เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 20 : BAD ADDICT 19 105%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    1 ก.ค. 59

ตอนที่ 19

 

               เอาล่ะวะ เงียบทั้งห้อง มีแต่เสียงน้ำพุ่งใส่พี่เบิ้ล.......พี่โจ๊กเกอร์ทำหน้านิ่งใส่พี่เบิ้ล ส่วนพี่เบิ้ลก็ทำหน้านิ่งใส่พี่โจ๊กเกอร์

               ต่างคนต่างหน้านิ่งใส่กัน ต่างกันตรงที่

               ซ่า!!

               พี่เบิ้ลเปียกทั้งตัว T__T!!!!! สูทก็เปียก!!

               “อึ่ก...พี่โจ๊กเกอร์ พะ...พอไหม” นี่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกันครับ บรรยากาศมันสงบกว่าที่...

               ปัง!!!!

               กูว่าไม่สงบก็นาทีนี้แหล่ะ

               ผมสะดุ้งตามเสียงกำปั้นหนาของพี่เบิ้ลทุบลงที่ประตูห้องน้ำอย่างดัง ผมเห็นดังนั้นจึงค่อยๆกระเทิบตัวเปียกๆของตัวเอง เอื้อมมือไปปิดน้ำอย่างเนียนๆ แม้ว่ามันจะไม่เนียนเพราะว่าน้ำมันถูกปิดไง =_=

               เพื่อนเล่น?” พี่เบิ้ลถามออกมาเสียงเข้ม หยดน้ำที่เกาะตามเส้นผมและเสื้อผ้าอาภรณ์ของพี่เบิ้ลค่อยๆหยดลงบนพื้นกระเบื้องสีสว่าง

               ติ๋ง...ติ๋ง...

               คุณแก่กว่าผมต้องเยอะ” คำตอบของพี่โจ๊กเกอร์ทำเอาผมต้องหาพระดีๆมาห้อยคอไว้กันคอหลุดเสียจริงๆ

               ไร้มารยาท คุณมันสวะสังคมจริงๆ

               “แล้วนี่หรอวะ คำพูดที่ไม่สวะสังคมใช้กับคนอื่น” พี่เบิ้ลลอบหายใจเข้าออกดังๆอย่างสกัดกั้นความอดทนสุดๆ

               บิล” เมื่อเห็นว่าพูดกับพี่โจ๊กเกอร์ไม่รู้เรื่อง พี่เบิ้ลก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นผมแทน ควรจะรู้ตัวได้แล้วนะ ว่าเราเกลือกกลั้วกับคนระดับไหนอยู่ พี่เป็นห่วงเรานะ ไม่อยากให้เราไปยุ่งกับคนไม่ดี” พี่เบิ้ลร่ายมาเป็นชุด ตามนิสัยของผมก็ไม่เถียงพี่ๆอยู่แล้ว และก็ไม่เถียงจริงๆ

               ผมก้มหน้าก้มตาฟังพี่เบิ้ลพูดบ่นต่อไป พี่โจ๊กเกอร์ก็ไม่ได้เถียง เพราะลึกๆแล้วพี่เขาก็เคยเป็นคนไม่ดีจริงๆนั่นแหล่ะ!!! ผมมิอาจปฏิเสธได้โว้ย

               พี่ไม่อยากบังคับบิลนะ แต่แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าบิลควรทำยังไง

               “….ครับ....

               “พี่ให้เวลาเรา ก่อนที่มันจะออกจากรพ. นอนคิดไปก่อนก็ได้ แต่พี่หวังว่าคำตอบของน้อง จะเป็นอย่างที่พี่ต้องการ

               “ถ้าไม่?” พี่โจ๊กเกอร์แทรกขึ้นมา

               หึ” พี่เบิ้ลละสายตาจากพี่โจ๊กเกอร์แล้วหันมามองผมอีกรอบ พี่รู้ว่าน้องของพี่จะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง” จากนั้นพี่เบิ้ลก็ตวัดสายตาแหลมคมอันน่าสยดสยองมองผ่านพี่โจ๊กเกอร์ไป ขาเรียวยาวเดินหมุนตัวออกจากห้องน้ำและออกจากห้องพักพิเศษไป

               ฟู่ววว หายใจแทบไม่ออก” ผมถอนหายใจออกมาแรงๆ

               มึงดูไม่เครียด

               “ครับ ไม่ค่อยเครียดตอนนี้เท่าไหร่

               “ปกติมึงจะเครียดกว่านี้?” พี่โจ๊กเกอร์พูดเชิงถาม เขาคงจะถามกลายๆว่าทำไมนั่นแหล่ะ คำตอบนั้น มันชัดเจนอยู่แล้วต่างหาก ผมจึงไม่ต้องคิดให้เครียด

               เพราะว่าผมมีคำตอบอยู่แล้วครับ

               “…..?”

