Zero attraction ช่วยสนใจผมน้อยๆลงหน่อยเถอะครับ (Yaoi/ BL , Harem)

ตอนที่ 11 : การเป็นคนธรรมดาข้อที่ 7 มีเรื่องในโรงอาหารสักครั้งในชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    12 มิ.ย. 59



การเป็นคนธรรมดาข้อที่ 7 มีเรื่องในโรงอาหารสักครั้งในชีวิต

ขอผมกินอาหารแบบธรรมดาบ้างไม่ได้หรือครับ?



“ทำการดึงตัวผู้เข้าสอบออกมาจากระบบครบแล้วค่ะ”


“ระบุตำแหน่งผู้บุกรุกเรียบร้อยแล้วครับ จากนี้ให้จัดการอย่างไรครับ”


“เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ” เสียงใสๆของผู้มาใหม่ดังขึ้น ทุกสายตาในห้องควบคุมหันไปมองอย่างมีความหวัง


“ฮายยยย โฟร์เรียล แอเรียล มาได้จังหวะพอดีเลย” สาวผมเปียคู่ฉีกยิ้มกว้าง สภาพหล่อนตอนนี้ไม่ต่างจากนักทดลองสติเฟื่อง เธอรีบสั่งการคนในห้องทันที


“จัดการเปิดประตูมิติได้เลย ว่าแต่เธอสองคนจะจับมันได้เหรอ ฉันตรวจพบว่าผู้บุกรุกกระจายไปในหลายสนามสอบมากเลยนะ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ” แอเรียลตอบกลับเสียงเรียบ “ทั้งหมดเป็นแค่หุ่นเชิด ต่อให้จับได้ก็ไม่มีความหมายอะไร เราควรตามหาผู้บุกรุกที่แท้จริงที่แฝงเข้ามามากกว่า”


“สัญญาณผู้บุกรุกทั้งหมดหายไปแล้วค่ะ!


“บ้าชะมัด! สรุปพวกมันเข้ามาทำไมกันเนี่ย!” สาวผมเปียขยี้หัวตัวเองจนยุ่ง


“สไปร์” โฟร์เรียลสะกิด “ช่วยตรวจหาตำแหน่งของผู้เข้าสอบคนหนึ่งได้ไหม”


“ถ้าตำแหน่งล่าสุดก่อนจะออกจากระบบก็น่าจะได้ ใครล่ะ ขอชื่อ”


“ฉันไม่รู้ชื่อ แค่รู้ว่าผมสีขาว ตาสีทอง ผิวสีแทน” นัยน์ตาสีฟ้าหรี่ลง


“จะลองดู นายจัดการสิ ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือ” ชี้นิ้วสั่งก่อนจะขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นผลบนหน้าจอ


ไม่พบรายการที่ค้นหา


“คว้าน้ำเหลวสินะ” โฟร์เรียลถอนหายใจ “จัดการเริ่มการสอบภาคปฏิบัติแผน B ให้กับผู้เข้าสอบอีกชุดหนึ่ง ยกเลิกระบบจำลองมิติ….ติดต่อไปยังพวกปี 2 ให้มาช่วยทดสอบ ส่วนชุดแรกให้เริ่มทำการสอบภาคทฤษฎีได้เลย”


“เรียกคีย์มาช่วยจัดการละกัน เรื่องนี้” พูดถึงคนบางคนที่ ตำแหน่ง พอๆกับเธอ “หมอนั่นไปอู้อยู่ที่ไหนกันเนี่ย คิดว่าการเป็นประธานนักเรียน นี่ว่างขนาดนั้นเลยรึไง”


“ไอ้แอร์ ไอ้โฟร์ แอบนินทาฉันงั้นเรอะ?!


