Zero attraction ช่วยสนใจผมน้อยๆลงหน่อยเถอะครับ (Yaoi/ BL , Harem)

ตอนที่ 6 : การเป็นคนธรรมดาข้อที่ 3 คนธรรมดาก็ต้องเข้าโรงเรียนสิ! (แก้คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    31 พ.ค. 59




การเป็นคนธรรมดาข้อที่ 3 คนธรรมดาก็ต้องเข้าโรงเรียนสิ!

แต่ผมไม่เคยเห็นใครเข้าไปเป็นทั้งครูกับนักเรียนนะ



“หนาวจัง เพิ่มไฟหน่อยสิ เซรี่ ทำข้าวไข่ข้นให้กินหน่อย



เสียงน่ารำคาญดังมาจากข้างหลังพร้อมกับลมร้อน (มาก) เป่าที่ข้างหู ผมวางหนังสือ ‘101 วิธีปรุงยาให้น่ากินลงกับพื้นโต๊ะ เหล่มองปลิงตัวใหญ่สีทองที่คลานมาพร้อมกับผ้านวมหนาสองชั้น หน้าซีดกำลังเรียกร้องความสนใจผมอยู่


เหมือนมีซีลคนที่สองเลยผมถอนหายใจ


อุณหภูมิห้องนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก เพราะมันสูงกว่าอุณหภูมิปกติสองถึงสามเท่า ข้าวของแทบทุกอย่างในนี้ต้องทนความร้อนและไฟได้มากถึงมากที่สุด แน่นอนผมด้วย


ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามา เพราะอุณหภูมิมันสูง ผมจึงเผลอกางม่านพลังอัตโนมัติ และเจ้าผอ.นี่ดันสัมผัสได้ยิ่งถูกใจเข้าไปใหญ่ เพราะดูเหมือนนอกจากระดับมาสเตอร์ขึ้นไปแล้ว นักเรียนคนอื่นไม่มีใครกล้าย่างเฉียดเข้ามาห้องนี้เลยแม้แต่น้อย


และยิ่งพอรู้ว่าผมกางได้ไม่จำกัดเวลาเท่านั้นแหละ พี่แกเล่นจับผมมาเป็นคนดูแลส่วนตัว (หรือที่เรียกว่าเบ๊)เป็นเวลาร่วมสองสัปดาห์แล้ว โดยแลกเปลี่ยนกับการที่พิลโลว์ (พี่ท่านบังคับให้เรียกจนติดปาก) จะสอนเนื้อหาทั้งหมดที่จะใช้สอบให้


ดูโกงเนอะ? แต่ผมเพิ่งรู้ว่ามันต้องสอบด้วยเหมือนกัน


ตอนแรกพี่ท่านก็ยังมีเกรงใจกันบ้าง ไปๆมาๆ ผมเข้าๆออกๆห้องนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ออกจากตึกส่วนตัวนี่อยู่ดี ตึกนี้ส่วนตัวเสียจนไม่มีพนักงานดูแลเลยแม้แต่น้อย วันดีคืนดีผมก็ต้องทำอาหารกินเอง


และวันนั้นเจ้าผอ.ดันมาเจอพอดี


ด้วยเหตุฉะนี้ ผมจึงควบตำแหน่งพ่อครัวส่วนตัวผู้อำนวยการด้วยวัยเพียง 17 ปี


“ข้าวไข่ข้นซอสกรีนนี่ เอากรีนนี่เปรี้ยวๆนะ


เดี๋ยวเถอะ ชักจะเสียคน คนที่อยู่กับผมทุกคน (ก็มีแค่ซีลนั่นแหละ) ดูเหมือนจะโดนตามใจมากเกินไปล่ะนะ อืมผมก็เอาใจคนอื่นมากเกินด้วย


“กินซอสกรีนนี่มากไปไม่ได้ครับ เอาเป็นซอสซัลซ่าดีกว่า เดี๋ยวทำให้ครับ ขออ่านให้จบก่อน


“หิวววววว…..” เสียงอ่อยๆของคนข้างๆลอยมาตามลม


พิลเลนีอาร์ ดิ ซัลเฟสเด็กจริงๆเลย ช่วยมีมาดผอ.มากกว่านี้หน่อยได้มั้ยครับ?


เขาเล่นไม่สอนวิชาการต่อสู้หรือใช้เวทมนตร์อะไรกับเขาเลย เพียงแต่ให้ผมใช้เวลาว่างไปวันๆกับการอ่านหนังสือแปลกๆที่เจ้าตัวเอามาให้ บางทีก็นั่งเล่าประวัติศาสตร์ (แปลกๆ) โน่นนี่ให้ผมฟังแก้เบื่อ ซึ่งมันก็เข้าทางผมนะ ผมก็ชอบทำอย่างนี้มากกว่าไปออกกำลังจริงๆ


“เออีกสามวันก็จะถึงวันสอบแล้วนี่นา แต่เซรี่ไม่ต้องสอบรอบแรกหรอกนะ มันเป็นแค่สอบวัดพลังในตัวผู้เข้าสอบน่ะ ไม่เรียกว่าสอบปฏิบัติด้วยซ้ำ”


