[ALL-Fanfic] ✖Myth Project✖

ตอนที่ 4 : Doppelganger II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ธ.ค. 59


Doppelganger II

 

Cast ; Kyulkyung, Eunwoo, Chaeyeon, Nayoung

 

 

 

 

 

 

 

อึนอูนั่งมองแฟนสาวของเธอนั่งยิ้มร่าอยู่ในห้องนั่งเล่นท่ามกลางเสียงขู่ฟ่อๆ ไม่เอาคำอยู่ไกลๆ ของกึลกึล คยอลคยองยิ้มร่านั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อในบ้านเธอมากว่าสองชั่วโมงได้แล้ว

วันนี้ว่างมานั่งเล่นด้วยหรือไง”

มาเฝ้าแฟน อุตส่าห์ย้ายมาทำงานใกล้ๆ สักทีไม่ดีเหรอ”

อึนอูเลิกคิ้วสูง ถึงแม้จะสงสัย แต่ก็พอใจในการกระทำ

ฉันจะไปเอาชามาให้ละกันนะ”

"ฉันจะดูทีวีรอ"

"รีโมทอยู่บนโต๊ะนะ"

"หยิบให้หน่อยสิ ไหนๆ ก็เดินผ่านแล้ว"

"หยิบเองสิยะ ฉันมีแฟนสมประกอบนะ"

เบือนหน้าเปื้อนยิ้มกลับมามองจอโทรทัศน์ หันซ้ายหันขวาหารีโมททีวี

รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นเมื่อเจอกับเป้าหมายนอนแอ้งแม้งอยู่สุดแขน เหลือบมองอีกคนที่ยืนขมักเขม้นในครัวท่าทางอารมณ์ดี ก่อนหันกลับมายื่นมือเรียวออกไปข้างหน้า หันไปทางรีโมทอันนั้น

ชาฝรั่งไปก่อนนะ ยังไม่ได้ซื้อมาเพิ่มเลยอ่ะ”

ปั่บ!!

อึนอูที่เดินมาถึงห้องนั่งเล่นทำหน้าฉงน เมื่อเห็นอีกคนนั่งไขว่ห้างในมือโบกรีโมทคอนโทรลสีดำ

"หยิบเองแล้วไง"

          “ยังไม่ตอบเลยว่าทำไมวันนี้มาได้”

         

          เสียงทีวีดังขึ้นขัดบทสนทนา อึนอูลอบมองแฟนสาวที่เอาแต่จับจ้องทีวีตาเขม็ง จึงมองตามเห็นร่างบางที่คุ้นตา

          “อ๋อ คุณหมอคนนี้ฉันเคยเห็นนะ”

 

          “จริงเหรออึนอู”

          เรียกความสนใจคยอลคยองกลับมาได้ทันที อึนอูพยักหน้าตอบ

         

          “คุณหมออิม นายอง ตามสืบคดีเจ๋งๆ จนปิดได้ไปหลายเลย ออกทีวีบ่อยมาก ทำงานที่เขตนี้ด้วยนี่ ฉันว่าคยอลคยองน่าจะเคยเจอนะ”

          เสี้ยวหน้าด้านข้างที่ผินออกไปนอกหน้าต่างมืดมิดสะท้อนแสงจากจอทีวีเป็นเงาวาบ อึนอูที่เผลอมองผ่านมุมวูบหนึ่ง ตกใจสะดุ้งขยับหนี คยอลคยองหันหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

          “ไม่หรอก ไม่เคยเจอเลย”

 

         

 

          สำหรับคดีคนร้ายปล้นฆ่าต่อเนื่อง คุณหมออิมได้พูดเอาไว้นะคะ ว่ากำลังเข้าใกล้ความจริงของคดีที่ซ่อนเอาไว้เบื้องหลังการจับกุมข้ามเขตทั้งสามแล้ว พวกเราก็ได้แต่ภาวนาให้เหตุการณ์ร้ายๆ นี้จบลงสักทีค่ะ

.
.
.
.
.
         

