เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 34 : BAD ADDICT 31 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

ตอนที่ 31

 

                พี่โจ๊กเกอร์ทำการลากไอเน่าขึ้นรถอย่างกระอักกระอ่วน คือมันก็ดิ้นไงครับ แต่อารมณ์มันดูแปรปรวนแปลกๆ คือผมเดาว่ามันเล่นยาจริงๆครับ มันดูลงแดง กระสับกระส่าย

                บิล นั่งหลังพี่โจ๊กเกอร์พูดห้ามก่อนที่ขาผมจะก้าวไปนั่งหน้า เอ๊า! ทำไมให้ผมนั่งกับไอ้เน่าขี้ยาละพี่ กลัวนะ

                ทำไมอ่ะครับ

                ถ้ามันคลุ้มคลั่ง มึงจะได้คุมมันไม่ให้ทำลายรถกูโอโห เหตุผลพ่อคุณ กูซึ้งละ รักรถมากกว่ากูนั่นเอง

                ก็ได้ครับยังไงผมก็ต้องตอบรับอ่าครับ จะปฏิเสธอย่างไร ฮื่อ

                พี่โจ๊กเกอร์ออกตัวรถสายซิ่งสุดๆ ระหว่างทางไอ้เน่ามันสบถไปตลอดทาง มันดูหัวเสียมากๆ แต่ผมเองก็ยังไม่รู้แผนพี่โจ๊กเกอร์เขาเลยครับ เขาไม่เคยบอกและผมก็ไม่เคยตามอะไรทันสักที ไอ้เน่าคงกำลังรู้สึกเหมือนผม ว่าพี่เขาจะทำอะไรกันแน่?

                มึงได้แต่ดิ้นรน อย่างมึงจะทำอะไรได้ไอ้เน่ายังคงมั่นหน้าขู่ขวัญพี่โจ๊กเกอร์อยู่

                มึงได้กลับบ้านเกิดหาพ่อหาแม่มึงบ้างหรือเปล่า ไอ้ผักพี่โจ๊กเกอร์ไม่ตอบโต้ประโยคมัน แต่กลับถามคำถามใหม่แทน เสมือนถามสารทุกข์สุกดิบเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีเสียอย่างนั้น ได้หรอพี่

                เสือกเสียงไม่สบอารมณ์ของคนที่นั่งข้างผมตอบกลับ

                หึหึ

                มึงจะหัวเราะอีกนานไหมวะ!” ไอ้เน่าเริ่มประสาทแดกกับสไตล์การหัวเรอะของพี่โจ๊กเกอร์แล้วครับ ไม่เหมือนผม ชินแล้วครับ

                นานว่ะ หึหึพี่โจ๊กเกอร์วันนี้อารมณ์ดีเกินเบอร์จริงๆนะครับ ผมขนลุกซู่

                อ่า..บิล วันนี้บ้านมึงอยู่กันพร้อมหน้าหรือเปล่าวะพี่โจ๊กเกอร์เปลี่ยนคู่สนทนามาเป็นผมแทน ผมนิ่งคิดไปชั่วขณะ เพราะผมก็ไม่มั่นใจนัก ปกติก็จะไม่อยู่กันครบเลยครับ ไลน์ครอบครัวก็แน่นอนว่าไม่มี คนเดียวที่ผมนึกออกคือพี่เลิศ

                ไม่แน่ใจครับ แต่เดี๋ยวผมถามพี่เลิศให้ก็ได้นะครับ

                อืม ถ้าตัวละครอยู่กันไม่ครบ ก็หมดสนุกสิวะ หึหึผมขอกลัวแฟนตัวเองได้ไหมครับ

                แฟน....เรายังนับเป็นแฟนกันอยู่ไหมนะ

                แต่เราไม่ได้เลิกกันสักหน่อย!

