พิศวาสข้ามคืน

ตอนที่ 7 : ส่งเนื้อถึงปากเสือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ม.ค. 60


 

 

“เธอกำลังรอคุณอยู่ข้างบนแน่ะค่ะ”

ยิ้มของคนพูดดูมีลับลมคมนัยและสาแก่ใจแปลกๆ แต่สำหรับนิโคไลที่กำลังตื่นเต้น เขาจึงไม่ทันได้สังเกตเห็น

คนที่โมลิดากังวลหาและสงสัยว่าหายไปไหน แจ้งกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่รอคอยอยู่อย่างกระวนกระวายใจ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ให้เขารอคอยได้นานอย่างนี้ หกเดือนที่ผ่านมา เขายังหวังอยู่ตลอด แม้เธอจะปฏิเสธ และเมื่อเวลาที่รอคอยกำลังจะมาถึงจึงอดที่จะระงับความรู้สึกที่แสดงออกชัดเจนทั้งสีหน้าแววตาไม่ได้

ชลิตากวาดสายตามองร่างสูงของผู้ชายตรงหน้าในเสื้อกล้ามสีขาวแนบไปกล้ามเนื้อแน่นของแผ่นอกและหน้าท้อง นิโคไล สวมกางเกงขายาวสีขาวที่ตัดด้วยผ้าเนื้อนุ่มทิ้งตัวแนบไปกับสะโพกหนั่นแน่นและช่วงขาแข็งแรงจนมองเห็นไปถึงไหนๆ เขามีรูปร่างราวกับคนที่ใส่ใจการออกกำลังกายและดูแลมันอย่างดีเย่ยม...หุ่นอย่างนี้ไปยึดอาชีพนายแบบได้เลยนะนี่

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?” ดวงตาสีฟ้าอมเขียวเป็นประกาย

หล่อนหลุดจากภวังค์ตื่นตะลึงเรือนร่างแข็งแกร่งแบบผู้ชายและใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มร่างสูงตรงหน้าอย่างแสนเสียดาย

“ค่ะ เรียบร้อย”

“โอเค” ร่างสูงใหญ่ทำท่าว่าจะรีบพรวดพราดขึ้นไปชั้นบนเสียเดี๋ยวนี้

“เดี๋ยวค่ะ” เจ้าหล่อนแตะมือรั้งท่อนแขนแน่นไปด้วยมัดกล้ามเอาไว้

ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองอย่างฉงน

“รันน่ะขี้อาย อย่าแปลกใจถ้าเธอจะบ่ายเบี่ยงคุณ หรือขัดขืนเหมือนไม่เต็มใจ เธอแค่ชอบอะไรที่ตื่นเต้นและคุณคงต้องใช้เสน่ห์ และออกแรงกำราบเธอสักหน่อย”

นิโคไลหัวเราะออกมาอย่างแช่มชื่น

น่าสนุกดีเหมือนกัน เพราะส่วนมากเขาเจอแต่ผู้หญิงที่เต็มใจกระโดดขึ้นไปนอนรอบนเตียง หรือไม่ก็เป็นฝ่ายลงมือปล้ำเขาเสียเองๆ เล่นบทตรงกันข้ามเป็นนักล่าบ้างน่าตื่นเต้นดี ในเมื่อผู้ชายทุกคนมีสัญชาตญาณของนักล่าอยู่ในตัว

“แค่นี้ใช่ไหม?”

“อย่าลืมนะคะ ไม่ว่าเธอจะขัดขืนยังไงก็อย่าได้สนใจ เพราะถ้าคุณหยุด เธอจะหมดสนุกทันที”

“ได้สิ...ผมไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนผิดหวัง”

“โชคดีค่ะ” หล่อนอวยพรพร้อมยิ้มหวานยั่วยวน นิโคไลผงกหน้ารับ รีบก้าวฉับๆ ขึ้นบันไดไปชั้นบนอย่างไม่อยากอดทนรออีกแม้แต่นาทีเดียว

