{EXO} Ma Bo(d)yguard ★ ChanBaek ★

ตอนที่ 3 : {คุณบอดี้การ์ดที่รัก} : ยกที่ ส า ม .

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มิ.ย. 59


Ma Bo(d)yguard คุณบอดี้การ์ดที่รัก

. t h i r d   r o u n d .

'K.Byun'

 




            “ไอ้บ้า...ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนระเรื่อกำลังขยับบ่นงุ้งงิ้งอยู่คนเดียวอย่างน่ารัก...ผมกำลังด่าไอ้คุณบอดี้การ์ดสุดโหดนั่นด้วยคำว่า ไอ้บ้า คำเดิมวนไปวนมา...ไม่ใช่ว่าผมด่าคำอื่นไม่เป็นหรือว่าไม่กล้านะ แต่เพราะนั่นแหละที่ผมเคยบอก ปะป๊าสอนว่าถ้าเราเป็นผู้ดี พูดคำหยาบเดี๋ยวคุณป๊างดค่าขนมผมก็เลยไม่อยากพูด

 

แต่ไอ้การที่ผมโดนข้าวเทใส่หัวนี่มันสุดจะทนเกิดมาไม่มีใครเคยทำกับผมแบบนี้เลยนะ!!!

 

            ผมตกใจแล้วก็กลัวมากๆ เพราะว่าบอดี้การ์ดปาร์คคนนี้ท่าทางจะกำจัดยาก ดูจากผลงานวันแรกที่เขาก่อเสียก่อน เขากล้าทำแบบนี้ใส่ผมแสดงว่าปะป๊าต้องหนุนเขามาแน่ๆปะป๊านะปะป๊า ทำไมทำแบบนี้ก็ไม่รู้ นี่จะส่งพยัคฆ์ขาวตัวน้อยอย่างผมเข้าปากหมาป่าโรคจิตที่มาแอบดูคนอื่นเปลื้องผ้าเต้นรึยังไงกัน!?

            พอนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องนั้นก็ทำเอาใบหน้าผมร้อนฉ่า...นี่ผมไม่ได้อยากทำตัวเป็นสาวน้อยหวานแหววอะไรหรอกนะ เพียงแต่คนเรามันก็ต้องอายเป็นบ้างใช่ไหมล่ะ? ก็ใช่สิ แก้ผ้าเหลือแต่กางเกงในเต้นส่ายก้นดิกๆ ให้คนอื่นเห็นเนี่ย...

 

มันไม่แมนเลยสักนิด ปัดโถ่!

 

            แล้วตอนนี้ผมกำลังรอให้ไอ้คุณบอดี้การ์ดคนแรกของผมขึ้นมาง้ออยู่ตามธรรมชาติที่ควรเป็นไปแล้วหมอนั่นต้องขึ้นมาขอโทษผมไม่ใช่เหรอ? ต้องใช่สิก็หมอนั่นทำผิดนี่!

 

แล้วถ้ามาง้อผมเมื่อไรล่ะก็ จะให้แก้ผ้าเต้นอะโกโก้เป็นการไถ่โทษซะเลย!

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            “คุณหนูครับ...อะฮิผมบอกแล้วว่าหมอนั่นจะต้องมาง้อคุณหนูที่แสนน่ารักอย่างผมแต่ว่าเรื่องอะไรจะเปิดประตูให้ง่ายๆ ผมต้องเล่นตัวบ้างอะไรบ้างจริงไหม? เดี๋ยวเขาหาว่าง่ายถ้าได้ (ง้อ) แล้วจะทิ้ง

            “ฮือ...ผมอ้าปากร้องไห้เสียงดังหวังให้คนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน แล้วแอบย่องเบาไปหยิบยาดมแบบลูกกลิ้งที่วางไว้แถวๆ โทรทัศน์มาเปิดฝาแล้วแตะๆ ที่ใต้ดวงตาบางๆ...คิดจะเล่นละครก็ต้องทำให้สมจริงสิ J

 

...อันที่จริงผมไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่ว่าตอนแรกที่ผมร้องไห้น้ำตามันดันหมดไปแล้วเนี่ยสิ...

 

            “คุณหนูครับ...

