เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 23 : BAD ADDICT 22 200% NC!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61

ตอนที่ 22

เมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาลผมก็ตัดสินใจนอนค้างกับพี่โจ๊กเกอร์ด้วยเลย ทั้งๆที่ว่าจะกลับไปทำงานกับพวกไอ้ริท แต่มันมีลางสังหรณ์ว่าผมควรจะอยู่กับพี่โจ๊กเกอร์

“วันนี้กูจะไม่ทำอะไรมึงหรอก” พี่โจ๊กเกอร์พูดขึ้นขณะที่ผมกำลังสวาปามแอบเปิ้ลอยู่ ผมเคี้ยวต่อและมองไปยังพี่โจ๊กเกอร์อย่างจับผิด

“พี่พูดอะไรแปลกๆเนอะ”

“หึ”

“ไม่รู้เรื่องด้วยสักนิด” ผมบ่นเซ็งๆ หวังว่าเจ้าตัวจะบอกอะไรบ้าง

“ก็กูฉลาด” ไม่บอกอะไรเพิ่มเติมแถมยังอวยตัวเองมากกว่าเดิมอีก =_= เป็นอีกครั้งจากหลายๆครั้งที่ผมเลือกที่จะแดกต่อ ไม่ตอบพี่โจ๊กเกอร์ใดๆทั้งสิ้น ตอบไปก็เหมือนตอกย้ำว่าโง่โว้ย!

“หึ” พี่โจ๊กเกอร์มองมาที่ผมแซวๆ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย มือหนาเอื้อมขึ้นมาออกแรงดึงข้อมือผมเบาๆ ผมยังคงนิ่ง ไม่ขยับไปหาร่างสูงแต่อย่างใด ถึงแม้เขากำลังทำท่าทางที่หาได้ยากยิ่งอยู่ก็ตาม

“มานี่” เสียงเข้มเอ่ยหนักๆ ทำให้ผมเลิกดื้อเงียบแล้วขยับเข้าไปหาพี่โจ๊กเกอร์ที่เตียง ผมกระโดดขึ้นไปนั่งข้างๆพี่โจ๊กเกอร์

“พี่ดูชิวจังเลย” ผมพูดออกไปตามที่คิด อันที่จริงพี่โจ๊กเกอร์ก็คงรู้อยู่แล้วว่าผมคิดอะไร คนหรืออับดุลวะ

“เรื่องไหนล่ะ?”

“ทำมาเป็นถามนะครับ พี่ก็รู้ว่าผมพูดถึงเรื่องอะไร”

“หึ ไอ้แครอทเน่า?” พี่โจ๊กเกอร์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ผมถอนหายใจออกมาแรงๆอย่างไม่ปิดบัง

“เห้อ! ไอ้ผักเน่านั่นแหล่ะ ผมขยะแขยงจนไม่อยากเฉียดเข้าใกล้มันเลย แต่ถ้าผมกลับบ้าน ไม่พ้นจะต้องเจอมันตลอด50ชั่วโมงแน่ๆ” ผมพูดไปมองบนไป แค่คิดถึงนรกเสมือนจริงนั่นก็ปวดหัวแล้ว

“มันก็แค่ไอ้มนุษย์ผลประโยชน์นั่นแหล่ะ เงินแปะบนเหงือกโชว์หราขนาดนั้น”

“ผมก็พอรู้ว่ามันหวังแค่ผลประโยชน์”

“เพราะฉะนั้น มันก็แค่ไอ้กระจอก....” ประโยคที่เปล่งด้วยวาจาเย้ยหยัน เต็มไปด้วยความสมเพช

“พี่คง...คิดไปถึง10ปีข้างหน้าแล้วมั้งเนี่ย แผนในสมองพี่น่ะ”

“อืม อย่างน้อย คนที่ชนะเกมนี้ ก็คือกูอย่างแน่นอน J” ยิ้มนี้หล่อ...แต่น่ากลัว....

เหมือนน้ำผึ้งแสนหวานที่ผสมยาพิษเลย...อร่อย...แต่อันตราย!

“ครับ ผมเชื่อว่าพี่ต้องชนะ”

แต่...ชัยชนะนั่น...มีผมอยู่เคียงข้างหรือเปล่า....

พรึ่บ!!

“เหวอออออออ!” ผมร้องเสียงหลงแทบไม่ทัน เมื่อร่างกายลอยหวือและถูกพลิกให้มานอนบนเตียง โดยที่มีแขนแกร่งของร่างสูงที่นอนข้างๆพาดตัวอยู่ ไม่เอาขามาเกยกูด้วยเลยล่ะทำขนาดนี้อ่ะพี่ครับ

“หน้ามึงตอนตกใจยังโง่เหมือนเดิม”

“สำหรับพี่...ผมนี่โง่ระดับไหนกันครับ” เป็นคำถามที่อยากรู้มากที่สุดในตอนนี้แล้วล่ะครับ ฉายาผมแทบจะเป็น ‘ไอ้โง่’ อยู่แล้วนะ

พี่โจ๊กเกอร์มองผมนิ่ง แววตาสื่อว่ากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ชิ! ทำไมมันน่าหมั่นไส้นักนะ ไอ้ฉลาดเอ้ย

“โง่...กว่ามึง“

“....”

“คงไม่มีอีกแล้ว”

=_=

“ฟัค...”

“ว่าไงนะ?”

“เปล่าครับ!”

“มึงด่ากูฟัค”

บอกว่ารัก!

“….”

หลุดปาก....ได้โง่จริงๆ...

เออ! กูมันโง่จริงๆว่ะ T_T

“หึ” พี่โจ๊กเกอร์ยกยิ้มเหมือนจะแอบขำเล็กน้อย ผมเกิดหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ

“เออ! ก็รักไง แล้วไงวะ ก็พูดความจริงปะวะ” ไม่ต้องมีสุภงสุภาพแล้วโว้ย! “....ครับ” กูต้องพูดก่อนที่จะไม่มีลิ้นไว้รับรส

"วันนี้เรามานอนมองหน้ากันเฉยๆไหมครับ" ผมนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาพี่โจ๊กเกอร์ ในเวลาแบบนี้ ผมมีเวลาจ้องหน้าพี่เขาทั้งคืน...เหมือนได้เห็นความงามบนใบหน้านิ่งชัดๆอย่างถี่ถ้วน

และ....

