เปิดPREORDER BAD ADDICT รักคนเลว เจ็บเอวต้องยอม [yaoi]

ตอนที่ 13 : BAD ADDICT 12 180%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    25 พ.ค. 59

ตอนที่ 12

 

               วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้วสินะ ที่อยู่หัวหิน...อย่างกับมาฮานีมูนจริงๆเลยวุ้ย

               (ไอ้บิลยังอยู่ไหมวะ โดนเอาอยู่หรอ) เสียงไอ้ริทจากในโทรศัพท์ดังออกมารบกวนใจผม ผมกำลังนึกถึงเหตุการณ์ ดีๆ’ ในช่วงสองวันที่ผ่านมาอยู่

               อยู่ กูเหม่อน่ะ

               (แหม รายงานรออยู่ครับเพื่อน!!) ผมเบะหน้าใส่โทรศัพท์แต่ก็ต้องเก็บปากทันที เมื่อมีเสียงเข้มๆดุมาจากข้างหลัง

               คุยนานไปแล้ว” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงดุๆ ผมจึงก้มดูเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์

               ’00.58’

               58 วินาทีเนี่ยนะ....

               (ผัวหรือผี หลอกหลอนอยู่ได้ ไอ้ห่า) ไอ้ริทด่าพี่โจ๊กเกอร์ผ่านมาในสาย ดีนะที่ผมไม่ได้เปิดลำโพง ไม่งั้นคงต้องยืนไว้อาลัยไอโฟนอีกแน่ๆ

               แปปนึงนะครับ” ผมหันไปตอบพี่โจ๊กเกอร์ แล้วคุยกับไอ้ริทอีกสองสามประโยค

               เจอกันพรุ่งนี้เว้ยมึง กูวางละ

               (มึงจะกลับหอใช่ไหม)

               ก็ทำงานนี่ กลับดิวะ

               (เคๆ บายมึง กูจะตั้งชื่อหลานรอ)

               พ่อง มึงท้องน่ะสิ!”

               ติ๊ด!

               ผมตัดสายทันที โดนแซวแท้ๆแต่หน้าเห่อร้อนทำไมไม่รู้ สายตาพลันหันไปแอบมองร่างสูงที่นั่งพิงหัวเตียง นิ้วมือเรียวกดน้ำหนักลงที่แป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สายตาคมมองแต่หน้าจอโน๊ตบุ๊คไม่วางตา

               มานี่” พี่โจ๊กเกอร์สั่งเสียงเข้ม ผมก็ปีนขึ้นเตียงคลานไปนั่งข้างๆอย่างว่าง่าย

               แก้งานให้พี่ทีอีกแล้วหรอครับ” ผมยื่นหน้าไปมองหน้าจอโน๊ตบุ๊คด้วย มีแต่ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด วิชาการน่าดู

               อืม

               ผมก็นั่งเล่นเกมในไอโฟนไปเรื่อยๆครับ เบื่อก็เบื่อ แต่พี่โจ๊กเกอร์ไม่ให้ไปไหนนี่ เห็นว่าตอนเย็นจะพาไปปาร์ตี้ที่ริมชายหาด เป็นของบริษัทเพื่อนพี่เขา มิน่า..เห็นเตรียมชุดดีๆมาหนึ่งชุด ไม่ใช่สูทอะไรหรอกครับ เป็นเสื้อเชิตสีฟ้าอ่อนกางเกงเข้ารูบสีเทาและรองเท้าแบบสูงถึงข้ออย่างดี ปกติพี่โจ๊กเกอร์ชอบกางเกงสามส่วนกับรองเท้าอีหนีบน่ะครับ ผมก็ไม่เซต แต่วันนี้เขาบอกให้ผมเซตผมให้ด้วย

               จะไปไหน” พี่โจ๊กเกอร์ถามขึ้นมาไม่มีเกริ่นนำเรื่องก่อน ทำให้ผมงุนงงเหลือหลายว่าพูดถึงเรื่องอะไร

               ไปไหนครับ

               “คุยโทรศัพท์

               “อ๋อ ที่คุยกับริทหรอฮะ ก็ว่าจะกลับหอน่ะครับ

               “ใครอนุญาต” ผมกริบทันที สายตาผมหลุบต่ำมองมืออย่างช่วยไม่ได้

ลืมไปเลยว่ากูต้องขอพี่โจ๊กเกอร์!

แหะๆ...ก็ทำรายงานไงครับ ผมคู่กับไอ้ริทอ่า ไอ้เวทก็คู่ไอ้เฟย์ มันนั่งทำกันที่หอไง พวกมันรอผมอยู่คนเดียว” ผมอธิบายเสียงอ่อยๆ

ก็ให้มันมาทำที่หอกู” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงเรียบ

ก็...” ผมกลัวว่าไอ้ริทแม่งจะอึดอัดหรือเปล่า แต่คิดไปคิดมาแม่งคงไม่อึดอัดหรอก =__= มันออกจะกวนตีนพี่โจ๊กเกอร์ ผิดกับตอนแรกที่เจอกัน มันยอมบอกว่าตอนนั้นแกล้งอ่อยพี่แกเล่นๆเฉยๆ เห็นว่าหล่อดี แต่พอรู้นิสัยจริงๆอยากจะใช้ตีนเขี่ยหน้า

มีปัญหา?” ในที่สุด ดวงตาดุกร้าวก็ละสายตาจากโน๊ตบุ๊คมาสบตาผมอย่างเอาเรื่อง ผมจ้องลึกไปยังดวงตาสีเข้มอย่างสั่นๆก่อนจะเป็นฝ่ายหลบตาอีกครา

เอาแบบนั้นก็ได้ครับ แต่ขอโทรบอกไอ้ริทก่อน” ผมบอกพลางเอื้อมมือไปหยิบไอโฟนกำลังจะกดโทรออกหามัน แต่มือหนากลับคว้ามันไปไว้ในมือตนก่อน

กูคุยเอง” พี่แกพูดสั้นๆ ก่อนจะกดโทรออกทันที ไอ้เรื่องจะให้ผมแย่งมาโทรเองแล้วบอกว่า ไม่เอาครับ ผมคุยเอง’ คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นอกจากจะโดนด่าแล้วยังโดนด่าอีก สรุปก็จะโดนด่าแน่นอน