เอาหนุ่มหน้ามึนตอนแรกกลับมาเถอะครับ ผมมองผอ.หนุ่มนอนเองหลังมาพิงหลังผม


“งั้นก็เป็นช่วงสายๆหน่อย ที่เขาจะเริ่มสอบภาคทฤษฎีกัน เซรี่แค่เดินตามๆเขาไป เดี๋ยวเขาประกาศชื่อก็เดินเข้าไปในห้องได้เลยนะหิววววว”


ทำให้ก็ได้ครับ….ผมปิดหนังสือก่อนจะผละตัวออกจากเก้าอี้ ปล่อยให้คนอีกคนหงายหลังลงไปบนเบาะดังตุบ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวยังร่ายต่อไปแบบไม่สนใจ


“จากนั้นช่วงบ่ายจะเป็นการสอบปฏิบัติ ทางผู้คุมสอบจะจัดกลุ่มแบบสุ่มกลุ่มละห้าคน ให้เข้าไปหาของบางอย่างในสถานที่ที่แตกต่างกัน อันนี้ขึ้นอยู่กับดวงนะเซรี่ ขอให้เซรี่จับได้อันที่ฉัน ใส่เข้าไปแล้วกันนะ แต่บางทีเซโรว์อาจจะโดนไปสอบภาคปฏิบัติก่อนก็ได้นะ


หือผมจะต้องไม่จับได้ไอ้นั่นอย่างเด็ดขาด


“ส่วนผลสอบคงออกอย่างเร็วก็ภายในสองวันล่ะมั้ง? แหมๆ ฉันอยากให้เซรี่ดูสภาของเราจังเลย แต่ละคนน่าสนใจทั้งนั้น~” ดวงตาสีแดงเป็นประกายวิบวับ “แต่ไม่เท่าเซรี่ของฉันหรอกน่า


“พิลโลว์ ปล่อยก่อนครับ ถ้าคุณยังอยากกินข้าวไข่ข้นอยู่” ผมบอกขณะคนไข่สีสวยในชาม


“ใจร้าย~!” แล้วเจ้าปลิงตัวใหญ่ก็ไหลกลับไปอบความร้อนหน้าเตาผิงอีกรอบ


ชีวิตของผมมันชักจะออกนอกลู่นอกทางเกินไปแล้ว จนป่านนี้อาจารย์ของผมก็ยังไม่ติดต่อกลับมาเลยแม้แต่น้อย เจ้าซีลที่รออยู่ที่บ้านจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย


“วันนี้ผมไปดูแลเรือนกระดิ่งแก้วนะครับ พิลโลว์อยู่ที่นี่


“ฉันจะไปด้วย! จะไปจิ๊กของดีๆจากที่นั่นมาสะสม!” เจ้าตัวร้องโวยวายด้วยข้าวเต็มปาก ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นปฏิกิริยาอย่างนี้ เพราะเรือนกระดิ่งแก้วเป็นสถานที่ที่ส่วนตัวพอๆกับห้องผู้อำนวยการ (ที่ไม่เหมือนห้องผอ.สักเท่าไหร่) เมื่อก่อนคุณม็อกเกียน่าเธอเป็นเจ้าของเรือนแห่งนี้ แต่พอเจ้าหล่อนลาพักร้อนยาว กรรมสิทธิ์นั้นจึงตกที่ของผมที่มาเป็นคนสอนแทนเธอ


เวลาก็ไม่ได้เรียนที่ในนั้นหรอก แต่เรียนที่เรือนด้านหน้าที่ปลอดภัยกว่ามาก


ปลอดภัยในหลายๆความหมายอ่ะนะ


โดยเฉพาะผอ.นี่ ชอบดอดไปขโมยเล็กขโมยน้อย ขโมยของมาสะสมไว้ที่ห้อง ก่อนที่วันต่อมาผมจะขนมันกลับไปอยู่ที่เดิมอีกครั้ง

พิลโลว์ คุณนี่มัน….


“ถ้าอยากได้ เดี๋ยวผมเลือกมาให้ชิ้นหนึ่ง แต่คุณต้องรักษามันดีๆนะW


“เยส! งั้นรีบไปกันเร็ว เซรี่!!


ผมชื่อเซโรว์ ไม่ใช่เซรี่นะ แล้วผมบอกตอนไหนว่าจะให้คุณไปด้วยกันน่ะ?

 




“กี๊…..” หนวดเล็กๆสีเขียวเลี้ยวเข้ามาพันแขนของผม


“สวัสดีตอนบ่าย เจ้าตัวเล็ก” ผมผงกหัวทักทายพืชหัวเป็นรูปกะเปาะสีเหลืองสวย


“เซ………..โรว์” กลีบสีชมพูหวานตบแปะลงมาบนหัว คุณลุงโลตัสแลนเต้กำลังออกกำลังกายช่วงเช้าของเขาอยู่สินะ ดูเหมือนจะลากผมไปออกกำลังกายเป็นเพื่อนด้วย


“เดี๋ยวผมต้องไปหาพิลโลว์ก่อนครับ ไว้วันหลังจะมาเล่นด้วยนะครับ แต่ขอเอา” พูดยังไม่ทันจบ กลีบสีชมพูก็ปล่อยเมล็ดสีบานเย็นร่วงลงมาจากเกสรขนาดใหญ่ อา เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ ให้พิลโลว์ไปปลูกเอาเองสินะ