            “ฮึกไม่ต้องมายุ่งเลยคนนิสัยไม่ดี!” ผมตะโกนให้ปลายเสียงสั่นนิดๆ ตามแบบฉบับคุณหนูป๋ายคนเก่งผู้ได้รางวัลการแสดงยอดเยี่ยม แสร้งยกมือขึ้นทุบประตูไปหนึ่งทีแรงๆ เพื่อความสมจริง

            “คุณหนูป๋าย...

            “บอกว่าไม่ต้องมายุ่งไงคนใจร้ายอย่างนายฉันไม่อยากเห็นหน้าฮือ...เบะปากเละน้อยพอให้ดูเป็นเด็กเอาแต่ใจพอประมาณ หันหลังแล้วนั่งลงกอดเข่าพิงประตูอย่างน่าสงสาร...ผมน่ารักใช่ไหมล่ะ อะฮิ~

            “ที่รักครับ...เปิดประตูให้ผมหน่อยสิ

            “ฮึก!” จากที่แกล้งส่งเสียงสะอึกสะอื้นอยู่เป็นอันต้องเงียบแล้วเก็บเสียงเหล่านั้นลงคอ...หมอนั่นว่าอะไรนะ? ที่รัก...? เรียกใครวะ!

            “อะไรนายหมายถึงใคร!?” ผมลุกขึ้นยืนแล้วหันมาตะโกนใส่ประตูห้องของตัวเองอย่างหงุดหงิด หมอนั่นเป็นบ้าอะไร? เรียกใครที่รักไม่ทราบ? สงสัยจะมีปัญหาที่เซลล์สมองแน่ๆ!

            “ป๋ายเซียน...เปิดประตูให้ผมหน่อยนะครับที่รัก...

            “ห้ะนะ นายว่าอะไรนะ!?” ผมเบิกตากว้างเท่าที่ดวงตาเล็กๆ ของผมจะเบิกกว้างได้ แล้วรีบเอื้อมมือคว้าลูกบิดเพื่อเปิดประตูมองหน้าคนสติไม่ดีที่บังอาจมาเรียกผมว่า ‘ที่รัก

            “ยอมเปิดประตูสักทีนะครับ คุณหนูป๋ายคนตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าสมองจะได้รับการกระทบกระเทือนสักนิดกำลังตีหน้านิ่งแล้วสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้องนอนของผม

            “นะ นายเข้ามาทำไมออกไปนะ!” ผมตกใจและได้สติทันทีเมื่อคิดได้ว่า นี่คงจะเป็นแผนล่อให้ผมเปิดประตูแน่ๆ

           

            โอเค๊~

 

          ผมยอมรับอย่างแมนๆ อีกครั้งก็ได้ว่าผมหลงกลบอดี้การ์ดคนนี้อย่างไม่น่าให้อภัย...!

 

            “นี่บอกว่าอย่าเข้ามาไงเล่า!” ผมยกมือดันอกกว้างๆ ของเขาแล้วออกแรงดันไม่ยอมให้เขาก้าวเข้ามา ผมไม่ได้ตั้งใจจะตะอั๋งหน่มน้มเขานะครับอย่าเข้าใจผมผิด แค่ส่วนสูงของผมมันพอดิบพอดีกับหน้าอกเขาเกินไปเท่านั้นเอง

            “เอ๊ะบอกว่าอย่าเข้ามาไงฉันกำลังงอนนายอยู่...อุ๊บ!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ต่อว่าเขาอย่างเต็มที่ก็กลับถูกประคองใบหน้าไว้ด้วยฝ่ามือหนาที่จับแก้มนิ่มๆ ของผมไว้ได้ทั้งแก้มให้อยู่นิ่งๆ แล้วความรู้สึกอุ่นๆ ก็ครอบครองลงมาบนริมฝีปากเล็กที่อวบอิ่มของผม

 

            เอ๊ะเดี๋ยวนะ...

 

          อย่าบอกนะว่าผมกำลังถูกปล้ำจูบน่ะ!

