[AU NCT&SMRookies Fic] The Repressed Boy [MarkMin]

ตอนที่ 5 : {OS MarkMin : Heart of Economics}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ต.ค. 59

[OS MarkMin] Heart of Economics

-หัวใจเศรษฐศาสตร์-

พี่ต้องการเวลาสัก 3 ชั่วโมงเพื่ออยู่กับแจม...แต่พี่มีเวลาแค่ชั่วโมงเดียว

 

 

 นักเรียนรู้มั้ยคะว่าทำไมถึงเกิดเศรษฐศาสตร์ขึ้นมา?”คำถามแรกจากปากอาจารย์หน้าห้องดังขึ้นทันทีหลังจากที่พวกเราพากันทำความเคารพอาจารย์เสร็จ

 

ผมว่าคาบที่แล้วอาจารย์ก็พูดไปแล้วนะ...

 

ยังจะพูดย้ำอีกเหรอ ผมนี่แทบจะหายใจเข้าออกเป็น ทรัพยากรมีจำกัดจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ที่มีไม่จำกัด….

 

“คน want infinity but ทรัพยากร not enough ครับ!”เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งยกมือขึ้นและตอบอย่างรวดเร็ว อาจารย์ยิ้มให้คำตอบนั้น ทว่า...

 

“คำตอบก็ถูกนะคะ ...แต่ทำไมถึงได้พูดปนคำอังกฤษแบบนี้กันคะ!?

 

...ใช่ครับ หมอนั่นตอบเป็นประโยคปนคำอังกฤษ...จริงๆก็ไม่แปลกหรอกครับ ก็เจ้านั่นเป็นเด็กนอกหนิ จะลืมศัพท์บ้านเกิดไปบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา

 

แต่...มันไม่ธรรมดากับอาจารย์เศรษฐศาสตร์คนนี้สักเท่าไหร่...

 

“ครูขอสั่งให้เธอไปคัดคำว่า จำกัด กับ ไม่จำกัด มา คำละ 100 ครั้งค่ะ! ทีนี้จะได้จำได้”

 

...น่าสงสารเขานะครับ

 

ว่าไปแล้วก็ชวนให้นึกถึงคนๆนึงที่คุ้นเคยดีเลยล่ะครับ...คนๆนั้นที่เป็นเด็กนอกเหมือนกัน คนที่เคยพูดแต่ภาษาระดับสุภาพ บางทีก็ใช้คำอังกฤษปนมาในประโยค บางทีก็เขียนคำบางคำผิดจนความหมายเพี้ยน....

 

คนๆนั้นที่อายุมากกว่าผม 1 ปี...

 

คนๆนั้นที่ผมเรียกเขาว่า...พี่มาร์ค

 

พี่เขาอยู่ตึกถัดจากผมไปแหละครับ...

 

นา แจมิน!

 

ผมสะดุ้งสุดตัวที่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอาจารย์เรียกชื่อตัวเองเสียงดัง ตาที่มองไปนอกหน้าต่างรีบหันขวับกลับมาตามเสียงเรียก

 

“นี่ไม่ใช่เวลามานั่งชมนกชมไม้นะคะ มองโปเจคเตอร์ค่ะ ไม่ใช่เหม่อมองหน้าต่างแบบนี้!

 

“ผมขอโทษครับ!”ผมรีบโพล่งขึ้น แล้วหันกลับมาสนใจโปรเจคเตอร์หน้าห้อง สายตาก็แอบเหล่ไปมองสีหน้าอาจารย์ว่าเลิกทำหน้ายักษ์มองมาที่ผมแล้วเหรอยัง...แล้วก็ต้องโล่งใจเมื่อพบว่าจารย์แกหันกลับไปสนใจโปรเจคเตอร์ต่อแล้วครับ

 

เลเซอร์สีแดงเป็นตัวบอกได้ดีเลยว่าตอนนี้จารย์แกอธิบายเนื้อหาไปถึงไหนแล้ว ผมเลิกคิดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนไป แล้วหันมาสนใจสิ่งที่อาจารย์สอนแทน...