รอสายอยู่ไม่กี่วิ ก็เหมือนว่าไอ้ริทจะรับสายแล้ว เพราะเสียงในสายมันเล็ดลอดออกมาให้ผมได้ยินบ้าง

(ว่าไงเมีย)

กูผัว

(มาว่ะ โถ่ แค่รับโทรศัพท์ยังจะรับแทน นี่คงไม่ได้โทรมาเช็คใช่ไหมว่ากูคัยอะไรกับไอ้บิล หรือว่าระแวงว่ามันจะเปลี่ยนชื่อคนอื่นเป็นกูแทน หรือว่าไม่เชื่อว่ามันโทรหากูจริง)

พูดมากชิบหาย” ผมยิ้มเจื่อนๆให้พี่แก ก็แหม...อยากเอาไปคุยเองนี่นา ไอ้ริทมันก็พูดมากแบบนี้แหล่ะ

(เอ้า ไม่พอใจก็วางสายกูไม่ได้อยากจะคุยกับมึงนักหรอกครับไอ้พี่)

ทำรายงานห้องกู

               ติ๊ด!

               ตุ๊บ!

               ตัดสายเสร็จ พี่แกก็โยนไอโฟนผ่านตัวผมไป มันเด้งบนเตียงตีลังกา3ตลบแล้วตกพื้น โชคดีที่พื้นเป็นพรม ไม่งั้น R.I.P.

               “มันจะเข้าใจไหมอ่าพี่

               “ถือว่าบอกแล้ว” เอางั้นก็ได้ครับ =_= ไม่รู้ว่าจะมีใครเข้าใจพี่นอกจากผมไหม...เข้าใจที่ว่าในเรื่องสื่อสารน่ะครับ

               นิ๊งหน่อง นิ๊งหน่อง

               เสียงกริ่งในห้องดังขึ้น ผมจึงรีบวิ่งลงจากเตียงไปส่องตาแมวดูทันที ว่าไปก็เสียวๆ ในหนังฆาตกรรม จะมีไม้หรืออะไรแหลมๆเสียบทะลุตาผ่านทางนี้น่ะครับ

               ปรากฏว่าเป็นพนักงานหญิงคนนึงครับ

               “ครับ?” ผมตีหน้ามึนใส่เธอ เธอยื่นซองสีขาวให้ผมใบนึง ผมพลิกดูหน้าซอง เขียนแค่ว่า

               ‘J’

               ตามเซ้นก็พอเดาได้ว่าเป็นของพี่โจ๊กเกอร์

               บัตรเชิญร่วมงานปาร์ตี้ริมหาดเย็นวันนี้ค่ะ ของคุณผู้ชายห้องนี้ค่ะ รบกวนคุณผู้หญิงเอาให้คุณผู้ชายด้วยนะคะ ดิฉันขอตัวค่ะ” แล้วนางก็โค้งงามๆจากไป

               แต่เดี๋ยว...

               คุณผู้หญิง’ ? !!!

               เดี๋ยวกูผู้ชาย!!!!!!

               ปัง!

               ผมปิดประตูอย่างฉุนๆ ในมือก็ถือการ์ดเชิญนั่นไว้แล้วยื่นให้พี่โจ๊กเกอร์ สงสัยหน้าผมคงมุ่ยเกินปกติ พี่แกเลยมองผมอย่างงงๆ ติดจะโหดมากกว่า

               อะไร?” นี่ไม่ได้ถามว่า การ์ดคืออะไรครับ ถามว่า ผมเป็นอะไร ต่างหาก

               เปล่าครับ

               “ตอบแบบนี้ก็เป็นทุกคน

               “คือ...” ที่จริงถ้าผมตอบหน้าซื่อว่า ไม่มีอะไรจริงๆครับ พี่แกก็จะเชื่อ แต่พอถูกจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่องแบบนี้ จะให้ผมบอกไม่มีอะไรเนียนๆได้ไงละครับ

               “…” เงียบคือรอฟังครับ

               ก็...พนักงานเขาหาว่า..ผมเป็นคุณผู้หญิง” ผมพูดบ่อยติดจะกระซิบเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ทำไมเริ่มรู้สึกร้อนๆที่หน้าขึ้นมา รู้สึกอายโคตรๆที่ต้องพูดแบบนี้ต่อหน้าพี่โจ๊กเกอร์

               หึ” พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่ากระแทกอากาศในลำคอ ผมค่อยๆเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าช้าๆ

               ยกยิ้ม

               =__= ผมอายแทบตาย แต่พี่ยิ้มหรอครับ โอเคฮะ

               งานเริ่ม6โมงเย็น นี่5โมงครึ่งแล้ว เตรียมตัวซะ กูจะไปช่วยมันจัดของด้วย” ผมพยักหน้ารับเฉยๆ เลยเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า พี่โจ๊กเกอร์ก็ปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊คลงแล้วเดินตามผมมาเช่นกัน พี่โจ๊กเกอร์หยิบชุดตัวเองแล้วถอดออกตรงหน้าผมอย่างไม่อายอีกแล้ว ส่วนผมก็หลบหลีกลี้ภัยไปในห้องน้ำอีกครั้ง

               ผมได้ใส่...เอ่อ ชุดวอร์ม =_=

               เสื้อวอร์มผ้าหนานุ่มแบบผ้าสำลี สีขาวแดง มีตรา Adidas ที่อกซ้าย กางเกงลายเดียวกัน ขายาวแบบจ้ำข้อ

               นี่ปาร์ตี้ไม่ใช่หรอ....

               ผมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง โวยวายไม่ออกเลยทีเดียว ผมคงจะโดนสายตานินทาจากชาวบ้านที่มางานแน่ๆ พระเจ้าจอร์ด!

               รองเท้าใส่แตะแล้วกัน” พี่โจ๊กเกอร์บอกผมหน้านิ่ง พร้อมกับโยนอีหนีบเซเว่นลายโดราเอม่อนให้ผม...