                หึ่ยยย พอ ไม่คิดอะไรไร้สาระแล้ว ผมต้องรีบถามพี่เลิศก่อนที่คนขับด้านหน้าจะน้ำโหขึ้นสมองเสียก่อน แล้วจะพาลมาเหวี่ยงผมด้วยอีกคน

                BILL : พี่เลิศครับ

                LERD : ครับน้องบิล คุณเบิ้ลถามถึงน้องจากพี่เกือบทุกชั่วโมงเลย ไม่ทราบว่าพี่ต้องไปรับที่ไหน ตอนไหนครับ พี่ปล่อยน้องมาหลายวันแล้วนะครับ

                ยังไม่ทันถามอะไรมากมาย เทศน์กูแล้ว! ฮื่ออออ คนดูแลที่เป็นมากกว่าพี่ชาย มากกว่าพ่ออีกเนี่ย

                LERD : อ่านแล้วไม่ตอบหมายความว่ายังไงครับน้องบิล นี่วางแผนจะหนีพี่อีกหรือเปล่าครับเนี่ย

                LERD : น้องบิล

                LERD : *ส่งสติกเกอร์*

                ผมสัมผัสได้ถึงความกระวนกระวายของพี่เลิศผ่านทางข้อความได้ดี เล่นรัวมาขนาดนี้ ใช่ครับ สมัยแรกๆผมเคยหลอพี่เลิศแล้วก็หนีไปนู่นบ้าง ไปเที่ยวบ้าง ไปทำงานบ้าง ผลคือพี่เบิ้ลมาลงโทษพี่เลิศแทน ผมเลยเข็ดไม่อยากให้พี่เลิศโดนทำโทษแทนผม แต่ว่าครั้งนี้ไม่ใช่เฟ้ยพี่ พี่หลอนอะไรว๊า

                BILL : ไม่ใช่ครับพี่เลิศ ใจเย็น

                LERD : เราเล่นไม่ติดต่อพี่เลย พี่จะใจเย็นยังไงครับ แต่พี่ก็อยากให้อิสระน้องมากกว่านี้

                BILL : ผมกำลังจะกลับบ้านใหญ่ครับ

                LERD : กลับยังไงครับ ทำไมไม่ให้พี่ไปรับ แล้วทำไมไม่บอกพี่ล่ะครับ

                BILL : ผมมากับพี่โจ๊กเกอร์แหละ....

                LERD : *ส่งสติกเกอร์*

                LERD : น้องบิลครับ วันนี้ทุกท่านอยู่บ้านใหญ่กันพร้อมหน้าเลยนะครับ

                LERD : พี่เกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นหรือเปล่า

                ผมอ่านแล้วนิ่งคิดตามพี่เลิศ นั่นสิ วันนี้ต้องเกิดเรื่องใหญ่อะไรแน่ๆเลย

                สรุปเสียงทุ้มเอ่ยถามผมใรขณะที่ผมกำลังเหม่อลอย และลืมไปแล้วว่าทักหาพี่เลิศเพื่อจุดประสงค์อะไร คุยเพลิน

                อ๋อ พี่เลิศบอกอยู่กันครบเลยครับ

                หึหึหัวเราะแบบนี้อีกแล้ว

                พี่ มันจะไม่เกิดเรื่องใหญ่อะไรใข่ไหมครับผมถามอย่างไม่แน่ใจ ผมไม่ได้มีความกล้าจะสู้ปัญหาขนาดนั้นหรอก แต่ก็นะ...ถ้าคนที่ผมยืนเคียงข้างคือพี่โจ๊กเกอร์ละก็ ผมค่อนข้างมั่นใจ ว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี

                LERD : หายอีกแล้ว

                ห้วยย ลืมตอบพี่เลิศอีกแล้ว

                BILL : ไม่ทราบสิครับ แต่ผมคิดว่า ปัญหาเน่าๆหลายๆอย่าง ควรจบลงวันนี้เสียที

                BILL : *ส่งสติกเกอร์*

 

                ไม่นานไปกว่าสิบห้านาที ในที่สุดรถของพี่โจ๊กเกอร์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดในรั้วบ้านผมเสียที คนที่เดินออกมาต้อนรับคือพี่เลิศนั่นเอง สีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้าของคนสนิท ใช่ว่าผมจะไม่กลัวเสียเมื่อไหร่ แต่ผมแค่เชื่อใจในตัวพี่โจ๊กเกอร์ก็เท่านั้น

                น้องบิล...ตอนนี้ทุกท่านกำลังรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ครับ

                วันนี้มีอะไรพิเศษงั้นหรอครับ? ทำไมทุกคนถึงรวมตัว

                ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยครับ แค่บังเอิญคุณเบิ้ลคุณบีเข้าเวรเช้า คุณท่านก็ไม่มีธุระในอาทิตย์นี้พอดี