มือหนาที่กำลังลูบคลำก้นผมอยู่ก็คงควานหาอะไรบางอย่างที่ก้นผมเช่นกันล่ะมั้ง =_=

"มองหน้าเฉยๆทั้งคืน?" คิ้วหนาเลิกขึ้นข้างนึง ใบหน้ายียวนกวนส้นตีนปรากฏบนใบหน้านิ่งที่แสนน่าตบ

"ก็ไหนว่าจะไม่...เอ๊ะ! มือเนี่ยมือ!" ผมเอี้ยวมือไปจับมือพี่โจ๊กเกอร์ที่กำลังจะสอดเข้าไปในกางเกงผมทางด้านหลัง แต่ทว่าคนตรงหน้ากับไม่รู้สึกผิด แถมยังทำหน้าประดุจว่าผมกำลังขัดขวางความสำราญของเขา

"มึงจะขัดอะไรกูนักหนา" พี่โจ๊กเกอร์เหมือนจะเริ่มหงุดหงิด

"ก็ ผมก็อยากนอนเฉยๆบ้าง อะไรบ้าง เรามาทำแบบคู่รักธรรมดาๆกันบ้างเถอะครับ"

"คู่รักธรรมดาเขาทำกันยังไง" คำถามสองแง่สี่ง่ามมากครับ

"ก็แบบพี่ต้องทำกับข้าวให้ผมกิน ป้อนข้าว อาบน้ำด้วยกัน ไปเดทกัน ไปดูหนัง"

"มึงเป็นง่อยหรือไง แล้วกูก็ถามว่าเขาทำกันยังไง ท่าไหน"

“ท่าหมามั้ง!” ผมตอบไปอย่างประชดๆ แต่พี่โจ๊กเกอร์ก็มือไวล้วงเข้าไปในกางเกงผมทันทีและมือผมก็ไวพอกันที่จะคว้าข้อมือพี่แกให้หยุดไว้แค่นั้น

“หยุดเลย!!”

“ก็เห็นมึงอยากทำ”

“ผมเปล่าครับ ผมอยากนอนกอดพี่เฉยๆ แค่นี้ก็พอแล้ว” พี่โจ๊กเกอร์นิ่งไปนิด ก่อนจะเอามือออกมาจากกางเกงของผม มือหนาดึงตัวผมเข้าไปสวมกอด ร่างกายภายในอ้อมกอดของพี่โจ๊กเกอร์นั้นมันช่างร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก หรือฟินอย่างบอกไม่ถูกก็ไม่รู้

“พอใจไหม?” เสียงเข้มถามนิ่งๆ ผมได้แต่ยิ้มให้กับแผงอกแกร่งตรงหน้าแล้วตอบเจ้าของน้ำเสียงเข้ม

“อิ่มใจเลยครับ” ผมกอดตอบพี่โจ๊กเกอร์แน่นกว่าที่พี่เขากอดผมเสียอีก และแล้ว...เมื่อเปลือกตาผมปิดสนิท ผมก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดายภายในอ้อมกอดที่รักยิ่ง

ผมสลึมสะลือตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพราะพยาบาลเข้ามาดูอาการ เขาก็ทำท่าตกใจเล็กน้อย แต่ผมบอกเขาไม่ให้พูดอะไรทั้งนั้น พี่โจ๊กเกอร์ยังคงหลับอยู่ พอตื่นมาผมกลับนอนทับแขนพี่โจ๊กเกอร์อยู่เสียอย่างนั้น ท่าทางจะตะคริวกินแขนเสียแล้วมั้ง ไม่ขยับไปไหนเลย

ผมค่อยๆย่องลงจากเตียงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวกลับหอ มีภารกิจต้องจัดการกับไอ้พวกชั่วที่ห้อง ภารกิจก็งานต่างๆนั่นแหล่ะ ช่วงนี้ผมเหลวไหลไปหน่อย แต่ได้พี่โจ๊กเกอร์ช่วยติวก็ผ่านมาแบบชิวๆ น่าอัศจรรย์ใจมาก ถ้าพี่แกไม่ฉลาดคงไม่มีใครคบแล้วมั้งครับ

เมื่อผมออกมาจากห้องน้ำ พี่โจ๊กเกอร์ก็ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางงัวเงียแล้วครับ ผมชี้ๆที่ไม่ได้ทรงนั่น นานๆทีจะได้เห็น แปลกตาและดูโง่ขึ้นนะเนี่ย

“มองอยู่ได้ จะแดกกูหรือไง” แอ่ะ ปากหมาสัสๆ เลิกมองดีกว่า!

“เปล่าครับ ผมพี่มันไม่เป็นทรง มาครับ เดี๋ยวผมจัดให้” ว่าแล้วผมก็ปีนขึนเตียงไปนั่งอยู่ข้างหลังพี่โจ๊กเกอร์ ชันเข่าขึ้นมานิดหน่อย จากนั้นก็จัดการจัดผมที่ชี้ๆของพี่โจ๊กเกอร์ให้เข้าที่เข้าทางเสียหน่อย ค่อยดูหล่อแมนแฮนซั่ม

“อืม ไปเรียนเหอะ” ไล่กูเฉย

“ครับๆ” ผมตอบรับสั้นๆ จากนั้นก็เดินไปเก็บของใส่กระเป๋าเล็กน้อย ขณะที่ผมกำลังจะเดินไปที่ประตู พี่โจ๊กเกอร์ก็เรียกเอาไว้เสียก่อน

“บิล” ผมหันไปมองเจ้าของเสียงเข้มอย่างงงๆ พี่โจ๊กเกอร์กระดิกนิ้วเรียกผมให้เข้าไปหา ผมก็เดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย

“ครับ?”

“จูบก่อนไปด้วย”

ช็อคแปป....แต่ด้วยความงุนงง ผมจึงก้มจูบพี่โจ๊กเกอร์เสียดีๆ ดูดดื่มกันเล็กน้อยก็ผละออกจากกัน

“แล้วเจอกัน”

แปลกแต่จริง...พี่โจ๊กเกอร์ยิ้มให้ล่ะ

“ครับ”

-หอ-

“วู้ววววว นางเอกกลับปราสาทแล้วครับ! ปรบมือ!!”

