[FIC][SEVENTEEN] เจ้าสาวพระสมุทร | Jicheol ft. Hoshi l Meanie l Jihan

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 7,935 Views

  • 324 Comments

  • 498 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    12

    Overall
    7,935

ตอนที่ 9 : ___________ : อิสรภาพนอกกรงทอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59

     อิสรภาพนอกกรงทอง



                                                                                                

ย่ำเย็น...ความมืดโรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า กระทั่งทุกอย่างรอบกายมืดสนิท แม้หน้าต่างกระดาษสีอ่อนจะไม่ได้ปิดทึบ  แต่แสงจันทร์เพียงครึ่งเสี้ยวนั้นก็ไม่สว่างพอสำหรับสายตาผู้ที่อยู่ในห้อง

          เนิ่นนานเท่าไหร่ร่างน้อยตรงนี้ไม่สามารถบอกได้  เพราะสำหรับผู้เป็นฝ่ายเฝ้ารอแล้วทุกอย่างดูเนิ่นนานในความรู้สึกเสมอ....จีฮุนทำได้เพียงนั่งอยู่ที่เดิม เฝ้ามองบานประตูหลังจากที่เจ้าชีวิตของเขาหายไปโดยไร้สุ่มเสียง ไม่แม้แต่ขยับตัว ราวกับสุนัขผู้เฝ้ารอนายของตนอย่างสัตย์ซื่อ

          ถึงเวลานี้ แม้แต่ความหวาดกลัวว่าจะมีผู้จดจำได้ก็ไม่อาจเทียบกับความหวาดหวั่นในขณะนี้

            สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย...ก็คือความโดดเดี่ยวกลางมหาสมุทรนั้น  แม้จะเห็นแสงดาวและแสงจันทร์คอยนำทาง แต่คนที่ถูกปล่อยทิ้งบนเรือกลางมหาสมุทรก็ราวกับถูกปิดประตูชีวิตไปแล้ว การที่เขาถูกดึงขึ้นมาจากความตายอีกครั้ง...ทั้งหมดล้วนเป็นปาฏิหาริย์   โดยเฉพาะเมื่อฝ่ามืออุ่นคู่นั้นยื่นเข้ามาหา เหมือนแสงสว่างริบหรี่ที่ส่องให้คนที่เดินอยู่ในถ้ำมืดมิดไร้ทางออกมาตลอดชีวิตได้มีความหวัง... จีฮุนจึงหวาดกลัวว่าจะต้องกลับไปอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนั้นอีกครั้ง

          ที่บอกไปตอนนั้น ไม่ใช่แค่พูดไปโดยไม่คิด... แต่ชายผู้นี้คือพระอาทิตย์ของชีวิตจีฮุนจริง ๆ ...      

          ประตูเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงอุทานในคอของซึงชอล ร่างใหญ่ที่เคลื่อนเข้ามาทำให้จีฮุนลุกขึ้นพรวด  หากขาที่สัมผัสกับพื้นเป็นเวลานานโดยแทบไม่ได้ขยับอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้นอกจากทรุดลงไปอีกครั้ง  ซึงชอลขมวดคิ้วและขยับไปจุดเทียนด้วยหินไฟ ห้องมืดมิดจึงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

          “บอกให้พักผ่อนไงเล่า” เสียงทุ้มดุ ก่อนขยับกายลงมานั่งตรงหน้าร่างเล็ก  มือหนาดึงขาเรียวเล็กของจีฮุนออกมาทีละข้าง อย่างรู้ทัน “อย่าบอกนะว่านั่งรออยู่ ขาแข็งเป็นลูก ๆ แล้ว”

          จีฮุนไม่ตอบ เพียงมองอีกฝ่ายอย่างไม่คลาดสายตา  ซึงชอลมองดวงตาคู่ใสแล้วหัวเราะในคอ

          “มองเป็นลูกหมาเชียว  กลัวข้าทิ้งเหรอ”                     

            ลูกแก้วดำขลับภายใต้เปลือกตาอ่อนใสสะท้อนร่องรอยวูบไหว แม้สีหน้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ซึงชอลอ่านความเปลี่ยนแปลงเพียงชั่ววูบนั้นได้อย่างรวดเร็ว...มือของเขาเลื่อนไปบนเรือนผมที่ถูกมวยไว้อย่างไม่เป็นระเบียบแล้วขยี้จนเชือกหลวม ๆ ที่ผูกผมยาวหนาหลุดออกมา  ซึงชอลถอนหายใจกับผมยาว ๆ ของเจ้าตัวเล็กแล้วจึงใช้มือสาง ก่อนเกล้ามวยให้ใหม่อีกครั้งระหว่างรอคำตอบจากจีฮุนเพราะไม่อยากคาดคั้น  แต่เมื่อร่างเล็กไม่ตอบอะไร เขาจึงถามใหม่

            “ระหว่างกลัวข้าทิ้ง กับกลัวคนข้างนอกนั้น เจ้ากลัวอะไรมากกว่ากัน”                                  

          จีฮุนกลืนน้ำลาย... ริมฝีปากขยับอย่างไม่แน่ใจนัก แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรดังออกมา

          “ถ้าไม่พูด ข้าก็ไม่รู้เรื่องด้วยหรอก...” ซึงชอลแสร้งว่า แม้ว่าดวงตาคู่นั้นจะบอกทุกอย่างออกมาอย่างชัดเจนแล้วก็ตาม เขาหลุบลงมองพวงแก้มยุ้ยสีขาวจัดเหมือนหิมะแล้วอมยิ้ม

          “ท...ท่าน” เสียงเล็กเอ่ยเบาพอ ๆ กับเสียงกระซิบ  แม้ไม่เป็นประโยคแต่ซึงชอลได้ยินแล้วก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นทันที

          “ข้าไปทำธุระ แล้วก็หายืมเสื้อมาให้  ตัวนี้น่าจะขนาดตัวพอดีกับเจ้า ใส่แก้ขัดไปก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะสั่งตัดตัวใหม่ให้ ”

          “ข...ข้าใส่ตัวนี้ได้...ไม่เป็นไร” จีฮุนหมายถึงชุดซึงชอลให้ยืม แม้จะหลวมและยาวกรอมเท้า แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันเลวร้ายอะไร     

          “ไม่ได้ อยู่กับข้าจะใส่ชุดใหญ่เทอะทะแบบนี้ได้ไง  ตอนนี้ลองใส่ตัวนี้ก่อน ถ้าใส่ไม่ได้ข้าจะได้หาตัวใหม่ให้”  

          จีฮุนรับเสื้อไปแต่โดยดี  แล้วจึงนั่งรอให้อีกฝ่ายถอยห่างออกไปอย่างที่เคยเป็นตอนอยู่ที่กระท่อมกลางป่า   ตาคู่ใสมองไปที่ร่างใหญ่อย่างซื่อ  แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าของใบหน้าคมเข้มจึงเอ่ยขึ้น

            “ลองดูสิ รออะไร”

            “ท่าน....จะอยู่ตรงนี้...หรือ..” เสียงเล็กพึมพำเบา โดยเฉพาะหางเสียงที่แทบจะจมลึกอยู่ในลำคอ 

            “ข้าจะได้ดูว่าพอดีหรือเปล่า ถ้าไม่พอดีจะได้หาตัวใหม่ให้”  ซึงชอลเลิกคิ้วแล้วหัวเราะ   “เป็นผู้ชายนี่นา ไม่เป็นอะไรหรอก”

          จีฮุนอึ้ง...ริมฝีปากบางเฉียบขยับคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่สามารถอธิบายออกมาได้ทั้งหมด  เขาครุ่นคิด อย่างหนักเพื่อจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจ  แต่ก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้

          “ข้า...”                                                                                      

          ใช่...จีฮุนรู้ตัวดีว่าร่างกายของเขาเป็นผู้ชายเต็มตัว  แม้จะไม่ได้แข็งแรงคมสันเหมือนคนทั่วไปก็ตาม แต่อายุเท่านี้ หากเติบโตข้างนอก เขาก็คงสามารถสร้างครอบครัวมีเมียมีลูกได้แล้ว..แต่...

          จีฮุนจะบอกได้อย่างไรว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเติบโตมาแบบเด็กผู้หญิง แม้จะเป็นลูกนอกสมรสที่ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรเลย...แต่เขาก็ถูกเลี้ยงมาในฐานะบุตรสาวของท่านเจ้าเมือง  แม้จะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในห้องเล็ก ๆ ที่มืดสนิท... ไม่มีพี่เลี้ยงหรือความสะดวกสบายใด ๆ แต่ก็ได้รับการปกป้องจากบุคคลภายนอก...โดยเฉพาะผู้ชาย นอกจากบ่าวไพร่ในบ้านที่ไม่มีใครมายุ่งกับเขาด้วยกลัวอำนาจของมารดาเลี้ยง  เขาก็ไม่ได้คุ้นชินกับการอยู่ร่วมกับผู้ใดนัก ยิ่งผู้ชายด้วย...แล้วการจะให้เปลื้องผ้าต่อหน้าชายหนุ่มเช่นนี้....

          “ไม่ต้องอาย เห็นหมดแล้วล่ะ  ลืมไปแล้วเหรอว่าตอนช่วยขึ้นจากน้ำข้าเป็นคนผลัดผ้าให้เจ้าเอง ”

          ซึงชอลพูดออกมาง่าย ๆ แต่ทันทีที่จีฮุนได้ยินใบหน้าขาวก็ร้อนฉ่าทันทีและดูจะลามไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้  เจ้าของร่างเล็กชาไปทั้งร่าง แต่เมื่อเป็นเรื่องยากที่จะต่อต้านหรืออธิบายอะไร  จีฮุนจึงตัดสินใจก้มหน้างุดแล้วหันหลังไปอีกด้านแทนที่จะรอให้ซึงชอลออกไปเอง  ก่อนค่อย ๆ เปลื้องชุดเก่าหลวมโคร่งออกจากกายท่ามกลางแสงเทียนวูบไหว  มือบอบบางสั่นระริกเพราะรู้ว่าเบื้องหลังนั้นมีสายตาคมกริบจับจ้องอยู่

          “เร็วสิ ข้าหิวข้าวแล้ว...”                                                                

          ชายหนุ่มแกล้งเร่ง ขณะกอดอกมองร่างเล็กที่ห่างออกไปไม่เกินเอื้อมมืออย่างอารมณ์ดี   แววตาของซึงชอลเปล่งประกายก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอีกแบบเมื่อมองไปยังผิวแก้มขาวจัดที่ถูกฉาบด้วยสีลูกท้อสุกก่อนที่ผิวกายทุกส่วนที่พ้นจากเนื้อผ้าจะกลายเป็นสีเดียวกัน  คราแรกเขาต้องการแกล้งให้เจ้าตัวเล็กแสดงความรู้สึกและเอ่ยปากพูดมากขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อจีฮุนไม่ยอมพูดอะไร และเขินจัดถึงขนาดนี้ เขาก็นึกเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้...แม้จะรู้สึกเหมือนมีน้องชายเพิ่มมาอีกคน  แต่น้องคนนี้ก็ต่างจากวอนอูไปไกลนัก...

          วอนอู...ซับซ้อนและอ่านยากกว่ามาก บางครั้งก็เหมือนน้องชายตัวเล็กที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด...แต่บางคราว ก็ดูราวกับอีกคนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

          ส่วนเจ้าตัวเล็กนั้นใสซื่อ บริสุทธิ์และบอบบางจนบางครั้งก็อดกลัวไม่ได้ว่าจะพลั้งมือทำร้ายลงไป  เพียงเวลาไม่นาน สายตาของจีฮุนที่มองมาที่เขานั้นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยจากที่หวาดกลัว  ระแวดระวัง  สยบยอม... จนกระทั่งตอนนี้...อยู่ ๆ ซึงชอลก็นึกถึงคำทักท้วงของมินกยู...