“ขอบคุณมากครับ จริงสิอีกสามวันผมคงไม่อยู่ทั้งวันนะครับ ฝากคุณช่วยดูแลทุกคนในเรือนกระดิ่งแก้วนี่ด้วยนะครับ อ้อมีสอบครับ”


พอพูดจบ ดูเหมือนทั้งเรือนจะเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนที่พืชทั้งหลายจะ เคลื่อนเข้ามาด้วยความเร็วสูง ละอองเกสรฟุ้งๆหลากสีถูกโปรยเข้ามาใส่ผมจากเบื้องบน


ผมพริ้มตาลงรับคำอวยพรจากเหล่าสิ่งมีชีวิตในโลกสีเขียวแห่งนี้


ก่อนจะรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่ฝ่ามือ ละอองเกสรลอยมารวมกลุ่ม ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง มันคือต้นดอกหญ้าที่แลดูคล้ายกับไม้ล่อแมวไม่น้อย


“ขอบคุณมากครับ สำหรับของขวัญ” ผมก้มศีรษะให้กับคุณลุงคุณน้าและเจ้าพวกตัวเล็กๆทุกตน


เหลืออีกสามวันก่อนสอบสินะ ถ้าผมสอบผ่านก็ต้องกลายเป็นอาจารย์ควบนักเรียนไปด้วย แต่ถ้าไม่ผ่านผมก็เหลือแค่อาจารย์อย่างเดียว

เริ่มชักอยากสอบไม่ผ่านซะแล้วสิ




บางครั้งผมก็คิดว่าเวลามันเดินไปเร็วเกินไป


เพียงแค่เรากะพริบตา เวลาสามวันหรือ 72 ชั่วโมงหรือ 4,320 นาทีหรือ 259,200 วินาทีก็ผ่านไปราวกับ 1 วินาที


ผมกำลังยืนอยู่ท่ามกลางคลื่นฝูงมหาชน



หลังจากถูกพาผ่านประตูแปลกๆมาโผล่ในตรอกเมืองเฮเลเนียสอีกครั้ง พิลโลว์ก็บอกให้ผมเดินตามคนเขาไปที่ประตูโรงเรียนอันแสนใหญ่โตราวกับพระราชวังที่อยู่ใจกลางเมือง คลื่นมนุษย์นับแสนหรืออาจจะเหยียบล้านแห่แหนกันมาออกันอยู่หน้าประตู รอเวลาประตูเปิด พวกผู้ดีหน่อยก็จะมีที่จอดรถม้ารออยู่ด้านข้าง


แอ๊ด…..


เฮ!!!!!

ทันทีที่ประตูเปิด ฝูงผู้คนต่างแย่งกันเฮตะโลเข้าไปในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ได้ข่าวว่าพวกเขาสมัครไปเรียบร้อยแล้วนี่นา แถมมันเรียงเลขที่ผู้สมัครไม่ใช่เหรอ จะรีบไปทำไมกัน


ผมยืนมองขบวนรถม้าของเหล่าชนชั้นสูงหลายสิบคันเคลื่อนตัวผ่านประตูเข้าไป บางคันใช้สัตว์แปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเทียมรถ รถแต่ละคันก็ตกแต่งด้วยลวดลายอย่างหรูหราตามแต่ฐานะของแต่ละคน ที่น่าแปลกใจคือรถม้าสีแดงเลือดหมูที่ใช้เพียงม้าแคระตัวเล็กๆสองตัวลากเข้าไปคันสุดท้าย คันของมันเล็กมากเมื่อเทียบกับคันอื่น


รอจนคนไปกันเกือบจะหมดแล้ว ผมจึงค่อยก้าวเท้าออกเดินเนือยๆเข้าไป แน่นอนว่าบริเวณลานประตูนั้นโล่งแจ้งมากเพราะต่างคนต่างกรูกันเข้าไปที่ลานใหญ่ในโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว


“คุณครับ!! คุณหัวม่วงๆตรงนั้นน่ะ ช่วยหยุดหน่อยครับ!


เสียงตะโกนจากด้านหลังทำให้ผมผินตัวกลับไปมอง เห็นหัวสีน้ำตาลทองมาแต่ไกล เจ้าของศีรษะวิ่งตรงมาเรื่อยๆ ผ่านประตูเข้ามา ก่อนจะมาหยุดหอบหายใจแฮ่กตรงหน้าผม


“ฮู่วว! นึกว่าจะไม่ทันซะแล้วนะเนี่ย!” เขาเสยผมขึ้น ดวงตาสีตองอ่อนเป็นประกายวิบวับ ดูเป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริงแบบแปลกๆ และคนจำพวกนี้มักมีเรื่องวุ่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ


“ขอโทษนะฮะ คือไอ้เจ้านี่มันโวยวายอยากมาหาคุณน่ะครับ โอ๊ย! อย่าจิกหัวฉันสิ เครอส! ก็พามาหาให้แล้วนี่ไง โอ๊ย!


