เมียจานด่วน

ตอนที่ 6 : คนมีเมีย - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ก.ย. 59



ละก็เป็นอย่างที่เขาคาดคิดไว้ไม่มีผิด พอรถจี๊ปตะลุยไร่ ซึ่งมีศาสตราเป็นขับยังไม่ทันที่จะจอดนิ่งสนิทดีเสียด้วยซ้ำ

“เจ้านายมาแล้วเว้ยพวกเรา ขยันกันหน่อยอย่าอู้ๆ “ พวกคนงานที่นั่งๆ นอนๆ เอกเขนกรออาหารย่อยหลังมื้อเที่ยงพากันลุกพรึบพรั่บอย่างพร้อมเพรียง

“ขยันจริงๆ นะครับเจ้านาย เพิ่งข้าวใหม่ปลามันแท้ๆ เป็นผมล่ะจะขออู้งานอีกสักวันสองวัน”

“นั่นน่ะสิครับ สมัยผมได้กะนังไมใหม่ๆ นี่ ฟ้าเหลืองทุกเช้าเลย งานการไม่อยากทำหรอก อยากทำแต่การบ้าน”

“แกรู้ได้ยังไงว่าเจ้านายขยันแต่งานในไร่ งั้นไม่โผล่มาเอาเวลานี้หรอก เขาเรียกว่าอะไรนะ งานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฏร์ไม่ให้เสีย” สิ้นเสียงนายสวัสดิ์ก็ตามด้วยเสียงโห่ฮากันครื้นเครง

ต่อตระกูลถึงกับทำหน้าไม่ถูกทีเดียว ทั้งที่ปกติก็ได้ยินพวกคนงานพูดกระเซ้าเย้าแหย่ด้วยคำพูดสองแง่สามง่ามทำนองนี้อยู่บ่อยๆ เขาจำต้องเก็กหน้าดุ กระแอมสองสามทีกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ

“หยุดพูดมากแล้วไปทำงานกันได้แล้ว ดูสิตั้งครึ่งค่อนวัน เพิ่งเก็บข้าวโพดได้เท่านี้ เห็นทีค่าแรงงวดนี้คงได้เลื่อนจ่ายไปสักวันสองวันแล้วกระมัง”

เสียงครางฮือไม่เห็นด้วย ก่อนที่คนงานที่จับกลุ่มกันก็แตกฮือแยกย้าย พากันกลับไปหักข้าวโพดต่อ

ศาสตรามองหน้าเจ้านายหนุ่มที่เก็กหน้าขรึมยิ้มๆ

“แน่ใจนะครับคุณต่อว่าไหว เกิดหน้ามืดขึ้นมา มีหวังพวกนั้นได้ล้อไม่เลิกแน่ๆ เพราะคิดว่าโต้รุ่งจนฟ้าเหลืองจริงๆ”

สายตาดุแลเหลือบไปมองคนถาม เท่านั้นศาสตราก็หัวเราะลั่น รีบสวมหมวกใบเก่งลงไปคุมคนงานท่ามกลางแดดจ้า ทิ้งให้เขายืนดูอยู่ใต้ร่มฉำฉาใหญ่

ให้ตายสิ...เขามีเมียแล้ว และก็ยังไม่ชินกับการมีผู้หญิงมานอนร่วมห้องด้วย แม้จะเคยหิ้วจากในเมืองมาแก้เหงาอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่คิดจริงจังถึงขนาดจะมีเป็นตัวเป็นตน และคุณหญิงตวงทิพย์ก็ช่างกะไร ไม่ให้เวลาเขาได้เตรียมใจบ้าง

ผู้หญิงคนเดียวที่เคยรักและยังคิดถึงมาตลอดห้าปีนี้ แม้จะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับงานแล้วก็ตามแต่ก็ไม่อาจจะลบเธอออกไปจากความทรงจำได้นั่นก็คือคนรักแรกและเป็นคนเดียว...ภิรมณ

