เมีย..คั่นเวลา

ตอนที่ 7 : จนตรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ต.ค. 59


“โอเคค่ะเรียบร้อยแล้ว นี่บิลนะคะ”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของโรงพยาบาล ยื่นใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลของนายเอนก ศิวัชวงษ์ให้ หลังจากที่เขาได้ชำระค่าใช้จ่ายที่ค้างอยู่ทั้งหมดจำนวนกว่าหนึ่งแสนบาทเป็นที่เรียบร้อย ทีนี้กรรัมภาจะได้สบายใจเสียที ไม่ต้องกระวนกระวายจะออกไปหาเงินทำทั้งๆ ที่ขายังเจ็บอยู่ ถือว่าเงินนี่เขาจ่ายชดเชยเป็นค่าทำขวัญให้เธอก็แล้วกัน

“ขอบคุณครับ” เขารับใบเสร็จมาพับเก็บใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินไปเยี่ยมนายเอนกที่ไอซียูต่อ

“แกเพิ่งนอนหลับไปหลังคุณหมอให้ยา ท่าทางกระวนกระวายใจรอลูกสาวอยู่นะคะ” พยาบาลบอกกับเขาทันทีที่โผล่หน้าไป เพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาถามอาการของผู้ป่วยรายนี้อยู่หลายครั้ง

“แล้วนี่คุณกรลูกสาวแกอาการเป็นยังไงบ้างคะ?” ถามเพราะรู้จักมักคุ้นหญิงสาวดี

“อาการดีขึ้นมากแล้วครับ อีกสักวันสองวันก็น่าจะเดินได้เป็นปกติ” เขาบอกไปตามที่ได้ถามหมอเจ้าของไข้มา คืนนั้นหลังจากพากรรัมภาไปส่งโรงพยาบาล และจึงได้เห็นร่องรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ที่ขาเธอ อัคราตกใจมากเลยทีเดียว ไม่คิดว่ามันจะบวมช้ำน่ากลัวขนาดนั้น และเมื่อมาคิดว่าต้นเหตุเป็นเพราะเขา อีกทั้งหญิงสาวเป็นไข้หนักตัวร้อนจนเพ้อทำเอาเขาเป็นกังวลนอนไม่หลับอยู่ทั้งคืน หญิงสาวยังขอให้เขาช่วยย้ายโรงพยาบาลมารักษาที่นี่เพื่อที่เธอจะได้มาเยี่ยมบิดาได้ง่ายขึ้น แต่เขาไม่เห็นด้วย เกรงว่าเธอจะไม่ได้พักผ่อนให้เต็มทีและจะยิ่งหายช้าไปกันใหญ่ นี่ก็ผลัดมาได้สองวันแล้ว เขาเชื่อว่าถ้าวันนี้ยังไม่ได้ออกโรงพยาบาลเธอต้องไม่ยอมแน่ๆ

จึงรีบมาทำธุระให้หญิงสาวให้เสร็จ อย่างน้อยก็ให้เธอสบายใจไปเปราะหนึ่งก่อน

เมื่อเสร็จธุระที่โรงพยาบาลแล้ว เขาก็รีบไปหากรรัมภาต่อทันที อันที่จริงหน้าที่พวกนี้จะใช้ไหว้วานให้เฉลิมขวัญทำแทนก็ย่อมได้ แต่อัคราเห็นว่ามันเป็นธุระของเขาโดยตรงอยากมาจัดการด้วยตัวเองมากกว่า สองสามวันที่ผ่านมานี้ เขาจึงไม่ได้ประจำอยู่ที่ออฟฟิศเลย มีแค่เข้าไปเซ็นต์เอกสารแล้วก็ตระเวนทัวร์โรงพยาบาล ถ้ามีอะไรสำคัญเฉลิมขวัญจะให้บุญเติมเอาไปฝากป้าน้อยให้ที่บ้าน และเมื่อกลับถึงบ้านเขาก็จะนั่งอ่านพิจารณา แต่ว่าก็ว่าเถอะ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยมีสมาธิสำหรับเรื่องอื่นเลย นอกจากเรื่องของหญิงสาวที่ชื่อกรรัมภา

ไม่ใช่ในฐานะของเจ้าของไข้ แต่เป็นความคิดอย่างผู้ชายมองผู้หญิง หลายครั้งที่เขานั่งมองเธอนอนหลับแล้วรู้สึกมองได้ไม่เบื่อ หรือเมื่อตอนที่เธอตื่น นอกจากเรื่องของนายเอนกก็ยังมีเรื่องอื่นๆ ให้คุยกัน หากเขาเสนอตำแหน่งในบริษัทให้เธอหลังจากนี้ หญิงสาวจะยินดีรับหรือเปล่า?

