พิศวาสข้ามคืน

ตอนที่ 6 : รอเวลา...เชือด - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ม.ค. 60

          

      “ที่นี่นะหรือ?”

โมลิดาหันมาถามคนที่พาเธอมา หลังจากรถญี่ปุ่นขนาดกลางที่ชลิตาเช่าขับออกจากตัวเมืองภูเก็ตลัดเลาะตามเนินเขามาเรื่อยๆ จนขับผ่านแนวกำแพงสูงของเขตรั้วรอบขอบชิดที่ประตูทางเข้ามีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาราวกับบ้านของบุคคลสำคัญ และตรงหน้าคือวิลล่าสีขาวหลังมหึมาที่เปิดไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ

“สวยจังเลย ดูท่าเจ้าของบ้านจะเป็นเศรษฐีเลยนะนี่”

ชลิตาแค่นยิ้ม เธอเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อได้เห็นบ้านพักตากอากาศของนิโคไลเป็นครั้งแรก มันสวยงามอลังการใหญ่โต ไม่ชวนให้สงสัยถึงฐานะทางการเงินของเขาเลยแม้แต่นิด

“ใช่ เขารวยมากๆ และก็ยังโสดอยู่ด้วย” คำพูดติดจะประชดนิดๆ

“แต่ลิตาบอกว่าเขาเป็นเกย์นี่นา?” สถานะที่ว่าจึงไม่มีความหมายให้เธอตื่นเต้น

“ลงมาสิรัน” เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ยอมลงมาง่ายๆ ชลิตาหันไปเรียกอีกครั้ง

ดวงตาสวยดั่งเนื้อทรายกลอกมองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะยอมก้าวลงมาตามคำชักชวน บ้านหลังใหญ่โตกว้างขวาง แต่บรรยากาศกลับเงียบเชียบจนน่าประหลาดใจ เหมือนไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ นี่ถ้ามาคนเดียวเธอคงไม่กล้าลงจากรถเป็นแน่ แต่จะต้องกลัวอะไร ยังมีชลิตาที่รู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ด้วยอีกคน

“ไปเร็ว” คนยืนรอเริ่มรำคาญคนชักช้า เป็นฝ่ายเดินเข้ามาจูงข้อแขนเรียวของคนท่ามากเดินเข้าไปภายในบ้านราวกับว่าคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เธอทั้งสองก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนหน้าตึกที่เมื่อเดินเข้าไปเป็นโถงบ้านกว้างขวางซึ่งก็ไม่มีคนอยู่เช่นกัน ชลิตาพาเธอเดินเลยขึ้นบันไดไปชั้นสอง เมื่อขึ้นมาก็พบห้องโถงโล่งกว้างเหมือนห้องนั่งเล่น ตั้งโซฟาชุดใหญ่โอ่อ่ามีจอทีวีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และเมื่อเดินทะลุผ่านห้องนี้ออกไป ก็ไปโผล่ที่ระเบียงซึ่งอยู่ติดกับสระน้ำที่ทอดยาวจนสุดระเบียงทั้งด้าน แต่สิ่งที่ชวนให้เธอตื่นเต้นกว่านั้น ก็คือเมื่อมองผ่านระเบียงที่ยืนอยู่ออกไป มันคือทิวทัศน์ของทะเลยามค่ำคืนที่ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น และได้กลิ่นอายของทะเลที่อยู่ไม่ไกล

“โอ้โห!” โมลิดาตะลึงงันในความสวยของภาพตรงหน้า แม้ทะเลที่มองเห็นจะมืดดำ แต่แสงไฟวอร์มไลท์ที่ประดับรอบบริเวณสระน้ำช่วยเพิ่มความโรแมนติกขึ้นมา เหนือขึ้นไปคือท้องฟ้าโล่งกว้างที่เต็มไปด้วยดวงดาวแข่งกันกะพริบระยิบระยับละลานสายตาไปหมด ในคืนเดือนแรมไร้แสงจันทร์ ดาวทั้งฟ้ายิ่งสว่างไสวไม่มีอะไรมาแย่งความโดดเด่นไป

