เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 32 : BAD ADDICT 30 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

ตอนที่ 30

 

                อาบน้ำซะเสียงทุ้มสั่งผมที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ใช้เวลาไปอย่างไร้ค่า ก็แหม ปิดเทอมนี่นะ มันก็ต้องนอนสิครับ!

                โอ่ยยย อีกแปปได้ไหมครับผมโอดครวญเสียงยาน วันนี้ผมตื่นก็ตั้งเที่ยง พี่โจ๊กเกอร์ก็ยังใจดีไม่ปลุกผมนะครับ

                นี่จะสี่โมงแล้ว กูจะพามึงไปกินข้าวก่อนค่อยไปส่งที่บ้านใหญ่พี่โจ๊กเกอร์บอก ผมจำใจยันตัวเองขึ้นมาจากเตียง พี่โจ๊กเกอร์อุตส่าห์อธิบายมาเสียยืดยาว(สำหรับพี่แก) ถ้าผมยังลีลาอยู่ จากพูดดีๆน่าจะมีด่ากลับมาบ้าง

                ผมใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวราวๆเกือบครึ่งชั่วโมง ผมจงใจลีลาเองแหล่ะครับ ก็แหม วันนี้พี่โจ๊กเกอร์จะกลับอังกฤษแล้ว ยังดีที่เป็นไฟลท์กลางคืน ไปถึงสนามบินช่วงเที่ยงคืน อย่างน้อยแค่ตอนนี้ ผมก็อยากใช้เวลากับพี่โจ๊กเกอร์ให้มากที่สุด...เพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่น่ะสิครับ

                เฮ้อผมเผลอถอนหายใจออกมาไม่รู้ตัว ใจลอยไปอังกฤษแล้วครับผม

                อะไรเสียงดุถามอยู่ข้างๆหูทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเคลื่อนมองรงาสูงที่ยืนซ้อนหลังผมอยู่ผ่านกระจก กลิ่นกายหอมๆของน้ำหอมแพงที่เจ้าตัวชอบฉีดเพื่อเพิ่มเสน่ห์ลอยเข้ามากระแทกเซลล์ประสาทในจมูกของผม

                ปะ...เปล่าครับ ผมคิดอะไรไปเรื่อย แฮะๆ

                “…” พี่โจ๊กเกอร์ไม่ตอบอะไร ดวงตาคมมองผมผ่านกระจกอย่างสังเกตุพฤติกรรมของผมว่าจริงเท็จแค่ไหน ผมไม่ได้สบตาแต่กลับหลุบต่ำลงมาติดกระดุมข้อมือแทน

                สมองมึงยิ่งน้อยๆอยู่ อย่าคิดเยอะพี่โจ๊กเกอร์บอกห้วนๆก่อนจะเดินออกจาห้องนอนไปนั่งเล่นที่โซฟาเหมือนเดิม ครับพ่อคุณ

                ใครจะสมองใหญ่เหมือนพี่ละโว้ย! รอยหยักเยอะเหลือเกิน

                เมื่อผมแต่งตัวเสร็จ ผมก็เดินออกไปหาพี่โจ๊กเกอร์ที่ห้องนั่งเล่น พี่โจ๊กเกอร์เก็บของนู่นนี่นั่นใส่กระเป๋าเป้ให้ผมหมดแล้ว คาดว่าเป็นเป้ของพี่แกที่เก็บๆไว้ในห้องเนี่ยแหล่ะครับ เพราะผมมาตัวเปล่าของจริง

                ผมมีของอะไรให้เอากลับด้วยหรอครับผมถาม เพราะเสื้อผ้าที่ใส่ก็ซื้อใหม่บางตัวนั่นแหล่ะ

                ของๆมึงแค่บางส่วน นอกนั้นของกูพี่โจ๊กเกอร์ยื่นเป้มาให้ผม ก็คือให้ผมสะพายนั่นแหล่ะ ผมรับมาสะพายอย่างงงๆ

                หนักชิบหาย! ใส่อะไรมาวะเนี่ย ไม่ใช่ใส่พวกขวดนมให้ผมกินทุกเช้าอะไรแบบนั้นนะ

                ปัง!