                หึหึ โชคชะตานี่เข้าข้างกูจริงๆคนตัวสูงเจ้าของรถก้าวลงมาจากฝั่งคนขับ ก่อนจะเปิดประตูหลังรถแล้วกระชากไอ้เน่าออกมา ไอ้เน่าหน้าซีดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความกระวนกระวายใจ เผยอกมาจากการกระทำและแววตาที่ล่อกแล่กไปมา ทำให้ผมยิ่งหมดศรัทธากับสภาพน่าสมเพชของมันขึ้นเรื่อยๆ

                นี่หรือ? คนที่มักปากดีอยู่เสมอ ขนาดแค่ยืนอยู่หน้าบ้านเฉยๆยังเหมือนหนูจนตรอกได้ขนาดนี้

                มึงจะทำอะไรได้เสียงสั่นของไอ้เน่าพูดออกมา ทั้งผมและพี่โจ๊กเกอร์ไม่มีใครตอบมันทั้งสิ้น แต่ใบหน้าหล่อนั่นกลับกระตุกยิ้มตลอดทั้งวัน

                อ่า...ค่ำคืนนี้เรื่องราวจะจบลงยังไงล่ะเนี่ย

                เข้าบ้านมึงดีกว่ามั้ง เกรงว่ากูจะตกเครื่องว่ะ ถ้ามัวแต่ลีลาฟังมึงเห่า ไม่พูดเปล่า ร่างสูงก้าวขายาวๆนั่นเดินนำเข้าบ้านผมไปก่อนแล้ว ผมเดินตามเข้าไปตามด้วยพี่เลิศ ไอ้เน่ายังยืนอยู่ที่เดิม ผมไม่ได้บอกให้มันตามเข้ามา มันเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ สุดท้ายถึงยอมเดินตามเข้ามา

                พี่โจ๊กเกอร์เดินเข้าไปยังห้องทานอาหารทันที มือสองข้างล้วงลงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบายๆ ด้านหลังสะพายกระเป๋าเป้ที่ในตอนแรกผมเป็นคนแบก หนักแบบสุดตีน แต่พอพี่แกสะพายมันดูเบากว่าตอนผมสะพายอีกนะนั่น นี่หรอความห่างชั้นของมวลกล้ามเนื้อ!

                คุณ....เข้ามาได้ยังไงกัน?” เป็นคุณแม่ผมที่ตกใจก่อนจะลุกขึ้นจนเกิดเสียงเก้าอี้เสียสีกับพื้นกระเบื้อง ทุกคนต่างมองตามคุณแม่มาทางพี่โจ๊กเกอร์ สีหน้าทุกคนค่อนข้างแปลกใจกับการปรากฏตัวของบุคคลตรงหน้า

                เลิศ ปล่อยให้มันเข้ามาได้ยังไงพี่เบิ้ลหันไปเอาเรื่องพี่เลิศที่เดินตามมาด้านหลังทันที พี่เลิศก้มหน้าไม่ได้ตอบอะไร ในบ้านเกิดความวุ่นวายขึ้นทันที อาหงอาหารไม่มีใครคิดจะกินต่อแล้วครับ

                ไม่ต้องแตกตื่นกันขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมแค่มาเปิดเผยความจริงให้พวกคุณได้รู้ก็แค่นั้นพี่โจ๊กเกอร์พูดด้วยท่าทีสบายๆ คุณชายเขาดูสนุกกับเกมครั้งนี้เหลือเกิน

                อะไรกัน เดินเข้ามาในบ้านคนอื่นแล้วยังพูดจาไม่มีมารยาท ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจคุณแม่ผมพูดขึ้นอย่างทนไม่ไหว เตรียมเรียกแม่บ้านให้ไปโทรศัพท์หาตำรวจทันทีเพราะพี่โจ๊กเกอร์ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหรือเดินออกไปเลย ผมมองไปด้านหลัง ไอ้เน่าเพิ่งจะเดินมาถึงพอดี

                คารอลจ้ะ กลับมาแล้วหรือลูกคุณแม่ทักทายไอ้เน่า ดูท่าจะยังเป็นลูกรักอยู่สินะ เหอะ

                หึหึ

                หัวเราะอะไร ช่างไม่มีมารยาทจริงๆ ฉันจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้

