[ GOT7 ] [ YuMark ] [OS] : Just Like YuMark

ตอนที่ 1 : Just You [ #JustYouYM ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 ก.ค. 59


Just You -

 

เขาว่ากันว่า พรหมลิขิตมีอยู่สามครั้ง...

ไม่สิ ไม่ใช่

พรหมลิขิตคือความบังเอิญ...

เอาใหม่ ขออีกรอบ

...

เขาว่ากันว่า ความบังเอิญสามครั้ง คือพรหมลิขิต

...อะไรประมาณนั้น

ถึงจะจับใจความได้แบบงูๆ ปลาๆ แถมไม่เคยรู้เลยว่า 'เขา' ที่เอ่ยคำพูดเชยๆ นั่นไว้เป็นใคร แต่เชื่อเถอะว่าประโยคนั้นส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อใครหลายๆ คน

หรืออาจจะแค่บางคน...

เช่นร่างสูงในสเวตเตอร์สีเหลืองสกรีนลายที่นั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบริเวณบาร์ด้านหน้าร้านกาแฟร้านโปรด ตรงมุมที่มองผ่านกระจกใสเห็นทางม้าลาย และสัญญาณไฟคนข้ามถนนฝั่งตรงข้ามชัดที่สุดนั่นไง

ภายใต้ความย้อนแย้งที่บอกตัวเองว่าไม่ใช่คนงมงาย ยูคยอมแอบเชื่ออยู่ในใจลึกๆ ว่าความบังเอิญนั้นเกิดขึ้นกับเขาแล้วสองครั้ง


ครั้งแรก

มันเกิดขึ้นที่ริมถนนฝั่งตรงข้าม บนฟุตบาทใกล้เสาสัญญาณไฟคนข้ามถนนนั่น...

ยูคยอมเกือบจะบันทึกไว้ว่ามันเป็นวันแสนจืดชืดและธรรมดาเช่นมุกวัน ถ้าหากว่าพี่รหัสของเขาไม่นัดมาติวหนังสือที่ร้านกาแฟแห่งนี้ (ซึ่งกลายเป็นร้านประจำของเขาในเวลาต่อมา) วันนั้นยูคยอมเดินมาหยุดอยู่ที่ฟุตบาทตรงข้ามร้านด้วยใบหน้าสดใส ติดจะซื่อๆ เหมือนเคย เขาโบกมือให้รุ่นพี่ที่นั่งอยู่ตรงบาร์ของร้านซึ่งมองเห็นชัดเจนจากจุดที่เขายืนอยู่ และทำสัญลักษณ์มือบอกว่าเขากำลังจะเข้าไป 

แต่เขาจะข้ามได้ยังไง ในเมื่อสัญญาณไฟคนข้ามยังเป็นสีแดง

เหตุผลคือ ไม่มีใครกดปุ่มขอสัญญาณ

คนเดียวที่ยืนข้างเขาและอยู่ใกล้ปุ่มกดมากที่สุดคือชายหนุ่มรูปร่างเล็กกว่าในชุดสีดำ ซึ่งกำลังก้มกดโทรศัพท์มือถือในมือโดยไม่สนใจเลยว่าต่อให้ยืนรอแค่ไหนสัญญาณไฟก็จะไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียว หมวกแก็ปสีขาวที่สวมอยู่ทำให้ยูคยอมมองไม่เห็นใบหน้าเขา แต่เสี้ยวหน้าด้านข้างที่โผล่พ้นเงาหมวกออกมาก็แสนคุ้นตาชวนให้คนตัวโตกว่าอดไม่ได้ที่จะชะโงกมอง

คุ้นเกินไป... จนเผลอไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมา

กว่าจะรู้ตัวว่าทำเรื่องเสียมารยาทก็ตอนที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ยูคยอมสะดุ้งเล็กๆ และเบือนหน้าหนีทันควัน นึกตำหนิตัวเองในใจ ก่อนจะเดินไปกดปุ่มสัญญาณ

...แต่ใครจะไปคิด ว่าอีกฝ่ายจะหมุนตัวกลับไปกดปุ่มเดียวกันเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

มือเรียวจึงทาบทับอยู่บนมือที่เล็กกว่าโดยไม่ตั้งใจ แผ่นอกของเขากระแทกเบาๆ เข้ากับแผ่นหลังของคนเตี้ยกว่าที่หันมาขวางหน้าพอดี