                ผมตกใจกับเสียงปิดประตู หันไปทางประตูห้อง...ครับ พี่โจ๊กเกอร์ออกจากห้องโดยไม่บอกผมอีกแล้ว ผมยิ้มอ่อนให้กับตัวเอง เมื่อไหร่ผมจะตามพี่โจ๊กเกอร์ทันฟะเนี่ย

                ผมรีบเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมแบกเป้ที่แสนหนักไปด้วย พี่โจ๊กเกอร์กดลิฟต์รอผมอยู่ ผมเลยรีบเดินเข้าไป เดี๋ยวลิฟต์มันจะปิดอัตโนมัติเสียก่อน

                กินอะไรดีครับ

                มึงอยากกินอะไร?”

                อืม...กินอาหารญี่ปุ่นไหมครับผมตอบ พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้ตอบอะไร รถคันโปรดของเจ้าตัวขับแล่นผ่านถนนเส้นที่เต็มไปด้วยของกินคาวหวานต่างๆ แต่ที่จอดรถนั้นหาแสนยาก เพราะต้องจอดริมฟุตบาท บางทีก็ไปเกะกะหน้าร้านของร้านอื่น และแล้วรถก็เคลื่อนมาจอดอยู่หน้าร้านสไตล์ไทยๆทีเป็นแบบoutdoor ร้านอยู่หัวมุมติดกับซอกซอยมืดๆ ด้านในซอยนี้เต็มไปด้วยผับบาร์มีชื่อเสียงและชื่อเสียหลายที่

แต่น่าแปลกที่ไม่เคยเห็นตำรวจมาแถวนี้เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเส้นใหญ่ล่ะมั้งครับ ฮ่าๆ

                กินร้านนี้แล้วกันอ้าว...ไอ้เราก็นึกว่ามาจอดรถเฉยๆ ปรากฎว่าพี่แกเลือกกินร้านนี้เสียอย่างนั้น เป็นร้านสไตล์ไม่ใช่ผมเลยครับ เท่าที่จำได้พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้มีอาหารโปรดหรือสไตล์ที่ชอบเป็นพิเศษ แต่ผมมั่นใจว่าพี่แกก็ไม่ได้พิศวาสร้านนี้ขนาดนั้นหรอกครับ ผมแอบแปลกใจเล็กน้อยที่พี่แกเลือกร้านนี้

                แต่..ช่างมันเถอะ!

                ครับผมตอบรับอย่างไม่คิดอะไร พาไปไหนผมก็โอเคหมดอยู่แล้ว

                พี่โจ๊กเกอร์แค่ปรายตามองผมนิดหน่อย ก่อนที่มือหนาจะอ้อมหลังมาโอบไหล่ผมแล้วออกแรงดึงผมให้เดินตามเข้าไปในร้าน ผมแอบอมยิ้มกับตัวเองเล็กๆ แอบเขินเหมือนกันนะที่พี่โจ๊กเกอร์ทำอะไรกับตัวเองแบบนี้ รู้สึกเหมือนเขาอยากจะถนุถนอมผมบ้าง

                สวัสดีครับคุณลูกค้า...อ้าว! เชี่ยเจย์พนักงานต้อนรับที่ตอนแรกท่าทางนอบน้อม เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าเป็นพี่โจ๊กเกอร์(น่าจะ)คนสนิท ท่าทางก็เปลี่ยนไปเป็นแทบจะเดินมาตบหัวแล้ว แต่ทว่าก็ต้องโดนพี่พนักงานผู้หญิง คาดว่าเป็นหัวหน้างานละมั้ง เจ๊แกกระแอมเสียงดังเสมือนสั่งเป็นนัยๆให้สำรวมกับลูกค้า