“สวยจัง” คำพูดเหมือนละเมอหลุดออกจากปาก สองเท้าก้าวไปข้างหน้าราวกับต้องมนต์สะกด

คนที่ยืนมองอยู่เบื้องหลังตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้าเช่นกัน ไม่คิดว่าวิมานของนิโคไลจะงดงามถึงเพียงนี้ วูบหนึ่งที่หล่อนนึกอิจฉาโมลิดา แต่ก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไปเสีย กับผู้ชายที่เป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจไม่เคยจริงจังกับใครที่ไหน ยัยรันหน้าโง่ก็จะเป็นแค่ของเล่นที่ถูกเขี่ยทิ้งทันทีที่เขาได้ชื่นชมสมใจ ชลิตาลอบยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อเห็นว่าโมลิดากำลังตกหลุมพราง ปล่อยให้หญิงสาวได้ชื่นชมความงาม ณ จุดชมวิวที่สวยที่สุดของบ้าน ส่วนตัวเองรีบเดินไปที่โต๊ะจัดเตรียมอาหารเอาไว้สำหรับมื้อค่ำ จัดการเทน้ำส้มคั้นในเหยือกลงบนแก้วก้านยาวทรงสูงสองแก้ว แล้วรีบหยิบหลอดบรรจุของเหลวที่ซุกซ่อนมาในกระเป๋าเหยาะลงไปในน้ำส้มแก้วหนึ่ง เจ้าสิ่งนี้จะช่วยให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่เร่าร้อนของโมลิดาและเป็นคืนที่น่าจดจำของนิโคไล เพียงแค่คิดถึงแผนการที่เดินทางใกล้สู่คำว่าสำเร็จชลิตาก็รู้สึกยินดีนัก

“สวยที่สุดเลย ไม่คิดว่าจะมีวิวสวยๆ อยู่ข้างบนนี้ด้วย”

ชลิตาลอบยิ้ม ถือน้ำส้มทั้งสองแก้วเดินไปหาโมลิดาที่ชื่นชมวิวสวยตรงหน้า ก่อนจะยื่นแก้วน้ำส้มในมือให้แก้วหนึ่ง

“ใช่...สวยมาก สวยจนอยากเปลี่ยนใจ”

ใบหน้างามฉงนหันขวับมามองหน้าเธอ พร้อมกับรับแก้วน้ำส้มไป

“เปลี่ยนใจ...เปลี่ยนใจอะไรหรือลิตา?”

ก็เปลี่ยนใจเอาตัวเองใส่พานถวายให้นิโคไลแทนน่ะสิ ผู้ชายที่ทั้งหล่อเหลา และร่ำรวย แถมยังใจป้ำอีกต่างหาก หาได้ง่ายๆ เสียที่ไหน ติดอยู่ตรงที่ว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ...แต่ก็ช่างมันเถอะ รีบทำงานนี้ให้เสร็จเสียดีกว่า ยังไงเธอก็ไม่ได้รักใคร่อะไรผู้ชายคนนี้ เตชินนั่นต่างหากเล่าที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว จึงต้องรีบกำจัดผู้หญิงตรงหน้าออกไปจากชีวิตของชายหนุ่มให้เร็วที่สุด

“ดื่มน้ำส้มหน่อยสิรัน” หล่อนคะยั้นคะยอ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมดื่มสักที

โมลิดาแตะขอบแก้วที่ริมฝีปากอย่างว่าง่าย

“แล้วเจ้าของบ้านไปไหนล่ะ? ตั้งแต่มาถึงรันยังไม่เห็นใครเลย แล้วบ้านหลังใหญ่อย่างนี้อยู่กี่คนกัน”

คนที่ลุ้นให้เหยื่อดื่มน้ำส้มแก้วนั้นเพื่อจะได้ปลุกเร้าอารมณ์เร้นลึกที่ซ่อนอยู่ในกายเพื่อเธอจะได้ไปเรียกเจ้าของบ้านซึ่งคงกระวนกระวายรออยู่

“อยู่กันหลายคน ทั้งแม่บ้าน คนดูแล คนสวน แต่เจ้าของบ้านชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวาย เวลานี้ก็เลยไม่มีใครไง แต่ไม่ต้องกลัวนะ ถ้าลองเรียกล่ะ โผล่กันมาหน้าสลอนเชียว”

ใบหน้างามผงกรับ กวาดตามองไปรอบๆ วิลล่าโอ่โถงและเป็นส่วนตัวแห่งนี้กะประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ

“ท่าทางบ้านหลังนี้คงแพงน่าดู รันไม่ยักรู้ว่าลิตามีเพื่อนเป็นเศรษฐีด้วย”

แล้วต้องเป็นหล่อนคนเดียวหรือไง? ที่จะคั่วผู้ชายรวยๆ ได้ ชลิตาสรรพยอกอีกฝ่ายอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา ที่ทำคือฉีกยิ้มหวานหลอกล่อให้เหยื่อตายใจ

