พิศวาสข้ามคืน

ตอนที่ 2 : แผนการร้าย - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 700
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ม.ค. 60


“ขอบใจมากนะจ๊ะเตที่มาส่ง”

โมลิดายิ้มหวาน หันไปผลักประตูปอร์เช่คันงามที่หนุ่มรูปหล่อพ่อรวยขับมาส่งถึงคอนโดมิเนียม และเธอกำลังจะก้าวลงจากรถ

“เดี๋ยวสิรัน” มือหนาคว้าหมับจับที่ท่อนแขนเรียวสลักเสลาของหญิงสาวรั้งไว้ ไม่อยากให้เวลาแห่งความสุขในค่ำคืนนี้จบเร็วจนเกินไป

ใบหน้าเก๋ไก๋ผ่านการเมกอัพสวยไม่มีที่ติเพราะเพิ่งเสร็จจากงานถ่ายโฆษณาภาพนิ่งมาหมาดๆ เมื่อชั่วโมงก่อนหันมามอง เลิกคิ้วสูงแทนคำถาม

“ไม่คิดจะชวนเตไปดื่มกาแฟหน่อยหรือไง? ถือว่าจ่ายแทนค่าแท็กซี่ก็ได้” ถามพร้อมทำตาละห้อยออดอ้อน

“จะดีหรือคะน้องเต” รอยยิ้มหวานเจี๊ยบพร้อมใบหน้าของหญิงไม่ใช่ชายไม่เชิงที่ติดกิ๊บอันโตบนศีรษะยื่นมาจากเบาะหลัง กั้นขวางระหว่างใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายนักการเมืองคนดังและใบหน้างามๆ ของนางแบบสาวในความดูแล

“ณ บัดนาวปาเข้าไปเฉียดห้าทุ่มแล้วนะคะ ขืนดื่มกาแฟตอนนี้ พี่เชอเบธว่าน้องเตได้นอนตาค้างไปทั้งคืนแน่ๆ” ถ้อยคำปฏิเสธกรายๆ ทำให้เตชินยิ้มแหย แต่แอบเข่นเขี้ยวให้ก้างขวางคอชิ้นโต

“รีบลงไปสิจ๊ะน้องรัน คืนนี้ดึกมากแล้วนะ ถ้าไม่รีบเข้านอนเดี๋ยวจะเป็นสิวเกิดริ้วรอยได้นะจ๊ะ อย่าลืมสิว่า เราใช้หน้าตาหากิน เป็นสิวเม็ดหนึ่งก็อาจจะโดนแคนเซิลงานได้...เงินค่ะ เงินทั้งนั้น เสียหายหลายแสนทีเดียวเชียว” เชอเบธจีบปากจีบคอว่า พร้อมกับรุนหลังนางแบบสาวที่อยู่เบาะหน้าให้ก้าวขาลงจากรถไปก่อน เพื่อหล่อนจะได้ลงไปจากไอ้รถราคาแพง แต่มีที่นั่งเบาะหลังมาให้แค่กระจี๊ดหนึ่ง ช่างไม่สมดุลกับหุ่นกระทิงป่าอัฟริกันของหล่อนเอาเสียเลย

ช่วงขาเพรียวยาวก้าวลงมาจากรถคนงาม พร้อมก้มตัวมาช่วยพับเบาะเลื่อนให้ผู้จัดการส่วนตัวได้ก้าวตามลงมา เชอเบธยื่นกระเป๋าใบโตทรงถุงปุ๋ยยี่ห้อดังราคาหลายแสนให้นางแบบสาวช่วยถือ ก่อนจะยักแย่ยักยันพาตัวเองลงมาจากปอร์เช่สีแดงเพลิงอย่างทุลักทุเล

“ขอบใจมากนะจ๊ะน้องเตที่อุตส่าห์มาส่ง”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีให้บริการ” ตอบไปตามมารยาท แม้จะรู้สึกรำคาญนังกระเทยยักษ์ผู้จัดการของโมลิดาเหลือเกิน เพราะหล่อนไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวตามลำพังเลยสักครั้ง ตามติดกันราวกับเป็นเหาฉลามก็ไม่ปาน

