เมียจานด่วน

ตอนที่ 11 : คนรักเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ก.ย. 59




าสตรากำลังเดินลงบ้านพักมา เขาชะงักไปเมื่อเห็นว่ารมย์รวินท์กำลังสาละวนอยู่กับการตากผ้าปูที่นอนที่เพิ่งซักเสร็จใหม่ และโดยอัตโนมัติที่เขายอมเสียมารยาทกวาดตามองสำรวจความผิดปกติของหญิงสาว

“คุณรมย์”

เจ้าของชื่อหันกลับมามองเขา ก่อนจะยิ้มพราวสดใส ไม่มีทีท่าจะขัดเขินผิดปกติใดๆ

อ้าว! อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณศาสตรา”

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

“รมย์เตรียมอเมริกันเบรกฟาสตร์ให้บนบ้านน่ะค่ะ พอดีเช้านี้คุณต่ออยากทานอะไรง่ายๆ” เธอบอกเขาพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส

“อ้อ...ครับ แล้วทำไมเอ่อ...” เขากำลังชั่งใจว่าควรจะถามดีไหม คำถามอาจจะดูไร้มารยาทหากอยากรู้ว่าทำไมรมย์รวินท์ถึงได้มาซักผ้าปูที่นอนแต่เช้าตรูเช่นนี้ หรือว่าเมื่อคืน....คิดแล้วก็อมยิ้มกริ่มไม่รู้ตัว

“ขา คุณศาสตราจะถามอะไรรมย์หรือคะ?” เจ้าตัวหันหน้ามาถาม

“เอ่อ ทำไมคุณรมย์ถึงซักผ้าแต่เช้าเลย แดดก็ยังไม่มีเลยนะครับ”เขาแก้เก้อแหงนหน้ามองฟ้าเสียอย่างนั้น

“คุณต่อสั่งให้ซักน่ะค่ะ บอกว่านอนแล้วไม่สบายตัว เหมือนไม่สะอาด ทั้งๆ ที่รมย์ก็เพิ่งซักเมื่อวันก่อนนี้เองนะคะ” หญิงสาวเองก็ดูท่าจะสงสัยเช่นกัน

ศาสตรากลั้นหัวเราะแทบจะไม่ทันทีเดียว

“ไม่ใช่เพราะมันเปื้อนหรอกหรือครับ?” ถามย้ำให้แน่ใจ ค่อนข้างจะมั่นใจว่าถูกต่อตระกูลตบตาเข้าแล้ว

“ไม่นะคะ รมย์ไม่เห็นมันจะเปื้อนตรงไหนเลย” กวาดสายตามองหาทั่วผืนผ้าอีกครั้งหนึ่ง

เอ๊ะ! รึว่าเป็นเพราะนอนไม่สบาย คุณต่อถึงไม่ยอมนอนในห้องเมื่อคืน” หญิงสาวพึมพำ เพราะจะว่าไป ต่อตระกูลไม่แม้แต่จะนอนบนผ้าปูที่นอนผืนนี้เสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ๆ ทำไมเขาถึงบอกว่านอนแล้วไม่สบายตัว หรือว่าจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ เขาถึงรีบผลุนผลันออกจากห้องไปนอนที่อื่นตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่เธอนอนก็สบายดี ไม่รู้สึกว่าผิดปกติอะไรเลย

อ้าว! แล้วเมื่อคืนคุณต่อนอนที่ไหนหรือครับ?” ศาสตราหูกระดิก

“น่าจะเป็นห้องทำงานน่ะค่ะ” รมย์รวินท์ตอบตามซื่อ เท่านั้นศาสตราก็อมยิ้มกริ่ม

“ปกติถ้ามีงานค้างหรือติดพัน คุณต่อก็จะใช้ห้องนั้นแทนห้องนอนอยู่แล้วน่ะครับคุณรมย์” ปลอบสาวเจ้าอย่างอารมณ์ดี “เดี๋ยวผมขึ้นไปทานอาหารเช้าก่อนนะครับ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์ทำเผื่อ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสดใส หันกลับมาสนใจตากเสื้อหมอนและผ้าห่มต่อ ได้ยินเสียงศาสตราผิวปากเป็นเพลงอย่างมีความสุขเดินหายไปทางบ้านพักของเธอ รมย์รวินท์อดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรทำให้ชายหนุ่มครึ้มอกครึ้มใจอารมณ์ดีขนาดนั้น

เช่นเดียวกับต่อตระกูลที่เห็นศาสตราโผล่ใบหน้าระรื่นมาแถมยังฮัมเพลงแต่เช้า

“เป็นอะไรของนาย อารมณ์ดีแต่เช้า”

“ก็ผมกำลังจะได้เงินหมื่นนี่ครับ” ว่าพร้อมกับดึงเก้าอี้ออกมานั่ง เทน้ำส้มที่คั้นไว้เรียบร้อยในเหยือกใส่แก้ว

