เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 5 : BAD ADDICT 04 130%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    1 พ.ค. 59

ตอนที่04

               BILL PART

กริ๊งงงงง กริ๊งงงงงง  กริ๊งงงงง

เสียงโทรศัพท์แล่นเข้ามาในโสตประสาทของผม...อ่า...นี่กูฝันหรือความจริงวะ อืม...อาจจะฝัน...หรือจริง...

ครับ..ครับก่อนบ่ายโมง ครับ” ผมได้ยินเสียงงัวเงียของใครบางคนรับโทรศัพท์ ก่อนที่จะรู้สึกยวบยาบของเตียงข้างๆ ผ้าห่มถูกดึงไปพรืดนึง ผมค่อยๆลืมตาหนักๆของตัวเองขึ้น

อ่า...หนักตา...ปวดตัว...หนาวด้วย..ชิบหาย ป่วยแน่นอนกู

ผมค่อยๆขยับตัวเท่าที่ทำได้ แต่เหมือนจะไปสร้างความรบกวนให้คนข้างกาย พี่โจ๊กเกอร์หันมามองผมเล็กน้อย ผมยิ้มแห้งๆกลับไปให้ ถ้าปกติพี่โจ๊กเกอร์จะหันกลับไปนอนต่อโดยไม่สนใจ แต่คราวนี้กลับจ้องผมเสียเขม็ง

ทำไมหรอพี่ อ๊ะ..” พลาดแล้วกู..ตอนแรกผมว่าจะเนียนนอนยาวๆ เผื่อตื่นขึ้นมาจะดีขึ้น แต่พอผมทักพี่เขาไป เสียงที่เปล่งออกไปกลับแหบจนแทบจะมีเสมหะพ่นออกมาด้วย

“….” พี่โจ๊กเกอร์ยังคงครองตำแหน่ง คิงเงียบ เขาแค่มองผมนิ่งๆอีกตามเคย สักพักก็ปัดผ้าห่มออกจากตัว แล้วลุกจากเตียงไปค้นกระเป๋าตนเอง ผมมองตามอย่างงงๆ ถึงจะทำได้แค่กวาดตาตามก็เถอะ

พี่โจ๊กเกอร์เดินไปค้นกระเป๋าตัวเองสักพัก ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วเทน้ำเปล่าใส่แก้ว กดน้ำร้อนเติมเข้าไปด้วย ไม่รู้ว่าแอบไปต้มน้ำไว้ตอนไหน พี่โจ๊กเกอร์เดินมาข้างเตียงพร้อมกับซองสีขาวชมพูและแก้วน้ำ ก่อนที่มือแกร่งจะวางทั้งสองสิ่งไว้ที่โต๊ะข้างเตียงเสียงดังจนแทบจะเป็นโยน

วางเสร็จยังไม่วายจะมองหน้าผมอีกที

“….” และก็เงียบอีก...กูก็งงแดกไปเถอะ

อะไรอ่ะพี่..

ประเทศมึงไม่มีพารา?” จบละกู เลิกต่อปากต่อคำ พี่โจ๊กเกอร์ตอบกวนตีนหน้านิ่งกับผมก่อนจะเดินไปที่เตียงอีกฝั่ง ขึ้นเตียงแล้วล้มตัวนอนเช่นเดิม แต่กลับไม่ห่มผ้าห่มสะงั้น ผมนอนมองเพดานสักพักเพราะทำตัวไม่ถูก

ยานี่..ให้กูกินหรือเปล่าวะ...หรือวางไว้เผื่อตัวเองตื่นมาอีกรอบแล้วจะกิน..เมื่อวานเราก็โป๊ท่ามกลางสายน้ำกันทั้งคู่ พี่โจ๊กเกอร์อาจจะป่วยด้วยก็ได้ อืม...ว่าแล้วก็ปล่อยไว้ ไม่กินแม่ง

ง่วงกูนอนละ บอกคนอ่าน!

 

ตื่น...กูบอกให้ตื่น

อ่า..เวียนหัวชิบหาย...ใครเสือกมาเขย่าตัวกูอีก..

พรึ่บผมลืมตาขึ้นทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่า ใคร’ เสือกมาเข่าตัว ใครล่ะ..พี่โจ๊กเกอร์ไงโว้ยผมตื่นขึ้นมาก็เห็นสายตาดุๆของพี่โจ๊กเกอร์จ้องเขม็งมา ไม่ได้ดุแบบฟินๆนะครับ ดุแบบจะฆ่าผมอ่ะครับ ผมกลืนน้ำลายลงคอสุดแสนจะลำบากเลยครับ ทั้งคอที่แห้งปากเสมือนแวมไพร์กระหายเลือด บวกกับผมเริ่มเจ็บคอจากอาการป่วย ซึ่งก็งงว่าทำไมมันลุกลามเร็วเกิ๊น

เที่ยงแล้ว เช็คเอาท์บ่ายโมง” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงโหด ก่อนจะเดินไปค้นกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วโยนเสื้อยืดกางเกงขาสั้นมาให้ผม

ครับ..” ผมตอบรับเสียงแหบ ก่อนจะมองไปที่โต๊ะข้างเตียง ซึ่งมียาและน้ำวางอยู่เฉกเช่นเดิม

ทำไมไม่กินยา” พี่โจ๊กเกอร์เดินมานั่งลงที่เตียงข้างๆผม ก่อนจะถาม...ถามเหมือนเป็นห่วง...แต่หน้าพี่มึงนี่จะเอากูไปหมกส้วมให้ได้ ผมกลัวเสียมากกว่าจะดีใจ

ก็ผมนึกว่า...พี่จะกิน

ควายชิบ!”

