เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 7 : BAD ADDICT 06 120% NC+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    7 พ.ค. 59

ตอนที่ 06

               BILL PART

               เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น...อะไรนะ..

               เมียเมีย!! หรือเหยื่อวะ อ้าว..แล้วของเล่นอ่ะ

               กูงงมั้ย!!!!

               ปัง!

               ขณะที่ผมกำลังนั่งเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ พี่โจ๊กเกอร์ก็เข้ามาในรถแล้วปิดประตูซะดังลั่นเลย ผมหยุดสะอื้นไปได้สักพักแล้ว เพราะพี่โจ๊กเกอร์ก็ยืนถ่ายมิวสิควิดีโอข้างนอกสักพักแล้วเหมือนกัน

               “….” เขาเงียบ

               “………..” ผมเงียบกว่า

               ....” พี่โจ๊กเกอร์ก็ยังเงียบอยู่ อันที่จริงปกติก็เงียบอยู่แล้ว ไม่ก็หาเรื่องมาด่าผม นี่ผมอึ้งมึนและสับสนจนโกรธเรื่องที่พี่เขาว่าผมไปอ่อยไอ้ฝรั่งนั่นไม่ออกเลย

               ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ!! ผมโกรธแทบไม่ลงแล้วเนี่ย

               พี่...เอ่อ...ไป...ไปไหนดี” ผมไม่รู้จะชวนคุยอะไรดี พี่โจ๊กเกอร์ก็ไม่ยอมสตาร์ทรถสักที

               ลืมซะ

               “ห้ะ” ผมงงว่าพี่โจ๊กเกอร์พูดอะไร

               ที่พูดเมื่อกี้ ลืมให้หมด” พี่โจ๊กเกอร์มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูด สรุปคือเขาหันหลังให้ผมนั่นเอง

               เรื่อง..นอกรถน่ะหรอครับ..

               “โธ่เว้ยหุบปากเออ!! หรืออยากจะเป็นเมียกูจริงๆหรือไง!!” พี่โจ๊กเกอร์เหวี่ยงอย่างหัวเสีย ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วเร่งเครื่องจนรถแทบพุ่ง หน้าตายุ่งเหยิงของพี่โจ๊กเกอร์เห็นแล้วก็แปลกตาดีเหมือนกันนะ

               ถ้าผมอยากจะตอบว่า ใช่น่ะสิ! ก็อยากเป็นเมียจริงๆไงโว้ย แล้วเขาจะให้ผมเป็นจริงๆไหมนะ ฮ่ะๆ ดูท่าคงเผลอพูดเพราะอยากจะเอาชนะไอ้ริทมันมากกว่าล่ะมั้ง

               ครับๆ ผมจะลืมครับ” ผมพูดอย่างจำยอม ทำไมไม่รู้..แต่รู้สึกว่าเข้าใกล้หัวใจพี่โจ๊กเกอร์มากขึ้นแล้วแฮะ ^^

               บรึ๋นนนนนนนนนนน!

               จู่ๆพี่โจ๊กเกอร์ก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วเกินร้อย แล้วขับใช้ทางลัดลาะเพื่อไปมหาลัย

               พะ พะ พี่!!! ขับเร็วขนาดนี้แหกโค้งตายนะครับ

               “มึงก็จะได้ไปนรกกับกูไง” เชี่ย..พูดซะน่ากลัว นี่พี่กะจะตายจริงๆหรอครับ!

               “ไม่ไหวมั้งครับ

               “ความรักของมึงมันแค่นี้เอง” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงนิ่งเหมือนติดตลก ตลกมากมั้ยวะพี่!

