Temporary Bliss ข้ามคืน | CHANBAEK END

ตอนที่ 31 : ข้ามคืนครั้งที่ 30 : บทสรุปความรัก [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 ต.ค. 60

TEMPORARY BLISS : CHAPTER 30

ข้ามคืนครั้งที่ 30 : บทสรุปความรัก

#ฟิคคืนของชานแบค

 

            ผมไม่ได้ตอบกลับไปเพียงแค่โน้มใบหน้าของเขาลงมาใกล้ๆ ให้เขากระซิบคำที่เขาต้องการ ทำเอาหัวใจของผมเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ การได้ยินเสียงของเขาที่แผ่วเบาหากแต่หนักแน่นนั้น มันช่างมีอิทธิพลเกินจะทานไหว ไม่เพียงแค่นั้นเขายังก้มลงมาจูบเรียวปากของผมมอบความอ่อนโยนเสริมทัพกับคำบอกรักที่เขาเพิ่งพูดไป

 

            และผมก็บันทึกมันลงในความทรงจำไปแล้ว

 

            อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ผมสัญญาว่าจะรักคุณเพียงคนเดียว

 

            หลังจากตอนนั้นพวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก แค่อาบน้ำและลงไปทานข้าว รวมถึงทักทายพ่อและจงแดที่ลงมาพร้อมกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ชีวิตของผมได้รับการเติมเต็มหลังจากที่ก่อนหน้านี้มันขาดหายไปหลายอย่าง แน่นอนความรู้สึกที่มีต่อจงแดมันเอามาแทนที่ความรักของแม่ผมไม่ได้ ถึงอย่างนั้นผมคิดว่าแม่คงจะดีใจที่อย่างน้อยพ่อก็เลือกในสิ่งที่เขาต้องการ

 

            ตอนนี้แม่อาจจะกำลังยิ้มอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้

 

            เมื่อคืนเสียงดังไปหน่อยนะ ไม่เกรงใจเจ้าของบ้านกันเลย

 

            “พ่อ...!”ผมเบิกตากว้างเมื่อพ่อแซวแบบนั้นตอนที่พวกเรากำลังทานอาหารด้วยกัน ทำเอาใบหน้าผมขึ้นสีแดงระเรื่อในขณะที่ชานยอลหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

 

            แอบฟังคนอื่นเมคเลิฟกันมันไม่ดีนะพี่คริส

 

            “ใครบอกว่าแอบฟัง ห้องอยู่ติดกันก็ต้องได้ยินอยู่แล้ว

 

            “นึกว่าได้ยินแต่เสียงจงแดซะอีก ตัวเอง แกล้ง จงแดแล้วมากล่าวหาคนอื่นหรือเปล่า

 

            “อา !”จงแดถลึงตาใส่อาเขาไม่ต่างจากที่ผมทำกับพ่อของตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเมื่อคืนพวกเขาเองก็ทำอะไรไม่ต่างจากพวกเรามากนัก และเหมือนจงแดจะอายเลยแสร้งขมวดคิ้วทำเป็นหลุบตาต่ำเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เราไม่ควรคุยเรื่องแบบนี้กันหรือเปล่า คนเสียหายมันไม่ใช่พวกอานะ

 

            ไม่ต้องอายไปหรอกจงแด เรื่องแบบนี้มันธรรมชาตินะ

 

            “อ๊ะ !”

 

            “เนอะแบคฮยอน พวกเราเองก็ไม่ได้อายอะไรด้วยสิ

 

            “จะบ้าหรือไงชานยอล มีแต่คุณน่ะสิที่ไม่อายผมย่นคิ้วใส่คนตัวโตทำสีหน้าคาดโทษใส่เขา ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะไม่ได้สำนึกผิดเท่าไหร่ ผมว่าเรารีบทานข้าวแล้วแยกย้ายกันดีกว่านะครับ ต่างคนต่างมีภาระงานต้องทำอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย

 

            “นั้นสิ ชีวิตมีเรื่องให้ทำมากกว่ามานั่งพูดเรื่องแบบนี้นะ

 

            “เช่นเรื่องท่าอย่างว่าน่ะเหรอ ?

 

            “อาชานยอล !”

 

            “ชานยอล !”

