เมียจานด่วน

ตอนที่ 15 : ฮันนิมูน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ก.ย. 59

 



ถจี๊ปที่ขับห้อตะบึงฝุ่นควันคุ้งมาจนสุดเขตไร่อินทนิลจอดนิ่งสนิทลง คนขับกระโดดลงไปจากรถ พร้อมกับชะโงกตัวไปคว้าเป้สะพายที่อยู่เบาะด้านหลัง

“ขอบใจมากนะศาสตราที่มาส่ง” เขาบอกคนสนิทที่ย้ายมานั่งที่คนขับแทน

“คุณต่อจะไหนครับ?” ถามอย่างสงสัย

“ฮันนิมูนไง” บอกพร้อมกับตบมือลงที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายหนัก

“ฮันนิมูน?” ถามเสียงสูงอย่างประหลาดใจ พอต่อตระกูลพยักหน้าความสงสัยก็ยังไม่หมด “ในป่านี่นะครับ”

“ใช่ ฉันจะไปฮันนิมูนในป่านี่แหละ อีกสองวันค่อยมารับนะ” ฝากฝังเสร็จก็หันไปเรียกรมย์รวินท์

“แล้วคุณภิรมณที่บ้านละครับ?”

“นายรับหน้าที่ไปแล้วไม่ใช่หรือ?”

ศาสตราถอนใจยาวเหยียด รู้ตัวว่าพลาดไปอย่างแรง เขาก็แค่อยากจะช่วยเจ้านาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกอีกฝ่าย ลอยแพเอาดื้อๆ อย่างนี้ จู่ๆ จะให้เขาไปเผชิญหน้ากับอดีตรักของเจ้านาย วิธีไหนดี?

“ถ้ากลับมาแล้วเธอเปิดเปิงหนีกลับไป อย่ามาโทษผมเชียวนะครับ” เขารีบออกตัว

ต่อตระกูลหันมายิ้ม ตบที่บ่าของเขาแรงขึ้นกว่าเดิม

“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันอยากให้นายทำ” ว่าแล้วก็กระชับเป้สะพาย แล้วเดินอ้อมไปจูงมือรมย์รวินท์ ที่ไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน เพราะเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มกลบเอาไว้

“บาย...อีกสองวันเจอกันพวก” ยกมือแตะที่ขมับบอก ก่อนจะจูงมือหญิงสาวเดินเข้าไปทางชายป่า

“รอบนี้อย่าให้เสียเที่ยวนะครับเจ้านาย” เขารีบป้องปากตะโกนตามหลังไป ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ...บ่นงึมงำเมื่อนึกถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

“ไอ้งานเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ยังเอากระดูกไดโนเสาร์มาแขวนคอนี่ทำไมถึงได้ตกหนักอยู่ที่ผมเรื่อยเลย” ถามไปกับลมกับฟ้าไปอย่างนั้นเอง เพราะไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ก่อนจะเข้าเกียร์ถอยหลัง แล้วหมุนพวงมาลัย วกรถกลับไปทำงานในไร่ หวังว่ากลับไปถึงบ้านตอนค่ำ ภิรมณจะไม่อยู่แล้ว

+++++++++

 

“เราจะไปไหนกันคะ?”

หลังจากปล่อยให้เขาจูงมือเดินบุกป่าฝ่าดงพากันมาพ้นเขตชายป่า เข้าสู่ป่าเบญจพรรณที่เริ่มมีต้นไม้หนาทึบขึ้นทุกที รอบกายเต็มไปด้วยสีเขียวของใบไม้และต้นไม้ใหญ่รมย์รวินท์ก็เป็นฝ่ายถามขึ้น

ต่อตระกูลหันมายิ้มให้เธอ

“ก็ไปฮันนิมูนกันไงล่ะ”

หญิงสาวค้อนให้เขาวงใหญ่ เมื่อได้คำตอบเดียวกับที่เขาบอกกับภิรมณและศาสตรา

ฮันนิมูน...ในป่านี่นะ คงจะโรแมนติกน่าดู แต่ก็นึกดีใจที่ความสัมพันธ์ระหว่างกันก้าวหน้าไปอีกขั้น และที่ดีใจจนบอกไม่ถูก็ตรงที่ต่อตระกูลเลือกที่จะทิ้งภิรมณมากับเธอ ค่อยดึงใจแป้วๆ ที่ดิ่งเหวขึ้นมาเต้นเป็นจังหวะ

