{EXO} Ma Bo(d)yguard ★ ChanBaek ★

ตอนที่ 2 : {คุณบอดี้การ์ดที่รัก} : ยกที่ ส อ ง .

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มิ.ย. 59


Ma Bo(d)yguard คุณบอดี้การ์ดที่รัก
.
s e c o n d   r o u n d .

'หมาน้อยมาลามิวท์'


 

 


            คุณชื่นชอบเสียงเพลงกันไหมครับ?

 

          bubble pop!

 

            ผมชอบมากเลยล่ะ

 

          bubble pop!

          อะ อะ อะ อะ อะ อู้ววว~

 

            ผมชอบเต้นเวลาที่ผมได้อยู่ในห้องของผมเพียงคนเดียว เพราะผมเป็นพยัคฆ์ขาวที่พอถึงเวลาถอดเขี้ยวแล้วจะกลายเป็นบีเกิ้ลน้อยแสนน่ารัก ผมก็เลยอารมณ์ดีเป็นพิเศษด้วยการเต้นยืดเส้นยืดสายหลังอาบน้ำ ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมเช็ดตัวและใส่กางเกงใน Calvin Klein (ที่ปะป๊าซื้อให้ใหม่ทุกๆ สามเดือน)เพียงตัวเดียว เดินล่อนจ้อนออกมาอยู่กลางห้อง

 

ผมไม่ได้เป็นชีเปลือยหรือชอบทำตัวอนาจารนะ ผมก็แค่ทำตัวสบายๆ สไตล์ผู้ชายแมนๆ เท่านั้นเอง J

 

          ชอมบูทอ กึทกาจี นัล บากูรยอ ฮาจีมา

          อานีมยอน ชารารี ดารึน ซารัมมันนา

 

            ผมโยกตัวตามจังหวะและเนื้อร้องของเพลง เดินไปคว้าผ้าเช็ดหัวที่วางพาดไว้บนโซฟากลางห้อง เช็ดหัวไปด้วยและเต้นไปด้วย พอถึงท่อนที่ผมชอบผมก็ปล่อยมือจากผ้าเช็ดหัว กางขาออก กำมือให้ข้อมือชิดกันยื่นไปข้างหน้า ก้มตัวเล็กน้อย

 

          และส่ายก้นดุ๊กดิ๊กตามแบบต้นฉบับเป๊ะ!

 

          อู อุ๊ อุ อูวววว~

 

            ผมบิดตัวหันข้างหมุนเอวแบบ 360 องศาพร้อมยกมือกลับขึ้นมาขยี้ผมดังเดิมอยู่แค่ครู่เดียวก็กลับไปยืนกางขาส่ายก้นเหมือนท่าเมื่อครู่...จินตนาการออกไหม? ผมน่ารักมากใช่ไหมล่ะ

 

          บัมนึดเก นากาซอ นลมยอน จม ออแต

          ออจอดา ชอนฮวา อัน บัดดือมยอน ออแต

          อู อุ๊ อุ อูวววว~

 

          แว ชากู คือแรนอ

          นารึล มซมิดนี

 

            พอส่ายก้นน่ารักๆ ให้พอเป็นพิธีเสร็จ ผมก็อาศัยท่อนนี้วิ่งขึ้นไปยืนบนโซฟาราคาแสนสองสั่งตรงจากเมืองนอกที่ปะป๊าซื้อให้ในวันเด็กเมื่อสามปีก่อนเพื่อรอเต้นแบบสุดแรงเกิดในท่อนฮุกที่ผมชอบมาก

 

          ooh boy นอเอเก นัล มัชชูจินมา

          hey boy นาเอเก ดอ พาราจินมา

 

            ผมกระโดดขึ้นดึ๋งๆ อยู่บนโซฟา สะบัดหัวสะบัดตัวอย่างไม่สนใจผ้าเช็ดหัวที่กระเด็นไปติดข้างฝาแล้วร่วงลงพื้นอย่างน่าสงสาร ผมกำลังเมามันส์ และกำลังมีความสุขอย่างฉุดไม่อยู่

             “วู้วววว~” ส่งเสียงโห่ร้องราวกับผมเป็นฮยอนอาที่ยืนเต้นอยู่บนเวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ ก่อนจะวิ่งลงมาอยู่ที่เดิมเพื่อรอเต้นท่อนสุดท้ายของท่อนฮุก

 

          my boy กอพุมชอรอม คอชิน มัมมึล

 

            ผมยืนบิดลำตัวหันข้างอีกครั้ง สองมือเรียวสวยเท้าอยู่ที่เอวบางทั้งสองข้างแล้ว หมุนสะโพกกลมอย่างชำนาญและเด้งหน้าอกอย่างรุนแรง

 

          “bubble bubble bubble pop! bubble bubble pop! pop!