เสียงดังขึ้นพร้อมกับแขนสองข้างที่ล็อคคอสองนางฟ้าแน่น หากแต่ไม่มีใครกล้ามองอย่างอิจฉาตาร้อน ไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าหล่อเหลาเกินผู้เกินคนไปไกล แต่เพราะ อำนาจ บางอย่างที่แผ่ออกมา


“กรุณาเรียกชื่อดิฉันให้สุภาพกว่านี้ด้วยค่ะ คุณคีราล” นัยน์ตาสีอำพันหรี่ตาพร้อมดีดนิ้วใส่ท่อนแขนแข็งแกร่งนั่น ชายตรงหน้าเลิกคิ้วแบบงงๆ พร้อมกระซิบเสียงเบา


“อย่าดัดเสียงเลย คะขาอะไรกัน ดูแต๋วชะมัด ฉันรับไม่ได้”


กรอดดดดด


“คีย์คะ ช่วยจัดการคุมสอบของชุด 2 หน่อยสิคะ” ยิ้มอย่างสดใสราวกับเสียงกัดฟันเมื่อครู่เป็นของคนอื่น สาวเจ้าสะบัดผมยาวของตัวเองก่อนจะสลัดแขนนั้นหลุด


“เรื่องอะไรล่ะ” คีย์บุ้ยปาก “แกก็ไปทำสิ คนเดียวคงพอไหวมั้ง เนอะแอร์” ว่าแล้วก็หันไปขยิบตา


“กรุณาพูดให้สุภาพหน่อยค่ะ ไม่งั้นดิฉันจะส่งไปให้ ศ.เมลาเนียร์ เข้าคอร์สอบรมวิชามารยาท”


“อุ....ยอมก็ได้ แต่ฉันขี้เกียจไปนั่งดูพวกปี 2 คุมสอบอ่ะ ขอไปหน่วยบริการได้เปล่า?”


“จะไปทำไม ไปป่วนพวกคุณป้าแม่ครัวรึไง”


“เปล่านะ แค่....หิวข้าวเท่านั้นเอง อยากเจอผู้เข้าสอบด้วย จะพยายามเนียนๆไม่ให้รู้ว่าเป็นรุ่นพี่ละกัน ไปก่อนนะ” ว่าแล้วก็ชิ่งหายไปในพริบตา ทิ้งสองนางฟ้ายืนมองด้วยความละเหี่ยใจ


“ไม่เคยจะเปลี่ยน ตรงได้ใจจริงเลยนะ ท่านเอ็มเพอเรียร์ น่ะ” สไปร์มองตามไปจนลับสายตา


“สไปร์ ไปทำงานต่อ เริ่มการสอบรอบสองได้เลย”


“รับทราบค่ะ นัวร์




 

โรงอาหารที่นี่ใหญ่ดีนะครับ


“ข้าวผัดนี่อร่อยสุดยอดไปเลยแฮะ”


อาหารที่นี่ก็อร่อย


“คุณป้าครับบบ ผมเอาอีกชามได้มั้ย”


แม่ครัวก็ใจดี


“ลี่จังเอาด้วยๆ”


เสียอย่างเดียว....พวกคุณคิดเหมือนผมใช่ไหม


ย้อนกลับไปเมื่อสักครู่


“ลี่จังออกมาด้วยได้ยังไงกันล่ะครับ” ซาวด์เป็นคนเปิดประเด็นขึ้นหลังจากที่พวกเราโผล่ออกมาที่ห้องสอบห้องเดิม ก่อนที่ทุกสายตาจะโฟกัสไปที่สไลม์ตัวน้อยที่โผล่มาจากไหนตอนไหนก็ไม่ทราบ


“ระบบขัดข้องรึยังไง หรือเจ้านี่เองที่ผิดปกติ มันเป็นแค่หน่วยข้อมูลเวทมนตร์หน่วยหนึ่งเองนี่” ด้านเรเทลยกนิ้วขึ้นดันแว่น(ที่ไม่มี) สมองถูกใช้คำนวณความเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว


“ลี่จังช๊อบชอบไข่ปิ้ง ลี่จังยังหิวอีกนิดหน่อยอ่ะ” ระหว่างที่ทุกคนเงียบ เจ้าสไลม์ก็ร้องขึ้นมา


“งั้นไปโรงอาหารของโรงเรียนก็แล้วกัน น่าจะมีของที่เขาจัดไว้ให้ผู้เข้าสอบทาน” เดฮานส์จิ้มพุงลี่จังเบาๆ “นี่แกเอาของที่กินไปไว้ไหนกันนะ?”


