เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 31 : BAD ADDICT 29 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

ตอนที่ 29

 

                บ้าบอ....ที่สุด!

                หิวไหมเสียงทุ้มเปล่งออกมาจากร่างสูงตรงหน้า ในมือถือถ้วยที่คาดว่าข้างในคงมีโจ๊ก หรือข้าวต้ม หรือซุปซัมติงที่กินง่ายๆกลืนสบายคออยู่ แน่ล่ะสิ!

                ตอนนี้ผมนึกว่าผมพิการอยู่ด้วยซ้ำ! ผมกระดิกได้แค่ลูกตาและเปลือกตา แขนนี่โบกซ้ายขวาได้อยู่ แต่ช่วงล่างเป็นต้นไปแทบจะจับความรู้สึกไม่ได้ นอนเป็นผักเลยครับท่าน ทดลองนอนตาย

                ไม่ครับผมอยากจะพูดกระแทกเสียงใส่อยู่หรอก แต่เสียงมันแหบ มันเลยเหมือนเสียงอ่อยๆน่าสงสารยังไงไม่รู้ ตอนนี้ผมต้องเป็นใหญ่สิครับ เขาทำผมเจ็บตัว เจ็บกายไปหมด! ฮือ

                มึงตัวอุ่นๆนะมือหยาบทาบลงบนหน้าผากของผม ผมเบะปากใส่คนตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะเบนหน้าหลบเล็กน้อย แค้นครับ วันนี้ผมจะดื้อ ดื้อ! ดื้อแม่ง! หนีกูอีกเสียงทุ้มพูดติดตลก ผมแอบเหล่ตามองเขานิดนึงครับ มุมปากที่มักตกลงอยู่เสมอกลับยกขึ้นเล็กน้อย ทำให้ผมเผลอจ้องนานกว่าที่คิดเสียได้ เมื่อเจ้าคนตรงหน้ารู้สึกตัวว่าผมจ้องเขาอยู่ พี่แกก็ยิ่งยิ้มเข้าไปใหญ่ ผมก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก!

                เห้ย ทำไมเดี๋ยวนี้ยิ้มง่ายจังวะ ไปฝึกมาหรอ หรือไปยิ้มโปรยเสน่ห์ให้สาวอังกฤษบ่นิ!

                มองอยู่ได้ เด็กบ้าแหนะ เขินแน่นอนครับ มีคนเขินครับท่านผู้อ่าน!!! พี่โจ๊กเกอร์เขินผมจนวางถ้วยไว้ตรงหัวเตียงแล้วก็เดินออกไปจากห้องนอนเลยครับ

                ยิ่งแก่ยิ่งเขินง่ายหรอครับผมตะโกนล้อไปตามหลัง แม้จะเบามากจนไม่อยากนับว่าเป็นเสียงตะโกนนักเท่าไหร่ แต่ผมได้แสดงความพยายามในการตะโกนแล้วครับ

                กูไม่ได้เขินเสียงนิ่งตอบกลับมา มาแค่เสียงนะครับ หน้าไม่ได้โผล่มา ฟังจากเสียงแล้วพี่แกน่าจะขลุกตัวอยู่ในครัว ไม่ก็นั่งอยู่ตรงโซฟาเนี่ยแหล่ะ แต่จะอยู่ตรงไหนก็ช่าง ผมเอื้อมมือไปหยิบถ้วยตรงหัวเตียงมาวางไว้บนตัก

                อ๋า! เป็นซุปข้าวโพดครับ กำลังอุ่นๆพอดี เพราะผมไม่ชอบกินซุปที่ร้อนเกินไปและเย็นเกินไป กำลังอุ่นเนี่ยแหละสามารถตักเข้าปากได้โดยไม่ต้องเป่า แสนฟิน! รู้ใจจริงจริ๊ง

                เออบิลผมเงยหน้าขึ้นทั้งๆที่แก้มตุ้ย ในปากเต็มไปด้วยซุปข้าวโพดแสนอร่อย พี่โจ๊กเกอร์โผล่หน้าเข้ามานิดนึง สีหน้านิ่งๆนั่นเห็นแล้วขัดใจชะมัด ช่วยมีสีหน้าเยอะกว่านี้ให้คัดสรรได้ไหม

                ครับ?”

