เมีย..คั่นเวลา

ตอนที่ 6 : ผู้หญิงน่าสนใจ - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    30 ก.ย. 59




ากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วจนเย็นยะเยือก เธอยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดมิด ก่อนจะมองเห็นแสงสว่างจากที่ไกลโพ้นแทบสุดปลายสายตา ณ ที่ตรงนั้น มีเงาของใครสักคนยืนอยู่

พ่อ เธอเรียกบิดาเสียงก้องกังวาน เมื่อมองเห็นว่าเป็นท่าน แต่ดูเหมือนว่านายเอนกจะไม่ได้ยิน นานแค่ไหนแล้วที่บิดาไม่ได้ลุกขึ้นยืนต่อหน้าเธออย่างนี้

พ่อยิ้มให้เธอ...กรรัมภาจึงรีบก้าวเท้าเพื่อเดินไปหา สองเท้าก้าวเร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าบิดากำลังหันหลังให้แล้วเดินจากไป

พ่อคะ รอกรด้วย เธอกวดฝีเท้าวิ่งตามไปทันที แต่ดูเหมือนทั้งแสงสว่าง และบิดาจะอยู่ไกลเหลือเกิน จากที่ที่เธอกำลังอยู่

พ่อจะไปไหน พ่อจ๋า...พ่อ...พ่อ รอกรด้วย เธอตะโกนเรียก แต่เหมือนกับว่าเสียงนั้นดังไปไม่ถึง ภาพของบิดากำลังลับสายตา เธอเองก็ก้าวขาวิ่งสุดฝีเท้าจนสะดุดล้มลงไปกับพื้น

พ่อจ๋า... เธอตะโกนเรียกจนสุดเสียง แสงสว่างที่มองเห็นไกลๆ ค่อยๆ สาดส่องเข้ามาใกล้ จนสว่างจ้าไปหมด รอบตัวเต็มไปด้วยแสงสีขาว พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ แล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยื่นฝ่ามือใหญ่มาให้เธอ

พ่อ เธอยิ้มอย่างยินดี ยื่นมือไปจับมือนั้น พร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมามอง แล้วก็ต้องประหลาดใจพร้อมกับตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่บิดา แต่กลับเป็นใครอีกคน

คุณ เธออุทานด้วยความประหลาดใจล้นเหลือเมื่อเห็นว่าเป็นเขา แมทธิว อัครา วัชราชัย

มือแข็งแรงกำลังฉุดเธอให้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้งหนึ่ง แววตามองมาที่เธอดูอบอุ่น อัครายิ้มให้เธอ หากรอยยิ้มของเขากลับดูเจ้าเล่เพทุบายคล้ายกำลังซ่อนอะไรอยู่หลังรอยยิ้มนั้น

“คุณคะ...คุณ...คุณกรรัมภา”

เสียงที่เรียกชื่อเธอ พร้อมกับมือของใครสักคนมาจับที่แขนแล้วเขย่าเบาๆ

ดวงตาที่หนักอึ้ง ค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นมา สิ่งแรกที่มองเห็น คือเพดานสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาฉุนโชยกรุ่นอยู่ที่จมูก เจ้าหน้าที่พยาบาลในชุดขาวกำลังชะโงกหน้ามองเธออยู่

กรรัมภากะพริบตาปริบๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนที่สมองว่างเปล่าจะค่อยๆ รับรู้ทีละน้อยๆ

“คุณเป็นยังไงบ้างคะ?”

“ฉันขอน้ำหน่อย” เสียงของเธอแหบโหย รู้สึกปวดเนื้อเมื่อยตัวไปหมด โดยเฉพาะที่ขาข้างขวา

พยาบาลเฝ้าไข้รีบกุลีกุจอเอาแก้วน้ำใส่หลอดดูดยื่นมาให้ พร้อมกับประคองเธอให้ลุกดื่มน้ำ พอลำคอเริ่มชุ่มฉ่ำ หัวสมองก็ค่อยๆ เรียบเรียงสิ่งที่มองเห็น เธออยู่ในโรงพยาบาลแน่ๆ สิ่งแวดล้อมรอบกายบอกว่าอย่างนั้น

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”

“คุณอัคราเป็นคนพาคุณมา ตอนที่มาถึงคุณไข้ขึ้นไม่ได้สติเลย ตัวร้อนจี๋จนคุณหมอต้องให้ยาผ่านสายนน้ำเกลือ ดิฉันกับพยาบาลอีกคนช่วยกันเช็ดตัวให้คุณอยู่ทั้งคืน” พยาบาลสาวเล่าก่อนจะประคองเธอให้นอนลงไปบนเตียงอีกครั้งหนึ่ง

