เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 29 : special valentine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

​jokker x bill

&

???? x rit

ปล. เนื้อหาเป็นอนาคตของตอนปัจจุบัน ไรท์พยายามสปอยล์ให้น้อยที่สุดแล้วเจ้าค่ะ แอบสอดแทรกคู่ใหม่ไป ฮ่าๆ อยากดูฟีดแบค ;-; แง อย่าเพิ่งด่าเค้า! อ่านก่อนนนนนนน


ยังไม่ได้ตรวจคำผิดมากมาย...รีบลงเดี๋ยวหมดวันก่อน 

***********************************************************************************


— special valentine’s day for my special reader —

“Thank you for always being my rainbow after the storm.”

อา....ร้อนชะมัด

อา....ง่วงชะมัด!

ได้นอนแค่2 ชั่วโมงเองนะเฟ้ย ทำไมต้องโดนปลุกมาแต่เช้าด้วยนะ!!

ความคิดของบิลตีกันยุ่งเหยิงในใจไปหมด ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเสื่อใต้ร่มเงาของต้นไม้สูงใหญ่ที่ไม่ค่อยช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นเสียเท่าไหร่ทำหน้ายุ่ง

“ไอ้เวรนี่ ทำหน้าให้มันดีๆ” เสียงเพื่อนรักของเขาอย่างริทกล่าวเตือน

“กูมัวแต่ป้อมเนี่ย ไม่ไหวละ นอนต่อได้ไหม” บิลบ่นอย่างอารมณ์เสีย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตั้งแต่ชีวิตราบรื่น เขาก็ติดเกมงอมแงม ก็เดอะแก๊งของเขาน่ะสิ มัวแต่เสี้ยมให้เขาเล่นเกม จนเขาติดจริงๆ ติดกว่าเพื่อนเลยมั้งนั่น

“มึงก็เกินไป”

“pubg อีก กูยิงทั้งคืน”

“เฮียไม่ลุกขึ้นมาด่าหรอวะ”

“ไม่อ่ะ กูลงมาเล่นชั้น1 เล่นข้างๆกูก็โดนพี่โจ๊กเกอร์ถีบออกนอกประเทศพอดี” บิลบ่นแอบจริงจังเล็กน้อย

“แต่วันนี้ซ้อมใหญ่ไง มึงน่าจะนอนเร็วๆสักวัน”

“เออ...ช่วยไม่ได้นี่หว่า”

สองเพื่อนรักบ่นกันไม่จริงจังนัก บิลก็แอบกล่าวโทษตัวเองในใจบ้างล่ะน่า ที่ไม่ยอมนอนเร็วๆทั้งที่รู้ว่าวันนี้ต้องตื่นมาช่วยพี่โจ๊กเกอร์แต่งองค์ทรงเครื่องตั้งแต่ตี4 เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่รับปริญญาของพี่โจ๊กเกอร์สุดที่รักทั้งที แต่เขากลับมาทำหน้ายุ่งอยู่ตอนนี้ ด้วยสภาพอากาศประเทศไทยสุดแสนจะร้อนแรงเหมาะกับวันวาเลนไทน์จริงๆ!

ให้ตายสิน่า ทำไมซ้อมใหญ่ต้องตรงกับวาเลนไทน์ ไม่ใช่อะไรหรอก คนมันก็ยิ่งเยอะเข้าไปอีกน่ะสิ ขายของกันรวมสองเทศกาลเข้าไปอีก วุ่นวายจริงๆ

“ไอ้บิล” ริทเรียก บิลที่คิดอะไรเพลินๆถึงกับสะดุ้งโหยง ช่วงนี้เขาเป็นโรคขี้ตกใจกว่าเดิมเสียอีก

“ห๊ะ ตกใจหมด”

“มึงเตรียมอะไรให้เฮียปะวันนี้” ริทถาม บิลนั่งนิ่งไปสักพัก ใช่ว่าเขามาเฝ้าพี่โจ๊กเกอร์ทุกวันเสียเมื่อไหร่ เพิ่งว่างมาวันนี้วันแรกเนี่ยแหละ แต่เมื่อคิดไปคิดมา บิลก็ต้องอ้าปากกว้าง

“ชิบ หาย แล้ว กู”

“ดูแวว มึงไม่ได้เตรียมอะไรเลยใช่ป่ะ” บิลพยักหน้ารัวๆ สีหน้าจากย่ำแย่อยู่แล้วกลับแย่ไปอีก ทำไมเขาถึงเบ๊อะบ๊ะแบบนี้ ดอกไม้แสดงความยินดีก็ลืมซื้อ ของวันวาเลนไทน์ไม่ต้องพูดถึง!! ลืมหมดแล้ว มัวแต่ใช้ตังเติมสกินเกมช่วงพิเศษวาเลนไทน์ไปน่ะสิ ของแฟนกลับลืมเสียอย่างนั้น

ไอ้บ้าเอ้ย

บิลก่นด่าตัวเองในใจ ผ่านมา4ปี เขายังเงอะงะเหมือนเดิม ถ้าพี่โจ๊กเกอร์นั่งอยู่ข้างๆคงด่าว่าไอ้โง่แน่ๆ

“เห้อ นี่ดีนะที่มหาลัยเราบ้าเทศกาล มึงไปซื้อดอกไม้หน้ามอ แล้วกัน ส่วนวาเลนไทน์พวกมึงฉลองกันมาทุกปีแล้วใช่ปะ” ริทแนะนำพลางถอนหายใจ หน่ายกับเพื่อนซื่อบื่อของเขาจริงๆ

“มึง...กูจะบอกความลับให้” บิลกวักมือเรียกให้ริทขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วกระซิบ “กูไม่ได้ฉลองกันมา4ปีแล้ว พี่โจ๊กเกอร์เรียนหนักติดสอบติดติวหนังสือ.....”