ตัวอะไรบางอย่างขยับไปมาในเสื้อของเขา ก่อนจะโผล่หัวกลมๆสีชมพูอมส้มออกมาจากคอเสื้อ เจ้าตุ๊กตายัดนุ่นกลมไต่ขึ้นไปอยู่บนหัวของเจ้าของอย่างรวดเร็ว เท้าเล็กๆสองข้างของมันจิกทึ้งเส้นผมอย่างสนุกสนาน (ท่ามกลางความเจ็บปวดของหนุ่มผมน้ำตาล)


“ว้ากก! พอแล้วๆ ยอมแล้วๆ” ในที่สุดก็เอาออกจากหัวจนได้ “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อ ซาวด์ คลอเดียน เจ้าตัวนี้ชื่อเครอส เป็นสัตว์เลี้ยงจ๊ากก! เจ็บ! อย่ากัดซี่!!!


แนะนำตัวเสร็จเขาก็หันไปฟัดกับสัตว์เลี้ยง(ละมั้ง?)อีกรอบ ผมยืนมองสองคู่หูต่างขนาดยืนทะเลาะกันอยู่หน้าประตูโรงเรียน เป็นอะไรที่….น่าอับอายมาก


ผมเลยเดินจากมาเงียบๆ


“แว้ก! อย่าเพิ่งไปคร้าบบ! รอผมด้วย!!” โดยมีเสียงโหยหวนร้องตามหลังมา



 


“คนที่มาใหม่ กรุณาเข้าแถวให้เป็นระเบียบด้วยค่ะ!


“กรุณาอย่าทิ้งสัมภาระไว้เรี่ยราดครับ ไม่งั้นทางโรงเรียนจะส่งเข้าเตาเผาทันทีครับ!


“เฮ้ย! ตรงนั้นน่ะ ฉันเห็นนะเว้ยว่าลัดคิว!


$^$%%$%$#@#@$&^()*&*&%

เสียงตะโกนผสมกับเสียงคุยกันจ้อกแจ้กดังมาตั้งแต่ผมยังเดินไปไม่ถึง คนมาสอบต่างยืนเข้าแถวเกือบจะเป็นระเบียบ (หมายความว่ายังไม่มีระเบียบ) โดยมีชายหญิงที่สวมเครื่องแบบต่างจากคนทั่วไปกระจายตัวอยู่ทั่ว เสียงตะโกนโหวกเหวกยิ่งทำให้ใจคนร้อนเข้าไปใหญ่


“หวาวคนเยอะจังนะครับเนี่ย...” เสียงจากข้างหลังดังขึ้น เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าคนที่ชื่อ ซาวด์ที่อุตส่าห์วิ่งกระหืดกระหอบตามหลังผมมา พอดีกับที่พี่สาวในเครื่องแบบคนหนึ่งหันมามองพอดี


“อ้าว น้องยังไม่รีบไปเข้าแถวอีกเหรอคะ ให้พี่ช่วยพาไปไหมเอ่ย? น้องสุดหล่อ ฮิฮิ"


สุดหล่อ?? ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือว่า….


“มาเร็วค่ะ ขอพี่ดูชื่อหน่อยซิเรา แหมๆ น้องซาวด์ ชื่อน่ารักนะคะเนี่ย”


หล่อนเบียดผมเข้าไปกระแซะกับหนุ่มผมน้ำตาลทองที่เอาแต่ทำตัวอึกอัก พลางเหลือบมองมาทางผมเป็นระยะๆ ท่าทางต้องการให้ช่วยสินะ เรื่องแค่นี้เอง แต่ตอนนี้ผมไม่ว่าง อือ...แถวของผมอยู่ไหนกันนะ?


“ขอโทษครับ เพื่อนผมรีบ คือผมมีเรื่องจะถาม” ผมเอ่ยปากเสียงเรียบ


“พี่ครับ ขอโทษครับ คือว่า” หมอนั่นพยายามแกะมืออีกฝ่าย แปลกจัง ทำไมหล่อนถึงไม่หันมาสนใจฟังที่ผมพูดเลยล่ะ ผมเอื้อมมือไปดึงเสื้อของเธอเบาๆ


“อุ๊ย! อะไรดึงเอ่อ น้องมีปัญหาอะไรรึเปล่า เอ่อ...แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะเนี่ย ไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะคะ...มีอะไรถามพี่คนนั้นแล้วกันนะคะ”


ผมมองตามปลายนิ้วที่หล่อนชี้ ต้นไม้สูงๆนั่นเหรอ?? มีคนอยู่จริงๆด้วย งั้นผมน่าจะไปถามคนคนนั้นสินะ อย่างน้อยก็น่าจะได้เรื่องกว่าพี่สาวที่เอาแต่เกาะแขนผู้ชายไม่ปล่อยละกัน


“ขอบคุณครับ” ผมผงกหัวให้เธอ แต่ตอนนี้พี่สาวกลับหันไปสนใจเป้าหมายเดิมเรียบร้อยแล้ว อืม ขอให้นายโชคดีนะ เอ่อเครอส (ใช่รึเปล่านะ?)


 



“ปีนี้ก็วุ่นวายเหมือนปีที่แล้วไม่มีผิด….