 

            “ฮ่าๆ โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วผมกับจงแดแทบจะรวมหัวจัดการชานยอลให้ตาย ไม่รู้ทำไมถึงได้ปากเก่งปากดีขนาดนี้ ถ้าเกิดผมใจร้อนอีกนิดผมอาจจะตบปากเขาก็ได้ เสียดายที่ผมไม่ได้มีนิสัยชอบทำร้ายใครพวกเราเลยรีบกินข้าวและแยกย้ายกันตามที่ผมบอก

 

            ชานยอลมาส่งผมที่มหาลัย ในตอนเช้าผมไม่เจอจงแดมาเจอเขาอีกทีตอนบ่าย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีเรียนคาบเช้าพวกเราเลยนั่งคุยกัน ต้องขอบคุณที่ผมยอมรับเขาได้แล้ว พวกเราเลยกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันในเวลาอันรวดเร็ว

 

            แม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่ก็ตาม

 

            นายก็อย่าไปฟังที่อาพูดให้มากเลยนะ เขาเพ้อเจ้อเก่งน่ะ

 

            “ฉันว่าฉันรู้เรื่องนั้นแล้วล่ะผมหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของหลานชายคนรักผม แล้วนี่จะย้ายมาอยู่ด้วยกันไหม

 

            “โว้ว ฉันไม่ได้คิดถึงขนาดนั้น แค่ได้คบกันก็ถือว่าดีมากแล้วจงแดรีบปฏิเสธทันทีที่ผมเข้าประเด็นไปแบบนั้น คือผมมีความคิดแปลกๆว่าถ้าเรามีคนรัก เราก็ต้องอยากจะอยู่กับเขาใช่ไหมล่ะ และในเมื่ออีกฝ่ายมีครอบครัวอยู่แล้วเลยคิดว่าให้จงแดย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยน่าจะเป็นความคิดที่ดี

 

            ซึ่งผมควรจะปรึกษาคนอื่นสักนิดก่อนถามเขา

 

            ก็เผื่อไว้ไง ฉันไม่ว่าหรอกนะถ้านายจะย้ายมา

 

            “ไม่เอาดีกว่า ฉันขออยู่ในพื้นที่ของตัวเองนี่แหละ

 

            “…”

 

            “อีกอย่างตอนนี้ฉันก็เพิ่งจะคืนดีกับพ่อฉันน่ะ เพราะงั้นฉันเลยอยากจะใช้เวลาอยู่กับเขาให้มาก มันน่าจะพอทดแทนเรื่องไม่ดีที่ฉันเคยทำไว้เจ้าตัวถอนหายใจ ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้เขาเคยมีเรื่องทะเลาะกับพ่อเป็นเหตุให้ชานยอลต้องเลี้ยงดูเขาแทน อีกอย่างฉันก็ไม่อยากรบกวนเวลาครอบครัวของพวกนายด้วย มากสุดก็ขอแค่ไปกินข้าวที่บ้านก็แล้วกัน

 

            “จะนอนค้างก็ได้ อย่าคิดมากนักเลย

 

            ขอบคุณจงแดพูดพลางยิ้มบางๆให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่ค่อยเห็นนักพาให้ผมยิ้มตอบรับ พวกเราเลยเปลี่ยนเรื่องคุย ส่วนใหญ่เป็นการแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ ที่พวกเรายังไม่เคยรู้กันมาก่อน มันก็ไม่ได้แย่นะกับการได้คุยกับแฟนใหม่ของพ่อ ไม่รู้สิอาจเพราะผมเปิดใจรับเขามากกว่า ผมเลยไม่ได้อคติอะไรกับเรื่องราวของเขาเท่าไหร่

 

            หลังจากตอนนั้นพวกเราก็ต้องหยุดบทสนทนากันไปเนื่องจากอาจารย์เข้ามาในคลาส ถึงอย่างนั้นผมกับจงแดก็สนิทกันอย่างรวดเร็ว พวกเราไปไหนมาไหนด้วยกันมากขึ้น เจ้าตัวแวะเวียนมาบ้านผมตามคำขอของพ่อบ้าง ของผมจนการมีเขาอยู่ในสายตากลายเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป มีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมถูกเขาเชิญไปทานข้าวที่บ้าน แล้วก็ได้เจอพ่อของเขาด้วย

 

            แน่นอนการได้เจอกับพ่อของจงแดทำให้ชานยอลเปิดเผยเรื่องของพวกเราให้ท่านเข้าใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้ท่านดูจะไม่ชอบใจเอามากๆ (ผมฟังจากที่ชานยอลเล่ามาน่ะนะ) แต่ตอนนี้ท่านก็เปิดใจให้พวกเราแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากที่ในที่สุดพวกเราก็หมดอุปสรรคแล้ว

 

            กระทั่งสามปีต่อมาในวันที่ผมเรียนจบ...