          คุณหมออิม นายองกำลังคร่ำเคร่งกับการจ้องแผ่นกระดาษสีแดงซีดหลายต่อหลายวัน แม้ผลตรวจทางปฏิบัติการจะบอกเธอได้ว่าถูกเผามาด้วยความร้อนอุณหภูมิเท่าไหร่ หรือถูกเผาลักษณะอย่างไร แต่ก็ตอบคำถามที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ดี

         

          ทำไมถึงต้องเผา

 

          ยังไม่ได้เรื่องอะไรกระทั่งสองวันผ่านมา นายองทำงานได้เฉพาะตอนที่คยอลคยองไม่อยู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร เธอยังคงไม่ไว้ใจคยอลคยอง

จะว่าไป เรื่องคนที่ปัดมีดเธอคราวนั้นก็ยังไม่คลี่คลาย

มือเรียวหมุนวนช้อนในแก้วกาแฟที่ชืดหมดแล้ว ในสมองครุ่นคิดปริศนาที่เวียนวนอยู่ในใจ สายตาเหลือบไปมองกระดาษสีแดงบนโต๊ะอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนตัวไถลไปที่โต๊ะคอม

 

แต๊ก แต๊ก แต๊ก

 

'คนสองร่าง... ไบโพลาร์ ... สองบุคลิก ...'

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเจอประโยคปริศนาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ประโยคที่เธอจะไม่มีวันสนใจมาก่อนในชีวิต เลื่อนไปมองวัถุพยานชิ้นสำคัญอีกครั้ง ตัดสินใจกดลิงค์เข้าไปดู

         

 

คุณเคยได้ยินเรื่องที่ว่ามีใครสักคนพูดคุยกับคุณอยู่โดยไม่เห็นตัวไหม หรือคุณเคยสัมผัสได้ถึงตัวตนใครอีกคนที่เกาะติดคุณเป็นตังเมหรือเปล่า ? ภูตเงา... แต่เป็นภูตเงาที่ไม่มีใครมองเห็น ไม่สะท้อนในกระจกเงา นอกจากเจ้าของเงาเองที่รู้สึกว่ามีอยู่

 

 

เรื่องบ้าอะไรกัน ระหว่างเลื่อนอ่านรู้สึกเหมือนสันหลังนั้นเย็นวาบ แม้พยายามจะทำความเข้าใจในความเหลือเชื่อ แต่ก็ยากจะทำใจยอมรับ

 

 

จะยืนอยู่ข้างหลังของเจ้าตลอดเวลา มีความว่องไวในการหลบหลีกสูง บางครั้งเราสามารถหนีอันตรายบางอย่างมาได้ชนิดฉิวเฉียดแค่เส้นยาแดงเดียว เป็นเพราะมันพุ่งออกไปเร็วกว่าและหยุดยั้งเราไว้ได้ทันท่วงที

 

 

นั้นอธิบายสิ่งที่เธอเห็นได้ดีที่สุด ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ ในช่องท้อง สายตาเลื่อนกวาดตัวหนังสือยึกยือในอินเทอร์เน็ต ริมฝีปากเม้มแน่น ปลายนิ้วคลิกเร็วรัวทั้งยังสั่นงก

 

 

ถ้าเงาเหล่านั้นได้รับแรงกระทบจากความอาฆาตแค้นและความพยาบาท มันอาจจะทอดทิ้งคุณไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเพื่อปฏิบัติการบางอย่างด้วยตัวเองเช่นออกไปก่อคดีต่างๆ                

 

 

นั่นอธิบายว่าทำไมมีคนเห็นคุณในที่ต่างๆ ทั้งที่ตัวคุณยังอยู่ที่บ้าน

 

 

หรือกระทั่งการที่พวกมันสามารถใช้พลังงานแห่งการเป็นภูตทำเรื่องเหลือเชื่อเกินมนุษย์ได้

 

 

นั่นแหละ คือดอพเพลแกงเกอร์

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันเรื่องเหนือธรรมชาติเกินมนุษย์นั้น ...

"ทำอะไรอยู่เหรอคะคุณหมอ"

"!!!"