          “หากผูกพันไปแล้ว... เมื่อถึงเวลาพรากจาก อาจทรมานมากกว่าที่คิด”

          จนถึงตอนนี้...ซึงชอลไม่แน่ใจเลยว่าหากเขาต้องปล่อยมือจีฮุนไปจริง ๆ  จะเกิดอะไรขึ้นกับดวงตาที่บริสุทธิ์นี้

          ขณะครุ่นคิดไปพลาง ๆ สายตาของซึงชอลก็วาบขึ้นเมื่อพบว่าแผ่นหลังของจีฮุนกำลังเปลือยเปล่า  ผิวสีหิมะนั้นดูบอบบางและละเอียดอ่อนจนแม้กระทั่งลมหายใจก็อาจทำให้ช้ำได้  ไฟในดวงตาของซึงชอลคุโชน ปอยผมยาวที่ถูกรวบไว้หลวม ๆ นั้นตกลงมาระต้นคอ  ลมหายใจของเขาสะดุดเมื่อเลื่อนสายตาลงไปยังเอวคอดที่ลับหายไปในกองผ้า  เมื่อหน้าคมคร้ามร้อนวูบวาบอย่างห้ามไม่ได้   ซึงชอลจึงตัดสินใจลุกยืนขึ้นแล้วหันหลังทันทีก่อนบ่นด้วยความหงุดหงิดกับตัวเองในใจ   

          ทำตัวหนุ่มรุ่นที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงไปได้!  ...แถมนั่นก็เป็นเด็กผู้ชายตัวกระเปี๊ยกแท้ ๆ

          “ข...ข้า.. เรียบร้อยแล้ว”                                      

          ซึงชอลที่แกล้งทำเป็นตรวจตราห้องอยู่ได้ยินเสียงแผ่วหวิวจากข้างหลังแล้วจึงหันหลังกลับ  เจ้าตัวเล็กอยู่ในชุดที่พอดีตัวมากขึ้น แต่ก็แต่งตัวไม่เรียบร้อยนัก  โดยเฉพาะผมยาวหนาหนักที่หลุดลุ่ยกว่าเดิม  ซึงชอลหัวเราะในคอ แล้วเดินไปช่วยจัดเสื้อผ้านั้นราวกับพี่เลี้ยงเด็ก  แต่ซึงชอลก็ไม่ได้ว่าอะไร  ตั้งแต่เมื่อก่อนที่เขาชอบที่จะดูแลน้องชายอย่างวอนอูเป็นพิเศษเพราะอีกฝ่ายไม่ค่อยมีใครดูแล ..แต่เมื่อมีกฎและข้อปฏิบัติมากมายที่ต้องทำ เขาก็จำใจที่จะอยู่ห่างน้องและคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ ผ่านสายตาของมินกยูอีกที  เจ้าตัวเล็กที่ดูงุ่มง่ามและไม่รู้ประสีประสากับสิ่งใดจึงทำให้ซึงชอลรู้สึกเหมือนกำลังกลับไปเป็นพี่ชายของน้องตัวเล็กอีกครั้ง

          “ข...ข้า...ตัดผมได้ไหม”  จีฮุนถาม จนซึงชอลเลิกคิ้วยุ่ง   

          “ถามทำไม”

          “ไม่ได้เหรอ”

          “ข้าหมายถึง.. ผมของเจ้า ร่างกายของเจ้า อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ”  เขาหัวเราะกับคำถามนั้น  ก่อนจะพบว่าสายตาของจีฮุนกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเขา  ซึงชอลลูบผมดำขลับและยิ้มอ่อนโยนเมื่อได้ยินเสียงแผ่วหวิวบอก

          “ท่านบอก...ท่านเป็นเจ้าชีวิตของข้า”

            “อือ... ใช่... ดีแล้ว.....ใช่ ข้าเป็นเจ้าชีวิตของเจ้า ”เขาทวนคำและเลื่อนมือลงไปรวบเรือนผมหนายาวสลวยนั้น  “อยากตัดหรือ?

            “ข้า... ไม่แน่ใจ”

          “อยากตัดหรือไม่อยากตัดล่ะ...ถ้าอยากตัดก็ได้ ถ้าไม่อยากตัดก็ไม่ต้องตัด”

          “ข้า..ข้า...ไม่รู้” จีฮุนตอบอย่างไม่แน่ใจนัก ดวงตาหลุบมองผมในอุ้งมือของเขา... และส่ายหน้าด้วยความสับสน

          “พูดสิ ความต้องการของเจ้า  พูดได้...ข้าฟังอยู่”

            น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นทำให้ริมฝีปากบางเฉียบสั่นระริก... จีฮุนเงยหน้าและมองเจ้าของร่างสูงกว่าอย่างชั่งใจ 

          “ข้า...อยากลอง...ตัดดู”

          ซึงชอลยิ้มหวานและเอ่ยอย่างเสียดาย “อยู่มานานแค่ไหนนี่ถึงยาวขนาดนี้ได้... แต่ก็ดีแล้วล่ะ... ตัดแล้วเจ้าจะได้เป็นคนใหม่  เริ่มต้นชีวิตใหม่”

          จีฮุนรับฟังด้วยความรู้สึกที่แปลกไป... น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นราวกับแสงสว่างในใจเขา

          “ดีไหม?

            เจ้าของร่างเล็กพยักหน้า  ซึงชอลถามต่อว่าจะตัดเองหรือให้ช่วย จีฮุนมองอย่างไม่แน่ใจนัก แล้วบอกผ่านสายตาว่าให้อีกฝ่ายช่วยตัดให้  แม้จีฮุนจะมั่นใจว่าเขารู้  หากร่างสูงกลับส่ายหน้าเหมือนไม่เข้าใจและรอให้เขาเอ่ยปาก   

          “ท่าน...ช่วย...ตัดให้ข้า...หน่อยได้ไหม”

            “ได้สิ” 

          เพียงไม่นานหลังจากนั้น ผมยาวหนาถูกตัดออกจนเหลือเพียงให้รวบมัดอย่างสบายเท่านั้น  ซึ่งทำให้รู้สึกว่าหัวโล่งและเบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จีฮุนเงยหน้ามองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านดวงตาสีดำสนิท...มองแพขนตาหนาและยาว และรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผุดขึ้นที่มุมปากขณะก้มมองลงมาราวกับกำลังชื่นชมผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ

          เมื่อมองจากมุมนี้  เขาเหมือนท้องทะเลอันนิ่งสงบ  คงไม่มีผู้ใดรู้ว่าเมื่อก้าวเท้าลงไปแล้วจะเกิดอะไร  แม้แต่จีฮุนเองก็ไม่รู้เลยว่าภายใต้เกลียวคลื่นจากสายน้ำเยียบเย็นนั้น...จะกลืนกินหรือให้ชีวิตใหม่กับตน    

          ดวงตาของอีกฝ่ายดำมืด และคาดเดาไม่ได้   เขาคือบุรุษผู้เหมือนมหาสมุทรที่หยั่งความลึกไม่ได้             

          โดยเฉพาะสายตาคู่นั้น... ดิ่งลึกเกินกว่าจะจินตนาการถึงแผ่นพื้นเบื้องล่าง     แม้ทุกการกระทำที่ได้รับตอนนี้จะอ่อนโยน แต่ก็ยังคงอดหวาดกลัวไม่ได้   

          จีฮุนรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวในใจตัวเอง... ไม่แน่ใจว่าควรขัดขืนหรือทำตัวให้คุ้นชินกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทุกอย่างทื่ได้รับมาล้วนแล้วแต่ไม่เคยได้มาก่อนในชีวิตนี้

          หากวันหนึ่งต้องกลับไปอยู่ในสภาพเดิม... จะอยู่ได้หรือเปล่า  จะเจ็บปวดและทุกข์ทรมานแค่ไหนกัน

            ที่ผ่านมา เขารับรู้เพียงแค่ความเคยชินจากความเจ็บปวด... และทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจยอมรับให้ได้ว่าชีวิตเขาต้องเป็นเช่นนั้น...

          แต่ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่รู้จักความสุข...ความสุขจากการได้อยู่ตรงนี้... มองหน้าชายผู้นี้  แม้จะหวาดกลัวแต่ก็ยังอิ่มเอมใจ

          จะเป็นไปได้ไหม... หากเป็นเช่นนี้ตลอดไป                              

          พอคิดถึงตรงนั้น จีฮุนก็ขยับตัวแล้วสอดแขนโอบกอดร่างสูงใหญ่อย่างเผลอไผล..       

            “แปลกจริง” เสียงทุ้มเอ่ยเมื่อกอดตอบแน่นกว่า... จีฮุนได้ยินแล้วสะดุ้ง ก่อนจะแข็งทื่อไปทั้งตัวด้วยความตกใจการกระทำของตนเอง     จนซึงชอลหัวเราะ ถามว่าเป็นอะไร                 

          “ข...ข้า... ข้า”                 

          “อยู่ ๆ ก็กอด...ตกใจหมดเลย”

            “ข...ข้าไมได้ตั้งใจ”

          “ไม่รู้ตัวเลยเหรอ”  อีกฝ่ายถาม จีฮุนรู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนวูบวาบของตน ที่เริ่มแผ่ไอความร้อนไปทั่วทั้งตัวภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว  โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายวางมือลงบนแก้มของเขา

          “แก้มเจ้า... เหมือนเด็ก น่ารักจริง...”

          จีฮุนไม่ทันเอ่ยอะไรก็รับรู้ได้ถึงริมฝีปากอุ่นและแก้มสาก ๆ จากไรหนวดฉกวูบมาที่แก้มของเขา พร้อมเสียงหัวเราะทุ้มในคอ  เจ้าของแก้มนิ่มหน้าตื่น

          “น..นี่”

          “รางวัล...ที่ชุดพอดีตัว จะได้ไม่ต้องหาตัวใหม่” ซึงชอลว่าหน้าตาเฉย แล้วหยิบก้มลงหมวกมาสวมให้  “หิวข้าวแล้ว  ลงไปกินข้างล่างกันเถอะ... จะได้กลับมาพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องออกไปข้างนอกกับข้าทั้งวัน”

          จีฮุนว่าอะไรไม่ได้  เขาไม่ทันแม้แต่จะปฏิเสธ... ความหวาดกลัวทั้งหมดหายไปเมื่อมือเขาอยู่ภายใต้มือที่ใหญ่กว่า  ถึงเวลานี้...แค่อยู่กับชายผู้นี้ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับฝันร้ายนั้นอีกครั้ง  เขาก็ไม่กลัวอะไรแล้ว

          ชีวิตของจีฮุนอาจไม่ได้มีค่าอะไรเลย... จนกระทั่งตอนที่มีชายผู้นี้เข้ามา  ผู้เป็นได้ทั้งผืนดินและมหาสมุทรของจีฮุน

            ....                                                                                

          แม้ว่าจะเป็นทั้งแผ่นดินที่ใช้หยั่งยืน...และเกลียวคลื่นที่พร้อมพรากวิญญาณของจีฮุนไปก็ตามที

                                                                                         

{

                                           

          อีชานลุกขึ้นและบิดตัวให้คลายเมื่อยเมื่อพบหนุ่มรุ่นพี่เดินกลับมายังที่นัดหมาย  สีหน้าเคร่งเครียดที่ฉายอยู่บนใบหน้าขาวจัดทำให้ชานไม่ค่อยสบายใจนัก  เด็กหนุ่มรีบเข้าไปหาพี่ชายและออกเดินไปด้วยกันบนทางเดินอย่างเชื่องช้า

          “ท่านเจ้าเมืองว่าอย่างไรบ้าง ท่านพี่”

          “ไม่ได้ว่าอะไร ภรรยาท่านเจ้าเมืองเรียกไปถามอะไรนิดหน่อย...”  ซูนยองตอบอย่างไม่เต็มปากนัก ช่องว่างระหว่างคิ้วขมวดกันยุ่ง  เขากัดริมฝีปากและถอนหายใจ “ไม่มีอะไร...” 

          “เรื่อง... เจ้าสาว...หรือ”

          “อือ..”

          “ทำใจเถอะนะพี่...มันผ่านมาแล้ว”  ชานพยายามพูดให้ผู้ที่เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ ๆ สบายใจ แต่นั่นกลับทำให้ร่างสูงกว่าหยุดนิ่ง...แววตารวดร้าวนั้นทำให้เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อน  “ข้าขอโทษท่านพี่...ข้าไม่อยากให้ท่านคิดมาก”

          “ข้ารู้...ชาน ข้ารู้....ข้าก็...ไม่อยากเป็นแบบนี้”  รู้อยู่ว่ามันจบไปแล้ว... ไม่มีประโยชน์ แต่ทำไม...หัวใจของซูนยองถึงได้

ยังคงเจ็บปวดขนาดนี้นะ

          ผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากพิธีสำคัญของเกาะชองซาน   หลังจากกลับเข้าฝั่ง ซูนยองก็ป่วยหนักอย่างที่ชานเรียกว่าไข้ใจอยู่หลายวัน  กระทั่งอาการเริ่มดีขึ้นจนบิดาและมารดาวางใจ จึงบอกให้เขารู้ว่าท่านเจ้าเมืองออกคำสั่งมาให้เขาเข้าพบด่วน  ซูนยองจึงเดินทางจากบ้านที่อยู่อีกฝั่งของเกาะเข้ามาที่ศูนย์กลางของชองซาน  แต่เมื่อมาถึงบ้านตระกูลอี เขาก็พบเพียงบ่าวไพร่ที่นำไปสู่ห้องส่วนตัวของนายหญิง  ซูนยองทำความเคารพหญิงสูงศักดิ์อย่างอ่อนน้อม  แม้ไม่ได้มีโอกาสคลุกคลีกับผู้ที่มียศศักดิ์มากนัก แต่เขาก็รับรู้ถึงความทรงอำนาจอยู่ในน้ำเสียงและเด็ดขาดของนางได้อย่างชัดเจน  จนอดคิดถึงความอ่อนไหวและบอบบางของร่างเล็กบนเรือนั้นไม่ได้... สตรีตรงหน้าคือมารดาของนางงั้นหรือ... เหตุใดจึงแตกต่างกันนัก

          “เจ้าคือบุตรชายของตระกูลควอนงั้นหรือ ชื่ออะไรล่ะ”                                  

          “ซูนยอง... ควอนซูนยองขอรับนายหญิง”       

          “ซูนยอง... ข้าส่งข่าวไปหลายวันแล้ว แต่ได้ยินว่าเจ้าป่วย...ดีขึ้นแล้วหรือ”

          “ดีขึ้นแล้วขอรับนายหญิง...  นายหญิงมีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือเปล่าขอรับ“

          หญิงวัยกลางคนขยับกายเล็กน้อย น้ำเสียงทรงอำนาจอ่อนลงเล็กน้อยจนซูนยองสังเกตได้

          “ข้าอยากถามว่า...พิธีนำส่ง... เรียบร้อยดีไหม...”