ก็ผม...กลัวว่าพี่จะป่วย

ใครกันแน่วะที่จะตาย” ป่วยครับ ไม่ได้จะตาย =_=

ฮ่ะๆ...ขอบคุณฮะ” ผมฉลาดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหยิบยามากินและดื่มน้ำตาม ผมทำสีหน้าแหยเกกับการกินยา เพราะมันผ่านลำคอซึ่งผมเจ็บอยู่น่ะสิ

กูอุตส่าห์สละผ้าห่ม ทำไมไม่ห่มวะ โง่อีกแล้ว?” พี่โจ๊กเกอร์ถามผม แต่ออกแนวด่ามากกว่ายังไงไม่รู้ น้ำเสียงดูเหวี่ยงๆชอบกล ถ้าจะตายเพราะหวัดก็น่าจะตายเพราะโดนพี่แกฆ่าก่อน

ใครจะรู้ล่ะ..” ผมพึมพำครับ ไม่กล้าพูดดัง พี่โจ๊กเกอร์ก็แลหัวเสียมากเลย เหมือนจะหงุดหงิดผม...เอ่อ กูทำอะไรไปงั้นหรอ ตอบ!!!

ผมนั่งทำหน้าตีมึนบนเตียงสักพักพี่โจ๊กเกอร์ก็บอกให้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ผมนี่สะดุ้งจนร้าวไปทั้งตัว

ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบเทพๆฉบับพวกโดนเอาแล้วเจ็บตูดจนขยับไม่ได้ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นเดิน ผลคือ...

วูบบบ

เชี่ย!!” พี่โจ๊กเกอร์สบถดังแล้วรีบวิ่งมาประคองผมไว้ ผมตกใจเล็กน้อย...เกือบเอาปากไปจูบกับพื้นแล้วสิ ผมไม่ได้ขาอ่อนขนาดนั้นหรอกครับ แต่ผมหน้ามืด

ห่าเอ้ย ตัวโคตรร้อน จะตายยังวะ” พี่โจ๊กเกอร์ดึงตัวผมขึ้นมาก่อนจะจับแขนผมวัดอุณหภูมิ...ปกติเค้าจับหน้ามั้ยพี่

ผมมึนๆอ่ะพี่” ผมยอมรับแต่โดยดี ถ้าไปโกหกก็จะโดนด่ากลับมาอีกตามระเบียบ

ก็โง่มั้ยยาก็มี ผ้าก็มี ไม่กินไม่ห่มสักอย่าง กลับบ้านเองเลยมั้ย?” พี่โจ๊กเกอร์ยังคงบ่นผมต่อ ก่อนจะขยี้หัวตัวเองแรงๆ แล้วเดินเก็บของเล็กน้อยใส่กระเป๋า ไม่ลืมที่จะจิ๊กของใช้ในห้องน้ำของโรงแรมไปด้วย

ผมนั่งรอพี่โจ๊กเกอร์มึนๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่แบตแดงมาเช็คอะไรนิดๆหน่อย พวกไอ้ริทมันโทรมาหลายสายเลย ผมเลยโทรกลับเสียหน่อย เดี๋ยวแม่งไปหาศพผมที่วัดแล้วทำไง ผิดที่เลย ที่จริงกูโดนฝังแล้ว

(ไอ้บิลโว๊ยยมึงไปเผาที่วัดไหน!) น่านไง กูว่าละ!!

กูอยู่โรงแรมอะไรก็ไม่รู้

(เอ้า ไปได้ไงวะเห้ย ทำไมเสียงมึงแฟบจังวะ)

มาได้ไงช่างกูเถอะ ส่วนเสียงคือกูป่วย

(เอ้า ทำตัวปริศนาชิบ  เออ มีรุ่นพี่มาถามหามึงที่หอด้วย)

หรอวะ” ผมตอบรับไปงั้นๆ เพราะคิดอยู่แล้วว่าน่าจะเป็นพี่บราวแน่ๆ

(เออ แล้วนี่มึงจะมาเรียนบ่ายป่าววะ)

โดดได้ไหมวะ

(เออ นอนพักเถอะมึง เดี๋ยวกูเลคเชอร์เผื่อ ไม่เช็คชื่อชัวร์)

แต้งว่ะ เดี๋ยวกูคงกลับแล้ว เจอกันหอ

(เจอกัน)

เมื่อวางสายจากไอ้ริท ผมก็เห็นพี่โจ๊กเกอร์ยืนพิงตู้เสื้อผ้าแล้วมองมาที่ผม หน้าตายังคงนิ่งเหมือนเดิม ทำเอาผมทำตัวไม่ถูกได้แต่กระพริบตาปริบๆ

เสร็จก็ลุก” พี่โจ๊กเกอร์สั่ง ผมลุกขึ้นช้าๆก่อนจะเดินตามหลังพี่โจ๊กเกอร์ออกจากห้องไปยังลิฟต์

ผมรอพี่โจ๊กเกอร์เช็คเอาท์ไม่นาน พี่แกก็เดินออกจากโรงแรมไปเฉย ไม่บอกผมสักคำ ผมจึงลุกเดินตามออกไป...อื้อหือ แดดจ้าเลยพระเจ้า เมื่อก้าวออกมาประสบพบเจอกับอากาศร้อนๆทำให้ผมวิงเวียนศีรษะบ้างเล็กน้อย พี่โจ๊กเกอร์โยนกระเป๋ามาที่ผม ทำให้ผมเซไปด้านหลังเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งไปที่รถ

เอ้า...เทกูเฉย

พี่โจ๊กเกอร์เข้าไปในรถ ก่อนจะถอยรถแล้วขับมาตรงล็อบบี้ ผมก็ยืนถือกระเป๋าโง่ๆงงๆอยู่นาน พี่โจ๊กเกอร์คงทนในความโง่ของผมไม่ไหวจึงเปิดกระจกรถ

ยืนโง่อะไร จะกลับเองรึไง” ก็ไหนตอนแรกให้กลับเองไงวะ เอากระเป๋าไว้เบาะหลัง

ฮะๆ” ผมทำตามอย่างดี เมื่อก้าวขาเข้าไปในรถ พบกับแอร์เย็นๆผมก็เริ่มเคลิ้มอีกจนได้ หัวก็เคว้งคว้างอยู่แล้วแท้ๆ รถก็วิ่งนิ่มดี...