               “ผมจะกลับไปกับพี่เบ…”

               เพี๊ยะ!!!!

               แรงกระทบหนักๆที่แก้มทำให้ใบหน้าของผมหันไปตามแรงตบนั่นอย่างแรง อาการชาที่แก้มนั่นสั่นสะท้านลามไปจนทั่วไปหน้า ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆก่อนจะค่อยๆหันหน้ามามองคนตรงหน้า

               จู่ๆมือของผมก็หนักเกินกว่าจะยกขึ้นมาลูบแก้มตัวเอง ได้แต่ปล่อยให้ความชานั้นมันลามไปทั่วหน้าต่อไป เพราะสีหน้าของพี่โจ๊กเกอร์ตอนนี้...เจ็บปวดเกินกว่าที่ผมจะห่วงตัวเอง

               พี่...

               “มึงจะไป?”

               “มัน...ไม่มีทางเลือก” ผมพูดเสียงอ่อยอย่างจำยอม ผมกะว่าจะค่อยๆอธิบายเหตุผล แต่ทว่าตอนนี้พี่โจ๊กเกอร์อารมณ์เสียจนไม่น่าจะมีกะจิตกะใจมาฟังผมอธิบายแน่ๆ

               ทางเลือกของมึงมีตั้งเยอะ...

               “มันไม่ใช่แบบนั้น” ผมพยายามจะอธิบาย แต่พี่โจ๊กเกอร์ก็พูดขัดขึ้นมาก่อนอีก

               “แต่ทางเลือกของกูมีแค่อย่างเดียว

               “พี่....

               คือมึงเลือกอะไร กูก็ต้องยอมรับ พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงนิ่ง แต่ทว่าแววตาสีเข้มที่มักนิ่งเฉยและเย็นชา บางทีก็อ่อนโยน บัดนี้...ได้แสดงแววตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันช่างเศร้าสร้อย...โดดเดี่ยว...ถูกทอดทิ้ง...

               ผมมีเหตุผล” ผมพูดเสียงอ่อน มือบางของผมค่อยๆเอื้อมไปกุมมือพี่โจ๊กเกอร์ไว้ แม้ว่าพี่เขาจะไม่ได้จับผมตอบก็ตาม

               ...” พี่โจ๊กเกอร์เงียบ เป็นการบอกให้ผมพูดต่อได้

               พี่เบิ้ลเขาแทบจะเป็นลูกรักของคุณพ่อคุณแม่ พี่เบิ้ลได้อำนาจของตระกูลไป45% ผมรู้ดีกว่าตระกูลผมทำอะไรได้บ้าง เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในหลายๆเรื่อง แค่ทำลายชีวิตพี่น่ะ...เงินไม่กี่ล้านก็จัดการได้แล้ว...พี่ยังมีพันธะอยู่ ซึ่งมันก็ยิ่งแย่ อย่างน้องจัสมินไง...” ผมอธิบาย พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้เถียงอะไร ซึ่งหมายความว่าเห็นด้วยกลายๆ แต่แววตาแสนเศร้านั้นยังไม่จางหายไป...

               มึงจะเลือกแบบนี้จริงๆใช่ไหม” พี่โจ๊กเกอร์ถามผมเสียงเข้ม มือหยาบกุมมือผมตอบ ผมเงยหน้าสบตากับพี่โจ๊กเกอร์

               ครับ

               “มือคู่นี้...กูต้องปล่อยใช่ไหม?”

               “ไม่ครับ ผมจะไม่ปล่อย ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ปล่อย...เด็ดขาด

               “แต่มึงจะไปจากกู!!!!” พี่โจ๊กเกอร์ตวาดลั่นห้อง คิ้วเข้มขมวดเป็นปมยุ่ง ดวงตาที่สั่นไหวนั่นกำลังสะท้อนภาพผมอยู่ในดวงตา...ผมอยากสะท้อนในดวงตานั่น ตลอดไป

               ผมจะกลับมา

               “….”