                วันนี้ก็พักให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะพากลับบ้าน

                ห๊ะ? พี่ว่าไงนะครับผมต้องทวนคำสั่งอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผมไม่ได้หูฝาด ผมไม่ได้ฝัน พี่โจ๊กเกอร์? จะพาผมกลับบ้านใหญ่?? ผมตกใจอย่างมากถึงกับวางช้อนลงในถ้วยเหมือนเดิม แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยทอดมองไปที่ร่างสูงตรงประตู

                พรุ่งนี้จะพากลับบ้านใหญ่เสียงพี่แกเข้าสู่โสตประสาทผมไปยังสมองประมวลผลเรียบร้อยว่าไม่ได้ฝัน ไม่ได้หูฝาด ไม่ได้คิดไปเอง มันคือเรื่องจริงโว๊ย

                พี่จะทิ้งผ— โอ๊ย!” หมอนบนโซฟาห้องรับแขกบินมาประทับบนหน้าผมเรียบร้อย ฝีมือตาหน้านิ่งตรงประตูนั่นแหล่ะ

                ปากมึงพูดได้แค่นี้ สมองคิดได้แค่นี้?” ถ้าไม่ได้ด่าผมสงสัยพี่แกจะนอนฝันร้ายนะครับ ด่าทุกวัน

                ก็พี่...

                กูจะพากลับไปจัดการ

                จัดการ?”

                เดี๋ยวก็รู้

                ขอบคุณ! นี่หรือคำอธิบาย ชอบทิ้งท้ายให้ผมรอลุ้นเองตลอด ผมก็ไม่เคยเดาอะไรถูกเล๊ย พูดเสร็จเจ้าตัวก็หายวับไปหลังกำแพง ได้ยินเสียงทีวีเปลี่ยนคำพูดไปเรื่อยๆ พี่แกคงนั่งโซฟาแล้วเปลี่ยนรายการไปเรื่อยๆ โดยปกติพี่แกก็ชอบเสพข่าว หุ้น การเมืองต่างๆอยู่แล้ว เป็นพวกกว้างขวางดีนะครับ ผมไม่ค่อยชอบดูอะไรแบบนี้ อีกอย่างที่หอพวกไอริทก็ไม่ดูอยู่แล้ว ชีวิตพวกผม4คน ตื่นก็แทบจะสาย ไปเรียนแบบอาบน้ำให้ทันก็บุญแล้ว

                พี่โจ๊กเกอร์ครับผมเรียกเขาจากในห้อง

                ว่ามาแค่เสียงเช่นเดิม

                คือ พี่เดินมาหาผมในห้องหน่อยสิครับ มีอะไรจะบอกรอไม่เกินสองวิ ร่างสูงก็ปรากฏอยู่ภายในห้องนอนตรงปลายเตียง

                ว่า

                คือ วันนี้ผมต้องส่งไปรษณีย์ไปให้ไอ้ริทน่ะครับ มันไลน์มาบอกว่าลืมการ์ดไว้ที่ผม ให้ส่งEMS ไปวันนี้เลย แต่ผมลุกไม่ได้เลยเนี่ยสิ เพราะเมื่อคืนมีคนใจร้ายทำกับผมได้--

                เออ เดี๋ยวส่งให้เสียงห้วนชิงตอบก่อนที่ผมจะตัดพ้อเขาไปกว่านี้ ใบหน้าเรียบนิ่งแสดงอาการไม่พอใจเล็กน้อย คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้ามากันนิดๆ มุมปากตกลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อผมไม่พูดอะไรต่อ พี่โจ๊กเกอร์คงคิดว่าหมดธุระแล้ว จึงหันหลังกลับและจะเดินออกไป แต่ผมก็เรียกห้ามไว้

                เดี๋ยวครับพี่แกแค่หันหน้ามามองผมเท่านั้น ผมยิ้มให้เล็กน้อย ไม่กล้าสบตาดุๆนั่นเลย กลัวโดนเชือดบนเตียง เที่ยงนี้ผมอยากกินสเต็ก

                ......

                “…ได้ไหม...ครับ...

                กูเป็นเบ๊มึงหรอ สัส!”

                ปัง!

                พะ...พี่เขาโมโหอัลไลแว๊!!