อ่า..หลับอีกแล้วหรอกู..ก็ง่วง

END BILL

 

JOKKER PART

ผมมองร่างเล็กข้างๆที่ผล่อยหลับไปภายในไม่กี่นาทีหลังจากขึ้นรถนิ่งๆ ผมเอื้อมมือไปปิดแอร์ฝั่งนั้นก่อนจะเอามือไปแตะที่แก้มสองข้างของเจ้าตัว

ร้อนชิบ..จะไหม้รถกูปะวะ

ทำไมแม่งถึงได้โง่ขนาดนี้วะ ยาก็เอาให้ ผ้าห่มก็ให้ห่ม เสือกไม่ทำสักอย่าง ผลเลยเป็นแบบนี้ไง ผมถอนหายใจยาวๆอย่างเซ็งๆ ภาระกูอีกต้องพาไปหาหมอ จะปล่อยตายคาห้องก็กลัวส่งกลิ่นไปห้องอื่น

อื้อ...พี่...โจ๊กเกอร์...” ร่างบางข้างๆละเมอพึมพำชื่อผมเบาๆ ผมเปิดไฟเลี้ยวจอดรถข้างทางใส่เบรกมือ ก่อนจะเขยิบตัวมามองหน้าคนจับไข้นี่ชัดๆ

ใบหน้าขาวที่ตอนนี้เปื้อนเจือปนไปด้วยสีแดงจากพิษไข้ เหงื่อไหลซึมที่ไรผมจนสังเกตเห็นได้ ปากก็บ่นพึมพำยังกับจะสั่งเสียแหน่ะ หึ...

กูขี้เกียจดูแลมึงว่ะ” ผมบ่นกับตัวเองอย่างเซ็งๆ ทั้งๆที่อยากจะหักคอมันตั้งแต่ตอนนี้อาสาจะให้ผมลงความแค้นทั้งหมดที่ตัวเองแล้ว พูดตัวสีหน้าเจ็บปวดขนาดนั้น..ทำเพื่อเพื่อนงั้นหรอ?

หึ...เพื่อนรักน่าดู แอบรักเพื่อนหรือเปล่าวะ

พี่...โจ๊ก..เกอร์..

...รำคาญว่ะ..

รำคาญที่ทำไมกูต้องดูแลมึงด้วยวะ...น่ารำคาญ

END JOKKER

 

ผมตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของเพื่อนร่วมห้อง เหมือนพวกมันจะเล่นเกมกันเป็นทีมอย่างเมามันส์

ไอ้บิลตื่นแล้ววะ” ไอ้เฟย์ตะโกนบอกคนอื่น ทุกคนต่างกรูเข้ามารุมผม

เชี่ย ตัวยังร้อนอยู่เลย

ไฟลุกแน่นอน” พวกไอ้ริทแซวกันขำๆ ผมหัวเราะแห้งๆให้พวกมัน

กี่โมงแล้ววะ” ผมถามไปมือก็ควานหาโทรศัพท์ไปด้วย

2ทุ่มละ” ผมพยักหน้ารับ พวกมันก็วิ่งไปหาอะไรให้ผมกินก่อนจะเอาถุงยามาให้ผม มีทั้งยาฆ่าเชื้อ ยาแก้คัดจมูก ยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ ยาอม มาครบเลยครับ

แต้งกิ้ว

ผมหันมาสนใจโทรศัพท์เปิดไลน์ดู..ที่จริงก็หวังว่าจะมีข้อความดีๆจากคนๆนึงส่งมาให้บ้าง เช่น

ตายรึยัง? หรือ หายใจอยู่ไหม?   แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญแล้วครับ

แต่ปรากฏว่าว่างเปล่า...ไม่มีแม้แต่สติ้กเกอร์มาเลย ฮ่ะๆ...พอผมป่วยก็คงหมดประโยชน์ไปสักพักสินะ

นี่พี่ทิ้งผมอีกแล้วหรอ...

เออ ว่าแต่พี่ชายมึงหล่อดีเนอะ” ไอ้เวทบอก ผมนี่หันควับไปหามันทันที

พี่ชาย?”

เออ ก็คนที่พามึงมาไง ไปนอนกับพี่ก็ไม่บอก ติดพี่ชายหรอวะ” ไอ้เฟย์แซวต่อ ผมที่ยังเรียบเรียงเรื่องไม่ถูก ถึงกับงงแดก

พี่เขาก็ซื้อยามาให้มึงเนี่ย” ไอ้ริทพูดพลางชี้ไปที่ถุงยา...

อ่า..จู่ๆก็ยิ้มว่ะ

เอ้า ยิ้มเหี้ยอะไร ตกใจ เมื่อกี้ยังทำท่าจะร้องไห้

เปล่า คิดถึงพี่ว่ะ ฮ่าๆ” ผมตอบเสียงแหบๆไปยิ้มไป พวกไอ้ริทเหมือนจะไม่สนใจ ยัดจานข้าวใส่มือผมแล้วบังคับให้กิน ตอนนี้ให้กินชาบูชิกูก็กินได้โว้ย!

ก่อนนอนผมไม่ลืมจะส่งไลน์ไปหาพี่โจ๊กเกอร์

B : ขอบคุณฮะพี่

               บางทีก็เกลียดการ read ไม่ตอบเหมือนกันแหะ แต่ก็ไม่ค่อยจะตอบผมเท่าไหร่อยู่แล้ว

               J : อืม

               แต่วันนี้ตอบว่ะว่าแล้วกูก็ขอเต้นระบำก้นหน่อยเถอะ!!

               “ไอ้สัดบิล นอน!” ไม่ทันได้ลุกขึ้นเต้น พวกแม่งก็ปาหมอนใส่ผมให้ผมนอน ฮ่าๆ กูเต้นในฝันก็ได้!