               “ผมจะกลับมาหาพี่ ผมจะไม่ไปจากพี่ แต่ผมขอกลับไปเคลียร์ปัญหากับที่บ้านก่อน....นะครับ” ผมพูดเสียงเว้าวอน อันที่จริงผมแอบทำหน้าอ้อนๆพี่เขาด้วย พี่โจ๊กเกอร์คลายปมคิ้วลง จากนั้นก็ถอนหายใจหนักๆทีนึง

               ถึงมึงไม่กลับมา...กูก็จะไปพาตัวมึงมาเอง!”

               หื้มมสมกับเป็นพี่โจ๊กเกอร์จริงๆนั่นแหล่ะ

               เพราะแบบนี้ไง...ผมถึงรัก

               ครับ ถ้าผมกลับไม่ได้ ก็มาพาตัวผมไปด้วยนะครับ” ผมพูดยิ้มๆ จากนั้นก็กระโดดกอดคอพี่โจ๊กเกอร์แม่ง

               กลับไม่ได้?” พี่โจ๊กเกอร์ถามอยู่ข้างๆหูผม ผมใช้ขาเกี่ยวเอวพี่โจ๊กเกอร์ กลายเป็นพี่เขาอุ้มผม(ท่านี้อีกแล้ว) ผมวางหัวลงท่ไหล่แกร่ง มันช่างเป็นที่ที่เหมาะสมเหลือเกิน

               ครับ ถ้าผมกลับไม่ได้

               “ทำไมจะกลับไม่ได้

               “เพราะผมได้กลับเข้าสู่บ้านใหญ่แล้ว...ยังไงล่ะครับ” ผมตอบอย่างเหนื่อยอ่อน

               ใช่แล้ว ถ้าผมกลับเข้าสู่บ้านใหญ่ ก็ยากที่จะออกมาเป็นอิสระได้อย่างตอนนี้ จะมีทั้งบอร์ดี้การ์ดคอยคุม อาจารย์พิเศษที่คอยดูแลเรื่องการเรียน พี่เบิ้ลและพี่บีที่จะดูแลการใช้ชีวิต และคุณพ่อคุณแม่ ที่จะคอยย้ำเรื่องชื่อเสียงวงตระกูลในทุกๆเช้าที่ทานอาหารร่วมโต๊ะกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

               กูไม่เข้าใจ

               “บ้านผม ลูกๆทุกคนจะถูกกำหนดเส้นทางของชีวิตไว้แล้วครับ ทุกๆวินาที ไม่มีอิสระเลย...แม้แต่สายตาที่มอง...ห้ามมองสิ่งนั้น ห้ามมองสิ่งนี้ ทำได้แค่แบบนี้เท่านั้น อะไรทำนองนี้น่ะครับ

               “งั้นมึงก็ไม่ต้องกลับ อยู่กับกู” ผมยิ้มอยู่คนเดียวกับประโยคที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่เคยรู้จักพี่โจ๊กเกอร์มา ดีใจมากเลย ที่พี่เขายอมพูดอะไรแบบนี้ แต่ว่า...

               ผมต้องกลับ...เพื่อตัวผมเอง และเพื่อคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับผม โดยเฉพาะพี่

               “มึงไม่ต้องมาทำอะไรเพื่อกูหรอกบิล” พี่โจ๊กเกอร์กระชับอ้อมกอด ผมเองก็กอดรัดรอบลำคอพี่เขาแน่นขึ้นเช่นกัน

               ต้องทำสิครับ เพราะผมรักพี่

               จุ๊บ!

               ผมก้มลงจุ๊บเบาๆที่หลังคอพี่โจ๊กเกอร์ เมื่อผมผละออกมาเล็กน้อย พี่โจ๊กเกอร์ก็เป็นฝ่ายเข้าจู่โจมบ้าง

               จ๊วบ!

               พี่แกดูดตรงซอกคอเยี่ยงมาทางด้านหน้าของผม ซึ่งแม่งเห็นชัดมาก!