“เห้อ” ริทได้แต่ถอนหายใจ บางทีเขาก็คิดว่าควรจ้างเลขาส่วนตัวให้เพื่อนคนสนิทหน่อยก็ดี เพื่อนตัวดีจะได้ไม่พลาดในวันสำคัญ

“แงงงง มึงต้องช่วยกูนะริท” บิลกล่าวเสียงงอแงพลางเขย่าแขนเพื่อนข้างๆ

“อ้อนเก่งนะเดี๋ยวนี้”

“ฮี่ๆ ฝึกไว้อ้อนผัวจ้า”

“ผัวเต็มปากเต็มคำ รับไม่ได้เว้ย” ริทโวยวายใส่เพื่อนข้างๆ บิลก็แค่หัวเราะรับ ทั้งคู่วางของที่ไม่จำเป็นไว้กับเสื่อ แล้วไปเดินเลือกดอกไม้แสดงความยินดีตรงโซนค้าขาย มีหลายชนิดและหลายราคา บิลเลือกแบบดอกไม้แห้งช่อขนาดกลาง เพราะเขารู้ว่าถ้าเล่นใหญ่โจ๊กเกอร์ต้องโวยวายเป็นแน่ อันที่จริงเขาคิดว่าโจ๊กเกอร์ไม่ได้อยากได้ดอกไม้หรอก แต่เขาคิดว่าไหนๆก็ไหนๆควรซื้อให้สักหน่อย รับปริญญามีครั้งเดียวนี่นา

หลังจากเลือกซื้อดอกไม้เสร็จทั้งคู่ก็กลับมาที่เสื่อของตน บิลเช็คโทรศัพท์โจ๊กเกอร์ดูพบว่ามีเบอร์ที่ไม่ได้เมมชื่อไว้โทรเข้ามาถึงสามสาย และไม่กี่วิหลังจากนั้นก็โทรเข้ามาอีก

“เบอร์ใครวะ” บิลพูดเบาๆกับตัวเอง ริทที่นั่งอยู่ข้างๆจึงยื่นหน้าเพื่อดูเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอ

“ไม่เมมไว้หรอวะ”

“เออ กูต้องรับหรือเปล่าวะ”

“กูว่าเบอร์นี้กูคุ้นๆว่ะ.....” ริทไม่พูดเปล่าพลางหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเช็ค ก่อนที่ริทจะให้คำตอบ บิลก็ตัดสินใจกดรับไปก่อน ยังไงก็ควรจะบอกปลายสายเสียหน่อยว่าเจ้าของโทรศัพท์ไม่ว่างเดี๋ยวโทรกลับไปทีหลัง

“ครับ เอ่อ พอดีเจ้าของโทรศัพท์ฝากโทรศัพท์ไว้ที่ผมน่ะครับตอนนี้ เดี๋ยวให้โทรกลับได้ไหมครับ” บิลรีบพูดรัวๆก่อนที่ปลายสายจะบอกธุระของตน ปลายสายเงียบไปสักพักก่อนจะตอบ

(น้องบิลหรอครับ) ปลายสายตอบกลับ

“เอ่อ...ครับ ไม่ทราบว่านั่นใครครับ” บิลกำลังงงว่าตัวเองคุยกับใครอยู่ เขาจำเสียงปลายสายไม่ได้เลย จะว่าคุ้นก็ไม่เชิง

(พี่เองครับ พี่ทอร์น)

“อ๋อ พี่ทอร์น” / “ทอร์น” บิลและริทพูดพร้อมกัน บิลหันขวับไปหาริททันที บิลขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางมองหน้าเพื่อนรักอย่างงงๆ ทำไมริทดูจะรู้จักเพื่อนพี่โจ๊กเกอร์คนนี้ละเนี่ย ขนาดเขาเองยังไม่ค่อยได้พบปะเจอะเจอพี่ทอร์นคนนี้จนตอนนี้ค่อนข้างลืมหน้าพี่เขาเสียแล้ว แต่ริทถึงขั้นมีเบอร์พี่เขาเลยงั้นหรอ แต่ช่างเถอะ บิลไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น

“เอ่อ..พี่ทอร์นมีอะไรหรือเปล่าครับ” บิลถามปลายสาย

(ไอ้เจย์มันเสร็จกี่โมงครับ พี่จะได้ไปถ่ายรูป เดี๋ยวตอนเย็นรอกินข้าวด้วย)

“อ๋อ เที่ยงๆก็มาได้เลยครับพี่ทอร์น เดี๋ยวพี่โจ๊กเกอร์ออกมาให้โทรกลับก็ได้ครับ พี่ทอร์นอยู่ไหนหรอครับ”

(พี่อยู่แถวม.เนี่ยแหละครับ)

“งั้นโอเคครับ เดี๋ยวโทรบอกครับ” กล่าวลากันอีกสองสามคำก็วางสายกันไป บิลนิ่งคิดไปนิดหน่อย เขากำลังคิดถึงมื้อเย็นวันนี้ว่าจะมีใครมาร่วมทานอาหารบ้าง อันที่จริงเขาลืมอีกแล้ว...ลืมหมดทุกสิ่ง อยากจะเขกหัวตัวเองเสียจริง

“เออริท เย็นนี้มึงก็อยู่กินกับกูใช่ปะ”

“เหย ขนลุก อยู่กินอะไรเล่า”ริทพูดติดตลก บิลได้แต่ทำหน้าบึ้งใส่ มุกอะไรไม่ฮาพากูขนลุก ริทเห็นบิลไม่ขำด้วยก็จำยอมตอบคำถามเพื่อนแต่โดยดี “กินๆ กูจะปล่อยคนเด๋อไว้คนเดียวได้ไง”

“เออดี กูรับมือเพื่อนๆเขาไม่ค่อยเก่ง”

“ใครวะ” ริทถาม

“พี่ทอร์นไรงี้ พี่เลิฟพี่ยูก็มามั้ง ไม่แน่ใจ อาจจะมาแค่ถ่ายรูป”

“อ๋อ ทอร์นก็มาสินะ” ริทพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่บิลก็ยังได้ยิน บิลเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง ต้องมีซัมติงแน่ๆ! ปากเล็กเตรียมอ้าปากเอ่ยถามเพื่อนรัก แต่ทว่าโทรศัพท์ตัวเองก็สั่นเสียอย่างนั้น เบอร์แปลกอีกด้วย บิลนิ่งไปพักนึงแต่ก็กดรับแต่โดยดี

“ครับ”

(อยู่ไหน) เสียงโหดจากปลายสายทำให้บิลสะดุ้ง ไม่คาดคิดว่าคนที่โทรมาจะเป็นคนคนนี้

“พี่เสร็จแล้วหรอครับ”

(อืม) เสียงปลายสายดูหงุดหงิดสุดๆ

“ทำไมไม่โทรเข้าเครื่องตัวเองละครับ”

(เครื่องไหนก็มึงรับมั้ย) โอเค บิลคิดว่าเถียงไปเขาก็แพ้ ไม่เถียงแล้ว!