 

            ก้มตัวลงไปหยิบผ้าเช็ดหัวที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาอีกครั้ง จับมันขึ้นมาคลุมผมขยี้แรงๆ และยังคงเต้นแบบเดิม ก็คนมันอารมณ์ดี ห้ามยังไงก็ไม่หยุดใช่ไหมล่ะ? คิก~

 

          ooh boy อิซนึนคือแดโร แซงกักแฮบวา

          hey boy โบอีนึนแดโร นัล พาราบวาจวอ

          my boy กอพุมชอรอม คอชิน มัมมึล

          bubble bubble bubble pop!

          bubble bubble pop! pop!

 

            ยืนพ้อยขาจิกปลายเท้าอย่างน่ารัก กระเพื่อมอกขึ้นลงตามจังหวะเพลง และส่งจูบด้วยรอยยิ้มที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ

 

          อะ อะ อุ อะ อุ อะ อุ อะ อู้ววว~

          อู้ว อะ อู้ว อะ อะ

 

            มือข้างขวาแตะเอวข้างซ้าย และมือข้างซ้ายแตะเอวข้างขวา ส่ายเอวทิ้งสะโพกแรงๆ แบะขาข้างขวาพร้อมมือข้างซ้ายยกขึ้นเสยผมด้านหน้าแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างพราวเสน่ห์

 

          อะ อะ อุ อะ อุ อะ อุ อะ อู้ววว~

 

            ยกเท้าขวาก้าวไปทางด้านซ้ายเพื่อหมุนตัวกลับหลังหันโดยที่ใบหน้าหวานยังคงอยู่ที่เดิม ยกมือขึ้นตีสะโพกตัวเองเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะหันหน้าไปตามลำตัวของตัวเอง เตรียมแยกขาส่ายก้นอีกรอบ

          “อู้ว...โอ๊ะ!”

           

            คุณรู้จักคำว่า หัวใจหยุดเต้น’ กันไหม?

            .

            .          

            .

            “ว๊ากกกกกแกเป็นใคร!” ส่งเสียงร้องตะโกนระคนตกใจ หลังจากที่ยืนนิ่งสบตากันอยู่นาน เปี้ยนป๋ายเซียนตัวน้อยอย่างผมก็เพิ่งรู้ตัวว่าควรวิ่งไปหาอะไรมาบังร่างกายบอบบางของตนเอง ผมวิ่งเข้าไปหลบหลังโซฟาตัวเดิมที่เคยเหยียบและโผล่ลูกตาขึ้นมามองหน้าตาของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญอีกครั้ง

             ถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกัน จะแก้ผ้าต่อหน้ากันมันก็ไม่เป็นอะไรน่ะใช่ แต่มันไม่ใช่สำหรับเปี้ยนป๋ายเซียนคนนี้เพราะตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยใช้ห้องอาบน้ำสาธารณะแก้ผ้าโชว์ของลับเหมือนอย่างใครๆ หนำซ้ำคนตรงหน้าก็เป็นคนแปลกหน้า มาเห็นพยัคฆ์ขาวที่น่าเกรงขามเช่นผมกำลังใส่กางเกงในอวดศักดิ์ดาเต้นส่ายก้นส่ายเอวมุ้งมิ้งแบบนี้...รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!

            “ผม...

            “แกเข้ามาตั้งเมื่อไร!?” ไม่ทันได้รอฟังคำตอบแรกจากอีกฝ่าย ผมก็รัวคำถามใส่ทันที

            “เอ่อ...ตอนที่คุณหันหลังส่ายก้นให้ผมตอนแรก

 

ตั้งแต่เริ่มแรกเลยเหรอวะ!?

 

            “ว๊ากกกกปะป๊าาาาา ปะป๊าาาาา!