แปะๆๆ แปะๆๆ

“ฮิ้ววววว!”

“ยินดีต้อนรับครับ คุณหญิง!!”

ผมยืนหน้าตายอยู่ที่หน้าประตู เปิดเรื่องเทพนิยายโดยไอ้เวท ไอ้ริทกับเฟย์คือทีมสนับสนุน

“จะอาบน้ำก่อน หรือกินข้าวก่อน หรือกระหม่อมดีครับ แอร๊ย!” ไอ้เวทเดินไปลูบไล้ตัวผม

“แอร๊ยพ่อง! ขนลุกโว้ย” ผมดันมันออกจากรัศมีทางเดินผม

“มาครับท่าหญิง เชิญมาพิมพ์งานตรงนี้เลยขอรับ กระผมเตรียมคอมและเอกสารไว้ให้แล้ว” ไอ้ริทผายมือเชิญผมไปทางโต๊ะของมัน มีแต่เอกสารรกไปหมด

“เออๆ กูมาช่วยแล้ว! กูซอรี่”

“ติดผัวเอ๋ย” ไอ้ริทยังไม่หยุดแซว แต่ผมหันไปมองมันแบบ =_= มันเลยเบะปากใส่ผมแล้วหายไปในห้องครัว

“เออ นั่งทำไปครับคุณหญิง กูเห็นไอ้ริทมันทำตั้งแต่เมื่อคืน” ไอ้เฟย์ตอกย้ำ เอาซะผมอยากจะนั่งทำมันทั้งอาทิตย์เลยไอ้รายงานนี่

“เออๆ กูทำต่อให้ พวกมึงไม่ต้องราดกรดบนแผลกูได้ไหม”

“เหอะ! มึงอ่ะหายตัวตลอด เย็นนี้จะอยู่ให้พวกกูเห็นหน้าไหมวะ” ไอ้ริทโผล่หน้าออกมาบ่นผม

“เอ่อ...อยู่” ผมตอบแบบไม่มั่นใจเท่าไหร่ อีกวันหรือสองวันผมก็ต้องกลับบ้านแล้ว...วันนี้เพราะจึงอยากจะอยู่กับพี่โจ๊กเกอร์ให้มากๆ

“ทำหน้าเศร้าขนาดนี้พวกกูไม่อยากรั้งหรอก ไอ้ห่า” คำปลอบใจไอ้เวททำให้รู้สึกดีขึ้น12.3215%

“อืม...กูอยากจะไปอยู่พี่โจ๊กเกอร์น่ะ”

“มึงดูกังวล” ไอ้เฟย์สังเกต

“กูก็คิดเหมือนกัน” เวทเสริมอีก

“มีอะไรก็บอกพวกกู พวกกูคิดว่าช่วยได้ ยกเว้นเรื่องตัง” ผมซึ้งใจจนอยากจะทำรายงานให้พวกแม่งจริงๆเลยวุ้ย

“ฮ่ะๆ ขอบใจเว้ยพวกมึง” ผมยิ้มให้พวกมันก่อนจะตั้งใจทำรายงานต่อไป ไอ้ริทก็ไปต้มมาม่าให้ผมครับ มาม่าของไอ้ริทอร่อยมาก ไม่รู้ทำไมเหมือนกันครับ เหมือนมันเป็นผู้บุกเบิกสูตรนี้

วันนี้ตอนบ่ายๆผมมีเรียนจน4โมงเย็น ผมกะว่าจะนั่งแท็กซี่ไปลงโรงพยาบาล แต่ทว่า...วันที่เรามีแพลนอะไรๆนั้น มักจะมีเหตุการณ์ๆนึงมาแทรกเสมอๆ และเป็นอะไรที่เซอไพรส์มาก....

“ไงครับบิล”

“ไอ้เชี่ย...ใครวะมึง รถคันละสิบล้าน!” ไอ้เฟย์กระซิบข้างหูผม

“บิล..มึงไม่ได้ไปกู้เงินนอกระบบไว้ใช่เปล่าวะ” ไอ้เวทเสริม

“หรือมันคือไอ้ห่านี่” ไอ้ริทกระซิบอย่างเป็นเรื่องเป็นราวที่สุด เพราะผมเพิ่งบ่นให้มันฟังตอนเรียนเบื่อๆ ไอ้ริทมันก็ค่อนข้างตกใจเรื่องที่ผมจะโดนจับคู่กับไอ้แครอท แต่ไม่คิดว่า...

“มาทำไม”

“อย่าเย็นชาแบบนั้นสิครับ ท่านพ่อท่านแม่ให้ผมมารับบิลกลับบ้านวันนี้ครับ ^^”

“วันนี้?”

ผมทวนคำของไอ้แครอทอีกที วันนี้มันไม่ใช่วันที่ตกลงกันไว้เสียหน่อย

"ครับ วันนี้...." ไอ้แครอทพูดค้างไว้ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดผม ใบหน้าขาวของมันเคลื่อนมาข้างๆหูผมแล้วกระซิบอย่างน่าขนลุก "วันนี้ คุณจะได้เป็นของผม"

"พ่อง!" ผมผลักไอ้แครอทออกอย่างแรง สายตารังเกียจที่ไม่ค่อยมอบให้ใคร ตอนนี้ผมกลับมองมันด้วยสายตานั้นอย่างไม่ลังเล คนอะไร น่ารังเกียจชะมัด!