"อ้าว" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ร่างเล็กกว่าจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายที่อยู่ระดับเหนือหัวตัวเอง

ปีกหมวกสีขาวที่เกือบจะทิ่มคางยูคยอมทำให้เขาผงะนิดๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมา เพื่อพบเหตุผลว่าทำไมเสี้ยวหน้าที่โผล่พ้นเงาของหมวกออกมา จึงคุ้นตาเขานัก

ไม่มีใครไม่รู้จักมาร์ค... มาร์คต้วนคนนั้นซึ่งเป็นเจ้าของใบหน้าขาวใสที่ทั้งน่ารักและหล่อเหลาอย่างยากจะหาใครเทียบได้

มาร์ค...ที่เป็นคนดังของมหาวิทยาลัย...

และเป็นผู้ชายคนเดียว ที่ทำให้หัวใจของยูคยอมเต้นแรงได้เสมอมา

"..." ยูคยอมพูดไม่ออก อมพะนำจนเเก้มที่ป่องอยู่แล้วเหมือนจะป่องกว่าเดิม ฝ่ามือของเขายังคงทาบอยู่บนฝ่ามือของอีกฝ่าย ในขณะที่แผ่นหลังเล็กกว่าก็ยังไม่ผละออกไป แม้จะรู้ตัวแล้วก็ตาม

"ขอโทษครับ" ยูคยอมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดจึงเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วถอยห่างออกมายืนรอข้ามถนนที่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง

เขาเหลือบสายตามองอีกฝ่ายที่ผงกหัวกลับมานิดๆ ไม่ได้เอ่ยอะไร ก่อนจะสังเกตว่าไฟจราจรยังไม่ถูกกด จึงเอื้อมมือออกไปอีกครั้ง

และก็เหตุการณ์เดิมก็เกิดซ้ำ... เพียงแต่ครั้งนี้ตำแหน่งมือของทั้งคู่สลับกัน

มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกช็อตเข้าอย่างจัง เมื่อฝ่ามืออุ่นๆ และนุ่มนิ่มนั้นทาบลงมาบนหลังมือของเขา

อา ให้ตาย

ยูคยอมชักมือกลับมาทันทีด้วยความตกใจ ยกมือขึ้นมาเกาหลังหูเก้อๆ เพราะไม่รู้แล้วว่าควรทำยังไง จะเป็นคนกดดีหรือให้อีกฝ่ายกด หรือควรจะข้ามไปทั้งๆ อย่างนี้เลย ...อยู่ๆ เขาก็คิดคำตอบของสิ่งง่ายๆ เหล่านั้นไม่ได้เสียเฉยๆ

“หึ” แต่ไม่นานคนตัวโตก็ได้ทางออก เมื่อเจ้าของใบหน้าใสเงยหน้ามองเขานิ่งๆ ก่อนจะหลุดยิ้ม

“โทษที” เจ้าของรอยยิ้มขบขันว่าพลางหมุนตัวกลับไปกดสัญญาณไฟจนมันเริ่มทำงาน

ไม่นาน สัญญาณไฟก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว อนุญาตให้ทั้งสองคนเดินผ่านทางม้าลายไปยังร้านกาแฟที่รอต้อนรับอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง

แน่นอนว่ายูคยอมปล่อยให้ร่างโปร่งบางที่เตี้ยกว่าเขาข้ามฝั่งไปก่อนอย่างจงใจ

เพื่อที่ว่าเขาจะได้มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายได้ถนัดตา

และเพื่อที่ว่ารอยยิ้มบางๆ ของเขาจะไม่ถูกสังเกตเห็น ขณะที่ในใจกำลังนับว่านี่เป็นความบังเอิญแสนพิเศษครั้งแรกของเขา

 

ความบังเอิญครั้งที่สอง เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายและสงบภายใต้สายฝันเย็นฉ่ำ

มันเกิดขึ้นหลังจากที่ร้านกาแฟแห่งนี้กลายเป็นร้านโปรดของเขา ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าคนโปรดของเขา มาที่ร้านนี้เป็นประจำ