“ไม่เจอคนน่าสนใจบ้างเหรอ?”


“ไอ้พวกที่น่าสนใจเข้าไปข้างในหมดแล้วน่ะสิ มีแต่พวกคนใหญ่คนโต ปีนี้ทั้ง เมจอัจฉริยะ’เจ้าหญิงสี่เหล่าทัพ’ ‘ปราชญ์น้อยแห่งไซคลอเดีย’ แล้วยังมี อัศวินเพลิงกาฬอีก”


“ฉายางี่เง่า” เสียงพึมพำที่ทุ้มต่ำเล็ดลอดออกมา


ใต้ร่มเงาไม้สูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ปะปนกับต้นไม้อื่นๆนานาชนิด เงาสองร่างที่หลบซ่อนอยู่กำลังมองความวุ่นวายของผู้มาสมัครเบื้องล่าง นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองไปทั่วๆก่อนจะสะดุดลง


“มีอะไรเหรอ….พี่ชาย?”


“คนผมน้ำตาลทองๆตรงนั้น….” พูดก่อนที่จะหยุดลง ทั้งสองร่างปริศนาบิดกายหันไปเผชิญหน้ากับแขกไม่ได้รับเชิญคนที่สาม


ชายหนุ่มที่โผล่ขึ้นมาจากอากาศธาตุยืนนิ่งๆ ไม่มีวี่แววจะเดินเข้ามา เส้นผมสีม่วงอมเทาปรกใบหน้าไปเกือบครึ่ง เห็นเพียงริมฝีปากกับผิวซีดไร้สีเลือด อย่างกับเป็นผีก็ไม่ปาน


….อะ” เสียงแหบแห้งที่ดังออกมาทำเอาสองหน่อเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว เตรียมจะขว้างอาวุธลับที่ซ่อนเอาไว้ใส่


“ขอโทษ...คือ...อะ!” มีดบินที่ขว้างด้วยความเร็วที่ตามองไม่เห็นเฉียดใบหน้าของอีกฝ่ายไปแค่นิดเดียว ร่างผู้บุกรุกโซเซไปมาก่อนร่วงลงจากกิ่งไม้ใหญ่


“ตามไปเก็บกวาดด้วยล่ะ” เสียงอันเย็นชาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ


“รู้แล้วน่าๆ งั้นไปล่ะเฮ้ย!!! ผีหลอก!” เสียงอันเริงร่าเปลี่ยนเป็นหวีดร้องอย่างตกใจ หัวสีม่วงๆทึมๆมันมาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!


“ขอโทษครับ ผมแค่จะถาม...ก่อนอื่นช่วยเอาด้ายที่ขึงอยู่รอบตัวผมนี่ออกไปก่อนได้มั้ย?...ผมลำบากนะ จะยกมือขึ้นปิดปากตอนจะหาวก็ไม่ได้


“เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณมีเรื่องอะไรกับเรารึเปล่าครับ?” ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้า กลับมายิ้มนิดๆแบบอมภูมิเหมือนเดิม ส่วนอีกหนึ่งยังคงขึงเส้นด้ายอันคมกริบไว้รอบกายผู้บุกรุกแปลกหน้าเพิ่ม


“คือนี่ครับ” มือขาวยื่นบัตรสีเหลืองอ่อนออกมาตรงหน้า


“ผมไม่รู้ว่าแถวตัวเองอยู่ไหน ลองถามพี่เขาดูแล้วเขาก็ชี้มาตรงนี้”


เงียบ.....บริเวณโดยรอบนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากบุรุษหน้ายิ้มจะเค้นเสียงถามออกมา


“รุ่นพี่….คนไหนกันครับ”


“คนที่ไว้ผมหางม้ายาวๆสีแดงๆ ตาเหมือนเหยี่ยวเดี๋ยว อย่าเพิ่งไปสิครับ ช่วยบอกทางหน่อย...”


ชายปริศนาหันไปสบตากับ พี่ชาย’ ของตนก่อนมองชื่อในบัตรสอบของอีกฝ่าย


“เซโรว์ ซิลเวียร์ สถานที่สอบ….ลานสัตยาบัน ไปทางนั้นครับ” นิ้วเรียวชี้ไปทางลานกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน หัวสีม่วงเทาก้มลงมองก่อนจะเหลือบนัยน์ตาสีเทาหมอกมองชายอีกคนที่ยืนดูอยู่ห่างๆ


“ปล่อยผมซักทีสิครับ” เขากะพริบตาปริบๆ


ชายผู้เย็นชาสะบัดปลายนิ้วเบาๆ เส้นด้ายที่มองไม่เห็นพลันคลายออก ทั้งสองเตรียมจะแฝงกายซ่อนตัวเข้าเงามืด แต่ติดเสียงร้องเรียกแหบๆต่ำๆนั่นเสียก่อน


“เดี๋ยว” ร่างนั้นกระโดดเข้ามาประชิดอีกฝ่ายชั่วพริบตา


!” มือของบุรุษผู้เย็นชาเหวี่ยงมือเตรียมฟาดฟันกลับไปอัตโนมัติ ก่อนจะชะงักเมื่อนิ้วขาวซีดยื่นออกมาปาดบางสิ่งที่ต้นคอ


“ผมขอโทษที่ทำคอคุณเป็นแผลนะ เดี๋ยวจะรักษาให้เดี๋ยวนี้แหละ”


นัยน์ตาเรียวกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย โลหิตที่ไหลซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัวโดนอีกฝ่ายลูบเบาๆ รอยแผลที่มีอยู่หายไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด


“ไปแล้วครับ ไว้พบกันใหม่” เซโรว์ผงกศีรษะขอบคุณก่อนโดดทิ้งตัวลงไป


ฟุบ!