 

            อื้อ! ผมออกแรงทุบตีไปยังหัวไหล่ของคนที่สูงกว่าทันทีที่ได้สติ ทั้งผลักทั้งดันแต่แล้วก็ไม่เป็นผล เขายังคงระรานพื้นที่ในช่องปากของผมไม่ยอมหยุด เรียวลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากมากขึ้นทุกครั้งที่ผมพยายามส่งเสียงร้องทักท้วง...นี่ผมโง่หรือโง่กันแน่ที่ทำแบบนี้แล้วกลายเป็นการเปิดทางให้เขาได้กระทำตามใจอยากมากยิ่งขึ้น

 

คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดคนไม่เคยมีประสบการณ์โดนชิงจูบก็ยิ่งไม่ผิดเปี้ยนป๋ายเซียนคนโง่อีกแล้ว...ฮื่อ!

 

            “งื้อ!” ผมหลับตาปี๋ดีดดิ้นเร้าๆ เมื่อคนตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนทิศทางเอียงหน้าปรับองศาไปอีกข้าง...ที่ใจคอกะจะจูบกันทุกซอกทุกมุมในช่องเนื้อปากเลยใช่ไหม ไม่รังเกียจเลยใช่ไหมผมรังเกียจนะ รังเกียจมาก

 

            ตึกตักตึกตักตึกตัก!

 

            ดูสิรังเกียจจนหัวใจเต้นแรงมากๆ เลยฮืออออ ที่หน้าร้อนผ่าวก็เพราะรังเกียจ ที่หูแดงๆ ก็เพราะรังเกียจ และที่ไม่ผลักไสก็เพราะ...รังเกียจ

 

            1

            2

            3

 

            มันใช่เหรอเปี้ยนป๋ายเซียนคนโง่ไม่ผลักไสมันเรียกว่ารังเกียจกันที่ไหนเล่าโว๊ะเค้าเรียกว่ายินยอมพร้อมใจเว้ย เฮ้ย!อะไรนะยินยอม...?

 

            “อื้อ!” ในเมื่อผลักอกทุบตีแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมปล่อย ผมก็ลูบๆ คลำๆ แล้วจิกเล็บลงบนหัวนมเขาซะเลย เอาสิ ถ้าจูบก็จะจิก เอาให้ขาดติดมือเลยก็ดี ฮึ่ย!

            “โอ๊ย!” มันได้ผลทีทีเดียวกับแผนการที่มีชื่อว่า ‘จิกหัวนมแล้วปล่อยซะ’ ของผม บอดี้การ์ดปาร์คคนบ้ายอมละริมฝีปากออกไป เบ้หน้านิดๆ ให้กับความเจ็บปวด เขาก้มมองดูที่หน่มน้มของตัวเองแล้วยกมือขึ้นถูมันแรงๆ ไล่ความเจ็บแปลบออกไป

            “คุณจิกหัวนมผม!” ชานยอลทำหน้าดุแล้วจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง

            “ก็นายจูบฉันก่อน!” ผมเถียงออกไปอย่างไม่ยอมแพ้

            “คุณก็จูบผมคืนก็ได้นี่!

            “อะ ไอ้บ้าแบบนั้นมันหายกันที่ไหนล่ะ

            “แล้วมันไม่หายกันตรงไหน ผมปล้ำจูบคุณ พอผมเผลอคุณก็ปล้ำจูบผมบ้างสิครับคุณหนู!

            “แบบนั้นนายก็มีแต่ได้กับได้สิ ใครมันจะอยากไปปล้ำจูบนายกันเล่า!

            “ไม่เห็นแปลก  ผมยังปล้ำจูบคุณทั้งๆ ที่ผมไม่ได้พิศวาสคุณสักนิดได้เลย

           

ห้ ะ อ ะ ไ ร น ะ ?

 

          “อ๊ากกกกนี่นายปล้ำจูบแรกฉันไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นเหรอไอ้คนบ้า!” ผมพุ่งเข้าไปขย้ำคอสูทสีดำสนิทของเขาแล้วเขย่าอย่างเดือดดาล มีอย่างที่ไหน ขโมยจูบคนอื่นโดยที่ไม่รู้สึกอะไร!