เขากับภิรมณเลิกรากันเมื่อห้าปีก่อน เพราะเขาอยากมาทำไร่ แต่หญิงสาวสอบชิงทุนไปเรียนต่อได้ เธอไม่ฟังคำขอร้องทัดทานของเขา ยืนยันว่ามันเป็นอนาคตของเธอ และเขาจะทำอะไรได้...เมื่อกลายเป็นผู้ชายที่ไม่ใช่อนาคตของเธอ

ตอนนี้คงได้เวลาลบลืมความทรงจำเก่าๆ เพื่อจะเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่คุณตวงทิพย์เลือกให้ แม้มันจะไม่มีความรักอยู่ในนั้นสักกระผีก แต่มันเป็นหน้าที่...ชีวิตของเขาหลีกเลี่ยงหน้าที่หนึ่ง แต่กลับหนีหน้าที่หนึ่งไม่พ้น และจริงๆ การแต่งงานกับรมย์รวินท์ก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่หรอก แต่เขาคงต้องใช้เวลาปรับตัวเสียหน่อยเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับเธอได้ฉันท์สามีภรรยาอย่างแท้จริง

+++++++++

 

ญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งแต่งตัวเนี๊ยบหัวจรดเท้าด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมยี่ห้อดังคอลเล็คชั่นล่าสุดกำลังเดินผ่านเข้ามายังห้องโถงของอาคารสำนักงานใหญ่ไทรินสินเกษตร ความสวยสง่าสะดุดตาคนที่พบเห็น เรียกร้องเชิญชวนให้ใครต่อใครให้หันกลับมามองเป็นตาเดียว

“สวัสดีจ๊ะ” เธอหันไปยิ้มหวาน ทักทายพนักงานระดับล่างที่กำลังจะรอขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน

“สวัสดีค่ะ คุณมณสวยจัง” พนักงานสาวคนหนึ่งทักทาย มองชุดสวยที่เหมือนหลุดออกมาจากแคทตาล็อกแฟชั่นด้วยสายตาชื่นชม

“ขอบใจจ๊ะ” เจ้าหล่อนตอบไป พร้อมคลี่ริมฝีปากบางเฉียบวาดลิปสติกสีเชอรี่

“ชุดนี้นี่มันเหมือนที่นางเอกละครใส่เมื่อคืนเลยค่ะ”

“คอเลคชั่นใหม่ของแชลแนลน่ะจ๊ะ”

“กระเป๋านี่ก็เหมือนกันใช่ไหมคะ?...เห็นผู้จัดการดาราคนหนึ่งชอบสะพายได้ยินว่าใบหนึ่งราคาหลายแสน”

หญิงสาวกระชับกระเป๋าแบรนด์ดังที่เพิ่งได้เป็นของฝากจากแฟนหนุ่มเรียกสายตาริษยาของบรรดาสาวออฟฟิศ พร้อมกับยิ้มกระหยิ่มอย่างภาคภูมิใจ

“ใบนี้เพิ่งได้มาเมื่อวานนี้เอง คุณณุเขาซื้อมาฝากน่ะจ๊ะ”

“คุณณุกลับมาแล้วหรือคะ?” พนักงานสาวๆ วี๊ดว้ายกระตู้วู้พอรู้ว่าหนุ่มหล่อที่เพิ่งเข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งเป็นขวัญใจของพวกเธอกลับมาทำงานหลังไปดูงานที่ฝรั่งเศสนานเป็นอาทิตย์ ก็แหม! เจ้านายใหม่ทั้งหล่อทั้งใจดีนี่นาเป็นใครบ้างจะไม่กรี๊ด

อุ๊ย! คุณหญิงมา” เสียงหนึ่งกระซิบขึ้น พอดีกับที่ลิฟต์ลงมาถึง

ภิรมณกำลังจะก้าวเข้าไปด้านในชะงักงัน หันกลับไปมองหน้าบริษัท ที่ตอนนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังเปิดประตูให้หญิงสูงวัยท่าทางภูมิฐานซึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับสาวแว่นวัยกลางคนร่างสูงโปร่งที่แต่งตัวได้เชยระเบิด