                ไงมึงพี่โจ๊กเกอร์ทักทายตอบ

                ไม่เห็นหน้าเห็นตาตั้งนานเว้ยพี่พนักงานเดินมาตบไหล่พี่โจ๊กเกอร์เบาๆก่อนจะเดินนำไปยังโต๊ะที่ว่าง แต่เป็นโซนที่ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัว หรือไม่ก็มันมืดๆ แขกคนอื่นๆเลยไม่ค่อยเลือกนั่งตรงนี้เท่าไหร่ หน้าร้านมีเวทีที่เล่นดนตรีสดอยู่ คนส่วนใหญ่ก็เลือกจะอยู่แถวๆนั้น ที่นี่มีบริการขายแอลกอฮอล์ด้วย เหมาะกับดื่มไปฟังดนตรีสดไปจริงๆ การตกแต่งร้านก็มีไฟห้อยระโยงรยางค์ประปราย ข้างๆร้านก็มีคนยืนสูบบุหรี่เต็ม ที่จริงร้านนี้เปรียบเสมือนร้านนั่งชิวแบบoutdoor เหมือนกันนะ เพราะค่อนข้างเป็นแหล่งมั่วสุมเลยทีเดียว

                แดกไรมึงพี่พนักงานถามอย่างเป็นกันเอง

                ข้าวอะไรก็ได้ว่ะ เอาเบียร์มาสักแก้ว กูมาสังเกตการณ์ หึพี่โจ๊กเกอร์พิงหลังกับโซฟาพลางกอดอกมองเพื่อนตรงหน้า มุมปากยกยิ้มตามสไตล์ ดูท่าว่าคืนนี้จะมีเรื่องสนุก...ที่ไม่รู้จะสนุกจริงไหมเนี่ยสิ

                หึ เดี๋ยวตอนเย็นแม่งก็มา มึงนั่งรอได้เลย โซนนี้ได้ยินชัดเจนพี่พนักงานตอบอย่างกับเตี้ยมกันมา ผมฟังแล้วก็แปลความห่าเหวอะไรไม่ออกเลยครับ ไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องได้จริงๆ

                เออพี่โจ๊กเกอร์ตอบเพื่อนยิ้มๆ ก่อนจะหันมาทางผม อยากกินอะไรมึงก็สั่ง แต่ไม่มีอาหารญี่ปุ่น

                ครับ ไม่เป็นไรฮะผมก้มลงดูเมนู ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว แม้ว่าอาหารไทยจะเป็นหลัก แต่อาหารอย่างอื่นเช่นพวกสเต็ก สตูว์ ก็มี ของหวานยังมีเค้กหลายรสเลย เอาสเต็กหมูพริกไทยดำครับ เอาชามะนาวด้วยครับ

                ครับผมน้องบิล รอสักครู่นะครับพี่พนักงานยิ้มกว้างให้ผม ก่อนจะหายเข้าไปในครัว

                เพื่อนหรอครับผมหันไปถามพี่โจ๊กเกอร์

                อืม สายสืบกูเองเอิ่ม พี่เป็นใครอ่ะครับ ต้องมีสายสืบด้วย ผมพยักหน้ารับกับคำตอบที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้สนใจผมด้วยซ้ำ ตาดุจ้องมองไปยังสมาร์ทโฟนของตัวเอง เช็คข้อมูลอะไรนักหนาไม่รู้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแสดงออกถึงความจริงจังในเนื้อหาที่กำลังอ่าน

                เบียร์มาแล้วคร้าบ! จิบสบายๆเลยนะมึง หึผมละเกลียดความส่งซิกกันของสองคนนี้จริงๆ คนนึงก็หึ คนนึงก็หึ โว๊ย!!