            “แล้วคุณจะให้ผมคิดอะไรกับคุณหรือไงก็แค่จูบปิดปากเพราะผมรำคาญ...ปาร์คชานยอลกำลังตอบคำถามอย่างหัวเสีย เขาเพียงแต่แค่พยายามแงะมือของผมออกอย่างหงุดหงิด เขาพูดออกมาโดยไม่มองหน้าผมสักนิด แต่แล้วเขาก็หยุดชะงักไป

            “เดี๋ยวนะ...

            “?”

            “คุณว่าอะไรนะ?”

            “อะไร?” ผมเงยหน้ามองเจ้าของคำถามเล็กน้อย แต่ฝ่ามือเรียวสวยยังคงขยุ้มเสื้อสูทของเขาอยู่

            “จูบแรกเหรอ?”

            “!!!” ผมสะดุ้งตัวโหยงเผลอปล่อยมือออกจากคอเสื้อของเขาอย่างลืมตัว...นี่ผมเผลอพูดไปเหรอว่าเป็นจูบแรก?

            “ปละ เปล๊า!” ผมผละตัวออกห่างจากบอดี้การ์ดขี้แกล้งอย่างทันทีทันใด ผมกลั้นใจเดินหนีโดยที่ยังไม่ได้เอาเลือดออกจากปากของเขาสักนิด...มะ มันเขินนะ ที่จูบแรกของผมเป็นของเขา

 

เพราะมันแสดงว่าผมอ่อนหัด ไม่เคยจูบกับใคร งี้ผมก็ไม่แมนน่ะสิ!

 

            “หึๆ

            “หัวเราะบ้าอะไร!” ผมหันหน้ากลับมาตวาดคนเสียมารยาทที่บังอาจมาหัวเราะเรื่องจูบแรกของผม ผมอยากจะเอาเรื่องเขาอยู่หรอกนะที่เขามาฉวยโอกาสกับผม แต่ผมก็หน้าบางเกินกว่าจนทนได้ที่จูบแรกเสียให้กับคนที่เขาไม่ได้รักผม

 

ผมแค่เคยวาดฝัน

.

.

.

ว่าจูบแรกของผม ผมจะมอบมันให้กับคนที่ผมรักสุดหัวใจ

 

แต่มันก็พังไม่เป็นท่าเพราะไอ้บอดี้การ์ดหูกางนี่ไงเล่า!

 

            “คุณนี่...อ่อนหัดชะมัดเลยนะเขาทิ้งเพียงประโยคที่แสนจะดูถูก (หมายความว่าดูไม่ผิดสักนิด) เอาไว้ ก่อนจะยืดตัวตรงหันหลังกลับไปอย่างไม่ไยดีผมที่อ้าปากค้างไปแล้ว

 

แบบนี้มันตอกหน้ากันชัดๆ!


 

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   เสี่ยวลู่ทำอะไรอยู่อะ

เสี่ยวลู่ของเสี่ยวป๋าย J : กำลังคุยกับคนน่ารักอยู่ครับ

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   บ้า!

เสี่ยวลู่ของเสี่ยวป๋าย J : บอดี้การ์ดคนใหม่เป็นไงบ้างครับตัวน้อย?

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   งื้อ เสี่ยวลู่กลับมาได้ไหม น้องป๋ายไม่ชอบเขาเลย เขาเอาข้าวราดหัวน้องป๋ายด้วยนะวันนี้L

เสี่ยวลู่ของเสี่ยวป๋าย J : อ่า...ทำไมเขาถึงได้ทำแบบนั้นล่ะ

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   น้องป๋ายไม่รู้ หมอนั่นมันประสาท!

เสี่ยวลู่ของเสี่ยวป๋าย J : อ่า...

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   เสี่ยวลู่กลับมาไม่ได้เหรอ Y^Y

เสี่ยวลู่ของเสี่ยวป๋าย J : พี่ทำงานอยู่นะครับตัวน้อย ถ้าเคลียร์งานให้นายท่านเสร็จพี่ก็จะรีบกลับไป

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   น้องป๋ายคิดถึงเสี่ยวลู่จะแย่!