ทั้งสองร่างที่เหลืออยู่ต่างหันมาสบตากัน ก่อนที่ชายหนุ่มผู้ประดับด้วยรอยยิ้มจะเผยยิ้มกว้างแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนออกมา ไม่ต่างกับอีกหนึ่งที่เผลอยิ้มจางออกมา


“เซโรว์ ซิลเวียร์งั้นเหรอ แหม ท่าทางปีนี้จะสนุกขึ้นมาซะแล้วสิ"




 

ผมเดินมาตามที่ที่ผู้ชายคนนั้นบอก ตรงนี้ผู้คนก็ยังเยอะอยู่เหมือนเดิม ต่างก็ตรงที่ดูเข้าแถวเป็นระเบียบเอามากๆเลยล่ะ ผมก้มลงมองหมายเลขในบัตรของตัวเอง


ปึก! โครม!


ผมหยุดเดินทันทีที่มีอะไรมากระทบร่าง หันไปมองอีกทีก็พบคนตัวใหญ่ที่นอนล้มอยู่กับพื้น ผู้คนโดยต่างหันมามองแล้วกระซิบกระซาบกันใหญ่


“ไอ้ยักษ์นั่นไม่ได้เรื่องเลยเนอะ ตั้งใจจะชนเจ้าเปี๊ยกนั่นแล้วเป็นฝ่ายล้มซะเอง ขำชะมัด” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น เป็นการจุดระเบิดให้ไอ้ยักษ์ที่ว่าหน้าแดงด้วยความอับอาย


“เฮ้ย! ไอ้เปี๊ยก! แกกล้าดียังไงมาชนข้าวะ! รู้รึเปล่าว่าข้าน่ะลูกใคร”


ผมหรี่ตาลงอย่างเบื่อหน่าย ไม่เบื่อบ้างรึไงครับ เปลี่ยนประโยคบ้างเถอะ ตอนเด็กๆผมเจอมาบ่อยครับ พวกอันธพาลยุคคุณทวดเนี่ย


เท้าทั้งสองก้าวถอยออกมาจากสถานการณ์ที่ชักจะวุ่นวาย แต่ก่อนที่จะได้เดินต่อ มือใหญ่ๆนั่นก็คว้าไหล่ของผมซะเต็มแรง แถมยังออกแรงบีบเป็นเชิงเตือนอีกต่างหาก


“จะไปไหน ขอโทษมาเสียก่อน มากราบเท้าข้านี่ แล้วข้าจะปล่อยเฮ้ย! ทำอะไรของแกวะ?!” มันร้องโวยวายทันทีที่ผมนั่งคุกเข่าลงไปกราบเท้ามันถึงที่


จะโวยวายหาพระแสงอะไรน่ะ? คนเขาก็ทำตามที่บอกแล้วแท้ๆ (งง)


“ผมไปแล้วนะครับ” ลุกขึ้นมาปัดฝุ่นนิดหน่อยแล้วเตรียมจะเดินต่อ แต่กลับมีคนมายืนปิดทางเดินอยู่นี่ อืม (ขมวดคิ้ว) ชาวเฮเลเนียสมุงนี่น่ากลัวจริงๆ


“แกจะไปไหนกันฟะ! กวนประสาทกันดีนัก ลองกินบาทาข้าหน่อยเป็นไง!!


อะบัตรสอบหล่น ปลิวๆๆๆๆๆ ปลิวไปแล้ว....


วืด! ผลัวะ!


ผมค้อมตัวลงวิ่งตามบัตรสีเหลืองที่ปลิวพลิ้วไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนใจลมแรงๆที่เฉียดผ่านหัวตัวเองไป แทนที่จะคว้ามันได้ มันกลับลอยไปสูงและไกลกว่าเดิมซะอีก


“แกๆๆๆๆ แก ตายยยยยยยยยย!!


เสียงตะคอกห้าวแหบดังขึ้น ชายร่างยักษ์เสกดาบเวทย์อันมหึมาของตนพร้อมพุ่งเข้าเตรียมปลิดชีพผู้ยังคงไม่สนใจตน เสียงหวีดร้องของคนรอบข้างดังขึ้น


กิ๊ง!