“ของที่ลี่จังกินก็ต้องลงกระเพาะสิ” ใช่แล้ว กระเพาะไง ว่าแต่สไลม์นี่มันมีกระเพาะด้วย??


ว่าแล้วก็ยกขบวนกันออกมาจากห้องสอบแล้วเดินไปโรงอาหาร ตามทางเดินแทบจะไม่ต้องถามทางไปเลย เพราะดูเหมือนทุกคนที่เพิ่งออกจากห้องสอบต่างมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทั้งหมด เสียงตะโกนคุยเจี๊ยวจ๊าว บางคนก็โม้เรื่องข้อสอบภาคปฏิบัติว่าตัวเองทำภารกิจโน่นนี่สำเร็จ ในขณะที่บางคนได้แต่ร้องไห้ และบางคนก็เดินตามเขาไปเฉยๆแบบพวกผม น่าแปลกที่ไม่มีใครสังเกตสไลม์สีชมพูตัวนี้เลยทั้งๆที่มันกาะอยู่บนหัวสีม่วงเทาของผมทำให้ดูสะดุดตามาก


“ลี่จัง ทำไมไม่มีใครเห็นลี่จังเลยล่ะ” ผมเหลือกตาขึ้นไปถาม คนที่ยืนเยื้องออกไปทำท่าตกใจเหมือนเห็นผี (ก็เข้าใจนะว่าผมปรกหน้าตาเหลือกมันเหมือนผีแค่ไหน)


“ลี่จังมีสกิลพรางตัว นอกจากพวกมาม้าแล้วไม่มีใครเห็นหรอก”


ลี่จังเก่งขนาดนี้เลยเหรอ อย่าบอกนะว่าที่แท้ลี่จังคือลาสบอสของเรื่องนี้น่ะ ผมขมวดคิ้วคิดอย่างจริงจัง ตั้งแต่เจอลี่จังมา นอกจากจะพูดได้คล่องต่างจากสัตว์อสูรทั่วไปแล้ว แถมความสามารถในการตอบโต้พูดคุยนี่เหนือมนุษย์จริงๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร สกิลการเขมือบก็ธรรมด๊าธรรมดา (?)


และแล้วก็มาถึงโรงอาหารจนได้


โรงอาหารของลีรูเน่เป็นอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่า ห้องโถงปราสาท เป็นอย่างมาก โต๊ะที่นั่งจัดเป็นแถวเรียงยาว 5 แถว แต่ไม่ใช่โต๊ะที่นั่งติดกัน มันเป็นโต๊ะตัวยาวที่สามารถนั่งได้ 8 คน ซึ่งน่าแปลกมากที่โต๊ะบริเวณหนึ่งที่อยู่มุมๆกลับไม่มีใครเข้าไปนั่งจับจองเลยทั้งๆที่คนเยอะขนาดนี้


“นั่งโต๊ะตรงนั้นแล้วกันครับ” ซาวด์เป็นคนเสนอให้เข้าไปนั่งโต๊ะตัวหนึ่งที่ว่างโล่งอยู่ตรงนั้น


พวกผมเดินเข้าไปนั่ง วางลี่จังไว้กับโต๊ะ ในระหว่างนั้นก็มีพวกผู้เข้าสอบกลุ่มอื่นทยอยมานั่งประปราย รวมถึง...


“หลีกไป! ท่านเบเรสผู้ยิ่งใหญ่กับผู้ติดตามต้องการนั่งโต๊ะสีทองตัวนี้!!