                ผมได้แต่เบะปากใส่ตัวเอง สงสัยเที่ยงนี้ไม่ได้กินแม้แต่น้ำเปล่าแน่ๆ ฮืออออ ผมรู้สึกท้อใจกับการที่จะได้กินสเต็กในตอนเที่ยง เราอาจจะอดอยากไปจนพรุ่งนี้เช้า เพราะฉะนั้นการหนีการหิวที่ดีที่สุดคือ นอน!

                ไลน์!

                แต่ก่อนจะเอนตัวลงนอน ขอเช็คไลน์ก่อนนะครับ เผื่อไอ้ริททักมาเร่งมาด่า ผมจะได้ด่าสวนถูก

                J : เดี๋ยวกูซื้อให้

                โอโมะ! เกิดอะไรขึ้นกับพี่โจ๊กเกอร์ของเรากันแน่ครับ!

 

                ณ ตอนนี้เป็นเวลา 13.01น. คอนเซ็ปเดิมของเราคือเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมากครับ ผมตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกหนักอก แต่ไม่ใช่อาการป่วยแต่อย่างใด มันหนักๆและรู้สึกร้อนรุ่มด้วยครับ ผมจำใจลืมตาขึ้นมองสิ่งที่อยู่บนอกตัวเอง

                ถุย! โน๊ตบุ๊คคุณชายนี่เอง macbook รุ่นอะไรไม่รู้ที่ใหญ่จนผมคิดว่าซื้อคอมมาเลยก็ได้ วางอยู่บนอกผม ดูจากอุณหภูมิของมัน ถ้าเป็นคนก็คงเป็นไข้ เพราะมันร้อนมาก แต่นี่ผมกลัวมันจะระเบิดแหกอกผมตายก่อน ผมมองไปยังข้างกาย พบรอยยับยู่ยี่ของผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่เลิ่กขึ้นนิดหน่อย เป็นหลักฐานว่าคุณชายท่านเคยนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คของเขาอยู่ข้างๆผมยามผมหลับ แต่บัดนี้ท่านชายลุกไปไหนข้าน้อยมิอาจทราบได้!

                ผมมองซ้ายทีขวาที ยังมึนๆเบลอๆเพราะนอนมากเกินไปอยู่นิดหน่อย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนอน ผมจึงค่อยๆยกโน๊ตบุ๊คออกจากตัวผมอย่างเบามือ เดี๋ยวคุณชายเข้ามาเห็นแล้วจะเอ็ดผมอีกว่าแตะต้องของของเขาอย่างรุนแรง เกรี้ยวกราดเสมอครับคุณคนนี้

                ผมขอบ่นต่ออีกนิด มีที่ไหนตัวเองออกไปข้างนอกแล้วมาวางโน๊ตบุ๊คทิ้งไว้บนตัวผมน่ะห๊า! #ฝากให้คิด

                ทำอะไรเสียงดุแบบนี้มีคนเดียวในห้องนี้แหล่ะครับ ผมแทบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเลย ไม่ใช่อะไร เดี๋ยวผมเถียงไม่ออก!

                ผมตื่นมาเพราะหนักนี่ครับ เพิ่งรู้ว่ามีอะไรไม่รู้วางอยู่ผมตอบในขณะที่มือก็ยกเจ้าmacbook ตัวดีออกแล้วค่อยๆวางบนเตียงอย่างเบามือ พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้พูดตอบอะไร แค่เดินมาหยิบลูกรักพับหน้าจอแล้ววางไว้บนหมอน

                จะระเบิดบ่นิ กลัวเด้อ ถึงแม้ว่าผมจะนอนต่อและตื่นอย่างไม่ค่อยสดชื่น แต่ว่าช่วงล่างผมก็ไม่ค่อยจะดีขึ้นเท่าไหร่ ผมคงต้องกินยา ทายา และนอนพักอย่างต่อเนื่อง ดูท่าวันนี้จะได้นอนอย่างเดียวอย่างที่คุณชายท่านสั่งจริงๆนั่นแหล่ะครับ

                เดินออกมาไหวไหมพี่โจ๊กเกอร์โผล่หัวมาถาม ผมลองขยับสะโพกซ้ายทีขวาที ถึงกับร้ายสั่นสะท้านโลกกันเลยทีเดียว คือมันเดินได้แหละครับ แต่มันคงทรมานจนผมคิดว่าอย่าให้ผมต้องลากสังขารเดินไปดีกว่า

                ขอกินบนเตียงได้ไหมครับ แหะๆต้องพูดเสียงออดเสียงอ้อนเสียหน่อย แม้รู้ว่าถึงจะอ้อนไป ถ้าพี่แกไม่อยากทำก็คงไม่ทำให้นั่นแหล่ะครับ

                อืมตอบแค่นี้ตามสไตล์ ผมได้ยินเสียงจานดัง ช้อนส้อมกระทบกัน จากนั้นร่างพี่โจ๊กเกอร์พร้อมด้วยสเต็กในมือก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าผม ไอร้อนจากสเต็กลอยมากระแทกจมูกผมส่งกลิ่นอันเย้ายวน ฮือ! หิวอ่ะ!