 

            ใครบางคนก็ฝ่าฝูงชนเข้ามาหาผม ย่อตัวลงพร้อมกับช่อดอกไม้

 

            ชะ...ชานยอล

 

            “ตามคำสัญญา

 

            “หา ?

 

            ผมรักคุณนะ แต่งงานกัน

 

            “ต้องรีบร้อนขนาดนี้เลยเหรอ เอาไว้คุยกันหลังจากนี้ไม่ได้หรือไง

 

            “ถ้าแบบนั้นผมก็ผิดสัญญาที่ให้ไว้สิ ผมบอกคุณแล้วว่าจะขอทันทีที่คุณเรียนจบน่ะชานยอลทำหน้าจริงจังใส่ผม ขณะที่ผมได้แต่อ้าปากค้างกับความเอาจริงเอาจังของเขา ถามว่าดีใจไหมที่คบกันมาจนถึงตอนนี้ ก็ดีใจนะแต่ไม่คิดว่าคุณคู่หมั้นจะใจร้อนขนาดนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เห็นเขาจะคุยเรื่องนี้กับผมเท่าไหร่ ไม่เคยกล่าวถึงหรือว่าอะไรจนผมคิดว่าพวกเราคงไม่มีทางได้แต่งงานกันหรอก

 

            เพราะแบบนั้นใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะโผล่มาเซอร์ไพรส์ ขอผมแต่งงานต่อหน้าทุกคนแบบนี้

 

            มันเกินกว่าที่ผมคิดเอาไว้มากเลยล่ะ

 

            ปะ...ไปคุยกันที่บ้านไม่ดีกว่าเหรอครับ ที่นี่คนมันเยอะนะ

 

            “คนเยอะเนี่ยแหละดีแล้วจะได้มีพยานไงว่าคุณตอบผมว่าไง

 

            “ชานยอล

 

            “ถ้าผมไม่มั่นใจว่าคุณจะตอบรับผม ผมไม่บากหน้าเล่นใหญ่ขนาดนี้หรอกร่างสูงยกยิ้มอย่างมั่นใจอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเขา เล่นเอาผมอยากจะหักความมั่นหน้าของเขาให้พังพินาศ เสียดายที่ผมเป็นคนดีเกินกว่าจะทำ เพราะงั้นแต่งงานกับผมนะ สัญญาว่าจะเลี้ยงดูคุณอย่างดี

 

            “พูดเหมือนผมเป็นหมาเลย พูดแบบนี้ไม่แต่งหรอกนะ

 

            “อะ !”ผมทำท่าจะเดินหนีไม่สนใจว่าตอนนี้จะมีผู้คนรอลุ้นคู่เรามากแค่ไหน ส่งผลให้ชานยอลรีบคว้าแขนผมไว้ เข้ามาออดอ้อนไม่ต่างจากลูกหมา เดี๋ยวก่อนสิครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ

 

            “แล้วคุณหมายความว่าไง ?

 

            “หมายความว่าผมจะดูแลคุณเป็นอย่างดีไง

 

เหรอ

 

จริงๆนะ ! ไม่ได้อยากให้คุณคิดว่าเปรียบคุณเป็นหมา มันไม่ใช่เลย ถ้าจะเปรียบก็ต้องเปรียบคุณเป็นภรรยาผมสิใบหน้าผมร้อนวูบจนต้องหันหนีไปทางอื่น ซึ่งก็ดูจะไม่ช่วยเท่าไหร่ เพราะยังไงซะคนรอบกายเราก็เห็นใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อของตัวเองอยู่ดี นะครับแบคฮยอน แต่งงานกันนะ

 

            “แต่งแล้วผมจะได้อะไร ?

 

หา ?

 

ผมจะรู้ได้ไงว่าคุณจะไม่ทิ้งผมตอนที่คุณเบื่อน่ะผมถามเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่คาดหวัง ทั้งที่ความจริงแล้วนั้นคำตอบนี้โคตรจะมีอิทธิพลกับผมเลย ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา มันจะมีบางเวลาที่พวกเราไม่ได้เจอกัน แสดงว่าก็ต้องมีช่วงที่เบื่อผมบ้างถูกไหมล่ะ เพราะงั้นถ้าแต่งกันแล้วก็ต้องเจอกันทุกวันแบบนั้นจะไม่เบื่อผมยิ่งกว่านี้เหรอ

 

กึก !