               “ใช่เวลามาเถียงกับผมมั้ยพี่ ตั้งใจขับเถอะ ไปนรกก็ไปครับ

               “ก็มึงเถียงกูก่อน

               “ผมไม่เถียงแล้วครับ” ผมพูดพลางเอามือมาปิดปากตัวเองสนิท พี่โจ๊กเกอร์เงียบแล้วขับรถช้าลงนิดหน่อย...ก็ยังดีกว่าเมื่อกี้แล้วกันถึงจะเป็นทางลัดที่ไม่มีคนก็เถอะ แต่มันคดเคี้ยวเลี้ยวลดมาก แหกโค้งง่ายจะตาย แต่พ่อคุณก็ขับรถเสียเก่ง ดิ๊ฟเลยมั้ยห้ะ

               เอี๊ยดดดด!

               พี่โจ๊กเกอร์เบรกเสียงดังหน้าลานจอดรถใต้หอตัวเอง ผมมองภาพตรงหน้าป้อยๆ หอพี่โจ๊กเกอร์..มาทำไมวะ

               มาหอพี่ทำไมอ่ะ...” ผมถามงงๆขัดกับสีหน้าคนตรงหน้าที่ยิ้มมุมปากน่าเตะ

               กูบอกว่าจะทำอะไรมึง?” ผมนึกสัก10วินาทีก่อนจะเกือบอ๋อ...ไอ้เรื่องผัวๆเมียๆอะไรนั่นน่ะหรอ

               เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็หน้าแดงขึ้นสมอง ยังไม่วายจะได้ยินเสียง หึ ออกมาจากลำคอใครบางคน

               ไหนพี่บอกเรื่องผัวๆเมียๆไง

               “….?” พี่โจ๊กเกอร์เลิ่กคิ้วสงสัยเหมือนกำลังจะสื่อว่า แล้ว?

               “ก็พี่บอกให้ลืมไง ก็ผมไม่ใช่เมียพี่ไง

               “….?”

               “ก็..แล้วจะไปทำเรื่องผัวๆเมียๆได้ไงล่ะครับ” ผมพูดสีหน้าจริงจัง ถึงที่ผ่านมาจะทำมาตลอดก็เถอะแต่เมื่อกี้บอกให้เราลืมแท้ๆ แล้วจะมาทำเนี่ยนะกูตามอารมณ์ไม่ทันโว้ย กูไม่อยากเสียตัวโว้ย ยูโน้ว!

               “หึ..” พี่โจ๊กเกอร์ค่อยๆเดินมาหาผมช้าๆ เมื่อเดินถึงตัวผม มือแกร่งก็เลื่อนไปลูบเอวผมก่อนจะไหลลงไปขยำก้นเฉย ตาคมกริบจ้องมองผมเสมือนเหยื่ออันโอชะ ที่ผัวเมียทำ..เรียกเพศสัมพันธ์

               “….”

               “แต่ที่กูทำ...เขาเรียกกายสัมพันธ์

               พรึ่บบ!

               “เหวอออออ!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆพี่โจ๊กเกอร์ก็จับก้นผมยกตัวผมขึ้นไปพาดบ่าตัวเองโดยไม่อายสายตาประชาชีแถวนั้นเลย แม้จะมีน้อยนิดก็ตามไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงรักพี่โจ๊กเกอร์มากหรือไร เวลาพี่แกทำอะไรน่าอายแบบนี้คนมักน้อยทุกที!

               “หนักขึ้น?” พี่แกถามเสียงกวนตีน หนักขึ้นอะไรวะเบิร์นบ่อยขนาดนี้

               ไม่มีทางครับ” ผมตอบเสียงอู้อี้ บังเอิญว่าเลือดจะมากองที่หัวกูหมดตัวถ้าพี่ไม่รีบขึ้นห้องนะครับ

               “งั้นอาจจะหนักความโง่ความมึงก็ได้” ผมอยากรู้ว่า..ผมไปฆ่าญาติพี่เขาแล้วลืมหรอครับชิส์ ผมไม่เถียงอะไรกลบทั้งนั้น หลับตาเอาหน้าพิงหลังพี่โจ๊กเกอร์ลูกเดียว พอพี่โจ๊กเกอร์ขึ้นลิฟต์ที่น่ากลัวว่าจะพังลงมาเมื่อไหร่ปุ๊บ ผมก็เริ่มบ่นอย่างกล้าๆกลัวๆ

