เมียจานด่วน

ตอนที่ 1 : เมียจานด่วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ย. 59



“จำที่ฉันบอกได้ใช่ไหมรมย์”

คำสั่งย้ำสำทับพร้อมแววตาที่มองมาอย่างฝากความหวังทั้งหมดทั้งมวลไว้ที่เธอ เรียกให้รมย์รวินท์ได้สติอีกครั้งหนึ่ง                                                                                                    

“จำได้ค่ะคุณท่าน” หญิงสาวผงกใบหน้าที่ซีดเผือดลงทันตารับ

“เป็นอะไรไป เธอกลัวอย่างนั้นรึ?” น้ำเสียงถามเป็นกังวล เกรงว่าแม่สาวซื่อตรงหน้าจะทำแผนแตกเสียก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้น มีหวังเจ้าหลานชายตัวดีของท่านเป็นได้เตลิดเปิดเปิงไปไกลยิ่งกว่านี้เป็นแน่

จะบอกว่าเธอไม่กลัวก็คงไม่ใช่ ถ้าจู่ๆ ต้องกลายมาเป็นเจ้าสาวให้กับผู้ชายที่แทบจะเรียกว่าไม่รู้จักแบบสายฟ้าแล่บไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นใครก็คงอดที่จะหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้แน่ๆ แต่นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่เธอจะตอบแทนบุญคุณให้ผู้มีพระคุณอย่างคุณหญิงตวงทิพย์ได้

มือเหี่ยวย่นลงตามวัยมีรอยกระจางๆ ยื่นมาจับมือเธอแล้วบีบเบา

“มือเย็นเฉียบทีเดียว จะไหวไหมเนี่ย?” สายตาที่มองไปยังคนอ่อนวัยกว่ามาเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อรมย์รวินทร์ไม่ใช่พวกสาวสมัยไฟแรงสูง ปราดเปรียวปรูดปราด ที่ไล่ล่าตะครุบผู้ชายเป็นว่าเล่นหรือรู้จักหว่านเสน่ห์อ่อยเหยื่ออย่างที่สาวๆ เดี๋ยวนี้เขาเป็นกัน...และเพราะเช็กประวัติมาอย่างดีนั่นแหละ ท่านถึงวางใจที่จะเลือกใช้เจ้าหล่อน เพราะคิดเอาไว้แล้วว่าผู้หญิงเงียบเชียบเรียบร้อย กุลสตรีด้วยเนื้อแท้อย่างสาวน้อยตรงหน้าแบบนี้แหละที่จะปราบไอ้เสือร้ายอย่างนายต่อตระกูลได้อยู่หมัด

งูพิษสิ้นฤทธิ์ด้วยเชือกกล้วยฉันท์ใด...เสือเขี้ยวตันอย่างหลานชายท่านก็ย่อมต้องแพ้ทางผู้หญิงอย่างรมย์รวินทร์เป็นแม่นมั่น

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ นายต่อน่ะ มันก็ชอบเก็กหน้าดุๆ พูดจาโผงผาง ไปอย่างนั้นแหละ เนื้อแท้เขาเป็นคนดี ใครดีด้วย เขาก็ดีตอบ ไม่ได้ร้ายกาจอะไรเหมือนที่ชอบแสดงออกให้ใครๆ เห็นหรอก”

เธอก็หวังให้เป็นเช่นนั้น...หวังว่าต่อตระกูลจะร้ายเพียงภายนอกแต่จิตใจดีเหมือนเมื่อครั้งที่เขาเคยเป็นตอนเด็กๆ

ดวงตากลมสวยเงยขึ้นสบตาท่าน รีบผงกหน้า

“รมย์สัญญาค่ะคุณท่าน ว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จ”

“ดีมาก...ฉันฝากนายต่อไว้กับเธอด้วย” คำฝากฝังฟังดูน่าตลก เพราะอย่างคนหน้าดุนั่นมีอะไรให้ห่วงใยกัน และผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอหรือจะช่วยอะไรเขาได้