               “อ๊ะ..มันเห็นชัดไปนะ ตรงนั้น” ผมบ่นนิดๆ

               ชัดว่าเป็นของกู” พี่โจ๊กเกอร์กระซิบข้างๆหูผม

               โอย....แอดแท็กผมขนาดนี้เลยหรอ” ผมทำอะไรไม่ถูกจึงมุดหน้าเข้ากับไหล่แกร่ง แอบได้ยินเสียงหัวเราะเข้มๆของคนร่างสูงเบาๆ หมั่นไส้ว่ะ!

               ก๊อกๆ ๆ ๆ

               และผมคิดว่า ควรเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น รักขัดจังหวะ’ แม่ง...จะไม่ให้สวีทกันเกิน5นาทีเลยหรอ

               แอ๊ดดดด

               ผมและพี่โจ๊กเกอร์หันไปมองคนที่เดินเข้ามา ร่างบางไม่สูงใหญ่อยู่ในชุดเสื้อกราวน์ บ่งบอกว่าเป็นคุณหมอ

               ขอเข้าไปนะ” ผมมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา กว่าจะอ๋อ...ก็..

               ไม่” ก็ห้ามปากพี่โจ๊กเกอร์ให้เลิกกวนตีนสักทีไม่ทัน!!

               “ฮ่ะๆ ผมว่าคุณปล่อยน้องชายผมลงดีกว่านะ

               “น้องชาย?” พี่โจ๊กเกอร์ทวน จากนั้นใบหน้าคมจึงก้มมามองผมอย่างงงๆ ผมจึงส่งได้แค่ยิ้มแห้งๆกลับไปให้

               ฮะ นั่นพี่บี พี่ชายผมอีกคน

               “ครับ ^^” พี่โจ๊กเกอร์นิ่งไปสักพัก ก่อนจะปล่อยผมลง บิล มาให้พี่กอดหน่อย” พี่บีอ้าแขนออก ผมมองไปทางพี่บียิ้มๆ ก่อนจะวิ่งโผเข้ากอด

               อ้าทำงานเหนื่อยไหมพี่บี” ผมกอดพี่บีแน่น พี่บีเองก็กอดผมตอบเช่นกัน

               ก็นะ แต่พี่คิดถึงน้องมากกว่า

               “ฮิๆ ผมก็คิดถึงพี่บี” พี่บีเป็นพี่ชายที่ผมสนิทกว่าพี่เบิ้ล ในตอนแรกพี่บีก็ช่วยผมอยู่หรอก แต่เพราะทางบ้านสั่งไม่ให้พี่บีมายุ่ง และจำกัดการติดต่อผมกับพี่บี

               อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมดงมาจากคนร่างสูงที่ยืนเหมือนหมาถูกทิ้ง ผมผงะออกจากอ้อมกอดพี่บีแล้วหันไปยิ้มให้พี่โจ๊กเกอร์แก้เก้อ

               แหะๆ...พี่บี นั่นพี่โจ๊กเกอร์ เป็น..

               “พี่รู้เรื่องเราหมดแล้ว

               “อ๋อ...ครับ

               “และพี่หวังว่า...บิลจะเลือกถูกทางนะ” พี่บีบอกกับผมยิ้มๆ ผมไม่ได้ยิ้มตอบ แต่มองไปยังพี่โจ๊กเกอร์เท่านั้น

               พี่บีไม่ได้แฝงความหมายอะไรไว้เหมือนพี่เบิ้ลหรอก...แต่ผมคิดว่า ทางที่ผมเลือก มันดีที่สุด...แต่ไม่ได้ถูกที่สุด

               ฮะ...ถ้าพี่บีคอยช่วย ผมว่าชีวิตคงอีกไกล” ผมพูดติดตลก พี่บีก็ยิ้มขำออกมาให้เห็น ดวงตาหวานเข้ากับรูปหน้ามองผมอย่างเอ็นดู

               ถ้าพี่ช่วยได้พี่ก็จะช่วย แต่เราก็รู้ ว่าพี่คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก” พี่บีพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆแล้วยกมือขึ้นลูบหัวผมปอยๆ

               เรื่องเยอะ” พี่โจ๊กเกอร์บ่นออกมาท่ามกลางความเห็นใจของสองพี่น้อง ช่างเป็นตัวขัดจังหวะจริงจริ๊ง