            “เอะอะอะไรกันแต่เช้าครับลูกป๋าย?” มาเฟียสุดหล่ออายุขึ้นเลขสี่ที่ใส่สูทผูกไท้เรียบร้อยแล้ว เดินตรงมายังห้องนอนของเจ้าตัวน้อยสุดที่รักทันทีที่ได้ยินเสียงร้องเรียก ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่เดิมตรงหน้าประตูเบี่ยงตัวถอยหลังหลบผู้เป็นนายแล้วก้มหัวให้ด้วยความเคารพ

            “ปะป๊า ไอ้หมอนี่มันเปิดประตูเข้ามาในห้องน้องป๋ายโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วมันเป็นใคร มาอยู่ในบ้านเราได้ยังไง!?” เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามา หัวใจดวงน้อยที่ตื่นกลัวอยู่ก็ไม่รอช้า ผมอ้าปากฟ้องปะป๊าปาวๆ พร้อมชี้หน้าไปยังคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ พ่อของผม

             เมื่อได้ฟังเด็กน้อยขี้ฟ้องร้องขู่เหมียวๆ อู๋อี้ฟานก็หันมามองคนข้างกายพลางเลิกคิ้วสงสัยว่าทำไมถึงได้ทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้

            “ผมเคาะแล้วครับท่าน แต่คุณหนูไม่เปิดประตูมองเห็นอีกฝ่ายก้มหัวตอบคำถามอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นสายตาตำหนิจากนายใหญ่ของบ้าน

            “มะ ไม่จริงทำไมฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลยเถียงออกไปอย่างสุดใจขาดดิ้นเปี้ยนป๋ายเซียนคนนี้ขอสาบานเลยว่าผมไม่ได้ยินไอ้มนุษย์ผู้ไม่ทราบชื่อคนนั้นเรียกจริงๆ!

            “แล้วลูกป๋ายไปนั่งทำไมตรงหลังโซฟาครับลูก?”

            “กะ กะ ก็น้องป๋ายโป๊!” พูดเสียงแผ่วแต่ใส่อารมณ์ไม่พอใจเต็มที่ ริ้วแดงขึ้นสีอยู่บนแก้มยุ้ยที่แสนน่าฟัด อู๋อี้ฟานหัวเราะเล็กน้อย เมื่อคิดได้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาคงกำลังเต้นเริงร่าเหมือนทุกวันจนไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างอีกตามเคย

            “นี่เป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ของลูกป๋าย ชื่อ...

            “อะไรนะ!” ลุกขึ้นยืนพร้อมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ผมว่าผมคุยกับปะป๊าเรียบร้อยไปแล้วนะเรื่องนี้เมื่อวันก่อน ผมว่าผมชักแม่น้ำทั้งห้าและยกเหตุผลที่มากพอให้ปะป๊าฟังไปแล้วว่าผมไม่อยากมีบอดี้การ์ด

            “น้องป๋ายบอกป๊าแล้วว่าป๋ายไม่เอา ป๋ายไม่ชะ...

            “ลูกป๋ายปิดเครื่องเสียงก่อนดีไหม?” ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกตัวว่าเสียงเพลงจากเครื่องสเตริโอนั้นดังมากเกินไป ดังมากจน...ไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องแน่ๆ

 

เปี้ยนป๋ายเซียนคนโง่!

 

            ผมเอื้อมมือไปหยิบรีโมทสเตริโอที่วางอยู่บนโซฟาแล้วกดปิดเครื่องไปพร้อมกับหันมาเผชิญหน้าปะป๊าและมนุษย์ผู้ไม่ทราบชื่อคนนั้น

            “น้องป๋ายขอพูดอีกครั้งอย่างจริงจังว่า น้องป๋ายไม่เอา...

            “นายเอาของเข้าไปเก็บในห้องเก็บของของลูกชายฉัน ในห้องนอนลูกป๋ายมีประตูอยู่อีกบานหนึ่ง เปิดเข้าไปได้เลย

            “ครับนายท่าน

            “ฮะ เฮ้ยอะไร น้องป๋ายบอกว่าไม่เอาไงปะป๊า!” ว่าแล้วก็เตรียมเดินเข้าไปขวาง แต่ปะป๊าที่รักของผมก็เดินเข้ามาหาผมก่อนแล้วลูบหัวอย่างเอ็นดู...อย่ามาทำดีกลบเกลื่อนความผิดนะปะป๊าน้องป๋ายไม่หลงกลหรอกนะบอกไว้ก่อน!