 

คุณเบื่ออะไรง่าย ผมรู้ดีผมถอนหายใจนิดหน่อย ถึงชานยอลจะไม่เคยทำตัวไม่ดีใส่ผมหลังจากที่พวกเราตกลงคบกัน แต่ผมก็รู้ว่าลึกๆในใจคนเราเจอกันบ่อยๆ ทำอะไรเหมือนเดิมทุกวันมันก็ต้องมีเบื่อกันบ้างอยู่แล้ว ผมไม่ว่าหรอกนะถ้าคุณจะเปลี่ยนใจใหม่

 

ผมไม่คิดเปลี่ยนใจ ผมตัดสินใจและรอเวลานี้มานานแล้ว

 

อะ...

 

ถ้าคุณรู้ว่าผมเบื่อง่าย งั้นคุณก็ต้องรู้สิว่าถ้าผมชอบอะไรผมจะไม่เบื่อสิ่งนั้น

 

...

 

และคุณคือคนนั้น ไม่ใช่แค่คนที่ผมชอบ แต่เป็นคนที่ผมรัก ถ้าผมไม่รักผมจะไม่รอคุณมาเกือบสี่ปีแบบนี้หรอกนะ สำหรับผมแล้วคุณน่ะ มันเลยคำว่ารักไปนานแล้วแบคฮยอนเจ้าตัวทำหน้าจริงจังใส่ผมอีกรอบ จับมือผมไว้มั่นสบตานิ่งด้วยความแน่วแน่อันทำลายลงไม่ได้ ผมรักคุณนะ และผมก็รอคุณมาตลอด ผมอยากให้เราอยู่ด้วยกัน การที่มีคุณในชีวิตคือสิ่งที่ดีที่สุด

 

ขอแอบอ้วกได้ไหมเนี่ย เหม็นความรักเกิน

 

ฮ่าๆ ก็คนมันชอบเล่นใหญ่น่ะนะเสียงกระซิบแว่วดังมาเข้าหู ทำให้ผมเหล่ไปมองดูจงแดที่แอบปัดมือไปมาบริเวณจมูกคล้ายกับได้กลิ่นเหม็น โดยที่ข้างๆเขามีพ่อของผมยืนหัวเราะเบาๆอยู่

 

แน่นอนชานยอลไม่ได้สำนึกหรือว่าเขินอาย เขายังคงหน้าด้านคุกเข่ารอคำตอบของผมต่อไป ถ้าว่าผมอยากแต่งไหมก็บอกได้เลยว่าอยาก เอาจริงๆนะเขาไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น ผมรอคอยทุกคืนวันภาวนาให้ตัวเองเรียบจบไวๆเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขา

 

            ความรักสำหรับผมแล้วมันไม่ใช่เพียงแค่การรู้สึกพิเศษกับใครสักคน

 

            แต่มันเหมารวมทุกการกระทำที่มีอิทธิพลกับหัวใจของผม แม้จะเป็นเพียงการกระทำเล็กๆน้อยๆเช่นการตื่นมาเจอหน้ากัน หรือว่าการถูกโอบกอดเวลาทำอาหาร ทุกอย่างที่ชานยอลทำล้วนแต่มีอิทธิพลกับผมทั้งนั้น และผมก็รักทุกสิ่งทุกอย่างของเขา

 

            ทุกอย่างที่เป็นเขา ผมรักทั้งหมด

 

            ที่รักครับ ผมไม่ขอให้คุณเชื่อคำพูดผมในตอนนี้นะ แต่ผมอยากให้คุณอยู่ดูด้วยกัน

 

            “…”

 

            “ผมจะทำให้คุณเห็นว่าถ้าเราแต่งงานกัน ผมจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตคุณชานยอลหว่านล้อมผมทุกเส้นทาง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าใจผมอ่อนยวบยาบไปตั้งแต่ที่เขาบอกรักผมแล้ว ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจ ผมจะไม่ให้คุณรำคาญหรือว่าทุกข์ใจ ทุกวันของคุณจะมีความสุข ต่อให้ต้องหาเดือนหาดาวมาประเคนให้ผมก็จะทำ

 

            “ไม่จำเป็นเลยชานยอล ผมไม่เคยหวังอะไรมากมายขนาดนั้น

 

            “อะ...

