BITTER BUT SWEET [ญญ/Yuri]

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : I Kiss Her

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 มิ.ย. 59




Chapter 3 : I Kiss Her


ใครบอกว่าเมาแล้วจะจำอะไรไม่ได้ ฉันจำได้ทุกอย่างนั่นแหละ เพียงแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ก็เท่านั้น

ครั้งแรกที่ฉันดื่มหนักจนถึงขั้นขาดสติยับยั้งชั่งใจก็คือตอนที่นั่งรออลิซกลับมาจากโรงเรียน ตอนนั้นฉันไม่ชอบเธอเอามากๆ อลิซช่างเป็นเด็กที่ชอบขัดคำสั่งด้วยดวงตาใสแจ๋ว เธออยู่ในวัยที่เค้าเรียกกันว่าเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้ม ฉันเริ่มหวั่นไหวขึ้นมาก็ตอนที่ได้เห็นอลิซกลับมาจากโรงเรียน เธอสวมชุดมัธยมปลายเรียบร้อย แต่เนคไทค์สีน้ำเงินเข้มถูกคลายออกให้หลวม ใบหน้าเรียวก็หวานจ๋อยอย่าบอกใคร ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงได้แก้มแดงอยู่ตลอดเวลา ช่างไม่ดีต่อใจเอาซะเลย เธอทำให้ฉันหยุดสงสัยไม่ได้สักทีว่าแก้มนั่นจะหอมขนาดไหน

ตอนนั้นฉันอายุยี่สิบห้า ยังไม่มีแฟน วันๆ ก็ทำแต่งาน แถมยังถูกเด็กสาวในชุดนักเรียนดึงดูดอีก ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าฉันเป็นเลสเบี้ยนหรือเป็นไบเซ็กช่วลกันแน่ ฉันชอบชายตามองผู้ชายหุ่นดีๆ ที่ฟิตเนส บางทีก็มองผู้หญิงบ้างเพราะต้องการพิจารณาหุ่นของเจ้าหล่อน แต่ไม่มีใครทำให้ฉันหงุดหงิดหัวใจปั่นป่วนได้เท่าอลิซอีกแล้ว เธอโตไวชะมัด มารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นสาวเสียแล้ว อลิซทำลายทฤษฎีคนน่ารักตอนเด็กมักจะน่าเกลียดตอนโตซะไม่มีชิ้นดี ตอนเด็กๆ เธอน่ารักอย่างไร โตมาแล้วก็ยังหน้าตาน่าทะนุถนอมเอ็นดูอย่างนั้น เล่นเอาฉันปวดใจแปล็บๆ ทุกทีที่มอง

ทำไมน่ะเหรอ

ก็เพราะฉันเกลียดที่หลงรักเธอเข้าไปแล้วน่ะสิ ใครจะไปรู้ว่าเด็กตัวกระเปี๊ยกจอมตอแยเมื่อสิบกว่าปีก่อนจะทำให้ฉันอยู่ไม่สุขได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหน้าตาแสนน่าเอ็นดูของเธอก็ได้ แต่ส่วนสำคัญที่สุดคือสิ่งที่อลิซปฏิบัติกับฉัน เธอทำเหมือนฉันเป็นราชินี คอยปรนนิบัติพัดวีไม่ขาด ถ้าไม่นับเรื่องที่เราชอบเถียง (ทะเลาะ) กันบ่อยๆ เพราะความเห็นไม่ลงรอยกันล่ะก็นะ อลิซช่างเป็นเด็กที่เอาใจเก่งเหลือเกิน ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันทรมานใจขนาดไหนเวลาเธออาสามานวดฝ่าเท้าให้บ่อยๆ

"ทำไมกลับดึก" ฉันถามด้วยเสียงเลื่อนลอย ขณะภาพของอลิซที่ยืนอยู่ตรงหน้าหมุนเปลี่ยนองศาไปเรื่อยๆ พอกะพริบตาครั้งหนึ่ง ภาพก็จะรีเซทกลับมาอยู่ที่เดิมแล้วเริ่มหมุนอีกครั้ง ฉันยังนึกแปลกใจตัวเองอยู่เลยที่ยังสามารถพูดเป็นประโยคได้หลังจากกลืนวอดก้าแก้วที่สามลงคอ

"ฉันต้องช่วยรุ่นน้องจัดเวทีแสดงละครค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบ แทบจะเรียกได้ว่าไม่กลัวฉันดุเลยซักนิด อลิซเงยหน้ามองฉันเหมือนท้าทาย นัยน์ตาของเธอเป็นสีเงินสว่างล้อมด้วยกรอบดำ วันนี้ฉันสังเกตเห็นจุดสีฟ้าเล็กๆ ในดวงตาด้านขวาของเธอด้วย

"บอกแล้วไงว่าให้ไปลาออก"

"ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันทิ้งความรับผิดชอบไม่ได้"

"ดื้อนักนะ" ฉันพยายามทำเสียงเข้ม แต่อลิซก็ยังไม่สะดุ้งสะเทือน ใบหน้าของเธอยามนี้ช่างถือดีเหลือเกิน และยิ่งเธอทำแบบนั้น ทำแบบที่อลิซ ฟิส์กเท่านั้นที่ทำกับฉันได้ ฉันก็ยิ่งต้องการเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดความต้องการของฉันก็อยู่เหนือสติ การยั้งคิด และการยับยั้งชั่งใจโดยสมบูรณ์ ฉันติดใจสงสัยมานานแล้วว่าแก้มแดงๆ ของเธอจะหอมกรุ่นและนุ่มละมุนขนาดไหน