"หึ" มันยกยิ้มและยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ พวกไอ้ริทมันเดินมาข้างๆตัวผม แต่ละคนท่าทางเหมือนพร้อมจะถีบไอ้แครอททุกเมื่อ เพียงแค่ผมสั่งอะไรทำนองนั้น

"มึงอย่าห้ามกู! อย่าห้าม!" ไอ้ริทมันง้างมือข้างขวาไว้กลางอากาศ แล้วพูดอยู่คนเดียว

"ต่อยมัน ต่อยมัน!" ไอ้เวทเสริม

"อย่าห้ามกู กูจะต่อยมัน!" แม่งยังคงง้างมือไว้กลางอากาศอยู่!! มึงมันบ้า ไอสัด

"ใครห้ามมึงวะ ต่อยเลยไอ้ควายริท" ไอ้เฟย์ชี้ทางสว่างให้ แต่ทว่าคนที่ต้องห้ามกลับเป็นผมเสียเองเนี่ยแหล่ะ

"ไม่ต้องหรอกมึง" พวกแม่งหันมามองผมเป็นตาเดียว

"เอ้า! ทำไมวะ กูกำลังจะต่อยแม่งเลยเนี่ย บอกว่าอย่าห้าม!" นี่ก็ไม่มีใครห้ามมันตั้งนาน เสือกเล่นอยู่ได้

"กูไปกับแม่งเนี่ยแหล่ะ รำคาญสัดๆ" ผมเน้นหนักตรงคำว่า รำคาญ เป็นพิเศษ ไอ้แครอทมันยังคงยิ้มหน้าระรื่นเหมือนเดิม ช่างเป็นคนที่ทำหน้าได้กวนเล็บตีนอะไรเบอร์นี้

"เชิญครับ เมีย"

ตุ๊บ!

ผมปากระเป๋าใส่หน้าแม่งทันทีที่มันพ่นคำว่าเมียออกมา กระเป๋าหล่นลงพื้นเผยให้เห็นหน้าโกรธเคืองของมันอย่างเห็นได้ชัด มันทำท่าจะเข้ามาต่อยผมเต็มที่ แต่ถ้าต่อยผม มันคงไม่ยอมโดนรุมตีนจากเพื่อนของผม อย่างน้อยมันก็ยังฉลาดที่จะระงับอารมณ์ขุ่นเคืองของตัวเองเอาไว้ได้ อย่างน้อยมันก็ยังรักตัวเองและประเมินสถานการณ์ว่าอาจจะโดนรุมกระทืบได้

"แล้วจะเห็นดีกัน" มันพูดเบาๆกับผม ผมเดินเข้ามานั่งในรถด้วยสีหน้านิ่งเรียบ อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ จะเกิดอะไรก็ไม่แปลกแล้ว ผมเริ่มชินกับอะไรที่คาดเดาไม่ได้เสียแล้วล่ะ

ไอ้แครอทเดินอ้อมไปทางฝั่งคนขับอย่างน่าหมั่นไส้ ผมลอบมองออกไปนอกกระจก เห็นพวกไอ้ริทชูนิ้วกลางให้ไอ้แครอทกันยกใหญ่ หรือมันชูให้ผมวะ ถ้ามันตัวอ่อนเล่นกายกรรมได้ก็คงยกเท้าขึ้นมาชูนิ้วกลางด้วย ผมเปิดกระจกบ้ายบายพวกไอ้ริทลวกๆ ก่อนจะมองบนไปทางไอ้แครอท

"มีไรโทรกริ๊งมาเลยนะมึง!" ไอ้ริทตะโกน ก่อนที่แครอทเน่าจะออกรถอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้คอกูหลุดออกไปนอกรถเลยล่ะ =_=

ในรถบรรยากาศไม่น่าอึดอัดสักนิด เพราะมีเพลงสากลเปิดคลออยู่ บวกกับอารมณ์ที่ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจของไอ้แครอทเน่า ผมรู้สึกได้เลยว่าต้องมีเรื่องอะไรไม่ดีสำหรับผมเกิดขึ้นแน่ๆ ซึ่งถ้ามันเกิดแล้ว ผมก็ทำอะไรไม่ได้.....ได้แต่หวังว่าจะไม่มีอะไรส่งผลกระทบไปถึงพี่โจ๊กเกอร์หรอกนะ

"นั่งคิดอะไรอยู่" คนขับรถที่อารมณ์ดีเกินไปถามผมยิ้มๆ ยิ้มกวนส้นตีนน่ะนะ

"เสือกจัง"

"หึ ปากดีได้ก็แค่ตอนนี้"

ผมไม่ตอบอะไรมัน อยากให้ถึงบ้านเร็วๆ จะได้รู้สักที ว่าจะเกิดห่าเหวอะไรขึ้น

ไม่นานเกินรอ รถคันหรูก็เลี้ยวเข้าไปในรั้วบ้านของผม ผมแอบเห็นรถของพี่พี่เบิ้ลกับพี่บีด้วย อยู่กันพร้อมหน้าแหงๆ

"ลงสิ ชักช้า" ไอ้แครอทพูดกระแทกกระทั้นผมก่อนจะลงจากรถแล้วปิดประตูใส่ผมอย่างดัง แต่ก็ยังยืนรอผมเพื่อเข้าไปในบ้านพร้อมกัน สร้างภาพชิบหายวายวอด

"สร้างภาพเหลือเกินนะ" ผมแขวะมันบ้าง มันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

"พ่อแม่มึงก็เอาประโยชน์จากกู ครอบครัวกูก็เอาประโยชน์จากพวกมึง ได้ทั้งคู่" ไอ้แครอทพูดออกมาหน้าตาเฉย ผมสัมผัสความน้อยเนื้อต่ำใจจากเขาไม่ได้เลย ซึ่งหมายความว่า การมองแต่ผลประโยชน์มันถูกซึมซับเข้าไปในกระแสเลือดของเขาแล้วนั่นเอง เขาทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้เป็นปกติ ซึ่งมันไม่ใช่สำหรับผม แต่มันคงเป็นเรื่องปกติของครอบครัวผมเช่นเดียวกัน

ภายใต้รอยยิ้มที่แสดงออกมาอย่างต้อนรับ มีแต่ความกระหายในผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ อ้างออกมาว่าทำเพื่อลูก ทำเพื่อคนนู้นคนนี้ ที่จริงทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น....เงินทองแค่ตอนนี้ก็มีมากพออยู่แล้ว จะเอามาเพิ่มให้ล้นฟ้าทำไมอีก?