                พี่แกไม่พูดอะไรครับ แค่ยื่นให้ ตาคมมองต่ำลงมาที่ผมอย่างเดียว ผมไม่สามารถหยั่งรู้เหมือนพระเอกทั่วไปได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรเพียงแค่มองจากสายตา โดยเฉพาะสายตาคุณชายท่านนี้เสียด้วย ผมเพียงแค่รับจานสเต็กมาไว้บนตัก แล้วจัดการมันทันทีโดยไม่รอให้พ่อใครมาตัดริบบิ้น แต่ถ้ากินอย่างสะอาดก็ไม่ใช่ผมสิครับ

                อ๊ะ

                ผมอุทานเบาๆกับตัวเอง คือเมื่อผมลงมือรับประทานอ่ะครับ พี่แกก็ออกไปห้องนั่งเล่น ไม่มาเฝ้าผมกินหรอกครับ แต่ทว่า! ผมดั๊นทำเนื้อหล่นใส่โน๊ตบุ๊คพี่โจ๊กเกอร์เฉย ใช่ครับ มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ผมจะเอื้อมมือไปหยิบน้ำพอดี แล้วมือข้างนั้นกำส้อมที่เสียบเนื้อพร้อมซอสมะเขือเทศไว้อย่างแน่นหนา มือผมเนี่ยกำไว้แน่น แต่เนื้อมันหล่นจากส้อมนี่ครับ ผมผิดหรอ     

                ความชิบหายบังเกิด!” ผมสะบดกับตัวเอง ทำเปื้อนลูกรักพี่โจ๊กเกอร์สะงั้น ใครไม่ตายกูตาย

                ที่จริงกูบิล ถุย!

                ผมรีบหยิบเนื้อเข้าปากตัวเองแล้วควานหาทิชชู่ทันที ก่อนที่จะได้หาทิชชู่กลายเป็นว่าผมลุกขึ้นเร็วเกินจนลืมว่าบนตักมีจานสเต็กอยู่ คว่ำหมดครับ คราวนี้หกหมดลงเตียงเต็มๆ

                พูดไม่ออก...เลยกูผมมองผลงานชิ้นเอก ผ้าปูสีเลือด ด้วยความผิดหวัง ไม่ตายดีแน่กู แทนที่จะเป็นเลือดกู ดั๊นเป็นเลือดซอสสะงั้น ภูมิใจเหลือหลาย

                ตอนนี้ผมกำลังนิ่งค้างอยู่ครับ คือไม่รู้ควรทำอะไรก่อนดี ผมค่อยๆแงะตัวเองออกจากผ้าห่ม ค่อยๆหย่อนเท้าลองบนพื้น เดินอย่างตัวเบาที่สุดเพราะคอนโดเป็นแบบพื้นที่เดินแล้วเสียงดังอ่ะครับ ไม่ใช่กระเบื้องเพียวๆ ถ้ามีตะขาบมาเดินตอนกลางคืนผมก็จะสามารถรู้ได้ทันที

                เอี๊ยด...

                อื้อหืม มาแล้วครับเสียงเดินของผม แล้วหารู้ไม่ว่าพี่โจ๊กเกอร์แกประสาทสัมผัสทั้งร้อยดีแค่ไหน!

                บิลนั่นไง เสียงจากนอกห้องมาแล้วครับ

                ครับผมตอบรับเหมือนปกติ

                จะไปไหน

                ห้องน้ำครับผมตอบ และไม่ได้ยินเสียงตอบกลับแปลว่าอนุญาตครับ อย่างแรกคือผมต้องหยิบน้องสเต็กมาใส่บนจานเหมือนเดิม ส่วนผ้าปูที่นอนไม่รู้เป็นเวรกรรมหรือพรมลิขิตที่เมื่อวานผมบังเอิญเห็นผ้าปูอีกชุดมันอยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่ผมต้องเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดลูกรักพี่โจ๊กเกอร์ก่อนเนี่ยสิ ฮือออ!