อลิซไม่เบนตัวหลบด้วยซ้ำตอนที่ฉันไล้จมูกลงบนพวงแก้มพลางรั้งร่างของเธอเข้ามาในอ้อมกอด แก้มอลิซหอมหวานเหมือนแป้งเด็กผสมกับกลิ่นน้ำหอมที่ฉันซื้อให้ แค่สูดเบาๆ ก็ทำเอาเสียวช่องท้องไปหมด

"ทำโทษอะไรแบบนี้คะ" ฉันได้ยินเธอหัวเราะขณะพึมพำถาม แต่ตอนนั้นฉันไม่สามารถตั้งสมาธิกับสิ่งใดได้อีกแล้วนอกจากผิวขาวๆ ฉันจูบที่คอของอลิซแผ่วเบา ทำให้เธอสะดุ้งและเริ่มกอดเอวฉันแน่น

"พี่โรส" เธอกระซิบ ไม่รู้เหมือนกันว่าพูดอะไรบ้าง เพราะหลังจากที่ทิ้งรอยตีตราจองเอาไว้ อยู่ๆ ฉันก็วูบหลับไปเพราะความง่วงงุน

เช้าวันรุ่งขึ้นฉันตื่นขึ้นมาบนโซฟาในห้องนั่งเล่นเหมือนเดิม มีใครบางคนเอาหมอนกับผ้าห่มลงมาให้ แล้วความทรงจำหมุนติ้วเมื่อคืนก็ไหลเข้ามาในกระแสความคิด ฉันเด้งตัวลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติเมื่อตระหนักว่าทำอะไรกับเด็กในปกครองลงไปบ้าง

ฉันจูบเธอ หมายถึงจูบที่แก้ม ที่คอ และใช่.. ฉันทิ้งรอยไว้ให้เธอด้วยแน่ๆ ฉันจำช่วงเวลาที่ลิ้นสัมผัสกับผิวอ่อนของเธอ ขบปลายฟันลงไป และดูดดุนอย่างแรงได้เหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วนี่เอง

"x" ฉันยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเองพลางหันรีหันขวาง แล้วชะโงกตัวมองหาอลิซไปด้วย ฉันพยายามคิดให้ออกว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อเจอหน้าเธอ ฉันยังไม่พร้อมอธิบายตัวเองหรือหาข้ออ้างอะไรมาสาธยายให้เธอฟังทั้งนั้น ตอนนี้ฉันมวนท้องเหมือนมีใครมาบิดไส้แล้วผูกเป็นเงื่อนตายเอาไว้เลย ถ้าอลิซโผล่มาตอนนี้ฉันคงทำอะไรไม่ถูกแน่

แกล้งตายซะเลยดีไหมนะ

ฉันพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายออกไปกลับมา แล้วก็พบว่านี่เป็นวันศุกร์ อลิซไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว ดังนั้นฉันจึงมีเวลาคิดใคร่ครวญหาทางแก้ปัญหาได้มากขึ้นประมาณ.. ฉันหันไปดูนาฬิกาด้านหลังบาร์ ตอนนี้ 9 โมงเช้า และถ้าเธอกลับดึกเหมือนเคย ฉันก็จะมีเวลาถึง 13 ชั่วโมง

x!

แค่ 13 ชั่วโมงจะไปพอได้ยังไง ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออก และไม่มีท่าทีว่าจะคิดออกด้วย แถมสถานการณ์ยังจะแย่กว่านี้ได้อีกหากเธอโทรไปฟ้องทางโน้นว่าโดนฉันลวนลาม คุณทอมสันจะต้องรายงานพ่อของฉันแน่ๆ หรือไม่อีกกรณีหนึ่งก็คือฉันจะโดนอลิซรังเกียจไปตลอดชีวิตบัดซบที่เหลืออยู่ แน่ล่ะ เธอจะต้องรังเกียจฉันแน่ๆ ที่ทำเรื่องแบบนั้นลงไป ถึงจะอ้างว่าเมามายขนาดไหน แต่ใครจะไปจูบแก้มแถมคิสมาร์คให้เด็กอายุสิบเจ็ดที่เห็นกันมาตั้งแต่ตัวเท่านิ้วก้อย ถ้าใจไม่ได้คิดหมกมุ่นอยู่ก่อนแล้วกันเล่า อลิซไม่ได้โง่นี่นา เธอฉลาดเป็นกรดเชียวล่ะโดยเฉพาะเรื่องพรรค์นี้

บ้าเอ๊ย

ฉันยืนเถียงกับตัวเองอยู่นานทีเดียวกว่าที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น แวบแรกฉันคิดระแวงไปก่อนแล้วว่านี่เป็นสายจากพ่อเพราะอลิซโทรไปฟ้องทุกคนเรียบร้อยแล้ว แต่พอชะโงกหน้าเข้าไปดู ชื่อของเลขาก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

"คุณโรส อยู่ที่ไหนคะ" เธอถามทันทีเมื่อฉันรับสายด้วยเสียงตื่นๆ

"อยู่บ้าน มีอะไร"