หน้าต่างทุกอันถูกย่อพรึ่บทีเดียวหายไปจากหน้าจอ เสียงปริศนาที่คุ้นเคยดังเพียงเพรียกชื่อกลับทำให้ทั้งหลังเย็นวาบเหมือนถูกสาดน้ำแข็งใส่ นายองหมุนเก้าอี้ร้อยแปดสิบองศาเลื่อนตัวเพื่อบังหน้าจอให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

 

“ไหนว่าวันนี้จะไม่อยู่กะดึกไง”

 

“ฉันอยากมาทำงานที่ค้างให้เสร็จน่ะค่ะ”

พูดพร้อมส่งยิ้ม

“คุณหมอทำอะไรอยู่เหรอคะ”

 

“ไม่มีอะไรสำคัญหรอก”

ปลายนิ้วแตะเม้าส์พยายามกดปิดหน้าต่างพวกนั้นทิ้ง ระหว่างที่อีกฝ่ายชะเง้อคอมองทำหน้าสงสัยใครรู่

“ไม่มีจริงๆ คยอลคยอง”

 

อิม นายองเชื่อเหลือเกินว่าใบหน้าเธอตอนนี้นิ่งสนิทยิ่งกว่าที่เคยเป็น แม้แต่การขยับมุมปากให้ลูกน้องคนสนิทสักนิดก็ไม่มี คยอลคยองมองทั้งเลิกคิ้วก่อนจะส่งยิ้มกว้างอย่างที่เธอชอบทำ

“เหรอคะ งั้นเชิญคุณหมอทำงานต่อเลยค่ะ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว แค่มาเอาของแล้วกลับเลย”

 

          “งั้นเหรอ”     

          จ้องมองดูร่างบางเคลื่อนย้ายของในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนเก็บเข้ากระเป๋าสะพาย หันมาส่งยิ้มอีกรอบพร้อมโค้งน้อยๆ

         

          “งั้นกลับก่อนนะคะ”

 

          “คยอลคยอง”

 

          “คะ?”

          ดวงหน้าหวานหันกลับมามองด้วยสีหน้างุนงง นายองรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะถามในสิ่งที่น่าหัวเราะ

         

          “เธอเคยรู้สึกอะไรแปลกๆ กับตัวเองบ้างไหม พวกหลับเดินละเมอ ทำอะไรแปลกๆ เหมือนโดนบังคับเทือกๆ นั้นน่ะ”

 

          คยอลคยองเลิกคิ้วสูง

          “ก็มีบ้างนะคะ ฉันเป็นพวกหลับไม่สนิท ทำไมเหรอคะ”

 

          “... เปล่าหรอก กลับบ้านเถอะ กลับดีๆ ล่ะ ไม่ลืมของแล้วนะ”

 

          “ค่า”

 

          คยอลคยองหยุดยืนตรงทางเดิน เอียงคอกลับมาเล็กน้อย

          “ฉันว่าฉันลืมอะไรอีกสักอย่างจริงๆ แต่ว่า... ก็คงจะนึกได้ไม่นานนี้แหละค่ะ”

 

         

          คยอลคยองเดินออกไป นายองโผเข้าหาหน้าจอที่เปิดค้างไว้ พยายามเรียกหาเซสชั่นเดิมที่ถูกบันทึกก่อนเตรียมตัวกดลบ ระหว่างรอโหลดใหม่

          “มันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับยันต์สักอย่าง”

 

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันเรื่องเหนือธรรมชาติเกินมนุษย์นั้น ...

การติดผ้ายันต์กันปิศาจที่ลงอักขระของละตินสมัยเก่า อาจเป็นความเชื่อของผู้เฒ่าผู้แก่

 

 

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหล่าดอพเพลแกงเกอร์ที่ไม่มีร่างเนื้อนั้นหวาดกลัวอักขระ

แต่ไม่ใช่กับทุกตน

 

 

          “อักขระ เจ้านี่ก็มี”

          มือคว้าผ้าสีแดงไหม้กรอบมีร่องรอยการเขียนจารึกที่หมึกนั้นละลายไปแล้วอยู่

 

 

เพราะหากร่างเนื้ออันอ่อนแอ เผชิญหน้ากับภูตเงากลืนกิน

ดอพเพลแกงเกอร์ อาจมีอำนาจพอที่จะทำลายทุกอักขระได้

 

 

          เหมือนที่เคยทำมาแล้ว

 

 

 

 

          “คยอลคยอง!