เขาไม่อาจหาญขอให้ความบังเอิญเหมือนครั้งก่อนเกิดขึ้นมาอีก ...เพียงแค่ขอให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นเขาที่นั่งอยู่ข้างกันทุกวันสักครั้งก็ยังดี

มันเป็นวันที่อากาศแปรปรวนไม่ต่างกับภายในใจเขาที่กำลังรอคอยให้ร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ตำแหน่งเดิมเหมือนทุกวัน ท้องฟ้าที่มืดครึ้มส่อเค้าว่าฝนใกล้จะตกลงมาทุกที ยิ่งทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่นลุ้นให้คนที่กำลังรออยู่มามันก่อนที่ฝนจะเทลงมา

ลุ้นได้ไม่นาน ร่างคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า และกำลังเดินข้ามทางม้าลายมาในจังหวะที่เขาคุ้นเคย แน่นอนว่าเขาก้มหน้า และลอบยิ้มกับตัวเองเหมือนทุกครั้งที่เขาไม่อาจฝืนริมฝีปากไว้ได้เมื่อเห็นใบหน้าแสนน่ารักกว่าวัยนั่น

เสียงทักทายของพนักงาน และเสียงทุ้มที่สั่งอเมริกาโน่เย็นเหมือนเคยดังขึ้นก่อนเสียงฝนที่อยู่ๆ ก็เทลงมาเพียงไม่กี่วินาที ยูคยอมเงยหน้าขึ้นมองสายฝนด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโล่งใจเมื่อคิดได้ว่าถ้าช้ากว่านี้สักนิด คนที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา คงไม่พ้นอยู่ในสภาพเปียกปอน

“โชคดีชะมัด” เจ้าตัวเองก็คงคิดเหมือนกัน ถึงได้เอ่ยออกมาเบาๆ ขณะที่วางแก้วอเมริกาโน่เย็นบนโต๊ะและนั่งบนเก้าอี้บาร์ตัวประจำ

ตำแหน่งที่มองเห็นทางม้าลายและสัญญาณไฟคนข้ามได้ชัดเจนไม่แพ้เขา... เพราะอยู่ข้างกัน

ยูคยอมไม่ได้เอ่ยอะไร ไม่ได้หันไปทักทายด้วยซ้ำขณะที่หยิบโทรศัพท์พร้อมหูฟังขึ้นมากดฟังเพลงในเพลย์ลิสต์ของเขา เพราะรู้ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายก็กำลังจะทำเช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่มาร้านนี้ มาร์คมักจะนั่งอยู่ตรงนี้เพื่อดื่มอเมริกาโน่ที่เขาสั่ง หูทั้งสองข้างเสียบหูฟัง ขณะที่ก้มหน้าลงเล่นสมาร์ทโฟนในมือ นานๆ ทีถึงจะเงยหน้าขึ้นมา และในหลายๆ ครั้งยูคยอมหวังว่าเขาจะหันมาหาเขา แทนที่จะเงยหน้ามองสัญญาณไฟจราจรที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือสีแดง

แต่ในเมื่อคนตัวโตไม่อาจบังคับสายตาของอีกฝ่ายได้ เขาจึงเลือกที่จะกระทำแบบเดียวกัน เสียบหูฟัง พลางทอดสายตาออกไปข้างหน้า โดยไม่ลืมที่จะเหลือบสายตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็นระยะในความเงียบงัน

มันเป็นเพียงความเพ้อฝันเล็กๆ ที่ยูคยอมหวังว่าการฟังเพลง จะเชื่อมโลกของเขากับมาร์คถึงกันได้ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าด้วยวิธีไหน

แต่ทุกอย่าง มีคำตอบในตัวมันเสมอ

เช่นครั้งนี้ที่เขาได้คำตอบแล้วว่าการฟังเพลงในเพลย์ลิสต์ของตัวเองเงียบๆ ท่ามกลางสายฝน จะเชื่อมต่อโลกสองใบเข้าด้วยกันได้ยังไง เมื่อสายตาที่เหลือบไปมองคนข้างๆ ด้วยความเคยชิน เลื่อนต่ำลงไปมองโทรศัพท์มือถือในมือของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ มองนิ้วเรียวที่กำลังกดเลือกเพลงในเพลย์ลิสต์ของตัวเองอย่างตั้งใจ

และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเกือบกลม เมื่อเขาเห็นว่าเพลงที่มาร์คเลือกฟัง ดันเป็นเพลงเดียวกันกับที่เขากำลังฟังอยู่พอดี

เพลงที่เข้ากันกับบรรยากาศในร้านกาแฟในวันที่ฝนพรำ และเป็นเพลงที่ทำให้เขาหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้งขณะที่นับสิ่งเล็กๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความบังเอิญครั้งที่สองอยู่ในใจ

 

ความบังเอิญครั้งที่สาม... ยูคยอมกำลังรอให้มันเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ

เรียวขายาวที่กระดิกขึ้นลงอย่างประหม่า และสายตาที่หมั่นมองไปยังฟุตบาทตรงหน้าบ่งบอกถึงการรอคอยของเขาได้เป็นอย่างดี

และการรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อร่างคุ้นตาในเสื้อสเวตเตอร์สีดำกับกางเกงยีนพร้อมหมวกแก็ปสีขาวใบโปรดปรากฏขึ้นในสายตา ยูคยอมลอบยิ้มพลางหมุนปีกหมวกแก็ปสีเดียวกันไปด้านหลังพลางนึกในใจว่า โชคดีจริงๆ ที่เขาเลือกสวมมันออกมา

โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มลับๆ ของเขาเองก็ส่งผลต่อใครอีกคนเช่นกัน

 

‘ชอบก็จีบดิวะ’

‘จีบยังไง’

‘อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่แค่นั่งมองเฉยๆ แล้วมากรี๊ดกร๊าดใส่กู’

‘กูไม่ได้กรี๊ด’

‘นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือ มึง – ต้อง – จีบ – เขา’

‘จีบไม่เป็น’

‘โวะ! ไอ้นี่ อะไรก็ได้อ่ะ ขอลงขอไลน์’

‘ไม่กล้าขอว่ะ’

‘...’

‘แต่กล้าให้’

 

คนตัวโตที่เพิ่งผ่านการรอคอยลุกขึ้นไปสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์บาร์ ในจังหวะที่คนมาใหม่เปิดประตูร้านเข้ามาพอดี

“อเมริกาโน่เย็นครับ” มันคือเสียงของเขาซึ่งไม่ได้สั่งเมนูผิดแต่อย่างใด เพราะเขากำลังสร้างความบังเอิญเล็กๆ ขึ้นมาอย่างจงใจ

แต่ดูเหมือนความบังเอิญครั้งที่สาม จะเกิดขึ้นได้ยากกว่าที่คิด

เพราะแทนที่จะสั่งกาแฟที่กินประจำเหมือนเคยเสียงทุ้มคุ้นหูกลับเอ่ยเมนูที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยิน

“ลาเต้เย็นครับ”

อ้าว...

 ยูคยอมอุทานในใจ แต่สีหน้าประหลาดใจของเขาก็เด่นชัดเสียจนเรียกให้อีกคนหันมามอง เขารีบเบือนหน้าหนี เดินไปรอที่แท่นรับเครื่องดื่มด้วยความสับสนเมื่อความบังเอิญที่เขาสร้างกลับพังลงไม่เป็นท่า

แค่คิดว่าอย่างน้อยแค่สั่งเครื่องดื่มชนิดเดียวกันบ้างสักครั้งก็ยังดี

 ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างที่เตี้ยกว่าก็เดินมารอในมุมเดียวกัน ทั้งสองคนสบตากันเพียงชั่วครู่ก่อนต่างฝ่ายจะเบือนหน้าหนีโดยไม่พูดอะไร

“อเมริกาโน่เย็นของคุณยูคยอมค่ะ” พนักงานวางเครื่องดื่มพลางเอ่ยชื่อที่เขาแจ้งไว้ ยูคยอมกำลังจะเอื้อมมือออกไปรับกาแฟเข้มๆ ที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงรสชาติ

ทว่ากลับต้องชะงักไป เมื่อถูกมือของใครอีกคนเอื้อมมาคว้าตัดหน้าเขาไปเสียก่อน

ยูคยอมอ้าปากค้างมองเจ้าของใบหน้าหวานที่ก้มลงเล่นมือถือไปพลางดูดเครื่องดื่มของเขาไปพลางเหมือนไม่รู้ตัว และก่อนที่มาร์คจะเดินออกไปเขาก็คว้ามืออีกฝ่ายไว้ได้ทัน