"ประชุมตอนสิบโมงค่ะ" ฉันสะดุ้งหันไปมองนาฬิกา เรื่องของอลิซทำให้ลืมไปเลยว่าวันนี้ยังมีงานต้องทำ "กำลังไป เตรียมเอกสารให้ฉันหรือยัง"

"อยู่บนโต๊ะแล้วค่ะ"

"ขอบใจ"

ฉันวิ่งขึ้นไปอาบน้ำ ล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆ แล้วกลับลงมาภายในสิบนาที วันนี้บอร์ดบริหารของวีอักษรารุ๊ปมีประชุมใหญ่เรื่องห้างสรรพสินค้าที่กำลังจะเปิดทำการในอีกสามเดือนข้างหน้า เหล่าบรรดาทายาทรุ่นใหม่ของวิจิตรอักษราต่างก็อยากจะถูกส่งตัวไปทำงานที่นั่นกันทั้งนั้น อะไรจะสุขีเท่าการได้เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่มีทั้งโรงหนังขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ร้านอาหารแบรนด์ดัง และร้านค้าให้ช็อปปิ้งอีกมากมายล่ะ จริงไหม แถมห้างยังตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางเมืองเสียด้วย เทียบกับโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปแถบปริมณฑลแล้วน่าทำงานมากกว่ากันเป็นไหนๆ

"แผนโปรโมตมีอะไรเพิ่มเติมไหม คุณโรส" ถ้านับญาติกันแล้ว คนที่ถามอยู่เป็นน้าเขยของฉันเอง เขาแต่งงานกับน้องสาวของแม่ มีลูกชายลูกสาวอย่างละคน และท่าทางเขาก็ดูจะไม่ชอบหน้าฉันมากทีเดียว เพราะแม่ฉันเป็นลูกคนโตที่มีบทบาทในบริษัท เมื่อฉันย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว ลูกๆ ของเขาก็เลยถูกลดความสำคัญลงโดยอัตโนมัติ

"ค่ะ หลังจากที่เราปล่อยไวรัลกับข้อมูลแนะนำห้างออกไปทางโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วก็ได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด แต่สำหรับงานเปิดตัวเราต้องการสิ่งดึงดูดที่มีรูปธรรมมากกว่านี้"

แม่ซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะมองมาทางฉันเหมือนจะให้กำลังใจ เธอพยักหน้าให้เล็กน้อยเพื่อกระตุ้นให้ฉันพูดต่อ "ทุกคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของสมิธเอนเตอร์เทนเม้นต์มานานแล้ว นักแสดงชื่อดังหลายคนก็มาจากต้นสังกัดนี้ แน่นอนว่าแต่ละคนมีแฟนคลับ แฟนละครมากมาย เราจะใช้โอกาสนี้เชิญตัวนักแสดงของสมิธมาออกงานเปิดตัว และทำกิจกรรมภายในห้างตลอดหนึ่งสัปดาห์แรกโดยปล่อยตารางงานให้แฟนคลับทราบล่วงหน้า" ฉันเว้นจังหวะเล็กน้อย "ทั้งนี้ เราจะเตรียมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับเป็นพิเศษด้วย"

ฉันปล่อยให้เลขาแจกเอกสารสรุปงบประมาณและรายละเอียดต่างๆ ของแผนโปรโมตครั้งนี้ไปรอบโต๊ะ ทุกคนลงเสียงเห็นด้วย (รวมถึงน้าเขยของฉันด้วย แม้ว่าเขาจะไม่อยากเห็นด้วยเท่าไหร่นัก) ถือว่าการประชุมครั้งนี้ฉันรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิดเพราะแทบจะไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย เมื่อคืนฉันเมาแอ๋ แถมยังตื่นสายจนเกือบมาไม่ทันด้วย

"ทำไมให้น้องกลับบ้านเองล่ะโรส" แม่เดินมาถามฉันหลังออกจากห้องประชุม เธอน่าจะรู้ข่าวมาจากคนขับรถ "อลิซนั่งรถเมล์เป็นแล้วเหรอ"

ฉันเผลอหยุดเดินไปจังหวะหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนั้น "ก็แค่อยากให้ฝึกไว้น่ะค่ะแม่ เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้กลับบ้านเองถูก"

"แน่ใจนะว่าไม่ได้ทะเลาะกัน"

"ไม่ได้ทะเลาะเลยค่ะ" ฉันโกหก ฉันหาเรื่องทะเลาะกับเธอได้ทุกวันนั่นแหละ แต่หลังๆ มานี่อลิซชอบตัดบท เธอไม่ยอมเถียงต่อจนฉันเองก็ไม่รู้จะโวยวายไปทำไมเหมือนกัน แต่เรื่องที่เธอชอบกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ นี่ยังกวนใจฉันไม่หาย ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอป๊อปขนาดไหนที่โรงเรียน ไม่ว่าจะรุ่นน้อง รุ่นพี่ หรือเพื่อนๆ ในชั้นเดียวกันก็ชอบมาเจ๊าะแจ๊ะกับเธอทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกเด็กผู้ชายหัวเกรียนหน้าตาไม่น่าไว้ใจ