“ครับๆ อยู่ใต้ต้นหูกวางหน้าตึกที่พี่เดินเข้าไปอ่าครับ ผมอยู่กับริท”

(— ตื้ดดด—)

โอเค...ชัดเจน! ตัดสายอย่างไร้เยื้อใย

“ชิส์” บิลบ่นกับโทรศัพท์ที่สายตัดไปแล้ว

“ทำไม ผัวเหวี่ยงหรอวะ”

“เออ กูโดนเหวี่ยงตลอด”

“มึงลองเหวี่ยงกลับเด้” ริทได้โอกาสก็ยั่วยุ เขาและผองเพื่อนได้เห็นโอกาสคู่นี้ทั้งสวีทและง้องอนกันมาตลอดหลายปี แต่ทุกครั้งเพื่อนตัวเล็กของเขาก็แพ้ทางอีกฝ่ายตลอด ไหนๆก็ไหนๆแกล้งยุสักหน่อยจะเป็นไรไป

“มึงไม่อยากเห็นกูมีชีวิตแล้วหรอ” นั่นไง ผิดเสียที่ไหน เพื่อนเขาก็กลัวตลอด

“เห้ยไรวะ คนเราต้องเป็นใหญ่ เติบโตไงมึง”

“มึงสติดีไหม พี่โจ๊กเกอร์นะนั่น พี่โจ๊กเกอร์ที่ทำพี่เบิ้ลเงียบ มึงจะให้กูไปใหญ่ยังไง”

“เออๆ กูไม่ยุมึงแล้ว” ริทกล่าวยอมแพ้ ยุไปก็ใช่ว่าเพื่อนจะทำตาม เป็นเขาก็ลำบากเหมือนกันจะให้ดื้อกับคนแบบนั้น แต่เขาคงไม่เลือกคนแบบโจ๊กเกอร์เป็นแฟนแต่แรก คนละไทป์!

“นั่นไงๆๆ คนนั้นอ่ะมึง สูงๆ มึงยกมือเร็ว” บิลตีแขนริทรัวๆ ริทมีท่าทีลนลานเล็กน้อยเพราะเพื่อนตีแขนเขากะทันหัน แต่ก็ยกมือเรียกโจ๊กเกอร์ได้ทัน ร่างสูงไม่ได้แสดงสีหน้าอย่างไรเป็นพิเศษ แต่บรรยากาศรอบตัว...ฮึ่ม ใครดูก็รู้ว่าน้ำโหขนาดไหน!

“บรรยากาศมัจจุราชมากมึง กูลาไปนอนได้ไหมไอ้บิล” ริทหันมากระซิบอย่างสยองๆ

“ไม่! มึงต้องอยู่กับกู” บิลจับแขนริทไว้แน่น โจ๊กเกอร์ที่หน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผมสีดำสนิทสะท้อนรับกับแสงแดดเงาวับ กำลังเดินมาทางนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

อา...

รัศมีความหล่อกระชากใจสุดๆ

สาวๆแถวนั้นต่างก็จับกลุ่มซุบซิบถึงรุ่นพี่ชุดครุยคนนั้นกันใหญ่ บ้างก็ว่าหล่อ บ้างก็ว่าอยากได้เป็นแฟน เป็นผัว ต่างๆนาๆ

นั่นผัวกูโว้ย! บิลได้แต่ตะโกนจากก้นลึกของหัวใจ คีพสุภาพบุรุษเข้าไว้

“น้ำ” ประกาศิตคำแรกคือน้ำ บิลรีบหยิบถังน้ำที่ใส่น้ำแข็งและน้ำอัดลมเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ยื่นให้ โจ๊กเกอร์รับมาแต่โดยดี แม้แต่การดูดน้ำยังทำให้ร่างสูงดูเซ็กซี่ขนาดนี้ เพราะบุคลิกแบบนี้ด้วยละมั้ง ถึงดูมีเสนห์และน่าค้นหา

“จะไปถ่ายรูปกับเพื่อนไหมครับ” บิลถาม เพราะด้านหลังเห็นกลุ่มเพื่อนพี่โจ๊กเกอร์หน้าตาคุ้นๆ เป็นกลุ่มที่พี่แกไปติวไปทำงานด้วยบ่อยๆ เขาก็ต้องคุ้นหน้าบ้างแหละน่า บางปียังมาโต้รุ่งที่บ้านพวกเขา บิลก็คอยดูแลเอาอาหารว่างหรือหยิบจับสิ่งที่ต้องใช้ให้บ้าง

“ถ่ายหลายวันแล้ว วันนี้กูบาย”

“แต่เพื่อนกำลังเดินมาหานี่ฮะ” โจ๊กเกอร์ยืนหันหลังให้กลุ่มเพื่อนจึงไม่รู้ว่าเพื่อนๆกำลังเดินมา ร่างสูงทำหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย แต่ไม่สังเกตคงดูไม่ออกเพราะหน้านิ่งเหมือนเดิม บิลที่ประจันหน้าได้แต่ยิ้มอย่างเช่นเคยให้ เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆแก๊งนี้ ทุกคนต่างเอ็นดูบิล อันที่จริงก็อายุเท่าๆบิลอยู่แล้ว ไม่ใช่พี่เสียเท่าไหร่ แต่บิลเองก็เรียนไม่ตรงตามอายุอยู่แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องอายุน่ะช่างมันเสียปะไร

“ไงเจย์ มากกน้องบิลอีกแล้วหรอวะ” โอทัก โอเป็นผู้ชายตัวเท่าๆโจ๊กเกอร์ จะต่างก็ตรงนิสัยที่เฟรนลี่ดูเป็นกันเอง หรือไม่ก็เพราะนิสัยแบบนี้ถึงมาอยู่แก๊งเดียวกันนี่แหละ

“ยุ่ง”

“มีความเหวี่ยง น้องบิลคะ ฝากดูแลหน่อยค่ะ ในพิธีก็นั่งน่าเป็นตูด” จอยช่วยเสริม จอยถือว่าเป็นตัวท็อปของรุ่นเลยทีเดียว เมื่อเธอฟอร์มทีมกับโจ๊กเกอร์ งานนั้นๆมักออกมาได้รับคำชมเสมอ

“อย่าไปกวนมันน่า จบแล้วยังจะขี้เก๊ก” เมย์ ผู้หญิงอีกคนในแก๊งกล่าวแซว

“ก็แหม อยู่ต่อหน้าแฟน” จอยแซวต่อ

บิลที่ยืนฟังบทสนทนาที่ดูแล้วเหมือนจะมีเค้าเกี่ยวด้วยหน่อยๆก็รู้สึกเขอะเขินหน้าแดงขึ้นทันที อุณหภูมิก็ร้อนอยู่แล้ว เขารู้สึกร้อนขึ้นไปอีกจนต้องยกมือขึ้นมาพัดๆตัวเอง เหงื่อไหลตามไรผมบางจนมาถึงคาง

“ร้อน?” เสียงทุ้มถามขึ้น ดูท่าร่างสูงจะไม่ได้สนใจการแซวของเพื่อนๆเลยสักนิด กลับทำเป็นหูทวนลมเช่นทุกที

“อ่านิดหน่อยครับ” บิลไม่อยากจะบอกความในใจทั้งหมดว่าทั้งร้อนทั้งง่วงทั้งหิว อารมณ์เขาหงุดหงิดผสมกันไปหมด

พรึ่บ!