                ผมขอแนะนำว่า ถ้าจะแจ้งจับก็จับให้ถูกคนดีกว่านะครับ

                พูดอะไร ไม่รู้เรื่องแม่ผมยังยืนเถียงกับพี่โจ๊กเกอร์อยู่

                วันนี้ผมแค่เอาหลักฐานตัวตนจริงๆของลูกเขยจอมปลอมของคุณ มาให้ชมกันก็เท่านั้น หลังจากนั้นจะแจ้งตำรวจมาจับใคร ก็เรื่องของพวกคุณพี่โจ๊กเกอร์กล่าวนิ่งๆ กระเป๋าที่พาดสะพายอยู่ด้านหลังถูกเหวี่ยงลงที่โต๊ะอาหาร ร่างสูงเดินไปค่อยๆเปิดกระเป๋าช้าๆ

                อย่างนาย จะมีปัญญาทำอะไรงั้นหรือ?” พี่เบิ้ลกล่าวดูถูก พี่โจ๊กเกอร์ละสายตาจากการเปิดกระเป๋าขึ้นมาสบตากับพี่เบิ้ล สองสายตาประสานกันราวกับมีสายฟ้าออกมาจากตาทั้งคู่ เอ่อ..ผมคงอินการ์ตูนมากไปหน่อย แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะครับ พี่เบิ้ลดูอคติกับพี่โจ๊กเกอร์มากๆ

                ไอ้แครอทเน่ายังคงยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้องทาอาหาร ไม่เดินเข้าไปหาตามคุณแม่ผมเรียกเสียที มือหนานั่นกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดทั้งสองข้าง สีหน้ามันดูหน้ามืดตามัวขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่มันเกิดอาการคลั่งขึ้นมานะเฟ้ย กูกลัวนะ กูอยู่ข้างมึงเนี่ยไอ้เน่า จะฆ่ากูเอาเป็นตัวประกันหรือเปล่า ผมนึกกลัวเลยเดินเข้าไปยืนข้างๆพี่โจ๊กเกอร์

                ไอ้ลูกไม่รักดี เข้าข้างคนผิดจริงๆเสียงแม่ผมลอยเข้ามากระแทกหูทันทีที่ผมยืนข้างพี่โจ๊กเกอร์ คือกูแค่กลัวลูกรักแม่จะฆ่ากู

                คุณพี่ดูถูกผมอยู่ตลอดเวลาเลยครับ?” พี่โจ๊กเกอร์เอ่ยถามพี่เบิ้ล

                ฉันไม่ได้ดูถูก แค่พูดความจริงว่าคนระดับนาย ต่อให้ทะเยอทะยานแค่ไหนก็ไม่มีทางทำอะไรพวกฉันได้

                นั่นสินะครับ ผมก็ทำอะไรพวกคุณไม่ได้จริงนั่นแหล่ะ

                “…”

                แต่ไอ้ขี้ยานั่น ไม่ใช่พวกคุณนี่ครับ ????สายตาทุกคนในคราแรกจับจ้องไปที่พี่โจ๊กเกอร์ ตอนนี้เปลี่ยนไปจ้องมองไอ้เน่าทันที รวมถึงผมเองด้วย

                มือหนาของพี่โจ๊กเกอร์ค่อยๆบรรจงหยิบไอแพดสามเครื่องออกมาจากกระเป๋า รวมถึงแฟ้มที่ประกอบไปด้วยเอกสารต่างๆมากมาย มิน่าล่ะหนักเชียว ใช้กูแบกมาตั้งนานนะโว้ย! ผมขอแอบด่าในใจหน่อยเถอะ

                จะทำอะไรพ่อผมเป็นคนถามเสียงดุ ในที่นี้คงไม่มีใครเดาการกระทำพี่แกได้แล้วครับ ทุกคนคือกลั้นหายใจรอดูกันทั้งนั้น

                นี่ครับพี่โจ๊กเกอร์เปิดไอแพดเครื่องแรกโชว์ทุกคนก่อน บนหน้าจอเป็นเหมือกราฟหุ้นอะไรประมาณนั้น นี่คือรายงานตลาดหุ้นของโรงพยาบาลดังในอังกฤษซึ่งอย่างที่พวกคุณรู้ดีว่าครอบครัวคารอลดูแลอยู่ กระแสช่วงห้าหกเดือนมานี้หุ้นตกลงเป็นอย่างมากราวกับมีเรื่องอะไรเสียอย่างนั้น