“รันหิวไหม? มีสลัด พาสต้า และก็ขนมปังอยู่ที่โต๊ะแน่ะ” ชี้มือไปยังโต๊ะดินเนอร์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

โมลิดาหันไปมองตาม ทำหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเดินไปที่นั่น

“น่ากินทั้งนั้นเลย แต่ขืนทานมื้อหนักๆ ตอนเย็นอย่างนี้ วันต่อไปคงต้องเข้ายิมทั้งวันเป็นแน่”

แหม! อย่าเคร่งครัดนักเลยน่า...ยังไงรันก็สวยที่สุดบนแคทวอร์กอยู่แล้ว นานๆ ครั้ง หัดให้รางวัลตัวเองเสียบ้างเถอะ” คำพูดเหมือนหยอกเย้าแต่เหน็บแนมอยู่ในที

โมลิดายิ้มอย่างนึกสนุก ถ้าจะลองแหกกฏเคร่งครัดที่ปฏิบัติมาตลอด

“แต่ทำไมถึงตั้งเก้าอี้ไว้แค่สองตัวล่ะ?” สายตามองเชิงเทียนกลางโต๊ะที่ยังไม่ถูกจุดนั่นอีก เหมือนจัดเตรียมไว้เป็นดินเนอร์แสนหวานสำหรับสองที่นั่ง

“เอ่อ...ก็สำหรับเราสองคนไงล่ะ?”

อ้าว! แล้วเจ้าของบ้านล่ะ เขาจะไม่มาทานมื้อค่ำกับเราหรอกหรือ? แล้วนี่ไปอยู่ที่ไหน ทำไมตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็น”

จะเห็นได้ยังไงในเมื่อหล่อนขอร้องให้นิโคไลเอาไว้ ทั้งที่ชายหนุ่มตั้งใจอยากจะดินเนอร์กับโมลิดา แต่ขืนทำอย่างนั้นไก่เป็นได้ตื่นรู้ตัวก่อนแน่ อย่างน้อยก็ขอให้ยาปลุกอารมณ์ในน้ำส้มออกฤทธิ์เถอะ ถึงเวลานั้นหล่อนไม่อยากจะคิดเลยว่าผู้หญิงตรงหน้าจะกลายสภาพเป็นนางแมวยั่วสวาทขนาดไหน คงพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่จนเขาตกใจเลยก็ได้

“รันอย่าห่วงคนอื่นเลยน่า รีบกินดีกว่า ตุนแรงเอาไว้”

“มันไม่เป็นการเสียมารยาทหรือ? ถ้าเราทานก่อน รอเขาหน่อยดีกว่า” คนท้วงเอ่ยอย่างมารยาทดีจนน่าหมั่นไส้

“ไม่หรอกจ๊ะ...ว่าแต่ทำไมไม่ดื่มน้ำส้มเสียหน่อย ถือไว้นานแล้วเดี๋ยวจะไม่อร่อยๆ กันพอดี”

คนถูกทักก้มลงมองน้ำผลไม้ที่บรรจุอยู่ในแก้วก้านยาวที่ถือในมือ แล้วพยักหน้า ยกน้ำส้มขึ้นมาจิบไปครึ่งแก้ว ชลิตาที่ลุ้นใจหายใจคว่ำยิ้มอย่างพอใจ อีกไม่นาน จากนางแบบสาวที่เคยเรียบร้อยวางตัวดีที่ใครต่อใครพากันสรรเสริญชื่มชม จะกลายร่างเป็นผู้หญิงร้อนสวาทชนิดที่ทุกคนคาดไม่ถึง

ชลิตาพลิกนาฬิกาข้อมือดู เห็นว่าเสียเวลานานแล้ว ป่านนี้คนรอคงกระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข จึงตักพาสต้าใส่จานให้โมลิดา พร้อมกับขนมปังแผ่นเล็กคะยั้นคะยอให้ไปนั่งทานที่เตียงปูฟูกนุ่มริมสระว่ายน้ำด้วยกัน

“บ้านหลังนี้จะราคาสักเท่าไหร่กันนะ?” คนนั่งทานเงียบๆ เปรยขึ้นมา เธอชอบมันจริงๆ

“น่าจะสักร้อยล้านได้กระมัง?”