               ผมเวียนหัว

               “….” เงียบตลอดครับรายนี้

               วางผมลงได้ไหมครับพี่

               “…..” โอเค เงียบและไม่วางผมลง ก็แปลว่าไม่ได้ไงวะ...ผมจึงต้องกุมหัวตัวเองแล้วผงกหัวขึ้นนิดๆ แต่ลิฟต์เล็กเกินคาด

               โป๊ก!

               “โอ๊ย..ยยย” หัวผมจึงไปจูบดูดดื่มกับลิฟต์แทน

               “…โง่จริงว่ะ” และเสียงซ้ำเติมยังไม่วายจะมากระทบหูผมอีกจนได้ พี่เขาพูดอย่างอื่นกับผมเป็นหรือเปล่า นอกจากผมโง่น่ะ โง่อะไรฟะ ถึงการเรียนผมจะโง่กว่าพี่เขาก็เถอะ

               ลิฟต์จอดที่ชั้น6 พี่โจ๊กเกอร์ก็แบกผมลงมาจากลิฟต์ตรงไปที่ห้องทันที และเคาะประตูอย่างป่าเถื่อน ผมสงสารคนข้างห้องจริงๆ เพราะทางเดินเสียงมันก้องไงครับ เคาะห้องนึงก็เสมือนเคาะทั้งชั้น

               ปังปังปังปังปัง!

               “เปิด” เคาะไม่พอยังพูดเสียงดังอีก แถมเท้ายังถีบประตูต่ออีกป่าเถื่อนที่สุด

               พี่ปอเดินมาเปิดประตูงงๆ หน้าตาแอบเหวี่ยงนิดหน่อย แต่คาดว่าคงชินแล้วกับนิสัยแบบนี้ของพี่โจ๊กเกอร์

               เคาะขนาดนี้เอาปืนมะ..เห้ย ฟังกูด้วย!” พี่ปอยังบ่นไม่จบพี่โจ๊กเกอร์ก็เดินแทรกเข้าห้องไปแล้ว พี่โจ๊กเกอร์โยนผมลงเตียงโดยไม่บอกกล่าว แน่นอนว่าไม่มีครั้งไหนที่บอกก่อนเหมือนกัน =_=

               “ไป” พี่โจ๊กเกอร์พูดไล่พี่ปอสั้นๆ พี่ปอทำหน้าเอือมเล็กน้อยก่อนจะเดินมาหาผมแล้วนั่งลงข้างๆ มือเรียวยกขึ้นมาลูบแก้มผมอย่างอ่อนโยน

               น้องบิลครับ ระวังตะ...โอ๊ยไอ้โจ๊กเกอร์โว้ย!” พี่ปอยังพูดไม่ทันจบ มือที่ลูบแก้มผมเมื่อกี้ปลิวไปพร้อมกับร่างไม่หนาไม่บางของพี่เขาจนเกือบตกเตียง พี่โจ๊กเกอร์ถีบพี่ปอนั่นเอง..ที่จริงผมทีมพี่ปอนะ..

               สมน้ำหน้าว่ะ” สีหน้าที่มองพี่ปอโคตรจะเยาะเย้ย ผมกำลังเขยิบก้นไปช่วยพยุงพี่ปอแต่พี่โจ๊กเกอร์หันมามองหน้าโหดๆก่อน ผมเลยย้ายก้นมานั่งตำแหน่งละติจูดเดิมเป๊ะ เก็บมือเรียบร้อย..