               ช้อค

               กูช้อคมากๆ

               ผมกวาดสายตามองพี่โจ๊กเกอร์หัวจรดเท้า เนี๊ยบและหล่อเหลาเอาการกว่าทุกๆวันที่ผ่านมามาก ยกเว้นผมที่ยังไม่ได้เซตขึ้น ย้อนมองตัวเองในกระจก...จะไปฟิตเนส... กูกำลังจะไปฟิตเนส ไปเพื่อล้างห้องน้ำในฟิตเนสด้วย รองเท้าพร้อมมาก

               กูช้อคจริงๆ T__T

               “ทำหน้าดีๆ มาเซตผมให้กูดิ๊” พี่แกถามอย่างประหลาดใจแถมยังโยนเจลมาให้ผมอีก

               อืม!

               “งานปาร์ตี้ไม่ใช่หรอครับ” ผมถามออกไปขณะที่กำลังเซตผมให้พี่โจ๊กเกอร์อยู่

               อืม

               “แล้วให้ผมแต่งตัวแบบนี้จะดีหรอครับ

               “ทำไม?” ดวงตาสีเข้มมองผมผ่านกระจก

               ก็..พี่มากับผม..แล้ว..คือ..พี่จะไม่พลอยโดนว่าไม่ดีด้วยหรอครับ

               “แยกกันเดินซะก็จบ” คำตอบของพี่โจ๊กเกอร์ทำผมหน้าชาวาบไปเลย...พอดีกับที่ผมเซตผมให้พี่เสร็จพอดี

               ครับ...” ผมตอบรับแล้วเดินไปเก็บของเอาไว้ฆ่าเวลาใส่ประเป๋าสะพายเล็ก

               เสร็จยัง” พี่โจ๊กเกอร์ถามผมในขณะที่ตนเองกำลังใส่นาฬิกาข้อมือสุดหรู(สำหรับผม) อยู่ เรือนละแสน...คือพวกพี่ชายผมเขาใส่Patek Philippe กัน ผมว่าระดับพี่โจ๊กเกอร์ก็ไม่ได้แพงจนผมรับไม่ได้ แต่ผมตกใจที่พี่โจ๊กเกอร์ก็มีนาฬิกาหรูๆใส่กับเขาเหมือนกัน (อย่าบอกเขานะครับ ผมจะโดนตบคอหลุด)

               ครับ” ผมตอบเขาเสียงเบา พี่โจ๊กเกอร์หยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าตังไปเท่านั้น การ์ดเชิญก็โยนมาให้ผมถือไว้ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปเฉย ผมก็ต้องตามเก็บคีย์การ์ดอีก แล้ววิ่งตามไป

               ชายหาดกับตึกที่ผมพักอยู่นั้นห่างกันพอสมควร เดินหลายสิบนาที สถานที่จัดงานเป็นฟลอทั้งแถบของริมชายหาดที่อยู่ในเขตโรงแรม ซึ่งก็ใหญ่พอสมควร มีบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลวางเรียงรายหลายสิบชนิด ผมอดจะอ้าปากค้างไม่ได้...

               งานใหญ่...แต่กูแต่งชุดวอร์ม

               สัส ช้อค!

               เมื่อเดินมาถึงหน้างานจะมีพนักงานชายหญิงสองคนขอตรวจบัตรเชิญก่อนเข้างาน ผมก็ยื่นให้เขา เขามองผมแปลกๆก่อนจะมองร่างสูงข้างๆผม

               เอ่อ..บัตรเชิญเขียนแค่ชื่อ Mr.J  Worrawong นะครับ ท่านไหนครับ

               “ผม” พี่โจ๊กเกอร์ตอบรับ แต่ผมจะให้ไอ้เด็กนี่เข้าด้วย

               “ถ้ามีผู้ติดตาม ท่านประธานจะแจ้งไว้ในบัตรเชิญนะครับ” พนักงานยังคงพยายามอธิบาย

               ผมจะให้เขาเข้าด้วย” พี่โจ๊กเกอร์ยืนกรานคำเดิม มือแกร่งจับข้อมือผมไว้แน่น ผมเข้าใจว่าเขาจะสื่อว่า ไม่ให้ผมไปไหน เพราะขาผมเตรียมจะก้าวถอยแล้ว

               ขอประทานโทษจริงๆค่ะคุณผู้ชาย ดิฉันไม่สามารถให้เข้างานได้ถ้าหากยังยืนกรานจะพาน้องเข้าไปด้วยนะคะ” พนักงานหญิงเป็นฝ่ายพูดแทน ทั้งคู่มีสีหน้ารำคาญปะปนออกมาให้เห็น ผมแอบด่าพวกเขาในใจอยู่เหมือนกันที่มาชักสีหน้าใส่ผมตั้งแต่ยังไม่ยื่นบัตรให้

               ผมจะให้เขาเข้าด้วย คุณแค่ปล่อยผมไป ก็จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงเรียบ หน้าตานิ่งๆเริ่มบึ้งตึง

               ถ้ายังทำแบบนี้ผมคงต้องเรียก รปภ. นะครับ” พนักงานชายเตรียมยกวอขึ้นมาส่งสัญญาณให้รปภ.ที่ยืนอยู่ตรงริมรั้วทันที ผมเริ่มมองซ้ายขวาอย่างลนลาน แต่มือแกร่งกลับกระชากผมให้เข้าประชิดตนเองมากขึ้น ผมจึงเผลอยกมือจับแขนเสื้อพี่โจ๊กเกอร์อย่างลืมตัว

               เรียกสิ เรียกประธานมาสิ

               “ท่านไม่มีเวลาว่างมาสนทนาไร้สาระกับคุณหรอกครับ

               “หรอ” พี่โจ๊กเกอร์ตอบรับแบบกวนส้นตีน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดโทรหาใครสักคน รอสายไม่เกิน5วิ ปลายสายก็รับ

               ไง...มึงอยู่ไหน...กูอยู่หน้างาน.....เข้าไม่ได้.....เอามา....มึงใส่ชื่อกูคนเดียว.......เด็ก....สัส.......แม่งจะเอารปภ.มาจับกู……มึงเดินออกมา...เออๆ” พี่โจ๊กเกอร์วางสายไปง่ายๆ พนักงานทั้งสองคนต่างมองพี่โจ๊กเกอร์อย่างงงๆติดจะรำคาญมากๆด้วยซ้ำ

               ไม่นานเกินรอ ก็มีชายหนุ่มร่างสูงพอๆกับพี่โจ๊กเกอร์ในชุดสูทน้ำเงินเดินออกมาจากในงาน พนักงานทั้งสองต่างโค้งตัวจนแทบจะเป็นโยคะ