“เอ่อ...” แต่เขากลับอึกอักพร้อมกับปล่อยมือทันทีที่ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นมาสบตาอย่างตั้งคำถาม “นะ...นั่นของผม”

เชื่อเถอะว่าการทวงเครื่องดื่มไม่ใช่ประโยคแรกที่เขาคิดจะใช้ในบทสนทนา

“อ้าว” มาร์คเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนตัวโตกว่ามึนๆ พร้อมกับอุทาน สีหน้าที่ดูเหมือนจะไม่ประหลาดใจเท่าไหร่ของเขา สร้างความประหลาดใจให้ยูคยอมอยู่ไม่น้อย

“โทษที ให้ฉันสั่งให้ใหม่ไหม?” คนตัวเล็กว่พลางเลิกคิ้วทำท่าจะเดินกลับไปต่อแถวสั่งเครื่องดื่มใหม่

แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ยูคยอมเผลอเอื้อมมือออกไปรั้งแขนเขาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ

“มะ... ไม่เป็นไรครับ” เขานึกหงุดหงิดใจที่กว่าจะพูดแต่ละคำออกมาได้มันช่างยากเย็น

มาร์คมองเขาเหมือนไม่แน่ใจ ก่อนจะยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกความพอใจบางอย่างที่ยูคยอมไม่ทันสังเกตเห็น

“งั้นเราสลับกันไหม?” เสียงทุ้มยื่นข้อเสนอหลังจากต่างฝ่ายเงียบไปสักพัก “ปกติฉันเห็นนายชอบดื่มลาเต้เย็น”

“...” ใช้เวลาหลายวินาทีกว่าที่ยูคยอมจะเข้าใจ อาจเป็นเพราะเขากำลังตกใจกับประโยคหลัง

เพราะไม่คาดคิดว่ามาร์คจะสังเกตเครื่องดื่มที่เขาดื่มเป็นประจำ

“ลาเต้เย็นของคุณ...”

“นั่นไง ได้พอดี” มาร์คเอ่ยขึ้นมาพลางเดินไปรับเครื่องดื่มทั้งที่พนักงานยังเอ่ยไม่จบด้วยซ้ำ “อ่ะ”

แล้วเครื่องดื่มนั้นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมริมฝีปากบางที่คลี่ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ ทั้งสองข้างที่ทำให้เขาเผลอยิ้มตอบไปโดยไม่รู้ตัว

ฝ่ามือหนารับลาเต้เย็นของคนตัวเล็กมา ก่อนจะเข้าใจว่าที่พนักงานชะงักไป ไม่ใช่เพราะถูกมาร์คขัดจังหวะแต่อย่างใด ทว่าเป็นเพราะชื่อที่เขาแจ้งไว้ซึ่งถูกเขียนลงข้างแก้วกาแฟ กลับถูกเขียนในรูปแบบที่แตกต่างออกไปอย่างจงใจ

ความจงใจที่อยู่เหนือความบังเอิญทุกประการ


mark_tuan’

 

“มันคือไอดีไลน์” อยู่ๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นมาขณะที่เขามองลายมือหวัดๆ บนแก้วอย่างไม่แน่ใจ “เอ็ม-เอ-อาร์-เค อันเดอร์สกอร์ ที-ยู-เอ-เอ็น อ่านว่ามาร์คต้วน” สะกดคำให้ชัดเจนพร้อมกับมองหน้ายูคยอมยิ้มๆ

"..."

"อย่าลืมอันเดอร์สกอร์" 

โดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากบางของคนตัวโตก็คลี่ยิ้มตามมา เขาพยามก้มหน้าซ่อนมันเอาไว้ แต่แน่นอนว่าไม่สามารถทำได้ 

ให้ตาย นี่มันอะไรกัน

“ตกลงว่าแลกแก้วกันนะ” มาร์คถามย้ำแม้ว่าการกระทำจะมัดมือชกอีกฝ่ายไปแล้วก็ตาม

ยูคยอมเงยหน้าสบตาอีกครั้งพลางอมยิ้ม “โอเค”