          “ข้าน้อย... ทำตามหน้าที่ทายาทของผู้นำส่งครบถ้วนทุกประการแล้วนายหญิง” ซูนยองตอบด้วยเสียงแผ่วหวิว... แม้พยายามห้ามไม่ให้ตนเองรู้สึกอะไร  แต่เขาก็พบว่ามือของเขาสั่นจนต้องกำหมัดแน่น...เมื่อสีหน้าและแววตาของหญิงสาวร่างเล็กนั้นลอยเข้ามาหาเขาในห้วงคิด

            “ทุกอย่าง... ตามพิธี  ข้าน้อย...ทำตามจนหมดสิ้นแล้วนายหญิง”

          “เจ้า....ส่งนางลงไปใต้ทะเลด้วยหรือ” 

            ลมหายใจของเขากระตุก  ซูนยองก้มหน้างุดกว่าปกติ... เขาไม่แน่ใจว่าควรตอบเช่นไร  สตรีตรงหน้าคือมารดาของหญิงสาวที่เขาปล่อยให้ลอยอยู่กลางพระสมุทรอย่างเลือดเย็น  แต่...เขาก็ไม่กล้าบอกทั้งหมดที่เกิดขึ้นออกไป  แม้เขาไม่ได้จมเรือและผลักนางลงสู่ใต้พระสมุทรด้วยมือของตนเอง  แต่มันก็ไม่ได้แตกต่างกันไม่ใช่หรือ...

          ในเมื่อผลลัพธ์ก็คือ...ความตาย

          “ขอรับ” ซูนยองตอบอยู่ในคอ  ความเงียบโรยตัวลงระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสูงศักดิ์อยู่ครู่หนึ่ง  เขาไม่แน่ใจว่าควรเงยหน้าขึ้นไปดีหรือไม่  เพราะห่วงสภาพจิตใจของผู้เป็นมารดาของเครื่องสังเวย

            “งั้นหรือ... ได้ยินแบบนั้นก็.... เอาล่ะ ไปได้แล้ว แล้วก็...รับนี่ไปสิ”               

          ซูนยองฟังน้ำเสียงเย็นชานั้นอย่างไม่เข้าใจนัก เขาเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าและพบเพียงความว่างเปล่าอยู่บนใบหน้าเฉยชาไร้รอยยิ้ม  หรือแม้กระทั่งดวงตาที่เรียบเฉยนั้นก็ตาม  จนอดสงสัยไม่ได้ว่า...นั่นคือการปกปิดตัวเองจากความเสียใจจากการสูญเสียบุตรสาวของตัวเอง  หรือไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกันแน่

          นางยื่นถุงผ้าไหมที่ตัดเย็บอย่างประณีตมาให้ เสียงวัตถุกระทบกันบอกว่าภายในคงเป็นของมีค่า... ซูนยองส่ายหน้า

          “ข้าน้อยมิอาจรับได้ขอรับ... นายหญิง”

          “ข้าให้ ทำไมจึงไม่รับ”

          “ต...แต่..ข้าไม่คิดว่าควรจะรับไว้” ซูนยองไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรที่เขาต้องรับมันไว้เลย... แต่สีหน้าเย็นชานั้นก็ทรงอำนาจจนเขาไม่อาจต่อต้านได้

            “รับไปซะ...พ่อเจ้าไม่สอนหรือว่าไม่ควรปฏิเสธผู้ใหญ่”

          ซูนยองผ่อนลมหายใจเมื่อพาดพิงถึงบิดา  เขามองถุงผ้านั้นและยื่นมือสั่นเทาไปรับ       

            “ข...ขอรับ นายหญิง”

          “แล้วก็...ในฐานะผู้นำส่ง  เจ้าคงรู้ดีว่าไม่ควรพูดกับผู้ใดเรื่องนี้ ถูกหรือไม่”

          “เป็นหน้าที่ของตระกูลผู้นำส่งอยู่แล้วขอรับนายหญิง...”

          “ก็ดี...”

            ซูนยองทิ้งความสับสนเอาไว้ในใจ  เริ่มแรกเขาตั้งใจว่าจะเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น คำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน หรือแม้กระทั่งสีหน้าแววตาของเจ้าสาวพระสมุทรให้มารดาของนางรู้   แต่ไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำให้เขาเลือกที่จะเงียบ และเดินออกมาด้วยสับสน 

            “โอ๊ย! เดินบ้าอะไรเนี่ย!                                                

          ในช่วงจังหวะที่เขาเดินออกมาจากห้องรับรองของนายหญิงแห่งตระกูลอี  ก็ชนเข้ากับหญิงสาวนางร่างเล็กนางหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว  ซูนยองสังเกตจากอาภรณ์งดงามและน้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจนั้นแล้วรีบกล่าวขออภัยพร้อมก้มหัวทำความเคารพ

          “ขออภัยขอรับ..”

          “คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ”

          “ไม่มีตาหรือไง”  นางแหวใส่ แล้วสะบัดตัวเดินออกห่างไปด้วยความกราดเกรี้ยว  ซูนยองรอให้หญิงสาวผ่านไปแล้วจึงยืดตัวขึ้น ก่อนอดเหลียวมองตามหลังหญิงสาวไปไม่ได้  หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าของนางชัดเจน... ก่อนที่สายตาคมกริบนั้นจะทำให้เขาต้องก้มหน้างุดแล้วรีบเดินตามบ่าวไพร่อีกคนออกไปอย่างรวดเร็ว  แต่ถึงกระนั้นก็ยังได้ยินเสียงกระซิบลอยแว่วมา

          “นั่นใคร”

          “ผู้นำส่งเจ้าสาว...เจ้าค่ะคุณหนู..”

          “... อะไรนะ! แล้วทำไมถึงไม่บอกก่อน...รู้งี้ข้าอยู่แต่ในห้องก็ดี!

         

          “ท่านพี่...ได้ยินข้าหรือเปล่า” ชานเอ่ยถาม ดึงให้ซูนยองกลับมาจากภวังค์ลึกที่เพิ่งหลุดเข้าไป    “แล้วท่านว่ากระไรบ้าง...น่าจะเสียใจน่าดู ลูกสาวนี่นา..เฮ้อ” เด็กหนุ่มรำพัน ด้วยความสนิทสนมกันราวกับพี่น้องแท้ ๆ  เขาจึงเป็นคนเดียวที่ซูนยองไว้วางใจให้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนั้นด้วย  เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่าพี่ชายของตนได้

          “เสียใจ..น่าจะ...”ซูนยองทวนคำ  คิดถึงใบหน้าและแววตาเย็นชาเรียบเฉยนั้นอย่างไม่เข้าใจนัก

          “ทำไมเหรอ...มีแม่คนไหนไม่เสียใจบ้างถ้าลูกถูกโยนลงทะเลไปแบบนั้น”

          “ระวังคำพูดหน่อย ถ้าพ่อข้าได้ยินเจ้าต้องโดนเพ่นกบาลแน่” ซูนยองปราม

          “ข้าพูดความจริงนี่... ข้าไม่ได้ไม่เคารพพระสมุทรนะท่านพี่ แต่ข้าก็อดเศร้าไม่ได้  แล้วคนเป็นพ่อเป็นแม่ล่ะจะรู้สึกแย่ขนาดไหน”   

          “ไม่รู้สิ อาจจะเป็นวิธีการเสียใจของคนใหญ่คนโตล่ะมั้ง ดูไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ถ้าไม่ได้บอกว่าเป็นลูกสาวฝาแฝด ก็คงอดคิดว่าเจ้าสาวพระสมุทรไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของนาง” ประโยคท้ายนั้นเขาพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน 

            “จริงหรือท่านพี่...”

          “ถ้าข้าเป็นคนส่งลูกสาวเจ้าไปสู่ความตาย... เจ้าจะยังให้เงินข้าอีกไหม.. หรือเป็นธรรมเนียมของพวกเจ้าคนนายคน”

            ชานอึ้ง... โดยเฉพาะเมื่อซูนยองโยนถุงผ้าสวยที่บรรจุของภายในไว้แน่นมาให้

          “เอาไป...ข้าให้” 

            “ท...ท่านพี่  นี่มัน...”  ชานเบิกตากว้างเมื่อพบกับของที่อยู่ข้างใน  เงินจำนวนมากเบียดเสียดกันอยู่ในนั้น  

          “เก็บไว้ซะ เผื่อเจ้าได้ใช้...ข้าเก็บมันไว้ไม่ได้หรอก  ข้าทำผิดกับนางขนาดนี้...ยังจะมีหน้ามารับเงินพวกนี้ได้ยังไง  บ้าที่สุด”

          เด็กหนุ่มยังคงอึ้งกับเงินในนั้น...เขานับมันอย่างตื่นตา แต่ก็รับฟังซูนยองด้วยความตั้งใจ

          “ที่แปลกยิ่งกว่าก็คือ... ข้าไม่เห็นน้องสาวของนางจะดูเศร้าโศกเสียใจอะไรเลย”

            “อาจจะผ่านไปหลายวันแล้วมั้ง... แถมครอบครัวของเจ้าสาวพระสมุทรก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไว้ทุกข์เสียด้วย เพราะถือว่าเป็นพิธีมงคลของเกาะ... ก็คงพยายามทำตัวปกติอยู่มั้ง”  ชานเสนอความคิด ซูนยองพยักหน้ารับ แล้วจึงถอนหายใจ

          “อาจเป็นแบบนั้นก็ได้... ก็เป็นบ้านท่านเจ้าเมืองด้วยนี่นา”

            “แล้วน้องสาวนางเหมือนกันมากไหม...”           

          “ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้เห็นชัด ๆ แต่ดูผ่าน ๆ ก็คิดว่าหน้าตา...รูปร่าง ผิวพรรณ คล้ายกันมาก แต่...”

          “แต่อะไร...”                            

          “.อีกนางน่าสงสาร... ดูบอบบางแล้วก็...น่ามองกว่ามาก ” ซูนยองบอก  ก่อนจะหันไปกระซิบ“อย่าไปพูดกับใครเรื่องนี้ล่ะ ข้าพูดกับเจ้าคนเดียว”

            “ท่านพี่ก็รู้ว่าข้าไม่ทรยศท่าน” ชานย้ำเสียงหนัก และมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่อายุมากกว่า  ซูนยองยังคงมองไปยังมหาสมุทรกว้างใหญ่เบื้องหน้าทุกคราวที่เป็นไปได้  เสียงคลื่นซัด..หรือแม้กระทั่งเสียงคร่ำครวญของลมที่พัดเข้าหาฝั่งล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความทรงจำ   

          “ข้า... คงได้แค่ภาวนา”              

            เคยเห็นผู้ใหญ่พูดถึงคนที่ผิดหวังจากความรักมาก็ตั้งมาก ชานก็เพิ่งได้มีโอกาสเห็นเอาตอนนี้...จนอดคิดไม่ได้ว่าหากพระสมุทรเมตตาส่งนางกลับคืนฝั่ง พี่ชายของเขาก็คงกลายเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในแผ่นดินเสียกระมัง

          “ผ่านมาหลายวันแล้ว ตัดใจเสียเถอะ ช่วงนี้พายุเข้าไม่เว้นวัน...พระสมุทรท่านคง...รับนางไปแล้ว”

          “วันนี้วันสุดท้ายแล้ว...”                               

          “ที่ท่านไม่หายป่วยซักทีก็เพราะมัวแต่ทำแบบนี้” ชานบ่นพลางถอนหายใจ... ตั้งแต่วันนั้น ซูนยองต้องออกเรือไปยังบริเวณที่ปล่อยนางไว้ไม่ต่ำกว่าวันละเที่ยว ต่อให้กลับมาพร้อมกับไข้ขึ้นสูงทุกครั้งก็ตามที เขา

          “แล้วยังจะไปกับข้าไหมล่ะ...”

          “วันสุดท้ายจริง ๆ นะ...”

