พิศวาสข้ามคืน

ตอนที่ 5 : รอเวลา...เชือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ม.ค. 60


 

นิโคไลเดินทางมาถึงวิลล่าตากอากาศส่วนตัวตั้งแต่ตอนเช้ามืด

เขาซื้อวิลล่าหรูแห่งนี้ไว้เมื่อสองปีก่อนในราคากว่าสองร้อยห้าสิบล้านบาท อาจฟังดูแพงจนบ้าเลือด แต่เมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้งบนเนื้อที่หนึ่งเอเคอร์และตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือหาดสุรินทร์ ซึ่งสามารถมองเห็นความสวยงามของทะเลอันดามัน และหาดบางเทา รวมถึงชายทะเลฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต มีพื้นที่ใช้สอยทั้งกลางแจ้งและในร่มกว่าสองพันตารางเมตร ประกอบไปด้วยบ้านพักสองหลัง รวมกันทั้งหมดเจ็ดห้องนอน ทุกห้องมีห้องน้ำอยู่ในตัว ห้องนอนสี่ห้องมีระเบียงส่วนตัวพร้อมซีวิว และมีสระวายน้ำแบบอินฟินิตี้สองสระ ที่หันหน้าออกสู่ทะเล ข้างๆ กันมีศาลาแบบบาหลีที่ปูด้วยเบาะหนานุ่มสำหรับ นวดตัว หรือจะชมวิวก็ตามแต่ต้องการ

ภายในบ้านยังมีห้องสนุกเกอร์ ห้องโฮมเธียร์เตอร์สำหรับดูหนังฟังเพลงด้วยจอหนังขนาดใหญ่ยักษ์เทียบกับโรงหนังขนาดย่อม ที่ให้ภาพชัดเจนแจ่มแจ๋ว พร้อมพรั่งด้วยชุดเครื่องเสียงชั้นดี มีห้องออกกำลังกายที่ครบครันอุปกรณ์ฟิตเนสสั่งนำเข้าจากอเมริกาทั้งหมด หรือหากอยากทบทวนวงสวิงก็มีกรีนซ้อมชิปและพัตต์ขนาดห้าสิบเมตร แต่ก็ยังเหลือพื้นที่สนามหญ้าสีเขียวเอาไว้ให้ผ่อนคลายสบายสายตา

ในบ้านมีบาร์เครื่องดื่มสำหรับจัดงานปาร์ตี้ มีครัวขนาดใหญ่ที่ทันสมัย แยกทั้งครัวไทยและครัวยุโรปเป็นสัดส่วน วิลล่าหลังนี้ได้รับการออกแบบจากอินทีเรียชาวฮ่องกงตกแต่งออกมาอย่างหรูหราระดับไฮเอนด์ เลือกสรรเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ออกมาผสมผสานกันระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออก แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม มีจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่แสนจะโรแมนติก

โดยมีแม่บ้านและคนงานที่เขาจ้างเอาไว้คอยดูแลให้สะอาดเอี่ยมอ่องพร้อมสำหรับการเข้าพักอยู่เสมอ และทุกครั้งที่เขาอยู่ที่นี่จะมีเชฟฝีมือดีจากโรงแรมระดับห้าดาว บินตรงมาประจำการ คนในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาต้องการความเป็นส่วนตัว จะไม่มีใครมายุ่มย่ามในเวลาที่เขาอยู่หากเขาไม่เรียกหาใช้สอย แต่กระนั้นก็ยังมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือค่าใช้จ่ายในราคาที่แสนแพง แต่แสนจะคุ้มค่า