"เข้าไปได้แล้ว" มันกระชากตัวผมไปโอบ แล้วเดินเข้าบ้าน ผมลอบถอนหายใจแรงๆ แล้วปรับสีหน้าจากบึ้งตึงเป็นเรียบเฉย

เมื่อเดินเข้าไปถึงห้องโถง ก็พบว่าทุกคนแต่งชุดกันเป็นทางการเหลือเกิน พี่บีมองผมยิ้มๆ ยิ้มที่เห็นใจ พี่เบิ้ลมองผมอย่างจริงจัง คาดหวังไม่ให้ผมทำอะไรๆพลาด พ่อแม่ยิ้มให้กับไอ้แครอท ยิ้มที่ตลบแตลง

"เชิญเลยจ้ะ วันนี้เราจะได้รวมเป็นครอบครัวเดียวกันสักที"

"วะ..ว่าไงนะแม่?" ผมถึงกับหยุดชะงัก แล้วหันไปมองแม่นิ่งๆ แต่ทว่าในใจกลับสั่นระรัว หัวใจแทบตกไปอยู่ที่แก่นโลกชั้นใน

"พวกเราเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้ว ลูกก็จะได้อยู่กินกับคารอลตามระเบียบ" แม่พูดออกมาหน้าตาเฉย

"ระเบียบ? ระเบียบอะไรล่ะครับนั่น นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมข้ามขั้นขนาดนี้"

"แกนี่เสียมารยาทจริงๆ! มีประโยชน์แค่นี้ก็ทำๆไป" พ่อพูดขัดออกมาเสียงแข็ง ดวงตาคมจ้องมองที่ผมอย่างดุๆ ผมได้แต่หุบปากและกล้ำกลืนฝืนใจกลืนน้ำลายลงคอแห้งๆส่งผลให้รู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งคอ

"ผมไม่ถือหรอกครับ แค่ได้อยู่กับบิลก็พอ" ไอ้แครอทมันพูดยิ้มๆ ท่าทางมันเจียมตัวและดูรักผมโดยไม่หวังผลประโยชน์สุดๆ จะ คีพลุค ก็ให้มันน้อยๆหน่อย นี่เข้าขั้นประจบประแจงตอแหลดัดจริตสตอเบอรี่แล้วนะ

"ขอบใจมากนะจ้ะคารอล ที่ยอมเจ้าเด็กเอาแต่ใจคนนี้" ยอมตรงไหนกันฟ่ะ! เบื้องหลังแล้วข่มขู่ผมจะตายห่า

"ครับคุณแม่" แม่กูไอสัด! ไม่ใช่แม่มึง! "งั้น ผมขอตัวพาบิลไปดูห้องนอน 'ของเรา' ก่อนนะครับ"

"เชิญตามสบายเลยจ้ะ นี่ก็คือบ้านของคารอลแล้ว" แม่เปิดทางให้มันยิ่งกว่าปูพรมแดงรอเทวดาเสด็จเสียอีก ว่าแต่ ห้องนอนของเรา?

ห๊า!!!!

ว้อท เดอะ ฟัค!!!!!!!

ไอแครอทเน่ามันไม่รอให้ผมโวยวาย มันจัดการโอบเอวผมแล้วออกแรงดึงเนียนๆขึ้นไปเลย ผมก็ไม่รู้จะขัดขืนให้ได้ส้นตีนอะไร เริ่มรำคาญเต็มทน อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ เสร็จธุระผมจะได้กลับไปหาพี่โจ๊กเกอร์...เวลายังเหลืออีก...ยังไม่หมดเสียหน่อย

"นี่แหล่ะ ห้องใหญ่ของเรา" ผมมองดูห้องตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ในใจก็พลางคิดตามสิ่งที่เห็น มันเป็นห้องใหม่ ทั้งเฟอนิเจอร์ นู่นนี่นั่น รวมทั้งห้องก็สร้างใหม่เช่นกัน ผมถอนหายใจรัวๆเลยทีเดียว แถมการจัดวางห้องยังเป็นแบบหรูหราสไตล์ที่แม่ชอบ...ปวดหัว

"เรียกมาเพื่อแค่นี้ใช่ไหม จะกลับล่ะ" ผมพูดเนือยๆ ก่อนจะหันหลังกลับเตรียมจะก้าวออกจากห้อง แต่ทว่า มือหยาบหนาก็คว้าข้อมือผมไว้แถมยังออกแรงบีบอีก ผมหันขวับมาหามันพร้อมชักสีหน้าอย่างไม่ปกปิด

"Fu*k! ปล่อย!" ผมตวาดมัน แต่ก็ไม่ค่อยจะดังเสียเท่าไหร่ เสียงผมมันไม่ได้ดังอยู่แล้ว

"หึ...นี่ไม่รู้ตัวหรอ ว่าออกไปไม่ได้แล้ว"

"วะ..ว่าไงนะ!" ตอนนี้สมองผมเริ่มรวนแล้ว สับสนไปหมด ออกไปไม่ได้แล้ว?? ได้ยังไงกัน! ก็มันยังไม่ถึงวันที่ตกลง....

"ระ หรือว่า..."

"ใช่ พวกเขาก็แค่อยากให้เราได้อยู่ด้วยกันเร็วขึ้น ช่วงนี้หุ้นกำลังดี พลาดไปคงแย่" ไอ้แครอทพูดด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มออกมาในช่วงประโยคสุดท้าย

"เลว....มึงมันเลว"

มันไม่ได้สนใจอะไร แค่ยักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ ดั่งเป็นเรื่องปกติที่มันทำอยู่ทุกวัน

"หึ มึงกำลังด่าพ่อแม่ของตัวเองอยู่ด้วยนะ"

"....."

"มึงอย่าทำตัวนอกคอกสิวะ โดนสั่งให้ทำอะไรก็ทำๆไปเถอะ มีแต่ได้กับได้"

"พี่โจ๊กเกอร์ต้องทำอะไรสักอย่างแน่ เขาต้องไม่อยู่เฉยที่กูถูกพามาวันนี้!"

"มึงแน่ใจ?" ไอ้แครอทพูดขัดผมขึ้นมา ทำให้ผมสะอึก ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ นั่นสิ..ถึงตอนนี้ยังไม่มีไลน์มาเช็คอะไรเลย

"เออ"

"งั้นกูไปส่งมึงไปหามันก็ได้นะ?" ประโยคสุดแสนจะท้าทายของมันทำให้ผมใจสั่นแปลกๆ ผมกลัว..กลัวว่าสิ่งที่มันพูดนั้นจะเป็นจริง

กลัวว่าพี่โจ๊กเกอร์ตั้งใจจะปล่อยผมมาจริงๆ...