 

เศรษฐศาสตร์เนี่ย จะเกี่ยวข้องกับมนุษย์เราตั้งแต่ตื่นนอนไปจนหลับพักผ่อนเลยนะคะ”

 

ผมเห็นอาจารย์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะ...

 

“แจมิน”

 

...หันมาทางผมอีกแล้ว!

 

“ช่วยยกตัวอย่างเศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจำวันมาหน่อยสิจ๊ะ”

 

ทำไมต้องผ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!

.

.

.

ได้แต่กรีดร้องในใจไปงั้นแหละครับ สิ่งที่แสดงออกไปจริงๆก็มีแค่การตอบรับว่า “ครับ” เท่านั้นแหละ...

 

“การเลือกซื้อขนมปังยามเช้า...”ผมพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ก่อนจะเสริมคำว่า “ครับ”เข้าไปอย่างแผ่วเบา

 

“ถูกค่ะ! แต่เสียงเบาไปหน่อยนะคะน้องแจม”

 

อาจารย์หัวเราะคิกคักอย่างพอใจ แต่เดี๋ยวนะ....

 

เมื่อกี้เหมือนได้ยินอะไรแปลกๆในประโยค...

 

“ก็อย่างที่น้องแจมบอกไปนะคะ การเลือก นั่นเองค่ะ ตามความหมายของเศรษฐศาสตร์เลยค่ะ ว่าเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดการสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอย่างไม่จำกัด...การจัดสรร ก็คือ การเลือก ค่ะ”

 

...ผมว่าผมมั่นใจว่าผมฟังไม่ผิด...

 

จารย์เรียกผมว่า น้องแจม ครับ...

 

ฮือออ ไม่เอาชื่อนี้ได้มั้ยครับ แค่เรียกว่าแจมน่ะไม่เท่าไหร่ คนที่บ้านกับพี่มาร์คยังเรียกเลย...แต่...นี่เล่นเติม น้อง เข้าไปอีก...

 

ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะครับ!

 

ร่ำไห้ได้ไม่นาน อาจารย์ก็บอกให้พวกผมจดตามความเข้าใจในสิ่งที่จารย์แกเพิ่งพูดไป โดยมีเวลาให้ไม่เกิน 3 นาทีครับ

 

            ผมเลยเขียนถ้อยคำง่ายๆลงไปด้วยความขี้เกียจเต็มร้อยว่า

...เออ ไม่ต่างอะไรกับคนที่โดนบ่นเลยครับ ผมนี่ปนคำอังกฤษไปเยอะเลย

 

ผมส่ายหัวให้ตัวเองพร้อมวางปากกาลง รอให้หมดเวลาเขียนสรุปตามความเข้าใจที่อาจารย์สั่งมา

 

...พอมีเวลาว่าง...ผมก็เผลอนึกถึงใครอีกคนขึ้นมา...

 

คงเพราะช่วงนี้เราไม่ค่อยได้เจอกันเพราะอีกฝ่ายเรียนหนัก...

.

.

.

แต่พี่ก็ไม่เห็นต้องโผล่มาในความคิดผมบ่อยก็ได้นี่! พี่มาร์ค!

 

------------------หัวใจเศรษฐศาสตร์------------------

 

ช่วงนี้ผมรู้สึกเบื่อมากๆเลยครับ...งานเยอะขึ้น กิจกรรมก็เริ่มเข้ามามากขึ้นอีก นี่ขนาดเปิดเทอมได้ไม่นานนะครับ...

 

แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว...และที่สำคัญ...ผมเจอคนที่อยากเจอได้น้อยลงด้วยครับ

 

คนที่อายุน้อยกว่าผม 1 ปี ขี้อ้อน พูดเก่ง...เวลาปากของคนๆนั้นขยับพูดไม่หยุดนั่น...มันน่ารักชะมัดเลยครับ...รอยยิ้มของน้องก็สดใสสุดๆ เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม...