ตลอดสองปีผ่านมาที่ครอบครองเป็นเจ้าของ เขาไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก ด้วยหน้าที่ทางธุรกิจที่ต้องเดินทางไปแทบจะรอบโลก เวลาส่วนใหญ่ของเขาอยู่บนเครื่องบิน และโรงแรม แต่เมื่อต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริงนิโคไลก็จะนึกถึงวิลล่าหลังนี้เสมอ หลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในแห่งหนึ่งในประเทศไทย ลงทุนเปิดโปรเจ็คใหม่มูลค่านับพันล้านบาท จึงได้บินมาเมืองไทยแทบทุกเดือน แต่ที่นี่ก็ยังไม่เคยต้อนรับแขกคนไหนมาก่อน เพราะเขาหวงแหนเก็บเอาไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริง

ภาพเวิ้งทะเลกว้างสีฟ้าครามที่มองเห็นออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาทำให้รู้สึกสดชื่น และรู้สึกถึงอิสระ แม้โลกของธุรกิจ ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาหายใจคอ เพื่อจะได้มองว่าวันนี้ท้องฟ้าเป็นสีอะไร มีเมฆมากน้อยแค่ไหน การเดินทางเรียกว่าแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา หากวันนี้ช่างเป็นโอกาสพิเศษสุดๆ ในวันพักร้อนแค่ไม่กี่วันในรอบปี ที่จะมีสาวสวยมาเสิร์ฟให้ถึงเตียงนอน ไม่ใช่เซ็กส์จานด่วนที่ต้องการเพียงปลดปล่อยตามสันดานดิบของมนุษย์เพศผู้

และเขาก็หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตในวันหยุดพักผ่อนสามวันนี้ละเลียดชิมนวลเนื้อสวยๆ ของนางแบบสาวนามโมลิดาอย่างอิ่มเอมเปรมปรีด์...คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไป และเพียงแค่คิดถึงค่ำคืนนี้ เลือดในกายก็เต้นระริกอย่างมีชีวิตชีวาขึ้นมาทีเดียว

“เจ้านายไม่ออกไปตกปลาหน่อยหรือครับ...วันนี้อากาศดีทีเดียว”

ดวงตาคมกริบสีฟ้าอมเขียวล้อกับสีน้ำทะเลตรงหน้า ปรายตาไปมองคนถามนิดหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้าไปในบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากตากแดดมากๆ” เพราะมันจะทำให้เพลียและเสียเหงื่อโดยไม่จำเป็น ทั้งที่ปกติ กีฬากลางแจ้งไม่ว่าจะตกปลา แล่นเรือ หรือตีกอล์ฟ ล้วนคือสิ่งที่เขาโปรดปรานยามที่มีเวลาว่างพอจะปลีกตัวจัดสรรให้กับการออกกำลังกายได้

แต่ในวันนี้ เขารู้ดี ว่ามีกิจกรรมชวนเสียเหงื่อที่น่าสนใจกว่ารออยู่ แล้วจะออกไปตกปลาทำไมให้โง่ล่ะ

ดูเหมือนว่ายูไลจะอ่านใจเขาออกว่ากำลังคิดเรื่องใดอยู่ เขาได้ยินเสียงหมอนั่นหัวเราะคิก แล้วรีบเก็บอาการทันทีเมื่อสายตาเขียวขุ่นมองไปอย่างเคืองนิดๆ

“หรือเจ้านายจะทำสปาดีครับ นั่งเครื่องบินมาตั้งหลายชั่วโมงคงเมื่อยน่าดู จะได้ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย” เลขาคู่กายเสนอขึ้นมาอย่างเอาอกเอาใจ

คนได้รับความปรารถนาดีแอบเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงรอดไรฟัน

“ฉันยังหนุ่มยังแน่นดี เรื่องแค่นี้ไม่ต้องวอร์มล่วงหน้าหรอกน่า ว่าแต่นายเถอะ วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยังได้มาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ล่ะ” น้ำเสียงถามหาเรื่องพิกล

“แล้วนายสองคนก็เหมือนกัน อลัน...เซอเก้ ฉันบอกแล้วไงว่าอนุญาตให้เป็นวันพักร้อน ขัดคำสั่งเจ้านาย จะถูกไล่ออกยกทีมได้ง่ายๆ นะ” แอบขู่เล็กๆ