 

            แกร๊ก~ เสียงหมุนลูกบิดจากประตูห้องดังขึ้นจากที่วันนี้ทั้งวันผมไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลยหลังจากที่เขาล้อเลียนผมเรื่องจูบ ผมเงยหน้าละความสนใจจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เหล่ตามองเขาเล็กน้อย บังเอิญกับที่เขาพลิกตัวหันมามองผมพอดี

 

เราสบตากัน

.

.

.

ก็แค่สามวิก่อนที่ผมจะสะบัดหน้าร้อง ‘ฮึ!’ ใส่เขา

 

            ชานยอลเหลือบมองที่นาฬิกาแขวนผนังด้านบนครู่หนึ่งแล้วกลับมาจ้องมองคุณหนูป๋ายเซียนจอมดื้อที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์

            “สี่ทุ่มแล้วนะครับคุณหนู...

 

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   เสี่ยวลู่ๆๆๆๆ เสี่ยวลู่เงียบหายไปไหน

เสี่ยวลู่หาน : อ่า...ขอโทษทีครับพี่แก้งานอยู่นิดหน่อย

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   เสี่ยวลู่ไม่สนใจน้องป๋ายเลยอะ

เสี่ยวลู่หาน : พี่ขอโทษนะตัวน้อย

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   ไม่ให้อภัยหรอก!

เสี่ยวลู่หาน : พี่รีบทำงานเพื่อที่จะได้กลับไปหาตัวน้อยเร็วๆ ไงครับ

 

            “คุณหนู...

 

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   จริงเหรอ เสี่ยวลู่พูดจริงๆ นะ?

เสี่ยวลู่หาน : ถ้าโกหกจะยอมให้ตัวน้อยจูบ

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   งั้นเสี่ยวลู่โกหก!

เสี่ยวลู่หาน : หื้ม?

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   กลับมาปุ้ปต้องให้จูบปั้ปเลยนะเสี่ยวลู่~

 

            “คุณหนะ...

            “ฉันคุยกับเสี่ยวลู่อยู่อย่ามาแทรกได้ไหมมันเสียมารยาท!” ผมตวัดสายตาคมกริบไปเชือดเฉือนบอดี้การ์ดจอมพูดมากแล้วเอ็ดเขาไปนิดหน่อย ก่อนจะกลับมาตั้งหน้าตั้งตาคุยกับเสี่ยวลู่บอดี้การ์ดส่วนตัวของปะป๊าที่ถูกส่งตัวไปทำงานที่เกาหลีประมาณสามเดือนที่แล้ว

            โปรแกรมแชทในเว็บ weibo เป็นแค่ทางเดียวที่ผมจะติดต่อสื่อสารกับพี่เขาได้ เพราะเสี่ยวลู่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์เนื่องจากภายในอาทิตย์แรกที่เขาไปอยู่เกาหลีนั้นถูกผมกระหน่ำโทรจิกเขาทุกครั้งที่ผมว่าง สุดท้ายปะป๊าก็เลยตัดปัญหายึดโทรศัพท์เสี่ยวลู่และอนุญาตให้ผมคุยกับเขาได้แค่ทาง weibo เท่านั้นเอง

            “คุณหนูไม่ได้รับอนุญาจากนายท่านให้ใช้คอมตั้งแต่สี่ทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้านะครับ

            “จิ๊!” ผมจิ๊ปากใสเขาแล้วหันกลับมาคุยเล่นกับเสี่ยวลู่ต่อ

 

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   เสี่ยวลู่จะให้จูบไหม?

เสี่ยวลู่หาน : เป็นเด็กเป็นเล็กนะเรา

เสี่ยวป๋ายของเสี่ยวลู่   เป็นเด็กที่รักเสี่ยวลู่มากๆ เสี่ยวลู่สัญญาก่อนว่ากลับมาจะให้น้องป๋ายจูบ

เสี่ยวลู่หาน : .... (เสี่ยวลู่กำลังพิมพ์)

 

            พรึบ!