ต่อตระกูลแทบสำลักกาแฟ รีบปั้นหน้าขรึม

“แล้วนายไม่เห็นเมียฉันซักผ้าอยู่หลังบ้านหรอกเหรอ” ถามอย่างประหลาดใจ เพราะศาสตรามาบ้านเขาก็ต้องผ่านทางนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เห็น

“เห็นครับ” ตอบพร้อมเอื้อมไปหยิบขนมปังปิ้งมาทาเนย

ต่อตระกูลยิ้มออกมาอย่างเป็นต่อ

“นายต่างหากควรจะจ่ายให้ฉัน เท่าไหร่นะ หมื่นหนึ่ง ไม่ๆ เราคนกันเองฉันคิดนายแค่ห้าพันก็ได้” ว่าอย่างอารมณ์ดีจิบกาแฟต่อ

ศาสตราเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่ง

“ผมไม่ได้เห็นอย่างเดียว ยังได้คุยกับคุณรมย์ด้วย เธอบอกว่าคุณต่อใช้ให้เธอเอาผ้าปูมาซักทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้เปื้อนอะไร?”

คนถูกจับโกหกได้ชะงักมือที่แตะแก้วกาแฟที่ปาก เงยหน้ามาสบสายตาอีกฝ่ายนิ่งๆ

“เธอก็คงอายที่จะตอบอย่างอื่นน่ะสิ นายจะไปรู้อะไร?” ในที่สุด เขาก็พูดออกมาได้

“อื้ม...หรือครับ?” ทำเป็นเคาะที่คางอย่างใช้ความคิด “แต่ที่รู้ว่าเมื่อคืนคุณต่อไปนอนในห้องทำงาน เพราะผมว่าผมเห็นมีคนเปิดไฟห้องนั้น และมันก็ปิดลงทีหลังไฟห้องนอนของคุณต่อ...อ้อ! ผมยังเห็นตอนที่คุณต่อเดินมารูดม่านในห้องนั้นปิดด้วยครับ ทั้งๆ ที่ไฟในห้องนอนดับไปก่อนแล้ว”

“นายนี่มันโรคจิต พวกชอบถ้ำมอง” ต่อตระกูลเข่นเขี้ยวว่า กระแทกถ้วยกาแฟในมือลงกับจานรองแก้ว จ้องหน้าคนจับผิดเขม็งอย่างแค้นเคือง

ศาสตราหัวเราะลั่นที่ไล่อีกฝ่ายจนมุมได้ในที่สุด

“ในฐานะที่เราเป็นคนกันเอง...ผมไม่ลดให้คุณต่อนะครับ หนึ่งหมื่นบาทขาดตัว” ว่าพร้อมยิ้มพราวอย่างเป็นต่อ

“ฉันไม่มีจ่ายหรอก ไม่ให้ จะชักดาบ มีอะไรไหม?” ว่าแล้วหัวเราะหึๆ อย่างกับเด็กนิสัยร้ายๆ

“ไม่ให้ผมก็จะเอาไปเล่าให้พวกคนงานฟัง ว่าคุณต่อบ่อมิไก๊ ตั้งแต่แต่งงานจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้เข้าหอกับเมียเลย”

“นายนี่มัน” ชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างกรุ่นโกรธ

“อ๊ะๆ แต่ว่าข่าวมูลค่าหนึ่งหมื่นบาทของผมต้องราคาเพิ่มมากกว่านี้แน่ๆ ถ้าเอาไปเล่าให้คุณย่าคุณฟัง”

“ศาสตรา” ตวาดอีกฝ่ายเสียงดังอย่างเหลืออด “คอยดูนะฉันจะหาเรื่องไล่นายออกให้ได้” ว่าแล้วก็ลุกพรวดหยิบถ้วยกาแฟเดินตึงตังหายเข้าไปในครัวอย่างหัวเสีย ได้ยินเสียงโคบาลหนุ่มแห่งไร่อินทนิลหัวเราะร่วนเสียงดังตามหลังมา

ศาสตรากัดขนมปังทาเนยทานกับน้ำส้มอย่างอารมณ์ดี ไม่จำเป็นต้องมีคาเฟอีนมากระตุ้นหัวใจ เช้านี้ก็สดใสเหลือเกินสำหรับเขา

ในขณะที่ต่อตระกูลเดินกลับไปกลับมาอยู่ในครัว

“ทำไมเราทำไม่ได้...ทำไมทำไม่ได้วะ” เขาถามตัวเองอย่างหงุดหงิดหัวใจ  และก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