ทั้งสามคนสบตากัน ก่อนจะหัวเราะคิกๆ

ไล่ออกงั้นหรือ? ไม่มีทางหรอก อย่ามาขู่กันแบบนี้เสียให้ยาก พวกเขารู้ดีว่า จะไม่มีวันถูกไล่ออกแน่ๆ หากไม่ทำความผิดถึงขั้นร้ายแรง เพราะนิโคไลจะไปหาเลขาที่รู้ใจเจ้านายไปเสียทุกเรื่อง และบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ไว้ใจได้อย่างพวกเขาจากที่ไหนได้อีก

เมื่อได้ยินทั้งสามคนก้มหน้าหัวเราะคิกๆ สิ่งที่นิโคไลทำได้จึงเพียงแค่ชำเลืองนัยน์ตาสองสีมองไปอย่างเคืองๆ เท่านั้น

“โอเค...งั้นฉันทำสปาก็ได้ อยากได้หมอนวดฝีมือดีๆ หน่อย จัดการตามคำสั่งเสร็จแล้วก็เชิญพวกนายช่วยไสหัวไปให้พ้นๆ หน้าด้วย”

ทั้งสามคนสบตากันพยักพเยิด ก่อนที่จะถอยห่างออกมา เพื่อดำเนินการตามคำสั่ง และปล่อยให้นิโคไลได้ใช้เวลาส่วนตัวตามลำพังอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

+++++++++

 

“โอ้โห...รันสวยจัง”

น้ำเสียงชื่นชมของคนพูด ทำให้คนถูกชมยิ้มเขิน

“เรื่องอะไรจู่ๆ ถึงมาชมกันล่ะลิตา” คนพูดมองเงาสะท้อนของตัวเองในเสื้อเกาะไหล่สีขาวที่สวมใส่อยู่ พร้อมกางเกงขาสั้นแบบแคชช่วลที่ทำให้เธอกลายเป็นสาวน้อย แถมชลิตายังพาไปเข้าคอร์สทำสปาจนหอมกรุ่นไปทั้งตัว และพาเข้าร้านเซทผมยาวสยายดัดตรงปลายให้เป็นลอนดูมีวอลลุ่ม ช่วยให้ใบหน้าอ่อนใสดูหวานตาปนเซ็กซี่ ขึ้นมาในทันที

“ก็รันสวยจริงๆ นี่นา” ค่อยสมน้ำสมเนื้อกับค่าตัวสิบล้านขึ้นมาหน่อย

นึกถึงจำนวนเงินที่คนตรงหน้าจะได้รับค่าตัวในอีกสามวันข้างหน้าแล้วหล่อนก็อดจะริษยาไม่ได้จริงๆ และเงินนี่ก็คงจะเป็นค่าปิดปากให้โมลิดาปิดเรื่องที่เกิดขึ้นเงียบกริบ ไม่เอาเรื่องเอาราวกับหล่อนทีหลัง

“เราจะไปทานมื้อเย็นกันที่ตลาดค่ำด้วยชุดอย่างนี้จริงๆ หรือ?” ถามอย่างกังวลนิดๆ “อุตส่าห์เซตผม นวดตัวจนหอมกรุ่นไปหมดขนาดนี้”

“นั่นสินะ...งั้นเราเปลี่ยนที่ทานอาหารค่ำกันดีกว่า” ชลิตารีบเสนอเข้าทางตัวเอง

“แล้วเรื่องงานล่ะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่เสร็จ รันคงอยู่ช่วยลิตาไม่ได้จริงๆ นะ เพราะตอนค่ำต้องไปเดินแบบให้ห้องเสื้อมิถิลา แถมวันมะรืนยังมีงานอีเว้นต์ของป้าแคทด้วย” เอ่ยอย่างเป็นกังวล หลังจากที่ชลิตาบอกว่าทีมงานจากสิงคโปร์ขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะเกิดเหตุสุดวิสัยเดินทางมาไม่ทัน แต่จะมาถึงในพรุ่งนี้เช้า