                ผมชะโงกหน้าออกไปดูว่าพี่แกทำอะไรอยู่ พี่โจ๊กเกอร์กำลังเปิดทีวีดูข่าวะไรไม่รู้ที่ผมไม่ได้สนใจ ในมือถือไอแพดเหมือนจะเช็คหุ้น หรือพิมอะไรไม่รู้ของเขาไป ซึ่งผมเห็นว่าพี่แกไม่ได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่ ผมจึงค่อยๆปิดประตูอย่างช้าๆและเงียบที่สุด ไม่งั้นตอนผมเปลี่ยนผ้าปูเสียงมันคงดังเล็ดลอดออกไปและความแตกแหงๆ

                ผัวหรือพ่อ ทำไมกูต้องมากลัวขนาดนี้

                ขณะที่ผมกำลังเปลี่ยนผ้าปูอยู่ แขนเจ้ากรรมนายเวรของผมดันสะบัดแรงไป ทำให้ผ้าปูมันสะบัดไปโดนจานที่ผมวางไว้บนหัวเตียง

                เชี่ย!”

                เพล๊งงงง!

                ตาย ตายแน่กูผมสวดมนต์ให้ตัวเองอยู่ครับ ไม่เกินสามวิ ประตูห้องต้องเปิดแน่นอน ผมอยากจะเตรียมน้ำแข็งมาดับหัวคนที่จะเดินเข้ามาใน

                สาม

                สอง

                หนึ่ง

                พรึ่บ!

                เสียงอะ--จากหน้านิ่งๆกลายเป็นหน้าบึ้งทันที ดีนะกูเช็ดลูกรักพี่แกแล้ว (T-T)

                มึงทำเชี่ยไรเนี่ยบิลเรียกชื่อต่อท้ายประโยคอีก ดูท่าจะค่อนข้างโกรธจริง

                คือผม...

                เฮ้อคุณชายหัวเสีย ถอนหายใจแรงๆใส่ผมหนึ่งทีแล้วเดินอ้อมมาหาผม เพราะผมอยู่ฝั่งเตียงที่ติดหน้าต่าง ไม่ได้ติดประตู จานแตก?”

                ครับผมตอบเสียงอ่อยพลางก้มหน้ามองแต่พื้นอย่างเดียวอย่างสำนึกผิด

                เฮ้อเสียงถอนหายใจที่หนักกว่าเดิมสร้างความกดดันให้ผมเป็นอย่างมาก รู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ ผมจึงรีบรุดตัวลงนั่งเพื่อจะเก็บเศษจานที่แตก และเตรียมจะวิ่งไปหาถุงพลาสติกมาใส่เนื้อที่หกหมด แต่เสียงดุกร้าวก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

                ไม่ต้อง!” ผมชะงักนิ่ง แอบลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆ ไปนั่งรอบนเตียง ใส่ผ้าปูให้เรียบร้อยด้วยผมแค่พยักหน้าตอบกลับแล้วทำตามทันที พี่โจ๊กเกอร์เก็บเศษต่างๆอย่างคล่องแคล่ว เหมือนพ่อบ้านเลยแฮะ ถ้าได้เห็นพี่โจ๊กเกอร์โหมดพ่อบ้าน.....อืม คิดไม่ออกครับ ข้ามไป

                เมื่อเก็บทุกอย่างสะอาดเรียบร้อย พี่โจ๊กเกอร์ก็เข้ามาในห้องนอนใหม่พร้อมสำลีและแอลกอฮอล์เช็ดแผล ผมมองย่างงุนงง

                เอามาทำไมครับ

                เฮ้อถอนหายใจอีกแล้ว ใจคอจะไม่ตอบไม่ด่าไม่พูดอะไรเลยหรอ ผมอึดอัดนะ ผมเลยเลือกที่จะเงียบบ้าง ไม่ทันจะเงียบได้เกินห้าวินาทีผมก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ปลายเท้า เพราะพี่โจ๊กเกอร์ก้มลงมานั่งยองๆแล้วบีบมัน ผมเพิ่งจะสังเกตว่าปลายเท้าผมมีแต่รอยเลือดเต็มไปหมด และค่อนข้างแสบเลยทีเดียว ผมไม่รู้ตัวเลย