ครุยดำที่คลุมตัวร่างสูงอยู่ยกขึ้นมาเช็ดตามแก้มของบิลอย่างช้าๆตามแรงเจ้าของชุด โจ๊กเกอร์เช็ดเหงื่อให้บิลไปเองโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้เลยว่าทั้งเพื่อนเขาและริทยังมองยิ้มๆเลย ส่วนเจ้าตัวเล็กที่โดนการกระทำนั้นแอดแท็กหัวใจเข้าอย่างจัง ยืนตัวแข็งอ้าปากข้างแม้แต่คำพูดก็ติดอยู่ในลำคอ

“อ่ะ..ขอบคุณ..ฮะ”

“อืม” โจ๊กเกอร์ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร กลับกัน พอจะละมือออกจากร่างบางกลับแกล้งโยกหัวบิลไปแรงๆหนึ่งที หมั่นไส้ ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกตัวที่มีคนมองเมื่อกี้เสียหน่อย เพราะคนตรงหน้าทำให้เขาต้องทำต่างหากล่ะ คนตรงหน้าเนี่ยแหละผิดที่ทำให้เขาโดนแซว

“เอ้า” บิลงุนงงกับอารมณ์แปรปรวนของแฟนตัวเองเหลือเกิน นี่ไม่อยากจะเหวี่ยงคืนนะ คนยิ่งง่วงๆอยู่! หึ่ย

“เออมึง โทรบอกทอ— พี่ทอร์นหรือยัง” ริทเตือน บิลที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าต้องโทรบอกหันไปส่ายหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หวังจะกดเบอร์โทรออกของทอร์นในเครื่องโจ๊กเกอร์ แต่ก็ถูกริทห้ามไว้เสียก่อน

“เออ เขากำลังมาละ”

“หืม สรุปคือมึงรู้จักพี่ทอร์นหรอวะ” ได้ทีบิลก็คาดคั้นคำตอบจากเพื่อนเสียเลย มันเอะใจมาหลายรอบแล้วนะเฟ้ย! มีอะไรไม่บอกกันเลยนะเดี๋ยวนี้ เขาชักจะน้อยใจแล้วสิเนี่ย

“ก็เออ”

“อะไรวะก็เอออ่ะ” บิลคาดคั้น ริทเลิ่กลั่กเล๋กน้อยก่อนจะวิ่งไปหลบหลังโจ๊กเกอร์

“เฮียช่วยผ้มมมมม”

“เดี๋ยวนี้หัดเอาตัวรอด” บิลกล่าวอย่างเซ็งๆ มีพี่โจ๊กเกอร์เป็นแบคเฉยเลย เขาขอยอมแพ้ไปก่อนก็ได้

“ไอ้เจย์พวกกูไปละ จะไปถ่ายรูปกับพวกนั้นต่อ” โอพยักหน้าไปทางเพื่อนอีกกลุ่ม โจ๊กเกอร์ก็ขานรับในลำคอนิ่งๆ บอกลากันสองสามคำเพราะเดี๋ยวก็เจอกันวันรับจริงอีกอยู่ดี

“พี่โจ๊กเกอร์ฮะ เดี๋ยวพี่ทอร์นมาถ่ายรูปด้วย แล้วก็กินข้าวเย็นด้วยนะครับ”

“อ่า...ไอ้ทอร์น?” โจ๊กเกอร์หันมาถามบิลอย่างงงๆ แน่นอนว่าโจ๊กเกอร์ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ว่าใครจะมาจะไป บิลแทบเป็นคนเตือนเค้าเสมอ แต่ที่ทอร์นมาหาเขาทำแปลกใจอยู่ไม่น้อย ใช่ว่าพวกเขาไม่สนิทกัน แต่แปลกใจที่มาแต่เขาไม่รับรู้ต่างหาก

“ครับ พี่ทอร์นโทรมาบอกเมื่อสักครู่อ่ะ” โจ๊กเกอร์นิ่งไปสักพัก ก่อนจะเสตามองไปยังริทที่อยู่ข้างหลังตน มัมปากยกยิ้มอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะหัวเราะในลำคออันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว

“หึ กูว่ากูรู้”

“หึ่ย เฮีย ไม่ใช่จริงๆ” ริทรีบแก้ตัวออกนอกหน้าทันที ยิ่งทำให้โจ๊กเกอร์ลอยหน้าลอยตาอย่างน่าหมั่นไส้ หน้าตาแห่งชัยชนะมันเป็นยังงี้เอง

“อะไรอ่ะ บอกผมบ้างดิพี่” บิลรู้สึกขัดใจนักที่ตามสองคนนี้ไม่ทัน

“มึงโง่อ่ะ” โจ๊กเกอร์ยังคงว่าบิลเช่นนี้มีตลอด4ปี บิลคาดว่าจะเปลี่ยนชื่อเล่นเร็วๆนี้แหละ

“ก็ผมตามไม่ทันนี่ พี่รู้พี่ก็บอกสิครับ” บิลเริ่มงอแง โจ๊กเกอร์ได้แต่คิดในใจ เดี๋ยวนี้ไอ้แฟนเด็กของเขาชักจะเริ่มงอแงหนักขึ้น อ้อนเก่งขึ้นทุกวัน หรือเพราะเขาใจดีด้วยเกินไปกันแน่นะ เขาว่าเขาก็ไม่เห็นจะตามใจตรงไหนเลย

“....” โจ๊กเกอร์นิ่งเงียบเพราะคิดอะไรในใจอยู่ แต่บิลกลับเข้าใจว่าพี่เขาแกล้งเมินตนเหมือนอย่างทุกทีที่ชอบแกล้ง แต่อยู่กันมาหลายปี คิดว่าเขาไม่รู้หรอว่าร่างสูงตรงหน้าแพ้อะไร