               ไอ้ห่าเอ้ย...กูจะเอ็นดูน้องบิลแทนมึงไงวะ มึงรุนแรงว่ะ” พี่ปอพูด ผมพยักหน้า(ในใจ)ตามพี่ปอทุกประการ

               “…” พี่โจ๊กเกอร์เงียบแล้วหันมามองผม เรียกว่าจ้องชนิดกดดันให้ผมตอบอะไรบางอย่างที่ถูกใจตนเอง ผมกลืนน้ำลายดังเอือก ก่อนจะใช้สมองอันน้อยนิดของผมประมวลผลว่าควรจะพูดอะไรดี...

               เอ่อ..แหะๆ” ผมตัดสินใจไม่ออกความเห็น แต่ตาก็ดีเกิ๊น เหลือบไปเห็นมือแกร่งกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดที่แขน ผมสะดุ้งจนลนลานรีบแก้ไขคำพูดทันที

               เอ้อผิดแล้วครับพี่ปอ พี่โจ๊กเกอร์ออกจะอ่อนโยนกับผัมนะครับ ดูแลดี๊ดีเลยครับ ผมตื่นมาทีไรก็เจอพี่โจ๊กเกอร์อยู่ข้างๆทุกทีละ..อุ๊บ!” ผมรีบเอามือตะครุบปากตัวเองไว้ทันทีเมื่อลืมตัวเผลอพูดอะไรบ้าๆออกไป

               พี่ปอนี่เหล่มองแถมยิ้มแซวๆผม ส่วนพี่โจ๊กเกอร์ยิ้มมุมปากอย่างภูมิใจ ผมนี่น้ำหูน้ำตาแดงไปทั่วหน้าพลางตบปากตัวเองแรงๆ ไอ้ปากไม่รักดี!

               “โอเคครับ..พี่เข้าใจแล้วว่ามันดูแลเราดีขนาดไหน หึ” พี่ปอพูดยิ้มๆก่อนจะออกไปจากห้องแต่โดยดี

               พอพี่ปอออกไปห้องก็ตกสู่ความเงียบอีกครั้ง ผมก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปฝากไว้ที่ไหน จึงเอาหน้าไปมุดกับหมอนแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมโปงมิดชิด แต่ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกพี่โจ๊กเกอร์กระชากออกไปอย่างรวดเร็ว

               หึ แทนที่จะเอาหน้าไปซุกหมอน เอามาซุกของกูดีกว่า” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงนิ่ง แต่มุมปากนั่นยังยกยิ้มไม่หาย วันนี้อารมณ์ดีนักหรอพี่!!

               “ขอปฏิเสธดีกว่าครับ!” ผมพูดพลางเอาหมอนมากั้นหน้าไว้ ไม่อยากจะมองหน้าพี่แกเลยวุ้ย!

               Rrrrr Rrrrrrr ตื้ดๆ

               บรรยากาศกำลังล้อเล่นกันแปลกๆ แต่เสียงโทรศัพท์ผมก็เบรกบรรยากาศนั้นไว้ แอบเห็นพี่โจ๊กเกอร์ทำหน้าบึ้งเหมือนเดิม ผมก็ยื่นมือออกไปหยิบโทรศัพท์อย่างกล้าๆกลัวๆ กลัวพี่แกจะคว้าแล้วขว้างทิ้ง..

               ฮะโหลครับ..” ผมรับโทรศัพท์เสียงเบา เบอร์ที่โทรมาก็เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก อาจจะเป็นเรื่องด่วนหรือเปล่า

               (บิลครับพี่เอง) ผมจำเสียงทางปลายสายได้ชัดเจน!