ปีที่แล้วฉันไปงานประชุมผู้ปกครองกับเธอ วันนั้นเด็กหนุ่มคนหนึ่งพยายามทำให้อลิซประทับใจด้วยการขับรถหรูมาโชว์ที่สนามหน้าโรงเรียน เขาตื๊อให้เธอโดดประชุมไปนั่งรถเล่นด้วยกัน ดีที่ฉันไปเจอเข้าเสียก่อน

"หายไปไหนมาคะ" อลิซขมวดคิ้วใส่ฉันพลางกระซิบกระซาบถาม

"ไปซื้อน้ำน่ะสิ คอแห้งจะแย่" ฉันขมวดคิ้วบ้าง ก่อนจะเอียงคอมองเจ้าเด็กหัวเกรียนบนรถ "แล้วนี่อะไร จะไปไหนกัน"

"ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นแหละค่ะ" เธอตอบแล้วหันไปพูดกับเจ้าของรถเสียงนุ่ม "โทษทีนะวิน พี่ฉันมาพอดี"

เด็กที่ชื่อวินรีบลงมาจากรถแล้วยกมือไหว้ทันทีที่รู้ว่าฉันเป็นพี่สาวของอลิซ (ไม่เห็นจะอยากเป็นซักนิด)

"สวัสดีครับ พี่สาว"

พี่สาวบ้านแกน่ะสิ ฉันคิดในใจ แล้วพยักเพยิดหน้าให้ตามมารยาท ส่วนอลิซก็ยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้เมื่อเห็นว่าฉันเริ่มทำหน้าหงิก "ขอตัวก่อนนะ จะถึงเวลาเข้าห้องประชุมแล้ว"

"ก็ได้ เอาไว้คราวหลังฉันจะขับรถพาเธอไปเที่ยวนะ ตกลงไหม"

ตกลงกับผีสิ! ฉันตอบแทนอลิซ (ในใจ) ก่อนจะรีบลากเธอออกไปจากตรงนั้น

"เนื้อหอมไม่เบานี่" ฉันประชด

"เนื้อหอมเหรอคะ" อลิซเลิกคิ้วถาม เธอพูดภาษาไทยได้แค่พอรู้เรื่อง ดังนั้นพวกสำนวนอะไรนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่อย่างนั้นก็ต้องอธิบายกันอีกยาวเพราะเธอจะถามไม่หยุดจนกว่าจะเข้าใจที่มาของสำนวนนั้นๆ ฉันถึงไม่ค่อยอยากพูดภาษาไทยกับเธอตามที่แม่สั่งซักเท่าไหร่ไงล่ะ

"เนื้อหอมแปลว่าอะไร" ฉันกรอกตาหลังจากหยุดเดิน

"เนื้อหอมก็แปลว่าเนื้อหอม"

"มันเป็นสำนวนนี่คะ ใช่ไหม" เธอกระตุกมือให้ฉันหมุนตัวกลับไปหา อลิซแก้มแดงเหมือนเคย แถมดวงตาใสแจ๋วมีแววใคร่รู้นั่นก็น่าแกล้งให้ร้องไห้เอามากๆ

"เทียบกับภาษาอังกฤษก็ประมาณ heart breaker" พอฉันตอบ อลิซก็นิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่แก้มจะแดงลามไปทั่วทั้งใบหน้า เธอค้อนใส่ฉัน "ฉันไม่ใช่ heart breaker ซักหน่อย"

"แน่ใจ" ฉันถามยวนๆ "ไอ้หนุ่มนั่นก็โดนเธอหักอกไปแล้วนี่"

"แล้วพี่แน่ใจเหรอคะ" อลิซย้อนบ้าง "ฉันอาจจะยังไม่ได้หักอกเขาก็ได้"

คราวนี้ฉันพูดไม่ออก เพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่กลางอก เลยได้แต่ทำทีเป็นรำคาญไม่ใส่ใจ "ก็ช่างเธอสิ" ฉันว่าแล้วหันหลังเดินต่อ อลิซรีบคว้าแขนฉันไปกอดขณะย่ำเท้าเดินตามมาจนทัน เธอทำหน้าบึ้ง ส่วนฉันเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน แต่ฉันจะมาทำตัวพาลเหมือนอยู่ที่บ้านไม่ได้ เพราะอย่างนั้นถังขยะที่ตั้งอยู่ข้างลิฟต์เลยรอดตัวไปหวุดหวิด

เราสองคนก็เป็นซะอย่างนี้ บางทีทะเลาะกันด้วยสาเหตุอะไรก็ยังไม่รู้เลย แต่ฉันรักเธอจริงๆ นะ ฉันรักในแบบของฉัน แล้วก็ไม่ได้หวังให้ใครมาเข้าใจความรู้สึกของฉันด้วย

"ให้ลองกลับเองก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าน้องกลับดึกแล้วไม่มีใครไปรับ แม่ว่ามันจะไม่ดีนะ" แม่แสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก เมื่อคืนฉันถึงได้ลงไปนั่งรออลิซกลับบ้าน และต้องดื่มวอดก้าเพื่อสงบจิตสงบใจ "วันนี้โรสจะให้คนขับรถไปคอยตามดูอลิซค่ะ แบบนี้น่าจะปลอดภัยกว่า"