(ต่อ)


คืนนั้นผมก็นอนซมทั้งคืน ตื่นเช้ามาพวกไอ้ริทบอกว่าผมละเมอเรียก โจ๊กเกอร์ๆ ทั้งคืน นึกว่าผมไปติดพนันไพ่บ่อนไหนมา พอผมรู้ก็อายนิดๆแหะ ปล่อยให้แม่งเข้าใจกันไปแบบนั้นแล้วกัน

               ไอ้บิล หน้าแดงๆว่ะ ไข้ไม่หาย?” ไอ้ริทหันมาถามผม ผมถึงกับหันไปมองมันหน้ามึน

               เปล่าๆ เหม่อว่ะ

               “จารย์เค้าเปิดสไลด์24แล้วนะ มึงยังเปิดชีทหน้า12อยู่เลย” ไอ้เวทนั่งข้างๆสะกิดบอกผม ผมมองชีทตัวเองแล้วเงยหน้ามองโปรเจคเตอร์หน้าห้อง

               เชี่ยไปไกลขนาดนั้นเลยหรอวะ

               งามแล้วกู...ขอลอกมึงแล้วกันไอ้เวท มึงจนสวยไปไหน” เลคเชอร์ในชีทมันโหดสุดๆครับ หน้า4สีแถมลายมือสวย ของไอ้ริทนี่ดินสอล้วน ไอ้เฟย์พอๆกับผม ปากกาแดงดำน้ำเงินสลับกัน

               เออๆ มึงก็จดอันหลังๆไปด้วย ติดFปี1นี่ไม่ตลกนะครับเพื่อน” ผมซี๊ดปากนึกถึงอนาคตที่ดับวูบ...เออ ไม่ตลกน่ะสิว่าแล้วก็ตั้งใจเรียนต่อ

               ถึงแม้ว่าจะเรียนไม่ค่อยเข้าหัวก็เถอะ ฮ่าๆ

               ติ๊ง!

               เสียงไลน์เด๊งสะดุ้ง ทำให้ผมตกใจลนลานรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูทันที โชคดีที่เปิดเสียงไว้ไม่ดัง ไม่งั้นโดนไวท์บอร์ดปาใส่หัวแน่นอน จารย์แม่โคตรโหด!

               J : ไม่ว่าง

               อ้อ.. พี่โจ๊กเกอร์นี่เอง คงจะงงสินะครับว่าคืออะไร ส่งมาห้วนๆในเวลาบ่ายๆแบบนี้แปลว่า ตอนเย็นไม่ว่าง จะไปไหนก็ไป’ ครับ แปลว่าผมไปก๊งเหล้ากับเพื่อนได้!

               B : คร้าบ

               ผมตอบพี่โจ๊กเกอร์ไปทันที

               “เห้ย มึงชวนกูไปโยกวันนี้ใช่ปะวะ” ผมหันไปถามไอ้ริท มันก็พยักหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาจดเร็วๆแล้ววางปากกาหันมาคุยกับผม

               ทำไมทุกทีเห็นไปไม่ได้ ถามไมวะ

               “วันนี้กูฟรีว่ะ!”

               “เลิศสาดกูนักน้องโนตมไว้กลุ่มนึงพอดีเลยมึง เขามากัน4” ไอ้เฟย์ชะโง้กหน้ามาร่วมบทสนทนาครับ

               เลิศกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ไอ้บิลทำดี! ไอ้เฟย์ทำดี!” ไอ้เวทช่วยสนับสนุน ผมก็พยักหน้ารับครับ ที่จริงแอบตื่นเต้น ได้ออกรอบแถมได้เต๊าะสาว...เอ่อ อย่าเข้าใจผิดครับ เปลี่ยนบรรยากาศเฉยๆครับ สาวๆไม่อยู่ในสายตาผมหรอก...

               แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า แล้วสาวๆโนตมทั้งหลายอยู่ในสายตาพี่โจ๊กเกอร์ไหมน้า

               เมื่อเลิกคลาสพวกผมก็ยกโขยงกันกลับหอก่อน แต่ละคนแปลงโฉมเปลี่ยนเสื้อผ้ากระชากใจสาวๆทั้งนั้น มันแต่งให้ดูมีตังค์อะครับ ส่วนผมเสื้อเชิตกางเกงสามส่วนรองเท้าผ้าใบเป็นพอ ผมก็เซตเป็นทรงพอประมาณ ไม่โอเวอร์เหมือนพวกไอ้ริทหรอกครับ เตรียมตกเด็กชิบหาย!

               สาวที่ไหนวะ” ผมถาม

               บริหารปี1 แจ่มๆทั้งนั้นคร้าบเห็นคนนึงบอกจะหิ้วน้องสาวม.6มาด้วย” ไอ้เฟย์อธิบาย

               ชิบหายพรากผู้เยาว์ปะวะ” ผมถามอย่างตกใจ เดี๋ยววันต่อมีหมายศาลมาที่หอผมนี่ ขำไม่ออกกันนะครับ

               น้องเขาบอกว่า18ในอีกสองวัน

               ชิทรู้ขนาดนี้มึงแอบคุยกันมากี่วันแล้ว” ไอ้ริทรู้ทัน

               ไม่กี่วัน แต่นานพอจะชวนมาคลอเคลียได้แหล่ะว้า” ไอ้เฟย์อวดได้ภูมิใจสุดๆ หวังว่ามึงยังไม่กินตับกันนะ สงสารสาวๆที่โดนมึงฟันแล้วปล่อยเกาะ!

               “นี่2ทุ่มครึ่งแล้ว นักไว้3ทุ่มใช่ป่ะ ไปรถใคร” ผมถาม

               รถกู แต่ไอ้ริทขับ” ไอ้เวทตอบผม ผมก็พยักหน้ารับเฉยๆก่อนจะนั่งรอพวกมันจัดเต็มอีกนิดหน่อย ผมเอาไปโทรศัพท์ครับ เป๋าตังพวกมันออกล้วนๆ

               ผับนี้เห็นว่าอยู่ไกลมหาลัยหน่อย แต่แถวนั้นย่านผับครับ มีให้เลือกตั้งแต่ร้านที่ไม่รู้จักเจ้าของ ยันร้านที่เจ้าของเป็นพี่รหัสของผมเอง พี่ทีนั่นเอง และแน่นอว่าจะไปเข้าร้านคนไม่รู้จักทำไม

               เฮียคร้าบบบบ” ผมเดินไปทักทายพี่ทีที่ชั้นVIP ก่อนจะโบกไม้โบกมือให้พวกแม่งไปนั่งโต๊ะกันก่อน หรือจะไปอ่อยสาวก่อนก็ไป