 

.
.
.
.
.
         

          “ขอโทษนะ มีใครเห็นคยอลคยองบ้างไหม”

          นายองเร่งร้อนออกมากห้องปฏิบัติการเจอกับกะดึกที่แผนกสืบสวน ทุกคนต่างส่ายหน้า ในมือถือผ้ายันต์สีแดงทำหน้าร้อนอกร้อนใจ

 

          “ถามหาทำไมเหรอครับคุณหมอ มีงานรอบดึกเหรอ ให้พวกผมทำก็ได้นะ ปล่อยมันไปเถอะ”

 

          “เปล่า ไม่ใช่ ฉันต้องรีบตามหาคยอลคยองด่วนที่สุด”

          ก้มมองผ้ายันต์ที่ไหม้เกรียมในมือซ้าย ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อกาวน์

 

 

          ถ้าร่างเนื้ออ่อนแอ อักขระจะถูกทำลาย

          คยอลคยองกำลังตกอยู่ในอันตราย

 

 

          ชายหนุ่มชุดภูมิฐานหัวเราะร่า

          “คยอลคยองกลับบ้านไปตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ แล้วคุณหมอ”

         

          ผ้าสีแดงในกระเป๋ากระชับแน่นขึ้น สายตาคมจ้องมองสีหน้าบุคคลตรงหน้าที่ไร้ซึ่งคำว่าโกหก

          “แล้วได้กลับมาอีกไหม”

 

          “จะกลับมาได้ยังไงละครับ ก็กลับไปหาแฟนนี่นา”


.
.
.
.
.
          นายองกระโจนเข้ารถฟอร์ดแองเกลียคู่ใจทันทีที่เปิดประตูออกจากสำนักงานได้ ในใจครุ่นคิดถึงแต่ละทฤษฎีที่ความเป็นไปได้แทบจะเท่ากับศูนย์ มือบิดกุญแจหลายต่อหลายครั้งแต่ทว่าเครื่องยนต์กลับเอาแต่ใจขึ้นมาเสียดื้อๆ

          “ทำไมต้องตอนนี้ด้วยละเนี่ย”

         

          ร่างบางผลุนผลันออกมาเปิดกระโปรงรถเช็คดูหม้อน้ำ และสายพานที่น่าจะอยู่เย็นเป็นสุขดี และเมื่อเธอปิดมันลง ก็พบกับสิ่งที่ค้านสายตา

          กึ้ง

 

          คยอลคยองขึ้นไปนั่งหน้าพวงมาลัยของรถเธอ

 

          “ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่วันแรกที่เธอมาว่าเธอมันไว้ใจไม่ได้”

 

          ร่างบนรถบิดยิ้ม

          “แน่นอนสิคะ คุณหมอรู้ แต่ถึงรู้ คุณหมอก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้อยู่ดี”

 

          “สรุปเป็นเธอจริงๆ สินะ”

          สองขาก้าวถอยหลังพยายามให้ออกห่างจากตัวรถที่กำลังแผ่ไอร้อนเครื่องยนต์ออกมา ระหว่างที่คนบนรถสตาร์ทเครื่อง

          “คนร้ายในคดีปล้นฆ่าทั้งสามเขตนั่น”

 

          “ถ้าตำรวจที่นี่เก่งเหมือนคุณฉันคงทำงานยากขึ้นเป็นกองเลย”

 

          “เธออาศัยใช้คดีบุกรื้อค้นบ้านเป็นวงกว้าง เพื่อก่อความวุ่นวาย ส่งคำขอย้ายตัวให้เขต นั่นมันทำให้เธอลงมือได้ง่ายขึ้น”

 

          คยอลคยองยักไหล่

          “ใช่ จริงๆ แล้วฉันไม่กะจะฆ่าใคร แต่เจ้าของบ้านดันกลับมาไวแล้วเจอฉันเท่านั้น ฉันหาคำตอบไปบอกสารวัตรเขตนั้นไม่ได้ ว่าทำไมฉันถึงไปโผล่ที่บ้านนั้นพร้อมกันนั้น ฉันก็อยู่ที่สำนักงานด้วย ฟังดูตลกสิ้นดีใช่ไหมคะ”