 

            “สิ่งที่ผมหวังมีสิ่งเดียวเท่านั้น และมันก็คือความรักที่คุณมีให้

 

            “แบคฮยอน

 

            “ขอแค่คุณสัญญาด้วยความมั่นใจว่าคุณจะรักผมตลอดไป มันก็มากพอแล้วสำหรับการตอบตกลงผมยกยิ้มให้เขาพร้อมกับยื่นมือไปรับช่อดอกไม้มาถือไว้ วินาทีนั้นทำเอาชานยอลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาดูไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ขอผมแต่งอีกทีสิครับ ผมจะได้มั่นใจไงว่าคุณอยากแต่งกับผมอยู่

 

            “อ๊ะ !”

 

            “ถ้าไม่ขอ ผมจะคืนดอกไม้แล้วนะ

 

            “ไม่ๆ ! อย่าคืนนะครับคนดี ถือไว้อย่างนั้นนั่นแหละดีแล้วร่างสูงรีบห้ามผมไว้อย่างรวดเร็ว มีการดันช่อดอกไม้ให้ผมถือไว้มั่นๆด้วยนะ ทำเอาผมอยากขำทว่าก็ทำได้เพียงเก๊กขรึม ให้เวลาผมเดี๋ยวสิ ก็ผมไม่คิดว่าคุณจะตอบตกลงเร็วขนาดนี้นี่น่า

 

            “ผมก็ไม่ว่าหรอกนะถ้าคุณจะยกเลิกสัญญา

 

            “ไม่ยกเลิกสิครับเด็กดี ผมรอเวลานี้มานานผมจะยกเลิกได้ไง

 

            “…”

 

            “เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันใหม่ ตกลงจะแต่งงานกับผมใช่ไหม ไม่โกหกนะผมทำเป็นลอยหน้าลอยตาเอาคืนอีกฝ่ายที่ดูชักช้าเป็นตาแก่งุ่มง่าม พลันก็ต้องกลับมายิ้มให้จนอีกฝ่ายยิ้มตาม แบคฮยอน

 

            “ครับ ผมจะแต่งกับคุณ

 

            “เยส !!!”

 

            เย้ !!!!”ไม่ใช่แค่ชานยอลเท่านั้นที่โฮ้ร้องด้วยความดีใจ กองเชียร์ใกล้ๆพวกเราก็ปรบมือและส่งเสียงออกมาเช่นกัน เล่นเอาผมต้องปรามคนตัวสูง เสียดายที่ไม่ทันเขาดันลุกพรวดโผเข้ากอดผมไว้แน่นจนผมแทบจมหายเข้าไปในอกของเขา วินาทีนั้นทำเอาคนรอบข้างเราเป่าปากแซวกันเป็นแถว ไอ้ผมก็อยากจะดันอีกฝ่ายออก ติดตรงที่เขากอดผมไว้แน่นเกินเนี่ยสิ

 

            พอแล้วครับผมหายใจไม่ออก

 

            “ก็ผมดีใจนิ ผมดีใจที่สุดเลยนะที่คุณยอมแต่งกับผมน่ะ

 

            “ครับๆ ผมรู้แล้ว ผมตอบว่าพลางยกมือกอดตอบเขา ผมก็ดีใจเหมือนกันที่คุณทำตามสัญญา และขอบคุณมากที่อดทนมาจนถึงตอนนี้

 

            “สำหรับคุณแล้วต่อให้รออีกสักปีสองปีผมก็รอได้

 

            “งั้น...

 

            “แต่ทางที่ดีรอแค่นี้ดีกว่า อยากแต่งจะแย่แล้วผมหัวเราะระคนส่ายหน้าให้กับคนตัวสูงที่พูดออกมาแบบนั้น เจ้าตัวเลยผละออกมามองหน้าผม ยกยิ้มดีใจให้จนผมต้องหลุบตาต่ำ ชานยอลเลยก้มลงมาจูบเรียวปากของผมเบาๆทำเอาผมเบิกตากว้าง เนื่องจากตอนนี้พวกเราอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก

 

            “ชะ...ชานยอล ทำอะไรน่ะครับ อายคนอื่นเขา

 

            “ไม่ต้องอายแล้วที่รัก ไม่มีอะไรให้อายแล้วผมบีบจมูกโด่งรั้นของคนหน้าด้าน ทว่าแทนที่จะสำนึกอีกฝ่ายกลับหัวเราะราวกับสนุกสนาน เขากอดผมแน่นขึ้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม ขอบคุณนะที่ตกลง ผมรักคุณที่สุดเลย