                แกเอาของปลอมมาโชว์ทำไมแม่ผมยังคงเถียง

                ฮ่ะๆๆ คุณผู้หญิงครับ เคยเปิดดูข่าวinternational บ้างหรือไม่ครับเนี่ย หรือวันๆเอาไปแต่ประชุม นั่งอ่านเอกสารของโรงพยาบาลตัวเอง ชมลูกเขยขี้ยาไปวันๆ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลประโยชน์ของพวกคุณน่ะ โดนตักตวงต่างหาก ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์

                หุบปาก!!!” ไอ้เน่าเริ่มส่งเสียงโวยวาย มันพุ่งตัวหมายจะเข้าถึงตัวพี่โจ๊กเกอร์ แต่พี่เลิศจับแขนมันไว้แล้วเหวี่ยงลงพื้น ตัวมันไถลไปกระแทกกับกำแพงห้องอาหารอย่างแรง

                อุ่ก

                กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับคุณคารอล ช่วยฟังเขาพูดให้จบก่อน

                พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้สนใจเหตุความวุ่นวายเมื่อกี้แม้แต่น้อยเจ้าตัวยังคงพูดอธิบายต่อไป

                นี่คือข่าวการคดโกงของทางโรงพยาบาล นี่คือข่าวการผ่าตัดผิดพลาดแล้วไม่รับผิดชอบครับ ถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงเลยทีเดียว แน่นอนว่ามีผลกระทบอย่างมากต่อโรงพยาบาล ได้มีการขุดคุ้ยประวัติของเจ้าของ ผู้บริหาร รวมถึงบุคลในครอบครัว คุณคารอลเองก็เช่นกันนะครับ หึหึ

                มะ..หมายความว่ายังไงคุณแม่ผมดูจะช็อคอย่างแรง ถึงกับพูดอะไรไม่ออก คือผมเองก็อ้าปากค้างอยู่เหมือนกัน ไอ้คารอลว่าเลวแล้ว บ้านมันยิ่งกว่าอีกหรอฟะ ที่ยิ่งกว่านั้นคือพี่แกไปสืบมาได้ยังง้าย!!

                หมายความว่า ความจริงที่ว่าไอ้คารอลแท้จริงแล้วไม่ได้เรียนจบแพทย์ก็ถูกเปิดเผยยังไงละครับ

                ไม่จริง!!!”

                นี่มันเรื่องอะไรกันทั้งพ่อทั้งแม่ผมแตกตื่นกันใหญ่ พี่บีและพี่เบิ้ลต่างมีสีหน้าเครียดๆแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกนอกหน้า

                อ่า..ผมพูดต่อดีไหมนะพี่โจ๊กเกอร์พูดยิ้มๆ แต่กลับราวกับเป็นท่าทีกวนตีนเสียอย่างนั้น

                เรื่องที่เธอพูดมาทั้งหมดจริงหรือเท็จก็ไม่รู้ คุณมาใส่ร้ายคารอลหรือเปล่า!” แม่ผมยังคงไม่เชื่อ พี่โจ๊กเกอร์ทำเพียงแค่ยักไหล่เล็กน้อย

                หลักฐานขนาดนี้ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงให้คุณเชื่อหรอกนะครับ รอครอบครัวนั้นล้มละลายก่นแล้วกันคุณถึงจะเชื่อ เอาล่ะ มาต่อที่เรื่องเสพยาของคารอลต่อเลยดีกว่าไหมครับ

                เสพยา?” พี่เบิ้ลเป็นคนทวนคำพูด ไอ้คารอลที่นั่งอยู่ทำสีหน้าคับแค้นใจพร้อมจะพุ่งเข้าหาพี่โจ๊กเกอร์ทุกเมื่อ แต่มีพี่เลิศยืนเป็นแบคอัพอยู่เนี่ยสิ พี่โจ๊กเกอร์หยิบไอแพดเครื่องที่สองออกมาแล้วกดเปิดอัลบั้มรูป ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยรูปคารอลซื้อขายของอยู่ในที่มืดๆ ที่ลับตา กับบุคคลปริศนาเป็นร้อยๆรูป

โอโห เอาเรื่องผัวกูเนี่ยควรไปเป็นนักสืบ ไม่ต้องเรียนมันแล้วคณะตั่งต่าง!