 

          นายองเม้มปากแน่น จ้องมองใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มให้ตลอดเวลาบัดนี้ มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยัน

          “เพราะเธอมีดอพเพลแกงเกอร์”

 

          “แหม ถึงขั้นรู้จักตัวตนของแชยอนด้วย เก่งจริงๆ นะคะ”

          คยอลคยองเงยหน้าหัวเราะก้อง ก่อนจะหันกลับมาถาม

          “รู้ตั้งแต่ตอนปัดมีดเลยสินะคะ ว่าแชยอนน่ะ ช่วยฉันไว้”

 

          “เงาของเธอชื่อแชยอนอย่างนั้นเหรอ”

          นายองพ่นลมหายใจ

          “ไม่รู้หรอก จนกระทั่งไปเจอยันต์กันปิศาจที่บ้านนั้น และนึกเอะใจ”

 

 

 

          “เธอถูกเงาของเธอควบคุมคยอลคยอง นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงเห็นตอนเธอออกไป เงาของเธออันตราย และตอนนี้เธอกำลังยืนคุยกับฉันอยู่.... แชยอน เงาของคยอลคยอง”

          ผ้ายันต์สีแดงในมือถูกคว้าออกมาถือ และนายองที่กระโดดออกนอกรัศมีของรถ สาวเท้าเพื่อวิ่งกลับเข้าสำนักงาน

 

          เสียงเครื่องยนต์ถูกเร่งขึ้นทันควัน ล้อยางบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าดลั่นลานจอดรถ ลมพัดวูบกระทบกายระหว่างที่มือหมุนพวงมาลัยราวจะหักทิ้ง แสงไฟสาดเข้าตาจนแทบมองไม่เห็น พร้อมๆ กับวูบสุดท้ายของรอยยิ้มเหยียดหยามของคยอลคยอง กับเสียงเหล็กกระทบเนื้อดังลั่น

          “เสียใจด้วยคุณหมอ คุณมาถูกทาง แต่มันถูกไม่หมด”

 

 

          “ฉันยังไม่ได้ออกไปไหนค่ะ ฉันอยู่ในสำนักงานตลอดเวลา”

          ลมหายใจรวยรินยังกัดฟันกรอดเมื่ออีกคนยื่นใบหน้าและรอยยิ้มร้ายกาจเข้ามากรายใกล้ ทุกลมหายใจที่แตะแผ่วดูเย็นชาเหลือเกิน แววตาที่เย็นเยียบมองกวาดร่างที่จมกองเลือดด้วยรอยยิ้มหยัน

 

          “คุณยังฉลาดไม่พอที่จะรอดชีวิตนะคะ”

          ไฟแช็คจุดพรึ่บขึ้นต่อหน้าต่อตา และจรดลงที่ผ้ายันต์ที่ถูกนายองกำไว้แน่น ไฟลุกติดเชื้อเพลิงเก่าเป็นอย่างดีก่อนจะลามเลียไปทั่วทั้งร่าง

          “ทางนี้เสร็จแล้วน้า ทางนั้นละ แชยอนอา”

 

          เสียงฮัมเพลงดังสะท้อนในลานรถ ประกอบเสียงประกายไฟที่เริ่มโหมแรงขึ้น เมื่อตัวเชื้อเพลิงถูกต้องเปลวไฟร้อนระอุ เสียงระเบิดจากเครื่องยนต์ที่สตาร์ททิ้งไว้ก็ดังกึกก้อง

 

.
.
.
.
.
.