 

แค่คิดถึงก็อยากเจอแล้วครับ...

 

ผมอยากเจอแจมิน...

.

.

.

ไม่ได้เจอน้องตั้งหลายวัน...

 

ไม่ว่ายังไง...วันนี้ผมจะต้องเจอน้องให้ได้!

 

มาร์ค ลี! ดูเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษเลยนะคะ...ออกมาทำโจทย์หน้าห้องซิ!

 

ดูเหมือนปณิธานอันแรงกล้าของผมมันจะมากเกินไปสักหน่อย...ไม่ก็ท่าทางของผมคงเหมือนคนพร้อมพุ่งออกจากห้องหลังสัญญาณเลิกเรียนดังขึ้นมากไป อาจารย์ถึงได้พูดแบบนี้...

 

คนหล่อเศร้าครับ...

           

            ผมเดินออกไปหน้าห้อง อาจารย์ก็ยื่นปากกาไวท์บอร์ดให้ผม...ผมก็รับมันมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก่อนจะหันหน้าเข้าหากระดาน แล้วเริ่มต้นแก้โจทย์ที่มีอยู่...

            .

            .

            .

            กริ๊งงงงง!!!

 

            เสียงสัญญาณหมดเวลาช่วยชีวิตดังขึ้น...ไม่สิ มันไม่ได้ช่วยชีวิตผมด้วยซ้ำ...

ก็ผมเพิ่งแก้โจทย์เสร็จไปเอง! สดๆร้อนๆประมาณสิบวิฯที่แล้วเลยครับ!

ทำไมไม่ขึ้นก่อนอาจารย์จะเรียกผมห๊ะ!

.

.

.

หลังทำความเคารพอาจารย์เรียบร้อยแล้ว ผมก็รีบบึ่งมาที่หน้าห้องน้องทันทีเลยครับ...

คิดถึงมากอ่ะ เข้าใจมั้ย?

 

สายตาของผมกวาดส่องไปทั่วห้อง จนเจอเป้าหมายนั่งล้อมวงกับกลุ่มเพื่อนนั่งคุยกันอย่างเฮฮานั่นแหละครับ ถึงค่อยเดินเข้าไปพร้อมด้วยการส่งเสียงเรียกร้องความสนใจฉบับมาร์คลี

 

“แจมินนาาาาาาาาาา!~~

 

น้องหันขวับมาหาผมทันที ตากลมโตของเจ้าตัวเบิกกว้างขึ้น “พี่มาได้ไงเนี่ย!?

 

จังหวะนี้แหละครับ...มาร์คลีจะทำให้น้องเขินให้ได้!

 

“เดินมาตามเสียงหัวใจเรียกร้องครับ J

.

.

.

“จะอ้วกอ่ะพี่”

 

เพล๊ง!

 

รู้สึกหน้าแตกแบบไม่เหลือชิ้นดี

 

“เอาดีๆ ช่วงนี้พี่งานเยอะไม่ใช่เหรอพี่มาร์ค”น้องมองผมอย่างจับผิด “โบ้ยงานให้เพื่อนมาป่ะเนี่ย?”

 

...แน่ะ!

 

...รู้ทันพี่มาร์คอีกกกกก!!!

 

ไม่รู้จะโกหกน้องยังไงดี ผมจึงยอมรับแต่โดยดี “...ใช่ครับ”

           

            “พี่มาร์ค...”ผมรอฟังคำบ่นจากน้องอย่างสงบเสงี่ยม

.

.

.

แต่น้องก็ไม่พูดอะไรต่อสักที ผมเลยจะเงยหน้าที่ก้มอยู่ขึ้นเพื่อมองน้อง แต่...

 

หมับ!

 

...จู่ๆน้องก็พุ่งมากอดผม...

 

“ผมก็คิดถึงพี่มาร์คเหมือนกันนะ!