ต่อตระกูลยังคงก้าวไปข้างหน้าราวกับว่าจุดหมายยังอีกไกล จากทางเดินกว้างๆ เริ่มแคบลงเมื่อเข้าสู่เขตป่าลึกและเป็นทางชัน ต้นไม้ใบสีเขียวล้อมรอบกาย เสียงนกร้อง เสียงใบไม้ต้องลมฟังแล้วให้รู้สึกสดชื่น อากาศรอบกายก็คล้ายๆ จะลดอุณหภูมิลงไปด้วย

ดวงตาแป๋วแอบเหลือบมองคนที่เดินข้างๆ กึ่งนำไปหน่อยเพราะเส้นทางเดินเริ่มแคบลง ริมฝีปากอิ่มสวยแอบอมยิ้ม

อุ๊ย!” และก็เป็นเพราะตามัวมองเพลินอยู่ที่อื่น ทำให้เท้าสะดุดเถาวัลย์จนเกือบถลาหน้าทิ่มดิน หากไม่มีอ้อมแขนแข็งแรงช่วยรับร่างเอาไว้

รมย์รวินท์เงยหน้ามอง ใบหน้าคร้ามเข้มอยู่ห่างไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดหน้าจนรู้สึก

“เป็นอะไรรึเปล่า?” พอตั้งหลักได้ เขาก็จับตัวเธอให้ยืนขึ้น พร้อมกวาดสายตาสำรวจตรวจสอบดู

“ปละ...เปล่าค่ะ”

“อย่าเพิ่งเป็นลมนะ อีกอึดใจเดียวก็ถึงแล้ว” ให้กำลังใจ นับระยะทางเธอกับเขาก็เดินลึกเข้ามาในป่าสักสองกิโลเมตรได้แล้วกระมัง รมย์รวินท์ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าอยู่ที่ไหน

พลันหูได้ยินเสียงน้ำแว่วดัง มือที่จับเขาซึ่งจูงนำไปบีบแน่นขึ้น ต่อตระกูลหันหน้ามามอง

“รมย์หูแว่วได้ยินเสียงน้ำตกด้วยค่ะ”

เขาไม่ว่ากระไร หัวเราะเบาๆ จับจูงมือน้อยในอ้อมแขนเดินต่อไปข้างหน้า และเป็นอย่างที่เธอคาดเอาไว้ไม่มีผิด เมื่อมองเห็นธารน้ำใสแจ๋วและตรงหน้าคืนน้ำตกที่ส่งไอเย็นกระเซ็นมาถึง

“สวยจังเลยค่ะคุณต่อ” หน่วยตาดำใหญ่ฉายความตื่นเต้นชัดแจ๋วทีเดียว

“เป็นไง...คุ้มค่าที่เดินเหนื่อยไหม?” ถามยิ้มๆ

ใบหน้าเรียวผงกรัวๆ แทบจะพุ่งเข้าหาแม่น้ำตรงหน้า แต่ถูกคนที่จับมืออยู่กระตุกมือเอาไว้เสียก่อน

“รมย์เล่นน้ำไม่ได้หรือคะ?”

“เอาข้าวของไปเก็บก่อนสิ...เดี๋ยวจะมาเล่นผมก็ไม่ว่า”

ใบหน้าสวยฉงนสนเท่ มองหาที่พักในค่ำคืนนี้

“แล้วเราจะนอนกันที่ไหนคะ?” มองไม่เห็นกระท่อมน้อยริมน้ำเหมือนในละครหลายๆ เรื่อง

ต่อตระกูลชี้นิ้วขึ้นไปด้านบน และพอแหงนหน้ามองตามก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจขึ้นไปอีก

“บ้านบนต้นไม้ นี่มีจริงๆ หรือคะ ใครมาสร้างไว้กัน” เจ้าตัวปล่อยมือจากเขา มองอย่างตื่นเต้น

ต่อตระกูลได้แต่ส่ายหน้า มองคนไม่รู้จักโตตรงหน้า นี่เธอคิดว่าจะมีใครมาทำบ้านเอาไว้บนต้นไม้เล่น เหมือนตอนเป็นเด็กอย่างนั้นหรือ

“นั่นน่ะมันห้างส่องสัตว์ เอาไว้ล่าสัตว์เวลากลางคืนต่างหาก”