               พี่!...บะ..บราว” ผมเอ่ยเรียกปลายสายพลางมองหน้าพี่โจ๊กเกอร์ไปด้วย ผมนึกว่าจะโดนด่ายับแล้วให้ตัดสาย แต่ปรากฏว่าร่างสูงตรงหน้ายิ้มร้ายแปลกๆ

               (บิลครับ อยู่ไหนครับ โดนไอ้โจ๊กเกอร์มันทำอะไรอีกหรือเปล่าครับ!!) พี่บราวถามอย่างเป็นห่วง ผมนึกหน้าพี่เขาออกเลยแหล่ะว่าสีหน้าจะเป็นยังไง พี่โจ๊กเกอร์คว้าโทรศัพท์ผมไปแล้วเปิดลำโพง

               หึหึ กูก็อยู่กับมันนี่ไงวะ” พี่โจ๊กเกอร์พูดเข้าไปในสาย

               (ไอ้โจ๊กเกอร์!! มึง!)

               มึงโทรมาขัดจังหวะจังวะ” พี่โจ๊กเกอร์พูดพลางขยับเข้ามาชิดผมเรื่อยๆ ผมขยับหนีจนหลังชิดขอบเตียง มือแกร่งเลิ่กเสื้อผมขึ้นก่อนจะค่อยๆลูบเอวผมช้าๆ ริมฝีปากหนาก้มลงพรมจูบไปทั่วหน้าท้องของผมก่อนจะเลื่อนขึ้นมาละเลงลิ้นเลียวนรอบจุกนมสีหวาน ทำให้ผมเสี่ยวซ่านไปทั่วท้องจึงส่งเสียงครางออกมาเล็กน้อย

               อ๊ะ..อื้ออ..พะ..พี่

               “อ่า..กูกำลังจะ รักร่างกาย น้อยๆนี่เลย มึงอยากจะได้ยินเสียงหวานๆปะวะ

               (ไอ้โจ๊กเกอร์!!!) พี่บราวพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นอย่างปิดไม่มิด ถ้ากระชากคอพี่โจ๊กเกอร์มาหั่นทิ้งได้ คาดว่าคงทำแล้ว

               พะ..อื้ออ จ๊วบ!” ผมจะพูดห้ามพี่โจ๊กเกอร์ แต่คำพูดนั่นก็กลืนลงคอไปอย่างง่ายดาย ตามมาด้วยลิ้นร้อนที่แทรกเข้าโพรงปากผมอย่างง่ายดาย ก่อนจะดูดปากผมดังจ๊วบ

               (มึงอย่าเข้าใกล้บิลออกห่างเดี๋ยวนี้!!)

               มึงสั่งกูได้หรอวะหึ

               (อย่าให้กูเจอมึงอีกทีนะ!! นั่นแฟนกูไอ้สัด!!!)

               บิล..พูดซะ” พี่โจ๊กเกอร์หันมากดดันผมแทน แอบใจเต้นที่พี่เรียกชื่อผม..คำตอบในใจผม มันชัดมานานแล้วล่ะ

               พี่บราว..เลิกกันเถอะครับ

               (บิลเราโดนมันบังคับใช่ไหม!!! ไม่ต้องไปกลัวมัน!) ไม่กลัวก็แย่แล้วครับพี่บราว=_=

               “หึ มึงรู้ปะวะไอ้บราว

               (...)

               แฟนเก่ามึงน่ะ..ชอบส่งตาหวานๆให้กู เอาซะกูเถียงไม่ออก..ส่งขึ้นเตียงทีไร ก็ตอดรัดของของกูไม่ถอยเหมือนกัน

               (!!!!)

               ติ๊ด!

               ไม่ทันที่จะรอฝ่ายนั้นตอบ พี่โจ๊กเกอร์ก็ตัดสายไปเสียดื้อๆ จากนั้นก็สบตาผมนิ่ง..ผมกระพริบตาถี่ๆตอบกลับ

               หึ มึงน่ะแน่นจริงนะ

               “เอ่อ..

               “กูขอเช็คหน่อยแล้วกัน ว่ายังแน่นอยู่หรือเปล่า!”

               แคว่กกกก!!