          “อือ...วันสุดท้าย” ซูนยองมองกลับไปยังมหาสมุทรกว้างใหญ่เบื้องหน้า... พลางอธิษฐานในใจซ้ำ ๆ ให้พระสมุทรเมตตาเขาสักครั้ง

            “ถ้าภายในวันนี้ไม่พบอะไร...ข้าจะตัดใจจริง ๆ”  

          แม้จะรู้ดีว่า...เขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว

{

 

          ยามเช้าที่อากาศเย็นเฉียบ  จีฮุนสะดุ้งตื่นเพราะรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่าง ร่างเล็กขยับออกจากผ้าห่มที่คลุมทั้งเขาและร่างใหญ่ก่อนลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเคยชินกับการผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของอีกฝ่ายและตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าคมคร้าม แพขนตาหนาเช่นนี้...จีฮุนมองไรหนวดเขียวครึ้มแล้วลูบหน้าเกลี้ยงเกลาของตัวเองบ้าง...  ก่อนที่ดวงตาคู่ใสจะกระพริบถี่เมื่อพบว่าร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งของมินกยูปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ และทรุดตัวลงไม่ห่างจากทั้งคู่  

          จีฮุนขยับตัวอย่างอึดอัดและเอื้อมมือไปจับคนที่กำลังหลับสนิทอยู่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะยังรู้สึกถึงรัศมีอันตรายที่ลอยอยู่รอบตัวของอีกฝ่าย  คมดาบที่ตวัดมาที่คอในวันนั้น ยังเป็นฝันร้ายที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีอยู่...ถึงแม้ว่าจีฮุนจะเป็นฝ่ายผิดเองก็ตาม

          มินกยูไม่เหมือนซึงชอลสักนิด...เจ้าของร่างสูงใหญ่ดูเย็นชาและพร้อมจะฟาดฟันทุกอย่างให้พินาศไปในพริบตาได้หากมาแตะต้องสหายของตน  แม้ซึงชอลจะบอกว่ามินกยูคือสหายคู่ใจ แต่ท่าทางระแวดระวังภัยนั้นทำให้จีฮุนรู้สึกเหมือนมินกยูเป็นผู้คุ้มกันซึงชอลเสียมากกว่า    

          “ข้ามีเรื่องด่วนจะปรึกษา” เสียงทุ้มต่ำกล่าวอย่างเย็นชา  จีฮุนแน่ใจว่าร่างแกร่งไม่ได้พูดกับเขา จึงมองไปยังเจ้าของลมหายใจสม่ำเสมอนั้นแล้วสลับไปที่ใบหน้าเรียบเฉยของอีกคน

          “เกี่ยวกับ...น้อง...” มินกยูยังคงพูดต่อไปอย่างไม่สนใจ ราวกับว่าไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น  จีฮุนเม้มริมฝีปาก...และขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายเหมือนไม่รับรู้ว่าซึงชอลกำลังหลับอยู่

          “อ... “ จีฮุนฮัมส่งเสียงต่ำในคอ... เมื่อมินกยูตวัดสายตากลับมา จึงชี้มือบอกใบ้ว่าคนที่อยู่ข้าง ๆ นั้นหลับอยู่โดยไม่มีคำพูด มินกยูถอนหายใจแล้วเลิกสนใจเขา  ก่อนจะพูดด้วยเสียงดังขึ้น

          “เลิกทำเป็นไม่สนใจข้าได้แล้ว...ท่าน....”   

          จีฮุนขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิม...แม้จะไม่สบายใจนัก แต่ก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยปากพูดในที่สุด  “เขา...หลับ...”

          มินกยูหลุบตามองร่างที่จมอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างไม่แน่ใจ  เขาขยับตัวไปใกล้แล้ววางมือบนไหล่ของอีกฝ่ายอย่างที่เคย แล้วจึงถอนออกมาด้วยความตกตะลึง... สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก

          “นี่...หลับจริง ๆ ...หรือ”

          จีฮุนมองมินกยูอย่างไม่เข้าใจ  อยู่ ๆ ดวงตาคมกริบของสหายซึงชอลนั้นก็คุกรุ่นและเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ ไหล่ของมินกยูสั่นเทิ้ม ใบหน้าดุดันขึ้น จนจีฮุนอดกลัวไม่ได้  มือของเขากระตุกเบาอยู่ใต้ผ้าห่ม  ทำให้ร่างใหญ่สะดุ้งตื่นขึ้น  เสียงงัวเงียดังแทรกความเงียบขึ้นมา

          “เจ้าตัวเล็ก ตื่นแล้วเหรอ...ยังเช้าอยู่เลย”  โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ซึงชอลบิดตัวและขยับลุกขึ้นมานั่ง  ก่อนจะเห็นร่างใหญ่ของมินกยูที่นั่งอยู่ไม่ห่างออกไปนัก  “อ้าว มินกยู...อยู่นี่ได้ยังไง”

            มินกยูยังคงเงียบ กระทั่งซึงชอลสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น

          “มีอะไรหรือเปล่า”

          “ท่านรู้ตัวไหม...” เสียงของมินกยูแหบพร่า “ท่านหลับ...สนิทมาก”

            ซึงชอลตอบรับคำบอกเล่าของมินกยูด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป  เขาหันไปมองร่างเล็กที่อยู่ไม่ห่างด้วยแววตาประหลาด ก่อนส่ายหน้า “จะบ้าเหรอ ข้าจะ...ไม่รู้ตัวเลย..ได้ยังไง” 

          “ท่านไม่เคยเป็นแบบนี้”

            คนที่เพิ่งตื่นอึ้งไป  เขาลูบหน้าตัวเองแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

          “ข้าคงเหนื่อยไปหน่อย”

          “ท่านเคยเหนื่อยกว่านี้... แต่ไม่เคยเป็นแบบนี้”

          “มินกยู...”

          “ต่อให้ดาบมาจ่อคอท่าน...ท่านก็คงไม่รู้ตัว”      

          จีฮุนมองทั้งสองสลับกันอย่างไม่เข้าใจ  ไม่มีใครที่อธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลย  ก่อนที่จะรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาคมกริบมาดร้ายของมินกยู  จีฮุนขยับไปอยู่ข้างหลังของซึงชอลและหลบสายตาคู่นั้น  แม้ไม่เข้าใจอะไร แต่ก็อดใจหายวูบไม่ได้เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

          “เป็นแบบนี้ ข้าไม่แน่ใจแล้วว่า...ข้าจะไว้ใจให้ท่านเก็บเจ้าตัวเล็กนี้ไว้ได้อีกต่อไป”

 

{

 

            สิ่งที่น่ากังวลในเวลานี้ไม่ใช่การออกไปเผชิญหน้ากับผู้คนข้างนอก  เพราะเพียงแค่ยืนอยู่เบื้องหลังซึงชอล จีฮุนก็รู้สึกปลอดภัยแล้ว แต่จากคำบอกเล่าจากเจ้าของร้านน้ำชา วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลฉลองประจำปีซึ่งจีฮุนไม่เคยแม้แต่มีโอกาสได้เข้าร่วมมาตลอดชีวิตแม้จะเกิดและเติบโตที่นี่ก็ตาม  นอกจากไปตัดชุดใหม่แล้ว ซึงชอลตั้งใจจะพาเขาไปชมงานด้วย  มีแค่ความรู้สึกที่ไม่มั่นใจนักตอนแต่งตัวเสร็จ แม้จะแต่งตัวเป็นเด็กหนุ่มเต็มตัว และสวมหมวกคัดแล้วก็ตามที ซึงชอลจึงแก้ปัญหาด้วยการใช้ผ้าผืนบางปิดเสี้ยวหน้าข้างหนึ่งไว้เพื่อบังสายตาจากคนอื่น

          “แค่นี้ก็ไม่มีใครจำได้แล้วล่ะ”                  

          แม้จะรู้สึกปลอดภัยขึ้นจากคนอื่น แต่บัดนี้คนที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็นมินกยูที่เฝ้ามองเขาทั้งคู่อย่างเงียบเชียบตั้งแต่เช้า หลายวันก่อนแม้จะไม่ได้ห่างจากสายตา แต่ซึงชอลยังสามารถอยู่กับเขาได้ตามลำพัง แต่ตั้งแต่เช้ามา มินกยูกลับไม่ปล่อยให้ทั้งคู่คลาดสายตาเลยแม้แต่อึดใจเดียว สายตาดุดันและหวาดระแวงที่มีมาตั้งแต่วันแรกที่พบยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นอีกหลังจากเกิดเรื่องที่เขาก็ไม่เข้าใจนัก... จีฮุนขยับตัวเข้าไปหลบอยู่หลังซึงชอลทุกครั้งที่เหลียวไปพบสายตามินกยู  ซึงชอลส่งยิ้มที่ไม่สดใสนักให้เขา          

            “เขาเป็นห่วงข้า  ก็เลยหงุดหงิดนิดหน่อย...”

          “ท..ทำไม”                        

          “ข้าไม่ระวังตัวตอนเขาไม่อยู่ล่ะมั้ง”

          “เพราะข้าหรือ...”

          “ไม่ใช่หรอก...ข้าเองต่างหาก”

          ซึงชอลไม่ได้บอกไปว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้มินกยูเกรี้ยวกราดใส่จีฮุนตลอดเวลาเช่นนี้ เพราะคิดว่าเจ้าตัวเล็กคงไม่มีทางเข้าใจ  นับตั้งแต่รู้ความ เขาถูกสอนให้ระแวดระวังภัยอันตรายทุกอย่างจนแม้กระทั่งไม่ให้ไว้ใจใคร  บุคคลเดียวที่สามารถเข้าใกล้เขาได้แม้ในยามที่อ่อนแอที่สุดก็คือผู้ผ่านน้ำสาบานเช่นมินกยูมาแล้วเท่านั้น...ครั้งใดที่เขาเผลอไผล นั่นหมายถึงการแขวนชีวิตตัวเองไว้บนเครื่องประหาร และก็นานมาแล้วที่ซึงชอลไม่ได้หลับสนิทเช่นนั้น... เขาหลับสนิทจนไม่รู้สึกถึงความฝันอะไรทั้งสิ้น  อาจจะเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี... หรือไม่ ก็อาจจะตั้งแต่แม่จากไป...

          ไม่แปลก...ที่มินกยูจะกังวล                                                               

          “พออยู่กับเจ้า...ก็คอยแต่จะลืมทุกอย่างอยู่เรื่อย” ซึงชอลปลอบใจตัวเองว่าคงเพราะเกาะนี้ห่างไกลจากฮันซองจนเขาสามารถทิ้งทุกอย่างที่แบกรับเอาไว้ได้จนหมด จีฮุนทำให้เขาลืมว่าห้ามทำอะไร...ต้องทำอะไร  หรือแม้แต่ลืมว่าตัวเองเป็นใคร  ลืมเหตุและผลหรือแม้กระทั่งผลกระทบของทุกการกระทำ

          “แต่...ข้าไม่ทิ้งเจ้าหรอก” เขาให้คำมั่น...ด้วยความสัตย์ที่ซื่อตรงและมั่นคงยิ่งกว่าหินผา  

 

           

            ซึงชอลพาจีฮุนขึ้นม้ามายังใจกลางเมือง  แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ หากเมื่อผู้คนจากทั้งเกาะหลั่งไหลเข้ามาก็ดูแน่นขนาดไปถนัดตา  จีฮุนดูตื่นเต้นกับบรรยากาศรอบ ๆ อย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีอาการตื่นกลัวยามที่มีคนมองมาอย่างสนใจบ้างก็ตาม  ซึงชอลมองสีหน้าตื่นเต้นอย่างไม่ปิดบังของเจ้าตัวเล็กแล้วอดยิ้มไม่ได้...

          “ข้าอยากได้ชุดให้น้องชายข้าหน่อย...”