                แต้งว่ะมึง

                ไม่นานเกินรอ อาหารก็เสิร์ฟครบเรียบร้อย ผมถามถึงชื่อพี่พนักงานที่ดูเหมือนสนิทสนมกับพี่โจ๊กเกอร์นักหนา แต่กลับได้คำตอบมาเพียงแค่

                ไม่ต้องรู้หรอกโอเค จุดๆนี้ด่ากูว่าเสือกก็ได้ครับ

                แค่ชื่อเอง ทำเป็นงกผมบ่นเบาๆและค่อนข้างมั่นใจว่าบ่นกับตัวเอง แต่คนหูดีข้างๆดันได้ยินแล้วแอบเกรี้ยวกราดใส่ผมโดยการยกมือขึ้นผลักหัวผมเบาๆ ผมกับพี่โจ๊กเกอร์นั่งฝั่งโซฟาครับ ตอนแรกผมจะนั่งฝั่งตรงข้าม แต่คุณชายท่านสั่งมาแบบนี้ครับ ผมจะขัดใจได้อย่างไร!               

                ถ้าจะนั่งกินชิวๆ ระวังตกเครื่องนะครับผมเตือน กลัวพี่แกจะตกเครื่องจริงๆนะ นี่ก็ห้าโมงกว่าแล้ว ยังต้องไปส่งผมที่บ้านอีก

                สักทุ่มนึงก็คงหมดธุระที่นี่แล้วพี่โจ๊กเกอร์ตอบ ผมตอบรับในลำคอก่อนจะตักสเต็กเข้าปาก ไม่ได้สนใจจะวิเคราะห์อะไรทั้งนั้น

                 เวลาผ่านไปจนตอนนี้หกโมงครึ่งแล้ว ผมสั่งของหวานหมดไปสองอย่างแล้ว ทั้งเค้กทั้งไอติม พี่โจ๊กเกอร์คือเบียร์ยังไม่หมดแก้วเลย ผมเห็นพี่แกค่อยจิบจริงๆ ฟังเพลงชิวๆ อารมณ์ดีมากมั้งครับวันนี้ ผมกำลังนั่งพิมอกพี่โจ๊กเกอร์อยู่ โดยที่พี่แกอ้อมแขนพาดไหล่ผมไว้ พี่โจ๊กเกอร์ดูตัวล่ำๆมีกล้ามอกมากขึ้นนำครบ ผมสัมผัสผ่านเนื้อผ้าได้ -..- ตอนจัดหนักเมื่อคืนแทบไม่ได้สังเกต มัวแต่ตื่นตูม แม้จะรู้ว่าซิกแพ็คแน่นก็เถอะ แฮะๆ

                บิล

                ฮะ?”

                มึงลวนลามกูหรอวะผมหยุดทวนประโยคนั้นไปสองสามวิ ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามือผมกำลังลูบไล้แผงอกพี่โจ๊กเกอร์นิ

                เห้ย! ผะ..ผม เปล่านะผมรีบชักมือกลับมาแนบข้างตัวแต่โดยดี ลุกออกจากอ้อมอกพี่โจ๊กเกอร์มานั่งตัวตรงทันที

                หึหึ มึงหื่นขึ้นหรือเปล่าวะถามตรงไปไหมฟะ ใครจะหน้าด้านตอบกลับตรงๆกัน! ผมไม่ตอบกลับ ไม่หันไปมองหน้าคนขี้แกล้งด้วย ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะในลำคออยู่เลย วันนี้อารมณ์ดีเกินเบอร์ไปไหม

                วันนี้พี่ดูอารมณ์ดีเกินไปไหมครับผมถามอย่างแปลกใจ ไม่เคยเห็นพี่แกหัวเราะเป็นว่าเล่น ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มมุมปากแทบตลอดเวลา ปกติหน้าจะนิ่งๆ ไม่แสดงสีหน้ายินดียินร้ายอะไรทั้งนั้น

                หึหึ กูอารมณ์ดีจริงๆว่ะพี่โจ๊กเกอร์ตอบกลับพลางยิ้มให้ผม ผมช็อคอยู่สักห้าวินาทีได้ แม้จะเป็นยิ้มแบบจะมีเรื่องอะไรสนุกๆเกิดขึ้นก็เถอะ แต่คือผมรอมาหลายชั่วโมงแล้วนะ ไหนเรื่องสนุกให้คุ้มค่ารอยยิ้มของพี่แกเนี่ย! ไหน!