“โอเค” มาร์คย้ำคำกลั้วหัวเราะ ก่อนจะยกอเมริกาโน่ในมือดื่มอีกครั้ง

ยูคยอมเองก็ทำแบบเดียวกัน ทั้งสองคนเงยหน้าสบตากัน และหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เมื่อเข้าใจแล้วว่าไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่เฝ้ามองอีกฝ่ายตลอดมา วินาทีนั้น ยูคยอมรู้ตัวว่าความบังเอิญครั้งที่สาม ไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไป

เพราะในความเป็นจริง อีกฝ่ายเรียกมันว่า ‘พรหมลิขิต’ ตั้งแต่ตอนที่มือของพวกเขาบังเอิญสัมผัสกันครั้งแรกแล้ว

 


-----------------------------------------------------------------------------------

จุดกำเนิดฟิคเรื่องนี้มาจากการเล่นแท็กจะเขียนฟิคให้คนที่มารี ในทวิตเตอร์ค่ะ 

เป็นเรื่องที่แต่งให้พี่ฝน Rainnie_So ที่ชิปคยอมมาร์คอยู่

เขียนไปดูรูป YuMark ไป... นั่นแหละค่ะ กลายเป็นชิปเองเฉยเลย 55555555

แงงงงงง คู่นี้น่ารักอ่ะ น่ารักแบบเราจะคลั่งตาย 

ไม่น่าเลย ไม่คิดว่าจะหลงขนาดนี้ หาทางกลับฝั่งยังไงดี 5555

บางคนอาจเคยอ่านจากที่พี่ฝนโพสต์ให้อ่านในทวิตเตอร์ไปบ้างแล้ว 

เราแค่เอามาอัพในเด็กดีอีกต่อนึงเฉยๆ ค่ะ (แก้นิดนึง) แต่ถ้าใครเพิ่งเคยอ่านก็ฝากส่งฟีดแบ็คให้กันด้วยน้า 

ในทวิตติดแท็ก #JustYouYM นะคะ 

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ


- makok_num -


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #30 qupidys (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:27
    เขินมากกกกกก
    #30
    0
  2. #27 whisky._.withyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 21:58
    อะไรแบบนี้มันดีมากเลยค่ะะะะะะะะะะ ไม่กล้าขอไลน์แต่กล้าให้จริงๆ ฮืออออออออออ
    #27
    0
  3. #26 KimPitcha2535 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 14:05
    กรี๊ดดดด ตอนจบเขินมากกกก
    #26
    0
  4. #17 mpmpmp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 10:08
    diuUffffffffffffffffffffffffffffffffffff

    ดรี๊ดด กรี๊ดจนลืมเปลี่ยนภาษา ทำไมเราเพิ่งเจอฟิคคุณล่ะคะะะะ

    น่ารัก น่ารัก น่ารักมาก แง๊ กลั้นยิ้มแทบไม่ไหวแล้ว ฮือ

    มาร์คต้วนแผนสูงมาก เป็นการให้ไอดีไลน์ที่เปรี้ยวมาก

    ตอนหยิบกาแฟเขาไปดูดนี่ต้องข่มใจลุ้นเบอร์ไหนว่าเขาจะทักกลับมาไหมอะ

    โอ๊ย เขินมากไม่ไหวแล้ว

    น่ารักในทุกรายละเอียดเลย แค่กดไฟทางม้าลายพร้อมกันก็น่ารักมากแล้ว

    อ่านลงมาเรื่อยก็น่ารักขึ้นเรื่อยๆเลย ฮือออออ

    ชอบนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะที่แต่ง
    #17
    0
  5. #15 Chocoshake (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 17:32
    กรี๊ดดดดดดด น่ารักมากค่ะ อ่านแล้วละมุนละไมเขินเบอร์แรงมาก จินตนาการภาพสองคนนี้ละอมยิ้มตามเหมือนคนบ้า โฮกกกกกกกกหหห
    #15
    0
  6. #7 Dalalai dai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 08:52
    มาร์คต้วนร้ายกาจ คิดว่ายูคยอมแผนสูงแล้วยังแพ้เลย ตอนบอกชื่อกับพนักงานนี่ไม่เขินบ้างเหรอคะ

    ทำไมเราเพิ่งเจอฟิคนี้ น่ารักๆๆๆมากเลย
    #7
    0