แม่พยักหน้ารับแล้วแยกตัวไปทำธุระต่อ ปล่อยให้ฉันได้ใช้เวลาที่เหลือก่อนอลิซจะกลับบ้านคิดใคร่ครวญหาทางแก้ปัญหาที่ฉันทำไว้เมื่อคืน ตอนนั้นสิ่งที่ฉันหวังเป็นอันดับแรกก็คือ ขออย่าให้อลิซเกลียดฉันไปมากกว่านี้ ใช่ ฉันรู้น่า ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรหลายๆ อย่างให้เธอเกลียด แต่ฉันไม่เคยทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงเหมือนเมื่อคืนนี้เลย ถ้าเธออายุสิบแปดแล้วก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง (โทษฉันคงเบาลงกว่านี้นิดหน่อยล่ะมั้ง)

ฉันออกจากบริษัทตอนหกโมงกว่าๆ แถมยังคิดไม่ออกด้วยว่าจะเผชิญหน้ากับอลิซอย่างไร สุดท้ายฉันก็มายืนบื้อใบ้อยู่หน้าบ้านเพราะอลิซเปิดประตูออกมาพอดี

วันนี้เธอกลับเร็ว

บ้าเอ๊ย

"ทานอะไรมารึยังคะ" เธอถามด้วยสีหน้าปกติ และไม่มีทีท่าว่าจะตีโพยตีพายต่อว่าฉันสักนิด

"ยัง"

"ฉันซื้อข้าวผัดมาเผื่อ อยู่ในครัวนะคะ" เมื่ออลิซทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันก็เห็นว่านี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราสองคนเข้าหน้ากันติด เลยสวมรอยเล่นไปตามน้ำ

ใช่แล้ว ทำลืมๆ มันไปเสีย

"แล้วนี่จะออกไปไหนอีก"

"ฉันมีติวสอบไฟนอลกับเพื่อนค่ะ"

"ที่ไหน กับเพื่อนคนไหน" ฉันขมวดคิ้วถาม

"ที่บ้านแคท มีแคท สา แล้วก็จิ๊บ"

"มีผู้ชายหรือเปล่า"

"สาอาจจะเป็นชื่อผู้ชายก็ได้นะคะ" เธอกวนโมโห แต่ฉันดูออกว่าเธอไม่ได้กวนไปตามประสาเด็ก อลิซกำลังหงุดหงิด และฉันก็ไม่กล้าไปต่อล้อต่อเถียงกับเธอด้วยเพราะความผิดเมื่อคืนยังเป็นชนักติดหลัง แค่ขยับนิดหน่อยก็เจ็บหนักแล้ว ดังนั้นอย่าไปสะกิดให้เป็นเรื่องเลยจะดีกว่า

"ให้คนขับรถไปส่งแล้วรอรับกลับ ห้ามค้างคืนนะ" อลิซไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ตอบรับ เธอกระชับสายกระเป๋าเป้บนไหล่ขวาก่อนจะเดินไปทางอาคารใหญ่เพื่อเรียกคนขับรถ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเธอหายลับไปแล้ว อลิซโกรธฉัน และฉันก็โกรธตัวเองเหมือนกัน

ฉันนอนแผ่ลงบนโซฟาตัวเดิมแล้วปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเรื่อย ก่อนที่ความไม่สบายใจจะทับถมลงมาเหมือนถูกดินชื้นๆ กลบหน้า ฉันหายใจไม่ออก จะขยับไปทางไหนก็ไม่สบายตัวไปหมด จนในที่สุดฉันก็ต้องลุกขึ้นมาแล้วบอกตัวเองว่าต้องทำอะไรซักอย่าง ฉันต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ฉันโทรไปหาคนขับรถในอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา ถามเส้นทางไปบ้านเพื่อนของอลิซ แล้วบอกให้เขากลับได้เพราะฉันจะไปรับเธอเอง

ถ้าได้คุยกันในสถานที่ที่ไกลที่เกิดเหตุหน่อยก็น่าจะช่วยทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น (หวังว่านะ)

ฉันมาถึงบ้านของเพื่อนอลิซตอนสามทุ่มครึ่ง พอดี ไม่รู้ว่าเธอติวสอบกันเสร็จหรือยัง ครั้นจะโทรไปถามก็ชักปอดขึ้นมาตะหงิดๆ เลยได้แต่นั่งรออยู่ในรถกับความตึงเครียดที่สะสมพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ทว่าสี่ทุ่มก็แล้ว ห้าทุ่มก็แล้ว อลิซก็ยังไม่ออกมาจากบ้านเสียที จนกระทั่งฉันหมดความอดทน ลงจากรถแล้วเดินไปกดกริ่งที่หน้าประตู สองครั้งแรกไม่มีใครตอบรับ พอฉันกดย้ำครั้งที่สามด้วยจังหวะถี่ๆ เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งถึงวิ่งออกมาดู

"มีอะไรคะ" เธอถามด้วยท่าทางตื่นๆ ดูเหมือนไม่ไว้ใจนักเพราะฉันมายืนกดออดในเวลาดึกดื่น แถมยังเป็นฝรั่ง

"อลิซอยู่ไหน ฉันมารับเธอกลับบ้าน"

"เอ่อ แล้วคุณคือ.."