กรรัมภาค่อยๆ คิดปะติดปะต่อเหตุการณ์อย่างงุนงง จำได้ว่าเธอกำลังจะกลับบ้านแล้วผล็อยหลับไปในรถของผู้ชายคนนั้น จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ตอนนี้ในหัวยังปวดหนึบ รู้สึกหนักที่ขาข้างขวาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ไข้ที่เกิดขึ้นคงจะเพราะปวดระบมขา เพราะเธอลืมกินยา มัวแต่วุ่นเป็นห่วงอาการของบิดาจนลืมสนใจตัวเอง

“แล้วเขาไปไหนคะ?” ถามเมื่อไม่เห็นคนพามาอยู่ในห้อง

คุณพยาบาลสาวอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ติดป้ายชื่อว่า ชบาทิพย์ อมยิ้มนิดๆ

“คุณอัคราไปทำงานแล้วค่ะ เขาอยู่เฝ้าคุณทั้งคืน ท่าทางเป็นห่วงกระวนกระวายจนไม่เป็นอันหลับอันนอนทีเดียว แฟนคุณน่ารักมากเลยนะคะ” คุณพยาบาลตีขลุมให้เรียบร้อย

กรรัมภาตาโตขึ้นมา ก่อนจะรีบส่ายหน้า

“ฉันไม่ใช่...” เธอกำลังจะแก้ความเข้าใจผิดอีกฝ่าย

แต่ประตูห้องพักคนป่วยก็ถูกเปิดเข้ามาเสียก่อนด้วยฝีมือของคนที่เธอถามหา

อ้าว! ตื่นแล้วเหรอ?” ท่าทางของชายหนุ่มดูจะดีอกดีใจจนออกนอกหน้าควรหรอกที่ใครต่อใครจะเข้าใจผิด ร่างสูงในมือถือถุงพะรุงพะรังรีบเดินเข้ามาหาเธอ ก่อนจะวางถุงทั้งหมดไว้ที่สตูข้างเตียง

“เพิ่งตื่นเลยค่ะ กำลังถามหา คุณก็มาพอดี” คุณพยาบาลชบาทิพย์ชิงตอบแทนเธอ

พอได้ยินเท่านั้นอัคราก็ยิ้มกว้างไปกว่าเก่า

กรรัมภากำลังมึนงงๆ อยู่ไม่ทันโต้ตอบ ทั้งสองคนก็โอภาปราศัยคล้ายกับรู้จักกันเป็นอย่างดี...แต่ถ้ารู้จักกันดีจริงทำไมถึงไม่รู้ว่าเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน

“ขอบคุณคุณทิพย์มากนะครับที่ช่วยดูแลให้ ผมซื้อขนมมาฝากด้วยนี่ครับ” หันไปหยิบถุงขนมสองสามถุงยื่นให้พยาบาลสาว

“ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวทิพย์จะเอาไปแบ่งเพื่อนทานด้วยนะคะ”

“ครับ ยินดี” พยาบาลสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะเดินออกไปจากห้องคนไข้ของเธอ

เมื่ออยู่ด้วยกันสองคนในห้อง คนที่เพิ่งมาถึงจึงหันมาสนใจเธอ

“คุณเป็นยังไงบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง?” อัคราแตะหลังมือที่หน้าผากของเธอ ก่อนจะเลื่อนมาที่แก้มทั้งสองข้างโดยไม่ให้ตั้งตัว กรรัมภาตัวแข็งทื่อกับการถึงเนื้อถึงตัวของเขา “ตัวยังรุมๆ อยู่เลย คงต้องนอนโรงพยาบาลอีกสักคืนสองคืน” เขาทำหน้าที่แทนหมอวิเคราะห์เองเรียบร้อย

“ผมซื้ออาหารมาหลายอย่าง ไม่รู้ว่าคุณชอบทานอะไร แต่เดาว่าอาหารคนป่วยในโรงพยาบาลคงไม่อร่อยนักหรอก คุณหิวหรือยังล่ะ?” ชายหนุ่มกุลีกุจอหยิบอาหารที่ซื้อมาให้เธอดู

“ติ่มซำชอบไหม? หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดดี สลัดก็มีนะ หรือจะเป็นกระเพาะปลาน้ำแดง” อัคราชวนชิมไม่ทำให้เธอรู้สึกหิวอาหารขึ้นมาได้เลย แม้กลิ่นหอมของมันจะส่งมายั่วยวนใจอยู่ไม่น้อย

“คุณพาฉันมาที่นี่ได้ยังไงกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วนี่มันกี่โมงแล้ว ฉันต้องไปเยี่ยมพ่อนะคะ”