 

ได้ยินดังนั้น ผมก็ยกยิ้ม พลางกอดตอบน้อง “พี่ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ”

           

พูดไปก็ยกมือลูบหัวน้องไปด้วย “วันนี้ไปกินติมกันมั้ยครับ?”

 

เอ่ยชวนอย่างมั่นใจ...

ผมคิดว่าแจมินคงไม่ปฏิเสธผมแน่ๆ....

 

ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน มีแค่แชทกันบ้าง โทรคุยกันนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง

น้องก็คงอยากใช้เวลาร่วมกับผมไม่ต่างกันหรอกน่า...

 

“ไม่เอาอ่ะ พี่มาร์ค”

.

..

...ซะที่ไหนล่ะ! น้องพูดไม่เอามาเต็มๆเลย ชัดถ้อยชัดคำมาก...

 

ผมนี่จะร้อง...ดีที่เจ้าตัวพูดประโยคถัดไปขึ้นมาซะก่อน

 

“พรุ่งนี้ผมมีสอบ”

 

ความหมาหงอยของผมหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วถูกแทนที่ด้วยความร่าเริงเต็มพิกัด

 

“งั้นพี่ติวให้ไหมครับ?”

 

“ก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้วไม่ใช่รึไงครับ?”

 

------------------หัวใจเศรษฐศาสตร์------------------

 

ผมกับพี่มาร์ค เรามานั่งติวกันอยู่ที่ห้องนอนผมครับ...อย่าถามว่าทำไมต้องเป็นห้องนอน...ก็ข้างล่างเขาเสียงดังกันอ่ะครับ วันนี้ญาติๆพากันมากินเลี้ยงสังสรรค์กัน...พวกผมเองก็เพิ่งขอตัวขึ้นมาติวหนังสือกันได้ไม่กี่นาทีเองครับ

 

พรุ่งนี้ผมมีสอบเศรษฐ์ศาสตร์ในหัวข้อ เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น 

...แต่ผมยังไม่รู้เรื่องเลยนี่สิ...

 

ในคาบจารย์แกเน้นแต่เรื่องความหมายเศรษฐศาสตร์อ่ะ เรื่องอื่นๆไม่ได้พูดถึงเลย แกบอกให้มาอ่านกันเอง...

 

ผมก็นั่งเปิดหนังสือดูไป พี่มาร์คเองก็เอาหนังสือเมื่อปีที่แล้วของตัวเองมาเปิดดูเหมือนกัน...พอเหมือนจะเข้าใจในเนื้อหา...ไม่สิ รื้อฟื้นเนื้อหาพวกนั้นขึ้นมาได้แล้ว พี่มาร์คก็เงยหน้าขึ้นถามผม

 

“แจมจำหัวใจหลักของวิชานี้ได้ยัง?”

 

ผมส่ายหัวทันที “ไม่อ่ะ”

 

“งั้นมานี่ๆ มาฟังพี่อธิบายมา”พี่เขากวักมือเรียกผมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามให้มานั่งข้างกัน ซึ่งผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย

 

“แจมก็รู้ใช่มั้ย ว่าทรัพยากรน่ะมีน้อย แต่คนเรามีความต้องการมาก...มันไม่จำกัด”

 

“ครับ”

 

“ยกตัวอย่างเช่น  พี่ต้องการเวลาสัก 3 ชั่วโมงเพื่ออยู่กับแจม...แต่พี่มีเวลาแค่ชั่วโมงเดียว

 

อืม...

.

.

.

“เดี๋ยว! ตัวอย่างอะไรของพี่เนี่ย!?

 

“จุ๊ๆ ตั้งใจฟังสิคนดี”พี่มาร์คยกนิ้วชี้ขึ้นมาใกล้ปากตัวเองแล้วยิ้มให้ผม...

 

“นั่นแสดงให้เห็นแล้วใช่มั้ยว่าเวลาที่ได้อยู่กับแจม...มันไม่เพียงพอสำหรับพี่”

.

.

.