“อาโต๊ะสีทองตัวนั้นน่านั่งตรงไหนกัน” ชายคนหนึ่งยืนขวางทางอยู่ เขาเอานิ้วแคะหูพร้อมกับพึมพำด้วยเสียงปกติ (แต่ทุกคนได้ยินชัดเจน) “โต๊ะที่ไม่ใช่โต๊ะไม้เป็นโต๊ะของผู้มีตำแหน่งในโรงเรียนครับ ผมต้องขออภัยที่ไม่สามารถให้ผู้เข้าสอบนั่งได้” กรุณาเชิญย้ายไปนั่งที่อื่นด้วย นั่นคือสายตาที่ส่งออกมาอย่างชัดเจนจากชายคนนั้น


คนที่มานั่งต่างคนต่างทำเป็นไม่สนใจ บางคนก็มองไปมองมาครู่ใหญ่ก่อนจะสะกิดเพื่อนแล้วเดินออกไป ส่วนพวกผมเดินออกไปตั้งแต่เขาพูดแล้วล่ะครับ ฟังดูแปลกใช่มั้ยล่ะ แต่ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นแล้วเดินออกไปแทบจะในทันที เราเดินหาโต๊ะไม้ที่ยังว่างอยู่สักพักก่อนจะเจอเป็นโต๊ะที่อยู่หลังชายร่างยักษ์ที่ชื่อเบเรสคนนั้น ไม่มีคนนั่ง อาจเป็นเพราะตัวใหญ่มหึมานั่นบังอยู่เลยไม่มีคนสังเกต


“เอาลี่จังไปจองแล้ว” เดฮานส์พูด ผมกะพริบตาก่อนจะนึกได้ว่าลี่จังมันไม่มีใครมองเห็น


“งั้นรีบไปต่อแถวรับอาหารได้แล้ว อย่าลืมขอเผื่อลี่จังมาด้วย ซาวด์” คนผมสีขี้เถ้ามอบหมายให้บุคคลที่น่าจะเฟรนด์ลี่ที่สุดในกลุ่ม(?) เจ้าตัวยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้า


“ผมไปเอาคนเดียวก็ได้ครับ คนอื่นๆไปนั่งรอที่โต๊ะเลยดีกว่า”


“ผมไปช่วยถือ” ผมรีบเสนอตัว จะให้ไปนั่งประชิดเจ้าตัวโตนั่นน่ะเหรอ ผมสังหรณ์ใจว่าเรื่องมันจะยุ่งยากบานปลายขึ้นแน่ๆ ดูแต่ละคนสิ ท่าทางจะอยากนั่งโต๊ะทองคำอร่ามนั่นให้ได้


ระหว่างต่อแถวอยู่ เสียงคำรามก็เริ่มรุนแรงขึ้น ผู้คนในโรงอาหารต่างหยุดทานและเงยหน้ามามองภาพพวกอันธพาลกลุ่มใหญ่กำลังยืนข่มขู่ชายหนุ่มขนาดปกติคนหนึ่ง


เป็นชายที่...ให้ตายเถอะ! ผมชอบรสนิยมเขาจริงๆเลย


เสื้อยืดลายเป็ดสีเหลืองอ๋อย กางเกงขาสั้นสีเขียวมะนาว รองเท้าแตะหูคีบสีชมพูสายม่วง หัวดำๆเรียบเนี้ยบ แต่ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็น “แว่นตาก้นหอย” ที่ใหญ่ได้ไม่เกรงใจ!!!


“แกเป็นใครกันวะ! เด็กเก็บจานรึไง กล้าดียังไงมาหยามข้าเบเรสผู้นี้!


“ท่านเบเรสครับ จัดการมันเลยครับ ให้มันรู้สำนึกซะบ้าง ฮ่าๆๆๆ”


“โต๊ะทองคำสมควรเป็นที่นั่งของท่านเบเรสครับ” สกิลเลียแข้งเลียขาสูงส่งมากครับ


“ข้าวได้แล้วจ่ะ หนูๆ คนที่ผมม่วงๆน่ะ” เสียงคุณป้าแม่ครัวเรียกสายตาผมกลับไปมอง


“น่าทานมากเลยครับ” อันนี้ไม่ได้ชะเลียนะครับ ผมจ้องมองข้าวผัดซอสสีน้ำผึ้งควันหอมฉุย มีเนื้อกับไข่แล้วก็ผักเป็นสีสันสวยงาม ขนาดผมเป็นคนทำอาหารเองยังถูกใจอาหารจานนี้เลยครับ