               เห้ยเสื้อผม...ขาดไปกี่ตัวแล้ววะเนี่ย

(ต่อ)


ผมคิดก่นด่าคนตรงหน้านี่ในใจแค่ไม่กี่วิเองแท้ๆ แต่ทว่าริมฝีปากหนานั่นกลับไล่พรมจูบบนเรือนร่างของผมไปหลายตำแหน่งแล้ว พี่โจ๊กเกอร์ขยับตัวเข้าประชิดผมแล้วจับผมพิงขอบไว้แน่น แต่ผมใช้มือดันไหล่แกร่งออกไปนิดหน่อย แต่ทว่ากลับเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์

               แกร๊ก!

               “เห้ยผมมองที่ข้อมือตนเองเองข้าง มีกุญแจมือสีเงินคล้องอยู่ ผมว่าจะประท้วงกับพี่แกเสียหน่อย แต่ดวงตาสีดำสนิทยังคงมองผมอย่างหื่นกระหายแบบปิดไม่มิด ริมฝีปากเผยลิ้นร้อนละเลงเลียตั้งแต่ท้องน้อยขึ้นไปยังเนินอก เรียกความเสียวซ่านให้กับผมไม่น้อย

             ++++++++++++++++++++ NC +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

               และเย็นวันนั้นดนตรีสากลที่มีเสียงครางเป็นหลักและเสียงเนื้อกระทบเนื้อเป็นซาวด์ประกอบก็เริ่มบรรเลงอย่างต่อเนื่อง...

               ไม่รู้เลยว่ามันจะจบที่ตอนไหน

               END BILL

 

               23.25 น.

               Rrrrr Rrrrrr

               โทรศัพท์เจ้าปัญหาของบิลดังขึ้นมาเป็นรอบที่3 แต่ทว่าร่างบอบบางที่มีรอบม่วงๆทั่วทั้งตัวกลับไม่กระดิบเลย โจ๊กเกอร์เริ่มคิดว่าเขายังมีลมหายใจอยู่หรือเปล่า        

               เมื่อเสร็จกิจกรรมออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแล้ว โจ๊กเกอร์ก็พาร่างกายอันบอบช้ำของบิลไปชำระร่างกายให้ บิลเองก็ยังเดินตามแรงดึงของเขาเหมือนกัน แต่สติยังอยู่ไหมก็เป็นอีกเรื่อง เมื่อออกมาจากห้องน้ำ บิลพุ่งไปที่ที่นอนทั้งๆที่ยังไม่แต่งตัวด้วยซ้ำ

               มีหรือโจ๊กเกอร์จะใส่เสื้อให้น่ะ ไม่มีทาง! ร่างสูงเห็นแล้วก็หมั่นไส้จึงโยนอันเดอร์แวร์ที่ถอดทิ้งไว้ใส่หน้าบิลที่นอนสลบอยู่ ดูท่าว่าสติจะไม่อยู่กับตัวตั้งนานแล้วแหล่ะ..

               หลังจากนั้นไม่กี่นาทีโทรศัพท์สายแรกของบิลก็ดังลั่น โจ๊กเกอร์เดินไปดูรายชื่อคนที่โทรเข้ามาก็ถึงกับคิ้วกระตุกแรงๆ

               ไอ้ริทเพื่อนร่อน

               ไอ้หน้าอ่อนนั่นนี่เอง ด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว โจ๊กเกอร์จึงไม่รับให้แถมยังปาโทรศัพท์บิลไปที่เตียงแรงๆ โทรศัพท์จึงกลิ้งหลายตลบและตกลงพื้นในที่สุด โจ๊กเกอร์เดินตามไปดูนิดๆพบว่าหน้าจอแตกเป็นทางยาว

               เฮ้อ...เวรกูชิบหาย ไอ้เด็กเปรตไม่รู้จะโทษความผิดใคร จึงโทษริทเสียงั้นที่โทรมาให้เขาอารมณ์เสีย