          แชยอน ในรูปลักษณ์คยอลคยองมองร่างบางที่หลับพิงไหล่เธออยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง วัตถุของเหลวสีเงินไหลวนในอากาศ ก่อนประกอบรูปร่างเป็นมีดปลายแหลม

         

          อึนอูหลับไปตั้งแต่หนังยังฉายได้ไม่ถึงครึ่งเรื่อง แชยอนมานั่งคุยกับอึนอูในสภาพของแฟนสาวของเขาเกือบทุกๆ เย็นช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพราะเธอคือเป้าหมายถัดไป ที่ต้องถูกกำจัด

 

 

          แชยอนเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของร่างเป็นอย่างดี

         

 

          ตอนนี้เปลือกตาปิดสนิท ปิดไว้ซึ่งแก้วตาสีน้ำตาลเข้มอบอุ่นที่มักจะมองเธอด้วยสายตาขี้เล่นซุกซน ลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอ นอนหลับไม่รู้เรื่องกระทั่งเส้นผมที่ปรกหน้าถูกริมฝีปากงับเข้าไปเคี้ยวเล่น แชยอนยกยิ้มมุมปาก ปลายนิ้วแตะเกี่ยวเอาเส้นผมออกไปทัดข้างหู

 

          ร่างกายมนุษย์เย็นกว่าร่างจำแลงของเธอหลายเท่า จนบางครั้ง ทุกครั้งที่สัมผัสกันเธอนั้นแทบจะรู้สึกเหมือนมอดไหม้

 

          หรือเพราะความอบอุ่นที่กำลังแผดเผากันแน่

 

“ตอนที่เธอไม่วี้ดว้ายน่ารำคาญเธอก็น่ารักดีนะ จอง อึนอู”

 

 

          “ฉันขอโทษ”

          วัตถุสีเงินร่วงหล่นลงสู่มือของแชยอนพอดิบพอดี เปลือกนอกที่เป็นของคยอลยองสลายลงช้าๆ ปรากฎใบหน้าของตนเอง เงื้อมีดในมือขึ้นสูงกระทั่งเห็นแสงสะท้อนของดวงจันทร์ที่ส่องเข้ามากระทบ ก่อนจะฉกวูบลงที่ลำคอ

 

          แกร๊ง!!

 

 

          “เธอขวางฉันทำไม”

          ปลายมีดขัดไขว้เป็นรูปกากบาท เสียงเข้มๆ ถามเรียบนิ่ง กดแรงที่ปลายมีดหนักหน่วงยิ่งขึ้น

 

          อึนอูสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นเกือบหลุดเสียงหวีดร้อง เงยหน้าขึ้นมาเจอแสงแวววับจากของอันตรายสองอันที่ขัดกันอยู่เหนือลำคอ

 

          ที่น่ากลัวยิ่งอื่นใดคือคนแปลกหน้าที่เอามีดขวางลำคอเธอไว้ ใบหน้าหวานที่ไม่คุ้นเคย จ้องมองแข็งกร้าวไปยังคยอลคยองของเธอ

          “ออกไปนะ!!

 

          สัญชาติญาณป้องกันตัวเองทำงานโดยการผลักร่างคนไม่รู้จักออกไป แล้วหมุนตัวไปหาคยอลคยอง

          “หึ ดูสิ ดูที่เธอตอบแทนแก”

 

          “อึนอู ออกมานี่เดี๋ยวนี้นะ”

          ไม่ทันถามว่าทำไม ปลายมีดจ่อเข้าที่ลำคอระหว่างที่ลำแขนที่เคยโอบกอดกันเสมอรัดเข้าเสมอคาง เสียงกระซิบของคยอลคยองที่ข้างหูเยือกเย็นกว่าที่เคย ใบหน้าหวานที่ปรากฎตรงหน้าตกตะลึง

 

          “แชยอน แกขัดคำสั่งฉัน”

 

          “คำสั่งแกบ้าเลือดขึ้นทุกที”

 

          “แกเติบโตเพราะความมืดในจิตใจ ฉันก็เลี้ยงแกเป็นอย่างดีแล้วนี่ จะเอาอะไรอีก”

         

 

“แค่เพราะผู้หญิงคนนี้ทำให้แกทรยศฉัน ไหนว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ไหนว่าแกจะไม่ทิ้งฉันไง จอง แชยอน!!