“แหม ปากหวานจังพ่อหนุ่ม” คุณป้าคนครัวยิ้มเขิน “เอานี่ไปกินเพิ่มไป ป้าให้”


กุ้งย่างตัวใหญ่สองตัวถูกส่งใส่จานมาอีกจาน พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ป้าแกทำเอง หล่อนยังกำชับอีกว่าให้ทานโปรตีนเยอะๆจะได้แข็งแรงๆ แล้วน้ำจิ้มถ้วยนี้ก็เป็นสูตรเด็ดของเธอ ให้เฉพาะคนที่เธอถูกใจเท่านั้นด้วย ซาวด์ที่ยืนอยู่ข้างๆยิ้มแก้มปริกล่าวขอบคุณ


“อู๊ย! ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ่ะ ป้าคนกันเอง เราก็หน่วยก้านไม่เบา ไว้เข้าในเรียนที่นี่แล้วเดี๋ยวป้าจะเลี้ยงไก่ทอดกรอบสูตรพิเศษให้”


ป้าแม่ครัวที่เพิ่งรู้ชื่อหลังจากแกแนะนำตัวว่า เอปาร์ เอ่ยพลางยิ้มหวานให้อีกรอบ ถ้าท่าทางเสน่ห์ของคนข้างๆผมดูจะใช้ได้ผลกับสาวทุกอายุสินะครับ


“อาฮะ แล้วนายเข้าเรียนระดับต้นที่ไหนกันล่ะ?”


เดินกลับมาที่โต๊ะก็พบว่าคู่กรณียังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่คนเริ่มไม่ให้ความสนใจ ผมมองตามอย่างสับสน ภาพตรงหน้าคืออะไร


“หลังจากที่ไอ้ยักษ์นั่นพูดว่า รู้มั้ยว่าข้าคือใคร เจ้าแว่นเนิร์ดนั่นก็ตอกกลับ ก็บอกมาสิว่านายเป็นใคร ที่บ้ากว่าคือมันดันบ้าตอบนี่แหละ” ครูเซสยักไหล่ “จากนั้นก็กลายเป็นการเล่าชีวประวัติตัวเองเฉย”


“อย่างกับดูโชว์ตลก” เรเทลส่งเสียงเหอะออกมาอย่างขัดใจ


“กินข้าวกันดีกว่าครับ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้” ซาวด์วางจานลงบนโต๊ะ ลี่จังรีบโดดมาเกาะจานใบหนึ่งเฮ่ย!


เคร้งง!!!


ผมมองตามกองข้าวผัดกระเด้งขึ้นไปในอากาศ ลอยเป็นวิธีโค้งอย่างสวยงาม และแลนดิ้งลงบนหัวเกือบล้านสีทองแดงอย่างเหมาะเจาะหัวของเจ้ายักษ์เบเรสนั่นแหละ


ฉ่า~


“อ้ากกก ร้อนนนน!


“รีบเอาน้ำมาล้างหัวเร็ว!!” พวกลูกน้องวิ่งหาน้ำกันวุ่น ผมเห็นว่าท่าจะไม่ดีแล้วเลยรีบเสกเหยือกใส่น้ำแล้วขยับมือให้มันเทลงบนหัวร้อนฉ่าทันที


“ขอโทษนะครับ นี่ครับผ้า” เสร็จก็เสกผ้าแล้วยื่นให้


“เว่ย! แกน่ะกล้าดียังไงมาทำข้าวหกใส่หัวลูกพี่เบเรสกัน”


“ลูกพี่จัดการมันเลยครับ!