            หนุ่มร่างแกร่งพาจีฮุนมายังร้านตัดเสื้อผ้าสำหรับขุนนางประจำเกาะ  เจ้าของร้านที่เป็นชายชราแต่ยังดูแข็งแรงแต่งกายด้วยชุดที่ตัดเย็บอย่างประณีตออกมาต้อนรับอย่างพินอบพิเทาตั้งแต่ก้าวแรกที่เห็นเขา เนื่องจากเป็นเกาะเล็ก ๆ ขุนนางที่รับราชการอยู่ในชองซานจึงมีไม่มาก  แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากไหน

          “ได้ขอรับ ขอนายท่านมาจากอีกฝั่งของแผ่นดินหรือขอรับ...ข้าน้อยไม่เคยพบมาก่อน”

          “ใช่...แต่เดี๋ยวก็กลับแล้ว อ้อ... มีอะไรถามข้า...น้องข้าขี้อาย ไม่ชอบพูดกับคนแปลกหน้า”

          “ได้ขอรับนายท่าน”                                                           

          “ข้าขอดูผ้าก่อนได้ไหม”                

          “เชิญเลือกดูได้เลยขอรับ”  เจ้าของร้านผายมือให้หนุ่มสูงศักดิ์เดินเลือกดูผ้าได้ตามสบาย แต่ก่อนที่ร่างเล็กจะขยับตาม ซึงชอลก็ส่ายหน้าแล้วบอกด้วยน้ำเสียงปรานี 

          “ข้าอยู่แถวนี้ ไม่ต้องห่วง”                                    

          จีฮุนสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากสีหวานสั่น แววตาตื่น...แม้จะก็ยังมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินอยู่แถวนั้นไปเพื่อหาที่พึ่ง แต่ก็อยู่นิ่ง ๆ รอให้เจ้าของร้านวัดตัวให้ 

          จีฮุนไม่เคยมาร้านเช่นนี้มาก่อน  แม้ร้านจะกว้างขวางแต่ก็แบ่งเป็นสัดส่วนดี มุมหนึ่งมีม่านบางกั้นไว้น่าจะเป็นที่สำหรับลองเสื้อผ้า  อีกด้านมีผ้าหลายชนิดหลายสีวางเรียงกันไว้ให้เลือกหา  ขณะกำลังอีกฝ่ายน่าจะกำลังเลือกเนื้อผ้าสำหรับชุดใหม่ของจีฮุนนั้น  ก็เห็นร่างสูงของมินกยูเคลื่อนไปหาซึงชอลแล้วพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  บางจังหวะทั้งคู่หันมามองที่เขา... จนเดาได้ว่าน่าจะคุยเรื่องเกี่ยวกับจีฮุน มือเล็กกำแน่น รู้สึกวูบโหวงในหัวใจ

          “ข้าไม่แน่ใจแล้วว่า...ข้าจะไว้ใจให้ท่านเก็บเจ้าตัวเล็กนี้ไว้ได้อีกต่อไป”

          เขาไม่รู้ว่าทำไมมินกยูถึงพูดออกมาเช่นนั้น... ซึงชอลบอกว่าจะไม่ทิ้งเขา แต่จีฮุนก็อดกลัวไม่ได้...

            โลกข้างนอกนี้...ทั้งน่าตื่นตาและก็น่ากลัวไปพร้อม ๆ กัน ถ้าไม่มีซึงชอล  จีฮุนจะอยู่ได้อย่างไร...

          “นายท่าน... มีคนมารับชุดของขุนนางควอนแล้ว”  เด็กรับใช้เดินมาหาเจ้าของร้านแล้วแจ้งข่าว ชายชราพยักหน้ารับแล้วแจ้งเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ “อยู่ข้างนอกนะขอรับ”

          “บอกให้เข้ามารอสักครู่ ข้าจะจัดการให้”                       

          “รบกวนคุณหนูรอสักครู่นะขอรับ ข้าน้อยขอจัดการธุระประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น”

          จีฮุนทำได้เพียงพยักหน้ารับ พอต้องอยู่คนเดียวเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มและทำอะไรไม่ถูก เขาอยากจะเดินไปหาซึงชอล แต่ก็เห็นสีหน้าของคนสองคนดูเคร่งเครียดขึ้นตลอดระยะเวลาที่สนทนานั้น จึงตัดสินใจหยุดรออยู่ที่เดิม  จีฮุนตรวจสอบหมวกและผ้าผืนบางที่ปิดหน้าครึ่งหนึ่งของเขาผ่านกระจกแล้วถอนหายใจลึก... เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายออกมาเต็มหน้าผาก มือเล็กจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวที่พกติดตัวมาขึ้นมาซับเหงื่อ 

          ผ้า...ของชายที่ช่วยให้เขายังมีชีวิตอยู่ได้ถึงตอนนี้  ควอน...ซูนยอง

          จีฮุนจดจำชื่อนั้นได้อย่างดี...แต่ก็ไม่แม้แต่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีก  จนกระทั่ง... 

          “ร้อนหรือขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยเปิดหน้าต่างให้” เด็กรับใช้ผู้หวังดีเห็นอาการผิดปกติของเขาแล้วปราดเข้ามาช่วยดูแลอย่างรวดเร็ว  จีฮุนขยับกายอย่างอึดอัดด้วยไม่รู้ว่าควรปฏิเสธหรือบอกขอบคุณ ขณะที่มือไม้ของเขาเก้งก้างไม่รู้ว่าควรว่างไว้ที่ใด   ลมแรงจากหน้าต่างก็พัดตีเข้ามาวูบใหญ่  จนผ้าที่ปิดหน้าเปิดออก จีฮุนรีบตะครุบผ้าบนหน้าตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็ทำให้ผ้าอีกผืนปลิวออกไปจากมือ

          เด็กรับใช้เห็นท่าไม่ดีจึงรีบปิดหน้าต่างแล้วกล่าวคำขอโทษเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความรู้สึกผิด  จีฮุนขยับหนีเข้ามุมแล้วหันหลังให้ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นใบหน้าทั้งหมดของตัวเอง   จนกระทั่งซึงชอลกลับเข้ามาหาเขา

          “เป็นอะไรหรือเปล่า”           

          สีหน้าของจีฮุนดีขึ้น  เขาส่ายหน้า  และรีบขยับเข้าไปหาคนที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยทันที  มือเล็กจับชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่นขณะก้มหน้างุดเพื่อซ่อนสีหน้าตื่นตระหนกของตัวเอง

          “ไม่มีอะไรน่า... ไม่มีใครเห็นหรอก” ซึงชอลลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน  ก่อนที่จะได้ยินเสียงเอะอะบางอย่าง ที่ทำให้ไฟในดวงตาของเขาคุโชน

 

 

          “ท่านพี่ ได้ชุดของท่านลุงแล้วหรือ”

            ชานเดินตรงมายังร้านเสื้อผ้าขุนนางที่ซูนยองได้หายเข้ามาสักพักหนึ่งแล้วเห็นร่างสูงของซูนยองยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน  อีกไม่นานเขาและซูนยองจะต้องออกเดินทางไปฮันซองเพื่อเข้าสอบควากอสำหรับรับราชการ  และด้วยความโชคดีที่ลุงของซูนยองเป็นขุนนางเล็ก ๆ อยู่ในวังหลวงด้วย  พ่อของซูนยองจึงฝากฝังให้ช่วยดูแลเขาทั้งสอง และตั้งใจจะตัดชุดผ้าไหมงดงามติดไม้ติดมือไปให้เมื่อถึงฮันซอง  อันที่จริงชานแทบไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับตระกูลควอนเลยแม้แต่น้อย  เขาก็แค่เด็กกำพร้าที่ทั้งพ่อและแม่เสียไปตั้งแต่ยังเด็ก และถูกทิ้งให้อยู่ที่วัดบนภูเขา... แต่ก็ได้พ่อกับแม่ของซูนยองคอยดูแลและช่วยเหลือมาจนกระทั่งโต  เขาได้เรียนหนังสือ ได้มีครอบครัวก็เพราะครอบครัวนี้  ชานทั้งรักและเทิดทูนซูนยองไม่ต่างจากพี่ชายแท้ ๆ ของตนเอง

          “พี่ซูนยอง  เป็นอะไรหรือเปล่า”                                     

          ใบหน้าขาวของพี่ชายซีดเผือดลง  ชานเดินเข้ามาหาแล้วพบว่ามือหนึ่งมีห่อผ้าขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็นชุดผ้าไหมของขุนนางควอน  และอีกมือ...คือผ้าเช็ดหน้า

          “นางยังไม่ตาย”                                       

          “ว่าอะไรนะ...”

          “นาง... อยู่ที่นี่ ต้องอยู่แถวนี้”

          ชานขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนที่จะทำความเข้าใจคำพูดที่ฟังดูปะติดปะต่อกันนั้นอย่างงุนงง แล้วก็ต้องตกใจ

          “เป็นไปไม่ได้  นางอยู่กลางทะเลวันนั้น นางไม่มีทางมีชีวิตรอดอยู่ได้” ชานกระซิบ

          “งั้นผ้านี่จะอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

          “ผ้าแบบนี้ที่ไหนก็มี”

          “นี่เป็นผ้าผืนเดียว... ท่านแม่ปักให้ข้า ทำไมข้าถึงจะจำไม่ได้...” 

          อีชานอึ้ง...ท่าทีว้าวุ่นของพี่ชายทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นอาจจะเป็นความจริง  ซูนยองสอดส่ายสายตาไปยังทางที่ลมเพิ่งพัดผ่านเมื่อครู่ แล้วจึงตรงดิ่งกลับเข้าไปในร้านเสื้อผ้า  ชานรีบสาวเท้าตามเข้าไปแล้วกระซิบ

          “พี่จะตามหานางไปเพื่ออะไร... เจอนางแล้วจะทำอะไร  พี่จะพานางกลับบ้านเหรอ  แล้วถ้าคนอื่นรู้ว่า..”.

          “ไม่รู้...ตอนนี้... ขอแค่นางมีชีวิตรอด ข้าก็ดีใจแล้ว”

          “พี่...ท่านพี่ หากมีผู้ใดรู้ว่าเจ้าสาวยังมีชีวิต...”

          “ข้าไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น...ตอนนี้ขอแค่...”  ซูนยองบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขอแค่พบนาง ...จะพานางออกไปจากที่นี่... จะไม่ให้นางโดดเดี่ยวอีกแล้ว”

          “พี่บ้าไปแล้ว... เป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ” ชานมองตามความบ้าคลั่งของผู้เป็นเสมือนพี่ชายตัวเองด้วยความไม่เข้าใจนัก... ซูนยองกวาดสายตามองไปที่ตรงโน้นตรงนี้แล้วถามเด็กรับใช้ในร้านอย่างร้อนรน

          “นายท่านมีอะไรให้รับใช้อีกหรือ”

          “มีผู้หญิงเข้ามาที่นี่หรือเปล่า... ผู้หญิง ผิวขาว ตัวเล็ก ๆ ข้าแน่ใจว่า..”

          “ไม่มีนะขอรับ...”เด็กรับใช้ปฏิเสธ “มีแต่ผู้ชาย ที่เข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ก็มีแต่ท่าน แล้วก็ขุนนางจากอีกฝั่งแผ่นดินเท่านั้น”

          “ไม่จริง...ต้อง...ต้องมีสิ ไม่อย่างนั้น”

          “ท่านอาจจะเข้าใจผิดได้  แต่ไม่มีหญิงสาวใดเข้ามาที่ร้านในวันนี้เลยแม้แต่คนเดียว”

          “ไม่เห็นจริง ๆ หรือ...นางตัวเล็ก ๆ สูงแค่นี้ ผิวขาวมาก...แล้วก็...”

          “นายท่าน รบกวนออกไปจากร้านก่อนเถอะ ไม่มีหญิงสาวที่ท่านว่าอยู่ที่นี่จริง ๆ”

          “ท่านพี่” ชานสะกิด  “ไปเถอะ อาจจะมาจากข้างนอกก็ได้... ”       

          “แต่...ผ้านี่” ซูนยองยังมั่นใจในความคิดของตัวเอง...เขาแน่ใจว่านางต้องอยู่ที่นี่

          “ไปเถอะ...เดี๋ยวจะยุ่งกันไปใหญ่นะ  ถ้านางยังอยู่แถวนี้ก็คงไปไกลแล้ว ออกไปข้างนอกเถอะ”   

          ชานลากตัวซูนยองออกมาจากร้านอย่างยากลำบาก ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือด  แววตาอ่อนระโหยโรยแรงอย่างไม่น่าเชื่อ                          

            “ผ้าผืนนั้น...ขอคืนได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มหากทรงอำนาจดังขึ้นจากเบื้องหลัง  ชานและซูนยองหันกลับไปยังต้นเสียง และพบกับชายหนุ่มสูงศักดิ์ในอาภรณ์งดงามประณีตปรากฏตัวขึ้น  ซูนยองแน่ใจว่าอีกฝ่ายคงเป็นบุตรชายของขุนนางใหญ่โตสักคน หรือไม่ก็ข้าราชการที่เข้ามาพร้อมกับเรือใหญ่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  และทั้งสำเนียงและการเคลื่อนไหวนั้นแตกต่างจากชาวเกาะชองซานอย่างเห็นได้ชัด

          “ท่าน.. เป็นใคร  เหตุใดจึงขอผ้าผืนนี้คืนเล่า”  ซูนยองเอ่ยถามขณะกำผ้าแน่น...

          “ข้าเก็บผ้านั่นได้จากหาด”

          “เก็บ...เก็บได้งั้นหรือ”

          “ใช่.. ข้าได้ยินมาว่าสำหรับชาวเกาะชองซาน  ของสิ่งใดเมื่อมาจากทะเล...ผู้เก็บได้ย่อมเป็นเจ้าของมิใช่หรือ”

          ซูนยองอึ้งไป ความหวังวูบเดียวที่ผุดขึ้นมาราวกับถูกคลื่นซัดให้จมหายไปในพริบตา  เขาเอ่ยตะกุกตะกัก

          “ต...แต่... ผ้าผืนนี้...”