               หึ ผมว่าคุณก็ไม่ได้ช่วยให้เรื่องมันดีขึ้น กลับกัน คุณคือตัวปัญหาเสียมากกว่านะครับ ถึงบิลจะรักคุณ แต่ผมไม่ได้รักด้วย และไม่ค่อยจะยอมรับเสียเท่าไหร่” พี่บีพูดเสียงแข็งกว่าเดิม

               ผมก็ไม่ได้รักคุณเหมือนกัน

               “คุณนี่ช่าง...ช่างเถอะครับ เดี๋ยวคุณก็จะรู้ ว่าคุณเป็นแค่เครื่องมือ ให้บิลเชื่อฟังทางบ้านเท่านั้นแหล่ะ บ้านของพวกเราไม่สนใจว่าลูกจะรู้สึกยังไงหรอก แค่ผลลัพธ์ดีก็พอ และคุณคือเครื่องมือที่ดี ในการใช้บิล ขอให้รู้ไว้ด้วยนะครับ” พี่บีอธิบายยืดยาว ผมได้แต่ก้มหน้ามองพื้นเท่านั้น ไม่อยากจะมองหน้าพี่โจ๊กเกอร์เท่าไหร่

               ถ้าผมไม่รักและดึงพี่เขาไว้กับตัวเอง เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอก...และคนรอบข้างพี่โจ๊กเกอร์ก็ไม่จำเป็นต้องโดนลูกหลงจากอำนาจบ้าๆของบ้านผมด้วย ผมชักไม่แน่ใจแล้ว่า อำนาจจากการช่วยเหลือคนนั้น เอาไปปรนเปรออะไรไร้สาระและไร้ค่าบ้าง 

               น้องตัวเองยังช่วยไม่ได้ อย่ามาเตือนกู

               “หึ งั้นหรอครับ

               “ถ้าเพื่อมัน....กูยอมเสียได้” เสียงเข้มพูดอย่างหนักแน่น เสมือนคำสาบานต่อหน้าพระเจ้า ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนร่างสูงที่ยืนอยู่ห่างหลายก้าว พบว่าดวงตามุ่งมั่นสีเข้มกำลังจ้องมองมาที่ผม มือหนาเผยขึ้นเล็กน้อยเหมือนเชิญชวนให้ผมเดินเข้าไปหา ขาสั้นๆของผมก้าวออกเร็วๆเพื่อเดินไปหาพี่โจ๊กเกอร์ และเมื่อยืนอยู่ตรงหน้า ผมก็โผเข้ากอดพี่โจ๊กเกอร์ทันที ใบหน้าหวานซุกเข้าที่อกแกร่งพลางถูไถไปมา อีกนิดน้ำตาก็จะไหลย้อยแล้วนะ งื้อ!

               “เป็นบ้าอะไร หืม?” อย่ามาหืมไม่ต้องมาถามกูด้วยอย่ามาหล่ออย่ามาละมุนกูหัวหมุนเพราะมึงเนี่ยแหล่ะพี่!

               “อ่าวอับ อูดอะไอไอ้อู้ อ้า” (ป่าวครับ พูดอะไรไม่รู้ บ้า) ผมพูดเสียงอู้อี้อยู่กับอก ไม่ยอมเงยหน้าขึ้น รู้สึกได้ถึงมือใหญ่ที่วางทาบลงมาแถวๆเอวของผม ก่อนจะรั้งตัวผมเข้าหาตัวเองอีกนิด

               พี่ต้องออกไปเดี๋ยวนี้เลยไหมบิล?” เสียงเรียบๆของพี่บีทำให้ผมสะดุ้งนิดๆ เมื่อกี้อารมณ์เหมือนเป็นนางเอกนิยายแจ่มใส ที่มีฉากเป็นดอกไม้หมุนติ้วๆเลยครับ คือลืมเลยว่าพี่บีอยู่ด้วย

               “แอะ...” ผมเขิน เลยไม่กล้าเงยหน้าขึ้น พี่โจ๊กเกอร์ผู้อ่านใจผมได้ประหนึ่งเป็นความคิดตัวเองจึงตอบแทน

               ออกไปเลยก็ดี อยากไปหาเดี๋ยวมันก็ไปเอง” พี่โจ๊กเกอร์ตอบได้ตรงใจผมดีมาก เพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องเจอกันอยู่ดี...ได้ข่าวว่าวันนี้ก็ต้องไปร่วมโต๊ะอาหารเย็นอยู่แล้ว ยังไงพี่บีก็ไม่ปล่อยผมให้เจอมรสุมคนเดียวแน่

               งั้นบิลเข้าบ้านพร้อมพี่นะครับ พี่จะมารอรับตอนเลิกเวร อยู่ที่นี่ก็ได้

               “อับบบบ” ผมตอบพลางยกมือขึ้นมา ok หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงรองเท้าหนังกระทบกระเบื้องราคาแพง เดินจากไป และเสียงปิดประตูห้อง

               ปัง..