“ทำหน้าที่ภรรยาให้ดี เป็นตัวของตัวเอง และอดทนให้มากๆ ถ้าทำงานนี้สำเร็จฉันจะมีรางวัลก้อนโตให้เป็นของขวัญ” ท่านพูดถึงสิ่งล่อใจ เพื่อให้เธอพยายามให้หนัก และอดทนให้มาก เพราะรู้ดีว่างานนี้ไม่หมูเลย

รมย์รวินท์นิ่งไป เพราะแค่บุญคุณเท่าที่คุณตวงทิพย์ช่วยจ่ายค่าผ่าตัดเนื้องอกในสมองให้อาสุรางค์ที่เลี้ยงเธอมาได้มีชีวิตอยู่ดูโลกยืนยาวต่อไปเป็นเงินจำนวนกว่าล้านบาท ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่รู้จะหาไหนมาใช้หมด

คุณหญิงตวงทิพย์ตบลงบนหลังมือเธอเบาๆ ก่อนจะปล่อย แล้วลุกขึ้นจากโซฟาในห้องนอนที่นั่งอยู่

“ได้เวลาแล้ว เห็นทีฉันต้องไปล่ะ”

หญิงสาวตระหนก หน้าตาตื่นขึ้นมา เพราะหมายความว่าท่านกำลังจะทิ้งเธอไว้ในห้องนี้...ห้องหอที่เจ้าบ่าวยังไม่ยอมเข้ามาเพราะมัวกินเหล้าสังสรรค์เฮฮาอยู่กับพวกคนงานข้างนอกโน่น

“จำคำฉันไว้นะ...อดทนให้มากๆ” สั่งย้ำสำทับอีกครั้ง ก่อนผู้สูงวัยที่ทั้งเธอและสุรางค์ให้ความเคารพจะก้าวออกไปจากห้องแล้วปิดประตูเงียบเชียบ เสร็จธุระแล้วคุณหญิงตวงทิพย์จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ภายในวันนี้เลย

หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะอยู่แล้ว ระทึกแรงขึ้นมาอีก เมื่อระลึกถึงหน้าที่ของตัวเองตามคำสั่งของคุณหญิงในไร่อินทนิล

เธอจะคือนายหญิงของที่นี่ และเป็นภรรยาของต่อตระกูล อติเทพ หลานชายคนเดียวของคุณหญิงตวงทิพย์ นอกจากหน้าที่ภรรยาที่ชายหนุ่มไม่เต็มใจจะรับแล้ว เธอต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ต่อตระกูลเลิกทำไร่ทำสวน แล้วกลับไปทำงานที่ ไทรินสินเกษตร บริษัทส่งออกสินค้าทางการเกษตรอันดับต้นของประเทศ ซึ่งเป็นของตระกูล อติเทพ

ร่างเปรียวระหงในชุดสีขาวเรียบๆ มิใช่ชุดเจ้าสาวฟูฟ่องดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยายที่เคยฝันถึงหันรีหันขวางอยู่กลางห้อง อย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี เธอเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อเย็นวันก่อน หลังจากตกลงรับงานมาเป็นภรรยาของต่อตระกูล

ไม่ต้องห่วงอาของเธอนะ ฉันจะดูแลสุรางค์ให้เป็นอย่างดี

หากไม่มีท่านยื่นมือมาช่วยเหลือ ป่านนี้เธอคงไม่มีญาติคนสุดท้ายเหลืออยู่ในโลกนี้แล้ว

รมย์รวินท์ยินดีตอบแทนบุญคุณของคุณตวงทิพย์ด้วยข้อเสนอที่ท่านยื่นให้ ด้วยความเต็มใจ และเธอก็ได้เลือกแล้วที่จะยอมทิ้งอนาคตที่วาดหวังไว้ชั่วคราวเพื่อมาตอบแทนคุณท่าน...ลึกๆ แล้วเธออยากพิสูจน์อะไรบางอย่างด้วย

หญิงสาวยืนมองภาพเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก

เธอเป็นคนสวยมาก นายต่อต้องปฏิเสธไม่ออกแน่ๆ เพราะเจ้านั่นชอบคนสวย

ตอนนี้เธอเริ่มเห็นพ้องกับคุณหญิงตวงทิพย์แล้วว่า เมื่อได้แต่งหน้านิดหน่อย สวมเสื้อผ้าดีๆ เธอก็จัดได้ว่าเป็นคนสวยอยู่เหมือนกัน

นั่นสิคะคุณหญิง รูปร่างสูงโปร่งเหมือนกัน แต่หน้าตาสวยหวานกว่าคุณภิรมณตั้งเยอะนะคะ ชะไมคนสนิทเก่าแก่ของคุณหญิงเสริมขึ้นอีกคน

คุณภิรมณ เป็นใครหรือคะ? เธอสงสัยจริงๆ ถึงได้ถามออกไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้ท่านไม่พอใจ

แต่เมื่อได้เห็นท่าทางปั้นปึงคอแข็งของคุณหญิงตวงทิพย์ ถึงกับทำให้เธอหน้าถอดสีเลยทีเดียว

อย่าเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้อีกนะชะไม และเธอก็เหมือนกันรมย์รวินท์อย่าได้พูดชื่อนี้ต่อหน้าต่อตระกูลเด็ดขาด

คำตอบไม่ทำให้เธอละความสงสัย หากกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า

ภิรมณ เป็นใคร?

และทำไมเธอถึงเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ได้

แปลว่าผู้หญิงชื่อ ภิรมณ จะต้องเป็นคนสำคัญกับต่อตระกูลขนาดที่ว่า คุณหญิงห้ามเอ่ยถึง และห้ามพูดชื่อนี้ต่อหน้าหลานชายท่าน

“ใจเย็นๆ น่ารมย์ เธอตัดสินใจแล้วนะ” หญิงสาวปลอบตัวเองพร้อมกุมมือสั่นเทาเข้าประสานกันและบีบแรงๆ หวังคลายอาการวิตกจริต

เมื่อเวลาผ่านไปทุกขณะ...จากนาทีเป็นชั่วโมง...และหลายชั่วโมงจนมืดค่ำ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าต่อตระกูลจะกลับมาเข้าหอกับเธอ...หรือบางทีเขาอาจจะรังเกียจเธอเกินกว่าจะนอนร่วมห้องด้วยก็ได้

แย่ล่ะสิ หากเป็นเช่นนี้ แผนที่คุณหญิงวางไว้ก็ไม่สำเร็จกันพอดี แต่ทำไมในนาทีนี้เธอถึงได้นึกดีใจอยู่ลึกๆ ก็ไม่รู้

ถึงมิได้รังเกียจรังงอนอะไรคุณต่อ แต่จะให้ปุบปับเจอหน้ากันก็ยินยอมกระโดดขึ้นเตียงไปด้วยกันกับเขา  คงเป็นเรื่องที่ต้องขอเวลาทำใจอยู่สักหน่อย...อย่างน้อยๆ ก็ขอให้เธอได้รู้จักเขา ณ ปัจจุบันให้มากกว่านี้ พอนึกถึงหน้าตาดุๆ ของคนไม่ยอมโกนหนวดโกนเครา พูดจาโผงผางเสียงดังที่เพิ่งได้พบเจอกันอีกครั้งวันนี้ ก็อดที่จะนึกเกรงไม่ได้

เวลาตั้งสิบห้าปีที่ไม่ได้พบเจอนิสัยเขาจะยิ่งเปลี่ยนไปขนาดไหนกัน

+++++++++

 

“อีกแก้ว...อีกแก้วโว้ย ฉลองให้เจ้านายหน่อยพวกเรา...คุณต่อจะได้เมียคนสุดท้องแล้ว”