“เอาไง” มันถามผมยิ้มๆ ยิ้มแบบนี้ทำให้ผมใจสั่นจริงๆ ไม่ได้หลงมันนะ สั่นกับความชั่วร้ายของมันต่างหาก

“ไป กูไม่เชื่อว่าพี่โจ๊กเกอร์จะไม่ทำอะไรเลย” ไอ้แครอทมันก็แค่ยักไหล่ แล้วเดินออกจากห้องนำผมไปที่รถมันก็เท่านั้น มันไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ตลอดทางมันก็นั่งฮัมเพลง ขับรถมือเดียว สบายๆตามสไตล์น่าถีบของมัน ส่วนผมก็นั่งจับโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย เหงื่อซึมไปทั่วแผ่นหลัง น้ำลายแทบจะกลืนไม่ลงคอด้วยซ้ำ ในเวลาแบบนี้ลางสังหรณ์ของคนเรามักจะถูกเสียด้วยสิ

ผ่านการรถติดมาสักพักก็ถึงโรงพยาบาล ผมรีบลงจากรถตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องพี่โจ๊กเกอร์ทันที ไอ้แครอทมันไม่ได้ตามขึ้นมาด้วยหรอก หรือตามมาทีหลังก็ไม่แน่ใจ เพราะผมทิ้งมันไว้เบื้องหลังโดยไม่สนใจสักนิด

ปัง!!

ผมเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ เห็นพี่โจ๊กเกอร์ในชุดไปรเวท และกำลังเดินเก็บของใช้ต่างๆใส่กระเป๋าอยู่

“พี่...” ผมพูดเสียงอ่อยๆ ผมมองไปที่พี่โจ๊กเกอร์อย่างไม่เข้าใจ เจ้าตัวเขาดูไม่ได้ตกใจอะไรกับที่ผมเปิดประตูเข้ามาเลย แค่หันมามอง แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของต่อ

“พี่...จะไม่ถามผมหน่อยหรอ ว่ามาทำไม”

“กูรู้อยู่แล้วกูจะถามทำไม” พี่โจ๊กเกอร์ตอบกลับเสียงนิ่ง ผมถึงกับจุกคอพูดไม่ออกเลยทีเดียว

“รู้อยู่แล้ว?”

“อืม”

“ยังไง...อะไร...นี่ผมงงไปหมดแล้ว” ผมพูดเสียงสั่น รู้สึกว่าน้ำในตาเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาทุกที ในใจตอนนี้ผมเว้าวอนไม่ให้เรื่องราวมันเป็นอย่างที่ผมคิด

“มึงไปเจออะไรมา มันก็อย่างนั้นแหล่ะ”

“ที่ผมกับไอ้แครอทต้องอยู่ด้วยกันนั่นน่ะหรอ”

“อืม”

“แล้วพี่...ก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้น..หรอ...ครับ” ผมแทบไม่อยากจะถามออกไปเลย ดวงตาผมจ้องมองไปที่ริมฝีปากหนานั่นเสมือนจะเดาคำตอบให้ได้ก่อนที่ปากนั่นจะเปล่งเสียงออกมา

“ใช่”

ทันทีที่ประสาทการได้ยินของผมรับรู้คำตอบนั่น ตัวผมชาวาบไปทั้งตัว ผมยืนอยู่นิ่งกับที่ แววตาจ้องมองลงไปที่พื้นเท่านั้น ผมไม่กล้ามองไปที่พี่โจ๊กเกอร์อีกแล้ว....

แปลว่าการชนะเกมของพี่...ไม่มีผมเคียงข้างสินะ

ผมได้แต่ยิ้มเยาะให้ตัวเองในใจ ภายนอกนั้น ผมแทบไม่เหลือแรงจะยิ้มอีกแล้ว ไม่อีกแล้ว

“พี่ทำแบบนี้ทำไม” ผมถามทั้งๆที่เสียงสั่น ทั้งๆที่เจ็บร้าวไปทั้งคอ ทั้งๆที่น้ำตาแทบจะไหลรินออกมาเต็มที แต่ผมเหมือนไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ถ้าพี่จะทิ้งผมไปจริงๆ ผมก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วใช่ไหม?

“...” พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้ตอบผม ผมจึงเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าพี่โจ๊กเกอร์มองมาที่ผมนิ่งๆ มองเหมือนมอง...คนที่ไม่รู้จัก

“ทำไมมองผมแบบนั้น ภายในไม่กี่ชั่วโมงเรากลายเป็นคนไม่รู้จักกันแล้วหรอครับ? เรากลายเป็นคนที่ห่างเหินกันขนาดนั้นเลยหรอครับ?”

“มึงก็รู้จักกูดีนี่บิล”

“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่กำลังทำบ้าอะไร ผม...ผม...โอ๊ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกันครับ ช่วยอธิบายทีเถอะ ผมไม่ไหวแล้วนะ” ผมพูดอย่างเหลืออดแล้วจริงๆ ผมรู้สึกหายใจไม่ทัน ถ้าไม่ได้โวยวายผมต้องระเบิดตายแน่ๆ

“กูฉลาด ส่วนมึงโง่ แต่เมื่อถึงเวลา คนโง่ก็จะรู้เอง” พี่โจ๊กเกอร์อธิบายสั้นๆฉบับคนฉลาดอีกตามเคย ทำให้ผมซึ่งโคตรโง่รู้สึกหงุดหงิดเข้าไปอีก

“นี่พี่!”

หมับ!