               เป็นห่าอะไร ไม่ปล่อยกู” พี่โจ๊กเกอร์บ่นเสียงนิ่ง ผมก็เดาไม่ออกด้วยสิว่าพี่แกทำหน้ายังไง แต่ยังอยากกอดอยู่อกแกร่งๆนี่อยู่ ผมจึงกอดแน่นไม่ปล่อย

               ไม่ตอบ?”

               หงึกๆ

               ผมพยักหน้า ซึ่งไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรือเลวลงเลย

               ไม่ปล่อย?”

               หงึกๆ

               ผมพยักหน้าอีก

               อืม” พี่โจ๊กเกอร์ตอบรับสั้นๆ ก่อนที่มือหนาข้างนึงของพี่โจ๊กเกอร์จะประคองเข้าที่ก้นของผม จากนั้นขาผมก็ลอยหวือจากพื้น ดวงตาผมเบิกกว้าง และภาพตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของพี่โจ๊กเกอร์ในมุมสูงนั่นเอง

               เห้ยยยยยตะ..ตกใจ!!” ผมโวยวายใส่พี่โจ๊กเกอร์เล็กน้อย พี่โจ๊กเกอร์ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ตอนนี้ผมเหมือนกำลังนั่งทับแขนพี่โจ๊กเกอร์อยู่โดยที่พี่แกไม่ประคองเลยด้วยซ้ำ เนื่องด้วยผมกลัวหงายหลังตกหัวแตกเลือดกระฉอด ผมจึงใช้แขนโอบรอบคอพี่โจ๊กเกอร์ไว้ และเป็นผลทำให้ใบหน้าของเราใกล้กันมากขึ้น

               ผมเม้มปากเป็นเส้นตรงเพราะแอบประหม่าบ้าง กลิ่นประจำตัวหอมแพงๆของพี่โจ๊กเกอร์โฉยเข้าสู่โสตประสาทการรับกลิ่นของผม ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผมตอนนี้ เร็วจนรู้สึกปวดหน่วงที่หน้าอก ผมลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆลงคอ แต่ทว่าห้องมันเงียบมาก จึงได้ยินเสียงแจ๊บๆของน้ำลายผมชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงหัวใจเต้นอีก แอร์โรงพยาบาลเงียบแบบนี้ทุกที่เลยหรือเปล่านะ....จะซื้อมาใช้บ้าง T_T

               มึงเขินอะไร” พี่โจ๊กเกอร์ถามเสียงเข้ม เสียงนั่นมันใกล้ๆหูผมนี่เอง มันใกล้จนผมต้องหลับตาปี๋ ขนลุกขึ้นทั้งแขนทั้งหลังเลย

               แผล็บ...

               เรียวลิ้นชื้นสัมผัสเข้าที่ติ่งหูผมอย่างอ้อยอิ่ง ผมหดคอเข้าหาไหล่นิดนึงเพราะความสยิว ผมค่อยๆลืมตามองภาพตรงหน้า ปรากฏว่าหน้าพี่โจ๊กเกอร์อยู่ห่างจากผมแค่ลมหายใจอึกเดียว ระดับสายตาผมอยู่สูงกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อร่างสูงขยับนิดขยับหน่อยระดับสายตาของเราทั้งคู่ก็เท่ากันได้อย่างไม่ยาก เมื่อสายตาผมถูกใบหน้าหล่อเหลายั่วยวนจนตราตรึงให้มองอย่างไม่วางตา ริมฝีปากหนาจึงสบโอกาสรุกล้ำใบหูของผมเสียอย่างนั้น ริมฝีปากหนาเผยอออกเล็กน้อยเพื่อขบเม้มติ่งหูของผมเบาๆ ภายหลังออกจะรุนแรงเพราะผมรู้สึกเจ็บเหมือนโดนกัด จากนั้นริมฝีปากหยักได้รูปจึงค่อยๆพรมจูบไปทั่วไปหูของผม

               จุ๊บ...