ชลิตาทำท่าจะเอี้ยวตัวกลับเมื่อหมดหน้าที่ป้อนเนื้อถึงปากเสือแล้วหล่อนก็ควรจะไปเสียให้พ้นๆ จากบ้านหลังนี้ ปล่อยให้ทั้งสองคนนั่นได้มีเวลาตามลำพังเพื่อที่จะได้สนุกสุดเหวี่ยงกันตลอดค่ำคืนนี้ แต่แล้วเท้าก็หยุดก้าวชะงักงันเมื่อความคิดชั่วร้ายบางอย่างแว่บผ่านเข้ามาหัว

ไหนๆ หล่อนก็ได้โอกาสที่จะเหยียบโมลิดาทั้งที ก็ควรเอาให้จมธรณีดิน ไม่ให้อีกฝ่ายต้องได้ผุดได้เกิดไปเลยมิดีหรือ? เรื่องอย่างนี้พูดลอยๆ ใครที่ไหนจะเชื่อเล่า มันต้องมีหลักฐานประจานกันให้เห็นจะจะไปเลย

ใบหน้าเจ้าเล่ห์หันซ้ายหันขวามองสำรวจตรวจตราดูว่าปลอดคน แล้วจึงล้วงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่โฆษณานักหนาว่ากล้องวิดิโอคมชัดแจ่มแจ๋วทั้งภาพและเสียง ก่อนจะย่องกลับขึ้นไปชั้นบนของวิลล่าหรูอีกครั้งอย่างเงียบเชียบ

+++++++++

 

ลิตายังไม่กลับมา แต่ตอนนี้ความสนใจของโมลิดาไม่ได้อยู่ที่คนหายไป แต่เธอกำลังสนใจวิลล่าหลังนี้ ฝ่าเท้าเปล่าเปลือยเดินไปตามแนวสระน้ำแบบอินฟินิตี้ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนสระน้ำที่กำลังแหวกว่ายอยู่กว้างออกไปไม่มีที่สิ้นสุด

“ห้องนี้เซ็กซี่เป็นบ้า” เธอกำลังหันหลังให้สระว่ายน้ำ มองห้องนอนที่แทนที่ผนังด้วยกระจกบานใสแผ่นใหญ่จากพื้นสูงจดเพดาน จะเรียกว่าผนังเปลือยก็คงไม่ผิดนัก กลางห้องตั้งเตียงหลังใหญ่เอาไว้เดี่ยวๆ ไม่มีเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์อื่นใดรกหูรกตา

“ตื่นขึ้นมาคงมองเห็นทะเลเลยสินะ” เจ้าของบ้านคงรักทะเลเอามากๆ แต่สำหรับเธอคงทำใจให้หลับตาในนอนห้องที่โล่งโจ้งเปิดเผยเปลือยเปล่าแบบนี้ไม่ลงแน่ๆ

ชลิตาบอกว่าเจ้าของบ้านเป็นเกย์ เอ๊ะ!หรือจะชอบหวือหวาในเรื่องแบบนั้นด้วย...ความคิดพิลึกที่ไม่ได้นึกถึงบ่อยนักพาเธอเตลิดไปไกล ลมหายใจกระชั้นขึ้นไม่รู้ตัว

“บ้าจริง” ยกสองมือขึ้นตบแก้มเบาๆ ทำไมคืนนี้เธอถึงได้คิดอะไรที่มันเพี้ยนๆ บ่อยนัก

เจ้าของบ้านจะเป็นยังไง? ใช้ห้องนี้ทำอะไรก็เรื่องของเขา มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกันกับเธอสักหน่อย...น่าอายจริงที่เธอคิดถึงคนที่ไม่รู้จักและยังไม่เห็นหน้าด้วยเรื่องแบบนั้น

ร่างเพรียวหมุนตัวกลับ แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงสายตาปะทะกับรูปร่างสูงใหญ่ของผู้ชายที่ชัดเจนด้วยหน้าตาว่าเป็นคนต่างชาติ ในมือของเขาถือแก้วไวน์ และกำลังยิ้มเผล่ส่งสายตาหวานเยิ้มมองมาที่เธอ

“สวัสดีครับ” เขายกแก้วไวน์ในมือชูทักทาย เสียงพูดไทยได้ชัดแจ๋วช่างไม่เข้ากับดวงตาสองสีบนใบหน้าสักนิด