          “ขอคืนข้าเถอะ ข้าสัญญากับนางแล้วว่าจะดูแลมัน”

          “นาง...”  ดวงตาของซูนยองวาบขึ้น... เขามองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มจากต่างเมือง แววตาของอีกฝ่ายคมจัดจนซูนยองรู้สึกเหมือนกำลังถูกดาบคมกริบจ่ออยู่ที่ลำคอ

            “แหม พูดไปก็ไม่น่าเชื่อนะ” หนุ่มต่างเมืองหัวเราะและเล่าให้เขาฟังอย่างน่าตื่นเต้น “ก่อนถึงเกาะ มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าฝันข้าว่าฝากเก็บไว้ให้หน่อย... นางไม่มีโอกาสได้ใช้  ข้าก็เลยรับปากว่าจะดูแลผ้าผืนนี้ให้นาง... พอมาถึง ก็พบกับผ้านี่”  

          “ผู้หญิงคนนั้น...ตายแล้วเหรอ”

          หนุ่มต่างเมืองหัวเราะลั่น เขาแสร้งลูบแขนตัวเองและกระซิบด้วยน้ำเสียงราวกับไม่อยากเชื่อเช่นกัน”

          “แล้วคนธรรมดาที่ไหนเข้าฝันคนอื่นได้ล่ะ  พูดแล้วก็ขนลุก  ตอนแรกข้านึกว่านางมาขอส่วนบุญ  แต่ที่ไหนได้ นำโชคมาให้เฉยเลย นี่ข้าเพิ่งพนันได้ทองมาถุงใหญ่... ตายล่ะ” เขาปิดปากตัวเอง คล้ายตกใจที่เพิ่งบอกเรื่องสำคัญไป

          “นาง...ตายแล้ว  จริง ๆ หรือ”

          ซูนยองรู้สึกเหมือนกำลังจะวูบลงไปอีกครั้ง... แขนขาของเขาชาจนแทบไม่อาจยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง  ความหวังเดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ถูกพัดปลิวไปอย่างน่าเสียดาย   เสียงของเขาเบาหวิวขณะเอ่ยราวกับคนไร้สติ

          “ถ้านางมาเข้าฝันท่านอีก  ฝากบอกด้วยว่า... ข้าขอโทษ  ข้า...เสียใจ ข้าพยายามออกเรือไปแล้วหลายครั้ง  แต่ก็ไม่พบแล้ว...นางหนาวมาก...ข้าคิดว่า...นางคงทรมาน”

          ชานเห็นท่าไม่ดี  รีบเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองเพื่อแก้สถานการณ์ เด็กหนุ่มรีบบอกว่า

           “นายท่านอย่าถือสาพี่เขาเลย พี่ข้าไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ เพราะกำลังเสียใจที่ผู้หญิงที่ชอบตาย  ท่านอย่าคิดอะไรมากนักเลย  ถ้านี่เป็นผ้าของท่านก็คืนไปเถิด... ข้าคิดว่าทะเลคงมอบให้กับท่านแล้วจริง ๆ “  ชานรีบดึงผ้าจากมือที่อ่อนแรงของซูนยองส่งคืนให้กับผู้มาขอคืนอย่างร้อนใจ   เพราะกลัวว่าซูนยองจะเผลอพูดเรื่องที่น่าอันตรายขึ้นมาอีก หากชาวเกาะชองซานรู้เรื่องเข้าคงจะเดือดร้อนกันแน่ ๆ    

          “ขออภัยท่านด้วย ไป...ท่านพี่ กลับบ้านเถอะ”

          ชานหมุนตัวพี่ชายของตนแล้วกึ่งดึงกึ่งลากร่างสูงให้เดินออกไปทันที  ก่อนจะหยุดกึก เมื่อได้ยินเสียงดุดันเอ่ยขึ้นมาจากเบื้องหลัง

          “นาง....ที่เจ้าพูดถึงเป็น...คนรักของเจ้าเหรอ  เจ้าของผ้าผืนนี้”

          ซูนยองสูดลมหายใจเข้าลึก  เขากัดฟันแน่นพร้อม ๆ กับมือที่กำจนเล็บจิกไปที่เนื้อ                  

          “ยังไม่ใช่หรอก...”เขาตอบเบา...และย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในประโยคต่อมา “แต่ถ้าวันนั้นนางรอดกลับมา ก็คง...ข้าจะไม่มีวันปล่อยนางไปอีกชั่วชีวิต”

          เสียงหัวเราะอีกฝ่ายดังขึ้นในคอ...ราวกับขบขันในคำตอบนั้น  ซูนยองหมุนตัวกลับไปมองหนุ่มต่างเมืองอย่างไม่เข้าใจ    

            “คงยากทีเดียว เมื่อเจ้าปล่อยมือจากนางไปแล้วครั้งหนึ่ง...พระสมุทรคงไม่มีทางปล่อยนางกลับคืนมาสู่เจ้าอีกแล้ว...เสียใจด้วย”

            ซูนยองมองรอยยิ้มมุมปากของชายผู้ขอรับผ้าเช็ดหน้าผืนคืนไปด้วยความสับสน ประกายวาววับและร่องรอยบางอย่างที่อยู่ภายในดวงตาคมเข้มนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทายจากเจ้าของคนใหม่ของผ้าผืนนั้น   เขาไม่ขัดขืนแม้แต่น้อยที่จะคืนผ้าไปตามกฎเกณฑ์ของทะเลอย่างที่บุตรชายแห่งพระสมุทรควรทำ... แต่แววตาคุโชนนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกประกาศสงคราม ซูนยองมองนิ่งไปโดยไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปาก จนกระทั่งอีกฝ่ายกระตุกยิ้มอีกครั้ง ก่อนหมุนตัวกลับเข้าไปในร้าน  ชานดึงตัวเขาให้เดินออกมาจากร้านโดยเร็ว 

            “ตัดใจเถอะท่านพี่  ตัดใจซะ... มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว”

          นานแค่ไหน ซูนยองไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาเดินเหมือนมีปุยเมฆลอยอยู่ที่ปลายเท้ามาระยะเวลาหนึ่ง ก็หยุดนิ่งเมื่อความคิดบางอย่างวาบเข้ามาในหัว  ซูนยองชาวูบไปทั้งตัว  เมื่อตั้งสติได้ก็ราวกับลมหายใจของเขาถูกกระชากออกไปในพริบตานั้นเอง     

          คน ๆ นั้น.. .รู้ได้อย่างไร                  

            “ชาน...” เสียงของซูนยองสั่นระริก...  เด็กหนุ่มร่างเล็กเจ้าของชื่อหันมายังต้นเสียงแล้วตบแขนเขาเพื่อปลอบใจ

            “ตัดใจเถอะท่านพี่ หญิงงามมากมายยังรอท่านอยู่...”                                  

          “ผู้ชายคนนั้นรู้ได้ยังไง...ว่า...”  จีฮุน... ถูกส่งไปหาพระสมุทร  รู้ได้อย่างไรว่าจีฮุนเป็นของพระสมุทร!

            “เขาบอกว่าฝันยังไงล่ะท่านพี่...”

          ซูนยองส่ายหน้า... ปฏิเสธที่จะเชื่อในคำตอบของชานโดยสิ้นเชิง

          “ถ้าเป็นแค่ฝัน....ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น  ทำไม... ถึงทำเหมือนกับ...รู้เรื่องทุกอย่าง”

          ทำไม....

         

 

          แสงอาทิตย์อัสดงค่อยถูกความมืดครอบงำลงทีละน้อยจนกระทั่งเหลือเพียงความสว่างราง ๆ อยู่ที่เส้นขอบฟ้า เสียงคลื่นสาดซัดขึ้นมาที่หาดทรายซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เสียงลมอื้ออึงพัดเข้าหาฝั่ง จนไม่อาจได้ยินเสียงใดนอกจากนี้  อากาศเยียบเย็นทำให้ผู้ที่อยู่บนหลังม้ากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น  ร่างของจีฮุนแทบจมลงไปอยู่ในอกกว้างของซึงชอล  ร่างเล็กเงียบ เมื่ออีกฝ่ายไม่เอื้อนเอ่ยอะไรเลย  บรรยากาศที่น่าอึดอัดอยู่รอบตัวทั้งสองมาตั้งแต่เดินออกจากร้านเสื้อ   ความจริง..ทุกอย่างแปลกออกไปตั้งแต่จีฮุนหลบมุมเฝ้ามองการสนทนาของชายทั้งสองอยู่หลังม่านบาง ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ... เขาจำได้..ชายผู้นั้น ควอน ซูนยอง

          “มีอะไรจะพูดกับข้าไหม”

          จีฮุนสะดุ้ง...รู้สึกประหลาดใจและโล่งใจที่อีกฝ่ายยอมพูดกับเขาในที่สุด  ทั้งที่เป็นฝ่ายเงียบใส่เขามาตลอดทั้งวัน

          “ข...ข้า... ไม่มี”

          “งั้นหรือ...ก็ดี”  หางเสียงกระแทกหนัก จนจีฮุนต้องผ่อนลมหายใจช้า...

          “ท่านโกรธข้าหรือ... ท่าน...เหมือน...ไม่ชอบ”

          “ชายผู้นั้น... ใช่ดวงดาวของเจ้าหรือเปล่า”

            จีฮุนอึ้งไป... มือของเขาสั่นเทาจนต้องกดไว้ที่ตัว   ครั้งแรกที่ได้ยินเสียง...หรือแม้กระทั่งเห็นหน้าอีกฝ่าย  จีฮุนรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกกระชากออกไป... เขาไม่คิดเลยว่าจะพบกันอีกครั้ง...และภายในระยะเวลาแค่นี้

          เขาผู้นั้น...

          “ใช่”

          “ดีใจล่ะสิ”        

          “ข...ข้า” จีฮุนตอบไม่ถูก  โดยเฉพาะเมื่อถูกต้อนด้วยคำถามใหม่

          “อยากไปกับเขาไหม...”

          “เขาคิดว่า...ข้าเป็นผู้หญิง...”

          “งั้นจะบอกว่าถ้าเจ้าเป็นผู้หญิงเจ้าก็จะไปอยู่กับเขาหรือ”

          “ข้าไม่ได้...หมายความ..อย่างนั้น  ข้าแค่...” จีฮุนอ้ำอึ้ง... ไม่รู้ว่าจะต้องตอบเช่นไร “เขา...คงตกใจ”

          “ถ้าเขารับได้ที่เจ้าเป็นชาย...เจ้าก็จะไปอยู่กับเขาหรือ”                               

          “ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น...ข้า...” จีฮุนไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไป... แค่ผิดหูครั้งเดียว คนที่อยู่เบื้องหลังก็เหมือนจะลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที...

          ชายผู้เป็นดั่งพระอาทิตย์...ช่างร้อนรุ่ม และอาจเผาไหม้เขาได้ทุกเมื่อ

          “เขาดูคิดถึงเจ้าอยู่เสมอเลย...เห็นแค่ผ้ายังอาการหนักขนาดนี้ ถ้าเห็นเจ้าคงพุ่งเข้าใส่แน่..หึ ”

          “ท่าน... โกรธข้าหรือ”

          “ข้าจะโกรธเจ้าทำไมล่ะ”

            “แต่เหมือนท่านโกรธ...” จีฮุนเอ่ยเบา “ข้า...ดีใจที่พบเขา และเห็นว่าเขาสบายดีเท่านั้น”

          “ดีใจงั้นหรือ”

          “เขาคือผู้มีพระคุณ...ต่อข้า...ต่อชีวิตข้า” จีฮุนสารภาพ...นั่นคือความรู้สึกทั้งหมดที่เขามี  เขาทั้งหวาดกลัวและดีใจ  กลัวว่าหากอีกฝ่ายรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ จะมีคนล่วงรู้ถึงเขา...และทำให้เขาต้องกลับไปสู่พระสมุทรอีกครั้ง  หรือจับได้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงแค่พระสมุทรตัวปลอม           

          “ข้าให้โอกาสเจ้าเลือก...อยากไปอยู่กับ...คนนั้นไหม”อยู่ ๆ ซึงชอลก็เอ่ยขึ้นด้วยตัวเลือกที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกคลื่นทะเลซัดเข้ามาจนสำลัก 

          “ทำไม...” จีฮุนอึกอัก... ดวงตาของเขาร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก “ท่านอยากให้ข้าไปหรือ”

          “....”

            “หากท่านอยากให้ข้าไป... ข้าก็จะไป  แต่ถ้าไม่...ข้าก็จะอยู่กับท่าน”

          “หือ...”

          “ชีวิตข้าเป็นของท่าน...”