เชี่ย!...เขิน...พี่แม่งอย่ามองผมไปยิ้มไปแบบนั้นดิ ไหนจะคำพูดพวกนั้นอีก...

 

“ดังนั้น...พี่เลยต้องเลือกว่าจะทำอะไรดีเวลาอยู่กับแจม...”พี่มาร์คขยับมือที่ถือดินสอเข้ามาใกล้ผม ก่อนจะปล่อยดินสอนั้นลงกับโต๊ะ แล้วเปลี่ยนมากุมมือผมแทน

 

“อย่างเช่น...ถ้าพี่เลือกที่จะจับมือแจม...”

 

พี่มาร์คเว้นช่วงก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งมือมาที่เอวผมแทน

 

โอบเอวแจม...”

 

นอกจากมือของพี่มาร์คแล้ว ตัวพี่เขาก็เริ่มขยับเขามาใกล้ผมมากขึ้น...แล้วมืออีกข้างหนึ่งของพี่เขาก็กดผมให้จมลงอ้อมกอดของเขา ปากก็ขยับพูดต่อ

 

กอดแจม...”

 

...ฮื่ออ เขินโว้ยยย!!!

 

“พี่ก็จะไม่ได้เห็นสีหน้าเขินอายเหมือนมะเขือเทศแบบนี้”

 

...พี่แม่งหันมามองผมแล้วอ่ะ...เขินจนตัวจะแตกอยู่แล้วเนี่ย!

 

“...ถ้าพี่ไม่หันมาอ่ะนะ”

 

พี่มาร์คเปลี่ยนกลับไปกอดผมเหมือนเดิมแบบเมื่อกี้ “แต่ถ้าพี่ไม่หันมา...พี่ก็จะได้กอดแจมได้อย่างเต็มที่...รู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักของแจมได้อย่างชัดเจน...”

 

ฟหกดกหดเส่าส้าเด่ดเหกดเ!!!!!!!!!

 

โครตเขินเลย...ฮือออ ยิ่งพี่มาร์คพูดงี้ผมยิ่งไปไม่เป็นเลยอ่ะ

 

“นั่นแหละคือ ค่าเสียโอกาสมันคือมูลค่าสูงสุดของสิ่งที่ไม่ได้ถูกเลือก...”

.

.

.

ค่าเสียโอกาส

 

เดี๋ยว..!

.

.

.

นี่คือพี่กำลังติวเศรษฐศาสตร์ให้ผมเหรอ...แทบจะลืมไปแล้วว่านี่ติวกันอยู่...

 

เป็นการติวที่โครตเปลืองตัว...โครตเขิน...

 

“การที่พี่ต้องเลือกระหว่างมองหน้าแดงๆของแจม...กับกอดแจมให้เต็มที่จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน...ก็คือเศรษฐศาสตร์

 

ใบหน้าของพี่มาร์คโน้มเข้ามาใกล้ผม...

 

“พี่ไม่สามารถทำมันได้พร้อมๆกัน มีแค่ตอนนี้จะเลือกอะไร แล้วเวลาต่อไปจะเลือกอะไร..ซึ่งนั่นก็ทำให้ทรัพยากรเวลาที่พี่มีลดลงเรื่อยๆ...”

 

สายตาพี่เขาจับจ้องมาที่ผมโดยตรง อย่างกับจะอ่านความรู้สึกของผมผ่านแววตา...

 

“ดังนั้นพี่ก็ต้องเลือกสิ่งที่พอใจสูงสุด...และต้องเสียมูลค่าสูงสุดที่ไม่ได้เลือกไป”

 

 ...อาจเพราะเคลิ้มไปกับคำพูดและสัมผัสของพี่เขา ผมถึงเพิ่งรู้ตัวว่า..

 

ริมฝีปากของเรา..กำลังประกบกันอยู่...

 

สัมผัสของริมฝีปากที่ประทับลงมาที่รับรู้ได้นั้น...

           

            มันอ่อนโยน...และโหยหา...