               จ๊วบ...

               เสียงประกอบการกระทำของพี่โจ๊กเกอร์ทำให้ผมหลับตาด้วยความเขินคนตรงหน้าอีกครั้ง

               หึ” ได้ยินเพียงเสียงหายใจแรงๆของพี่โจ๊กเกอร์เท่านั้น จากนั้นที่รู้สึกได้คือสัมผัสอุ่นๆจาริมฝีปากหนา ประทับลงที่ขมับผม ก่อนจะไล่ลงมาที่เปลือกตา แก้ม และจบลงที่ริมฝีปากบางของผม

               อ่ะ....อืมมมม” ผมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเปิดปากโดยอัตโนมัติ เรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามายังโพรงปากผม หยอกล้อลิ้นของผมอย่างเช่นเคย ก่อนที่พี่โจ๊กเกอร์จะดูดริมฝีปากล่างผมแรงๆและแอบกัดอีก

               อ๊ะ..อ่า” เหมือนจะตบหัวแล้วลูบหลัง เมื่อกัดจนผมรู้สึกถึงรสเลือด ลิ้นชื้นก็จัดการเลียอย่างปลอบใจและมอบจูบรสหวานให้ผมต่อ ไม่นานนัก ริมฝีปากเราก็ผละออกจากกัน น้ำลายที่เยิ้มตามุมปากของผมถูกเช็ดออกด้วยลิ้นของร่างสูงตรงหน้า ผมหลบตาอย่างเขินอายก่อนจะวางสายตาตนเองไปที่ซอกคอพี่โจ๊กเกอร์ รอยที่ทำไว้ยังคงเห็นได้อยู่...ก็เพิ่งทำไปไม่นานนี่

               บิล” พี่โจ๊กเกอร์เรียกผมเสียงเบา ผมจึงเบนสายตาไปสบตากับร่างสูง

               ฮะ

               “กูหนัก

               “…”

               “ลง

               “….”

               “เร็ว

               “…”

               มึงไม่ปล่อยกูครับพี่


+

+


แก้คำผิดที่ทุกคนบอกแย้ว (อายอ่ะ เอาพี่คิสมาได้ไง -3- )

ตอนนี้สั้นเนอะ คือตอนแรกฟีลลิ่งแต่งมาเต็ม แต่ขอสารภาพนะคะ ว่าตอนนี้ไรท์อกหักอ่ะ...... TT พัง พัง พัง พัง!! แต่งดราม่าตอนนี้คือได้เลยอ่ะ โอ้ยยยยยย (บ่นๆๆๆ) เราะเศร้าแค่นี้พอ! ญแกร่งค่ะ!!!


คนที่ทักแชทมาคุยกับเค้า ขอบคุณน้า หายเหงา555555 และรักรีดทุกคนเช่นเดิมมมม จะอ่านเงาไม่เงาก็รักนะคะ คิคิ ขอบคุณเรื่องดาวด้วยจ้า

ปลปลปล.ปกอาจจะแซ่บมั้ง (?) กำลังทำ หึหึ ตื่นเต้นๆๆ ไปแล้ะๆ รักน้าาทุกคน <3 //นอนสลบตกเตียง แอร์พังอ่ะ TT

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #197 มังกรติสท์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 08:45
    งื้อออออไม่ชอบดราม่าอ้ะ ง่าาา มาเร็วๆเลยไรทเต้อออ
    #197
    0
  2. #196 piimay (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 21:12
    อยากอ่านเเล้วววววว
    #196
    0
  3. #194 yel chang (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:08
    คิดถึงไรท์จัง
    #194
    0
  4. #193 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:55
    มีรผจญเยอะจาเลยยย
    #193
    0
  5. #191 Sophita Sinpomart I'mso (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 06:33
    รีบมาต่อนะคะ
    #191
    0
  6. #189 phakamatmw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 02:55
    รีบๆๆๆมาต่อน่าาา ทันทีที่เห็นการแจ้งเตื้อนนร้รีบมาเลยย
    #189
    0