ระหว่างเขากับรมย์รวินท์ไม่น่าจะมีอะไรมาเป็นปัญหา ในเมื่อเขาและเธอแต่งงานกันอย่างถูกต้อง โดยที่มีผู้ใหญ่ที่เขารักและเคารพอย่างคุณหญิงตวงทิพย์ รับรู้รับทราบร่วมเป็นพยาน และตัวหญิงสาวเองก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจ ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่จัดว่าเมียเขาเป็นคนสวยจนผู้ชายที่เห็นอิจฉาเขาทีเดียว ส่วนเรื่องนิสัยใจคอเท่าที่รู้จักมาสามสี่วัน รมย์รวินท์เป็นคนเอาใจใส่คนรอบข้าง ใจเย็น รอบคอบ เป็นแม่บ้านแม่เรือน เรียกว่าดีอย่างไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้

นั่นไงล่ะปัญหา...เพราะเธอดี...ดีจนเขาไม่กล้าจะบุ่มบ่ามหรือทำอะไรเอาแต่ใจ กลัวจะเป็นการทำร้ายเธอ กลัวจะทำให้เธอเสียใจ

แกมันเห็นแก่ตัวเจ้าต่อ คิดถึงแต่ตัวเอง ครั้งหนึ่งคุณหญิงตวงทิพย์เคยบริพาสเขาเช่นนี้

ไม่...ในนาทีนี้เขากล้าเถียงคุณหญิงว่าเขาไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเอง...เขายังคิดถึงหัวอกเมียของเขาอีกด้วย ผู้หญิงที่เขาไม่กล้าทำร้ายให้เสียใจ และนั่นมันก็คือปัญหาที่เขาไม่กล้ามีอะไรกับเธอ

“คุณต่อจะเอาอะไรรึเปล่าคะ?” เสียงหวานถาม เมื่อเห็นเขายืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ในครัว

ต่อตระกูลหันไปมองดวงหน้าใส เจ้าของนัยน์ตากลมโต จมูก คิ้ว คางจิ้มลิ้ม เมียเขาหน้าตาสวยแบบน่ารักหนักไปทางนางเอกหนังเอวี ที่เวลาคิดจะทำอะไรเธอโดยใช้สิทธิ์ของความเป็นสามีให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการพรากผู้เยาว์

“รมย์รวินท์” ใบหน้าคร้ามหันไปมองเรียกชื่อเธอ ก่อนร่างสูงจะเคลื่อนขยับเข้ามาใกล้ หยุดยืนอยู่ตรงหน้า

ใบหน้าเรียวเล็ก เจ้าของผิวนวลเนียนใส เงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากเล็กแต่อิ่มเต็มเผยอน้อยๆ ริมฝีปากที่เขาเคยจูบนิ่มๆ ชิมแล้วหวานปะแล่ม ใบหน้าพราวมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะตามแนวไรผมเพราะไปออกแรงซักผ้าแต่เช้า

ดูสิ ขนาดเรื่องไม่เป็นเรื่อง เขายังทำให้เธอต้องลำบาก เพราะไม่อยากถูกศาสตราหัวเราะเยาะ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ เจ้าหมอนั่นมันเหนือชั้นกว่า มีแต่เขานี่แหละที่มัวช้าเป็นเต่าต้วมเตี้ยมมะงุมมะงาหราอยู่ได้

“คุณต่อมีอะไรจะใช้รมย์”  เสียงหวานเรียกให้เขาได้สติ

“เหนื่อยหรือเปล่า?”

เจ้าตัวยิ้ม สั่นหน้าเบาๆ “ไม่นี่คะ”

“แล้ว...เบื่อไหมที่ต้องมาอยู่ที่นี่ ทั้งห่างไกล กันดาร เงียบ ไม่มีแสงสีความสนุกสนาน ไม่สะดวกสบาย”

เจ้าตัวนิ่งคิดไปครู่หนึ่งกับคำถาม ดูเหมือนต่อตระกูลกำลังใส่ใจในความเป็นอยู่ของเธอ แค่นี้ก็ปลาบปลื้มใจ

“ยังไม่รู้สึกเบื่อหรอกค่ะ แต่ถ้าอยู่แต่ที่บ้านอีกหน่อยก็อาจจะเบื่อ รมย์อยากเข้าไปดูในไร่บ้าง มาอยู่ตั้งหลายวัน ยังไม่รู้เลยว่าไร่อินทนิลกว้างเท่าไหร่ ปลูกอะไรบ้าง” ดวงตาคนเล่าเป็นประกาย

“อยากเห็นจริงๆ เหรอ?” เพราะคำตอบของเธอฟังดูเหลือเชื่อ เขาเลยอดถามไม่ได้

“ค่ะ อยากเห็นจริงๆ ในไร่มีกระต่ายกับไก่ป่าด้วยเหรอคะ แล้วมันอยู่ยังไง? อยู่ที่ไหน? จริงๆ รมย์ก็เคยอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่เคยเห็นทั้งสองอย่างในธรรมชาติที่มันอยู่จริงๆ”