 

ผมจึงตอบรับจูบจากคนตรงหน้าอย่างเต็มใจ...

 

"พี่รักแจมนะครับ”

 

พี่มาร์คพูดยิ้มๆหลังถอนจูบออกไป ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา ปากก็ขยับพูดถ้อยคำที่อยากจะพูด แม้จะรู้สึกหน้าร้อนผ่าว

 

“ผมก็รักพี่มาร์คเหมือนกัน”

 

...นา แจมินคนนี้สัญญาเลยครับ...ว่าสอบรอบนี้จะไม่พลาดแน่นอน

.

.

.

End…?

 

 

 

 

 

 

Special

 

“เอาที่พี่สรุปนี่ไปอ่านทวนด้วยนะ...”ผมยื่นกระดาษใบหนึ่งให้น้อง ในนั้นมีลายมือหวัดๆควรค่าแก่การเรียกว่า ไก่เขี่ย เขียนอยู่

 

“ครับ”แจมินเองก็ยื่นมือมารับไปอย่างว่าง่าย

 

“...จริงๆ พี่ติวให้แจมไม่ครบอ่ะ”ผมเปิดปากสารภาพออกมา...จริงๆตัวอย่างที่ผมจะยกให้น้องฟังมันไม่ใช่แบบนี้อ่ะครับ แล้วเนื้อหาก็ครบด้วย...

 

แต่พอเห็นใบหน้าน่ารักนั่นขมวดคิ้วมองหนังสือในมือก็อดยิ้มขึ้นด้วยความเอ็นดูไม่ได้...รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นเปลี่ยนตัวอย่างที่จะอธิบายไปซะแล้ว...

 

แล้วปัญหาเศรษฐกิจก็เอามาใส่อธิบายกรณีนี้ไม่ได้ด้วย...ผมเลยกะจะอธิบายแยกให้น้องฟังอีกที

 

“หืม? ขาดอะไรไปเหรอครับ”น้องถามพลางกวาดตาอ่านลายมือหวัดๆของผม

 

“ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจน่ะ...”

 

หน้าน้องเหมือนมีเครื่องหมายคำถามอยู่ ผมจึงอธิบายเพิ่ม

 

“ก็ด้วยความที่ทรัพยากรมันจำกัด ทำให้ผู้ผลิตต้องคิดคำนึงให้ดีก่อนจะนำทรัพยากรมาใช้สอย ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงหลัก What,How and For whomรู้คำแปลใช่มั้ย?”

 

“ผลิตอะไร ผลิตยังไง...ผลิตเพื่อใคร?”น้องพูดขึ้น สีหน้าไม่มั่นใจเท่าไหร่

 

“ใช่ครับ...พี่แนะนำให้แจมคิดถึงเยลลี่เอาไว้นะ สมมุติว่าแจมเป็นเจ้าของบริษัทผลิตเยลลี่ แจมก็ต้องผลิตเยลลี่ถูกมั้ย? แล้วทีนี้แจมจะมีวิธีผลิตเยลลี่ออกมายังไง แล้วผลิตเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ไหน ปริมาณผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าประมาณเท่าไหร่...แบบนี้อ่ะ”

 

“อ่า...แจมพอจะเข้าใจแล้ว...”แจมินพยักหน้าหงึกหงัก

 

“จริงๆพี่มาร์คยกตัวอย่างเป็นเยลลี่แต่แรกก็ได้นี่ ไม่เห็นต้อง...”

 

พูดถึงตรงนี้น้องก็เริ่มหน้าแดงอีกครั้ง “ยะ...ยกตัวอย่างแบบนั้นเลยนี่”

 

ผมยิ้มให้แจมิน ก่อนจะขยับตัวไปใกล้น้องมากขึ้น แล้วกระซิบเบาๆ

 

“ก็พี่ชอบเวลาแจมเขินนี่นา...น่ารักดี”

 

“อะ...ไอ้พี่มาร์คบ้า!