               ไอ้แสบตกใจหมด มาไม่บอก

               “เซอไพรส์วันนี้ผมเป็นไท

               “หึ ไปๆ ยุ่งโว้ย จะมากวนรึไง

               “แหะๆ มากวนจริงๆนั่นแหล่ะ ไปและ นัดสาวไว้” ผมบอกก่อนจะขยิบตาให้พี่ที แล้วเดินออกจากห้องทำงานแกมาชั้นล่าง แสงสลัวมืดๆทำให้ผมมองหาโต๊ะที่ไอ้พวกนั้นนั่งตั้งนาน ก็เห็นไอ้ริทยืนโบกไม้โบกมือ

               มาเร็ว ให้สาวๆรอใช้ได้ที่ไหน” ไอ้ริทด่าผมเบาๆ ก่อนจะดันผมเข้าไปนั่งข้างๆเจ๊คนสวยที่ใส่สายเดี่ยวนมล้นเต็มที่เลยครับ

               นี่เพื่อนผมอีกคนครับ ไอ้บิลครับ มันไม่ค่อยจะได้มา อาจจะติ๋มๆไปหน่อยแต่รวยครับ” ทำไมต้องโปรโมตฐานะกูฟะ

               ผิวขาวมากเลยนะคะ มิ้วชอบจังค่ะ” ชอบผิวหรือชอบกูครับ ฮ่ะๆ เจ๊สาวข้างๆผมพูดพลางลูบไล้แขนผมไปด้วย รู้ได้ไงว่ากูขาวนี่มืดจะตาย

               ผมก็ไม่ขาวขนาดนั้นหรอกครับ” ผมตอบกลับอย่าง(น่าจะ)มีมารยาท มิ้วไม่พูดเปล่าพลางเอาแขนมาคล้องแขนผมเฉย

               ตัวก็หอมนะคะ” มิ้วเอาหัวมาถูแถวไหล่ของผม ผมเธอที่ปล่อยยาวนั้นโดนเนื้อตัวผมบางทีก็รู้สึกจั๊กจี๋แปลกๆ

               ฮ่ะๆ ทุกคนเชิญตามสบายเลยครับ พี่รหัสผมบอกเลี้ยงครับ” ที่จริงมาคราวก่อนเฮียเคยบอกว่า มาก็สั่งตามสบาย กูเลี้ยงเอง’ ผมถือโอกาสนั้นใช้ทุกครั้งที่มา

               เส้นมันใหญ่ก็งี้แหล่ะครับ” ไอ้ริทเสริม ผมก็ยิ้มค้างไว้บนหน้า ในใจผมคงเป็น =_= ละมั้งครั้บ อุตส่าห์นึกว่าจะได้ไปแดนซ์มันส์ๆ กลับต้องมาม่อสาวกับพวกมันซะงั้น รู้งี้ผมมาเดี่ยวดีกว่า

               ติ๊ง!

               เสียงไลน์เด๊งอีกแล้ว ผมหยิบขึ้นมาดูหน่อยๆ ถ้าเป็นไลน์กลุ่มไร้สาระผมว่าจะไม่สนใจ แต่บังเอิญขึ้นชื่อว่า ‘J’ เนี่ยสิ ไม่สนใจกูอาจจะไม่ได้ไปเรียนแล้วพรุ่งนี้ ผมเปิดสไลด์ดูข้อความ ข้อได้ข้อความสั้นๆที่ผมต้องเข้าใจเองอีกแล้ว

               J : ลงมา

               ไอ้ลงมาเนี่ย หน้าหอ หรือหน้าคณะ หรือหน้าบ้าน หรือที่ไหนวะ ผมนั่งหน้ามึนอยู่ไม่กี่วิ สงสัยพี่โจ๊กเกอร์จะเห็นว่าผมอ่านไม่ตอบ จึงส่งมาอีกที ถือเป็นการส่งไลน์ที่ติดต่อกันมากสุด!

               J : ไม่ลง?

               เดี๋ยว..ทำไมมาสไตล์ขู่วะ ผมเริ่มกลัว แต่ผมก็ยังไม่ได้ขยับออกไปไหนและยังไม่ได้ตอบพี่โจ๊กเกอร์

               Rrrrrrrrr Rrrr

               ‘รับด่วน

               เห้ยพี่โจ๊กเกอร์โทรมา ผมตกใจรีบรับทันที

               (ลงมา) เสียงที่ปลายสายกรอกมานั้นเหมือนกับหงุดหงิดอะไรมา แม้จะพูดไม่ดังมากแต่ผมกลับได้ยินมันชัดเจน

               ผมไม่ได้อยู่หอนะพี่

               (กูบอกให้ลงมาไง!) ผมนั่งตัวเกร็งทันที เมื่อฟังดีๆแล้วเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากปลายสายนั้น เป็นดนตรีของร้านที่ผมกำลังได้ยินอยู่เลยนี่หว่า!!

               ครับ” ผมตอบรับเสียงอ่อย ก่อนจะขอทางไอ้ริทเพื่อจะเดินออกไป แต่ไอ้ริทดันรั้งไว้เนี่ยสิ

               เห้ย ไอ้บิล มึงไปไหน

               “กูจะไปหาพี่” ผมบอกด้วยท่าทีลนลาน ไอ้ริทก็พยักหน้าเซ็งๆ มันคงกลัวว่าผมจะสร้างภาพลักษณ์ไม่งามในการตกเหยื่อของมัน แต่ผมก็ค่อยให้มันมาวีนทีหลังแล้วกัน!

               ผมวิ่งลงบันไดเหมือนซุปเปอร์แมนตีลังกาแล้วมาหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้า ซึ่งมาหลอดไฟทำให้สว่างบ้าง

               หมับ!

               ผมหันขวับทันทีเมื่อมีมือปริศนามาจับข้อมือผมอย่างแรงจนผมเบ้หน้าเพราะความเจ็บ แต่อยากจะเปลี่ยนเป็นยิ้มรับด้วยหน้าตาอันสดใสมากกว่า เมื่อคนที่มาเยือนนั้นหน้าโหดชิบหาย

               พี่มาไ...