"โรซาลีน เป็นพี่สาว" ช่าย พี่สาวที่จูบน้องสาวเสียจนช้ำไงล่ะ

"รอเดี๋ยวนะคะ" เจ้าของบ้านอึกอัก "เธอ เอ่อ.. เดินไม่ค่อยไหว"

"อลิซเป็นอะไร" ฉันขมวดคิ้ว "เปิดประตูซิ"

เด็กคนนั้นลังเล และสีหน้าก็กลัวความผิดสุดๆ จนฉันนึกว่าอลิซเป็นอะไรไป ก็เลยยิ่งขึ้นเสียงดัง "ฉันบอกให้เปิดประตู!"

พอเธอเปิดประตูรั้วให้ ฉันก็รีบก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้าน ที่นี่ไม่มีผู้ใหญ่อยู่เลย มีแต่เด็กสาวสามคนนั่งจับกลุ่มกันอยู่ในห้องนั่งเล่น บนโต๊ะตัวเตี้ยและบนพื้นมีหนังสือเรียนกับสมุดวางกระจัดกระจาย แต่สิ่งที่สะดุดตาฉันมากที่สุดก็คือขวดแก้วสีเขียวสองสามขวด

พวกเธอแอบดื่มเบียร์กันตามประสาวัยรุ่นอยากลอง

ฉันน่าจะรู้

"อลิซ" ฉันร้องเรียกด้วยเสียงที่เข้มและเย็นเฉียบ เพื่อนๆ ของเธอตกใจหน้าซีด ทว่าเด็กสาวซึ่งนั่งอยู่บนพื้นไม่มีอาการยี่หระเลยสักนิด

"กลับบ้าน" ฉันสั่ง แต่เธอไม่ขยับเขยื้อน อลิซเอาแต่จ้องฉันด้วยแววตาเลื่อนลอย แต่หวานเยิ้ม เธอยิ้มเยาะได้น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด

เมาร้อยเปอร์เซ็นต์

ฉันก้มเก็บของบนพื้นใส่กระเป๋า ก่อนหันไปฉุดให้เธอลุกขึ้นยืน แล้วจับแขนพาดบ่าเพื่อประคองเธออกไปหน้าบ้าน แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะส่งสายตาคาดโทษไปให้พวกเพื่อนๆ ของเธอด้วย

"อลิซ" ฉันร้องเรียกอีกครั้งเมื่อลากเธอมาถึงรถ อลิซยิ้มหวาน เธอเอียงคอมองขณะยกแขนขึ้นกอดรอบเอวฉันเหมือนตอนเด็กๆ

"คุณเป็นใครคะ" เธอถามเสียงอ้อแอ้ "ทำไมหน้าเหมือนพี่โรสจัง"

ตอนนี้ฉันทั้งโกรธทั้งนึกขันอยู่ไม่น้อย ใจนึงอยากรีบพาเธอกลับบ้าน แต่อีกใจก็อดลองแหย่ดูไม่ได้ ก็สภาพของอลิซตอนนี้น่ะ..

"พี่โรสเป็นใคร" ฉันแกล้งถาม เธอนิ่งไปนายหลายวินาทีจนฉันนึกว่าหลับในไปแล้ว

"คนที่รังแกฉัน" อลิซหรี่ตาตอบ เล่นเอาฉันสะดุ้ง แต่ก็ยังมิวายถามต่อด้วยความอยากรู้ "โรสรังแกอะไรเธอ"

"เธอทำให้ฉันเสียใจ" คราวนี้เด็กสาวในอ้อมกอดฉันเริ่มเบะปากแล้วสะอื้น เธอซุกหน้าลงมาที่ปกเสื้อก่อนตั้งต้นร้องไห้จนฉันทำอะไรไม่ถูก

"เฮ้ ตั้งสติหน่อยสิ!" ฉันบอกพลางลูบหลังเธอไปด้วย แล้วความรู้สึกผิดก็หลั่งไหลไปตามเส้นเลือดทั่วร่างกายทุกครั้งที่หัวใจเต้น ฉันทำให้เธอเสียใจจริงๆ นั่นแหละ มันเกิดขึ้นหลายครั้งจนฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังเสียใจเรื่องอะไรอยู่ อลิซไม่ชอบร้องไห้ แต่ถ้าเธอร้อง เรื่องนั้นคงกระทบจิตใจเธอเหมือนกับเรื่องตุ๊กตากระต่ายโรแวน หรือไม่ก็มากกว่านั้น

แล้วนี่ฉันทำอะไรลงไปอีก

หรือว่าจะเป็นเรื่องจูบ..

"หยุดร้องไห้ได้แล้ว" ฉันช้อนคางให้เธอเงยหน้าขึ้น "ไหนบอกมาซิว่าร้องไห้เรื่องอะไร"

"ทำไมต้องบอกด้วย" เธอทำหน้าบึ้ง ขณะปล่อยให้ฉันใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาที่เลอะแก้มแดงๆ ออก

"ถ้าไม่บอกแล้วฉันจะไปจัดการคนที่ทำเธอร้องไห้ได้ยังไง" อลิซเม้มปาก เธอเสตามองไปทางอื่นแต่ยังยืนพิงตัวฉันอยู่

"คุณทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ" เธอตอบเสียงเบา

"ทำไม"

"พี่โรสไม่รักฉัน" อลิซกระซิบแล้วซบหน้าลงมาบนบ่าของฉัน "ไม่มีใครทำอะไรกับเรื่องนั้นได้"