ดวงตากร้าวที่ฉายแววริษยารีบเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มในทันที

“ทันสิ...ทันแน่ๆ ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่ารัน” ก็ถ้าหล่อนจะสามารถคลานลงมาจากเตียงไหว แต่กลัวว่าโมลิดาจะติดอกติดใจนิโคไลจนไม่อยากจะออกจากห้องนอนเลยเสียมากกว่า เพราะนอกจากประสบความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว เขายังมีประวัติเป็นนักรักที่เปลี่ยนสาวๆ คู่ควงเป็นว่าเล่นอีกด้วย

“แล้วถ่ายกันแค่ครึ่งวันมันจะทันหรือ? รันเคยถ่ายโฆษณาเร็วที่สุดก็ใช้เวลาตั้งสามวัน”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ทีมงานเขาเป็นมืออาชีพมาก ถ้าไม่เสร็จลิตาก็จะไม่ขอร้องอะไรรันอีก” เพราะแค่อีกฝ่ายยอมเลื่อนไฟท์บินกลับไปเป็นวันพรุ่งนี้ เจ้าหล่อนก็ใจหายใจคว่ำลุ้นจะแย่แล้ว

“แล้วร้านที่ลิตาว่าอยู่ที่ไหนหรือ? อาหารรสชาติเป็นยังไง? เคยได้ชิมหรือยัง?”

“พอไปถึงรันก็รู้น่า ไม่บอกก่อนหรอก เดี๋ยวไม่ตื่นเต้นกันพอดี เรารีบไปเถอะ เดี๋ยวเขาจะคอยนาน” ว่าแล้วเดินนำหน้าออกไปจากร้าน

โมลิดาสะดุดหู มองตามหลังร่างประเปรียวที่เดินนำหน้าไปขึ้นรถยนต์ ก่อนจะตามไปถามไถ่เมื่อขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว

“เขานี่ใครหรือ?”

“เขาไหน?” คนพูดลืมไปแล้วว่าได้หลุดพิรุธอะไรเอาไว้

“ก็ลิตาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะคอยนาน...หมายถึงใครหรือ?”

“อ๋อ...เอเจนซี่นะจ๊ะ ตัวแทนที่มาถึงก่อน เขาเป็นเจ้าของวิลล่าที่เราจะใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายโฆษณาวันพรุ่งนี้ไง เขาเชิญลิตากับรันไปทานมื้อค่ำด้วย เลยต้องแต่งตัวสวยหน่อย” รีบแก้ตัวกลบเกลื่อน

“ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ?”

“ผู้ชาย”

“ผู้ชายหรือ? รันว่าไม่ดีมั้งที่เราจะแต่งตัวโป๊ๆ อย่างนี้ไปพบผู้ชายในเวลากลางค่ำกลางคืนน่ะ ขอไปหยิบเสื้อคลุมหลังรถก่อนได้ไหม?”

“ไม่...ไม่...อย่ากังวลไปเลยน่ะรัน...เพราะผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงหรอก”

“เป็นเกย์นะเหรอ?”

“ใช่ๆ ก็ประมาณนั้นแหละ” ชลิตายื่นมือไปเปิดเครื่องเสียงในรถให้ดังขึ้น เพื่อเบนความสนใจของโมลิดา เพราะขืนถูกซักไซ้ไล่เลียงหนักเข้า หล่อนคงได้หลุดพิรุธทำให้แผนแตกเป็นแน่...อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น หลังส่งเนื้อคาวๆ เข้าปากเสือร้าย ภารกิจกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจของหล่อนก็จะจบลงอย่างสวยงาม

วิน วิน ด้วยกันทุกฝ่าย

+++++++++

 

“พวกนายจะไปก็ไปเถอะ ฉันไม่ไปหรอก”

