เมียจานด่วน

ตอนที่ 10 : ท้าทาย - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ก.ย. 59

 

มย์รวินท์กำลังจัดที่หลับที่นอนเตรียมไว้ให้ต่อตระกูล

เมื่อคืนนี้เขาไม่ได้กลับมานอนบ้าน เธอจึงถือโอกาสขึ้นนอนบนเตียงอย่างสบายใจ

แล้วค่ำคืนนี้ล่ะ จะนอนไหน?

ร่วมเตียงเดียวกับเขา หรือว่ากลับไปนอนที่โซฟาเหมือนกับคืนแรกดี

ใจเธอไม่เต้นไม่เป็นจังหวะ ท่าทางกรุ้มกริ่มของต่อตระกูลก่อนที่จะยอมเข้าไปอาบน้ำ มันทำให้เธอนึกหวาดหวั่น ว่าบางทีคืนนี้ อาจจะไม่รอดแล้วก็ได้

เธอเตรียมใจแล้วน่ารมย์ มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก...ในเมื่อเธอแต่งงานกับเขาแล้ว เรื่องในห้องนอน...ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญของสามีภรรยา

หากว่าพอได้ยินเสียงคลายกลอนกลับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ รีบหันกลับมาเผชิญหน้า

ต่อตระกูลอยู่ในชุดนอนหน้าตาเนื้อตัวสะอาดสะอ้านด้วยกลิ่นหอมของสบู่ที่โชยมาแตะจมูกทำให้เธอแทบคลั่ง

ใจที่สั่นอยู่แล้ว สั่นแรงยิ่งขึ้นไปอีก เขามองเธอ เธอมองเขา สบตากัน แววตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกล้ำลึกจนน่าขนลุก

ชายหนุ่มยิ้มให้เธอ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่คล้องคอเช็ดเส้นผมหยักศกค่อนข้างยาวที่หมาดชื้น

รูปร่างสูงใหญ่ หากไม่ได้ดูเก้งก้าง ด้วยมีมัดกล้ามเนื้ออย่างคนทำงานหนักในไร่...ใจเธอยิ่งเต้นรัวกระหน่ำ

ใบหน้าคร้ามคมสัน หน้าผากลาดกว้างพอดี ดวงตาคมเวลายิ้มดูแพรวพราวหากเวลาทำหน้าเฉยๆ ดูดุ คิ้วเข้มหนาพาดเฉียงเหนือดวงตา จมูกโด่งคมเป็นสันชัดเจน ริมฝีปากหยักได้รูป สันกรามดูแข็งแกร่ง ทั้งหมดทั้งมวลรวมเป็นใบหน้าที่เพอเฟ็คในสายตาเธอ ที่ออกจะขัดหูขัดตาไปสักหน่อยก็คือหนวดเคราที่เจ้าตัวไม่ยอมโกนนั่นปะไร

เธอเห็นว่ามีทั้งมีดโกนและอาฟเตอร์เชฟอยู่ที่อ่างล้างหน้า แต่ทำไมเขาไม่ยอมจัดการให้เส้นขนแข็งๆ รกหูรกตานั่นออกไปเสีย

“จัดที่นอนเสร็จแล้วหรือรมย์” เสียงทุ้มทอดนุ่มหูถาม

“ค่ะ” รมย์รวินท์ยกมือตบหมอนพร้อมตอบไป ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะนั่งลงที่ขอบเตียงด้วยกันด้านหลัง

เธอรีบหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา พร้อมกับขยับตัวห่างเว้นระยะ รู้สึกวูบวาบราวกับประจุไฟฟ้ากำลังแล่นพล่านล้อมรอบตัวอยู่

“ง่วงแล้วหรือ?” เขาถาม นัยน์ตาคมแววหวานมองหน้าเธอ

“เอ่อ...ค่ะ” คิดคำตอบอื่นไม่ทัน หัวใจสั่นพร่าจนกลัวว่ามันจะหยุดเต้นเอาได้

“งั้นก็นอนเถอะนะ” ว่าแล้วก็ยกมือมาจะโอบเธอให้นอนลงไปบนเตียง โดยอัตโนมัติที่เธอยกมือขึ้นมากั้นระยะห่างระหว่างกัน

“อุ๊ย” พอมือไปโดนเข้ากับแผ่นอกแน่นล่ำ ก็เจ็บแปลบขึ้นมา

คิ้วเข้มขมวดนิดๆ พร้อมกับที่เขาจับมือเรียวของเธอไปไว้ในอุ้งมือใหญ่

“มือเป็นอะไร ทำไมพันพลาสเตอร์ไว้อย่างนี้ล่ะ” ถามพร้อมกับจับมือเล็กไปพิศดู

“โดนหนามตำค่ะ”

“หนาม?”