                ไม่นานเกินรอ ในขณะที่ผมเตรียมหยิบเมนูขึ้นมาเพื่อจะสั่งของหวานมากินแก้เซ็งอีก ก็ได้ยินเสียงครวญครางมาจากด้านหลังเสียอย่างนั้น

                อ๊า..รอล..คุณนี่..เก่งจังนะคะ อ่า..

                วะ..ว๊อท เดอะ ฟัค! ทำไมมีใครมาเกิดอารมณ์แถวนี้! ผมหันหลังไปดู คือมันเป็นกำแพงเหนือหัวนิดหน่อย ข้างหลังกำแพงก็คือหลังร้านนั่นแหล่ะครับ หลังร้านของร้านนี้คงเป็นหน้าผับสักร้านในซอยนี้แน่ๆ แต่มาทำอะไรกันประเจิดประเจ้อไปไหม!!

                พี่โจ๊กเกอร์...เราควรไปที่อื่นไหมฮะผมกระซิบบอกพี่โจ๊กเกอร์เบาๆ แต่คนข้างๆกลับไม่มีปฏิกิริยาที่จะขยับตัวเลยสักนิด

                มึงจะไปตอนที่เรื่องสนุกเพิ่งเริ่มไม่ได้พี่โจ๊กเกอร์พูดขึ้นพลางหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองมาเปิดกล้อง นิ้วเรียวสไลด์ไปที่วิดีโอ ก่อนที่จะกดปุ่มสีแดงเพื่ออัด แขนแกร่งวาดขึ้นเหนือหัวข้ามฟากกำแพงเพื่อถ่ายสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่ เป็นผู้ชายกับผู้หญิงไม่ผิดแน่ แต่เห็นไม่ชัดเท่าไหร่เพราะมันค่อนข้างมืดกว่าที่ผมคิด มิน่าล่ะเขาถึงมาทำกันตรงนี้ มันมืดและไม่ประเจิดประเจ้อนั่นเอง

                ทำอะไรน่ะครับ!” ผมกระซิบเสียงเบา กลัวว่าเสียงมันจะเข้ากล้อง พี่โจ๊กเกอร์ไม่ตอบ ก็คือให้ผมรอดูต่อไป

                ภาพในกล้องปรากฎร่างผู้ชายที่กำลังไซร้คอผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าโดนถอดด้านบนไปแล้วหรือแต่งตัวโป๊กันแน่ พวกเขาดูกำลังสุขสมมัวเมาไปกับอารมณ์กามโดยไม่เลือกสถานที่กันเลย

                อ่า ตรงนี้จะดีหรอคะคารอล?” ผมถึงกับเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่ผู้หญิงคนนั้นเรียก ผมหันขวับไปหาพี่โจ๊กเกอร์ทันที และพี่โจ๊กเกอร์มองมาทางผมอยู่แล้ว

                อ่า...ผมเข้าใจรอยยิ้มที่เหมือนเจอเรื่องสนุกของพี่แกแล้วล่ะ สนุกจริงๆเลยมั้ยล่ะมึง! ไอ้แครอทเน่า!!! มาซั่มหญิงอยู่นี่เองโว้ย

                เกรซไม่อยากหรอครับ หืม? จ๊วบ!” ไอ้เน่าถามผู้หญิงในอ้อมกอดมันแต่ก็ไม่รอให้นางตอบ แม่งชิงฉกจูบนางก่อน มือที่แสนน่าขยะแขยงของมันก็ลูบไล้สะรีระของเจ๊ที่คาดว่าหุ่นดีนมตู้มทะลุกล้องแน่ๆ

                อี๋ผมร้องออกมาข้างๆหูพี่โจ๊กเกอร์

                อยากโดนบ้างหรือไง?” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูผม ฟังแล้วเซ็กซี่เป็นบ้า แต่เดี๋ยวก่อน! เราจะมีอารมณ์ตามพวกแม่งไม่ได้นะพี่!