 

            “ครับๆ ผมก็รักคุณเหมือนกัน

 

            “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหมแบคฮยอน คุณจะไม่ทิ้งผมไปใช่ไหม

 

            “ผมไม่เคยคิดแบบนั้นอยู่แล้วครับ มีแต่คุณนั้นแหละที่จะทิ้งผมไป

 

            “ผมเลิกคิดเรื่องนั้นไปตั้งแต่วันที่คุณทิ้งผมไปแล้ว เพราะงั้นวางใจได้เลยผมจะอยู่กับคุณตลอดไป ตราบนานเท่าที่คุณต้องการผมยิ้มหวานให้กับคำพูดนั้น ดีใจจนต้องโผกอดอีกฝ่าย หลงลืมไปชั่วขณะว่าตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง ถึงอย่างนั้นช่วงเวลานี้ก็มีค่าที่สุดสำหรับผม

 

            ตลอดมาผมไม่เคยคิดว่าเราจะมาถึงตรงนี้ได้ ระหว่างเรามันเริ่มจากคู่นอนที่ไม่รู้จักกัน แปรผันมาเป็นคนคุ้นเคย จากนั้นก็ลากยาวมาจนถึงคู่หมั้นและตอนนี้ก็กลายเป็นคนที่กำลังจะแต่งงานกัน เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดปุปปัปจนตั้งรับไม่ทัน

 

            ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยเสียใจเลยที่ได้รักกับเขา

 

            ต่อให้มันจะไม่ได้ราบรื่นทุกอย่างก้าว แต่ผมว่านั่นแหละคือรสชาติของความรักสำหรับพวกเรา

 

            ผมจะรักคุณให้มากกว่าพื้นที่หัวใจที่ผมมี แบคฮยอนJ

 

THE END

 

LOADING 100 PER

เจิมรอบทสรุปความรัก ตอนจบแล้วจ้า !

            ขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตามฟิคนี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ ทั้งที่เม้นให้ และอ่านเฉยๆน้า ขอบคุณมากจริงๆที่ทำให้ฟิคนี้จบลงได้ หลังจากนี้ก็ฝากติดตามผลงานของนักเขียนคนนี้ไปเรื่อยๆนะคะ เอลสัญญาว่าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไปอีก และขอโทษที่อัพช้าบ้าง เขียนไม่สนุกบ้างน้า เอลจะปรับปรุงตัวเองให้มากกว่านี้นะคะ

            และสุดท้ายนี้ในงานหนังสือตุลานี้ เอลจะออกนิยายกับสนพ JND นะคะ ยังไงก็ขอฝากติดตามด้วยน้า

รอเยอะอัพไวนาจา ใครอยากอ่านรีบเจิมไวๆ ไม่นานเกินรอ !

ฝากติดตามด้วยน้า อย่าลืมเม้นน้า

1 เม้น 1 กำลังใจให้กำลังใจแบคฮยอน

 เมื่อพูดถึงค่ำคืนของพวกเขา อย่าลืมติดแท็กในทวิต !

#ฟิคคืนของชานแบค

(c) Chess theme

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

872 ความคิดเห็น

  1. #865 weareone_EXOLB (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 12:38
    น่ารักกกกกกที่สุด
    #865
    1
    • #865-1 [12GODs ll POSEIDON]RIVER PIE(จากตอนที่ 31)
      7 พฤษภาคม 2561 / 19:19
      ขอบคุณที่ติดตามน้า
      #865-1
  2. #842 Pn Bunyaporn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 13:30
    มีต่อไหมคะ ไรท์ 555 ตอนพิเศษ
    #842
    1
  3. #829 เอิร์ทที่แปลว่าโลก (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 18:20
    ชอบบ น่ารักมากเลย
    #829
    1
    • #829-1 [12GODs ll POSEIDON]RIVER PIE(จากตอนที่ 31)
      31 ตุลาคม 2560 / 19:28
      ขอบคุณที่ติดตามด้วยน้า
      #829-1
  4. #814 FULLMOON92 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 05:56
    น่ารักอะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีแบบนี้นะคะ
    #814
    0
  5. #813 melantha_nyx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 10:30
    รอเด้ออออ
    #813
    1
    • #813-1 [12GODs ll POSEIDON]RIVER PIE(จากตอนที่ 31)
      28 กันยายน 2560 / 16:53
      จะรีบมาอัพน้า
      #813-1