เสียงอ้อแอ้ของนายสวัสดิ์คนงานซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นมาพูดดังๆ พร้อมกับร่อนแก้วเหล้าในมือไปทั่ว

“เฮ....” คนงานในไร่อินทนิลกว่ายี่สิบชีวิตที่ล้อมวงกินเหล้าเลี้ยงฉลองสละโสดให้เจ้านายหนุ่มรีบเฮละโลโห่รับกันเสียงดังเป็นทอดๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงเคาะขวด เคาะแก้ว เคาะชาม ประกอบเสียงร้องเพลงเป็นที่เฮฮาสนุกสนานครื้นเครง ทุกคนต่างมีความสุขดูได้จากรอยยิ้มระรื่นชื่นบานบนใบหน้า...ยกเว้นเพียงแค่ เจ้าบ่าว

“เบาๆ กันหน่อยนะพวกเรา อย่าให้เมามาก เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเก็บข้าวโพดแต่เช้า เดี๋ยวจะลุกไม่ขึ้นกันเสียหมด” ศาสตราที่แยกมานั่งที่โต๊ะไม้มะค่าหน้าบ้านพักอยู่กับนายใหญ่ของไร่อินทนิลตะโกนปราม

โอ้ย! ไม่ต้องห่วงพวกผมหรอกครับคุณศาสตรา เมาเหล้าหัวราน้ำยังไง ก็ลุกไหวแน่ๆ เป็นห่วงเจ้าบ่าวหมาดๆ โน่นดีกว่าครับ กระดกแต่เหล้านอก ไม่รู้พรุ่งนี้จะลุกไปเก็บข้าวโพดไหวหรือเปล่า?” นายสวัสดิ์ตะโกนตอบมา เรียกเสียงโห่ฮาดังอีกคำรบ

“ใครจะตื่นให้โง่ละวะ เข้าหอทั้งที มันต้องฉลองยันเช้า เอาให้ฟ้าเหลือง ไม่ออกห้องหอไปสามวันสามคืนแหละโว้ย....” นายสมบูรณ์ที่เป็นลูกคู่กันอีกคนรีบแย้ง พร้อมกับเสียงโห่ฮาไม่ได้ขาดเสียง

ศาสตราได้แต่ส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ ที่พอเหล้าเข้าปากแล้วลูกน้องที่เคยเชื่อฟังกันดีเป็นได้แตกแถวหมด

“ดูสิครับ เมาจนไม่รู้ใครเป็นเจ้านาย ใครลูกน้องแล้ว”

คนหน้าตาบึ้งตึงที่นั่งกระดกเหล้านอกอยู่บนโต๊ะ ปรายสายตาไปดูคนงานที่สรวลเสเฮฮากันอย่างหงุดหงิด เพราะเพิ่งถูกผู้เป็นย่าจับมัดมือชกให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักไปหมาดๆ

“พวกคนงานไปเอาเหล้ามาจากไหน?” เขาเห็นกินกันตั้งแต่หัวค่ำ จนป่านนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพร่องเลยแม้แต่นิด

“ก็คงต้มกินกันเองละมังครับ” ศาตราว่าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

“แล้วพวกนั้นรู้ได้ยังไงว่าฉันจะแต่งงานวันนี้ นายบอกหรือ?” มองที่ศาสตราอย่างตำหนิ

“เปล่านะครับคุณต่อ ผมเองก็เพิ่งรู้พร้อมคุณต่อเมื่อค่ำวานนั่นแหละ”

ต่อตระกูลนึกถึงเหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารค่ำเมื่อเย็นวานอย่างหงุดหงิดหัวใจ เพราะจู่ๆ คุณหญิงตวงทิพย์ก็โผล่มาเยี่ยม และตำหนิติเตียนว่าเขาไม่เป็นโล้เป็นพาย ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าอยู่ไกลหูไกลตาท่าน ไม่ยอมมีลูกมีเมีย ไม่ยอมกลับไปทำงานในบริษัทของครอบครัว และไม่ว่าท่านจะพูดจาหว่านล้อมยังไง เขาก็ปฏิเสธเสียงแข็งเพราะไม่อยากกลับไปพบหน้าบิดากับภรรยาใหม่ที่เขาไม่ชอบหน้า จนดันปากพร่อยพูดออกไปว่าจะให้เขาทำอะไรก็ได้ ยกเว้นกลับกรุงเทพฯไปทำงานที่ ไทรินสินเกษตร บริษัทส่งออกสินค้าทางการเกษตรขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศที่ตนเองมีชื่อเป็นทายาทโดยตรง คุณหญิงถึงยื่นคำขาดให้เขาแต่งงาน

วันๆ ผมเจอแต่ม้า แต่วัว และก็คนงานผู้ชาย คุณย่าจะให้ผมไปแต่งกับผู้หญิงที่ไหนล่ะครับ?

ก็ไปหาสิ

โธ่! คุณย่า เมียนะครับ ไม่ใช่ตุ๊กตุ่นหรือหนูนา จะได้ขุดหาเจอในไร่ได้ง่ายๆ

ไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลยนะเจ้าต่อ ถึงแกจะอยู่ไกลหูไกลตา แต่ย่าก็รู้ว่า แกนะหิ้วเอาสาวๆ มานอนไม่ซ้ำหน้า ไม่รู้จักกลัวติดโรคมั่งหรือไง? สายตาพิฆาตของท่าน ราวกับย่อขนาดให้เขากลับไปเป็นเด็กชายต่อตระกูลตัวกระเปี๊ยกที่กำลังจะถูกฟาดก้นด้วยก้านมะยม เหตุเพราะไปบี้ปลาหางนกยูงในอ่างตายยกครอบครัว

ในฐานะที่แกเป็นหลานผู้ชายคนเดียวของคุณต้นสาย อติเทพ ฉันไม่ยอมให้นามสกุลของปู่แกต้องสั้นกุดแค่นี้แน่ๆ แกต้องแต่งงาน

ผมยังไม่เจอคนถูกใจ เขาบ่ายเบี่ยง

ฉันอยากได้เหลนไปเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงา และไม่เคยชอบผู้หญิงที่แกถูกใจ ในฐานะที่เงินลงทุนทำไร่อินทนิลเป็นของตระกูลอติเทพทุกบาททุกสตางค์ ฉันจะเป็นคนหาหลานสะใภ้เอง

นี่คุณย่าต้องล้อผมเล่นแน่ๆ เขาช็อกจนแทบหงายหลังตกเก้าอี้ ไม่คิดว่าคุณหญิงตวงทิพย์ จะลุกขึ้นมาทำตัวเป็นฮิตเล่อและยื่นคำขาดมาแบบนี้

มองหน้าฉัน แล้วแกคิดว่าไงล่ะ?

เขามองหน้าตาเอาจริงเอาจังของท่านแล้วพูดไม่ออก ได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อกเท่านั้น

ผมรับรองว่าจะเอาเงินเจ็ดสิบล้านบาทที่ยืมคุณย่ามาทำไร่คืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอนครับ

อ๋อ.....เหรอ? ท่านลากเสียงยาว พร้อมแววตาดูแคลน แล้วเมื่อไหร่ล่ะยะ

ใครจะไปตอบได้ ไอ้ที่ลงทุนลงแรงไปห้าปีที่ผ่านมากำลังเพิ่งคืนทุน เงินเจ็ดสิบล้านบาทจะหาไหน และถ้ารู้ว่ามันถูกฝังอยู่ตรงไหนในไร่กว้างใหญ่นี้ เขาคงไม่รอชักช้าที่จะเกณฑ์คนงาน พร้อมกับจับจอบจับเสียมลงมือขุดด้วยตัวเองเอาเงินมาคืนท่านแน่ๆ