          “พูดใหม่ซิ”  น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ที่ทำให้จีฮุนหวาดหวั่นมาสักพักกลับไปเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนที่คุ้นเคย... ร่างเล็กถูกโอบกอดแน่นขึ้น  ขณะที่ปลายคางของผู้อยู่เบื้องหลังวางลงบนไหล่ลาด  จีฮุนเอียงหน้าไปข้างหลัง แล้วกระซิบเบา

          “ชีวิตของข้า...เป็นของท่าน” 

            ปลายจมูกโด่งฝังลงบนแก้มนิ่มหนักหน่วง... คางสากเคลื่อนมาจนแทบไม่เหลือช่องว่างใด ๆ ระหว่างทั้งสอง... เสียงของจีฮุนหายลงไปในคอเมื่อปากของเขาถูกปิดสนิท แต่ก็มั่นใจว่าซึงชอลจะได้ยินมันอย่างชัดเจน

          “ทั้งหมดของข้า...เป็นของท่าน”

          จนถึงบัดนี้...จีฮุนก็ยังไม่รู้ ว่าริมฝีปากรุ่มร้อนที่บดเบียดกลีบปากของเขาอยู่นี้คืออะไร เรียวลิ้นที่แทรกเข้ามาสู่โพรงปากชื้นแฉะและกำลังครอบครองทุกอย่างที่เป็นเขานี้เรียกว่าอะไร  

          จีฮุนรู้เพียงแค่....มีเพียงซึงชอลเท่านั้น...ที่เขาจะสยบยอมต่อทุกการกระทำ   

          หลังจากนี้ก็คงมีเพียงแค่ซึงชอลเท่านั้นที่ทำได้  

          “ข้าต่างหาก...ที่จะไม่ปล่อยมือไปจากเจ้าตลอดชีวิต”

          ....ชั่วชีวิต                                                               

           พระสมุทรคงเลือกแล้ว...ให้เขาผู้นี้เป็นเจ้าของทุกอย่าง...

          ทั้งหมดของจีฮุน

hhh

โปรดติดตามตอนต่อไป


~เสียงจากเกลียวคลื่น~

หายไปนานเลย(นานมาก ๆ) คิดถึงกันไหมคะ  ตอนนี้เลยขนมาแบบเต็ม ๆ ลงทีเดียวไม่แบ่งตอน   

เผื่อจะได้หายคิดถึงชอฮากับเจ้าตัวเล็กกันบ้าง  >///<  ศิญาคิดถึงทุกคนมากเลย 

 ใครคิดถึงเหมือนกัน  ฝากอ่านฝากเม้นท์และติดแท็ก #เจ้าสาวพระสมุทร เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

ช่วงนี้ศิญายุ่ง ๆ กับวิทยานิพนธ์ตัวเองอยู่ แต่ตอนต่อไปจะไม่ให้รอนานเหมือนตอนนี้แน่ ๆ ค่ะ 

ป.ล. ไม่แน่ใจว่าฟ้อนท์ที่ใช้ตอนนี้โอเคไหม ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการหน้าฟิครบกวนแจ้งด้วยนะคะ =/\=


อ้อ ฝากฟิคโปรเจค #JCSOULMATE ของ #ท่าเรือจีชอล @jicheol1310 กันด้วยนะคะ  ศิญาเขียนด้วย 1 เรื่อง มาลุ้นกันว่าจะเป็นเรื่องแบบไหน

 

[FIC] SEVENTEEN || SOULMATE|| S.Coups x Woozi | #JCSOULMATE


ท้ายที่สุดนี้ ฝากกดโหวตให้คะแนนตอนนี้เป็นกำลังใจให้กันที่ข้างล่างด้วยนะคะ *กราบแนบอก*


V

V

V

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #314 fernkanokwan (@fernkanokwan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:30
    ซูนน่าสงสารอะ โอ้ยยยย ปวดใจน่าดู
    #314
    0
  2. #288 fluffii (@leepan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 01:26
    หมั่นไส้ชอฮา เขาตอบไม่เข้าหูหน่อยก็ไม่พอใจ เป็นคนอยากให้เขาพูดเองแท้ๆ ฮึ!
    #288
    0
  3. #269 iceicebabyy. (@spanajung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 12:37
    โอ้ยรอเรื่องนี้กลับมามานานมากๆ ค่ะ ดีใจมากฮือ มาแบบยาวด้วยยยยT____T สงสารพิซูนจังค่ะ แต่จีฮุนน่ารักมากตอนบอกว่าชีวิตเป็นของซึงชอล กรี๊ดดดดด คนพี่ก็หายโกรธง่ายเหลือเกิน นี่คือความรักใช่มรั้ยย;-;
    #269
    0
  4. #259 ซาลาเปา. (@loveneayloveneay) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 09:44
    โอ๊ยย กลับมาแล้ววววววฮือออTT
    เค้านึกจะจะเทเรื่องนี้ซะแล้ววววงืออออTT
    ขอบคุณนะคะที่ไม่เทเรื่องนี้ ขอบคุณมากเลย><
    จี้ส่ารัักกกกก
    #259
    0
  5. #258 salinsonyeo (@salinsonyeo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 19:54
    เจ้าสาวพระสมุทรกลับมาแล้วววว กรี๊ดค่ะ (ถึงจะดีเลย์ไปหน่อยก็ตาม) อ่านไปตบโต๊ะไปค่ะ อิน แฮะๆ ซึงชอลนี่ ฮือ ร้อนแผดเผาประหนึ่งพระอาทิตย์จริง ๆ ค่ะ รู้สึกเขินตามจีฮุนไปด้วยบ่อย ๆ เลย หน้าหนูร้อนวูบวาบไปหมด หัวใจจะกระเด็นออกจากอก ยิ่งฉากจีฮุนเผลอกอดซึงชอลไปโดยไม่รู้ตัวแบบนั้น แล้วซึงชอลมาบอกว่าอยู่ ๆ ก็กอด ตกใจหมดเลย โอ้ย หนูเขิน Y__Y <33

    สงสารซูนยองอยู่เล็ก ๆ เพราะตัวเองต้องเป็นคนส่งเจ้าสาวให้พระสมุทร คงรู้สึกแย่ไม่น้อยเลย พอมาเจอผ้าเช็ดหน้าตัวเองแบบนั้นคงต้องตกใจมากแน่ ๆ แต่ซึงชอลร้ายจังเลยแฮะ พลังหึง(?)รุนแรงไปไหนคะ เล่นสงครามประสาทใส่คุณควอนเขาอีกแหน่ะ แต่พอมาถามจีฮุนว่าเขาใช่ดวงดาวของจีฮุนหรือเปล่า โอ้ยยยย ใจหนู ยอมอภัยให้แล้วทุกอย่าง /กุมหัวใจ

    รอติดตามต่อนะคะ คนเขียนสู้สู้! :)
    #258
    0
  6. #257 fc_jenny (@fc_jenny) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 12:42
    ฮรือออออ ดวงดาวของข้าช่างน่าสงสาร
    ด้วยความที่ข้าเป็น #ทีมดวงดาวควอน ข้าจึงรู้สึกหมั่นไส้ ท่านพระอาทิตย์มากตอนนี้!! ฮึ้ยยยย หึงหวงแรงอะไรปานนั้น!!!
    ขอร้องแรงงง อย่าเพิ่งตัดฉับบทควอนดวงดาวเพียงเท่านี้เลยนะคะ ขอให้เขาได้เจอเจ้าสาวพระสมุทธอีกสักครั้งด้วยเถิด #ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาเธอเอาไว้
    แต่อย่างไรก็ตาม คิดถึงคุณศิญาและเจ้าสาวพระสมุทธมากเลยนะคะ รักและรอฟิคเรื่องนี้เสมอ ??
    #257
    0
  7. #255 Pippy.Kung (@pippykung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 02:19
    ไรท์เตอร์กลับมาแล่ว กี้สสสส ขอบจุ๊บหัวขอกินหน่อยค่ะ คิดถึงฟิคมากๆๆๆๆๆยบๆบๆบๆบไบไลไบบฟ

    ถึงจะหายไปนานแต่การเขียนและภาษายังดี ยังราบลื่นอยู่เลย อ่านจบน้ำตาไหล ฟิคจีชอลที่เป็นความหวังเดียวของเรา55%55555555555

    เออแบบเนาะ พี่กุ๊บกิ๊บหึงน้องเนาะ นี่กลัวจนตัวสั่นเลยค่ะ นึกว่าพี่กุ๊บกิ๊บถามเรา ทำหน้าเลิ่กลั่กตอนอ่านฟิคไปอี้ก5555555 ว่าแต่ไรท์จะหาคู่ให้ชิปะคะ สงสารมาก รอแต่เจ้าสาวพระสมุทรคนนั้น มั่นคงมากลูกเอ้ย ถถถถถถถถ
    รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ จะเปิดเวิร์ดแต่งฟิคจีชอลแข่งกับไรท์เตอร์ ฮึ้บๆๆๆ 55555555

    ด้วยรักและเคารพ จากชาวเน็ตผู้มั่นคงต่อฟิคเจ้าสาวพระสมุทร!!
    รักน้า?
    #255
    1
  8. #254 Lfairy (@Love717) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 21:54
    ฮรือออออออ มาแล้ววว เย้ๆ ><
    คิดถึงไรต์คิดถึงชอฮากับจีฮุนมากค่ะะะ
    บอกเลยว่าอ่านกี่ครั้งก็หมั่นชอฮามากกก
    แอบขำตอนจะแกล้งตัวเล็กให้เขิน แล้วทำไมเห็นแค่หลังขาวๆก็หวั่นไหวแล้วคะ=,.=
    พอใส่ชุดพอดีก็ทำมาให้รางวัลเจ้าเล่ห์ที่สุด(จริงๆอิจฉาอยากจุ๊บแก้มนุ่มบ้าง555)
    องค์ชายซึงชอลมีความหวงแรงเหมือนกันนะคะ ขนาดซูนยองยังไม่ได้เจอตัวเล็กยังฉุนขนาดนี้ 
    ตอนนี้ในความหวานมันมีความหน่วงนิดๆ อาจเพราะสถานะและความไม่แน่นอนในอนาคต 
    เห็นตัวเล็กยอมให้เจ้าชีวิตทุกอย่างแบบนี้ วันไหนไม่ยอมขึ้นมาจะเป็นยังไง
    แล้วพระอาทิตย์ของตัวเล็กจะยังอบอุ่นแบบนี้มั้ย แอบหวั่นใจจังค่ะ;-;

    อัพกี่ครั้งก็ให้แฟนๆอ่านจุใจตลอด เป็นกำลังใจตอนต่อๆไปนะคะ~~
    #254
    0
  9. #253 nink_poyo (@nink-poyo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 20:06
    คุณควอนมาแล้ววว ฮือฮืออออออ 
    ขอปักธงรอเลยค่ะ ;;v;; 
    #253
    0
  10. #252 SonetA (@looksor) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 18:56
    ดีใจที่อัพเรื่องนี้มาก ฮืออออออออออ

    ใจเราหวั่นไหวกัยพิซูนเหลือเกินนนน ทำไมอบอุ่นละมุนแบบนี้

    ดูเป็นห่วงจี้มาก แต่จี้ดันเจอพิช่อนแล้ว ฮือออออออออออ





    #252
    0
  11. #251 เรดดี้ (@1_1_1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 17:01
    ชอฮาเจ้าขาาาาาาาา โอ๊ยเขินแล้วเขินอีก ขยันแกล้งจีฮุนเหลือเกิน
    แต่แบบนี้จะดูใจร้ายมั้ยถ้าเราบอกว่าอยากให้จีฮุนไปอยู่กับซูนยองมากเลย อยู่กับชอฮาจะอยู่ยังไง ในฐานะอะไร อันตรายต่อทั้งคู่เลยนะ แง
    #251
    0
  12. #249 PhojK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 09:55
    โอ้ยยยยย มือสั่นไปหมดเลย รอมานานอย่างห่างๆและห่วงๆ(ว่าไรท์จะทิ้งฟิคเรื่องนี้รึเปล่า)

    ในที่สุด...ในที่สุด..ชอฮากับเจ้าสาวพระสมุทธก็คัมแบ็คแล้ววววว

    ฮรือออ ดีใจที่ฉุดเยยยย

    นี่ถึงกับต้องกลับไปอ่านตอนเก่าก่อนเพื่อย้อนอารมณ์ความต่อเนื่อง เลยมาเม้นท์ช้า

    ไม่รู้จะเม้นท์อะไรก่อนดีเลย

    รู้สึกหมั่นไส้ชอฮามากเพคะ ทรงขี้แกล้ง ทรงขี้ลวนลาม ทรงเลี้ยงต้อยมากเพคะ!

    แบบตอนก่อนนี้แอบหวานปนหน่วงกับคู่มินวอน

    พอมาตอนนี้ก็คู่จีชอลอีก คือแบบหวานนะ แต่พอมีกยูมาเตือนฝ่าบาททีไรหน่วงเลย คือจี้ไร้เดียงสามาก ยังเปราะบางมาก ถ้าไปอยู่ในวังก็ต้องเป็นเหมือนที่มินกยูว่าจริงๆ ทั้งอันตรายกับตัวจี้เอง และอาจจะนำภัยมาให้ชอฮาอีก พี่เครียดดดดดดดดดดดดดดดดด(ล่วงหน้า)

    เราสงสารพี่ซูนอ่ะ นางรักของนางจริงๆนะ อยากให้เจอกันมั่งอ่ะ ฝ่าบาททรงร้ายกาจและขี้หวงมากเพคะ! /สะบัดหน้างอน

    แล้วยังมีหน้ามาอารมณ์เสียใส่พี่จี้อีก ชิๆๆ รู้หรอกว่าหึง แต่น้องไม่รู้เรื่องด้วย เราขอแช่งให้พี่ซูนเจอน้องเร็วๆ /นี่แหน่ะ!!