ฉันใจหายวาบ ได้แต่ยืนตัวแข็งกอดเธอไว้อยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้เลยว่าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว อลิซรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่รัก เธอจะตัดสินเอาเองโดยที่ไม่ถามฉันไม่ได้ แบบนี้มันไม่แฟร์เลย

ว่าแต่เธอ.. หมายถึงรักแบบไหนกันนะ

"กลับบ้านกันเถอะ" ฉันกระซิบบอก แต่อลิซหลับคาอ้อมกอดฉันไปแล้ว ฉันถอนหายใจเสียงดังขณะจับเธอใส่เบาะหลังอย่างทุลักทุเล และกว่าจะมาถึงบ้านก็เที่ยงคืนกว่าเข้าไปแล้ว อลิซยังคงสะลึมสะลือ ฉันเลยต้องค่อยๆ พยุงเธอขึ้นไปชั้นบน

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเหยียบเข้ามาในห้องนอนของเธอ อลิซชอบสีขาว ผนังและพื้นห้องที่ทำใหม่จึงดูสะอาดสะอ้าน ข้าวของของเธอก็เช่นกัน ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมากจนมันเกือบจะทำให้ฉันไม่สบายใจแปลกๆ ท่าทางเธอจะได้เรียนรู้เรื่องนี้มากจากคุณทอมสันมากทีเดียว

ฉันพาเธอมาส่งที่เตียงซึ่งเจ้ากระต่ายโรแวนนั่งยิ้มอยู่บนหัวนอน เหมือนมันคอยเป็นยามเฝ้าระวังภัยให้เธออยู่อย่างไรอย่างนั้นเลย

ฉันอดยิ้มนิดๆ ไม่ได้ที่อลิซยังอุตส่าห์หอบตุ๊กตาเน่าตัวนี้มาด้วย ถึงหน้าตามันจะน่าหมั่นไส้ไปหน่อยก็เถอะ

อลิซกอดมันทุกคืนหรือเปล่านะ

"คอยดูนะ" ฉันเดินไปเปิดแอร์ แล้วบ่นพึมพำขณะลากผ้าห่มจากปลายเท้าขึ้นมาคลุมถึงคอเธอ "พรุ่งนี้จะเอาเรื่องให้เข็ด"

"อือ" อลิซขมวดคิ้วแล้วปัดผ้าห่มออก เธอนอนดิ้นไปดิ้นมาเหมือนรำคาญที่ฉันเข้ามายุกยิกอยู่ใกล้ๆ แต่พอฉันลุกจากเตียง เธอก็ปรือตาขึ้นมาขมวดคิ้วมอง "คุณจะไปไหนคะ"

"อาบน้ำนอน"

"อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ" คนเมาทำท่าจะร้องไห้อีก ฉันเลยต้องนั่งลงตามเดิม "นอนได้แล้ว หลับตาซะ"

"นั่งอยู่ตรงนี้จนฉันหลับได้ไหมคะ คุณคนสวย" อลิซเกือบจะพูดไม่รู้เรื่องแล้ว แต่คำว่า คนสวย ที่ได้ยินนั้นชัดแจ๋ว ใบหน้าของฉันเริ่มร้อนผ่าว "คุณคนสวยงั้นเหรอ"

"ช่าย" อลิซพยักหน้าตาปรือ "คุณสวยกว่าพี่โรสอีก อือ.. แถมยังใจดีกว่าตั้งเยอะ"

เธอพูดเสร็จก็ผล็อยหลับไปเลย

ฉันขมวดคิ้ว ไม่รู้จะหัวเราะหรือรู้สึกอย่างไรดี ฉันโน้มตัวลงไปใกล้ วางแขนคร่อมตัวเธอไว้ก่อนพิจารณาใบหน้าสวยอยู่นานสองนานสลับกับรอยช้ำที่คอ ในที่สุดฉันก็เลื่อนสายตาไปที่ริมฝีปากดื้อรั้นของเธอจนได้

ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยรู้สึกคอแห้งขึ้นมากะทันหัน

อาชญากรรมที่ไม่มีใครรู้ก็ถือว่าไม่ใช่อาชญากรรม

อย่างนั้นสินะ


            

__________________________________________




พี่โรสไอดังคุกๆๆ น้องยังไม่ทันโตเลย XD

ช่วง ; มีกิจกรรมเล็กๆ มาฝาก
ใครเจอ Easter Egg จากเรื่อง 'The Mask That Falls Off' ในตอนนี้มีรางวัลแจกด้วยย
เป็นโค้ดโหลดหนังสือe-book เรื่อง 'Smith Point Of View'  
ภาคเสริม The Mask That Falls Off มูลค่า 60.- บาท
 


ระยะเวลาร่วมกิจกรรม : ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ลงตอนต่อไป 

กติกา
1.คอมเม้นต์ตอบด้านล่างว่า Easter Egg (สิ่งเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่) จากเรื่อง The Mask That Falls Off คืออะไร โดยต้องคอมเม้นต์แบบล็อกอินเท่านั้น
2. สุ่มผู้โชคดีจำนวน 3 ท่าน รอรับโค้ดโหลดหนังสือได้ที่ข้อความลับ


ปล. สำหรับท่านที่ซื้อเรื่องนี้ไว้แล้ว รอติดตามกิจกรรมต่อไปในเพจได้เลยนะคะ
มีแจกรูปเล่ม Smith Point Of View เหมียนกัลล เร็วๆ นี้จ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