ผมก้าวเข้าประชิดพี่โจ๊กเกอร์แล้วคว้าคอเสื้อพี่โจ๊กเกอร์ ออกแรงดึงเข้าหาตนเองอย่างแรง อย่างน้อยก็แรงสุดเท่าที่ผมเคยทำกับพี่เขา

“โฮ่ เดี๋ยวนี้กล้าหาญขึ้นเยอะว่ะ” พี่โจ๊กเกอร์พูดคล้ายจะเย้ยหยันผม แต่ดูไปดูมาก็แค่กวนส้นตีนเหมือนเคยๆ

“ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่ นี่หมายความว่าพี่จะทิ้งผมแล้วจริงๆใช่ไหม จะปล่อยผมแล้วจริงๆใช่ไหม ถ้าผม...ถ้าผมต้องไปอยู่ที่นั่นโดยที่พี่ไม่คิดจะทำอะไรเลย มันก็จบแล้วใช่ไหม! เราจบแล้วใช่ไหม!!” ตอนนี้น้ำตาของผมมันคงเหลืออดที่จะกลั้นไว้แล้วหล่ะ มันพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย

ถ้าผมต้องยอมรับชะตากรรมแบบนี้จริงๆ โดยที่พี่โจ๊กเกอร์ไม่คิดจะช่วยผมเลย นั่นหมายความว่าผมก็จะไม่มีหนทางที่จะขัดขืนทางบ้านได้เลย ไม่มีใครคิดจะช่วยผมอยู่แล้วนอกจากพี่โจ๊กเกอร์ แล้วพี่ยังจะทิ้งผมไปอีก ผมก็คงจบจริงๆแล้วล่ะ ผมคงต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเน่าๆนี่ ไม่ก็มองไอ้แครอทมุมใหม่แล้วก็ชอบมันซะ แต่ถ้าต้องจำใจชอบไอ้เน่าเฟะนั่น ผมยอมกัดลิ้นแทงตาตายดีกว่า!!

“เออ มันจบแล้ว” คำพูดของพี่โจ๊กเกอร์เป็นเหมือนหนามที่ปักตอกย้ำซ้ำเติมใจอันบอบช้ำของผมซ้ำไปอีก

“ฮะ..ฮึกกกก! พี่ฮึกก..พี่จะทำอ..ไรฮึก! ผมก็ได้!! อย่าฮึกก!!ทิ้งผมไว้สิ” ผมพูดไปสะอื้นไป สะอื้นแรงจนหายใจแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว แค่ผมคิดภาพอนาคตต่อจากนี้ ผมก็สิ้นหวังแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

“ไปไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ฮึกก! ยังไงก็ได้!! ผมไปด้วยฮึกกก ไม่ได้ฮึก! หรอครับฮึกก!! ฮืออ ผมขอร้อง” ผมคลายมือที่ขยำคอเสื้อพี่โจ๊กเกอร์ออก แล้วโผเข้ากอดแทน ใบหน้าผมซุกลงที่อกแกร่งอย่างโหยหา ผมไม่อยากห่างเขาเลยจริงๆ

“หึ ยังไงก็ได้?”

“ฮึกกกก ฮืออ”

“งั้นมาเอากับกูส่งท้ายแล้วกัน”

ผลั่ก!!

“โอ๊ยย!” พี่โจ๊กเกอร์แกะผมออกแล้วโยนไปที่เตียงอย่างแรง เอวผมกระแทกเข้ากับเหล็กที่ขอบเตียงอย่างจัง ผมได้แต่เอามือยันขอบเตียงไว้ พี่โจ๊กเกอร์เควี้ยงกรเป๋าทิ้งแล้วตรงมาที่ผม มุมปากหนายกยิ้มขึ้นนิดๆ แววตาส่อได้ถึงความกระหายในสิ่งที่กำลังจะทำ

“พี่จะทำ..”

“กูก็จะเอามึงให้หายอยากไงวะ ถ้ามึงอยากไปกับกู มึงก็ต้องเจอแบบนี้ทุกวัน!”

“พะ..โอ๊ย!” มือหนาคว้าคอผมแล้วออกแรงยกตัวผมขึ้นจนเท้าลอย จากนั้นก็โยนไปกลางเตียง ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนเตียงเต็มตัวเลย พี่โจ๊กเกอร์ถอดเข็มขัดออกอย่างรวดเร็ว ร่างหนาเริ่มก้าวขึ้นเตียงมาหาผมเรื่อยๆ แต่ผมกลับถอยหลังหนี

ตอนนี้ผมมองพี่โจ๊กเกอร์เปลี่ยนไป ผมกลัว...ถึงแม้ว่าพี่เขาจะโหด แต่เขาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้...นี่เหมือนเขาจะทำกับผม อย่างไม่มีหัวใจ!

“ไม่ ไม่เอา พี่ไม่ใช่แบบนี้”

“มึงจะมารู้มากกว่าตัวกูได้ยังไงว่ากูเป็นแบบไหน กูเป็นยังไง” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงเหี้ยม นิ้วเรียวบีบแก้มผมอย่างแรงจนผมปวดไปทั้งกราม มือหนาออกแรงกระชากหน้าผมให้เข้าไปใกล้ชิดใบหน้าโหด

“มึงไม่ต้องมาคิดอะไรแทนกู”

“แค่...เรื่องที่พี่คิด...ผม ยัง ไม่รู้ เลย...อึก..” เสียงพูดผมเล็ดลอดออกไปอย่างเชื่องช้าเป็นคำๆ นิ้วเรียวดันหน้าผมออกแรงๆ ผมได้แต่ประคองกรามตัวเอง ลูบไปมาอย่างเจ็บปวด ได้รสเลือดนิดๆในปาก สงสัยจะโดนฟันบาดมั้งเนี่ย

“หึ เวลาก็ไม่ค่อยจะมี งั้นทำเลยแล้วกัน” พูดไม่ทันจบ พี่โจ๊กเกอร์ก็เข้ามาปลดกางเกงผมรวดเดียวออกหมดเลย ซึ่งแน่นอนว่าแรงผมจะไปสู้อะไรได้ แม้ว่าผมทั้งถีบ เตะ ข่วน กัด แต่มัดกล้ามอันไร้เทียมทานก็ต้านแรงอขงผมได้ทั้งหมดเลย

“ขัดขืนแบบนี้ก็แปลกใหม่ดี” พี่โจ๊กเกอร์พูดด้วยเสียงแหบพร่า อันที่จริงสายตาไร้เยื่อใยแบบนี้ก็แอบเซ็กซี่ไปอีกแบบ

เดี๋ยว! กูไม่ได้ฟิน =_= แค่คิดว่าพี่แกก็แปลกใหม่เหมือนกัน แต่มันออกจะรุนแรงค่อนไปทางไร้หัวใจ ผมจึงมิอาจฟินได้

“พอเถอะ หยุดเถอะครับ”

“ไหนมึงว่ายังไงก็ได้”

แคว่ก!!