               ไอ้เจย์สัส แต่งหล่อมางานกูเลยหรอวะ ปลื้ม” เมื่อคนคนนั้นทักทายพี่โจ๊กเกอร์อย่างเป็นกันเอง พนักงานทั้งสองถึงกับตัวเกร็งทันที

               เออ ยืนรอจนเหงื่อไหลเต็มหน้า แม่งไม่ให้เข้าสักที” พี่โจ๊กเกอร์ไม่วายจะพูดแขวะพนักงานทั้งสอง

               คุณสองคนไปพักเถอะครับ ให้คนอื่นมาต้อนรับแทนเถอะครับ” คนคนนั้นบอกพนักงานของเขาหน้านิ่ง จากนั้นก็ผายมือเชิญพี่โจ๊กเกอร์เข้างานโดยไม่สนใจพนักงานสองคนนี้อีก ผมก็เดินตามเข้าไปอย่างโง่ๆครับ

               มึงกลับมาไทยแล้วหล่อขึ้นนะ

               อืม” พี่โจ๊กเกอร์ตอบรับยิ้มๆ ไอ้ทอร์น มีงานอะไรให้กูช่วยปะวะ กูมาเร็วเพื่อมาช่วยมึงเนี่ย” พี่โจ๊กเกอร์บ่นเล็กน้อย เพิ่งเคยเห็นพี่โจ๊กเกอร์ในมุมหยอกล้อกับเพื่อนแหะ

               เห้ย จะมาช่วยอะไรวะ มึงช่วยกูมาตั้ง...เยอะ....นี่ใคร” พี่ทอร์ชเหลือบมาเห็นผมที่เดินตามหลังมาตั้งนานแล้วสักที

               ....” พี่โจ๊กเกอร์ไม่ตอบ แต่จ้องมาทางผมแทน ผมก็กระพริบตาปริบๆ จะงงก็คราวนี้

               หนูน้อย หลงทางหรอครับ” พี่ทอร์ชก้มหน้าลงมาใกล้ๆหน้าผม ก่อนจะใช้มือเรียวยาวของเขาลูบแก้มผม ขนลุกโว้ย!

               “อะ..เอ่อ เปล่าครับ มากับพี่โจ๊กเกอร์..” ผมบอกเสียงสั่นแล้วส่งสายตาไปทางพี่โจ๊กเกอร์ พี่ทอร์นชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปคุยกับพี่โจ๊กเกอร์

               ไอ้เจย์ ใครเนี่ย น้องชายที่ไทยหรอวะ

               “….”

               “เงียบเหี้ยไร น้องเขามีแฟนยังวะ น่ารักชิบหาย!” ผมไม่รู้ว่าทำไมพี่โจ๊กเกอร์ถึงมองผมโหดๆอีกแล้ว เหมือนจะให้ผมพูดอะไร...สักอย่าง...เหมือนจะอ๋อแล้ว =__= กูถึงบางอ้อแล้วว่ะ

               เอ่อ..ผมมีแฟนแล้วครับ” ผมบอกเสียงอ่อย...พี่ทอร์นหันมามองผมเหมือนตกตะลึงอะไรบางอย่าง ส่วนพี่โจ๊กเกอร์ยกยิ้มอย่างพอใจ โอเค กูทำถูกสินะ

               หื้มไม่หลอกพี่เล่นนะครับเด็กน้อย” มือปลาหมึกของพี่ทอร์นยังไม่หยุด เขาเอื้อมมือมาจับคางมนของผมแล้วลูบอย่างเอ็นดู แต่ผมไม่เอ็นด้วยหรอกครับ ก่อนที่ผมจะเอ่ยปฏิเสธ มือหยาบของใครตรงหน้าก็จับข้อมือพี่ทอร์นไว้เสียก่อน

               หมั่บ!

               “อะไรวะอย่าหวงน้องดิสัส” พี่ทอร์นบอกพี่โจ๊กเกอร์เสียงเล่น พี่โจ๊กเกอร์ยังคงจ้องพี่ทอร์นยิ้มๆ

               จะหวง

               “ไอ้ห่า บราค่อนรึไงว้า

               “นี่แฟนกู

               “ห๊ะ!!!” พี่ทอร์นแลตกใจมากครับ ส่วนผมก็ก้มหน้าตลอด คือกูเขินจนยืนแทบไม่ไหวแล้วครับ ไม่รู้ว่าขาเวรที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งผมมันเดินไปหลบหลังพี่โจ๊กเกอร์โดยอัโนมัติได้ไงไม่รู้

               แล้วก็ไม่รู้ว่ามือพี่โจ๊กเกอร์แม่งโดนมนต์อะไรถึงเลื่อนมาโอบเอวผมไว้ เชี่ยกูเขินชิบหาย

               เนื่องจากผมเขินชิบหายจริงๆครับ ไม่รู้จะมุดหน้าไปที่แผ่นดินไหน

               มุดแขนพี่โจ๊กเกอร์แม่ง... =/////=

               “เชี่ย มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง มึงชอบสไตล์นี้แล้วหรอวะ

               “ก็ครางเก่งดี

               “พี่!!!!” ผมผละออกจากพี่โจ๊กเกอร์ทันที ก่อนจะมองทั้งสองคนสลับไปมา

               อื้อหืม...ตัวเล็กแต่ลีลาเด็ดว่างั้น” พี่ทอร์นพูดอย่างวิเคราะห์ ก่อนจะมองผมอย่างแทะโลม

               เลิกมอง” พี่โจ๊กเกอร์บอกพี่ทอร์นก่อนจะหันมาบอกผม ไปหาอะไรกินก่อน กูจะคุยกับมัน

 

               “ครับ” ผมตอบรับง่ายๆก่อนจะเดินลิ่วไปโซนอาหารทันที


(ต่อ)

 Jokker Part

ผมไล่บิลไปหาไรตักกินซะ แล้วไปนั่งที่โต๊ะVIP ไม่รู้ว่าแม่งจะรู้เรื่องไหม แม่งโง่ ซื่อบื่อ ชิบหาย

เป็นห่วงหรอ?

เออ!! ไอ้สัส นั่นแฟนไง กูบอกแล้วว่าแฟน....