283 ความคิดเห็น

  1. #197 Funny_GG.9 (@sonefunny_gg) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 13:59
    ไรต์ กลับไปหาหมอเชอรรี่บ้างงง เค้าจะขาดใจเเย้วๆๆๆๆ
    #197
    0
  2. #75 JW.Jane (@jenjira1958) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 21:55
    "แกล้งตายซะเลยดีไหมนะ" ทำไมฉันขำโรส ฮ่าๆ ตอนนี้โรสตลกดี :)
    #75
    0
  3. #31 Chawakarn (@Chawakarn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 04:09
    Esster Egg คือ  สมิธเอนเตอร์เทนเม้นต์ เจ้าค่าาาา
    แบบนี้จะมีโอกาสได้เห็นพี่พิมพ์กับน้องอ้อย รึภัทรกับคุณจินต์โผล่มาแว้บๆมั้ยคะเนี่ย
    #31
    0
  4. #30 Rattana Anattar (@kookkai96) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 20:45
    Easter Egg คือ สมิธเอนเตอร์เทนเม้นต์
    ออลลี่ของพี่ต้องมานะ
    #30
    0
  5. #29 PANTUTUZ (@panandjaaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 11:36
    Easter Eggคือ บริษัทสมิธเอ็นเตอร์เทนเมนท์ค่ะ
    มันอยู่ในจักรวาลเดียวกันนี่เองแอบตกใจ 55555
    #29
    0
  6. #28 ตะIกีEงสายลม (@aradin1992) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:40
    ไข่อีสเตอร์คือ บริษัท สมิธเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ค่ะ บริษัทของสาวๆเรื่องนู่น555555 ตอนอ่านก็แบบว่า อ้อ มันคือจักรวาลเดียวกันนี่เอง (เรียกซะเป็นมาเวลเลย55555) มาคอมเม้นถึงตอนนี้กันบ้าง นี่ว่า น้องจะเมาจริงๆเหรอคะ อาจจะเมาจริง แต่ยังมีสติรึเปล่า น้องเค้าร้ายเงียบแถมฉลาดเป็นกรดปานนั้น อิอิ แกล้งเมาดูปฏิกริยาพี่โรสงี้ พี่โรสก็เข้าใจถามนะคะ ส่วนคนน้องก็ตอบกระตุ้นพี่โรสได้ดีมาก555555 น้องอาจจะร้องในใจว่า แผนลวงสำเร็จแล้ว ก็เป็นได้5555
    #28
    0
  7. #27 xxxisme (@jeesinsm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:17
    ตอบค่ะๆๆๆๆ ไข่อีสเตอร์คือชื่อบ.สมิธเอนเตอร์เทนเมนท์

    นี่กะจะผลัดกันเมารึไงคะเนี่ย โอ๊ยยย บ้าบอพอกันทั้งคู่เลย สมกันดีแล้วค่ะ
    #27
    0
  8. #25 จันทร์ไร (@kunio555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 08:37
    'อาชญากรรมที่ไม่มีใครรู้ก็ถือว่าไม่ใช่อาชญากรรม' เจอประโยคนี้ลั่นเลยค่ะ555555
    #25
    0
  9. #24 mokachitakidakamon (@praemai2307) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:58
    ตอนที่พูดถึง"ได้ยินชื่อเสียงของสมิธเอนเตอร์มานานแล้ว"เต็มๆเลย
    #24
    0
  10. #23 Tangnoy (@crazy-hot) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:40
    ไข่อีสเต้อร์คือชื่อบริษัทสมิธเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ในเรื่องหน้ากากค่ะ
    แอบสะดุดและขำเล็กน้อย ไม่คิดว่าคุณคนเขียนจะเอามาโยงกันเพื่อทายคำถาม555
    ส่วนพี่โรสรอน้องเรียนจบก่อนนะคะ ตอนนี้คุกเปิดอ้าเขียว
    ส่วนคุณน้องเมาแล้วน่ารักจังค่ะ จะโดนคุณพี่งาบอยู่แล้ว ถถถ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 มิถุนายน 2559 / 21:41
    #23
    1
    • #23-1 youjelly (@youjelly) (จากตอนที่ 3)
      18 มิถุนายน 2559 / 21:59
      จริงๆคือแพลนเอาไว้นานแล้วค่ะว่าอยากจะให้นิยายอยู่ในจักรวาลเดียวกัน 😂
      ถ้าอ่าน Smith Point Of View แล้วก็จะเจออีสเตอร์เอ้กของเรื่องนี้เหมือนกันค่า
      #23-1
  11. #22 Littlechild Wpb (@jaaswr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:11
    Easter Egg ที่เชื่อมกับ #TMTFO คือ Smith Entertainment คั้บผ้ม ฟันธง !
    #22
    0
  12. #21 Rororun (@Rororun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 20:52
    โอ๊ยยย อลิซมีความกวน...น่ารักอ่ะ หมั่นเขี้ยวน้องอยากฟัด นึกถึงแก้มแดงๆแล้วแบบ... >\\< // พี่โรสจะแอบจูบน้องใช่มั้ย จูบเลยค่ะ จูบเลย!55555 เชียร์ๆ
    #21
    0
  13. #20 XMqZ (@SMomayy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 20:38
    สมิธเอนเตอร์เทนเม้นต์!!!
    #20
    0