รมย์รวินท์หน้าเหวอเหลียวหน้ามองลำธารสลับกับห้างบนต้นไม้

“งั้นก็แปลว่าตรงนี้จะมีเสือ มีช้าง สิงห์โต หมี หรือหมาป่าออกมากินน้ำที่ลำธาร” กวาดตามองชายน้ำสำรวจหารอยเท้าสัตว์ที่อาจจะหลงเหลืออยู่ “แล้วอย่างนี้เราจะปลอดภัยหรือคะคุณต่อ”

ต่อตระกูลหัวเราะลั่นป่าเลยทีเดียว เพราะตรงนี้เป็นเขตป่าไม่ลึกนัก ทั้งคนงานและชาวบ้านเข้ามาหาของป่ากันอยู่เนืองๆ สัตว์ป่าน่ากลัวอย่างที่รมย์รวินท์ว่าจึงไม่ปรากฏตัวเพราะจะอยู่ในเขตป่าที่ลึกไปกว่านั้น อ้อ! นานๆ ครั้งชาวบ้านจะเจอช้างเสียทีหนึ่งเหมือนกัน

“ใช่ ยิ่งตอนกลางคืนนะ บางทีนอนๆ อยู่ ก็มีหมีควายก็มาเขย่าต้นไม้จนเกือบตกห้างเลยทีเดียว” ข่มขู่ไปให้เธอกลัวรมย์รวินท์ตาโต หน้าถอดสีทีเดียว จนเขาแทบกลั้นขำเอาไว้แทบแย่

“งั้นเราอย่านอนที่นี่เลยค่ะ โทรศัพท์ให้คุณศาสตรามารับกลับเถอะค่ะ” ถึงไม่อยากเผชิญหน้ากับภิรมณที่อยู่ร่วมบ้าน แต่ถ้ามันอันตรายอย่างที่เขาว่าจริง เธอไม่ขอเสี่ยงจะดีกว่า คนถอดใจหันกลับหน้าเป็นหลังทีเดียว แต่ถูกท่อนแขนแข็งแรงกระตุกเอาไว้เสียก่อน

“ไม่ได้หรอก ก็บอกแล้วไงว่าเราจะมาฮันนิมูนกัน”

คนถูกหลอกให้เข้าป่าค้อนขวับเขาวงใหญ่ มีที่ไหนกันมาฮันนิมูนในป่า มันน่าโรแมนติกตรงไหนเกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ

“แล้วถ้าเกิดตอนกลางคืนนอนอยู่แล้วหมีควายมาเขย่าต้นไม้จนห้างหล่นล่ะคะ?”

“อื้ม” เขาทำท่าครุ่นคิด “งั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับดวงแล้วล่ะ”

รมย์รวินท์หน้าซีดทีเดียว ต่อตระกูลเห็นว่าแกล้งหญิงสาวจนกลัวเกินไป พาลจะร้องไห้กลับบ้านเอา

“ล้อเล่นน่า ตรงนี้ไม่ค่อยมีสัตว์ใหญ่มาหรอก นอกจากพวกกวาง เก้ง ละมั่ง แต่พวกมันมาตอนกลางคืน เพราะกลัวคน กลางวันอย่างนี้ปลอดภัย” เขารีบบอก

หากแววตาที่มองมา ยังเต็มไปด้วยความสงสัยไม่ไว้ใจ “แน่ใจนะคะ”

เขาไม่ตอบ หากยิ้มๆ ก่อนจะชักชวนให้เธอรีบเอาข้าวของขึ้นไปเก็บบนห้างที่อยู่สูงไปบนต้นไม้ มีบันไดไต่ขึ้นไม่ลำบากนัก แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินอย่างรมย์รวินท์ก็อดที่จะเกร็งกลัวตกต้นไม้ไม่ได้

“แน่ใจนะคะ ว่ามันแข็งแรงดี” ถามเมื่อขึ้นมาอยู่ด้วยกันบนห้างขนาดที่พอกางมุ้งหลังใหญ่ๆ นอนได้สบายๆ

“แน่นอนสิ...ปกติผมกับนายศาสตรามากับพวกคนงาน นอนกันบนนี้ ห้าหกคนก็ยังนอนเบียดกันได้สบายเลย” บอกให้คลายกังวล ก่อนจะรีบจัดที่หลับที่นอนเตรียมพร้อมไว้อย่างคล่องแคล่วทีเดียว เธอเพิ่งเห็นว่าชายหนุ่มพกเอาปืนสั้นติดมาด้วย สายตาหวาดๆ มองเขา ต่อตระกูลที่เช็กแมกกาซีนปืนเสร็จ เงยหน้ามาเห็นพอดี