            “ฮะ เฮ้ย!” ผมตวัดหน้าไปมองคนไม่มีมารยาทที่ยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะคอมของผมอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่ผมกำลังรุกจีบเสี่ยวลู่และรอคำตอบว่าเขาจะยอมให้ผมจูบหรือไม่นั้น จู่ๆ หน้าจอคอมของผมก็ดับลง ผมเห็นไอ้บ้าปาร์คชานยอลยืนมองหน้าผมอย่างไม่ยี่หระ ในมือของเขามีสายปลั๊กไฟคอมพิวเตอร์ของผม

            “นี่มันจะมากไปแล้วนะ มาชักปลั๊กคอมคนอื่นเขาได้ยังไง ฉันกำลังคุยกับเสี่ยวลู่อยู่ แล้วดึงปลั๊กออกโดยที่ยังไม่ได้ปิดคอมแบบนั้นคอมมันจะพังเอานะเว้ย!” ผมยืนขึ้นประจันหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัวอะไร เห็นทีพยัคฆ์ขาวอย่างผมคงต้องเอาจริงซะแล้วล่ะมั้ง

            “ไปอาบน้ำได้แล้วครับคุณหนู

            “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ต้องการบอดี้การ์ด ที่ฉันไม่สู้เพราะไม่อยากทำให้นายเจ็บตัว แต่ในเมื่อนายท้าทายฉันจะ...เฮ้ย!” ในขณะที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นบอดี้การ์ดปาร์คก็ก้มลงแล้วกอดเข้าที่เอวของผมอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วพอเขายืดตัวขึ้น ผมก็ขึ้นไปอยู่บนไหล่เขาโดยปริยาย

            “นะ นี่ฉันยังพูดไม่จบนะ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะไอ้บอดี้การ์ดบ้าปล่อยสิ ปล่อยยยย!” ผมร้องโวยวายหลังจากโดนอุ้มพาดบ่า ชานยอลเดินดุ่มๆ ไปที่ห้องน้ำแล้วปล่อยตัวผมลงก่อนจะดันตัวผมอย่างแรงจนแผ่นหลังของผมแนบไปกับกำแพงห้องน้ำที่เย็นเฉียบ

            “...” เขามองตาผม และผมมองตาเขา...เราสบตากัน...ก็แค่นั้น เราสบตากันโดยไม่ได้พูดอะไร สายตาของชานยอลยังคงแสดงออกถึงความเฉยชาปนรำคาญใจนิดๆ ผิดจากที่ผมมีท่าทีหวาดหวั่นเล็กน้อย

 

พยัคฆ์ขาวตัวน้อยกลายเป็นหมาหงอยอย่างช่วยไม่ได้

 

 

            ผมแช่ตัวในอ่างอาบน้ำอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าจนตัวเปื่อย ปกติผมก็ไม่ได้อาบนำช้านักหรอก เพียงแต่ผมเห็นว่าบอดี้การ์ดสุดโหดของผมยังคงยืนรอผมอยู่ที่หน้าห้องน้ำไม่ไปไหน ผมรู้ได้ไงน่ะเหรอ? ก็ประตูห้องน้ำเป็นกระจกขุ่นที่สามารถมองเห็นเงาจากด้านนอกได้ไงล่ะ

 

ผมอยากจะรู้นักว่าบอดี้การ์ดปาร์คผู้แสนเย็นชานั้นจะยืนเฝ้าผมไปได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว~

 

            ผมนั่งเล่นฟองสบู่อย่างใจเย็นพลางมองเงาหน้าประตูห้องน้ำอย่างสะใจ ชานยอลมีท่าทีเมื่อยล้าเล็กน้อยสังเกตได้จากการที่เขาขยับตัวบ่อยขึ้น แต่จากที่มองเขาอยู่ได้ไม่นาน เขาก็เอือมมือไปยังฝั่งด้านข้างประตู

 

เขาจะทำอะไรของเขาน่ะ?

 

            สงสัยอยู่ได้ไม่นานนักก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเขาจะทำอะไร เขาก็แค่เอื้อมมือไปปิดไฟเท่านั้นเอง...ปิดไฟ...ในห้องน้ำ...