                บ้าสิครับ เลิกถ่ายได้แล้วผมบอกเบาๆ พี่โจ๊กเกอร์กดปุ่มstop ก่อนจะลดมือลง

                หึหึ กูแค่พามึงมาเห็นกับตา หลักฐานน่ะ กูมีเยอะกว่านี้อีก

                พี่...น่ากลัวง่ะผมบอกอย่างเกรงๆ จริงๆนะครับ ถ้าคุณเป็นศัตรูพี่โจ๊กเกอร์ ผมเดาได้เลยว่าคุณคงจะหนีไม่รอดแน่ๆ ถ้าพี่แกต้องการจะเอาคืน...

                หึหึ ลากผัวแต่ในนามของมึงกลับบ้านกันดีกว่าว่ะพี่โจ๊กเกอร์ไม่รีรอให้สมองผมประมวลความหมายของประโยคนั้น เจ้าตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปที่เคาเตอร์ พูดบางอย่างกับพี่พนักงานคนสนิทก่อนจะยื่นแบงค์พันให้ แล้วเดินลิ่วออกจากร้านไปเลย ผมต้องรีบเก็บของแล้ววิ่งตามไปอย่างไว

                โชคดีนะคร้าบ น้องบิลพี่พนักงานคนสนิทพูดอวยพรส่งท้าย ใบหน้ายิ้มร้ายของพี่เขาทำให้ผมยิ้มเจื่อนแทน สองคนนี้ควรเป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆไปเลยดีไหมครับ ท่าทางร้ายลึกเหมือนกันเลย เฮ้อ!

                พี่โจ๊กเกอร์เหมือนยินรอผมอยู่หน้าร้าน พอผมเดินมาถึงตัวพี่แกก็เริ่มก้าวเท้าออกเดินไปยังหลังร้านที่โคตรมืด แม้ว่าผับจะติดกันสามสี่ร้านก็เถอะ มันไม่ได้สว่างเด่นอะไรขนาดนั้น กลับกลายเป็นว่ามันเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การแอบทำอะไรแบบนี้ที่สุด

                อ๊า อ่า..รอลคะ อื้ออเราเดินเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงครางหวานของเจ๊แก ผมเดินตามหลังพี่โจ๊กเกอร์อย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้พี่แกจะพุ่งเข้าไปยังไง ผมไม่เคยเดาใจพี่แกออกหรอก

                หึหึ ลีลามึงเร้าใจขนาดนั้นเลยหรอวะ?” ไม่ได้พุ่งครับ คือยืนอยู่ด้านหลังแล้วทักเลยต่างหาก ไอ้เน่ามันชะงักนิดนึง เจ๊ผู้หญิงตาโตตกใจก่อนจะเอามืดปิดช่วงหน้าอก เพราะเสื้อผ้าแกหลุดลุ่ย ดูท่าว่ายกทรงก็กำลังจะถูกปลดในไม่ช้า แต่โดนพี่โจ๊กเกอร์ขัดขวางเสียก่อน ฮ่ะๆ

                ไอ้เน่าหันมามองด้านหลัง คิ้วมันขมวดแน่นมาก คงหงุดหงิดเพราะโดนขัดจังหวะนั่นแหละ กางเกงมันถูกปลดออกจนแทบจะควักไอ้นั่นออกมาอยู่แล้ว ตุงเต็มที่เลยมั้ยล่ะมึง