    ขอให้พี่ซูนสอบได้แล้วได้ไปเจอน้องในวัง 55555555 (ไรท์: แต่เรื่องนี้คู่จีชอลนะ me:อ้าวลืม โทษก๊าบบบบบ)
    #249
    0
  13. #248 my_bn19 (@my_bn19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 23:56
    โอ้ยสมกับที่รอคอยมาหลายเดือน ดรต่อจัยน้องมากๆ ชีวิตขาดฟิคจีชอลไปนานมากจริงๆ อัพต่ออีกเร็วๆเน้ออยากอ่าน เป็นเรื่องที่จำรายละเอียดได้และนึกถึงทุกวันว่าเมื่อไหร่จะอัพอ่ะ ไม่เคยลืมเลยนะ55555555555 หวีดต่อ จงุนชุ้นโดนลวนลามกี่ครั้งแล้วชีวิต แต่ก้นะเป็นพี่ชอลจงุนชุ้นก้ต้องยอมอ่ะ แต่แบบแค่นี้ก้หน่วงใจเบาๆแล้วอ่ะ วงวารชินะ แต่ก้จะจีชอลอ่ะทำไงดี.....
    #248
    0
  14. #247 Beam_thanika (@Beam_thanika) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 20:01
    คิดถึงงงง คือหายไปนานมากจนต้องย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าๆไม่งั้นจำเนื้อเรื่องไม่ได้ 5555 แต่ดีใจที่ไรท์ยังไม่ทิ้งฟิคน้าาาา ตอนนี้แอบดีใจที่จีฮุนเลือกที่จะอยู่กับซึงชอลมากๆเลย อ่านแล้วยิ้ม
    .
    .
    .
    .
    จูบอีกแล้ว ต่อไปคงมีncสักตอนสิน่าาาา 5555
    ปล.เป็นกำลังให้เสมอ สู้ๆนะคะ ^^ ^3^
    #247
    0
  15. #246 SalitSA (@SalitSA) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 14:28
    ฮืออออ คิดถึงมากเลยยย รอว่าเมื่อไหร่จะลงต่อ พอเห็นในทวิตว่าไรท์กำลังจะลงต่อเมื่อไม่กี่วันคือดีใจมากกกกกก คิดถึงตัวเล็กกับซึงซอล ทำไมซึงชอลหาเศษหาเลยทำตัวเล็กเยอะแบบนั้น เอะอะหอม เอะกอด สักพักเป็นจูบ โหยย จีฮุนก็ไม่ขัดขืนสักอย่าง ฮืออออ น่ารักกกก
    ไม่อยากให้มีดราม่าเลยเรื่องนี้ อ่านแล้วหน่วงกว่าเรื่องอื่นๆจริงๆ
    #246
    0
  16. #245 ลานัม (@gingerpiea) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 12:31
     
    เป็นตอนที่ยาวเหยียดเหมือนก่อนนี้ที่เคยอ่านเลยยยย หายไปนานมากจริงๆแต่เราก็ยังจำฟิคเรื่องนี้ได้อยู่นะเพราะชอบเนื้อหาชอบสำนวนในการเขียนมากๆ เวลาพี่ช่อนอยู่กับจีฮุนดูอ่อนโยนละมุนละไมมากอ่ะฮืออออ เขาหล่ออ่ะเขาดูเอาใจใส่ ถ้าเป็นเราตอนเปลี่ยนเสื้อคงอดใจไมไหว -...- แต่จี้ก็ยังดูอายๆอยู่แต่อยู่ไปก็คงหายเองแหละ ตอนตัดผมออกนึก
    ภาพออกเลยว่าต้องน่ารักมากแน่ๆ ฮือออออออ อยาจะถูกส่งลงทะเลมั่ง#ผิด พิซูนนี่ดูจะปักใจกับจีฮุนมากเลย แต่พิต้องทำใจนะเพราะเขาเป็นของคนอื่นไปแย้ววว ละเขาก็มะใช่ผู้หญิงด้วยอิอิ อย่าทำให้เจ้าสมุทรผิดหวังนะจีฮุนนน ห้ามแอบหนีไปเลยเด็ดขาดด เขาช่วยไว้ก็เป็นของเขาแล้วห้ามคิดดด โอ้ยยยย รักฟิคเรื่องนี้มากก ขอบคุณที่มาแจ้งอัพในทวิตด้วยนะคะ เราจะยังติดตามอยู่ตลอดแน่ๆ สู้ๆค่าาาา
    /ป.ล เราชอบความยาวมาก อ่านละจุใจสุดๆถึงจะรู้ว่าใช้เวลาแต่งนานมากก็เถอะะ ^^
    #245
    0
  17. #244 iamaua (@lovelove2542) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 11:26
    ฮืออออออออออ เจ้าสาวพระสมุทรกลับมาแล้ววววว ดีใจมากๆๆๆๆๆ คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆ รออยู่ทุกวันเลยคิดถึงตัวเล็กกับองค์ชายTT^TT ตอนนี้เล่นเอาทั้งเขินทั้งหน่วง องค์ชายรัชทายาทช่วยอย่ารุนแรงกับตัวเล็กมากสิค่ะ เบาๆหน่อยยยยย ตัวจีฮุนจะช้ำหมดแล้ว นอนกอดทุกคืน เดี๋ยวหอมๆ เอะอะหอม ได้ใจหน่อยก็จูบ เห็นว่าตัวเล็กไม่ประสีประสาแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอห๊ะ!! //เขินตัวบิด ตัวเล็กก็นะ ทำไมปากหวานแบบนี้ องค์ชายไม่หลงก็แย่ละ ยอมเขาไปทุกอย่างเลยนะ ฮือ อยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ แต่ทำไมกลิ่นดราม่ามันลอยมายังไงก็ไม่รู้ ฮืออออ อีกอย่างสงสารซูนอ่ะ ทั้งพยายามตามหา ทั้งเอาแต่โทษตัวเอง เพราะเหมือนเจอก็ไม่ได้เจอ ทรมานสุดๆ ต้องวนเวียนกับความเจ็บปวดแบบนี้ ไม่เป็นไรนะซูน น้องชานฝากซูนด้วยยยยยยยยยย ไม่ไหวก็มาหาเราได้นะ//ผิด องค์ชายก็โหดเชียว ยังไม่ทันไรก็หึงตัวเล็กขนาดนี้ซะแล้ว แต่สำหรับตัวเล็กตอนนี้โลกทั้งไปก็คือองค์รัชทายาทนั้นหละ ไม่ต้องหึงไปหรอกนะะะะะะ พ่อคนเจ้าเล่ห์!!! คึคึคึคึคึคึคึคึ แอบคิดถึงองค์ชายน้อยกับเจ้าโง่มินกยู อย่าให้ทั้งสองคนเจอกันอีก แต่เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาสินะ ทำไมดูดราม่าไปหมดเลย ฮือTT(ต้องเตรียมตัวเตรีมใจสินะ) มินกยูก็โหดจริ๊ง ต้องรอให้องค์ชายร้อยมาสยบ รอฉากองค์ชายน้อยเจอตัวเล็กอยู่นะ อิอิ ต้องน่ารักมากแน่ๆ รออ่านนะคะ รอติดตามเสมอTT^TT<3
    #244
    0
  18. #243 AM T (@tamp-406) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 11:22
    อ่านเรื่องนี้ทีไรรรรยิ้มมมกรุ้มมกริ่มมมมทุกทีฮือออออ
    #243
    0
  19. #242 kimnnyu (@kimnyu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 11:02
    คิดถึงเรื่องนี้มากก ดีใจที่ไรท์กลับมาอัพนะคะ >_<

    พี่ซึงชอลเขาดูจะขี้หวงนะ ขนาดตซูนยังไม่ทันได้เจอหน้าตัวเล็กยังขนาดนี้เลย อยากรู้ว่าถ้าได้คุยกันจะขนาดไหน แต่ก็แหมมม ชอบเขาแล้วจริงๆสินะ มีแอบหึงแอบจูบเขาด้วยย เขิลลอะ 55555

    ส่วนมิงตอนนี้ดูโหดนะ แต่ก็คงเพราะยังไม่ไว้ใจจีฮุนหรือกลัวใจซึงชอลอะเนอะ ว่าแต่จะมาปรึกษาเรื่องนูใช่ไหม มีอะไรหว่า รอติดตามตอนต่อ ๆ ไปนะคะ เชียร์ให้นูกับจี้มาเจอกันเร็ว ๆ อยากอ่านโมเม้นท์สองคนนี้ 555555
    #242
    0
  20. #241 Laragh (@umami759) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 11:02
    คิดถึงมาก ตอนยาวสุดๆ ขอบคุณค่ะ
    #241
    0
  21. #240 JiCheol ㅠ♡ㅠ (@JHSC2208) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 10:49
    ฮรืออออ ไรท์กลับมาแล้ว คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลย คิดถึงความอบอุ่นของพี่ซึงชอล แล้วพี่เขาก็กลับมาพร้อมความอบอุ่นคูณล้าน ฮอล~ อยากจะถามพี่ซึงชอลเขาว่าที่จูบเจ้าตัวเล็กตอนสุดท้ายนี่คือให้รางวัลหรืออยากทำเองคะ แบบเขินฉากนี้สุด เป็นฉากที่สุดดี~
    //ยังไงไรท์ก็สู้ๆนะคะ~? เยาจะรอ
    #240
    0
  22. #239 inam8307 (@inam8307) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 10:44
    ระหว่างที่รอตอนต่อไปก็อ่านตอนเก่าวนไปค่ะ



    คนแต่งสู้ๆนะคะ
    #239
    0
  23. #238 woowowwoozi (@woowowwoozi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 10:00
    ฮือออออออ คิดถึงจังเลยค่ะ คิดถึงเจ้าสาว คิดถึงชอฮา คิดถึงพี่ไรท์เตอร์ ;-;

    อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจเหมือนเดิมแบบไม่ต้องย้อนกลับไปอ่านตอนอื่นเพื่อบิ้วเลยค่ะ แง

    เจ้าตัวเล็กยังคงความน่ารักเหมือนเดิม รักความพูดตะกุกตะกักแบบนั้น น่ารักน่าชังไปหมดเลย ฮือออ

    ชอฮาก็หึงแลงงงงงงงเหมือนเดิมมมมม เจ้าแง่แสนงอนอะ ขี้หวงนี่ที่หนึ่งเลย

    ขำตอนให้รางวัลเพราะใส่เสื้อได้พอดี โอ๊ยยย อะไรจะใจดีขนาดนั้นเพคะ นี่หลอกเต๊าะเด็กชัดๆ 555555555



    ซีนท่านพระอาทิตย์กับท่านดวงดาวฉะกันสนุกมากกกกค่ะ สัมผัสได้ถึงวามหึง อีกฝ่ายก็คิดถึงเจ้าสาวสุดหัวใจเลย ;-; จริงๆก็สงสารฝั่งท่านควอนนะคะ แต่ก็อยู่ทีมชอฮาอยู่ดี /โดนไม้พายท่านควอนทุบ

    ตอนอยู่กับท่านควอนก็แสดงแสงยานุภาพเต็มที่ พอมาอยู่กับเจ้าตัวเล็กก็มาทำเป็นงอนน้องซะงั้นอะ รู้อยู่ว่าน้องกลัว ฮืออ ฟาดๆๆๆๆๆๆ หมั่นไส้มากค่ะ หมั่นไส้สุดๆที่ชอบบีบให้น้องต้องพูด แล้วสุดท้ายก็มาขโมยจูบน้อง โอ๊ยยยย หวงแล้วนะเพคะชอฮา ตอนหน้าขอให้โดนน้องงอนบ้าง หึ!

    (แท้จริงแล้วเป็นทีมเจ้าสาวค่ะ กร้ากก)



    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ เห็นพี่ไรท์เตอร์ไม่ค่อยว่างจริงๆ แต่ก็ยังสละเวลามาแต่งฟิคให้อ่าน ขอบคุณมากๆค่ะ

    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ;-;
    #238
    0
  24. #237 Nichartorn Likhittham (@mynctmm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 09:11
    เย้ กลับมาอัพแล้ว ฮือออออออ พี่ซึงชอลนี้ก็จึ้ประชดเหมือนเดิมเลย ฮือออออ แอบอยากให้ฮุนไปอยู่กับซูนอะ แบบถ้าไปอยู่วังกะพี่ซึงชอลมันต้องดราม่ามากแนาๆอะ ละฮุนก็เจ็บ อยู่กะซูนฮันอาจจะไม่ต้องเจ็บก็ได้
    #237
    0
  25. #236 sttrita n. (@sttrita) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 08:38
    คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกก ??? ไรท์เตอร์กลับมาแล้ว ดีใจสุดพลังงงง
    แอบอยากให้จีฮุนกลับไปหาพี่ซูนจัง สงสารพี่ซูนมาก คือ เข้าใจหัวอกพี่ซูนเลยยย ฮือออ
    #236
    0