               Rrrrr Rrrrr

               และริทก็ยังโทรมาเรื่อยๆ...จนรอบที่3....4.....5..... แน่นอนว่าคนขี้รำคาญอย่างโจ๊กเกอร์ต้องทนไม่ไหวอยู่แล้ว ร่างสูงจึงก้มลงหยิบไอโฟน6 ขึ้นมาสไลด์หน้าจอเพื่อจะรับสายบ้าๆนี่

               เชี่ย!! เลื่อนไม่ได้!!” โจ๊กเกอร์สบถดังลั่น ยิ่งหัวเสียกว่าเดิมอีก ไอ้เด็กนี่ก็โทรมาไม่รู้จักเหนื่อย

               “นี่มึงจะมายุ่งกับไอ้บิลใช่ไหมไอ้เด็กเปรต!” โจ๊กเกอร์ตะโกนใส่หน้าจอแตกๆ ก่อนจะกระทืบซ้ำ หน้าจอแตกร้าวตอนแรก ตอนนี้แตกละเอียดและหน้าจอดับเรียบร้อย...

               ไม่พังก็ให้มันรู้ไปสิ..ตีนใครดูด้วย ตีนโจ๊กเกอร์เลยนะ

               โจ๊กเกอร์มองศพโฟนอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินไปหาเสื้อผ้ามาใส่ให้บิล ก็ในเมื่อเขาทำโทรศัพท์บิลพังขนาดนี้ ก็คงติดต่อเพื่อนไม่ได้..ก็คงต้องพากลับหออย่างเดียวล่ะมั้ง...

               อันที่จริงก็กะจะให้บิลอยู่นี่จนเช้าแล้วค่อยพากลับอยู่หรอก แต่นั่นมันกรณีโทรศัพท์ยังติดต่อได้ เห็นบิลบอกว่าวันพรุ่งนี้มีพรีเซนต์งานตอนเที่ยง เขาไม่อยากให้ร่างเล็กตรงหน้าเสียการเรียนเท่าไหร่

               ดูแลเพื่อนผมด้วยแล้วกัน!’

            เสียงของริทดังก้องในโสตประสาทของโจ๊กเกอร์ซ้ำๆ อันที่จริงก็ไม่ได้อยากดูแลเท่าไหร่หรอก! ที่ทำน่ะจำใจทั้งนั้น

               ก็ถ้าให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นมาชี้หน้าดูถูกเขาล่ะก็...เขายอมดูแลบิลให้ดีกว่าเดิมนิดหน่อยก็ได้วะ

               ไม่ได้อยากทำสักหน่อย!!!!

               โจ๊กเกอร์เถียงในใจไปมาเป็นร้อยรอบก่อนจะจัดการอุ้มร่างเล็กที่หลับสนิทเข้ามาในอ้อมอก...แล้วเดินออกจากห้องไป


+

+

+


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #36 Sophita Sinpomart I'mso (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 06:13
    เฮ้ยพี่โจ๊กชอบก็บอกว่าชอบดิ555
    #36
    0
  2. #35 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:31
    วร้ายยยยย (ขอวิบัติ) นี่ยังไม่รู้ใจตัวเองอีกเรอะ ห้ะ! พี่โจ๊กเกอร์ //รีบมาต่อนะไรท์ ### นี่มารอไรท์หน้าเว็บวันละ 3 ครั้งหลังอาหารได้โปรด มาต่อเถอะนะ ><
    #35
    0
  3. #33 Sophita Sinpomart I'mso (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 13:55
    โหมดนี้ยกให้พี่โจ๊กเลยค่ะ พังมาก
    #33
    0
  4. #32 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 21:49
    วร๊ายยยยยย (ขอวิบัติเพื่ออรรถรส) ชัน
    ้นชอบโจ๊กเกอร์โหมดนี้ ชั้นชอบเขา ชั้นชอบเขา ชั้นชอบเขา ชั้นรักเขา งืออออ //รีบมาต่อนะไรท์ ค้าง! ค้าง! ค้างมากกกกข่าาา
    #32
    0