            “ครั้งสุดท้ายที่ลูกป๋ายใส่กางเกงในโชว์ปะป๊าคือตอนป๋ายอายุแปดขวบใช่ไหมครับคนดี?” ผมขมวดคิ้วเงยหน้ามองคนสูงกว่าอย่างไม่เข้าใจ

 

คือระ? ปะป๊าหามุกใหม่มาบ่ายเบี่ยงให้ผมยอมรับบอดี้การ์ดบ้าๆ นั่นเหรอ?

 

            “นี่ก็ผ่านมาสิบปีแล้วสินะ...

            .

            .

            .

            “อาป๋ายน้อยยังตัวเล็กจิ้มลิ้มเท่าเดิมอยู่เลย...

            “เฮือก!!!” ผมอ้าปากหวอทันทีที่ตีความหมายของมาเฟียหน้าหล่อตรงหน้าเสร็จ ทั้งจมูกและแก้มของผมคงขึ้นสีแดงและลามไปยันใบหูแน่ๆ...

 

...ผมพลาดแล้ว...

ผมลืมไปว่าผมยังใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่!

 

            “ปะป๊าาาาา!” ผมตะโกนชื่อคนขี้แกล้งดังลั่นห้องก่อนจะวิ่งเอามือปิดหน้าเข้าห้องน้ำไปอย่างอับอาย ปิดประตูล็อคกลอนเสร็จก็กระทืบเท้ารัวๆ ให้กับความเอ๋อเหรอของตัวเอง แล้วเบะปากอยากร้องไห้อย่างน่ารักที่สุด

 

และสุดท้าย

ผมก้มลงมองอาป๋ายน้อยน่ารักที่อยู่ภายใน Calvin Klein ตัวโปรด

มันไม่โตขึ้นจริงๆ น่ะเหรอปะป๊า!? ฮืออออออ

 

 
 

            หลังจากเก็บของเสร็จ บอดี้การ์ดคนใหม่ของตระกูลอู๋ผู้เป็นบอดี้การ์ดคนแรกของคุณหนูเปี้ยนป๋ายเซียนก็เดินออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นนาย เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคุณหนูกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหน้าตาบูดบึ้ง

 

            อ้อ...คุณหนูใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนะ J

 

            “ชื่ออะไรผมถามเสียงห้วนพลางเชิดหน้าไปทางอื่นอย่างหมั่นไส้ หึให้มันรู้ซะบ้างคุณหนูป๋ายผู้นี้น่ะ หยิ่งราวกับพญาเสือเลยนะ!

            “ปาร์คชานยอลครับผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนพูดและไล่สายตาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาสูงยาวเข่าดีเลยทีเดียวล่ะ น่าจะพอๆ กับปะป๊าของผมด้วยซ้ำ หน้าตาก็โอเค...แต่ว่าสู้ปะป๊าผมไม่ได้หรอกเพราะปะป๊าของผมคนเดียวเท่านั้นที่หล่อที่สุดในโลก!

            “พ่อฉันจ้างนายมาเท่าไรบอกมาซิผมเลือกที่จะเปลี่ยนสรรพนามของเขาหลังจากที่ตอนแรกเรียกเขาว่า ‘แก เพราะรู้สถานะของเขาเรียบร้อยแล้ว (ซึ่งที่จริงแล้วตอนแรกอยากจะเผลอเรียกว่า มึง แต่ปะป๊าบอกว่าเราเป็นผู้ดี พูดคำหยาบเดี๋ยวคุณป๊างดค่าขนม -^-)

            “...”

            “เอ๊ะฉันถามนายไม่ได้ยินหรือยังไง!?” ดู๊ ดู ดู...ดูซิเนี่ย ปะป๊าจ้างคนหูหนวกเข้ามาทำงานอะถามแล้วมาทำหูทวนลมงี้เป็นใบ้ไปเลยด้วยดีไหม!?

            “ฉันถามว่านายได้ค่าจ้างจากปะป๊าเดือนละเท่าไร?” ผมขึ้นเสียงใส่เขาเล็กน้อยเพราะรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีเฉยชาของเขา ผมไม่ชอบคนหยิ่งนะบอกไว้ก่อน ผมหยิ่งได้คนเดียว!

            “คุณหนูอยากทราบไปทำไมครับ

            “เอ๊ะก็ฉันถามนายอยู่...โอ๊ยเอางี้นะ เอาเป็นว่าไม่ว่าพ่อจ้างนายเท่าไร ฉันจะจ่ายให้นายเองเป็นสองเท่าโอเคไหม?”