            “ว๊ากกกกก!” ในความมืดมิดผมเด้งตัวลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำแล้วหมายมั่นจะวิ่งไปยังประตูเพื่อหาทางออก แต่เนื่องจากห้องน้ำของผมเป็นห้องทึบถ้าหากปิดไฟก็จะมืดมากและไม่สามารถมองเห็นอะไรเลยสักอย่าง ประกอบกับความตื่นกลัวของผมที่มีมากมายจนระบายออกมาเป็นคำพูดไม่หมด ส่งผลให้การลนลานของผมผิดพลาดแล้วพลัดตกจากขอบอ่างอาบน้ำลงไปนอนแอ้งแม้งที่พื้นทันที

            “โอ๊ย!” ผมเจ็บที่แปลบที่แขนข้างซ้าย แต่เพราะความกลัวครอบงำทุกอย่างทำให้ผมลืมความเจ็บปวดและกระเสือกกระสนหาทางออกทั้งๆ ที่มองไม่เห็นแล้วผมก็หลับตาปี๋ ไม่นานไฟก็ถูกเปิดอีกครั้งพร้อมกับคนแกล้งที่เปิดประตูเข้ามา ผมพุ่งเข้าหาเขาอย่างไม่คิดชีวิตและ...

 

หมับ!~

 

กอดเขาแน่นจนสุดใจ...

 

            “ฮืออออ กลัวแล้วไม่เอาอย่าปิดไฟอีกเลยนะ ฮืออออผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจว่าผมควรจะต้องเก๊กให้ตัวเองดูแข็งแกร่งหรือไม่สนแม้กระทั่งว่าเขาคือคนแกล้งผม

 

ผมเป็นโรคกลัวผีขึ้นสมอง

 

            “คะ คุณหนู...

            “ไม่ดื้อแล้ว เดี๋ยวจะรีบล้างตัวออกไปแต่อย่าเพิ่งทิ้งฉันไปนะ อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนผมเปล่งเสียงออกมาอู้อี้เพราะผมแนบชิดทุกอย่างเข้ากับร่างกายเขา เหมือนชานยอลจะตกใจเหมือนกันที่ผมกอดเขาแน่นขนาดนี้ เขาเหมือนจะได้สติเล็กน้อยและเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาส่งให้ผม ผมผละตัวออกแล้วพันมันกับเอวอย่างลวกๆ โดยที่ไม่ได้ละร่างกายออกไปไหน พอผมใส่เสร็จผมก็กอดเขาแน่นเหมือนลูกลิงกอดแม่ลิงเหมือนเดิม

            “คุณหนูครับ

            “อยู่รอผมล้างตัวก่อนนะ นะๆๆๆ สัญญาว่าจะงดดื้อจนถึงเที่ยงคืนเลย นะคุณบอดี้การ์ด ขอร้องล่ะ ผมกลัวผีมากจริงๆผมบอกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับใช้สรรพนามแทนตัวให้ดูมีมารยาทมากขึ้นอีกนิด แต่เมื่อยังคงไม่ได้รับการตอบรับใดๆ จากเขาผมก็เริ่มแสดงออกถึงความเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ ผมย่ำเท้ากับพื้นถี่ๆ กอดเขาให้แน่นกว่าเดิมและส่งเสียงหวานๆ อย่างที่ไม่เคยทำกับใครนอกจากปะป๊ามาก่อน

            “นะๆๆๆๆผมออดอ้อนจนเขาถอนหายใจเสียงดังแล้วครางอืมเป็นการตอบรับ ผมดีใจมากจนเผลอหอมแก้มเขาไปหนึ่งครั้ง จูงมือเขามาให้ยืนอยู่หน้าห้องกระจกเล็กๆ สำหรับอาบน้ำฝักบัว พลิกตัวเขาให้หันหลังให้กระจกแล้วรีบปลดผ้าเพื่อล้างคราบสบู่ให้หมดไปเร็วๆ

            ไม่นานนักผมก็ล้างตัวจนสะอาดแล้วคว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำที่พับไว้มาสวมใส่ ผมเอ่ยปากบอกเขาว่า ‘เสร็จแล้ว’ ด้วยน้ำเสียงที่คงความน่ารัก เขาหันกลับมา ผมยิ้มให้เขาจนตาหยี แต่ปฏิกิริยาตอบรับก็ยังคงเป็นใบหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย ผมยกมือถอดเสื้อสูทตัวนอกของเขาออกเพราะมันเปื้อนสบู่จากร่างกายของผมไปหมดแล้ว เขาไม่ว่าอะไรที่ผมถือวิสาสะถอดมันออก