“ร้อยวันพันปีไม่เคยมา มีอะไรหรือเปล่าเธอ?” สองสาวกระซิบถามกัน ก่อนที่พวกเจ้าหล่อนรีบเดินเข้าไปเบียดซุกตัวกันอยู่ในลิฟต์ เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับซูสีไทเฮาแห่งไทรินสินเกษตรที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี๊ยบ

ผิดกับหล่อนที่รีบก้าวฉับๆ เดินตรงไปหา พร้อมกับยกมือกระพุ่มไหว้อย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะคุณหญิงย่า”

คุณหญิงตวงทิพย์พร้อมกับอิงอรเลขาคนสนิทชะงักเสียจังหวะ ก่อนจะมองลอดแว่นพิจารณาว่าเป็นใคร พอเห็นชัดๆ ก็ยกมือขึ้นรับไหว้อย่างเสียไม่ได้

“เธอมาทำอะไรที่นี่หรือภิรมณ?” กวาดตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ใคร่ชอบใจนัก หลังจากเจอกันที่บ้านเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเพราะภาณุพาไปร่วมรับประทานอาหารกันในครอบครัว

โลกช่างกลมชะมัดที่พาภิรมณอดีตคนรักเก่าของต่อตระกูลที่ทิ้งเขาไปเมื่อห้าปีก่อนเพราะในตอนนั้นไทรินสินเกษตรกำลังจะล้มละลายกลับเข้ามาในชีวิตของท่านอีกครั้งในฐานะคนรักของภาณุบุตรชายของเกษสุดาภรรยาใหม่ของเติมสิริ และท่านก็เห็นเค้าลางความวุ่นวายคล้ายเมื่อครั้งอดีตกำลังจะกลับคืนมาเมื่อเห็นแววตาทะเยอทะยานของหญิงสาวที่ท่านไม่ไว้วางใจเอาเสียเลย...ถึงได้รีบเร่งจับต่อตระกูลแต่งงานไปเสีย เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม

“มณมาช่วยคุณณุทำงานค่ะ” เจ้าหล่อนพยายามแย้มยิ้มเอาใจ

“ไม่เห็นมีใครบอกฉันสักคน” เอ่ยอย่างไม่พอใจนัก “แล้วทำในตำแหน่งอะไรล่ะ?”

“ฝ่ายประสานงานต่างประเทศค่ะ แผนกที่คุณณุเป็นหัวหน้า”

“อ้อ...ดีนี่ ผัวหาบเมียคอน ช่วยกันทำมาหากิน” พูดยิ้มๆ

“เอ่อ...คือมณกับคุณณุยังเป็นแค่คู่หมั้นกันค่ะ” รีบแก้ความเข้าใจของท่านด้วยใบหน้าเจื่อนสี

“อ้าว...เหรอ เห็นนายภาณุบอกว่าพวกเธอคบหากันตั้งแต่สมัยอยู่เมืองนอกก็หลายปีแล้ว ฉันก็นึกว่าแต่งงานแต่งการกันไปแล้วเสียอีก”

“ยังหรอกค่ะ เราสองคนยังสนุกกับการทำงาน และถ้าหากมีงานมงคลจริง มณกับคุณณุคงจะต้องรบกวนเรียนเชิญคุณหญิงย่าให้ไปเป็นประธานในพิธีด้วยค่ะ” พูดพร้อมยิ้มหวานหวังประจบ เพราะรู้ดีว่าหญิงสูงวัยตรงหน้ามีอำนาจแค่ไหนในบริษัทใหญ่โตแห่งนี้

“จำได้ว่าฉันมีหลานชายคนเดียวคือนายต่อตระกูล และก็ไม่ชินให้ใครมาเรียกเป็นย่าเป็นยายเสียด้วยสิ มันฟังดูมีอายุพิกล” คำพูดตำหนิกลายๆ พร้อมกับไว้ตัว