“โอ้โห...ตั้งร้อยล้าน นึกไม่ออกเลยเนอะว่าคนอย่างพวกเราจะหาเงินมากๆ อย่างนั้นมาจากไหน สงสัยชาตินี้ คงไม่มีปัญญาจะซื้อบ้านแบบนี้แน่ๆ” เอ่ยพร้อมหัวเราะร่วนนึกขบขันความคิดตัวเองที่อยากเป็นเจ้าของมัน

“ก็ไม่แน่หรอกนะ ถ้าจับผู้ชายรวยๆ สักคนได้” พูดด้วยน้ำเสียงเยาะ

โมลิดาหันมามองหน้าคนพูด ถึงเธอจะเข้ามาทำงานในวงการนางแบบที่รายได้ดี และมีโอกาสได้พบปะผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่ก็ไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัว คนรวยก็ต้องคู่กับคนรวยเท่านั้น และที่สำคัญมันไม่น่าภูมิใจสักนิดหากจะได้ของสักสิ่งที่อยากได้มาด้วยวิธีนั้น แต่ก็ไม่ขัดคอคนออกความคิดเห็น

หลายเดือนที่ชลิตาออกจากความดูแลของเชอเบธ เพื่อนของเธอก็ดูจะเปลี่ยนไป กลายเป็นคนกร้านโลกที่พูดจาแรงๆ ไม่น่าฟัง แต่เพื่อนคบกันด้วยความจริงใจ ไม่ว่าเพื่อนจะเลือกเดินในทางไหน เธอก็พร้อมจะเคารพการตัดสินใจของเพื่อนเสมอ

ใบหน้างามแหงนดูดวงดาวที่พราวเกลื่อนฟ้า ดวงตาเป็นประกาย

“ที่นี่สวยเหมือนฝันเลยเนอะ” เปลี่ยนเรื่องให้ออกจากหัวข้อสนทนาที่ไม่อยากพูดถึง

“ใช่...เหมือนฝัน”

สำหรับหล่อนน่ะฝันดีเป็นบ้า ที่กำลังจะกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจออกไปจากชีวิต...แต่สำหรับผู้หญิงที่นั่งข้างๆ นี้ อาจจะเป็นฝันดีหรือฝันร้ายก็ไม่แน่ใจได้ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาจากฝันในวันพรุ่งนี้ โมลิดาจะไม่มีหน้าเข้าไปยุ่งย่ามกับผู้ชายของเธออีกเป็นอันขาด

ลมทะเลพัดแรงจนพวงผมที่เซตไว้ปลิวไสว โมลิดารับจีบผมปอยนั้นทัดไว้หลังใบหู รู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ ความร้อนมาจากข้างในกาย ทั้งที่บนนี้มีลมพัดโชยตลอด แต่เธอกลับร้อนรุ่มจนอยากถอดเสื้อผ้าทิ้ง แล้วพุ่งตัวลงไปในสระที่คงจะเย็นชื่นฉ่ำ แหวกว่ายน้ำในสระเล่น และมองดูดาวไปด้วย คงจะมีความสุขมาก แต่ถ้าขืนทำอย่างนั้นมีหวังเจ้าของบ้านมาเห็นเข้าต้องถูกตำหนิเป็นแน่

“ทำไมเจ้าของบ้านถึงไม่มาสักทีล่ะ” หันไปถามชลิตาที่พลิกนาฬิกาข้อมือดูอยู่บ่อยๆ

“รันอยากเจอเขาหรือ?”

“ใช่...จะได้ขอบคุณสำหรับอาหาร และชมที่บ้านสวย” เธอว่า มันเป็นมารยาทที่ควรทำไม่ใช่หรือ?

“เดี๋ยวรันได้เจอเขาแน่ไม่ต้องห่วง” ยิ้มของเพื่อนดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เคลือบแฝงอยู่

“ทำไมลิตาดูนาฬิกาบ่อยๆ นัดใครไว้หรือเปล่า?”

คนถูกจับพิรุธได้รีบสั่นหน้า

“ไม่นี่...ไม่ได้นัดใคร รันทานอิ่มแล้วหรือ?” รีบปรับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“นิดหน่อยนะ ไม่ชินกับทานมื้อค่ำหนักๆ แต่รับรองผ่านคืนนี้ไปได้สบายๆ”

คนฟังยิ้มกริ่ม...ขอให้ผ่านไปได้สบายๆ อย่างว่าจริงเถอะ

“ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้สึกร้อนๆ ก็ไม่รู้ สงสัยเห็นสระว่ายน้ำ เลยอยากเล่นน้ำมั้งนี่” พูดให้ติดตลก แต่อาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ตลกเลยสักนิด