ครับ ผมยอมรับก็ได้ว่ามันทำให้ผมเป็นห่วง หวง หน่วงใจตลอดเวลาที่ไม่อยู่ในสายตา

รัก?

ชอบ?

อันนี้ก็ไม่รู้สิครับ จำเป็นต้องบอกออกมาด้วยหรอครับว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน

"ไอ้เจย์ นี่มึงเอาน้องเขาจริงหรอวะ" ไอ้ทอร์นถามคำถามสองแง่สามง่าม

"เอาทุกคืน" ผมเลือกจะตอบแง่ที่สาม

"ฟาย! เอาแบบเอาเป็นเมีย" ผมแกล้งทำหน้าอ๋อใส่มัน

"อืม"

"เชี่ย กูตกใจ นี่ไม่ได้ขึ้นแค่สถานะใช่ไหมเนี่ย"

"อืม"

"สัส ปกติกูเห็นมึงเอาแต่ตัวแรงๆ ผู้หญิงอีกต่างหาก แถมสถานะคู่นอน ไม่ใช่แฟน นี่มึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ภายในเวลาไม่กี่ปีหรอวะ เลวมาครึ่งค่อนชีวิต!"

"ก็เออสิวะไอ้ห่า" ผมเริ่มหงุดหงิดแม่ง พูดมากชิบหาย ผมกับมันเคยสนิทกันมากช่วงที่ผมเรียนมหาลัยอยู่ที่นิว มันก็ทำงานที่ไทยเนี่ยแหล่ะครับ แต่ชอบนั่งเครื่องบินไปหาผมเป็นอาทิตย์ๆ ช่วยมันคิดแผนงานเสนอ ปรากฏว่าแผนงานที่ผมช่วยมันคิดกลับโด่งดังพลุแตก ทำให้มันมาถึงจุดนี้ได้ มันเลยให้หุ้นบริษัทมันกับผมด้วย แต่ผมไม่ค่อยอยากถือไว้เท่าไหร่ แต่เผื่อมีประโยชน์ในอนาคต ผมเลยถือไว้ส่วนนึงด้วย

"ว้าว อเมซิ่งเกรซ" มันยังทำหน้าตกตะลึงอยู่

"มึงจะตกใจห่าอะไร มึงเองก็มีเมียแล้ว กูยังไม่ตกใจเลยปะวะ"

"เห้ยไอ้เพื่อนยาก กูมันคนรักเดียว เมียกูก็เพศเดิมตามที่เคยจีบ แต่มึงมันฟันไปทั่วตามอารมณ์" แม่งพูดสันดานดิบของผมออกมา ผมถึงกับยอมมองทะเลไม่เถียงมันเลย

"อืม" ผมตอบรับในลำคอเฉยๆ มันก็ยกมือยอมแพ้ พาเปลี่ยนเรื่องคุยทันที ผมยืนคุยเรื่องธุรกิจกับมัน มันว่าจะให้ผมมาช่วยงานมันอีก แต่ผมว่าคงไม่ไหว เพราะผมลงเรียนที่นี่ไปแล้ว การเรียนมหาลัยมันไม่ใช่เล่นๆ ถึงผมจะมั่นใจว่าได้เกียรตินิยมแน่ๆก็ตาม แต่ผมก็อยากทำให้ดีที่สุดในสิ่งๆนึง

"ถ้ามึงมาช่วยกู กูให้ตำแหน่งรองประธานเลยเอ้า!" มันยังรบเร้าไม่เลิก

"น่า..ไม่เอาว่ะ"

"มึงจะมาลงเรียนทำติ่งอะไรวะ จบนู่นมาแล้วนี่"

"...ต้องอยู่ในสายตา" ผมตอบมันสั้นๆ ไม่รู้แม่งเข้าใจหรือเปล่า แต่จากการเป็นเพื่อนกันมานาน คงเข้าใจ

"อ้อ...เมียสุดรักเรียนอยู่ว่าง้าน" มันพูดแซวๆแล้วเอานิ้วมาจิ้มแก้มผมอยากหยอกล้อ

"สัส! อย่ามาจิ้ม ก็เออ! มันเรียนที่นู่นได้ปีเดียว กูเลยให้มาต่อไทยเนี่ยแหล่ะ"

"โห น้องเขาไม่มีพ่อแม่หรือไง มึงถึงสั่งได้ขนาดนี้"

"พ่อแม่มันส่งไปเรียนภาษา บ้านมันหมอทั้งโคตร" ผมตอบนิ่งๆ

               "เชี่ย มึงเอาไปลูกหมอมา แล้วมึงเป็นใครวะ" มันถามอย่างตะลึงๆ ก็จริงว่าผมไม่ใช่หมอ ไม่ได้มาทางสายแพทย์เลยสักนิด โคตรพ่อโคตรแม่ก็ไม่มีสายแพทย์ ผมมันสายบริหารเต็มๆ แถมธุรกิจที่บ้านก็ไม่มี พ่อแม่หรอหึ

ผมคงไม่เคยบอก ว่ามีแค่น้องสาวคนเดียวที่ผมจำได้และรักมาก น้องผมเรียนมหาลัยเอกชนคณะบริหารเหมือนกัน ผมยังไม่ได้บอกน้องว่ากลับไทยแล้ว น้องผมอยู่กับญาติฝ่ายแม่

พอผมถูกไอ้คิสไล่ให้ไปนิว ญาติก็ไม่เคยยุ่งกับผมอีกเพราะคิดว่าผมก่อปัญหาใหญ่โต เงินทองผมก็ต้องหาเอง แต่โชคดีที่ผมช่วยงานไอ้ทอร์น ได้เงินทีละก้อนใหญ่พอควร

"กูก็คนธรรมดาสัสๆ เกือบจน แต่กูหล่อและฉลาด" ผมพูดความจริง ไอ้ทอร์นมันเบะปากใส่ผมแรงๆ

"เออ ก็จริง แต่ถ้ามึงมาเป็นรองประธานกับกู มึงจะไม่เกือบจนและไม่ธรรมดานะเว้ย" ยังไม่เลิกยุยงกูอีก =__=

"เอาเป็นว่าถ้ากูเรียนจบ กูจะลองคิดดู"

"เออ กูเก็บตำแหน่งนี้รอมึงได้เสมอ" มันว่าเสียงร่า ก่อนจะยกไวน์ขึ้นดื่มช้าๆ

ผมยืนคุยกับมันเพลินก็นึกขึ้นได้ว่าไอ้เด็กบ้ามันจะหาโต๊ะเจอไหม ผมเลยหันไปมองในงานเสียหน่อย

โต๊ะVIP ว่างเปล่า?