ภิรมณหน้าม้านไป ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ

“ไม่ใช่แล้วนะคะคุณท่าน ลืมหนูรมย์หลานสะใภ้คนโปรดไปได้ยังไงกันคะ” อิงอรเอ่ยเตือน

คุณหญิงยิ้มกว้าง ดวงตาแจ่มใส ทำท่านึกได้ขึ้นมา

“จริงสินะ ฉันลืมหนูรมย์รวินท์ได้ยังไง? แหม้! สงสัยคงต้องยอมรับว่าแก่จริงๆ แล้วใช่ไหมอิงอร?” หันไปถามเลขาคนสนิท

ภิรมณขมวดคิ้วนิดๆ ด้วยความสงสัยถึงชื่อและฐานะของคนที่คุณหญิงเอ่ยถึง ก่อนที่ท่านจะหันมาพูดกับหล่อน

“อันที่จริงเธอก็น่าจะรีบแต่งงานแต่งการได้แล้วนะ เดี๋ยวจะมีลูกไม่ทันนายต่อตระกูลเขา”

ภิรมณตาโต อ้าปากค้างนิดๆ อย่างตกใจ ก่อนจะรีบเก็บอาการเอาไว้

“ต่อแต่งงานแล้วหรือคะ?”

“ใช่...แต่งงานแล้ว และอีกไม่นานเขาก็จะกลับมาทำงานที่นี่” กวาดตามองอาคารใหญ่โตของไทรินสินเกษตรที่สามีสร้างขึ้นมากับมือ และท่านก็จะไม่มีวันยอมให้ใครที่ไหนมาชุบมือเปิบไปแทนสายเลือดอติเทพแท้ๆ อย่างแน่นอน

“แทนตำแหน่งของเติมสิริ พ่อของเขานั่นแหละ”

“ก็คุณต่อหนีไปทำไร่ และประกาศว่าจะไม่กลับมาทำงานที่นี่เด็ดขาดนี่คะ?” เธอแย้งด้วยคำพูดของชายหนุ่ม คำพูดที่ทำให้เธอตัดสินใจทิ้งต่อตระกูลไป เพราะไม่เห็นอนาคตอะไรในตัวผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว

คุณหญิงตวงทิพย์แย้มยิ้ม พร้อมกับมองหญิงสาวสวยตรงหน้าด้วยแววตาเชือดเฉือน

“คนเราจะเปลี่ยนใจไม่ได้หรือไง? ทีเธอก็ยังเปลี่ยนใจตามผู้ชายกลับมาเมืองไทย ทั้งที่ยังเรียนไม่จบปริญญาเอกอย่างที่ตั้งใจไม่ใช่หรือ?”

ภิรมณยิ้มเจื่อนๆ ผงกหน้า และหลีกทางให้คุณหญิง ที่หน้าเชิดแล้วก้าวฉับๆ ตรงไปที่ลิฟต์

ต่อตระกูลจะกลับมาทำงานที่บริษัทนี้อย่างนั้นหรือ?