นี่กระมังเจ้าของบ้านที่ว่า...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงได้เงียบเชียบนักราวกับเสือร้ายที่จ้องรอตะปบเหยื่อ

“สวัสดีค่ะ” โมลิดายกแก้วน้ำส้มในมือรับคำทักทาย  ผู้ชายตรงหน้าอยู่ในชุดสีขาวเสื้อกล้ามและกางเกงขายาว ดูสบายๆ แต่ก็เนี๊ยบ และเมื่อพิจารณาเห็นว่าชุดที่ชายหนุ่มใส่แนบเนื้อเปิดเผยสัดส่วนบอกถึงความมั่นอกมั่นใจในรูปร่างฟิตเปรี๊ยะแน่นปึ๊กไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าเธอก็ยิ่งร้อนเข้าไปอีก และนึกอายหลายเท่าที่ความร้อนที่ว่าแล่นลิ่วลงสู่กลางกายยามที่สายตาซุกซนหยุดนิ่งอยู่ตรงบางส่วนในกายที่สายตาของกุลสตรีที่ดีไม่ควรจะไปมอง

ดวงตาซุกซนรีบเบือนหลบก้มหน้างุดหนี ไม่เคยเกิดอาการวูบวาบร้อนรุ่มปรารถนาเช่นนี้กับผู้ชายคนไหน ขนาดหลังเวทีเดินแบบ เธอได้เห็นนายแบบเกือบโป๊เปลือยอยู่บ่อยๆ เรียกว่าโมลิดาค่อนข้างมีภูมิต้านทานเรื่องเนื้อหนังมังสาของหนุ่มๆ เป็นอย่างดี แต่กับผู้ชายตรงหน้านี้กลับทำให้หัวใจเธอสั่นรัวและเต้นแรงจนผิดจังหวะ แถมยังมีความคิดพิลึกอยากเข้าไปลูบคลำแตะต้องเนื้อตัวเขาอีก

น่าขายหน้าที่สุด หวังว่าเธอคงไม่แสดงอะไรออกไปให้เขาจับพิรุธได้หรอก

“ผมดีใจที่คุณตอบตกลง”

เขาคงเอ่ยถึงเรื่องที่เธอยอมมาถ่ายโฆษณาให้เขา

“ฉันยินดีค่ะ”

เธอบอกว่าเธอยินดี...คำพูดที่ทำให้คนฟังยิ้มกว้าง ดวงตาสองสีกวาดมองเรือนร่างสวยในชุดเสื้อเกาะไหล่สีขาวอวดลำคอระหงและนวลเนื้อสีแทนที่หัวหัวไหล่กลมกลึงไล่มาเหนือทรวงอกที่อิ่มอวบขนาดพอดี แต่ชวนให้อยากจูบอยากจับต้อง กางเกงขาสั้นเปิดเผยช่วงขาเพรียวยาวให้เซ็กซี่ชวนมองดูน่ารักน่าใคร่ เมื่อกวาดตามองกลับซ้ำๆ อย่างพึงพอใจ ก็เห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าน่ากลืนกินไปทั้งเนื้อทั้งตัว

เขาไม่ควรจู่โจมเธอหมือนพวกผู้ชายหื่นกาม แต่ควรจะเริ่มด้วยบทสนทนาทำความคุ้นเคยกันไปก่อน  ร่างสูงขยับเข้ามาหา แตะแก้วเครื่องดื่มชนกับแก้วของเธอ ก่อนจะยกขึ้นจิบ

“ผมนิโคไล ยินดีที่ได้รู้จักครับโมลิดา”

“เรียกฉันว่ารันก็ได้ค่ะ” อนุญาตให้เขาเรียกได้อย่างสนิทสนม ก็หากเขาเป็นเพื่อนกับชลิตา ก็เท่ากับว่าเป็นเพื่อนกับเธอได้ด้วย

“คุณชอบที่นี่ไหม?”