ต่อตระกูลนึกโล่งใจ อีกสิ่งที่ติดค้างในใจก็คือ รมย์รวินท์มาที่นี่ ทนลำบากดูแลเขาอยู่ในบ้านไร่ไกลปืนเที่ยงอย่างนี้ เพราะคิดว่าเจ้าหล่อนกำลังหวังอะไรอยู่

“อยากเห็นก็จะพาไปดู แต่เอาไว้เก็บข้าวโพดเสร็จก่อนนะ” เขาให้สัญญา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปหอมที่หน้าผากหญิงสาวอย่างเอ็นดู เจ้าตัวรีบหลบสายตาหนีอย่างเขินๆ แก้มแดงสุกปลั่งราวกับลูกตำลึง จนนึกอยากเลื่อนริมฝีปากลงไปหอมที่ส่วนอื่นดูบ้าง

“อะแฮ่ม...อะแฮ่ม” แต่ก็ได้ยินเสียงกระแอมกระไอของใครบางคนดังจากเบื้องหลังขัดจังหวะเสียก่อน

รมย์รวินท์รีบขยับห่างจากเขา ต่อตระกูลเหลียวหน้ากลับไปมองมารผจญอย่างเคืองๆ

พอเห็นสายตาเขียวปั๊ดของเจ้านาย เขาก็รีบยกสองมือ

“อ๊ะๆ ผมไม่ใช่พวกถ้ำมอง หรือตั้งใจเข้ามาขัดจังหวะนะครับ แค่เอาจานมาเก็บ” ชี้ไปที่จานในมือ

รมย์รวินทหลบสายตาอย่างเก้อๆ รีบยื่นมือไปรับจานมา

“เดี๋ยวรมย์จัดการเองค่ะ สายแล้ว คุณต่อกับคุณศาสตรารีบไปทำงานเถอะ”

ต่อตระกูลเหลือบตาไปมองคนที่ยังเสนอหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในครัว พยักพเยิดหน้าให้

“เอาจานมาเก็บแล้วก็รีบไปสิ” น้ำเสียงหาเรื่องว่า

“ครับ” ศาสตรารับคำกลั้วหัวเราะ “เดี๋ยวผมไปสตาร์ทรถรอแล้วกัน” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินออกจากห้องครัวไป ทิ้งให้คู่สามีภรรยาได้ร่ำลากันเต็มที่

“วันนี้รมย์ไม่ต้องปั่นจักรยานเอาอาหารไปส่งนะ ไว้ผมจะกลับมาทานมื้อเที่ยงด้วย”

“ค่ะ” รับคำอย่างว่าง่าย เห็นหน้าใสๆ แก้มแดงๆ รอยยิ้มแบบนี้แล้วมันก็ให้กระชุ่มกระชวยแช่มชื่นหัวใจ จนอดใจไม่ไหว ต้องรีบฉกจมูกลงไปหอมฟอดใหญ่ๆ ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา แล้วก็ให้ติดลมนึกอยากเกเรงาน แต่ด้วยความรับผิดชอบจะเอาแต่อำเภอใจตัวเองก็ไม่ได้ จึงได้แต่หอมมัดจำเอาไว้ก่อน

“รีบไปเถอค่ะ คุณศาสตรารอนานแล้ว”

“จ๊ะ” เขาจูบที่หน้าผากกลมมนอีกครั้ง ก่อนจะตัดใจเดินออกมาจากครัว ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็คงต้องอุ้มตัวเธอขึ้นไปลงโทษให้สมกับความน่ารัก

สถานการณ์ระหว่างเขาและรมย์รวินท์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว และคืนนี้...คืนนี้แหละ เขาจะไม่ยอมพลาดอีกแล้ว



*****หุหุ คุณต่อขา...บ่อมิไก๊ก็ยอมรับไปดีๆ เถอะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #18 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 18:02
    โห เฮีย อดใจได้ตั้ง 1 คืน แน่ะ
    #18
    0
  2. #15 สมสุข (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 07:12
    คุณต่อน่ารักมากๆเลยค่ะเห็นใจนางเอกตลอด
    #15
    0
  3. #14 luck (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:28
    อยากให้เลิกงานเร็วๆจังค่ะ อิอิ
    #14
    1
    • #14-1 รัชริล(จากตอนที่ 11)
      22 กันยายน 2559 / 11:22
      นั่นจิค่ะ ^^
      #14-1
  4. #13 aranyaorchid (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:15
    คุณต่อออ ต้องรอเวลาก่อนรึคะ
    #13
    0
  5. #12 0895426863 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 20:40
    คุณต่อ..บ่มิไก๊...5555.
    นางมารกำลังมาผจญ
    #12
    0