            “...”

            “อะๆ เอางี้ นายอยากได้เงินระยะยาวใช่ไหมล่ะ? งั้นฉันจะจ่ายเงินเดือนให้นายเอง แต่ต้องแลกกับการที่นายแค่แกล้งทำตัวเป็นบอดี้การ์ดฉัน ออกจากบ้านพร้อมฉัน แต่พอถึงโรงเรียนหรือที่เที่ยวนายไม่ต้องตามไปโอเค๊?”

            “...”

            “...ให้สามเท่าจากที่ปะป๊าให้เลยอะ...เมื่อผมยังเห็นเขามองหน้าผมอยู่เหมือนเดิมไม่ขยับตัวหรือแม้กระทั่งแสดงสีหน้าลังเลใจอะไรเลย...ทำไมล่ะ? เงินสามเท่าเลยนะ ไม่สนใจเหรอ?

            “สามเท่านี่ฉันทุ่มหมดตัวแล้วนะ นายยังไม่พอใจอีกเหรอ?” ว่าแล้วก็กอดอกพลางทำหน้างอ ริมฝีปากเรียวสวยโค้งคว่ำลงตามสไตล์คุณหนูเอาแต่ใจ เกิดมายังไม่เคยมีใครขัดใจผมเลยนะบอกไว้ก่อน เว้นก็แต่ปะป๊าคนเดียวนั่นแหละ ฮึ่ย!

            “คุณหนูบอกว่าจะจ่ายให้ผมเป็นสองเท่าของพ่อคุณงั้นเหรอ คุณจะจ่ายยังไง ในเมื่อพ่อคุณจ้างผมด้วยชีวิตผมทั้งชีวิต?

            “หื้ม!?”

            “...”

            “นะ นายว่าอะไรนะ?” ผมเลิกคิ้วถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจในความหมายของบอดี้การ์ดหน้านิ่งคนนี้เท่าไรนัก จ้างด้วยชีวิต? ยังไง?

            “คุณหนูลงไปทานข้าวได้แล้วครับ

            “นี่ฉันยังคุยกับนายไม่จบมีสิทธิ์เดินหนีเหรอห้ะ?” ผมวิ่งไปยืนขวางหน้าคนที่บังอาจมาหันหลังเดินหนีผมอย่างรวดเร็ว ผมผลักอกเขาอย่างแรงหวังจะให้เขาล้ม แต่เปล่าเลย...

 

เขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว...แต่ผมหงายหลังก้นจ้ำเบ้า!

 

            “โอ๊ย...ผมใช้มือลูบก้นกลมๆ ของผมอย่างเบามือ เพราะผมเจ็บก้นมากถึงมากที่สุด เงยหน้ามองไอ้คนใจร้ายที่บังอาจทำร้ายร่างกายผมโดยไม่ได้ตั้งใจ คิ้วของผมกระตุกยิกๆ เมื่อรู้สึกว่าเมื่อสักครู่นี้ผมจะเห็นหมอนั่นทำหน้ากวนโอ๊ยใส่ผมอยู่!

            “นายหัวเราะฉันเหรอ!” ผมชี้หน้าเขาอย่าเหลืออด ผมเอาแขนยันพื้นหวังจะพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน แต่กลับต้องซี้ดปากแทนเพราะความเจ็บที่สะโพกนั้นยังไม่หาย

            “หึไอ้มนุษย์หน้าตายนั่นหัวเราะหึๆ ก่อนจะนั่งคุกเข่าตรงหน้าผมและ...

            “ฮะ เฮ้ยนายจะทำอะไร!?” ผมร้องเสียงหลงอย่างตื่นตระหนกเมื่อจู่ๆ นายบอดี้การ์ดนั่นก็เท้าแขนลงมาคร่อมตัวผมจนใบหน้าเราใกล้กัน และสุดท้ายผมก็เลือกที่จะเอาหน้าถอยห่างเขาด้วยการทิ้งตัวลงนอนกับพื้น

 

            คือดีนะ...คือเอาตัวรอดผิดรูปแบบแล้วครับตัวเอง ทำไมไม่ถอยหลังออกไป ทำไมต้องมานอนแผ่หลาให้คนด้านบนได้คร่อมตัวเองอย่างสะดวกแบบนี้ด้วยล่ะวะเปี้ยนป๋ายเซียน!