คยอลคยองตวาดลั่น แชยอนกำมีดในมือแน่น ก่อนจะคลายกำมือออก ปล่อยมีดเงินร่วงหล่นสู่พื้นดังกังวาลห้องที่เงียบสงัด อึนอูไม่กล้ากระทั่งหายใจเมื่อความตายจ่ออยู่เพียงเอื้อมทั้งยังงุนงง

 

เพียงแต่อ้อมกอดของคยอลคยองนั้นไม่อบอุ่นแม้สักนิด จึงเงยหน้าขึ้นสบสายตาคนตรงหน้า

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูเว้าวอน แม้จะไม่เคยเห็นหน้า แต่อึนอูกลับรู้สึกสบายใจยามมองแววตานี้

 

          “คยอลคยองเหรอ”

          ความสดใสปรากฎวูบในแววตาคนแปลกหน้า พร้อมกับรอยยิ้ม

 

 

          แต่รอยยิ้มอีกคนนั่นบิดเบี้ยวน่าเกลียด

 

 

          “ก็ดี ใช้การไม่ได้งั้นฉันจัดการเอง”

 

          “หยุดนะ”

          คมมีดที่ส่องแสงวาววับเข้าใกล้ลำคอขาวมากขึ้นเรื่อยๆ แชยอนเอื้อมมือสุดแขนท่ามกลางความเชื่องช้าในสายตา ปลายนิ้วสลายเป็นกลุ่มควันสีดำมืด โอบล้อมข้อมือคยอลคยองที่กำลังเหวี่ยงแรง บิดออกอย่างรุนแรงจนมีดหล่นลงพื้นไป แขนอีกข้างคลาย และอึนอูก็ถูกผลักออกมา

 

          “คยอลคยอง!!

 

          “ขอบคุณที่จำได้นะ ถึงชื่อที่เรียกจะไม่ใช่ฉันก็ตาม”   

          รอยยิ้มบางๆ ดูอวดดี้ และขี้เก๊ก ปรากฎวูบ และสลายเป็นกลุ่มหมอก คยอลคยองส่งเสียงโวยวายเหวี่ยงฟาดอาละวาดท่ามกลางกลุ่มควันที่หมุนวนรอบกาย ราวกับจะทำร้ายร่างกายแชยอน

 

          “แกห้ามฉันไม่ได้หรอก แชยอน ยังไงซะ ฉันก็จะฆ่าอึนอู”

          ท่ามกลางควันที่โอบล้อม ใบหน้าแชยอนปรากฎอีกครั้งประชิดเจ้าของร่างที่กำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

 

          “ฉันห้ามแกไม่ได้”

 

 

 

          “แต่ฉันหยุดพวกเราได้”

          วูบหนึ่งที่แชยอนนั้นหายไป คยอลคยองสูญเสียการทรงตัวหลังเหวี่ยงแขนมั่วซั่วจนล้มลง ขณะที่กำลังหอบหายใจ มือเรียวก็ยื่นไปคว้ามีดเงินที่ตกอยู่ไม่ไกล

 

          หมับ

 

 

          เงาของเธอกำลังขยับ

 

 

 

          “แชยอน คิดจะทำอะไร หยุดนะ”

 

          “ฉันบอกแล้ว ว่าฉันหยุดแกได้”

 

 

 

 

 

“แค่พวกเราจะตายไปพร้อมๆ กันเท่านั้นแหละ”

 

“หยุดเดี๋ยวนี้แชยอน!!

 

คมมีดกรีดบาดผ่านเนื้อและเสื้อผ้า ลึกถึงข้างในที่หัวใจกำลังเต้นตุบๆ อย่างน่าสงสาร เพราะวาระสุดท้ายของการพักงานยาวๆ กำลังมาถึง ลมหายใจกวาดเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดห้วงไป ร่างบางล้มลงกับพื้นห้องปล่อยมีดในมือหลุดกระเด็นไป

 

ลมหายใจสุดท้ายยังยาวนานไม่พอที่แววตาอ่อนโยนนั้นจะมองคนที่กำลังวิ่งกระวีกระวาดเข้ามาหาร่างของเธอได้

         

          น้ำตารินไหลจากหางตา เสียงร้องไห้ของอึนอูดังอื้อ จนเกือบจะเลือนรางไป ความเจ็บเริ่มจางหายกลายเป็นความชาเข้ามาแทนที่

 

          กระทั่งเปลือกตาปิดสนิท

 

          แรงเฮือกสุดท้ายที่พอใจเผยอปากขึ้นเพื่อพูดคุยในร่างของเจ้าตัว ทำได้แค่ยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยทำมา ให้บุคคลอันเป็นที่รัก ที่ได้ปกป้องไป