ก็ผีละ!!

"เชี่ย โง่อีกละ" ผมสบถแรงๆ ไอ้ทอร์นหันมามองผมงงๆ

"ไรวะ"

"ไอ้บิลแม่งไม่อยู่ที่โต๊ะ"

"อ้าว เมียหาย"

"มึงช่วยหุบปากสักทีไอ้ทอร์น" ผมหันไปพูดหน้านิ่งใส่มัน มันไหวไหล่อย่างสบายๆแล้วไล่ผมให้ไปตามหาบิล ไม่ไล่ผมก็ไปอยู่แล้ว -__-

ผมเดินเข้าไปในงาน คนเริ่มเยอะแล้วเพราะนี่ก็จะทุ่มนึงแล้ว ไอ้บิลยิ่งเตี้ยๆอยู่ อาจจะต้องตีลังกาหามัน

ผมเดินไปหามันแถวๆที่ไม่ค่อยมีคนหน่อย ถ้าให้เดามันอาจจะไปห่อปัญหาแล้วโดนกระทืบสลบตายแล้วก็ได้ ผมให้มันแต่งตัวประหลาดๆด้วย

ผมมีเหตุผลนะครับ ถ้ามันใส่ชุดดีๆแบบผม ผมคงจะตบมันหน้าหันข้อหาอ่อยคนอื่น

ผมกำลังมองซ้ายขวา ก็เจอกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนึงกำลังมุงกัน4คนอยู่ ตรงเท้าพวกมันก็มีเด็กคนนึงใส่ชุดวอร์มนอนราบกับพื้นอยู่...ชุดวอร์ม...

สัส!!!!!

ไวกว่าความคิดก็ขาผมเนี่ยแหล่ะครับ เมื่อคิดเสร็จผมก็วิ่งมาถึงที่พอดี

"ไอ้นี่แม่งดูถูกงานนี้นี่หว่า"

"เออ ใส่ชุดไม่คิดจะให้เกียรติลูกพี่ทอร์นเลย!" ไอ้พวกนักเลงโตพูดขึ้น ไอ้ทอร์น ไอ้ห่า! มึงมีสมุนจิ๊กโก๋แบบนี้ด้วยหรอวะสัส!!

"เห้ย ไอ้ลูกมด" ผมเรียกพวกมันเสียงเข้ม โมโหด้วย กูโมโหมาก!

"เห้ย ไรวะลุง" ไอ้ตัวโตสุดหันมาทำหน้าหาเรื่องกับผม ถึงจะตัวโตสุด ก็แค่ตัวเท่าผมเท่านั้น ไม่ได้เป็นหมีป่าแต่อย่างไร

"บิล ลุกไหวไหม" ผมไม่สนใจไอ้พวกห่านี่ แต่ตะโกนถามคนที่นอนราบกับพื้นอยู่

บิลไม่ได้ตอบผม แต่ค่อยๆยันตัวขึ้นจากพื้นทราย ทั้งหัวและตัวมันมีทราบเต็มไปหมด ผมเห็นว่ามันลุกขึ้นได้ก็โล่งหน่อย ผมตวัดสายตามองไอ้ห่าจิ๊กโก๋เรียงตัว มันยังทำท่าทางยะโสโอหังใส่ผมอยู่เช่นเดิม

"บิล มาหากู" บิลค่อยๆลุกขึ้นด้วยขาสั่นๆ ผมอาศัยช่องว่างก้าวขาเข้าหามันแล้วดึงตัวมันมาทางผมทันที ไอ้4ตัวนี่น่ะ ดูด้วยสายตาบอกเลยว่ากระจอกงอกง่อยไร้สมองอีกด้วย แต่ผมไม่อยากก่อปัญหาให้ไอ้ทอร์น

แต่กูขอทำกรามแม่งหักสักคนเถอะวะ!!!

ผัวะ!!! พลั่ก!!

"อั่ก!" ไอ้ตัวโตสุดมันดันสะเออะยืนอยู่หน้าผมพอดี ผมเลยอาศัยจังหวะที่พวกมันยืนโง่ๆกันอยู่ ปล่อยหมัดเข้าที่กรามซ้ายของมัน ตามด้วยถีบท้องมันเป็นของแถม

"เฮีย!! ไอ้สัส! มึง!" ไอ้คนที่รู้สึกจะเป็นรองหัวหน้าชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ มันเตรียมจะพุ่งใส่ผม แต่ผมกระชากแขนมันแล้วกระตุกแรงๆจนได้ยินเสียงกระดูเคลื่อน

กร่อบ!

"อ๊ากกกกก!!!!!" มันร้องลั่น แต่โชคดีที่แถบนั้นไม่มีใครแม้แต่รปภ. พอเห็นสภาพมันทั้งสอง อีกสองคนก็ขาสั่นไม่กล้าเข้ามาหาเรื่องผม ร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังผมขาสั่นจนแทบยืนไม่ได้ มันเลยเอนตัวพิงผมไว้ ตามันปรือจนแทบลืมไม่ได้ มุมปากได้เลือดนิดๆ

เลือด?

นอกจากผมแล้ว..พวกมึงกล้าทำร้ายมันงั้นหรอ ไอ้เด็กเปรต!