“หยุดได้แล้วค่ะ"


น้ำเสียงใสดุจกระดิ่งแก้วสะกดโทสะที่มีอยู่ลงในพริบตา ชั่วขณะราวกับมีสายลมอันอบอุ่นไล้ไปตามผิวกายที่หยาบกร้าน ผู้มาใหม่หยุดทุกสายตาในบริเวณนั้นให้ชะงักงัน นิ้วเรียวขาวผุดผ่องดังหิมะแตะดาบเล่มโตให้หยุดอย่างนิ่มนวล


ร่างบางของเด็กสาวที่มีความสูงไม่แพ้บุรุษ ดวงหน้ากลมเกลี้ยง นัยน์ตาที่แสนอบอุ่นและอ่อนโยนสีฟ้าเหมือนกับท้องฟ้าในฤดูร้อน เส้นไหมสีเงินทอประกายแข่งแสงกับแสงอาทิตย์ระยิบระยับ มองชุดเครื่องแบบนักเรียนสีน้ำเงินกรมท่าแล้วรู้สึกอยากจะเปลี่ยน


นางจะงามเพียงใดถ้าเปลี่ยนเป็นชุดราตรี...ทุกคนนึก.....คงจะงามราวกับนางฟ้า


“คุณผู้เข้าสอบ กรุณาอย่าใช้อาวุธในลานสัตยาบันแห่งนี้นะคะ มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่มีสิทธิ์เข้าสอบอีกต่อไปในอนาคตค่ะ เพราะฉะนั้น ช่วยเก็บอาวุธด้วยนะคะ"


ปิดท้ายด้วยการยิ้มบนริมฝีปากสีสวย ยิ่งทำให้คลื่นมหาชนที่มุงดูอยู่สติหลุดลอยไปไกลใหญ่


ยกเว้นเจ้าคนที่เอาแต่ไล่ตามจับบัตรสอบตัวเองละกัน


“ฮึบ….ไปอีกแหละ...ฮึบ ไม่ถึงอะ…” ผมพยายามเอื้อมมือคว้าใบเหลืองที่ลอยปลิวไปมาอย่างกับสวรรค์แกล้ง เอื้อมเท่าไหร่มันก็ปลิวหนีเท่านั้น ฮื้ย!


หมับ


อะ...มีคนใจดีเก็บให้ด้วย ผมเงยหน้าขึ้นเตรียมจะขอบคุณคุณสุภาพบุรุษผู้เก่งกาจ (?) แต่พอเงยหน้าปุ๊บก็พบกับสุภาพสตรี?


หล่อนสูงกว่าผมเป็นช่วงหัว? ช่างเถอะ ว่าแต่ตาสีทองนี่มันคุ้นๆแฮะ


“คุณ.....ด้าย??”


หล่อนชะงักกึก นัยน์ตาสีทองแสนเย็นชาหรี่ลงอย่างบอกไม่ถูก บทสนทนาที่เตรียมมาถูกกลืนลงคอไปเพียงเพราะประโยคเริ่มต้น


“ขอโทษนะคะ ผู้เข้าสอบได้รับบาดเจ็บสินะคะ เชิญทางนี้สักครู่นะคะ” หัวสีเงินๆอีกหนึ่งโผล่มาข้างๆพร้อมกับล็อคแขนข้างหนึ่งของผมอย่างรวดเร็ว


ผมถูกลากเข้ามาตรงกองอำนวยการที่เต็มไปด้วยรุ่นพี่อย่างรวดเร็ว แต่ละคนที่อยู่ในนั้นร้องกรี๊ดกร๊าดกันเสียงดังยกใหญ่ทันทีที่เห็นพวกเรา


“แองเจิลลลลล~~


“น้องแองเจิลคะ มีเรื่องอะไรร้ายแรงรึเปล่าคะ บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”


“แองเจิลสวยจังเลย กินอะไรมา


“แอเรียล โฟร์เรียล มีเรื่องอะไรรึเปล่า? พวกเธอสองคนไม่น่าปรากฏตัวตอนนี้นี่” หญิงสาวคนหนึ่งหมุนตัวมาเผชิญหน้า เธอดูมีอายุอานามไม่น้อย มือทั้งสองข้างยังวุ่นอยู่กับการพันแผลให้ผู้มาสอบที่เอาแต่อ้าปากค้างน้ำลายไหลย้อยกับภาพ นางฟ้าตรงหน้า


“อาจารย์แคลโลรีนคะ ข้าขอยืมห้องพยาบาลที่ เป็นส่วนตัว’ หน่อยได้มั้ยคะ?”


อาจารย์แคลโลรีนกวาดสายตามอง สองนางฟ้า’ ก่อนจะไปหยุดที่ร่างตรงกลาง เส้นผมสีม่วงบดบังใบหน้าราวกับยาจก แขนทั้งสองข้างอยู่ใน ความดูแล’ ของสองสาว เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ


“นี่กุญแจ ห้องในสุดริมระเบียง”


“ขอบคุณค่ะ”

 




ปึง!


ผมนั่งอยู่บนเตียงสีขาวมองสองสาวจัดการปิดประตูกับหน้าต่างให้เรียบร้อย (?) คุณด้ายดีดนิ้วเบาๆ โคมไฟในห้องพลันสว่างไสวขึ้นมาในพริบตา


“ประกาศ ขอให้ผู้เข้าสอบมารวมตัวกันที่ลานสัตยาบันได้แล้วค่ะ จะเริ่มการสอบรอบที่หนึ่ง


อาแย่แล้วสิ


หมับ!