 

โอยยยย พยัคฆ์ขาวตัวน้อยเสียท่าให้หมาจิ้งจอกตัวเน่าตัวนี้ซะแล้ว! ;_________;

 

            ตาต่อตาฟันต่อฟันผมจ้องหน้าให้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่มันแสดงท่าทีไม่หน้าไว้ใจอยู่อย่างนั้นไม่ขยับไปไหน คนด้านบนค่อยๆ ก้มหน้าลงมาจนผมต้องเบี่ยงหน้าหลับตาปี๋ ในใจก็ภาวนาว่าขอล่ะ ผมยังไม่อยากฆ่าใครตอนนี้นะ นี่ผมออมมือให้เขาหรอกนะ เห็นว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ของบ้าน ผมก็แค่ยังไม่อยากแผลงฤทธิ์ใส่เขาเท่านั้นเองคุณเชื่อผมไหมละ?

 

เชื่อเหอะ ถือว่าผมขอร้อง

 

            ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอทำเอาไรขนอ่อนของผมลุกไปทั่วตัว ผมกลั้นหายใจอย่างหวาดหวั่นเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงปะทะของลมหายใจที่เข้าใกล้ผมมากขึ้นทุกที

            “ฟู่ว~” เหมือนว่าขาจะแกล้งผมด้วยการเป่าลมใส่หูผมเบาๆ หนึ่งที ด้วยความตกใจผมเลยยกมือขึ้นทาบกับแผงอกของเขาเอาไว้ทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่

 

ผะ ผมไม่ได้จะลวนลามเขานะผมแค่พยายามดันตัวเขาออกเฉยๆ!

 

            “เลิกเล่นได้แล้วครับคุณหนู ลงไปกินข้าวเช้าได้แล้วเดี๋ยวนายท่านจะรอนานพูดจบก็สอดมือหนาเข้าใต้รักแร้คนตัวเล็กพร้อมกับออกแรงยกนิดหน่อยกายบางก็ปลิวขึ้นตามมือที่เขายก

            “นะ นี่ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ใช่ตุ๊กตานะ เฮ้นายจะมาอุ้มฉันพาดบ่าแบบนี้ไม่ได้นะงื้ออออ ปะป๊าาาาา!

 


 

            1

            2

            3

 

            โอเค๊ไม่มีใครง้อ ผมไม่งอนต่อก็ได้ฮือออออ

 

            “ปะป๊าาาาา~

            “...”

            “ปะป๊าครับ...ปะป๊าจะไม่จัดการให้น้องป๋ายจริงๆ เหรอ?”

            “กินข้าวได้แล้วครับลูกป๋าย

 

ไม่!

 

            ในใจล่ะอยากจะตะโกนคำนี้ใส่หน้าปะป๊าดังๆ สักสองสามทีให้ปะป๊าแก้วหูแตกไปเลยแต่ติดตรงที่ว่าตอนแรกผมโวยวายว่าจะไม่ยอมทานข้าวถ้าปะป๊าไม่จัดการให้บอดี้การ์ดป่าเถื่อนที่บังอาจอุ้มผมลงมา แล้วคุณรู้ไหมเกิดอะไรขึ้น? ก็ปะป๊าไม่สนใจผมน่ะสิปะป๊านั่งกินข้าวกับหมอนั่นอย่างเอร็ดอร่อยจนผมทนไม่ไหวนับเลข 1 2 3 แล้วก็เรียกชื่อปะป๊าอีกครั้งยังไงล่ะ!

            “ปะป๊า...น้องป๋ายเจ็บท้อง หมอนี่อุ้มป๋ายแรง ป๋ายท้องแดงหมดแล้วเนี่ยดูสิๆพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนที่ตอนเด็กๆ เคยทำ นิ้วเรียวลูบหน้าท้องป้อยๆ พลางทำปากเบะราวเด็กอายุหนึ่งขวบ

            “ก็ลูกป๋ายดื้อไม่ยอมลงมากินข้าวนี่ครับ พี่เขาก็ต้องอุ้มลูกลงมาก็ถูกแล้ว

            “นี่ปะป๊าเชื่อหมอนี่เหรอ!?” ผมตบโต๊ะลั่น ลุกขึ้นยืนมองหน้าปะป๊าด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมปะป๊าทำกับผมแบบนี้ล่ะ? ปะป๊าเชื่อไอ้บอดี้การ์ดเจ้าเล่ห์นี่งั้นเหรอ?