                ไอ้สัส!! มึง!” เมื่อมันเห็นว่าใครเป็นผู้มาขัดขวางมัน มันถึงกับเลือดขึ้นหน้า ชี้หน้าพี่โจ๊กเกอร์จนมือสั่น แต่ทว่ากลับคิดคำด่าไม่ออกละมั้ง หรือไม่ก็ตกใจที่ผมเองก็อยู่ด้วยเลยพูดไม่ออกก็ไม่รู้ ผมไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา แต่ผมรู้ว่ามันมาสถานที่อะไรแบบนี้และต้องทำเรื่องอย่างว่าบ่อยแน่ๆ

                กูจะรอดู ว่าใครอยู่ ใครจะไป!” ผมบอกไอ้เน่าโดยที่ยังหลบอยู่ด้านหลังพี่โจ๊กเกอร์ ก็ถ้ามันอารมณ์ขึ้นแล้วพุ่งมาแทงผมจะทำยังไงล่ะครับ ต้องให้พี่โจ๊กเกอร์กันไว้ก่อน! เพราะพี่แกแข็งดั่งหินผา

                แค่ลมปากพวกมึง พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ!!” ไอ้เน่าเถียง มันคงคิดว่าพวกผมจะเอาไปฟ้องแบบแค่พูดปาวๆงั้นหรอ? เฮ้อ รู้จักพี่โจ๊กเกอร์น้อยไปเสียแล้ว!

                หึหึหึไม่ต้องให้ผมเถียงแทนหรอกครับ แค่การหัวเราะโรคจิตเหมือนการินของพี่โจ๊กเกอร์ก็เป็นคำตอบที่ดี ไอ้เน่ามันหน้าเสียเล็กน้อย มันก็คงกลัวอยู่ลึกๆแหละ แต่แสดงออกทำเป็นเก่งไปอย่างนั้น มันรู้ตัวอยู่แล้วว่าถ้ามีหลักฐานไปแหกความทุเรศของมันเมื่อไหร่ พ่อแม่ผมไม่เอาไว้แน่ ที่สำคัญพี่เบิ้ล...น่าจะจัดหนักจัดเต็มอยู่ แม้ว่าที่ผ่านมาทุกคนจะไม่ยอมทำอะไรมันเลยก็เถอะ!

                ไอ้!! อั่ก!” ไอ้เน่าเหมือนจะเสียสติ เลือดขึ้นหน้าพุ่งเข้ามาจะต่อยหน้าพี่โจ๊กเกอร์ แต่โดนพี่แกเอียงตัวเล็กน้อย มอบลูกเตะสะท้านฟ้าเข้าให้ที่ท้อง มันกระเด็นไปชนกำแพง ตัวโค้งงอพลางกุมท้อง สีหน้าดูก็รู้ว่าตีนพี่โจ๊กเกอร์หนักแค่ไหน เจ๊ที่ตอนแรกเหมือนจะยืนดูเหตุการณ์ตอนนี้หายไปแล้ว ถือว่าทำถูกแล้วครับที่ไม่เสือกไปมากกว่านี้

                กลับบ้านที่กำลังจะเป็น บ้านเก่าของมึงกันดีกว่าว่ะ หึมือแกร่งลากคอเสื้อของไอ้เน่าโยนเข้าไปหลังรถ ก่อนที่พวกเราทั้งสามจะเคลื่อนตัวออกไปจากสถานที่อโคจรแห่งนี้ พร้อมกับรอยยิ้มชวนสยองของพี่โจ๊กเกอร์....อ่า

                เรื่องสนุกมันเพิ่งเริ่มตอนทุ่มนึงนี่เอง!


+

+

ใกล้ปิดตำนานการดองของไรท์แล้วค่ะทุกคน 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #234 Dark kj48 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:40
    อะไรคือหัวเราะโรคจิตเหมือนการิน. การินไม่หัวเราะเเบบโรคจิตซักหน่อยน้าาา
    #234
    0