                จะ..เจ็บ

                ไม่เจ็บก็แปลก มึงโดนบาดขนาดนี้ไม่รู้ตัวเลยหรือไง

                ครับ...ไม่รู้เลยก็มัวแต่กลัวใครบางคนด่านั่นแหล่ะโว้ย ได้แต่เถียงในใจครับ

                ยกพี่โจ๊กเกอร์จับเท้าผมมาวางไว้บนตักตัวเอง จากนั้นมือหนาบรรจงเทแอลกอฮอล์ลงบนสำลีแล้วค่อยๆเช็ดรอบบาดแผลเท่าที่มองเห็นจนคราบเลือดหมดไป แต่เจ้าตัวดูจะแค้นผมจริงๆจึงกดสำลีลงที่แผลของผมเสียอย่างนั้น

                โอ๊ย! เจ็บ! พี่!” ผมยกเท้าขึ้นโดยอัตโนมัติ เกือบถีบพี่โจ๊กเกอร์ รู้งี้แอบลั่นเท้าถีบไปเลยดีกว่า ไหนๆก็มีโอกาส (แต่ไม่ทันแล้วแฮะ)

                หึแสยะยิ้มแบบคนสะใจที่ได้แกล้งผมครับ

                กดทำไมครับ

                ซุ่มซ่ามเกินไปนะมึงฟังจากน้ำเสียง พี่เขาดูเหนื่อยใจกับผมจริงๆนั่นแหล่ะครับ ผมเลยเบะปากใส่ ดูทำปากใส่กู

                แอะพี่โจ๊กเกอร์เอื้อมมือมาบีบปากผมครับ บีบแล้วบิดด้วยครับ แหม่

                หมั่นไส้ชิบหาย เฮ้อ เสร็จแล้วพี่โจ๊กเกอร์ซับแห้งแล้วหยดเบตาดีน จากนั้นก็พันผ้าฉบับมั่วๆให้ผม

                ขอบคุณครับผมนั่งอยู่ปลายเตียง มองพี่โจ๊กเกอร์เดินไปเก็บอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย ผมก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม คือผมก็นั่งมองแผลครับ แล้วก็เหม่อลอยแบบไม่ได้คิดอะไรในหัว จนพี่โจ๊กเกอร์เรียกนั่นแหล่ะ ผมถึงกลับสู่ความเป็นจริง

                บิล

                ครับ?”

                นั่งทำอะไร ขึ้นไปนั่งดีๆ

                ผมคิดอะไรไปเรื่องน่ะครับ

                อยากให้กูอุ้ม?”

                เปล่านะ!” ผมรีบปฏิเสธทันที คือหนึ่งผมไม่ได้คิดแบบนั้น สองคือมันจะเป็นการเรียกร้องและทำตัวสำออยมากไปหรือเปล่า!

                หึสายตาเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆต่อผม แต่เจ้าตัวกลับเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นแขนแกร่งบรรจงช้อนตัวผมลอยขึ้นจากเตียงไม่มาก แล้ววางลงยังกลางเตียงอย่างเบามือ เหมือนน้ำหนักผมเป็นแค่ปุยนุ่น

                ขอบคุณครับผมพูดเสียงเบา ก็ตกใจกับการกระทำนี้อยู่ อ่อนโยนจนอยากกระโดดกอดเอาขาเกี่ยว

                พอวางตัวผมลงเสร็จ เจ้าตัวก็ไม่พูดอะไร ร่างสูงเตรียมลุกออกจากเตียงแต่ผมยื้อชายเสื้อพี่โจ๊กเกอร์ไว้ก่อน พี่โจ๊กเกอร์ชะงักพลางหันมามองผมเล็กน้อย คิ้วขวายกขึ้นแสดงความสงสัยต่อการกระทำของผม

                อะไร?”

                คือ…”

                รีบๆพูด

                นั่งข้างๆผม..ไม่ได้หรอครับ (.__.)

                “…”

                “…”

                “…”

                “…”

                อืม


+

+


พี่จ๋าเค้าอบอุ่นแล้วค่ะทุกคน 

อย่าลืมสกรีมกันได้เต็มที่! ขอบคุณทุกคนมาเลยค้าาา เบิ้บบู♥

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น