“ค่ะ...หนามชะอมหลังบ้านตอนเช้า รมย์ไปเก็บมาทำแกงส้ม”

“พลาสเตอร์เปียกน้ำทำไมไม่รู้จักเปลี่ยน” เขาดุเหมือนดุเด็ก มองพลาสเตอร์ที่พันนิ้วมือเล็ก...เล็กเรียวสวยดั่งลำเทียน เวลาที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่ๆ ของเขาทำให้ยิ่งดูน่าทะนุถนอม

“พลาสเตอร์อยู่ที่ตู้ยาข้างล่าง รมย์ขี้เกียจลงไปเอาค่ะ พันไว้ก็คงไม่เป็นไรหรอก”

คนจับมือไม่ยอมปล่อยตวัดสายตามามองหน้า

“เหตุผลน่าตีชะมัด ขี้เกียจนี่ไม่สมกับเป็นเมียผมเลยนะ” เขาดุ ก่อนจะปล่อยมือเธอลุกไปเปิดลิ้นชักที่ปลายเตียง แล้วหยิบเอากล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง แล้วกลับมาจับมือเธอแกะพลาสเตอร์เปียกน้ำอันเดิมออก

“ดูสิ แผลบวมด้วย น่าจะเป็นหนองนะ” ว่าพร้อมกับลองบีบแผลไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

“โอ้ย” รมย์รวินท์ทั้งเจ็บทั้งตกใจจนร้องเสียงหลง และก็เป็นจริงดั่งที่ต่อตระกูลว่า เพราะหนองผุดออกมาจากรอยแผล เขารีบใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดให้ จนแน่ใจว่าบีบแผลเอาหนองออกหมดแล้ว พอเงยหน้ามามองใบหน้าเล็กๆ เหยเกน้ำตาคลอ นึกจะดุก็ดุไม่ออก

“แล้วไม่ได้ใส่ยาหรือไง มันถึงได้เป็นหนอง” ถามพร้อมกับหยิบพลาสเตอร์อันใหม่ในกล่องมาพันให้

ใบหน้าเล็กสั่นน้อยๆ

“แล้วทำไมถึงไม่ใส่ยาล่ะ เกิดเป็นหนองติดเชื้อขึ้นมาต้องตัดนิ้วสวยๆ นี่ทิ้งจะทำยังไง?” เขาถาม ยังจับมือเธอไว้ แม้จะพันพลาสเตอร์ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ก็รมย์รีบนี่คะ กลัวจะทำอาหารเสร็จไม่ทันคุณต่อกลับมาทาน”

คนฟังสะอึก รู้สึกผิดนิดๆ นานแล้วที่ไม่มีใครใส่ใจห่วงหาเขาแบบนี้ รมย์รวินท์ทำให้เขานึกถึงมารดาอย่างบอกไม่ถูก แม้ท่านจะจากเขาไปตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็ก แต่เขาก็จำความอบอุ่น ความใส่ใจ ความห่วงใย ห่วงหาอาทรอย่างนั้นได้

นอกจากแม่แล้ว ก็ยังมีเมีย...เมียที่เขาไม่ได้รัก แต่ต้องแต่งงานกับเธอด้วยความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

มือใหญ่เลื่อนขึ้นโอบใบหน้านวล ไล้ลูบผิวนุ่มราวกับต้องมนต์สะกด ก่อนจะเชยคางมนขึ้นมาให้สบตาเขา ลดใบหน้าคร้ามลงไปหา ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มสีระเรื่อ ก่อนจะบดคลึงเบาๆ อย่างย่ามใจ เมื่อผู้เป็นเจ้าของไม่ได้ขัดขืนอะไร แม้กายจะสั่นเทาราวลูกนกตกน้ำ

ริมฝีปากที่นุ่ม...และยังหวานหอมราวกับกำลังดูดดื่มน้ำหวานจากเกสรให้ความรู้สึกวาบหวาม ซู่ซ่า ชุ่มฉ่ำ เลือดหนุ่มในกายกำลังระริกพล่าน สองมือเลื่อนลงมาโอบประคองร่างเล็กเนียนนุ่มนั่นให้นอนลงไปบนเตียงพร้อมๆ กัน

รมย์รวินท์โอนอ่อนผ่อนปรนให้เขาโดยไม่ขัดขืน...แน่ล่ะสิ ธรรมชาติของชายหญิงกำลังชักจูงเธอไป

เธอผู้เป็นภรรยาของเขา ฝ่ามือหนาไล้ลูบลงไปบนเนื้อกายนุ่มนิ่มด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเหลือคณา นวลเนื้อนุ่มมือทำให้เขาเพลิดเพลิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาพึงพอใจในตัวผู้หญิงตรงหน้าเอามากๆ ...พอใจ แต่ก็ยังไม่ได้รัก