หลังจากที่เจ้าเบเรสเอาผ้าเช็ดศีรษะตนเสร็จ(ยังดีที่รับผ้าไปเช็ดนะ) เขาก็รีบย่ำเท้าโครมๆก่อนจะมาประชิดตัวผมซึ่งลุกขึ้นยืนอยู่คนเดียวในโต๊ะแล้วกระชากคอเสื้อผมขึ้น


และส่วนสูงที่ต่างกัน(มาก) ทำให้ผมลอยต่องแต่งเลยล่ะครับ


“แกเป็นใครกันวะ ไอ้ซกมก รู้มั้ยว่าข้าคือใคร!!” มาอีกแล้วประโยคยอดฮิต


“ผมชื่อเซโรว์ครับ ขอโทษที่ลี่จังไปสร้างความเดือดร้อนให้คุณ” ผมผงกหัวขอโทษ “ปล่อยผมลงเถอะครับ ผมหิวแล้ว” มองสมาชิกในโต๊ะที่ลงมือทานข้าวแบบไม่สนใจทางนี้เลย ลี่จังเองก็ด้วย


“คุณเซโรว์ครับ ทำไมขึ้นไปห้อยอยู่ตรงนั้นล่ะครับ” คือนายควรมองสถานการณ์หน่อยนะซาวด์


“หน็อย แกกล้าดียังไงมาเมินฉันกัน” เหวี่ยงครับ ผมโดนเหวี่ยงกระเด็นมากระแทกโต๊ะทองคำตัวนั้นแหละ จุกเลยครับ ทำไมช่วงนี้ผมเจ็บบ่อยจัง


“กรุณาอย่าใช้ความรุนแรงในเขตโรงอาหาร” เสียงจากนายแว่นก้นหอยดังขึ้นมา “ทรัพย์สินอาจเสียหายได้ โปรดใช้ความระมัดระวัง”


“อย่างนั้นสินะครับ” ซาวด์ฉีกยิ้มแสยะ?? “งั้นถ้าเกิดทรัพย์สินไม่เสียหายก็โอเคสินะ”


เจ้าตัวเดินดุ่มๆตรงไปยังเจ้าเบเรสภายในพริบตา ก่อนจะยกมือขึ้นจับข้อมืออีกฝ่าย แน่น


“อะไรของแกวะ! ไอ้!!


ตึง!


จับทุ่ม! ผมอ้าปากค้าง คนธรรมดาจับยักษ์เหวี่ยงทุ่มลงพื้นในจังหวะเดียว! ไม่ใช่สิ พื้นไม่แตกเลยเพราะว่ามีแผ่นสีเขียวเข้มลายห้าเหลี่ยมเรียงตัวกันเอาไว้


กร๊อบๆๆ!


“แม่ไม่เคยสอนรึไงว่าห้องทานอาหารเอาไว้รับประทานอาหาร ไม่ใช่เอาไว้ทำร้ายคนอื่น” คนพูดยิ้มๆทั้งที่ตัวเองก็กำลังทำร้ายคนอื่นอยู่เหมือนกัน อู้หู ช่างเป็นศิลปะการดัดตัวที่แปลกมาก


“อ้ากกกก ปล่อยยยย ข้ายอมแล้ว!! อุ๊บ!” เบเรสส่งเสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือดก่อนจะถูกอุดปากด้วยลูกกลมๆสีเขียวที่อัดเข้าไปเต็มปาก


“เสียงร้องของคุณไม่ได้เพราะเลยครับ เพราะฉะนั้นหุบปากไปเถอะ” นัยน์ตาสีเขียวตองอ่อนเรืองแสงราวกับนักบุญผู้อ่อนโยน แต่สำหรับเบเรสที่เงยหน้าขึ้นมาสบตา


นัยน์ตาคู่นั้นเย็นยะเยือกไม่ต่างอะไรจากปีศาจ


“เฮ้! พอก่อนไหมล่ะ ซา....”


“ซาวด์ครับ ช่วยเรียกให้ถูกด้วย”ซาวด์หันไปส่งยิ้มหวานให้กับหนุ่มแว่นเนิร์ดที่เดินเข้าร่วมวงด้วย เขาเป็นคนรู้จักกับซาวด์เหรอ?