เธอจบด้านการบัญชีมา และแน่นอนว่าเขามีนักตรวจสอบบัญชีและพนักงานบัญชีที่เก่งกาจอยู่ในบริษัทแล้ว ทุกคนที่คัดสรรเข้ามาในชีวิตเขา ล้วนต้องเป็นเลิศในด้านนั้น หากเขาได้ลงมือเลือกด้วยตัวเอง ถ้ารับกรรัมภาไปทำงานอีกคน ระบบที่เขาวางไว้ดีอยู่แล้วอาจจะมีปัญหา หรือถ้าจะให้มาทำงานเป็นเลขาอีกคนช่วยงานเฉลิมขวัญ เขาจะอธิบายกับเลขามือหนึ่งที่เก่งกาจว่ายังไง อื้ม! ค่อยๆ คิดไปก็ได้ ทุกปัญหามีทางออก

+++++++++

 

“คุณหมอให้ฉันกลับบ้านได้แล้วหรือคะ?”

น้ำเสียงถามอย่างยินดี พร้อมกับหน้าตาที่ปิดบังความรู้สึกไว้ไม่มิด ทำให้ทั้งคุณหมอและพยาบาลหันไปสบตากัน

“คุณกรรัมภาดีใจขนาดนี้ ทำให้พวกเราอดคิดไม่ได้ว่า บริการของเราขาดตกบกพร่องอะไรไปหรือเปล่า?”

อุ๊ย! ไม่ใช่นะคะ ที่นี่ดูแลกรดีมากๆ แต่กรไม่อยากนอนอยู่แต่บนเตียง หรืออุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลต่างหาก”

คุณหมอและพยาบาลหัวเราะเบาๆ อย่างเข้าใจ เพราะถ้าไม่เจ็บไม่ป่วยก็คงไม่มีใครอยากเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลยกเว้นก็แต่พวกเขา ซึ่งมันเป็นอาชีพและหน้าที่

“แล้วเอ่อ...เรื่องค่ารักษาพยาบาล...” เธออดจะเป็นกังวลไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอัคราจะยินดีจ่ายให้หรือเปล่า ยิ่งที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชน และห้องพักผู้ป่วยของเธอก็กว้างขวางสะดวกสบายแถมยังมีพยาบาลเฝ้าพิเศษตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีก ในฐานะที่เขาเป็นคนพาเธอมารับการรักษาที่แพงหูฉี่ ก็ควรที่จะรับผิดชอบ อย่างน้อยสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี

“คุณอัคราลงชื่อเป็นเจ้าของไข้ค่ะ ทิพย์โทรไปบอกแล้วว่าคุณกรจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ฟังน้ำเสียงแล้วแฟนคุณดีใจใหญ่เลย” พยาบาลชบาทิพย์ยิ้มหวานให้เธอ

หากคนที่กำลังยิ้มกว้างกว่าใครๆ กลับค่อยๆ หุบยิ้มลง เพราะจนกระทั่งถึงตอนนี้ ทุกคนยังเข้าใจผิดว่าชายหนุ่มเป็นแฟนเธอซึ่งมันไม่ใช่เลย

“เดี๋ยวก็คงมาถึงค่ะ คุณกรจะเปลี่ยนเสื้อผ้ารอเลยไหมคะ? เสื้อผ้าอยู่ในลิ้นชักข้างล่างนี่ค่ะ”

กรรัมภาผงกใบหน้ารับเจื่อนๆ คุณหมอและคุณพยาบาลจึงขอตัวออกไป ให้เธอได้อยู่ตามลำพัง หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียด ทอดสายตามองไปนอกหน้าต่าง เห็นตึกรามอาคารพาณิชย์ติดกันเป็นพรืด กลางค่ำกลางคืนเปิดไฟสว่างไสวเดาได้ว่าไม่ไกลจากนี้นักเป็นสถานบันเทิงที่ครึกครื้นตลอดคืน บางทีสะดุ้งตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนดึกแล้วมองออกไปข้างนอก เธอก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนพวกนี้ไม่หลับไม่นอนกันเลยหรือไร?

จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในหัว

กลางวันเธอต้องไปเฝ้าบิดาที่โรงพยาบาล แต่กลางคืนก็ยังทำงานได้นี่นา อีกอย่างมีหลายอาชีพกลางคืนน่าจะทำเงินได้ดีทีเดียว เพียงแต่เธอไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนเลยต่างหาก

คิดได้ดังนั้นเธอจึงรีบหยิบถุงเสื้อผ้ามาเปลี่ยนชุดคนป่วยออก นุ่งสกินนี่สีดำและเสื้อผ้ายืดตัวยาวสีเหลืองสดใส เธอมักเลือกใส่เสื้อผ้าไม่ให้ดูหดหู่เพราะบรรยากาศของโรงพยาบาลก็หดหู่พออยู่แล้ว ตอนนี้เธอยังเจ็บขาอยู่ อาจจะเดินลำบากสักนิดหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับวันแรกนั่นก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว ลองไปหางานทำดู บางทีแถวๆ นั้นอาจจะมีงานให้เธอทำก็ได้

+++++++++

 

“พวกคุณลองมาหาดูสิ ผมแน่ใจว่าดูหมดทุกที่แล้ว แม้แต่ในลิ้นชัก”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดติดประชดประชันเมื่อมาถึงแล้วพบว่ากรรัมภาหายไปจากห้องคนป่วย ทั้งที่เขาจ้างพยาบาลพิเศษให้เฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ค่ะๆ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” ชบาทิพย์ขอร้องอีกฝ่าย ก่อนที่เธอและเพื่อนพยาบาลอีกคนจะช่วยกันตามหาแฟนสาวของชายหนุ่มที่เมื่อกี้ตอนที่เธอเอายามาให้ก็ยังอยู่ในห้องนี้อยู่เลย

หลังจากไปดูทั้งในห้องน้ำ และที่ระเบียงก็ไม่พบแม้แต่เงาของกรรัมภาจริงดังว่า

“แต่ว่าถุงยายังอยู่นะคะพี่ทิพย์” พยาบาลสุนิสาหยิบถุงยาซึ่งเป็นของคนไข้มาให้ตรวจสอบดู

“บางทีเธออาจจะไปเดินเล่นแถวๆ นี้ก็ได้” บอกอย่างไม่สบายใจ

“คนไข้เจ็บขา จะไปไกลได้สักแค่ไหนกัน ทำไมยังปล่อยให้รอดหูรอดตาไปได้” เขาเป็นห่วงเธอจนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่สองสาวพอเข้าใจ ก็แฟนหายไปทั้งคน ชายหนุ่มก็ย่อมหงุดหงิดฉุนเฉียวเป็นธรรมดา

“เดี๋ยวยังไงดิฉันจะให้ รปภ.ช่วยตามหาในเขตโรงพยาบาลนะคะ” ชบาทิพย์บอกแล้วรีบออกไป ทั้งไปตามหาคนไข้ และไม่อยากเผชิญกับอารมณ์ร้อนๆ ของหนุ่มหล่อใจดีที่ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“แล้วถ้าเธอไม่ได้อยู่ในเขตโรงพยาบาลล่ะ” อัคราถามตามหลังไป แต่คุณพยาบาลคงไม่ทันได้ฟัง เพราะรีบเร่งออกไป ชายหนุ่มพ่นลมหายใจระบายความฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด พอมองไปนอกหน้าต่างก็ใจหายวาบ กลัวว่าหญิงสาวอาจจะคิดสั้นขึ้นมาก็ได้ในสภาวะที่ปัญหาล้นพ้นตัวอย่างนี้ ทำให้คนเราตัดสินใจอะไรโง่ๆ ไปได้ จึงรีบเดินไปชะโงกดูที่หน้าต่าง กวาดสายตามองหาไปโดยรอบ ก็สะดุดตากับหญิงสาวเสื้อสีเหลืองที่เดินออกไปนอกเขตโรงพยาบาล ดวงตาคมกริบเขม้นมอง คิ้วเป็นปื้นขมวดชิดเมื่อรู้สึกคุ้นตา

เธออยู่นั่น...ใช่กรรัมภาแน่ๆ ถึงจะไกลไปสักหน่อย แต่เสื้อตัวนั้นและรูปร่างอย่างนั้น แถมท่าเดินที่ลากขากระเผลก จะเป็นใครได้ถ้าไม่ใช่เธอ

