเป็นเงินประมาณเท่าไหร่คะ คุณหมอพอจะบอกได้ไหม?”

คุณหมอยิ้มให้เธออย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยตัวเลขคร่าวๆ ที่พอได้ฟังก็ทำให้ชาวาบไปทั้งตัว กรรัมภาแอบกลืนน้ำลายแก้อาการฝืดคออย่างหนัก นี่แค่ตัวเลขคร่าวๆ ต้องทำงานอีกกี่ปีกี่เดือน ถึงจะหาเงินจำนวนมากอย่างนี้ได้ แต่อาการของพ่อเธอ ไม่ให้เวลารอคอยนานขนาดนั้น

“หมอเพียงแค่แนะนำ อยู่ที่ตัวคนไข้และญาติด้วยว่าพร้อมและสะดวกหรือเปล่า มันก็เป็นเพียงอีกทางเลือกหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในอนาคตประเทศเราก็อาจจะทำได้” คุณหมอให้กำลังใจ

“ยังไงฉันจะลองเอากลับไปคิดดูนะคะ”

“ครับ ถ้าตัดสินใจยังไงก็บอกหมอด้วยแล้วกัน เพราะถ้าจะส่งคุณเอนกไปจริง หมอจะติดต่อเพื่อนให้ และเราคงต้องตรวจเช็กความพร้อมของคนไข้อีกหลายอย่าง เพื่อให้การรักษาครั้งนี้ออกมาได้ผลดีที่สุด”

“ค่ะ” เธอยกมือไหว้คุณหมอ ด้วยใบหน้าเผือดสี ตอนที่เดินออกจากห้องคุณหมอมา ยังรู้สึกตัวลอยๆ ราวกับร่างไร้น้ำหนัก เงินจำนวนมากขนาดนั้น จะหามาจากไหนได้ในเวลานี้ แต่เธอมีพ่อคนเดียว ถ้าไม่มีท่านกรรัมภานึกไม่ออกจริงๆ ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงกัน ไม่ว่ายังไงเธอจะพยายามให้ถึงที่สุด


กรจะทำยังไงต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #12 fsn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 00:24
    คนรวยก็โชคดี มีโอกาสมากกว่าคนจนนะคะ
    #12
    0
  2. #5 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 05:45
    เงินเก่ายังหาคืนไม่ได้แล้วจะทำไงหละทีนี้
    #5
    0