พี่โจ๊กเกอร์ฉีกเสื้อนักศึกษาผมขาดตัวที่ร้อย ใจคอว่าบ้านผมรวยจะซื้อเสื้อกี่ตัวก็ได้หรอ

“พี่จะไร้หัวใจกับผมจริงๆหรอ! อึกกก”

“พูดมากหนวกหู” พี่โจ๊กเกอร์เอาเสื้อผมที่ขาดมาขยำแล้วยัดใส่ปากผมไม่ให้ผมพูดได้อีก ผมจึงทำได้แค่ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอมั่วๆเท่านั้น เพราะมือผมก็ถูกมือแกร่งจับรวบไว้แล้ว ต่อด้วยถูกมัดด้วยเข็มขัดของผมเองแล้วผูกไว้กับราวเหล็กของเตียง

“กูบอกแล้วนะว่าไม่มีเวลา”

“อ่า!! (อย่า)” ผมกรีดร้องในลำคอ พี่โจ๊กเกอร์ใช้เข่ากดขาผมไว้กับเตียงพร้อมแยกออก ไม่รู้ทำไมเวลานี้ผมถึงมีอารมณ์อายได้ ผมฝืนแรงพี่โจ๊กเกอร์ไว้แม้จะรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ตาม

“อ้าสิวะ!” พี่โจ๊กเกอร์ออกแรงกระชากอีกที ผมจึงต้องอ้าขาในที่สุด

“อ๊า!!” นิ้วเรียวสอดเข้าไปทางช่องด้านหลังของผมทันทีเมื่อผมอ้าขา ไม่มีการช่วย การรอ หรืออะไรทั้งนั้น ท่าทางว่าเจ้าตัวจะรีบร้อนจริงๆ น้ำตาผมซึมไหลลงทางหางตาเรื่อยๆทั้งเจ็บกาย เจ็บใจ คิดอะไรแทบไม่ออก

“เอ็บ (เจ็บ)” ผมพยายามพูด พี่โจ๊กเกอร์ไม่สนใจเสียงประท้วงในลำคอของผมทั้งนั้น นิ้วเรียวเพิ่มจำนวนพร้อมสอดใส่เข้าออกเร็วๆ นี่มันหลักสูตรเร่งรัดหรืออะไร

“อ๊า! อ๊ะ! เอ็บ! ออแอ้ว!! ฮือออ (เจ็บ! พอแล้ว!!)”

“มึงเป็นคนทำให้กูตัดสินใจแบบนี้เองนะบิล”

“ออแอ้ว..ฮืออ อ๊า!”

“เพราะมึงคนเดียว”

“อมออโอด ฮืออ(ผมขอโทษ)” ผมสะอื้นไปครางไป ร่างกายเจ็บไปหมดทุกส่วน ทั้งข้อมือ ทั้งขา ทั้งช่องทางหลัง ทั้งใจ

“ได้ มึงให้กูพอ เสร็จครั้งนี้แล้วกูจะพอ”

“ฮึกก...”

“นี่คือครั้งสุดท้ายของเรา”

“ฮึก...อายอามอ่าไอ..อ๊า!!! อ๊ะ!! (หมายความว่าไง)” ไม่ทันที่สมองอันน้อยนิดของผมจะคิดตามทันพี่โจ๊กเกอร์ แท่งร้อนที่ขยายขนาดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้และถูกควักออกมาตอนไหนก็มิทราบ บัดนี้ได้สอดใส่เข้ามาภายในตัวผมแล้ว ร่างกายผมตอดรัดมันโดยอัตโนมัติ ความเจ็บและความเสียวซ่านแล่นเข้าครอบงำประสาทสัมผัสของผมทั้งหมด ผมทำได้แค่ร้องครางไปตามความรู้สึกเท่านั้น

ผมหลับตาลง รองรับความรู้สึกนี้ไว้ ริมฝีปากล่างถูกกัดอย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บปวด


------------------ cut ----------------------------


...หมดแรง แค่จะอ้ากแค่จะอ้ากปากยังทำไม่ได้ รู้สึก

ผมโดนจัดหนักไป5ยกเบาๆ เพราะสถานที่ที่ไม่เหมาะสมและเวลาอันเร่งรีบของพี่โจ๊กเกอร์ ถึงจะ5ยกเบาๆแต่ผมก็สลบไปตอนไหนมิทราบได้ ันเร่งรีบของพี่โจ๊กเกอร์ ถึงจะอนกลืนผ้าไปด้วย ยิ่งหอบยิ่งหายควักออกะรีบร้อนจริงๆรรมเน่าๆนี่ ไมผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่บนรถของไอ้แครอทเน่า แต่มีแรงแค่ลืมตามาดูเท่านั้นแหล่ะ...ผมรู้สึกคอแห้งผากเจ็บร้าวไปถึงหลอดลม กรามก็ปวดไปหมด แค่จะอ้าปากยังทำไม่ได้

“ตื่นได้สักที ห่า!” ไอ้แครอทหันมาบ่นผมทันทีที่จับได้ว่าผมตื่นแล้ว ผมทำได้แค่ขมวดคิ้วและส่งสายตาไม่พอใจไปหามันเท่านั้น

“ไอ้ห่า เสียแรงชิบหาย กลับบ้านไปก็นอนเฉยๆไปเลย ไม่ต้องทำห่าไรทั้งนั้น เดี๋ยวพ่อแม่มึงถามกูขี้เกียจตอบ ขี้เกียจดูแล!” ไอ้แครอทบ่น ส่วนผมก็ทำได้แค่กระพริบตามองออกไปนอกรถ....พี่โจ๊กเกอร์....ทำไมผมรู้สึกเหมือนพี่หายไปแล้วล่ะ

+

+

+

กลับมาแล๊ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #217 M-232 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 16:45
    เค้าจะรอนะไรท์
    #217
    0
  2. #216 creamfriday (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 17:59
    รอออออออออ
    #216
    0
  3. #215 hello_black-love (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 13:47
    อัพเร็วๆนะคะ
    #215
    0
  4. #214 AyeHunYeheT (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 18:55
    ต่อเถอะ พลีสสสสสสสสส
    #214
    0
  5. #213 Donlaphat (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 16:27
    รอคับ รอคับ รอคับ
    #213
    0
  6. #210 sugarnaja2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 16:39
    รอ..ร๊อ..รอ..
    #210
    0