 

          แม้เธอผู้นั้นกำลังกอดร่างคนอื่นอยู่ก็ตาม

 

 

         

 

 

END Doppelganger II

 

 

@Nevfang

         

         

 

         

 

         

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #20 แด่เสียงรัวคีย์บอร์ดยามค่ำคืน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 07:30
    ซับซ้อนกว่าที่คิด บอกตรงๆเรื่องนี้เดาผิดหมดเลย แต่สุดท้ายนายองก็ตายจริงๆสินะ กลายเป็นว่าเรื่องนี้เจี๋ยเลวสุด สงสารแชชชช เป็นแค่เงาไม่พอ สุดท้ายต้องมาตายเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก myth จะไม่มีการจบแบบสมหวังสินะ 5555555555 มันต้องตายกันไปข้าง แต่จบแบบนี้ล่ะดีที่สุดแล้ว
    #20
    0
  2. #19 PStone95 (@PStone95) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 20:35
    นี่มันเป็นการหลอกซ้อนหลอก หลอกแล้วหลอกอีก
    หลอกแบบอินเซปชั้น555555555

    คุณหมออิมของฉันมาถูกทางแล้ว แต่ก็ยังไปไม่สุด ก้าวเดินไปได้เพียงครึ่งทางก็โดนไรเตอร์ เอ้ย โดนคยอลคยองฆ่าซะแล้ว

    ที่น่าตกใจคือคยอลคยองไม่ได้ถูกเงาควบคุม กลับกันคือสามารถใช้ประโยชน์จากเงาตามแผนที่วางไว้
    แต่ความรักคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้
    การที่เงาอย่างแชยอนจะตกหลุมรัก"เหยื่อ"ของตนเอง
    ...มันเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆ

    ผิดคาด เรื่องนี้คนที่น่าสงสารที่สุดคือแชยอน
    ยับยั้งไม่ได้จนต้องยอมเสียสละชีวิต
    แต่ก็ยังดีที่อึนอูยังจำได้ แม้จะอยู่ในร่างคนอื่นก็ตาม


    สนุกดีค่ะ ชอบฉากยื้อมีด มันตื่นเต้นเหมือนดูหนังอยู่เลย
    ในที่สุดก็เขียนจบจนได้ เก่งม้ากกกก
    #19
    0
  3. #18 krysmildxo_ (@krysmildxo_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 16:47
    ขอเดาว่าเงาที่เป็นแชยอนน่าจะชอบอึนอู ถึงได้ปกป้องหมวย ชอบพล็อตเรื่องค่ะ สนุกดี จะติดตามอ่านอยู่ต่อไปค่ะ ให้กำลังใจนะคะ ^__^
    #18
    0
  4. #17 เจี๋ยหมวยจะครองเรือ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 00:24
    โอ้ววววว อ่านจบแล้วมันบรรยายไม่ถูกแฮะแต่แบบว่ามันดีมากในความรู้สึกเรา มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเดามาถูกทางแล้วนะแต่พอประโยคถัดมาปุ๊บอ้าว!ไม่ใช่แบบที่เราคิดไว้นี่หว่า ยันจบเราก็เดาไม่ถูก555555 เหมือนถูกหลอกซ้ำๆแหม่ทำให้เราลุ้นจริงๆตอนที่จะฆ่าอึนอูคิดว่าหมวยมันจะตายอีกแล้วหรอนี่เรื่องที่สองล่ะแต่ก็นั่นแหละไม่ตาย555555

    ตกลงพี่นายองนี่ตายมั้ย??เรายังงงๆอยู่

    ส่วนเจี๋ยส่วนลึกของจิตใจเรายังหวังว่ามันจะกลับใจได้แต่สุดท้ายมันดันตายคิดว่าจะถูกจับส่ะอีกโด่ววววหลอกกันได๊แล้วคนที่จะจับมันเราก็คิดว่าเป็นพี่นายองอีกนั่นแหละ คะแนนเชื่อมโยงติดลบจริงๆเลยเราติดลบยันฟิค555555
    #17
    0