หึ! ได้! เล่นแบบนี้ใช่ไหมพี่โจ๊กเกอร์

“พี่อ่า~ บอกผมหน่อยสิครับ นะ” บิลเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงก่อนจะใช้มือเล็กๆจับครุยแล้วเขย่าเบาๆ ปากบางเบะออกเล็กน้อย คิ้วโค้งได้รูปขมวดเข้าหากันเป็นผม หน้าตางอแงแบบนี้ บิลไม่ได้ทำบ่อยๆหรอกนะ! เมื่อบิลเห็นโจ๊กเกอร์มองมาที่ตนแล้วนิ่งอย่างทำตัวไม่ถูก ร่างเล็กแอบยิ้มเหนืออยู่ในใจ หรือนี่จะเป็นชัยชนะของบิลกัน

“หึ”

พรึ่บ

“เหวอออ” แขนแกร่งตวัดเกี่ยวเอวบางร่างเล็กที่เข้ามาอ้อนตรงหน้าให้ใกล้ชิดตัวเองมากขึ้น ใบหน้าคมที่เจือปนไปด้วยเครื่องสำอางค์ในวันนี้ก้มลงจนเฉียดชิดใบหูของบิล

บิลตกใจจนต้องผงะออกมาเล็กน้อย แต่ก็โดนแขนแกร่งบังคับให้ชิดกันกว่าเดิมเสียอีก เรื่องแรงหรือจะสู้ร่างยักษ์ตรงหน้าได้ แรงควายแท้!

“อ้อนกูอีกสิ” เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหู บิลหดคอหนีด้วยความจั๊กจี๋ด้วย เขินด้วย ใบหน้าขาวแดงขึ้นอีกทั้งที่แดงอยู่แล้ว เสียงที่ยอู่ๆก็หายไปปนกับสมองที่คิดคำเถียงไม่ทันทำให้บิลต้องตกอยู่ในสภาพนี่ไปชั่วขณะ

อ่า...ใครกันแน่นะที่ชนะ

“ยอมแล้วก็ได้ครับ” บิลพูดอย่างยอมแพ้พลางหันหน้าหลบไปอีกทาง โจ๊กเกอร์เห็นดังนั้นก๋ยอมปล่อยแต่โดยดี เห็นได้ชัดว่าไอ้ตัวเล็กของเขาเดี๋ยวนี้หัดงอนเขาจริงจังเสียแล้ว อะไรกัน สรุปเขาตามใจไปงั้นหรอ แต่เห็นคนรักทำหน้าบึ้งแบบนี้เป็นใครก็ไม่ชอบใจเสียเท่าไหร่หรอกน่า

“เห้อ” โจ๊กเกอร์ถอนหายใจยาวก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กที่ไม่มองหน้าเขาแล้ว ลูบเอาใจอยู่นานสองนาน ใบหูบิลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง แม้มองจากข้างหลังก็ยังเห็นได้ชัด

“ขออนุญาตไปอ้วกก่อนนะครับ” เป็นริทที่ทนบรรยากาศพ่อแง่แม่งอนไม่ไหวจนต้องทักแทรกขึ้นมา ทำไมเขาต้องมาดูผัวเมียคู่นี้งอนง้อกันในวันวาเลนไทน์ท่ามกลางฝูงคนด้วยฟ่ะ!

“ไปไหนก็ไป” วาจาปากคอเราะร้ายจะเป็นใครไม่ได้นอกจากโจ๊กเกอร์นั่นเอง ที่กล่าวไล่อย่างไม่ใส่ใจ

“โถ่เฮีย”

“คิกค้าก สมน้ำหน้ามึง” ตอนนี้ทั้งคู่หยอกล้อกันโดยมีโจ๊กเกอร์ยืนเป็นกำแพงกั้นอยู่ จนกระทั่งโจ๊กเกอร์สังเกตเห็นร่างสูงที่กำลังเดินมา หน้าตาคุ้นๆเหมือนเพื่อนที่เขากำลังรออยู่

“ไอ้ทอร์น” โจ๊กเกอร์ตะโกนเรียกเพื่อนหน้านิ่ง ทอร์นหันซ้ายหันขวาเล็กน้อย ก่อนที่โบกมือตอบกลับเพื่อน

ทอร์นไม่ได้แต่งสูทเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้เจ้าตัวในมาดเสื้อเชิรต์ปลดกรดุมบน ผูกไทค์หลวมๆ แขนเสื้อพับขึ้นทั้งสองข้าง ผมที่เหมือนจะเซ็ตมาแต่เจ้าตัวคงขนี้ผมตัวเองเล็กน้อยให้ไม่เป็นทางการมาก ดูท่าแล้วเพื่อนของเขาจะโดดประชุมบริษัทมาหรือเปล่าน้า

“ไงมึง” ทอร์นทัก มือหนาดึงเสื้อเข้าออกให้เกิดลมในภายเสื้อตาลำคอและช่วงหลังเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ แต่กระนั้นกลิ่นกายรวมกับน้ำหอมราคาแพงทำให้นั่นดูหล่อเหลาขึ้นมาเสียอย่างนั้น

อยู่ๆที่ตรงนี้ก็กลายเป็นจุดรวมของคนหน้าตาดีเสียอย่างนั้น โจ๊กเกอร์เองก็เป็นคนดังในมหาลัยอยู่แล้ว ด้วยดีกรีย้ายโอนมาจากต่างประเทศ ไหนจะคณะแพทยศาสตร์อีก เรียนก็เก่งหน้าตาก็ดี พี่หมอในอุดมคติชัดๆ! เรื่องที่เขาคบกับบิลหรือมีแฟนเป็นผู้ชายนั้นใครๆก็รู้ มีทั้งกระแสแอนตี้และยินดี แน่นอนว่าแม่ยกสาววายพร้อมซัพพอร์ตเต็ม!

“เออ เซอร์มาเลยนะมึง” โจ๊กเกอร์แซวสภาพเพื่อน ทอร์นยิ้มรับก่อนจะมองไปยังคนที่ยืนหลบหลังโจ๊กเกอร์อยู่

“อะอ้าว กูว่ากูเจอคนรู้จัก”

“ตอแหล” ริทพูดเบาๆ พลางเสตามองไปทางอื่นไม่กล้าสบตาคนตัวโต ทอร์นได้แต่ยิ้มค้างแต่หางคิ้วกระตุกเล็กน้อย น่าตีนักเด็กนี่

“หึหึ” โจ๊กเกอร์ยิ้มอย่างได้คำตอบ ทอร์นมองหน้าเพื่อนคนฉลาดอย่างเหนื่อยใจ โดนหมอนี่รู้ทันแรกแน่ๆ

“เงียบเลยมึงน่ะ ส่วนนาย โดดงานมารึไง” ทอร์นไม่อยากจะยุ่งกับเพื่อนเขาแล้วเลยหันมาหาเรื่องริทแทน

“ผมลาแล้วต่างหาก คุณนั่นแหละประธานมาทำอะไรแถวนี้”