“จะไปสอบเหรอคะ ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ รอบแรกแค่สอบวัดพลังในตัวผู้สอบน่ะ เรามานั่งคุยฆ่าเวลากันดีกว่านะคะ” คุณสาวตาสีฟ้าหันมาล็อคแขนผมพร้อมกับยิ้มตาใสหือ? ตาสีฟ้า?


“คุณ….มีด?”


พรืด!


เสียงบางอย่างทำให้ผมหันหน้าไปมอง คุณด้ายในเวอร์ชั่นผู้หญิงกำลังยืนกอดอกตีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกอยู่ที่ประตู แล้วเสียงเมื่อกี้มันเสียงอะไรกันน่ะ?


หันกลับมามองที่คุณมีด ซึ่งตอนนี้กำลังก้มหน้าเอาผมสีเงินยาวปรกหน้าจนมองไม่เห็นสีหน้า เธอ (รึเปล่า?) กำมือแบมืออยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้ม


“ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่ชื่อ โฟร์เรียล ลูมินอส ส่วนนั่น แอเรียล ลูมินอส เรียกพวกเราว่าพี่แอร์กับพี่โฟร์ก็ได้ แต่อย่าเรียก มีด’ กับ ‘ด้าย’ อีกนะ!” ท้ายประโยคเน้นเสียงเข้มทั้งที่หน้ายังยิ้มอยู่


“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อเซโรว์” ในเมื่อเขาแนะนำตัวมา ผมก็ผงกหัวตอบรับ


“เอาล่ะทีนี้” คุณมีด...พี่โฟร์ส่งเสียงขำขันในลำคอ นัยน์ตาสีฟ้าเขียวราวกับน้ำทะเลพราวระริก เธอแย้มยิ้มกว้างเหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องตลก


“บอกมาได้รึยังว่าเราเป็นใคร? มาจากไหนกันแน่?”



(อดีต)พระเอก (s) ออกมาแล้ววววว ปลื้มมมมมมม

คริสลองเพิ่มช่องว่างระหว่างบรรทัดขึ้น อ่านแล้วสบายตากว่ามั้ยคะ

เห็นมีคนมา favorite แล้วใจชื้นค่ะ รักที่สุดเลยยย ช่วยกันเม้นบ้างนะคะ เห็นหน้านิยายโล่งๆแล้วทำตัวไม่ถูกเลย555

1 คอมเม้นท์ = 1 กำลังใจเด็กตาดำๆคนนี้นะคะ จุ๊บๆ

Crystalsphere



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

420 ความคิดเห็น

  1. #401 Vivian_N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 17:29
    มาอยู่ที่นี่ตั้งหลายวัน แล้วน้องชายของตัวเองล่ะ
    #401
    0
  2. #324 Jela (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 10:46
    ยิ่งอ่านยิ่งงงแต่ก็เข้าจัยบางส่วน
    #324
    0
  3. #294 readerRoma (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:36
    เซเซคะ ตะไมหนูใสซื่ออย่างเนร้ ~
    #294
    0
  4. #281 honey-candy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 09:02
    มีดกับด้ายคือครายยยยย
    #281
    0
  5. #136 night_alice (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 02:30
    สาวๆเป็นพี่น้องของหนุ่มสองคนแรกที่เจอใต้ต้นไม้ป่าวคะ คุณมีด คุณด้าย จะฮาไปไหนหนูเซรี่ = v=
    #136
    1
    • #136-1 crystal-sphere(จากตอนที่ 6)
      11 มิถุนายน 2559 / 19:01
      ต้องลองอ่านต่อไปค่ะ:)
      #136-1
  6. #79 mint2002 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 18:06
    นายเอกผู้ใสซื่อของเราาาา อยากให้ตัดผมเร็วๆจัง ทุกคนจะได้เห็นออร่าสุดเคะของเขา!///นอกเรื่องล่ะ 55555
    #79
    0
  7. #33 jiji-love (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 21:02
    มีดกับด้ายนิใครอ่ะ?? หรือว่า!!!....อะไรว่ะ..ตุ๊บ!!!///โดนถีบ
    #33
    0
  8. #8 poompooi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 00:41
    ว่าแต่ มีดกับด้ายนิตัวผู้รึเปล่า รึยังไง
    #8
    0
  9. #7 finray (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 23:51
    น่าติดมาก มาต่อเร็วๆนะคะ
    #7
    0
  10. #6 sodadada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 18:41
    สนุกมากค่ะ มาต่อไวๆนะคะ
    #6
    0
  11. #5 OoKAWAIoO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 18:13
    ชอบมากๆ รีบมาต่อน่ะ รออยู่ ><
    #5
    0
  12. #4 poompooi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 17:35
    เราว่าแต่งได้ดีมากๆเลย สนุกดี คำผิดก้ไม่มี(หาไม่เจอ)5555 ขออีกตอนๆๆๆๆๆ
    #4
    0
  13. #3 poompooi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 17:34
    ขออีกตอนๆๆๆๆๆ กำลังค้างเลย!!!! หูยยยยยยย คุณด้ายกับมีด ตอนแรกเราก้งงๆ บอกไปเลยว่าเป็นอาจารย์กับมาจากบ้าน
    #3
    0