            “ขอบคุณนะที่ยอมอยู่เป็นเพื่อนผมไม่ติดใจเอาความที่เขาแกล้งปิดไฟ แค่เขายอมอยู่เป็นเพื่อนผมก็จะยอมญาติดีกับเขาตามที่ผมบอกอย่างเต็มใจ ชานยอลไม่ได้ตอบรับอะไรแต่ช้อนตัวผมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้วพาผมกลับไปยังห้องนอน ผมจ้องมองเขาตาแป๋วในยามที่เขาเดินไปหยิบขวดแป้งเด็กเบบี้แบคบนโต๊ะเครื่องแป้งของผม เขาเดินกลับมาผมถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าแค่ท่อนบนเท่านั้น ชานยอลเทแป้งใส่มือแล้วทาลงบนตัวผมอย่างแผ่วเบา

 

....รู้สึกอบอุ่นจัง...

 

            ผมคิดได้อย่างนั้นแล้วก็อดรู้สึกเขินอายไม่ได้ เขามาเป็นบอดี้การ์ดให้ผมนะ ไม่ใช่แม่นม แต่ผมรู้สึกดีมากๆ ในยามที่ผมไม่ได้มีปากเสียงกับเขา เพราะเขาดูอ่อนโยนกับผมมากแม้มันจะขัดกับใบหน้าเรียบนิ่งนั้นก็ตาม ชานยอลปะแป้งที่แก้มของผมแล้วเขาก็โน้มตัวมาหอมแก้มเนียนนุ่มของผม พร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์แสนร้ายกาจราวกับกำลังเยาะเย้ย ผมกระพริบตาปริบๆ แต่ไม่ได้ต่อว่าอะไร เพราะผมถือว่าเป็นการขอบคุณที่เขาอยู่ในห้องน้ำเป็นเพื่อน ก่อนที่เขาจะผละตัวออกไปอาบน้ำบ้าง

 

เราสองคนต่างไม่พูดอะไรกับการกระทำเหล่านั้น ที่ทำดีแก่กันก็เข้าใจดี

.

.

.

ว่าก็แค่วันนี้แหละที่คุณหนูบยอนจะทำตัวเป็นลูกแมวขี้อ้อนแสนเชื่อง!

ไอ้บอดี้การ์ดเจ้าเล่ห์บังอาจมาเนียนแต๊ะอั๋งหอมแก้มนะ อ๊ากกก!~

 .
.

Note  : บอดี้การ์ดปาร์คสุดโหด }

คุณนี่...อ่อนหัดชะมัดเลยนะ

 

Next  คุณตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ (*-*) }

 
 




มาลามิวท์เม้าท์มอย 

            ฟิคไม่สนุกเหรอกั๊บ ฟีดแบคไม่มีเยย ฮือออ ไม่เป็นไรค่ะ มีวิวอ่านอยู่เราก็จะอัพต่อไปน้า ตอนที่ 4 เจอกันคราวหน้ากั๊บ ♥

 

โหวต/เม้นติชมได้ตามใจชอบเลยนะคะ

ฝาก #บดกที่รัก ด้วยค่า เดี๋ยวส่งน้องป๋ายไปจูบบบบ <3



R.SQW

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #15 XMCB_BB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 14:26
    มีความน่ารัก มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกันแฮะ55555555 คุณบอดี้การ์ดนี่แน่ใจเหรอคะว่าไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับคุณหนู อิอิ
    #15
    0
  2. #12 Yeolcon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 10:38
    คุณหนูน่ารักจังงงง ฮื่อตามอ่านของไรททุกเรื่อง
    #12
    0
  3. #10 ENASNi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 05:11
    แหมมม~ เนี๊ยนเนียนนะคะคุณบอดี้การ์ด เดี๋ยวเรียกที่รักเดี๋ยวจูบเดี๋ยวหอม อยากมีคุณบอดี้การ์ดเป็นของตัวเองเลยค่าาา 5555
    #10
    0
  4. #7 0506_B (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 00:22
    ชานยอลเนียนกว่าแป้งที่ป๋ายทาอีกนะ
    #7
    0