แต่เตชินก็ไม่มีทางเลือก หากรักผู้หญิงต้องอิงผู้ใหญ่...เพราะเชอเบธก็เป็นคนที่โมลิดาไว้ใจ และให้ความเคารพรัก เขาจึงจำเป็นต้องกล้ำกลืนฝืนทนที่จะมองใบหน้าอืดอ้วนเหมือนผีเสื้อสมุทรที่ชอบจิกตาหวานใส่เขาอย่างไม่อาจเลี่ยง

ผู้จัดการนางแบบร่างยักษ์รีบเบียดร่างเพรียวระหงของคนในความดูแลที่ถูกจับจ้องมองตาเป็นมันให้พ้นไปจากลานสายตาของสารถีจำเป็น แล้วชะโงกหน้าเข้าไปในรถคันหรู ฉีกยิ้มหวานเจี๊ยบอีกครั้ง

“จ้า...แล้วโอกาสหน้าพี่จะเรียกใช้บริการใหม่นะจ๊ะ...บาย...บาย...จุ๊บ...จุ๊บ...” ห่อริมฝีปากจูบลงที่กลางฝ่ามืออวบหนาแล้วส่งให้หนุ่มหล่อที่รีบเลื่อนกระจกไฟฟ้าขึ้นแทบไม่ทัน เพราะไม่อยากฝันร้าย ก่อนปอร์เช่คันงามจะขับรถออกไปจากหน้าคอนโดอย่างรวดเร็ว ด้วยไม่อยากเสียวสยองลูกตาไปกว่านี้

เมื่อกำจัดเตชินไปได้ เชอเบธก็หันมาไล่โมลิดาที่ยืนส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

“หยุดส่งยิ้มหวานเลยค่า ยิ้มเยอะๆ เดี๋ยวร่องแก้มก็ขึ้นหรอก ไปๆ รีบขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเข้านอนค่าน้องรัน คืนนี้ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาตาดำโหลเป็นหมีแพนด้ากันพอดี” ว่าพร้อมกับคว้าหมับจับข้อแขนเล็กเรียวกว่าของตัวเองกว่าครึ่ง เดินก้าวฉับๆ เข้าไปในล็อบบี้ของคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุง

“รันนึกว่าพี่เชอเบธอยากอยู่คุยกับหนุ่มหล่อนานๆ เสียอีก”

“แหมๆ ก็อยากหรอกนะคะ ถ้าเขามีจิตพิศวาสพี่...แต่นี่ดูท่าอยากจะกดปุ่มอีเจ็คดีดพี่ออกจากรถไปเสียให้ไกลๆ จะได้อยู่กับน้องรันสองต่อสอง”

“พี่เชอเบธไม่ชอบเตชินหรอกหรือคะ?” พวกเธอมาหยุดตรงหน้าลิฟต์ โมลิดายื่นนิ้วเรียวยาวเหมือนลำเทียนกดลงบนแป้นตัวเลขสิบสอง ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ห้องพักของเธอกับเชอเบธ

“อัธยาศรัยใจคอก็โอเคหรอกค่ะ แต่ว่านิสัยส่วนตัวนี่พี่คงต้องขอโบกมือบ๊ายบาย...คบเป็นเพื่อนเป็นคนรู้จักได้ แต่ถ้าจะคบเป็นแฟนแล้ว” ชำเลืองหางตามาทางเธอ “พี่ขอแนะนำให้จัส เซย์ โนค่ะ”

โมลิดาหัวเราะเบาๆ ก้าวเข้ามาในลิฟต์ เพราะรู้ว่ากิติศัพย์ความเจ้าเสน่ห์ของชายหนุ่มที่พยายามจะสานสัมพันธ์ด้วยนั้น คงจะชวนให้เชอเบธคิดมากอยู่ไม่น้อย

“เตชินเป็นเพื่อน รันไม่คิดเป็นอย่างอื่นหรอกค่ะ”