ให้ตายสิ โลกนี้มันช่างกลมดิกจนน่าเกลียด หล่อนสลัดทิ้งต่อตระกูลเมื่อห้าปีก่อนเพราะเขาทะเลาะกับบิดาใหญ่โตจนถูกตัดพ่อตัดลูก พร้อมกับประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมทำงานในบริษัทของครอบครัวซึ่งในตอนนั้นกำลังจะล้มลายอยู่รอมร่อด้วยพิษค่าเงินบาทแข็งตัว เท่านั้นยังไม่พอหล่อนได้ยินว่าเขาไปกู้หนี้ยืมสินหลายสิบล้านแล้วชวนหล่อนไปทำไร่ทำสวนที่บ้านไร่ไกลปืนเที่ยงด้วยกัน จากอนาคตที่วาดหวังว่าจะได้เริ่ดๆ เชิดๆ สุขสบายเมื่อได้แต่งงานกับทายาทบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่กลับต้องมาขะมุกขมอมอยู่ในไร่ เป็นใครจะยอมเอาชีวิตไปเสี่ยง หล่อนจึงยกข้ออ้างอยากกลับไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอกและก็โชคช่วยจริงๆ ที่สอบชิงทุนปริญญาโทได้ จึงค่อยๆ ถอยห่างจากต่อตระกูล และหล่อนก็ได้เจอภาณุซึ่งรู้มาว่าเขาเป็นทายาทของมหาเศรษฐี ถึงได้คบหากันจนถึงขนาดหมั้นหมาย เมื่อกลับมาเมืองไทยภาณุได้งานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศของบริษัทส่งออกที่มีลูกค้าไปทั่วโลกทำให้หล่อนแสนจะภาคภูมิใจ จึงออดอ้อนขอตามมาทำงานด้วยและก็ได้ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยของเขาซึ่งได้รับเงินเดือนสูงลิบลิ่ว ก่อนที่จะได้รู้ข่าวร้ายว่าแท้จริงแล้วภาณุเป็นเพียงลูกเลี้ยงของคุณเติมสิริ อติเทพ เจ้าของไทรินสินเกษตรซึ่งเป็นบิดาแท้ๆ ของต่อตระกูลอดีตคนรักเก่า

หล่อนพยายามจะลืมๆ เรื่องนั้นไปเสียและพยายามเอาอกเอาใจคุณเติมสิริให้มากหวังผลักดันให้ภาณุเป็นคนโปรดของท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ แต่ทุกอย่างกำลังจะสูญเปล่าเพราะว่าต่อตระกูลกำลังจะกลับมาทำงานที่นี่ ในตำแหน่งที่สูงกว่าคู่หมั้นของหล่อน และแน่นอนล่ะว่าคงไม่มีใครบ้าสนับสนุนลูกเลี้ยงมากกว่าลูกตัวเองหรอก

แล้วนี่หล่อนจะมีหน้ามองหน้าต่อตระกูลได้ยังไงกัน...ในเมื่อกาลจะกลับตาลปัตรเช่นนี้ เวลาแค่ห้าปี ไทรินสินเกษตรกลับมาทำกำไรมหาศาลทั้งๆ ที่จวนจะล้มละลายแล้วแท้ๆ หล่อนคงดูเป็นผู้หญิงที่โง่มาที่กล้าทิ้งทายาทหมายเลขหนึ่งไปคว้าเอาแค่ลูกชายกำมะลอของคุณเติมสิริ

แถมต่อตระกูลก็ยังแต่งงานไปแล้วอีก... กับใครนะ หนูรมย์รวินท์ ก็คงเป็นพวกแม่สาวบ้านป่าหน้าตาเซ่อซ่ากระมัง

ริมฝีปากสวยเม้มแน่น...เมื่อรู้สึกว่ากำลังจะเสียหน้าอย่างแรง

ต่อตระกูลเคยรักหล่อนมาก...เขาขอร้องอ้อนวอนให้หล่อนอยู่เคียงข้างเขา แต่หล่อนก็เลือกที่จะเดินจากมาเอง แล้วตอนนี้เขาลืมผู้หญิงที่รักจนสุดหัวใจอย่างหล่อนได้จริงๆ หรือ ถึงได้ไปเริ่มใหม่กับผู้หญิงอื่น

ดวงตาที่วาดไว้คมเฉี่ยวตวัดมองตามหลังคุณหญิงตวงทิพย์และอิงอรไปอย่างครุ่นคิด

ยังไงหล่อนก็ไม่ยอมแพ้แน่ๆ ผู้หญิงอย่างภิรมณไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นผู้แพ้...หรือเป็นรองใคร


***** ผัวเมียยังไม่ทันอะไรกัน มือที่สามก็กำลังจะย่างเข้ามาแล้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #1 soso riw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 21:33
    อ่านตอนที่7ไม่ได้อ่ะ
    #1
    0