            “ลูกป๋ายครับ...นั่งลงแล้วกินข้าวซะ

            “แต่หมอนี่...!

            “ชานยอลเขาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวลูกป๋าย เขาโตกว่า เรียกเขาว่าพี่นะครับ

            “ปะป๊า!” อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่ามาเฟียอู๋ผู้โด่งดังและน่าเกรงขามจะหลงเชื่อคำโกหกให้อีตาบ้าหมาจิ้งจอกนี่หมอนี่โกหกหน้าตายบอกว่าที่อุ้มผมลงมาเพราะผมงอแงจะไม่ยอมลงมากินข้าวอะมันใช่ที่ไหนล่ะคุณเองก็เป็นพยานให้ผมได้ใช่ไหม?

 

ฮึ่ยแต่ปะป๊าเชื่อหมอนั่น!

 

            ไม่อยากจะบอกหรอกนะว่าพยัคฆ์ขาวตัวน้อยกำลังจะงอนปะป๊าอย่างเป็นทางการไม่อยากจะบอกหรอกนะว่าถ้าปะป๊าไม่สนใจผมล่ะก็ ผมจะกลั้นหายใจให้หายใจไม่ออกตายไปเลย!

            “ลูกป๋าย...ทำแก้มป่องทำไมครับ

            “ป๋ายงอน!” ว่าพลางสะบัดหน้าหนีคนเป็นพ่อด้วยท่าทีเด็กๆ ...นี่ถ้าไม่น่ารักแบบน้องป๋ายบอกเลยว่าอย่าเลียนแบบนะ

            “งอนปะป๊าทำไมครับคนดี?” ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กหน้าเอาแต่ใจอย่างอารมณ์ดี คนแก่ๆ อายุเกือบครึ่งร้อยแบบเขานี่ก็ไม่มีอะไรจะทำให้มีความสุขไปได้มากกว่าการเห็นลูกชายตัวน้อยทำตัวน่ารักน่าฟัดแบบนี้หรอก

            “ก็ปะป๊าเชื่อคำพูดไอ้หมอนี่น้องป๋ายไม่ได้งอแงนะ น้องป๋ายโดนแกล้ง!

            “ครับๆ ปะป๊าเชื่อลูกป๋ายคนดีก็ได้ครับ แต่ตอนนี้ลูกป๋ายกำลังงอแงแบบที่ชานยอลพูดจริงๆ แล้วนะ ลูกป๋ายต้องทานข้าวได้แล้วนะครับ ไม่งั้นปะป๊าจะไม่ให้ค่าขนมเข้าใจไหม? ปะป๊าพูดจริงหรือพูดเล่นลูกป๋ายคงรู้นะ

            “อะ...จากที่จะเถียงอย่างเอาแต่ใจก็ต้องทำเป็นเป็นใบ้ไปชั่วขณะ ค่าขนมเลยนะค่าขนมถ้าปะป๊าไม่ให้แล้วน้องป๋ายคนนี้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของล่อใจสาวล่ะ?

            ผมนั่งหน้ามุ่ยแต่ก็จำใจจับถ้วยกับตะเกียบขึ้นมา ในระหว่างที่ผมนั่งหน้างอเคี้ยวข้าวอยู่นั่นเอง ปลายหางตาผมก็ดันเหลือบไปเห็นไอ้บอดี้การ์ดลวงโลกนั่นกำลังยกยิ้มเยาะเย้ยผมอยู่ ผมหันไปจ้องหน้าแล้วทำท่าฮึดฮัดใส่เขา

            เขาหันหน้ามาทำหน้าเหลอหลาอย่างไม่เข้าใจ...ใช่ที่ไหนล่ะมารยาชัดๆใบหน้าซื่อๆ แต่แอบยักคิ้วให้ผมข้างหนึ่งแบบนี้หมายความว่ายังไง? หมายความว่าตาบ้านี่มันกวนโอ๊ยผมไง!

            “โอ๊ะ!” ผมวางถ้วยข้าวลงแล้วแกล้งทุบด้ามช้อนในถ้วยน้ำซุปแรงๆ จนหัวช้อนที่จมอยู่ในแกงกระเด้งขึ้นมาพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อมสาดใส่หน้าคุณบอดี้การ์ดสุดหล่อของผมพอดี...