ผมกำหมัดแน่น ขายาวก้าวออกไปด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว ไอ้สองคนที่เหลือเตรียมเผ่น ผมว่าจะไล่ตามไปต่อยหน้าฟันหลุด แต่ทว่าแรงยื้อเบาๆที่ชายเสื้อด้านหลังทำให้ผมต้องชะงักไว้

เหมือนสติที่เคยมีมันแว๊บกลับเข้ามาในร่างอีกครั้ง

"ไม่ต้อง...หรอกครับ..." บิลพูดเสียงสั่น มันก้าวขาสั่นๆมาใกล้ผมแล้วสวมกอดจากด้านหลัง

"ผม..ไม่เป็นไรแล้ว...อยากอยู่กับพี่...มากที่สุด" คำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือของบิลทำให้มันหยุดนิ่ง....ความโกรธที่พลุ่งพล่านเมื่อสักครู่หยุดชะงัก มลายหายไปจนสิ้น

ผมกลับหลังหันไปเผชิญหน้ากับบิลตรงๆ มันเงยหน้ามองผมนิดๆ ผมใช้มือปัดทราบบนหัวมันออก ก่อนที่นิ้วเรียวของผมจะยกขึ้นลูบแก้มใสของบิลเอง

"ไหวนะ"

"...ไหวครับ" ไม่รู้ว่าทำไมใบหน้าบอบช้ำตรงหน้า ถึงยิ้มให้ผมอย่างสดใสได้....ทำให้ผมยิ้มตามจริงๆ

"กูขอโทษ...ที่ปล่อยมึงไว้คนเดียว" ผมพูดเสียงเบา..ใช่..ผมรู้สึกผิดจริงๆ ร่างเล็กที่แสนบอบบาง...มันไม่เคยเถียงเลย...

"พี่..ผมเดินไปชนเขาเองน่ะครับ ผมซุ่มซ่ามเอง"

"มึงขอโทษ..กูรู้" บิลเงียบ..ผมรู้ว่ามันมารยาทดีแค่ไหน แต่ไอ้พวกเวรนั่นก็ยังหาเรื่องมันต่อ!

มึงกล้าทำคนของกูเจ็บ...มึงก็ต้องเจ็บกว่ากรามแตก!

"ทำหน้าน่ากลัวจังฮะ...ผมไปตักของกินนะ" คราวนี้ผมมายืนเฝ้ามันตักของกินซะเลย มันตัวเล็กและกินไม่เยอะครับ แต่แม่งตักแต่ของหรูๆที่ใหญ่ๆทั้งนั้น =_=

"ตักเท่าที่กิน" ผมบอกมันนิ่งๆ มันหันมามองผมแล้วยิ้มตาหยีให้ จากนั้นก็เดินตักนู่นนี่ต่อ เต็มจานใหญ่ๆ

"กูบอกว่าให้ตักเท่าที่กิน"

"ก็..กินชิ้นละคำสองคำไง" มันตอบผมเสียงอ่อยแล้วช้อนตามองผม

ไอ้เวร! ทำแบบนี้ผมก็ด่าต่อไม่ลงว่ะ

"อืม..กูช่วยกินละกัน" ร่างบางตรงหน้ายิ้มดีใจจนอาหารในจานจะหก ผมเลยแย่งมาถือให้ มันแพง!

ผมเดินพามันไปที่โต๊ะVIP สายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างดูถูกทำให้บิลมันไม่กล้าเดินกับผมเท่าไหร่ มันอาจจะคิดมากเรื่องที่ผมบอกให้เดินแยกกัน...

ผมแค่พูดเล่นจริงๆนะ...มันเสือกไม่มองหน้าผมเอง

"มานี่ เดินห่างขนาดนั้นเดี๋ยวมึงก็ไปสร้างเรื่องอีก" ผมบอกมันเสียงเข้มแล้วผายมือออกให้มันมาเดินข้างๆ มันลังเลนิดหน่อยจนผมรำคาญ

กระชากแม่ง!

"อ่ะ..เดี๋ยวก็ถูกมองไม่ดีด้วยหรอกฮะ"

"กูให้มึงแต่งแบบนี้เอง"

"ครับ...งั้น.."

"แต่กูไม่ให้เปลี่ยนชุด" ผมพูดดักทางมันก่อน มันก็คงไม่อยากใส่นักหรอก อากาศก็ร้อน เสื้อมันหนาจะตาย หึ

"ครับ..." มันก็ตอบเสียงอ่อย

ที่โต๊ะมีไอ้ทอร์นนั่งอยู่กับเลขามัน แล้วก็พวกหัวหน้าแผนกต่างๆ แน่นอนว่าไม่มีใครรู้จักผม ยิ่งไอ้บิลมีแต่คนมองด้วยสายตาเหยีดหยาม เหมือนว่ามันเป็นคนใช้แล้วตามผมมางาน

ผมไม่ออกตัวอะไรหรอกครับ อยากจะมองมันยังไงก็มองไป แค่ไม่มายุ่งกับมันก็พอ

...เดี๋ยวท้ายที่สุด...สายตาเหยียดหยาม จะต้องเปลี่ยนเป็นเกรงกลัวเอง....

jokker End

 

ผมนั่งกินอาหารไป เกรงสายตาคนอื่นมองไป คือทั้งโต๊ะนี่สูทจัดเต็ม นาฬิกา เข็มกลัด น้ำหอม อวดราคากันไปต่างๆนาๆ ผม...ไปฟิตเนสค้าบ!

"อิ่มยัง" ร่างสูงข้างๆถามผม พี่โจ๊กเกอร์วันนี้พูดเยอะขึ้นมาก! และหล่อด้วย...

"ฮะ" พี่แกพยักหน้าแล้วเลื่อนจานของผมไปตรงหน้าตัวเองแล้วกินต่อ คือผมกินไปชิ้นละสองสามคำจริงๆครับ อร่อยมาก! ฟิน! คุ้ม!

"เอ่อ..ท่านประธานคะ คนผู้นี้คือใครกันคะ" หัวหน้าฝ่ายบัญชีเอ่ยขึ้น แต่ละคนจะติดเข็มกลัดทองบ่งบอกตำแหน่งอยู่ที่อกซ้าย

พี่โจ๊กเกอร์ชายตามองหล่อนน้อยๆก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อ

"เพื่อนผมเองครับ" พี่ทอร์นตอบยิ้มๆ ตอนนี้พี่แกอยู่ในมาดประธานบริษัทมากๆ ผมจึงไม่กล้าเรียกเขาว่าพี่ทอร์นเสียเท่าไหร่

"สวัสดีครับ" พี่โจ๊กเกอร์พูดทักทายตามมารยาท ที่จริงแทบไม่ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ

"แล้วอีกท่านล่ะคะ"

"แฟนของเขาครับ"

"แต่งตัวไม่รู้จักกาลเทศะจริงๆนะคะ" หล่อนเปรยตามองผมอย่างรำคาญ ผมหันไปมองพี่โจ๊กเกอร์ข้างๆ พี่แกก็ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ผมจึงนั่งนิ่งๆเหมือนเดิม

"แต่ละคนย่อมมีเหตุผลของเขาครับ" พี่ทอร์นพูดบอกยิ้มๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาดุดันส่งให้เจ้าหล่อนทันที หล่อนยอมสงบปากสงบคำ แต่ก็ยังไม่วายจะส่งสายตาจิกกัดมาให้ผม

เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแค่เรื่องเสื้อผ้า...จะอะไรกับผมนักหนา?