“มาตามตัวพนักงานไงครับ มานี่เลย”

“หึ่ย ไม่ๆๆ” ทอร์นเดินไปลากตัวริทที่แอบอยู่หลังโจ๊กเกอร์แล้วไปคุยกันหลังต้นไม้ บิลมองตามเห็นริททำท่าทางไม่เหมือนตอนอยู่กับตัวเองแล้วแปลกใจดี แอบยิ้มตามนิดๆ

“สรุปเขารู้จักกันหรอครับ” บิลถามโจ๊กเกอร์

“อืม กูก็ไม่รู้ แค่เดาๆสถานการณ์เอา ไอ้ริทคงเป็นลูกกระจ๊อกบริษัททอร์น”

“อ๋าาาา อย่างนี้นี่เอง แต่ทำไมเค้ามีเบอร์กันด้วยนะครับ ประธานกับลูกน้องสนิทกันขนาดนั้นเลยหรอ”

“เห้อ” โจ๊กเกอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมแฟนเขาถึงสมองช้าแบบนี้วะ คิดแล้วก็หมั่นไส้ในความซื่อบื่อ มือแกร่งยกไปวางไว้บนหังร่างเล็กแล้วโยกไปมาจนพอใจ บิลก็ยืนโง่ๆให้โจ๊กเกอร์กระทำชำเราตัวเองเช่นเดิม

“ช่างเถอะ สนใจเรื่องของเราดีกว่า” โจ๊กเกอร์ว่า เขาคร้านจะอธิบายให้บิลฟังแล้ว เดี๋ยวอะไรๆมันก็ชัดขึ้นเองนั่นแหละ

“อะ..อะไรครับ เรื่องของเราอะไร” บิลถอยออกมาห่างเจ้าคนตัวสูงที่ชอบแกล้งเล็กน้อย เตรียมจะแกล้งอะไรเขาอีกเนี่ย

“ถอยหนีกูทำไม กูไม่ทำอะไรมึงกลางแจ้งหรอก”

“เออจริงด้วย...ถ้าทำพี่ก็หน้าด้านเกินไปแล้วครับ ฟู่ววว”

รู้สึกตัวเล็กของเขาจะเริ่มปากจัดด่าเจ็บขึ้นทุกวันๆแล้วนะเนี่ย โจ๊กเกอร์คิดในใจ คืนนี้มันต้องสั่งสอนเสียแล้ว อยากจะลองดื้อกับเขางั้นหรอ? จะสอนให้ก็ได้ว่าเด็กดื้อจะถูกลงโทษ อย่าง ไร ????

.

.

สักสิบห้านาที ริทและทอร์นก็เดินกลับมาหาโจ๊กเกอร์และบิล ร่างสูงที่ยืนข้างๆเพื่อนเขาดูท่าทางอารมณ์ดี ขัดกับร่างเล็กข้างๆ เพื่อนเขาดูอารมณ์บ่จอยสุดๆ แต่ใบหน้าบึ้งกลับประดับไปด้วยริ้วสีแดง บิลอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่คิดว่าจะรดสายตาคนขี้สังเกตอย่างโจ๊กเกอร์ไปได้หรือไงกัน

“นาฬิกาสวย” โจ๊กเกอร์พูดขึ้น ริทถึงกลับไพร่มือไปด้านหลังทันที

“อย่าแซวเด็กมัน” ทอร์นออกหน้าแทนริทเฉย บิลถึงบางอ้อทันที ท่าทางแบบนี้...อ่าฮ้า นี่มันวันวาเลนไทน์นี่นา สองคนนี้สรุปมีซัมติงกันแน่ๆสินะ

“เดี๋ยวไอ้บิลอิจฉา” โจ๊กเกอร์อ้างชื่อบิลเสียอย่างนั้น เจ้าคนโดนกล่าวหาถึงกับไปไม่เป็น

อะไรกัน ลากเขาไปยุ่งทำแมว

“ผมไม่ได้อิจฉาสักหน่อย”

“งั้นไม่อยากได้ของขวัญจากกู?” คนโตถามหน้านิ่ง บิลได้แต่ทำหน้าบึ้งใส่ รู้ทั้งรู้ว่าถ้าให้เขาก็อยากได้อยู่แล้ว ยังจะมาแกล้งถามกันอีก เราไม่ได้ใช้วาเลนไทน์ด้วยกันมากี่ปี น่าจะรู้อยู่แกใจแท้ๆ

“....” บิลไม่ตอบอะไร

“....” โจ๊กเกอร์เองก็หน้านิ่งไม่ได้ถามอะไรต่อ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นชั่วคราว ได้ยินแต่เสียงกระซิบของคนอีกสองคน ผลัดกันว่ากล่าวอีกคนว่าผิดที่ทำให้บรรยากาศเป็นเช่นนี้

“เห้อ ไปห้องน้ำก่อนนะ” บิลที่ทนความอึดอัดไม่ไหวขอเป็นคนถอยทัพ เขาขอไปเอาน้ำสาดหน้าให้หายเซงหน่อยแล้วกัน อารมณ์แบบนี้เขาไม่มีปัญญาวิ่งเต้นตามอารมณ์พี่โจ๊กเกอร์หรอกนะ

หลังจากบอกทุกคนเสร็จบิลก็เดินแหกวงออกมาเลย ใช่ว่าเขาอยากจะทำนิสัยแบบนี้เสียเมื่อไหร่ แต่มันอดไม่ได้ที่จะน้อยใจ หรือเขาอารมณ์ขุ่นมัวเพราะนอนน้อยด้วยนั่นแหละ

ทางด้านริทและทอร์นก็ไม่กล้าเอ่ยปากแนะนำอะไร ได้แต่เงียบ โจ๊กเกอร์เองก็ยืนเงียบๆ สายตาพลางจ้องมองตามแผ่นหลังบางๆนั่นเดินห่างไปเรื่อยๆจนลับตาไป

“อะไรมึงเนี่ยเจย์” ทอร์นทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากเป็นคนแรกในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี่

“อะไร”

“น้องเขาเสียใจหมด มึงแกล้งน้องเขาเยอะไปอ่ะ”

“ปกติกูแกล้งเยอะกว่านี้อีก ทำไมวันนี้งอแงใส่กู” โจ๊กเกอร์บ่นอย่างงงๆ ทำไมวันนี้ดูงอแงดื้อดึงฉุนเฉียวกว่าปกติ

“มันนอนน้อยอ่ะพี่ มันได้นอนชั่วโมงสองชั่วโมงเอง”

“ห้ะ”