“ว่าได้หรือคะ...พี่ว่าคุณน้องคิดอยู่ฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายโน้นเขาคงไม่ได้คิดแบบนั้นด้วยแน่ๆ ไม่งั้นช่วงนี้คงไม่โผล่หน้ามาถี่ๆ หรอก นี่ถ้าไม่ติดว่ารถพี่ไม่เสียล่ะก็ พี่ไม่ยอมให้น้องรันขึ้นรถกลับมาด้วยหรอก ขืนนักข่าวรู้ได้เม้าธ์มอยหอยสังข์กันสนุกปากแน่ๆ ค่ะ ข่าวของพระเอกละครกับนายแบบสิงคโปร์ก็ยังไม่สร่างซา ฉายาคาสโนวี่แคทวอร์กของคุณน้องนี่ พี่ไม่ปลื้มเลยสักนิด ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงก็เหอะ แต่แหม! ปากคนเรามันยื่นมันยาวกว่าปากกา รู้เห็นอะไรจริงไม่จริงก็ไม่รู้เดากันไปเรื่อย แล้วเอาไปเม้าธ์ต่อๆ กัน เราเป็นผู้หญิงยิงเรือมีแต่จะเสียหาย”

โมลิดาหัวเราะเบาๆ เพราะเธอไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตถึงขนาดนั้น แต่สำหรับผู้จัดการอย่างเชอเบธแล้วมักจะรอบคอบและคอยระมัดระวังทุกอย่างที่จะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานและชื่อเสียงของเธอด้วย เรียกว่าดูแลกันมาประหนึ่งพี่สาวแท้ๆ ตัดสายสะดือเส้นเดียวกันมาเลยทีเดียว

“เตก็เป็นคนดีนี่คะ เมื่อก่อนพี่เชอเบธก็ดูจะชอบเขาออก แล้วทำไมจู่ๆ ถึงไม่ชอบเตขึ้นมา”

เชอเบธถอนใจพรวด ไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องที่เคืองใจกัน เพราะหล่อนไปรู้อะไรบางอย่างมา ถึงไม่ชอบหน้าเตชินอย่างแรง มันเป็นเรื่องที่โมลิดาไม่เคยรู้ และก็ไม่ควรรู้ด้วย

“นายเตชินไม่ใช่ตัวเปล่าเล่าเปลือยนี่คะ เขามีคู่ขาอยู่แล้ว”

“คู่ขาหรือคะ” โมลิดาถามอย่างประหลาดใจ เรื่องลับๆ วงในพรรคนี้ เชอเบธรู้ดีนักเชียว และก็ไม่เคยผิดพลาดเสียด้วย แต่สำหรับเธอถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ครั้งนี้อดที่จะอยากรู้ไม่ได้

“แล้วใครกันคะแฟนเต ทำไมรันไม่เคยเห็น รันรู้จักด้วยหรือเปล่า?...แล้วถ้ามีแฟนจริง ทำไมเตถึงไม่อยู่กับแฟน แต่โผล่หน้ามาหาพวกเราได้บ่อยๆ”

เชอเบธถอนใจ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดนัก

“คู่ขาค่ะ ไม่ใช่แฟน เขาถึงไม่ควงกันออกหน้าออกตา และตอนนี้ก็คงคิดจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่คุณน้องนั่นแหละคะ” ว่าพร้อมกับค้อน แม่สาวลุกซ์เปรี้ยวปรี๊ดมาดมั่นดูทันคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว โมลิดาเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก...ออกจะมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ จนหล่อนนึกห่วงกลัวพวกเสือสิงห์กระทิงแรดเขี้ยวลากดินในวงการมายา จะมาพานางแบบสาวในความดูแลให้เสียคน วงการนี้มันน่ากลัวนัก ก็เหมือนกับวงการอื่นๆ ที่มีทั้งปาร์ตี้ยาเสพติด ทั้งมั่วสวาท เธอถึงต้องคอยตามติดแจนางแบบในสังกัดเหมือนกับเป็นแม่ก็ไม่ปาน จนทำให้ใครบางคนไม่ชอบใจ และเฟดตัวออกไปเสีย