                นี่คือรูปขณะซื้อขายยาต่างๆของมัน เชิญเอาไปเปิดดูได้เท่าที่พอใจ หรือจะเอาไปพิสูจน์หลักฐานว่าจริงหรือเท็จ ตัดต่อมาหรือเปล่าก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเผลอเอาให้ตำรวจมันอาจจะโดนจับก่อนโดนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ละมั้งครับ ฮ่ะๆพี่โจ๊กเกอร์อธิบายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะยื่นไอแพดนั่นให้พ่อผมที่นั่งอยู่ใกล้ฝั่งพี่โจ๊กเกอร์ยืนที่สุด พ่อผมรับไอแพดไปแล้วค่อยๆเปิดดูทีละรูปอย่างหัวเสียก่อนจะปิดหน้าจอมันลง

                พูดมาให้หมดเสียงทรงพลังพูดกับพี่โจ๊กเกอร์รายกับขมขู่คนหนุ่มกว่า หารู้ไม่ว่าไม่ได้ผลกับพี่โจ๊กเกอร์หรอก กลัวเสียที่ไหน?

                อีกเรื่องคือเที่ยวเสเพลไปวันๆ มั่วหญิงไปเกือบทั้งซอยแล้วละมั้ง อ่า จะว่าไปวันนี้ผมก็พาบิลไปดูกับตาตัวเองด้วยนี่นะ ใช่ไหม หืมพี่โจ๊กเกอร์ไม่พูดเปล่ากลับเอามือรั้งเอวผมเข้าหาตัวเองก่อนจะก้มลงมาหอมแก้มผมต่อหน้าทุกคน ผมนี่ตัวแข็งทื่อเลยครับ

                หน้าไม่อายจริงๆ!” แม่ผมเป็นคนโวยวายขึ้นมา พี่โจ๊กเกอร์ไหวไหล่ไม่สะท้าน เข้าใจครับ

                พี่แกหน้าหนาอ่ะ....

                เป็นเมียนี่ครับ ปิดตรงไหน ต่างประเทศเขาก็ทำกันดีกรีเด็กนอกซะด้วยครับ แหม่ แต่ผมเนี่ย อายจนจะมุดลงโต๊ะอยู่แล้ว!!

                ถึงคารอลจะเป็นอย่างนั้นจริง ฉันก็ไม่ยอมรับเรื่องของเธอ!!” แม่ผมยังไม่ยอมแพ้ครับ

                คิดว่าผมมาที่นี่เพื่อให้พวกท่านยอมรับ? ฮ่าๆ คิดผิดแล้วล่ะครับ ผมแค่จะมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าบิลเป็นของผมคนเดียวต่างหากล่ะครับ แต่ผมก็อยากจะแนะนำว่าสัญญาที่คุณทำไว้กับครอบครัวนั้นก็รีบยกเลิกก่อนที่เรื่องเลวของพวกเขาจะทำให้พวกคุณแปดเปื้อนไปมากกว่านี้ดีกว่านะครับ

                “….” ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ในความเงียบนั้นสีหน้าของพวกพ่อแม่ผมเหมือนจะแค้นเสียมากกว่า แค้นพี่โจ๊กเกอร์อ่ะครับ ไม่ใช่แค้นคารอล ดูท่าทุกคนจะไม่โฟกัสเรื่องคารอลเลย มัวแต่มาสนใจไอ้พี่เนี่ย!

                อ้อ แล้วก็ถ้าคุณไม่ตัดขาดกับไอ้คารอลสักที ก็อย่าเอาบิลสุดที่รักของผมไปยุ่งกับมันดีกว่านะครับ เดี๋ยวมันจะซวยไปด้วย เมียผมผมดูแลเองได้

                บะ..บ้าจริง! วันนี่พี่โจ๊กเกออร์ต้องอารมณ์ดีจนเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เมียเมออะไร๊! พูดออกมาได้ หน้าไม่อายจริงๆ หึ่ย

                แต่ทำไมผมหุบยิ้มไม่ได้!!