               “มาได้ไง” พี่โจ๊กเกอร์ชิงถามก่อน

               มากับเพื่อนครับ” ผมตอบเสียงอ่อน พลางชี้ไปยังชั้น2ที่นั่งกันอยู่

               ทำไมไม่บอกกู?”

               เอ่อ..ผม..

               “มากับใคร!” พี่โจ๊กเกอร์ถามน้ำเสียงติดจะตะโกนด้วยซ้ำ ไม่รอฟังให้ผมตอบอะไรจบสักประโยค

               พวกไอ้ริทอ่ะพี่

               “แน่ใจว่าแค่นั้น?” พี่โจ๊กเกอร์มองผมอย่างกดดัน...ต้องบอกเรื่องเจอสาวไหมวะ...

               สาวบริหารด้วย..ครับ

               “หึ” พี่โจ๊กเกอร์บีบข้อมือผมแรงขึ้น ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองมาให้ผมดู เป็นหน้าไอจีของใครสักคน เป็นรูปผมกำลังนั่งพิมเจ๊มิ้วเมื่อกี้อย่างแนบชิด!! มุมกล้องเนียนสัดๆเถอะ มีข้อความอีก

หนุ่มการพัฒนานี่น่ากินจังเลย คืนนี้น่าจะได้อยู่ด้วยกัน ฮิๆ ฮิๆป้ามึงผมนี่นึกก่นด่าเจ๊มิ้วในใจสุดๆ ก็ว่าอยู่ทำไมเหมือนโดนเบียด!

ผมส่งโทรศัพท์คืนพี่โจ๊กเกอร์ ในใจก็หวั่นๆ ถ้าพูดอธิบายจะกลายเป็นแก้ตัวรึเปล่าวะ รูปมันชัดเจนสุดๆ!!

พี่ ผมแทบไม่ได้คุยกับเขาเลย” ผมตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น แต่เหมือนจะไม่ได้ผลจริงๆ

ชอบให้คนอื่นโดนตัวนักใช่ไหม?”

ไม่พี่ คือ..” ผมว่าจะอธิบายต่อ แต่ก็มีเสียงเรียกพี่โจ๊กเกอร์มาขัดจังว่ะเสียก่อน

เห้ย ไอ้โจ๊กมึงไปนานจังวะ อ้าว เด็กที่ไหนว้า น่ารักน่าฟัด” คนที่เดินมาจากด้านหลังพี่โจ๊กเกอร์เดินอ้อมมาข้างหลังผมแล้วก้มลงมาข้างๆหูผม

อ่าส์ กลื่นก็หอมไปเอามาจากไหนวะ” ไอ้พี่หน้าหล่อแต่สันดารแย่นั่นถามพี่โจ๊กเกอร์อย่างสนใจ...สนใจผมพี่โจ๊กเกอร์หน้านิ่งเหมือนคิดอะไรออก มุมปากร้ายนั่นยกยิ้มเหมือนคิดเรื่องสนุกได้

แต่ผมว่ามันคงไม่น่าปลื้มสำหรับผม

ไอ้เบิร์ด” พี่โจ๊กเกอร์เรียกชื่อเพื่อนเขาคนนั้น

หืม

สนใจก็เอาไปโต๊ะดิวะ กูบังเอิญเก็บได้แถวนี้แหล่ะ

“!!” คำพูดพี่โจ๊กเกอร์ทำเอาผมสตั้นไปหลายวิ เพลงที่ดังจนหูแทบแตกกลับไม่ได้เข้ามาอยู่ในโสตประสาทผมเลยสักนิด แม้กระนั่งสัมผัสอุ่นๆที่โอบเอวผมแล้วออกแรงให้เดินไปด้วยกันนั้น ผมยังนึกรังเกียจ ดวงตาผมจับจ้องแต่แผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่เดินนำไปโดยไม่หันมาหาผมสักนิด!

ผมเดินตามพี่เบิร์ดไปยังโต๊ะ...น่าจะเป็นโต๊ะแก๊งของพี่โจ๊กเกอร์สินะ แต่ละคนเห็นแล้วขนลุกสุดๆ ดูก็รู้ว่าฟันไม่เลือกทั้งนั้น คงได้ทั้งชายและหญิงสินะพวกนี้!

พี่โจ๊กเกอร์เดินเข้าไปนั่งข้างในก่อนเสมือนเป็นหัวหน้าแก๊ง(แต่ให้เดาคงไม่เชิงว่าเป็นหรอก) ผมเห็นพี่ปายและพี่ปอมองมาที่ผมงงๆ พี่ปอและพี่ปายรู้จักกับผมและค่อนข้างคุ้นเคยกันอยู่ พี่ปายอาจจะเงียบๆแต่พี่ปอก็ดูแลผมดีอยู่หรอก บางทีก็ชวนไปกินข้าวบ้าง

วันนี้กูจะหิ้วคนนี้ไปว่ะ ดีไหมจ๊ะ ที่รัก ฟ่อดดดดด” พี่เบิร์ดพูดแนะนำผมกับทุกคนในกลุ่ม ก่อนจะตบท้ายด้วยการหอมแก้มผมโชว์ ผมนึกรังเกียจจนอยากจะร้องไห้ผมมองไปยังพี่โจ๊กเกอร์อย่างขอความช่วยเหลือ น้ำตามันคลอเบ้าตาจนแทบจะไหลออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

ฮิ้วววว น่ารักสาดเสร็จแล้วกูขอต่อ!” ไอ้เจาะหูเก้าสิบรูที่นั่งอย่มุมโต๊ะตะโกนออกมา เพื่อนๆก็เฮฮิ้วตามประสากัน ผมเห็นพี่ปอหันไปกระซิบกระซาบกับพี่โจ๊กเกอร์อย่างงงๆ ผมก็หวังว่าพี่ปอจะช่วยผมได้บ้าง!

แต่แววตาที่พี่โจ๊กเกอร์มองมายังผมนั้น...ว่างเปล่า.....โกรธแค้นหรอ..ไหนพี่ว่าห้ามใครแตะต้องผมไง...

แล้วทำไมพี่ถึงผลักไสให้ใครๆแตะต้องผมล่ะ?