แถมก่อนที่ท่านจะมา น้ำก็เพิ่งท่วมไร่ข้าวโพดเสียหายไป ก่อนหน้านั้นก็เจอปัญหาแมลงกัดกินพืชผล ไอ้ที่หามาได้ก็เอามาหมุนเวียนซื้อปุ๋ย ซื้อยา ซื้อม้า รถไถ รถแทร็กเตอร์ แล้วยังจะค่ากินค่าอยู่จ่ายค่าแรงคนงานอีก แค่เขาไม่ขอเงินท่านเพิ่มก็ถือว่าเก่งสุดๆ แล้ว

เงินเจ็ดสิบล้านเมื่อห้าปีก่อน ถ้าฉันเอาฝากธนาคารไว้ ป่านนี้ก็คงออกดอกอีกไม่รู้กี่สิบล้าน

ใครว่าคนแก่กะโหลกกะลา นั่นต้องไม่ใช่คุณหญิงตวงทิพย์แน่ๆ

หรือถ้าเอาไปเล่นหุ้น ซื้อหน่วยลงทุน ป่านนี้ก็คงจะงอกเงยเป็นร้อยๆ ล้านแล้วกระมัง แล้วนี่แกมีอะไรบ้าง บัญชีที่ส่งไปให้ดูเห็นชักหน้าไม่ถึงหลังสักเดือน จะเอาเงินฉันมาผลาญเสียเปล่าๆ ปลี้ๆ

ผมขอเงินก้อนเดียว แต่ไม่เคยเอามาเพิ่ม ตอนนี้พืชไร่พืชสวนในไร่อินทนิลก็กำลังเก็บดอกออกผลได้ ถ้าคุณย่าไม่สบายใจ ผมจะใส่ชื่อคุณย่าเป็นเจ้าของคนละครึ่งก็ได้

ฉันไม่เอาย่ะ ที่ทางไกลปืนเที่ยง นั่งรถมาหัวสั่นหัวคลอนอย่างนี้ จะไปขายได้สักกี่บาทกี่สตางค์กัน ถ้าคิดจะคืน ฉันเอาร้อยห้าสิบล้านบาทขาดตัว

ร้อยห้าสิบล้านอุทานตาเหลือกทีเดียวคราวนี้...เจ็ดสิบล้านยังไม่มี นี่เล่นจะเอาตั้งร้อยห้าสิบล้านเทียว

ใช่...ทบต้นทบดอกห้าปี ฉันคิดที่ร้อยห้าสิบล้านบาทถ้วน ไม่ให้ขาดแม้แต่สตางค์แดงเดียว

ผมไม่มีหรอกครับ

งั้นก็ต้องแต่งงาน

แล้วผมจะหาเจ้าสาวที่ไหน

ฉันมีให้แกแล้วละกัน พรุ่งนี้ เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว

แล้วใครจะไปคิดว่าท่านเอาจริงๆ เมื่อท่านเล่นปลุกเขาแต่เช้าให้เข้าหมู่บ้านเพื่อไปทำบุญ ก่อนจะผูกข้อไม้ข้อมือให้ เขาเองก็เพิ่งเห็นหน้าเจ้าสาวเอาเมื่อเช้านี้เอง เจ้าหล่อนถูกสั่งตรงมาเพื่อเป็นเจ้าสาวให้เขา

ผู้หญิงท่าทางสนิมพิมพาสร้อย เรียบร้อยๆ นั่น หน้าตาก็ดูสะสวยดีหรอก แต่จืดชืดไร้เสน่ห์ชะมัดยาด แค่เห็นก็หมดอารมณ์แล้ว

หนูรมย์รวินท์ เจ้าสาวของแก

*****คุณย่าช่างเฟี้ยวอะไรเช่นนี้...หาเมียให้ทันอกทันใจ แต่จะถูกอกถูกใจหลานชายหรือเปล่า? มารอลุ้นตอนหน้าค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #4 fsn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:08
    คุณย่าจัดให้นะคะ
    #4
    0