                แก้มปริเลยนะมึงพี่โจ๊กเกอร์ก้มมากระซิบผมเบาๆ ผมไม่ตอบโต้อะไรหรอกครับ เขินอยู่ กูคิดไม่ทัน

                ก่อนผมจะกลับ ขอทิ้งท้ายอะไรสักอย่างหน่อยแล้วกันนะครับสายตาแสนรงเกียจของทุกคนส่งมาทางพี่โจ๊กเกอร์ทันที ให้ผมแปลก็คง อะไรอีกวะไอ้นี่ ละมั้งครับ โครงการสร้างโรงพยาบาลเอกชนที่กำลังก่อสร้างนั่นน่ะครับ พอดีผมก็เป็นหุ้นส่วนอยู่ไม่น้อย ถ้าอยากร่วมหุ้นละก็ ติดต่อผมได้นะครับ ศาสตราจารย์x เองก็คงยินดีมากๆถ้าพวกคุณมาร่วม จริงไหมครับ? หึหึใบหน้าหล่อแสนเจ้าเล่ห์โยนนามบัตรทิ้งไว้ก่อนที่จะโอบไหล่ผมแล้วพาเดินออกมาทันที ไม่ฟังแม้แต่เสียงทักท้วงใดๆทั้งนั้น

                บ้าจริง...

                คนอะไร

                เท่ชิบหาย!!

                เดี๋ยว

                ก่อนที่ผมและพี่โจ๊กเกอร์จะขึ้นรถครับ พี่เบิ้ลก็เดินตามมาหยุดไว้ก่อน พี่โจ๊กเกอร์หันไปมองนิ่งๆ พี่เบิ้ลมีท่าทีขุ่นมัวใช่น้อย

                ฉัน...

                อะไรครับคุณพี่ชายพี่โจ๊กเกอร์ยังคงพูดจายียวนกวนส้นตีนอยู่เช่นเดิม แหมพ่อคุณ แอบแค้นอะไรพี่ชายผมแน่ๆ

                อึ่ก..ฉันยอมรับนายก็ได้พูดเสร็จพี่เบิ้ลก็เดินกลับเข้าบ้านไปเลยครับ

                วิ๊ดวิ้ววพี่โจ๊กเกอร์ผิวปากล้อเลียนตามหลัง ใบหน้าหล่อในวันนี้ยิ้มมากกว่าปกติจริงๆ ทำให้ผมพลอยยิ้มไปด้วย อีกคนที่เดินตามออกมาคือพี่เลิศครับ

                พี่เลิศออกมาทำไมครับ

                คุณโจ๊กเกอร์เรียกมาน่ะไปเรียกตอนไหนฟ่ะ

                ช่วยขับไปส่งผมที่สนามบินหน่อยสิครับ แล้วก็ฝากรถไว้กับบิลเลย

                ได้ครับ ผมยินดีช่วยเหลือพี่เลิศตอนรับก่อนจะเดินไปฝั่งคนขับแล้วเข้าไปในรถก่อน พี่โจ๊กเกอร์กำลังจะเปิดประตูที่ข้างคนขับเข้าไปนั่ง แต่ผมรั้งไว้ก่อน

                “…” พี่โจ๊กเกอร์หันมามองผมนิ่งๆ ไม่พูดกล่าวหรือถามอะไร

                คือ..

                ว่าไงเสียงทุ้มเร่งเอาคำตอบ ผมค่อยๆเงยหน้าสบตากับแววตาดุ ก่อนจะเป็นฝ่ายหลับตาเพียงเพราะเขินกับประโยคง่ายๆที่กำลังจะพูด

                นั่งข้างหลัง กับผมเถอะนะครับ

                .

                .

                เออ...ทำไมจะไม่ได้


+

+


เปิดพรีออเดอร์แล้วนะคั้บบบบบ ไปตำได้ในเพจน้า T^T ลงลิงค์ในนี้ไม่ได้เบย

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #240 filmchalisa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 00:27
    ไรท์ไม่มาต่อหรอคะ
    #240
    0
  2. #236 SujitraJaiwong (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:52
    อ่านต่อได้จากไหนอ่ะ
    #236
    1
    • #236-1 KewalinR(จากตอนที่ 34)
      8 มิถุนายน 2562 / 22:17
      ธัญวลัยค่ะ
      #236-1
  3. #235 มังกรติสท์ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:07
    คือรักนิยายเรื่องนี้เลยอ่ะค่ะ
    #235
    0