“พี่เชอเบธยังไม่ได้ตอบรันเลยนะคะ ว่าคู่ขาเตเป็นใคร?” นางแบบสาวทวงคำตอบที่ยังไม่ได้รับ และจะได้คอยระวังตัวเอาไว้ด้วย จะได้ไม่ถูกตบด้วยหนามทุเรียนเอา

เชอเบธอ้ำอึ้ง เพราะเรื่องนี้เธอก็บังเอิญไปรู้มาและเชื่อว่านายเตชินก็คงยังไม่รู้ตัวว่าเธอรู้แล้วว่าเขาคั่วกับอดีตนางแบบที่เธอเคยดูแล อีกอย่างชลิตากับโมลิดาก็เพื่อนรักกันเสียด้วย

พอเงยหน้าดวงตาคมเฉี่ยวก็กำลังมองมาอย่างรอคอยคำตอบ ที่หล่อนเองก็น้ำท่วมปากพูดไม่ได้ จึงรู้สึกอึดอัดเสียจนอกแทบระเบิด

ปิ๊ง...

แต่แล้วเสียงสวรรค์ก็มาช่วยชีวิตไว้ได้เสียก่อน

“เร็วๆ เข้าเถอะค่ะน้องรัน เลยเวลานอนมานานแล้ว ไปๆ รีบไปล้างหน้าเตรียมตัวเข้านอนเถอะค่ะ ปล่อยหัวให้โล่งๆ อย่าไปสนใจเรื่องคนอื่น หรือเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย...มันไม่เกี่ยวกับเราสักนิด” เจ้าตัวเฉไฉ แอบถอนใจอย่างโล่งอก แล้วรีบเดินนำหน้าโมลิดาไปยังห้องพัก

ข้างนางแบบสาวได้แต่มองเชอเบธที่ไปยืนควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋าใบโตที่หน้าประตูห้องอย่างค้างคาใจว่าทำไมต้องทำเหมือนมันเป็นความลับสำคัญที่ให้เธอรู้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ทักท้วงอะไร เดินตามเข้าไปในห้องก็จะไปเอาคำตอบ แต่เชอเบธเดินไปรินน้ำแก้วโตมายื่นให้เธอ

“ดื่มน้ำเสร็จแล้วรีบไปอาบน้ำนอน พี่ขอตัวก่อนนะคะ ปวดเมื่อยเนื้อตัวเหลือเกิน ซุกร่างมาในรถนายเตชินตั้งนานสองนาน แหมๆ รถราคาตั้งหลายล้าน มีที่นั่งกระจึ๋งหนึ่ง รู้งี้กลับแท็กซี่ดีกว่า” บ่นแล้วก็รีบเดินรี่เข้าไปยังห้องพักส่วนตัว ปล่อยให้นางแบบสาวมองตามหลังไป แล้วได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะปัดเรื่องราวกวนใจทิ้งไปเสีย เมื่อดื่มน้ำแก้วโตเสร็จแล้วเอาแก้วไปเก็บในครัว ก่อนจะเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่อที่จะพักผ่อนเช่นกัน

เมื่อวางข้าวของประดามีจัดเก็บเป็นที่เป็นทางเรียบร้อย ร่างสูงเพรียวนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง บรรจงเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าออกอย่างเบามือจนสะอาดหมดจด ก่อนจะถอดชุดแซกที่สวมใส่ทิ้งลงในตะกร้าผ้าเพื่อแม่บ้านจะได้สะดวกที่จะเก็บไปส่งซัก ตั้งใจว่าอาบน้ำล้างหน้าสะอาดเอี่ยมอ่องแล้วจะสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิสักสิบนาที แล้วก็จะเข้านอนก่อนเที่ยงคืน เพื่อจะนอนให้ครบแปดชั่วโมง ตื่นขึ้นมาสดชื่นเมื่อร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่

แต่ก่อนที่ร่างเพรียวจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังแผดจ้าเรียกเธอขึ้นเสียก่อน

ใบหน้างามหันกลับไปมองที่มาของต้นเสียง คิ้วเรียวขมวดนิดๆ เมื่อคิดว่า ใครหนอที่มีธุระกับเธอในเวลานี้

***** จัดให้แต่หัววัน ฝากอ่านกันด้วยนะค๊า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น