 

เขินอีกแล้วนะแจมินนา...

            .

            .

            .

            จบเหอะ...

            นี่มันอาร๊ายยยยย ถถถถถถ ฟิคนี้เกิดขึ้นจากอาจารย์จริงๆค่ะ! ย้ำคำว่าเศรษฐศาสตร์จนเรามโนฟิคได้เป็นเรื่องเลยอ่ะ /ได้ข่าวนั่นเวลาเรียน....

            พี่มาร์คตอนนี้แบบว่า...ฟหกด่าสวงาวหกด!! โครตแต๊ะอั๋งน้อง ถถถถถ หยอดได้เป็นหยอด  จับได้เป็นจับ~~

            ขอบคุณที่คลิกเข้ามาอ่านกันนะคะ เศรษฐศาสตร์นี่ดีจังเลยค่ะ!~~~~~ คึๆ

 

ปีนลัง เขียนฟิคหลักยังไม่จบตอนเลยขอเอา OS นี้มาคั่นแทนนะคะ ถถถถ /มีความแอบอู้มาเขียน ตอนแรกว่าจะเปิดเรื่องใหม่แยกไปเลย แต่พอเห็นปฏิทินแล้วก็แบบ...อืม ไว้ก่อนดีกว่าเนอะ ช่วงเวลาแห่งการซ้อมกีฬาสีและการสอบมาแล้ว /อีโมหัวเราะจนน้ำตาไหล

อัพเดท 25/06/2016

(แอบมา)ใส่ธีม 10/10/2016

 

 

 

 

 

B E R L I N ❀
Heart Chat Bubble

59 ความคิดเห็น

  1. #43 oilc. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 00:45
    มีความน่ารักความเขินแรงมากกกกกกก '/////' พี่มาร์คข่นบร้าหลอกจุ้บน้อง ร้ายกาจจจจจจจ
    #43
    0
  2. #36 Kanliew_K (@naughty12) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 01:09
    เขิลจังเลยงือออออ ;////;

    มีความมุ้งมิ้งติวหนังสือบนห้องนอนงี้

    ถ้าเป็นมัคลี ฉันจะไม่ทนคงจับน้องแจมกด /เดี๋ยว

    สู้ๆค่ะไรท์ 💕 รออ่านเรื่องหลักด้วยน๊า ~
    #36
    0
  3. #30 2btotheJ (@nun-ae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 15:46
    ตอนครูสอนค่าเสียโอกาส มึนๆกันทั้งห้องอธิบายตัวอย่างเป็นล้าน พออ่านนี่ โอเค เห็นภาพ ค่ะ คุณมาร์คลีสอนหรือจีบคะ แงงงงเขิงงงงงง
    #30
    0
  4. #29 HaKuRo (@hakuro5996) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 00:44
    ม้าคมีความผีทะเล5555
    #29
    0
  5. #27 ~ซีวอนกะฮันๆ* (@prawpraw35106) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:04
    วิชาเลือกตอนปีหนึ่ง 55555555555555 แค่คิดก็.... -.-
    ถ้าได้อ่านตอนนี้ก่อนสอบคงจะนั่งทำข้อสอบไปนั่งยิ้มเขินไปแน่ๆเลยค่ะ
    มาร์คมินแบบอร๊ายยยยย ชอบๆๆๆ
    #27
    0
  6. #26 มิ้ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:04
    ง่อวพิม้าคมาแต๊ะอั๋งลูกสาวเรางี้ได้ไงงงงง
    #26
    0
  7. #25 mama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 18:47
    ไรเตอร์เก็บกดอะไรในวิชานี้อะป่าวคะ ความรู้ถึงได้จัดเต็มขนาดนี้
    #25
    0
  8. #22 0802 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 02:39
    เป็นฟิคที่มีความรู้มากค่ะ อ่านจบละไปสอบเป็นเพื่อนแจมได้เลย 555555

    อยากได้คนติวอย่างพี่มาร์คมั่ง~
    #22
    0