ไปครับที่รัก เข้าไปนั่งตรงนู้น เดี๋ยวพี่ตามไป” พี่เบิร์ดพูดก่อนจะส่งผมไปนั่งข้างๆไอ้พี่เก้าสิบรู แล้วพี่เบิร์ดก็มานั่งข้างๆผม

พรึ่บ!

ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเอวก็ถูกโอบโดยพี่เบิร์ด ส่วนไหล่ก็ถูกโอบโดยพี่เก้าสิบรู ผมได้แต่นั่งกลืนน้ำลาย มือสองมือประสานเข้าหากันจนแน่นไปหมด

จะให้ผมแหวกฝูงชนออกไปเลยไม่วายจะโดนลากขากลับมาปล้ำแน่นอน..เพื่อนเยอะขนาดนี้..ผมยังหาคนที่คิดจะช่วยผมไม่ได้สักคน

แม้แต่คนที่ผมรัก..ก็ไม่มีแววจะเหลียวมองมายังผมสักนิด ทั้งๆที่ผมนั่งตรงข้ามเขาแท้ๆ

อ่า..เชี่ย ตัวหอมจริงด้วยว่ะ!” ไอ้เก้าสิบรูหอมลงไปที่ซอกคอผม ก่อนจะโดนมือพี่เบิร์ดดันหัวออกไป จากนั้นพี่เบิร์ดก็กอดผมชิดกับอกตัวเอง

สต้อปวันนี้ของกูครับ อย่ายุ่ง” ผมได้แต่ทำตัวอ่อนไปตามแรงที่ใครๆต้องการ เหมือนลูกบอลโยนไปที่ใคร คนนั้นก็ต้องรับไปเล่นต่อ..ผมมีค่าแค่ลูกบอลเองหรอเผลอๆลูกบอลอาจจะสูงส่งกว่าผมด้วยซ้ำ

ผมได้แต่นั่งตำหนิติเตียนฐานะความเป็นคนของผมตอนนี้ว่ายังมีอยู่หรือเปล่า จู่ๆผมก็รู้สึกว่าขาอ่อนผมถูกใครลูบไล้อย่างน่ารังเกียจอยู่ ผมมองที่มือนั่น ปรากฏว่ามันคือมือของพี่เก้าสิบรูมือนั่นยังคงลูบไล้ข้นมาจนเกือบจะถึงง่ามขามถึงด้วยซ้ำ สักพักเขาก็เริ่มล้วงเข้าไปใต้เสื้อผม อาจเพราะมันมือด้วยจึงไม่มีใครสังเกตเท่าไหร่ แถมทั้งโต๊ะยังคุยกันสนุกสนาน ไอ้เก้าสิบรูปากก็คุยกับเพื่อนอย่างเนียน

               ผมจับมือพี่เขาไว้ก่อนจะดันออก แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้ มือนั่นเริ่มเลื้อยไปสอดเข้าเสื้อผมด้านหลังแทน ก่อนจะอ้อมมาด้านหน้า ไล่ขึ้นไปยังเนินอกของผม ผมรู้สึกรังเกียจจนอยากถลกหนังตัวเองออกไปเสียให้หมด

               ร่างกายนี้มันสกปรก!

               รังเกียจ...น่ารังเกียจ!

               ผมก่นด่าในใจ น้ำตาที่ตอนแรกเหือดแห้งไปแล้วกลับมาคลอเบ้าอีกครั้ง ผมหลับตาแน่นกับความรู้สึกขมขื่นนี่ ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหล่ออกมาจากหางตาผม ผมลืมมองภาพตรงหน้า..พี่โจ๊กเกอร์เขากำลังจ้องผมอยู่

               เขาเห็น..ทุกอย่าง..แท้ๆ

               อึ่ก..” ผมพูดไม่ออก..ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอย่างต่อเนื่อง ผมจ้องพี่โจ๊กเกอร์ไม่วางตา และพี่โจ๊กเกอร์ก็จ้องผมอย่างไม่วางตาเช่นกัน

               เหมือนในสถานที่นี้มีแค่เราสองคนอย่างนั้นแหล่ะ..ทว่าใบหน้าหล่อกลับเผยรอยยิ้มร้ายขึ้น ก่อนที่ปากจะขยับแบบไม่มีเสียง..

               พูดสิ

               ผมนิ่งมองว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไรต่อ...

               มึงเป็นของใคร

               เมื่อผมรับรู้ว่าพี่โจ๊กเกอร์จะสื่ออะไร ผมก็เริ่มจะกลั้นอาการสะอื้นไม่อยู่ น้ำตาก็ยิ่งจะไหลหนักกว่าเดิม จนสองคนข้างๆรู้สึกได้ ไอ้เก้าสิบรูเอามือที่แสนน่ารังเกียจของตัวเองกลับไปก่อนจะหันมามองผม พี่เบิร์ดก็เช่นกัน

               ฮึกก..ฮึก..ฮืออ

               “อ้าว ที่รักเป็นอะไรครับไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอ่อนโยนที่สุดเลยคืนนี้” พี่เบิร์ดเอามือลูบหัวผมก่อนจะก้มกระซิบปลอบใจ สายตาคนทั้งกลุ่มเริ่มจับจ้องมาที่ผม

               ไม่..ฮึกก..ครับ..ไม่..

               อะไรนะครับ?” พี่เบิร์ดถามผมซ้ำ

               ไม่..ครับ ฮือออ..ผมเป็นของ..ฮึกพี่โจ๊กเกอร์ ฮืออ เป็นของพี่โจ๊กเกอร์คนเดียว!” ผมพูดเสียงดัง ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบจนได้ยินเสียงเพลงชัดแจ๋ว ก่อนจะได้ยินเสียงลุกขึ้นของใครบางคน

               ครืดด

               หึ!”