ยูไลบอกกับอลันและเซอเก้ ที่ตอนนี้แต่งตัวหล่อเฟี้ยวด้วยเสื้อลายดอกพร้อยสีแสบสันต์ กางเกงขาสั้นสามส่วน เรียกว่าเตรียมพร้อมที่ตะลุยภูเก็ตยามราตรีกันเต็มที่

“ขัดคำสั่งเจ้านาย เดี๋ยวก็โดนไล่ออกหรอกยูไล” เซอเก้ยกคำพูดของนิโคไลมาข่มขู่อีกฝ่าย แม้จะรู้ว่าเรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ๆ

“ฉันเป็นห่วงนิค” เขารู้สึกเหมือนจะมีเรื่องวุ่นวายบางอย่างเกิดขึ้น ที่จะให้เขาตามแก้ไขต่อจากนี้ สังหรณ์ของเขาไม่เคยพลาดเสียด้วยสิ

“นิคมีอะไรให้ต้องห่วงกัน เขากำลังจะขึ้นสวรรค์ ส่วนพวกเราก็ควรจะออกไปหาความสุข สวรรค์ของพวกเราบ้างสิ” อลันว่าพร้อมกับยิ้มกริ่ม หลุดมาดบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมไปชั่วขณะ ก็ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเวลางานแล้วนี่นา จะเก็กหน้าเข้มไปไย

“พวกนายสองคนไปกันเถอะ” พยักพเยิดหน้าส่ง “ทางนี้ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลเอง” ว่าราวกับหน้าที่บอดี้การ์ดเป็นงานง่ายๆ กระจอกงอกง่อยที่ใครก็ทำแทนกันได้

“นายจะกังวลไปทำไม บ้านนี้มีคนอยู่ตั้งมากมาย แถมระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด” ไม่ใช่ว่าใครจะผ่านออกได้ง่ายๆ แต่ยูไลก็ยังกังวลอยู่ดี ตอนที่เขาไปพบชลิตา เพื่อจะแจ้งวันเวลาและสถานที่นัดหมายให้หล่อน เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีลับลมคมใน ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ ไม่น่าไว้วางใจ

“นั่นสิ...เวลานี้นิคคงอยากใช้เวลาเป็นส่วนตัว ไม่มีนายและก็พวกฉันคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ และถ้านายขัดคำสั่ง นิคอาจจะไม่ได้ไล่นายออกคนเดียว แต่พวกฉันจะพลอยซวยไปด้วย...เพราะฉะนั้น...”

เซอเก้ กับอลันหันไปสบตากัน ก่อนจะผงกหน้า

“ฉันไม่อยากเห็นนายตกงานนะเพื่อน” อลันเข้าไปรวบตัวยูไลเอาไว้

“ใช่...และฉันก็ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย...คือพานายออกไปจากบ้านหลังนี้ ไม่ให้ได้เสนอหน้าไปกวนใจตอนที่นิค อยากอยู่กับสาวๆ ตามลำพัง”

ว่าแล้วเซอเก้ก็เข้าช่วยอลันหามตัวเลขาที่ทำหน้าที่ดีเยี่ยมพาไปยังรถยนต์ของพวกเขาที่จอดรออยู่ไม่ไกล ยัดตัวยูไลเข้าไปข้างในห้องโดยสารตอนหลัง ก่อนจะขับออกไปจากวิลล่าตากอากาศอย่างรวดเร็วไม่ให้คนข้างหลังหนีเล็ดลอดไปได้



***** สถานการณ์มาถึงขนาดนี้ ทั้งเข้าทางและเป็นใจ...รันจะรอดไหมเนี่ย?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #2 sassy_girl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:03
    เม้นหน่อย อดใจไม่ไหว อยากให้นางเอกทันคนกว่านี้หน่อย แต่อย่างว่าแหละนะ เพราะเป็นเพื่อน คำเดียวเลย ส่วนชลิตาก็นะ ทำตัวเองแท้ๆ โทษคนอื่นเค้าไปเรื่อย น่าตบจิงๆเลย
    #2
    0