เร็วเท่าความคิดอัคราหมุนตัวกลับหน้าเป็นหลัง รีบเดินออกจากห้องพักคนป่วยไป เพราะช้าสักนาที เขาอาจจะคลาดจากหญิงสาวอีกก็เป็นได้...แล้วเธอหนีไปทำไมกัน ในเมื่อเขารับจะเป็นเจ้าของไข้จ่ายให้ทุกบาทอยู่แล้ว

+++++++++

 

“รับประกันรายได้ที่เดือนละห้าหมื่นบาท”

คนอ่านตามประกาศที่ติดไว้หน้าร้านตาโตขึ้นมา

ห้าหมื่นบาท...นี่มันมากกว่าสองเท่าของเงินเดือนเธอเสียด้วยซ้ำ

“ว่าแต่งานนี้ต้องทำอะไรบ้าง ทำไมถึงได้เงินเยอะอย่างนี้” พึมพำอย่างอดสงสัยไม่ได้ ก่อนจะยืนครุ่นคิดพิจารณา นอกจากนั้นยังมีอาชีพอื่นๆ เช่นรีเชฟชั่น เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่บัญชี ที่สุดแล้วเธอก็ตัดสินใจผลักบานประตูกระจกเข้าไปถามคนในร้านดีกว่า

กลิ่นบุหรี่ค่อนข้างจะฉุนจมูกคือสิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อก้าวเข้ามาภายในร้านที่ค่อนข้างมืดทึม เสียงแอร์เก่าๆ เป่าลมเสียงดัง ตรงนั้นมีผู้หญิงวัยกลางคนกำลังนั่งตะไบเล็บอยู่ พอเธอเดินเข้ามาเจ้าหล่อนก็เงยหน้าขวับขึ้นมามอง

“ฉันจะมาสอบถามเรื่องประกาศรับสมัครงานที่ติดไว้ที่หน้าร้านค่ะ” เธอบอกวัตถุประสงค์กับอีกฝ่าย

สาวใหญ่ผิวขาวซีด รูปร่างค่อนข้างอวบแบบเนื้อนมไข่ เดาได้ว่ามีเชื้อสายจีนและมีเค้าว่าเคยสวยมาก่อน ตาและจมูกผ่านการศัลยกรรมมาแล้ว ดวงตาคล้ำจางๆ อย่างคนพักผ่อนไม่พอกวาดมองเธอขึ้นลง ก่อนจะผงกหน้า

“นั่งก่อนสิ” สายตาเหลือบไปที่โซฟาตัวยาวที่เจ้าหล่อนนั่งอยู่ กรรัมภาจึงนั่งลงอีกฟากฝั่งหนึ่ง “ว่าแต่สนใจจะมาสมัครตำแหน่งอะไรล่ะ?”

“ฉันเรียนจบบัญชีมาค่ะ ไม่ทราบว่าที่นี่จ่ายค่าจ้างยังไงคะ?”

“จะมาสมัครแคชเชียร์เหรอ? อื้ม...” สายตากวาดมองใบหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ “เงินเดือนสตาร์ทที่เก้าพัน ทำงานทุกคืนหยุดได้เดือนละสองครั้ง เริ่มงานตั้งแต่ทุ่มหนึ่งถึงตีสาม”

เงินเดือนเก้าพัน ให้หยุดเดือนละสองวัน เริ่มงานหนึ่งทุ่มถึงตีสาม...ทำไมมันโหดอย่างนั้น

“แล้วงานที่รับประกันรายได้ห้าหมื่นบาทนั่นล่ะคะ?” ถามอย่างสงสัย

“นั่นน่ะเด็กนั่งดริ๊งค์ ทำงานอาทิตย์ละหกวัน ทิปหาร ต้องขายดริ๊งค์ให้ได้คืนละยี่สิบดริ๊งค์ ถ้าออกไปกับแขกเงินค่าออฟหารกับร้านคนละครึ่ง” ตอบยาวเหยียดจนแทบไม่ต้องพักหายใจ ราวกับท่องจนคล่องปาก 


นางเอกของเรา จะกระโดดไปหาอาชีพพิเศษเสียแล้ว

ไม่ปรึกษาคุณแมทสักคำ...เดี๋ยวก็มีเฮหรอกนะจ๊ะ กร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #4 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:14
    เดี๋ยวมีน้ำโหแน่ๆเลย
    #4
    0