               “เห้ยย ไรว้าไอ้โจ๊กไหนว่าเก็บได้ไงวะ” พี่เบิร์ดโวยวายต่อข้างๆผม ในขณะที่ผมต้องเช็ดน้ำตากับเสื้อ

               ก็เออไงวะ เก็บได้จากเตียงกูเอง” พี่โจ๊กเกอร์ตอบยิ้มๆให้พี่เบิร์ด ก่อนจะได้ยินทั้งสองคนข้างๆผมสบถ ไรว้า’ กับ ไอ้ห่า’ เบาๆ บางคนก็วี๊ดวิ้ว

               พี่โจ๊กเกอร์เดินออกมาจากฝั่งตรงข้าม แล้วเดินอ้อมมากระชากผมออกมาจากโต๊ะ แต่เหมือนพี่เบิร์ดจะไม่ยอม

               เห้ยมึงยกให้กูแล้วไง!” พี่เบิร์ดเถียง มืออีกข้างก็จับแขนผมไว้ พี่โจ๊กเกอร์หันมาหาพี่เบิร์ดก่อนจะพูดเสียงนิ่ง

               กูบอกให้พามาโต๊ะ แต่ไม่ได้บอกว่ายกให้มึง” ทำเอาพี่เบิร์ดเถียงไม่ออก พี่แกยอมปล่อยแขนผมแรงๆอย่างหงุดหงิดสุดๆ

               เอาน่า เดี๋ยวกูหาแจ่มๆให้ไอ้เบิร์ด!” พี่ปอพูดแทรก ทำให้พี่เบิร์ดยอมเออออไป แล้วกลับไปนั่งก๊งเหล้ากันต่อเหมือนเดิม ผมมองไปยังพี่ปออย่างขอบคุณ พี่แกก็ส่งยิ้มและยักคิ้วให้ผม

               พี่โจ๊กเกอร์ลากผมออกจากร้าน ไปยังรถลูกรักของเขา แล้วดันผมเข้าไปนั่งที่ข้างคนขับ ก่อนจะเดินอ้อมแล้วขึ้นรถ พวกเรานั่งกันเงียบๆ ผมยังสะอื้น สูดน้ำมูกอยู่บ้าง พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้สตาร์ทรถแต่อย่างใด

               รู้รึยัง ว่าตัวเองเป็นของใคร” พี่โจ๊กเกอร์เริ่มเปิดบทสนทนาก่อนด้วยเสียงเรียบเฉยปนเยาะเย้ยผมเสียมากกว่า

               ฮึก...อย่าบอกนะว่า..ที่ทำเมื่อกี้ก็แค่จะย้ำเตือนเรื่องนั้น!!” ผมหันไปมองคนข้างๆทั้งน้ำตา เหมือนจะเริ่มไหลอีกแล้ว

               เหมือนว่าจะได้ผลดีด้วยสิ

               “พี่รู้ไหมว่าผมเปลืองตัวแค่ไหน!! ฮึก..

               “มันจะได้ดังก้องในสมองมึงเสมอ ว่าร่างกายนี้..” พี่โจ๊กเกอร์เอื้อมมือมาจับคางผม ก่อนจะเลื่อนต่ำไปจับเอวผม ใบหน้าคมโน้มมาที่ซอกคอผมก่อนที่ริมฝีปากจะเผยอดูดกัดเนื้อสีขาวของผม จนผมรู้สึกเจ็บ แม้ว่าจะเป็นคอ...เอว...หรือปากมึง ก็เป็นของกู!”

               “ฮึก...ฮืออ...พี่ไม่เห็นต้องทำแบบนี้...ฮือออ...ทั้งๆที่ ฮึก..ทั้งร่างกายและหัวใจของผม..ฮึกก เป็นของพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วแท้ๆ...ฮืออ” ผมอาศัยจังหวะที่พี่โจ๊กเกอร์ยังอยู่ใกล้ คว้าไหล่แกร่งเข้ามากอดแน่น

               ฮือออออออ ฮึก...ผมรักพี่จะตาย..อยู่แล้ว ฮือออ ฮึก!” ผมสะอื้นหนัก แขนก็กอดร่างสูงแน่นไม่ปล่อย พี่โจ๊กเกอร์ก็ไม่ได้ดันผมออก แค่ค้างนิ่งไว้อย่างนั้น ผมก็ทำเพียงแค่กอดเขาแน่น

               กอดเขาไว้อย่างนั้น..และสะอื้นต่อไปอย่างบ้าคลั่งจนแทบหายใจไม่ทัน..แต่ก็มีมือผีมาปลอบผมเหมือนกันแหะ..ถึงจะเป็นสัมผัสเบาๆลูบที่หลังผมจนแทบไม่รู้สึกตัวก็เถอะ

               ฮือออ มือผีจริงๆนั่นแหล่ะ ฮึก..ผีที่ผมรักหรือเปล่านะ

 

 

 +

+


เอ๊! ยังไง จะยังไง เอ๊!

ทำไมต้องใจร้ายกับบิลขนาดนั้นอ่ะโจ๊กเกอร์!!!!

ปล.แต่รักรีดเดอร์ทุกคนเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ แต่งเพลิน50%หลังดันยาวกว่า50%แรกเฉย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #22 Tangmoksw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 11:58
    โจ๊กเกอร์เถื่อนโดนใจมากอะ >< 555
    #22
    0
  2. #21 today (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 22:53
    โจ๊กเกอร์ จริงๆแล้วเเกก็รักน้องบิลใช่ป่ะ ตอบ!!!
    #21
    0
  3. #20 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 23:36
    ทำไมต้องทำขนาดนี้อ่ะ งืออออ บิลทนโจ๊กเกอร์ไหวมั้ยลูก? ถ้าไม่ไหวบอกเจ้นะเดี๋ยวเต้ไปแทนน // รีบมาต่อนะไรท์ อยากอ่านต่อแล้ว งือออ
    #20
    0
  4. #19 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 08:28
    พี่โจ๊กเกอร์ของชั้นทำไงชั้นถึงจะได้เขาเนี่ย อร้ากกกกกก //ซึนเนอะ //รีบมาต่อนะไรท์อร้ากกกกกก
    #19
    0
  5. #18 Sophita Sinpomart I'mso (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 08:20
    อีกคนนี่ก็เกรงใจ อีกคนก็ปากแข็ง เอาที่สบายใจเลยจ๊ะ
    #18
    0
  6. #16 today (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 06:30
    เบื่อคนปากไม่ตรงกับใจ
    #16
    0