“มันมัวแต่เล่นเกมอ่ะเฮีย” ริทเอ่ยเบาๆ ไม่แน่ใจว่าบอกไปดีหรือไม่

“…ไอ้เวร กูว่าแล้ว มีหน้ามาโกหกกูว่านอนตั้งนานแล้ว” โจ๊กเกอร์จากตอนแรกที่รู้สึกผิดหน่อยๆตอนนี้ชักอยากจะจับแฟนตัวดีมายีหัวเล่น นอนน้อยแล้วความดันต่ำหรือไงเด็กนั่น

“แต่มันก็อยากมาดูแลเฮียไง” ริทช่วยแก้ตัวให้บิลดูผิดน้อยลง โจ๊กเกอร์ไม่ได้เถียงอะไรกลับ โจ๊กเกอร์ให้ทอร์นช่วยถอดครุยออกก่อนที่ร่างสูงค่อยๆออกก้าวเดินไปทางห้องน้ำชายที่ร่างเล็กเดินไปก่อน และไม่มีวี่แววว่าจะออกมาเสียที

“ทอร์น....ผมทำถูกป้ะอ่ะ” ริทไม่แน่ใจว่าที่ตัวเองพูดออกไปนั่นถูกหรือไม่ กลัวว่าเพื่อนตัวเล็กจะโดนคาดโทษหนักกว่าเดิมหรือเปล่า

“ไม่หรอกน่า ไอ้เจย์รักแฟนชิบหายจะตาย”

.

.

ทางด้านโจ๊กเกอร์ที่มายืนดักรอร่างเล็กนานสองนานก็ยังไม่เห็นคนตัวเล็กจะออกมาเสียที สุดท้ายเขาเลยมองซ้ายขวา เมื่อเห็นคนไม่ค่อยมาเข้าห้องน้ำตรงนี้เท่าไหร่ เจ้าตัวก็จัดการหาป้ายมาเขียนว่า ‘ห้องน้ำร้าง ผีดุ’ มาวางไว้ข้างหน้า โจ๊กเกอร์เดินเข้าไปในห้องน้ำที่มีสามห้อง มีอยู่ห้องนึงที่ถูกปิดประตูไว้ คนตัวโตว่าจะเคาะประตูเสียหน่อย แต่ก่อนจะเคาะ...

“ว้อยยยยย! พี่บ้าๆๆๆๆ”

“…..”

“ในที่สุดก็จะว่างอยู่ด้วยกันแท้ๆ ทำไมเอาแต่แกล้งกัน หึ่ย” โจ๊กเกอร์ที่แอบฟังก็แอบโล่งใจ อย่างน้อยแฟนของเขาก็ไม่ได้โกรธเขาจริงจัง เพียงแง่งอนนิดหน่อยบวกกับเจ้าตัวคงนอนน้อยอย่างที่ริทว่าจริงๆ อารมณ์ดูเหมือนพวกนอนไม่พอเลยเหวี่ยงไปเรื่อยจริงๆนั่นแหละ ที่เขาเข้าใจเพราะเขาก็เป็นอยู่บ่อยๆ

“….”

“วาเลนไทน์ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ปีนี้ปีแรกที่ว่าง โว๊ยย หงุดหงิด ไอ้เราก็ดันไม่ได้ทำอะไรไว้อีก ไอ้เวร บิลเอ้ย ไอ้โง่” โจ๊กเกอร์แอบขำในความซื่อของแฟนตัวเอง ทำไมไอ้ตัวเล็กของเขาถึงน่ารักขนาดนี้? มาโทษตัวเองเงียบๆคนเดียวในห้องน้ำเนี่ยนะ อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากคนตัวเล็กมากไปกว่าอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ยิ่งช่วงขึ้นวอร์ดเขายิ่งไม่ได้เจอคนตัวเล็กเลยเพราะเจ้าตัวก็ต้องฝึกงาน หางาน วิ่งวุ่นเข้าบริษัทตัวเองเหมือนกัน เจอกันก็แค่ตอนนอน ไม่ก็สวนกันเช้าเย็น อาทิตย์ละครั้งเองมั้งที่เจอกัน ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ ทำไมเขาจะไม่คิดถึงล่ะ ที่ทำก็เพื่อบิลทั้งนั้น เรียนแพทย์สำหรับเขาก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มีหลายอย่างที่เขาต้องเรียนรู้ใหม่ แม้เขาจะเรียนรู้ได้เร็วก็ตาม แต่มันก็ค่อนข้างท้าทายและยากพอสมควร

“…”

“เห้อ เออดีขึ้นละ” บิลบ่นกับตัวเองทุกประโยคจริงๆ ทั้งดีไม่ดี เศร้าไม่เศร้า โจ๊กเกอร์ที่แอบฟังอยู่ข้างนอกได้ฟังหมดทุกประโยคนั่นแหล่ะ ขำไปตั้งหลายรอบในความปัญญาอ่อนนี้

แอ๊ดด

“เห้ย!! ตกใจหมด พี่!” บิลสะดุ้งโหยงถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าจะมีใครมายืนจ่ออยู่หน้าประตูนี่นา แถมยังเป็นคนที่เขาเพิ่งบ่นไปเนี่ยนะ

“นินทากูกับภูติผีอยู่หรือไง” เสียงต่ำแกล้งกดลงให้ดูเหมือนไม่พอใจ บิลรู้สึกโดนจับได้ว่าแอบบ่นไป ทั้งๆที่อุตส่าห์หลบมาบ่น ยังตามมาอีกนะ

“ครับ ทำไมครับ”

“งอนอะไรกูนักหนา”

“….”

“อยากได้ของขวัญเหมือนไอ้ริท?”

“เปล่าครับ พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้อยากได้อะไรขนาดนั้น”

“แล้ว?”