 

หล่อมากปะล่ะ? กิกิกิ~

 

            “ลูกป๋าย...ยังไม่ทันได้ฟังคำดุจากปะป๊าคนหล่อของผม ปะป๊าก็มีสายเข้าที่มองดูแล้วน่าจะเป็นสายสำคัญมากทีเดียว

            “ปะป๊าไปธุระก่อนนะลูกป๋าย ร้ายนักนะพ่อตัวดีพูดเสร็จก็ลุกขึ้นขยี้หัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วไม่ทิ้งท้ายขยิบตาส่งซิกให้บอดี้การ์ดของเจ้าตัวน้อย

 

ทำไมอยู่ๆ ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเฉยๆ ล่ะ?

 

            โพล๊ะ!~

            ข้าวทั้งถ้วยคว่ำลงมาใส่หัวผมจนหมด...ในตอนนี้ผมยิ่งกว่าตกใจอีกด้วยซ้ำ ผมค่อยๆ หันหน้าไปมองคนข้างกายที่เอาข้าวเทใส่หัวผมอย่างช้าๆ

            “นะ นาย...ผมเอ่ยเสียงสั่นด้วยความโกรธเคือง ผมแค่ทำน้ำซุปกระเด็นใส่หน้าเขาไม่เท่าไร แต่หมอนี่กลับเทข้าวทั้งถ้วยใส่หัวผมงั้นเหรอ?

            “จะได้จำเอาไว้ว่าผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณ คุณจะทำตัวเป็นเด็กๆ แกล้งนิดแหย่หน่อยแบบนี้...

            “แต่ก็ไม่เห็นต้องทำกันแบบนี้เลยนี่!!!” ผมลุกขึ้นยืนหันหน้าไปหาคนนิสัยไม่ดี ผมยืนจ้องหน้าเขา อยากต่อยหน้าเขา ผมอยากจะทึ้งหัวหมอนี่ให้หลังหัวหลุดติดมือเลยทีเดียว

            “ทำไมผมจะสั่งสอนคุณไม่ได้

 

ขนาดปะป๊ายังไม่เคยทำเลยนะ!

ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับผมมาก่อน ไม่เคยเลย...

 

            “ฮึก...นายมันนิสัยไม่ดี!

            “คุณ...
            “นายมันคนนิสัยไม่ดีไอ้คนบ้าบ้าที่สุดเลย!” ผมตะคอกใส่หน้าเขาพลางกลั้นน้ำใสๆ ที่มันพยายามจะไหลออกมาให้ได้ ผมฟิวส์ขาดเพราะผมโกรธที่เขาทำแบบนี้ใส่ผม ผมผลักไหล่เขาไปแรงๆ หนึ่งทีแล้ววิ่งหนีเข้าห้องไป ผมทิ้งตัวลงพิงประตูห้องอย่างเหนื่อยอ่อน ชันขาขึ้นซุกหน้าลงกอดเข่าราวกับเด็กเล็กๆ ที่ถูกพ่อแม่ตี...

 

ผมก็แค่โกรธเขามากๆ เพราะเขาทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิด

ทำในสิ่งที่ผมไม่เคยเจอ ผมกลัว...บอดี้การ์ดคนนี้โหดร้ายไปซะแล้ว!

 

 

Note  : ปะป๊าคริสสุดหล่อ }

นี่ก็ผ่านมาสิบปีแล้วสินะ...อาป๋ายน้อยยังตัวเล็กจิ้มลิ้มเท่าเดิมอยู่เลย...

 

Next  เอาจูบแรกของผมคืนมานะL }

 

 
 


มาลามิวท์เม้าท์มอย 

            กราบขอโทษงามๆ ที่หายตัวไปนานมากเลย ฮือออ พอดีไม่มีกำลังใจจะอัพฟิคเลยค่ะ ขอโทษด้วย เพื่อเป็นการไถ่โทษจะมาอัพยกที่ 3 ให้วันพรุ่งนี้เลยน้า สัญญาไม่เบี้ยวแน่นอน หากชอบหรือไม่ชอบยังไงฝากคอมเม้นท์เอาไว้หรือติดแท็ก #บดกที่รัก ให้หน่อยนะค้าบ



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #14 XMCB_BB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 14:08
    เอาเลยยย จัดการคุณหนูป๋ายให้อยู่หมัดนะชานยอล5555
    #14
    0
  2. #9 ENASNi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 05:03
    คุณหนูป๋ายเจอคุณบอดี้การ์ดจัดการซะแล้ว 55555555555555555
    #9
    0