“เออๆ ว่าแต่ยังซาดิสม์เหมือนเดิมเลยนะแกน่ะ” เหลือบมองเหยื่อ ที่นอนแบ็บอยู่โดยมีซาวด์นั่งทับตัวอยู่ หน้าเจ้าเบเรสหวาดกลัวสุดขีด


“ก็ใครใช้ให้คุณกางม่านมายาล่ะครับ แบบนี้ผมก็ทำอะไรตามใจชอบได้น่ะสิ”


ม่านมายา? อ๋อ มิน่าล่ะถึงไม่มีใครสนใจพวกเราเลย แม้กระทั่งพวกลูกน้องของเบเรสก็ยังไม่สนใจ


“แต่ปกติแกไม่เคยของขึ้นกลางที่สาธารณะนี่นา เอเพราะนายรึเปล่า ไอ้หัวม่วง” หนุ่มผมดำเรียบแปล้ย่นระยะเข้ามาประชิดตัวผมภายในเสี้ยววินาที


เจ้าตัวถอดแว่นลายก้นหอยออก นัยน์ตาเรียวคมจ้องผ่านเส้นผมสีม่วงที่รุงรังของผมเหมือนงูจ้องเหยื่อ นัยน์ตาที่ดำสนิทไม่มีสีเจือน้ำตาล ดำสนิทจริงๆ จนผมเผลอมองกลับจนลืมตัว


“หึ” หมอนั่นยิ้มมุมปาก “ไม่คิดว่าจะได้เจอเข้าจริงๆ”


เจออะไรครับ? เจอผมเหรอ? ผมถอนสายตาจากดวงตาคู่นั้นออกมา แล้วพิจารณาใบหน้าที่หล่อเหลาจนคนรอบตัวแทบจะเป็นฝุ่นไร้ค่า คิ้วบ่งบอกว่าเป็นคนค่อนข้างจะหยิ่งยโส จมูกเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูแสยะยิ้มชั่วร้าย(?) แต่ที่สะดุดตาที่สุดบนใบหน้าคือดวงตาคู่นั้นอยู่ดี


พระเจ้าครับ....ผมไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่หรอก แต่แว่นก้นหอยอย่างเดียวนี่มันปกปิดใบหน้าหล่อขั้นปรมาจารย์อย่างนี้ได้ด้วยเหรอ(วะ?!)


“ตาสวยจังครับ” ผมเผลอหลุดปากพูดออกไป คนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นมองผมอย่างงงๆ


“ฮ่าๆๆ แกนี่น่าแปลกชะมัด กล้าจ้องฉันซะด้วย” เจ้าตัวพ่นน้ำลายใส่เต็มๆหน้าผม


เพี๊ยะ!


“เสียมารยาท” ผมบ่น ยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายบนหน้า “ทำไม่พูดจาไม่สุภาพเลยครับ แล้วใครใช้พูดใกล้หน้าขนาดนี้ น้ำลายมันกระเด็นเต็มหน้าผมเลย เป็นเด็กไม่ดีเลยครับ”


เงียบฉี่.....


เจ้าตัวเปลี่ยนจากหน้ายิ้มชั่วร้ายกลายเป็นสีหน้าเย็นชา นัยน์ตาสีดำยิ่งเข้มขึ้นไปอีก แต่ผมกลับสังเกต….ว่าภายในสีดำนั้น มีประกายสีขาวซ่อนอยู่ มือข้างตัวเผลอยกขึ้นไปแตะใบหน้าอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว


“เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าเลย” สวยอะไรปานนั้น


หมับ!


“อย่าไปจับดีกว่านะครับ คุณเซโรว์ วัตถุอันตราย อย่างนั้นน่ะ”


ซาวด์โผล่ขึ้นมาข้างๆ ดึงมือผมออกจากใบหน้าที่ทะมึนไปสามส่วน เจ้าตัวลากผมให้ออกห่างพร้อมเอ่ยเตือน


“เดี๋ยว….” คนผมดำที่เงียบกริบเปรยขึ้นมา “นามเจ้าคือเซโรว์ นามข้าคือคีราลลอส


ผมเบิกตากว้าง มองเส้นผมสีดำที่กระจายตัวเป็นทรงผมทรงใหม่ รอยยิ้มจุดประกายขึ้นที่มุมปาก ซาวด์เผยอปากออก กระโจนไปข้างหน้าร้องห้าม “หยุดน....”