“ค่ะ ที่นี่สวยและโรแมนติกมากๆ” ดวงตาคนพูดเป็นประกาย ดวงตาเนื้อทรายที่สวยอยู่แล้วยิ่งชวนมองขึ้นไปอีก

นิโคไลชวนเธอคุย แม้คำถามจะเป็นคำถามพื้นๆ ทั่วไป แต่ทุกครั้งเมื่อดวงตาที่มองดูบางครั้งเป็นสีฟ้า และบางครั้งก็เป็นสีเขียวกรายมามองเธอครั้งใด ก็ให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบ ราวกับเรือนร่างนั่นคือสนามแม่เหล็กขนาดยักษ์กำลังดึงดูดเธออย่างร้อนแรง โมลิดาจึงขยับออกห่าง เว้นช่องว่างระหว่างเธอกับเขาอีกนิด พร้อมกับยกแก้วน้ำส้มจิบเรื่อยๆ นึกสงสัยว่าชลิตาหายไปนานเกินไปแล้ว

“รับเครื่องดื่มอีกไหมครับ?” ถามอย่างมีน้ำใจเมื่อเห็นหญิงสาวจิบน้ำส้มอยู่หลายครั้ง คล้ายประหม่า

ลำคอที่แห้งผากลามมาถึงที่ริมฝีปาก ทำให้เธอจิบน้ำส้มจนหมดแก้วไม่รู้ตัว

“มะ...ไม่ดีกว่าค่ะ” ปฏิเสธไป แต่มือหนาของเขาก็ยื่นมารับแก้วไปจากเธอเอาไปวางไว้ที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

ลมทะเลพัดมาวูบใหญ่ ระคายผิวกายให้วูบวาบพิกล โมลิดายกมือมากอดตัวเองไว้หลวมๆ ลูบผิวเปลือยที่ต้นแขนและหัวไหล่ รู้สึกตัวเองหายใจถี่ ราวกับต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงสมองให้มาก

“หนาวหรือครับ?” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบถามที่ข้างหู หญิงสาวหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคร้ามคมลดลงมา ปลายจมูกโด่งเป็นสันงามเฉี่ยวแก้มวูบ เท้ารีบก้าวถอยหลังเร็วๆ ด้วยความตกใจ

ตู้ม!

เสียงวัตถุขนาดใหญ่หล่นลงไปในน้ำ...พร้อมกับความรู้สึกเปียกชุ่มโชกไปทั้งเนื้อทั้งตัว เป็นเธอนั่นเองที่ตกลงไปในสระน้ำ

“รัน” เธอได้ยินเขาร้องอย่างตกใจ เมื่อตั้งสติได้ เธอจึงรีบวักมือพยุงกายอยู่ในน้ำ

“เป็นยังไงบ้าง?”

ก็เปียกนะสิ...ไม่น่าถาม

“จับมือผมไว้” ร่างสูงทรุดตัวนั่งยองๆ ที่ข้างขอบสระยื่นมือมาให้อย่างมีน้ำใจ จะเรียกว่ามีน้ำใจก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะเขาเป็นต้นเหตุให้เธอตกใจจนเดินถอยหลังตกน้ำป๋อมแป๋มอยู่ตอนนี้

โชคดีที่ก้นสระตรงนี้ไม่ลึกเกินไป ในความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่เซ็นติเมตรของเธอ ผิวน้ำเรี่ยๆ อยู่ใต้ทรวงอก โมลิดาลูบหยดน้ำออกจากใบหน้า ความรู้สึกร้อนวูบเปลี่ยนเป็นหนาวเย็น และเมื่อก้มลงมองดูตัวเองก็รู้ถึงสาเหตุ เพราะเสื้อที่เคยเกาะอยู่ที่หัวไหล่ถูกแรงน้ำถ่วงดึงรั้งลงไปเกาะอยู่ที่เอวแทน ที่เหลือเกาะอยู่บนเนื้อกายส่วนบนคือชั้นในลูกไม้สีขาวแบบไร้สาย

“ว้าย” ร้องอย่างตกใจ พร้อมกับยกมือขึ้นปิดบังทรวงอกที่โชว์ร่องและเนินเนื้ออวบอิ่ม




*****ตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น...รันจะเสร็จนิคตามแผนร้ายของชลิตารึเปล่าเนี่ย?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น