“….อุตส่าห์มีเวลาอยู่ด้วยกันแท้ๆ หยุดแกล้งผมสักที” บิลตอบโดยที่สายตาไม่สบกับคนตรงหน้าด้วยซ้ำ เขากำลังงี่เง่าอยู่หรือเปล่านะ แต่ก็จริงนี่ เขาแค่คิดถึงคนตรงหน้าจนแทบบ้า หน้าที่การงานมันทำให้เขาแทบไม่ได้เจอคนตรงหน้าเลย พี่โจ๊กเกอร์ยิ่งพูดน้อยๆอยู่

“หึ” โจ๊กเกอร์แค่หัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปในเขตที่สายตาหลุบต่ำของบิลมองไม่เห็น บิลจึงต้องเงยหน้ามองว่าคนตรงหน้าเดินไปไหน โจ๊กเกอร์เดินไปตรงอ่างล่างหน้าฝั่งติดกับกำแพง ร่างสูงตบเข้าที่เคาเตอร์อ่างล่างมือ “มานี่”

บิลนิ่งคิดไปสักพัก เขาต้องเดินไปหาไหมนะ จะทำอะไรกันคนตรงหน้าเขาเนี่ย แต่สุดท้ายร่างบางก็เดินไปหาอยู่ดี

“เหวอออ” ร่างบางลอยหวือกลางอากาศก่อนที่ก้นจะถูกวางลงกับพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบแม้อากาศจะร้อนก็ตาม ตอนนี้สภาพเขาช่างล่อแหลมเหลือเกิน ระหว่างขาเขาถูกร่างสูงแทรกแซง ใบหน้าหล่อคมที่ไม่ได้เห็นชัดๆมานาน ตอนนี้อยู่ห่างกับเขาเพียงลมหายใจไม่กี่เฮือก

“อ่า..มึงยังตัวหอมเหมือนเดิม” โจ๊กเกอร์พูดก่อนจะค่อยๆสูดดมฟีโรโมนประจำตัวของคนคุ้นเคยตั้งแต่แก้มใส ค่อยเลื่อนต่ำลงไปยังซอกคอหวาน ก่อนที่จะเกิดเสียงน่าอายขึ้น

ฟ่อดดด

จ๊วบ

“อ๊ะ..พี่ อย่า..นี่มัน”

“หึหึ มึงคิดว่าคนอย่างกูสน?”

แผล่บ

ร่างสูงละเลงเลียเล้าโลมไปทั่วซอกคอขาว บิลหดคอหนีแต่กลับโดนมือแกร่งอีกข้างจับล็อคคอเอาไว้เสียอย่างนั่น เรียวขาขยับไปมาเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยว แต่กลับมีร่างสูงแทรกอยู่ตรงกลางจึงทำได้เพียงแค่ดิ้นร่าไปมาในอ้อมแขนนี้เท่านั้น มือบางละจากกระเบื้องเย็นเพื่อไปจับเสื้อเชิร์ตขาวของร่างสูงที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ แต่บิลกลับไม่ได้รังเกียจและจับมันแน่นหมายจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวไม่ให้เขาหงายหลังลงอ่างล่างมือ ลมหายใจร้อนที่รดอยู่แถวใบหูทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่ บิลหันหน้าไปประจันหน้ากับคนตัวโต

อ่า...สายตาที่มองมายังเขานั้นช่างเร่าร้อน ราวกับเขากำลังถูกงอนง้ออยู่ทางสายตา ริมฝีผากหนาค่อยๆเคลื่อนมาประทับกับอวัยวะเดียวกัน จูบอย่างเบาบางเป็นการง้อนิดหน่อย ต่อมาจึงเกิดการดูดดื่มริมฝีปากกันเรื่อยๆ เสียงน่าอายที่ฟังแล้วรู้สึกเขินอายแต่มิทำให้เขาทั้งสองหยุดการกระทำพลอดรักนี้ไปได้ ลิ้นร้อนที่แฉะชื้นไปด้วยน้ำลายของทั้งคู่กำลังปะทะกันอยู่ในโพรงปากของผู้เสียเปรียบ บิลรู้สึกสู้ไม่ไหว เขาจำเป็นต้องตามเกมของร่างสูงเสมอ เมื่อร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้น พบว่าดวงตาดุนั้นมองเขาอยู่แล้ว

ริมฝีปากทั้งคู่ค่อยๆผละออกจากกันเล็กน้อย น้ำลายที่หยาดเยิ้มเป็นเส้นทำให้บิลเขินอายเล็กน้อย ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ ไม่รู้จะอิงแอบหลบได้ตรงไหน อกแกร่งตรงหน้าก็เป็นที่หลบที่ดี

“ไม่ไหวแล้ว?”

“นี่มันข้างนอกนี่ครับ” บิลตอบบ่ายเบี่ยง แต่นั่นแหล่ะ คำตอบที่ร่างสูงแสนเจ้าเล่ห์ต้องการ

“หึ..ค่อยไปต่อ ที่ห้องเราแล้วกัน” รอยยิ้มร้ายถูกจุดขึ้นข้างมุมปากร่างสูงอย่างที่เคยเป็น

ก็เขาบอกแล้วไง ว่าเด็กที่กล้าดื้อกับเขา ต้องถูกสั่งสอนน่ะ


-- cut nc ในเล่มหนังสือ :> -- 


***************************************************************************************

กรี๊ดด ไรท์มาแล้วที่รัก! พรุ่งนี้จะลงตอนต่อไปเสียที ฟู่ววว นั่งพรูฟฟิคมาสามวัน ไรท์ทำการรีไรท์ไปนิดหน่อย และนั่งเรียบเรียงฟิึคตัวเอง

เห้อ เราแต่งอะไรฟะเนี่ย ช่างไม่ต่อเนื่องเสียจริง T_T อยากจะขอบคุณรีดที่ตามกันจนทุกวันนี้ เรานั่งอ่านตั้งแต่แรกแล้วแบบ อีหยังของช้านนนน

เรื่องใหม่เราจะวางพล็อตให้มันดีกว่านี้นะคะ!! ใช่ค่ะ เตรียมปิดเรื่องนี้เปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว แฮ่ะๆ 

และทุกคนคงเดาออกว่าเป็น พี่ทอร์นและน้องริท นั่นเองค่า เย้ๆ จุดพลุปุ้งๆๆ 

ที่จริงมีอีกคู่คือ เลิฟยู หมอxทันตะ คู่ทอร์นริทจะเป็นประธานxเด็กฝึก ทุกคนอยากอ่านคู่ไหนก่อนคะ อยากรู้ฟีคแบค ฮ่าๆ แต่ก็ปูทางให้พี่ทอร์นมาขนาดนี้แล้วนังไรท์บ้า....

เอาเป็นว่าจะพยายามปั่นเรื่องนี้ให้จบ เพราะจะจบแล้วเจ้าค่ะ! ตอนพิเศษลงในเว็บให้2 ตอนคือวาเลนไทน์ที่cut nc กับอีกตอนคือ _________ ค่ะ(ชอบแกล้งรีด ฮ่าๆ)

ยังไงก็ สุขสันต์วันคนมีคู่ค่า จุ้บๆ ไรท์คนโสดนั่งอัพฟิค(สักที)

แต่รักรีดทุกคนเหมือนเดิมค่ะ!!! แง่มม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #231 ViSpA (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:50
    ในที่สุดก็กลับมานะไรท์5555
    #231
    0