“จงผูกพันธะสัญญาระหว่างเรา ในนามแห่ง ดิ เอ็มเพอเรียร์ และ ลา ซิลเลนเซีย


ว่า-ไง-นะ!!


ทำไมหมอนี่รู้นามสกุลที่แท้จริงของผมล่ะ????




แปะอีกๆ เปิดตัวฮาเร็มคนใหม่ผู้ซึ่งทำแต้มมาแรงแซงทางโค้ง คาแรคเตอร์คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคนคนนี้แล้วค่ะ


แลดูเคะแต่ความจริงเมะมาก(?) ใครแฟน Drrr! คงรู้เนอะ55555

สรุปผลคอมเมนท์ เหมือนว่าคนอ่านชอบยาวๆสินะ คือถ้ายาวจริงๆคงต้องทิ้งวันยาวไกลหน่อย งั้นเพื่อความสบายใจ ขอลงแบบตอนยาวเต็มตอนเลยบ้าง แต่ถ้าใกล้ๆช่วงเปิดเทอมอาจจะต้องแบ่งลงนะคะ ตอนนี้ยังลงถี่ 2-3 วันได้อยู่

เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้น(?) พอๆกับความลับของเซน้อยและเหล่าฮาเร็มที่เริ่มเปิดเผย(???)

พบกันตอนหน้าค่าาา ช่วยกันเม้น ช่วยกันโหวต เพื่อกำลังใจของคริสน้าาา

Crystalsphere


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

420 ความคิดเห็น

  1. #368 Tonarii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 20:36
    สมเป็นนายจริงๆ คุณโอริฮาระ อิซายะ 55555+
    #368
    0
  2. #285 honey-candy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 09:43
    ใจเย็นนะ ถึงขนาดทำพันธะสัญญาเลยหรอม
    #285
    0
  3. #95 Ambrosia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 22:08
    คีย์ทำไมนายมาฉากเดียวคะแนนในายนำโด่งซะขนาดนี่ล่ะ
    #95
    0
  4. #94 patiya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 22:01
    อิอิ
    อยากได้ลี่จังกลับบ้าน
    #94
    0
  5. #93 raindemon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    สนุกดีค่ะ ชอบแนวนี้ แต่งต่อนะคะ
    #93
    0
  6. #91 CreepyAgain (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 16:21
    เอาอีกกกกก ต่อนะๆๆ ท่านประธานน มาแรงมากกกกกก
    ชอบค่ะ ต่อเร็วๆนะคะ
    #91
    0
  7. #90 a-dark-devil (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 16:21
    แค่เปิดตัว ก็มาแรงแซงทางโค้งแล้วว -.........-
    #90
    0
  8. #89 mothergod (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 07:04
    What??
    #89
    0
  9. #88 korinasai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 02:56
    who are you?
    #88
    0
  10. #87 poompooi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:15
    ผูกพันธะนิคือ จองตัวแค่งงานก่อนหรอ5555
    #87
    0
  11. #86 poompooi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:15
    ตกลงอะไรยังไงเนี่ยยยย มาต่อไวๆนะไรท์!!!! ค้างมากกกก~~~~ ง้อวววววววววว
    #86
    0
  12. #85 nightsza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:05
    งานเข้าตลอดดด
    #85
    0
  13. #84 0984359329 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:54
    เริ่มงงๆกลับชีวิตของนายเอก???
    #84
    0
  14. #83 nanominkky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:48
    จะรอตอนต่อไปขอแบบเรวๆได้ไหมจะบ้า อ๊ายเขิน
    #83
    0
  15. #82 may-meena (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:46
    เย้~สนุกๆชอบมาก เราก็ยุ่งๆเหมือนกันโตขึ้นแล้วทำอะไรเล่นๆไม่ได้แล้วช่วงนี้เลยไม่ค่อยว่าง แต่พอเห็นแจ้งเตือนนิยายปุ๊ปรีบมาอ่านเลยจ้า5555
    #82
    0
  16. #81 ying21346 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:19
    ขอตอนต่อไป~แฮ่ XP
    #81
    0