ยิ้มในหน้าชายหนุ่มค่อยๆ หุบลง วางถุงอาหารลงที่สตูอย่างเดิม

“ใจเย็นๆ ก่อนสิคุณ เมื่อคืนตอนนั่งรถมาด้วยกัน คุณนอนไปไม่ได้สติ ผมจับตัวคุณเห็นร้อนจี๋ก็เลยรีบพาแวะโรงพยาบาลนี้เพราะอยู่ใกล้ที่สุด คุณหมอเห็นว่าไข้คุณขึ้นสูงก็เลยสั่งแอดมิทแล้วรอดูอาการ และก่อนมานี่ผมก็แวะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณมา พยาบาลบอกว่าท่านฟื้นแล้ว อาการหลังผ่าตัดค่อนข้างดี แต่ต้องพักผ่อนเยอะๆ ถ้าคุณไข้ลดลงกว่านี้เดี๋ยวคุณหมอก็คงให้ออกกระมัง” เขาอธิบายอย่างใจเย็น

แต่กรรัมภาก็ยังอดวิตกไม่ได้ เพราะเธอสัญญากับฝ่ายบัญชีของโรงพยาบาล ว่าจะหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้กลับมานอนแซ่วบนเตียงติดสายน้ำเกลือไปไหนไม่ได้แถมตอนนี้ขาขวาที่ถูกรถชนก็บวมใหญ่จนหนักอึ้ง ไม่มีทางที่เธอจะลากสังขารออกจากโรงพยาบาลในสภาพนี้ได้แน่ๆ

ใบหน้าครุ่นคิดวิตกน้ำตาคลอของคนที่เงียบไป ทำให้อัคราเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ตอนนี้คุณทานข้าวก่อนเถอะนะ คุณหลับไปตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย” เขาแนะนำ

แต่ตอนนี้กรรัมภาคอตีบตื้อจนกินอะไรไม่ลง น้ำตาเอ่อเต็มดวงตา ก่อนจะกลิ้งไหลลงมาที่แก้มด้วยความกังวล จนชายหนุ่มตกอกตกใจ

“เป็นอะไรไปน่ะคุณ ร้องไห้ทำไม เจ็บตรงไหนหรือ? เดี๋ยวผมจะเรียกพยาบาลให้นะ” ว่าพร้อมกับรีบเดินไปยังปุ่มสำหรับกดเรียกพยาบาล แต่เธอก็รีบห้ามอาการตื่นตูมของเขาเสียก่อน

“ไม่ต้องหรอกค่ะ อย่ารบกวนเธอเลย” พยาบาลชบาทิพย์อยู่เฝ้าไข้เธอทั้งคืนทั้งวันเพิ่งได้พัก เธอไม่อยากจะรบกวนเจ้าหล่อนอีก

“ฉันรับปากฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลไว้ว่าจะรีบหาเงินมาจ่ายค่ารักษาคุณพ่อให้เขาในวันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้ดูสภาพฉันสิ” เธอระบายออกมา เพราะไม่รู้จะไปปรับทุกข์กับใคร น้ำตาก็ไหลไม่หยุด มือเล็กยกขึ้นมาปาดป้ายน้ำตาไม่อยากจะแสดงความอ่อนแอหรือร้องไห้ให้ใครเห็น แต่ก็ควบคุมตัวเองไม่ได้

อัครารู้สึกลำคอตีบขึ้นมาด้วยความสงสารจับใจ และรู้สึกผิดที่ตนเองมีส่วนทำให้หญิงสาวต้องมาอยู่ในสภาพนี้ กรรัมภาดูไม่ใช่ผู้หญิงเจ้าน้ำตา แต่สองครั้งแล้วที่เขาเห็นเธอร้องไห้และมันก็มาจากความทุกข์ใจด้วยเรื่องของบิดาที่เธอรัก

ครอบครัวของเธอมีกันเพียงแค่สองคนพ่อลูก หากก็ยังผูกพันกันเสียยิ่งกว่าครอบครัวของเขา ที่มีพี่น้องเต็มบ้าน แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นห่วงใยที่มากล้นเช่นนี้

“ใจเย็นๆ ก่อนนะคุณ ทุกปัญหามันมีทางออกทั้งนั้นแหละ ตอนนี้ยังไม่ถึงพรุ่งนี้เสียหน่อย คุณยังเดินไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ ทำไมไม่ทำในสิ่งที่คุณทำได้ในตอนนี้ก่อนล่ะ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มหูนั่นปลอบประโลม พร้อมแตะที่หัวไหล่เบาๆ

ใบหน้าเศร้าเงยหน้าขึ้นมามองเขา สบดวงตาสีนิลกาฬที่ลุ่มลึกนั่น ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา

จึงยอมทานอาหารที่เขาซื้อมาให้โดยไม่อิดออด เพราะทางเดียวที่หมอจะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ก็คืออาการของเธอต้องดีขึ้นกว่านี้ หรือหายดีนั่นแหละ


สองคนนี่ ชักจะยังไงกันซะแล้ว ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #3 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:51
    ช่วยรึป่าวนะ
    #3
    0