“ผมเผื่อเอาไว้ เพื่อความปลอดภัยน่ะ”

หญิงสาวแอบกลืนน้ำลาย หวังว่ามันคงไม่เปรี้ยงปร้างขึ้นมาเสียก่อน

“แน่ใจนะคะว่าไม่อันตราย”

ต่อตระกูลหัวเราะหึๆ ในลำคอ รมย์รวินท์จึงได้มามองสำรวจตรวจตราไปรอบๆ ห้าง ที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ครึ้ม แต่ก็ยังมีแสงแดดลอดผ่านทะลุมาได้ เห็นเป็นลำแสงสวยทีเดียว และทิวทัศน์บนนี้ก็ดีมากๆ ได้ยินเสียงจั๊กจั่นป่าร้องลั่นระงม อากาศก็กำลังเย็นสบายดีทีเดียว รู้อย่างนี้น่าจะติดกล้องถ่ายรูปเอามาด้วย

เสียงน้ำตกซู่ดังได้ยินมาถึงตรงนี้ มองไปด้านล่างก็เห็นทั้งน้ำตกและแอ่งน้ำกว้างกอดที่จะเป็นสายน้ำใสทอดยาวไป ไม่คิดว่าจะมีธรรมชาติสวยๆ อยู่ในป่านไม่ไกลจากไร่อินทนิล ถึงที่นี่จะห่างไกลความเจริญ แต่ถ้ามีธรรมชาติสวยๆ ให้เพลิดเพลินอย่างที่นี่ ต่อไปเธอคงขอให้ต่อตระกูลพามาบ่อยๆ เป็นแน่

และเพราะแต่มองสำรวจโน่นนั่นนี่อยู่นานอย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่ได้ยินเสียงคนที่มาด้วย พอหันไป ก็เห็นต่อตระกูลกำลังนั่งพิงต้นไม้ ท้าวคางมองมาที่เธอยิ้มๆ รมย์รวินท์เก้อไป

“เราจะทำอาหารทานกันเองใช่ไหมคะ?”

ต่อตระกูลผงกหน้า “ผมมีพวกเครื่องกระป๋องมา และก็จำพวกของแห้ง”

“งั้นเราก็ต้องหุงข้าวกันเองใช่ไหมคะ? คุณต่อจะปั่นกิ่งไม้ติดไฟได้หรือคะ?”

ต่อตระกูลหัวเราะเบาๆ “ฉันเอาไฟแช็กมา จะไปปั่นกิ่งไม้ให้ติดไฟทำไม เสียแรงเปล่าๆ สู้เก็บเอาไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า” คนพูดยิ้มพราวเจ้าเล่ห์มองมาที่เธอดวงตาวับๆ ใส

ใจเธอเริ่มสั่นพร่านิดๆ รู้สึกขนลุกพิกลกับสายตาของชายหนุ่มเวลานี้

“รมย์ว่าเรามาหาอะไรทำดีกว่าค่ะ?”

“นั่นสินะ...อุตส่าห์มาฮันนิมูนกันทั้งที อย่าให้เสียเที่ยว” คนว่าขยิบตายิบๆ ให้พร้อมกับโยนเป้บนตักไปข้างตัว แล้วตบปุๆ หญิงสาวตาโต เข้าใจความนัยที่เขาส่งมาให้

“รมย์ไปเล่นน้ำตกดีกว่า” ว่าแล้วก็รีบลุกเดินไปยังบันไดลิงเพื่อไต่ลงไปข้างล่าง

คนบ้า กลางวันแสกๆ มาชวนอะไรก็ไม่รู้...คิดแล้วก็ให้หน้าแดงซ่านด้วยความเก้อกระดากอาย


*****อ๊าย..อ๊าย...อ๊าย....อ๊าย...คืนนี้ล่ะ จะเป็นยังไงต่อไปน๊า... ^^



เมียจานด่วน
วชิราภา/รัชริล
www.mebmarket.com
ประกาศิตจากผู้เป็นย่า คือต้องปั๊มเหลนให้ท่านแลกกับการชดใช้หนี้หนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาท แล้วโคบาลหนุ่มหัวขบถอย่างเขาควรจะทำอย่างไรกับแม่สาวหน้าซื่อตาใสที...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น