ชลิตามองโมลิดาตบฝ่ามือทั้งสองลงสองข้างแก้มเบาๆ ใบหน้านวลที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นทุกขณะ เพราะยาปลุกอารมณ์ทำให้เส้นเลือดขยายตัวเลือดสูบฉีดแรง พราวเหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะตามไรผม แถมยังยกน้ำส้มขึ้นจิบบ่อยๆ ตอนนี้ยานั่นคงเริ่มออกฤทธิ์ แล้วเธอจะรอช้าอยู่ทำไม นิโคไลเองก็คงกระวนกระวายใจจดใจจ่อรอคอย...ได้ยินว่าเขาคอยมาตั้งหกเดือนแล้วนี่นา และคงจะสมหวังในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“ลิตาขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะจ๊ะ” คนที่นอนเตียงข้างๆ ลุกพรวดพราดเหมือนรีบเร่งจะไปไหน ใบหน้างามหันขวับมองตามกับความปัจจุบันทันด่วน

“แป๊บเดียว...เดี๋ยวมา” ไม่รั้งรอช้าให้อีกฝ่ายได้ทักท้วง เมื่อร่างเปรียวของชลิตาเดินลับกายหายกลับเข้าไปผ่านห้องโถงของบ้าน ทิ้งให้โมลิดานอนชมดาวด้วยอาการกระสับกระส่าย ใจมันเต้นเร็วขึ้นแปลกๆ

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง ส่ายหน้าไปมา กับอาการวูบร้อนวูบหนาวที่เกิดขึ้น

“นี่เราคงไม่ได้เป็นไข้หรอกนะ” ถามตัวเองอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเกิดอาการร้อนเห่อขึ้นมาตามใบหน้าและเนื้อตัว เธอทานพาสต้าไปนิดหน่อย ขนมปังอีกสองชิ้นเล็กๆ แค่พออยู่ท้อง ไม่น่าจะมีอะไรที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ทำไมถึงรู้สึกปากคอมันแห้งผากไปหมด แถมยังกระหาย แต่ดื่มน้ำเข้าไปเท่าไร่ก็ไม่รู้สึกดีขึ้น ที่สำคัญเหมือนความร้อนมันจะพุ่งลงไปที่ท้องน้อย ให้ความรู้สึกวูบวาบแปลกๆ และต้องการบางอย่างที่น่าอาย

บ้าจริง...คงเป็นเพราะบรรยากาศโรแมนติกตรงหน้าที่ทำให้เธอนึกถึงเรื่องพรรค์นั้น ทั้งๆ ที่ไม่เคย น่าขำจริงเทียว ที่จู่ๆ ก็มารู้สึกหื่นจิตในสถานที่แปลกๆ ทั้งที่ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวจนพาให้เกิดอารมณ์เตลิดไกลแบบนี้ มิน่าเล่า เขาถึงว่าบรรยากาศเป็นใจ มันเป็นแบบนี้กระมัง

เจ้าของร่างเพรียวสวยตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและขับไล่ความคิดเพี้ยนๆ ออกจากในหัวสมอง มองไปยังทิศทางที่ชลิตาเดินหายไปได้ครู่หนึ่งแล้ว

“ลิตาไปไหนนะ?” แถมเจ้าของบ้านก็ยังไม่โผล่หน้ามารับแขกเสียที ปล่อยให้คอยนานๆ แบบนี้ เสียมารยาทชะมัด

“ร้อนเป็นบ้าเลยสิ นี่เราเป็นอะไร” จะว่าเมาแดดหรือเป็นไข้ก็ไม่น่าที่จะเกิดอาการแบบปัจจุบันทันด่วนอย่างนี้ ว่าแล้วก็ลุกไปที่โต๊ะอาหาร รินน้ำส้มใส่แก้วดื่มแก้กระหาย แต่ไม่ช่วยอะไรนัก และแทนที่จะนั่งรอนอนรอยู่เฉยๆ เลยเดินเล่นไปตามแนวขอบสระน้ำ พร้อมกับชมส่วนต่างๆ ของวิลล่าหลังใหญ่โอ่โถง เธอชักอยากจะรู้แล้วว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ ทำมาหากินอะไรถึงได้มีเงินมหาศาลเป็นเจ้าของบ้านตากอากาศราคาตั้งสองร้อยล้านบาทได้ แล้วชลิตาไปรู้จักมักจี่เขาได้ยังไง? ถึงใจกว้างขนาดยอมเปิดพื้นที่ส่วนตัวต้อนรับแขก



***** โดนเข้าไปขนาดนี้ รันจะเอาตัวรอดได้ไหม?
มาลุ้นกันต่อพรุ่งนี้นะค๊า ...^^
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น