ริมฝีปากร้อนและสันจมูกโด่งระบัดระบายไล่มาตามแนวกรอบหน้าถึงปลายคางอย่างหลงใหลลุ่มหลง ลมหายใจของหญิงสาวกระชั้นขึ้นทุกขณะ ฝ่ามือเล็กเปะปะไปตามร่างกายของเขาอย่างเงอะงะ หากนั่นก็ยิ่งปลุกให้เขาปรารถนาในตัวเธอยิ่งขึ้นไปอีกด้วยความพึงพอใจอีกหลายเท่า

เขาพอใจในรสสัมผัสของรมย์รวินท์...พอใจแต่ไม่ได้รัก เช่นนั้นแล้วมันจะแตกต่างอะไรกับผู้หญิงที่เขาหิ้วมานอนค้างคืนด้วย

รมย์รวินท์เป็นคนดีแม้จะรู้จักในช่วงระยะเวลาไม่นานนัก เธออ่อนโยน อ่อนหวานอย่างที่เขาสัมผัสได้ และเธอก็ไม่ควรได้รับการปฏิบัติเหมือนผู้หญิงเหล่านั้นเพียงเพราะความพอใจของเขาแต่ฝ่ายเดียว เพียงเพราะเขาต้องการ และเธอเองก็ไม่ขัดขืนเพราะเธอเป็นภรรยาเขา

ใบหน้าดื่มด่ำกำซ่านกับนวลเนื้อสาวขาวผ่องที่บัดนี้เริ่มแดงเป็นวงกว้างด้วยไรหนวดเคราของเขาที่ครืดจนระคายเคือง

อย่างน้อยเขาก็อยากได้ยินจากปากของเธอ

“คุณรักผมไหมรมย์?” เขากระซิบถามที่ข้างหู

หากคนที่กำลังหลับดวงตาสวยพริ้มค่อยๆ ปรือเปิดดวงตาขึ้นมา ใบหน้าดูงงงันกับคำถาม

“คะ...ขา คุณต่อว่าอะไรนะคะ?”

เขาขยับใบหน้าออกห่าง พิศมองดวงหน้าเล็กสวยหวานอย่างพิศวงในตัวเอง

“คุณรักผมไหม?” ถามไปอีกครั้ง

รมย์รวินท์หน้าแดงซ่าน ดวงตากลมใหญ่กะพริบปริบๆ มองมาที่เขาอย่างงงงวย ราวกับมนต์สะกดที่ร่ายไว้เริ่มเสื่อมคลายความขลัง

ไม่มีคำตอบจากหญิงสาว เขารู้สึกหงุดหงิดหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รีบผลักตัวเองขึ้นให้พ้นจากเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น แล้วลุกจากเตียงพรวดพราดออกจากห้องนอนมาก่อนจะอดใจไว้ไม่ไหว

รมย์รวินท์หน้าค้าง ลุกขึ้นงงๆ มองตามหลังคนที่พรวดพราดออกไปอย่างไม่เข้าใจ

ต่อตระกูลเป็นอะไร เขาไม่พอใจอะไร? หรือเพราะเขาไม่อยากมีอะไรกับเธอ

ประตูปิดปัง คนที่พรวดพราดออกมาพิงหลังกับประตูคล้ายกับหมดแรง ทั้งที่หายใจหอบระงับความหื่นที่พล่านพุ่งขึ้นมาเอาไว้แทบจะไม่อยู่ทีเดียว

“ไอ้ต่อ...ไอ้บ้าเอ๊ย จู่ๆ มาเป็นคนมีคุณธรรมสูงส่งเสียแต่เมื่อไหร่วะ” เขาถามตัวเองอย่างหงุดหงิด ที่ละทิ้งช่วงเวลานาทีทองไปอย่างไม่น่าให้อภัย

แต่เขาทำไม่ได้...รมย์รวินท์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างทาง ถึงเธอจะเป็นเมียเขาก็ควรได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่านี้ เพราะรัก ทุกอย่างต้องเกิดจากความรัก

คิดแล้วก็ให้ชะงักงันอึ้งงงไปทีเดียว

คนอย่างต่อตระกูลพูดถึงความรัก...แคร์และใส่ใจสนใจความรู้สึกของคนอื่น

เขาคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ กระมัง

ชายหนุ่มหัวเราะอย่างขบขันให้กับตัวเอง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องตรงข้ามซึ่งเป็นห้องนั่งเล่น ขออาศัยนอนอยู่ในนั้นสักคืนหนึ่ง ให้ค่ำคืนที่บีบหัวใจนี่ผ่านพ้นไปเสียเสีย บางทีอะไรๆ ในหัวใจจะได้ตกตะกอนเสียที


*****อ๊าย...จะนับอีตาคุณต่อเป็นคนดี หรือ บ่อมิไก๊ ดีละเนี่ย ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #17 fsn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 18:02
    โห ดีงาม แต่จะทนได้นานแค่ไหนละเตง
    #17
    0