นั่งทานอาหารอย่างอึดอัดจนเวลาล่วงเลยมา3ทุ่มกว่า เป็นเวลาที่ท่านประธานจะต้องกล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ และมีการมอบรางวัลให้กับพนักงานดีเด่นอะไรทำนองนี้ ผมก็เออออห่อหมกไปด้วย

"ไอ้เจย์ มึงอย่าหายไปไหนนะเว้ย อย่าลืมที่ตกลงกัน" ตกลงอะไรกันไว้ฟ่ะ

"อืม" พี่โจ๊กเกอร์ตอบรับง่ายๆ ก่อนจะนั่งที่เดิมเนี่ยแหล่ะ จากนั้นพี่ทอร์นก็เดินไปจัดการอะไรนิดหน่อยก่อนจะเตรียมตัวขึ้นเวที

"คุณ" หัวหน้าฝ่ายขายเดินเข้ามาทักพี่โจ๊กเกอร์ ผมก็หันไปมองตาม

"ครับ" พี่โจ๊กเกอร์ตอบนิ่งๆ ดวงตาดุดันจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเฉยเมย

"ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นเพื่อนสนิทขนาดไหนกับท่านประธาน แต่ถึงจะสนิทแค่ไหนคุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำตัวแบบนี้" อีกละ มีคนมาหาเรื่องอีกแล้ว เขายังไม่ยอมจบที่พี่โจ๊กเกอร์ สายตาภายใต้กรอบแว่นนั่นตวัดมามองผมอีก "คุณก็อีกคน! ไร้มารยาทที่สุด" เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินไปสมทบกับคนอื่นๆ และดูท่าว่าคนอื่นๆก็คิดแบบเดียวกัน

สัมผัสอุ่นจากมือหยาบกร้านลูบลงที่หัวผมอย่างแผ่วเบา ผมเงยหน้าสบตากับดวงตาสีเข้มที่ฉายแววอ่อนโยนในเวลานี้

"พี่...ทำไมทุกคนเป็นแบบนี้..." ผมถามอย่างไม่เข้าใจ เห็นพี่แกหน้านิ่งมากเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ผมจึงคิดว่าพี่เขาน่าจะรู้

"ไร้สาระน่า ไม่ต้องคิดให้รกสมองหรอก..." พี่เขาบอกเสียงเรียบก่อนที่จะพูดตามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แต่อีกไม่ช้า..พวกมันจะต้องก้มหัวขอโทษ"

ผมไม่ได้ตอบอะไร...แค่เอื้อมมือไปจับมือพี่โจ๊กเกอร์ไว้...พี่เขาก็..จับตอบผมเบาๆ

ทำให้จิตใจผม...ชาวาบเป็นอย่างมาก...ใจมันเต้นรัวแปลกๆ...

แม้ผมจะโดนคำดูถูกกี่ล้านคำทำร้ายจิตใจ แต่แค่มีมืออุ่นละมุนนี่กุมมือผมไว้เบาๆ เพียงแค่เบาๆเท่านั้น คำดูถูกเหล่านั้นช่างเป็นเหมือนฝุ่นละอองลอยหายไปกับสายลมเลยล่ะ

และแล้วก็ถึงเวลาที่พี่ทอร์นจะขึ้นเวทีสักที

"ขอเชิญท่านประธานขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยครับ!"

แปะๆ แปะๆ แปะๆ

พี่ทอร์นก็กล่าวสรรเสริญบลาๆ ต่างๆนาๆตั้งแต่โคตรตระกูลของใครบ้างไม่รู้ จนมาถึงตัวเอง จากนั้นก็พูดออกทะเลจนพิธีกรต้องนั่งเรือไปตาม =__=

ครับ ผมก็ขอเปิดงานนี้อย่างเป็นทางการเลยครับ” พี่ทอร์นตัดริบบิ้น พร้อมกับเสียงปรบมือดังท่วมท้นสนั่นหวั่นไหว

ครับๆ กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ” ทุกคนต่างเงียบตาม พีทอร์นจึงเริ่มพูดต่อ ทุกท่านอาจสงสัยกันและกันเป็นอย่างมาก ว่าใครที่เป็นคนถือหุ้นรองจากผม และมีอำนาจในบริษัทนี้เช่นกันรองจากผม” ทุกคนเงียบรอฟัง...ผมเองก็เงียบรอฟังเช่นกัน ผมรู้สึกว่าทุกคนต่างมองหน้ากันและกันอย่างหวาดระแวง

คนๆนั้นคือ...แขกที่ผมเชิญมาเป็นพิเศษวันนี้ครับ Mr.J เชิญบนเวทีด้วยครับ

ห้ะ..” เสียงของผมเองครับ...ไร้ซึ่งเสียงปรบมือ แต่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่ครับ!! ผมเองก็เช่นกัน พี่โจ๊กเกอร์ปล่อยมือผมแล้วเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อคมเข้ามาดน่าเกรงขาม เมื่อพี่โจ๊กเกอร์เดินไปยืนข้างๆพี่ทอร์น เสียงปรบมือเริ่มดังขึ้น และดังขึ้น

เขายังไม่ได้เป็นรองประธานอย่างเป็นทางการ แต่ความสามารถเขา ผมรับรองได้ เพราะโปรเจคชิ้นใหญ่ที่เป็นชื่อเสียงสูงสุดของบริษัทเรา เกิดจากเขาครึ่งนึงครับ

โอ้มายก็อด

เชี่ย...

ตายห่า..

เสียงอวดครวญดังมาทั่วทุกศาลทิศ ผมมองไปรอบๆตัวก็พบแต่สายตาจ้องมองพี่โจ๊กเกอร์บ้างและผมบ้าง

ขอเชิญเขากล่าวอะไรสักหน่อยดีกว่าครับ ท่าทางมีเรื่องอยากจะเรียนทุกท่าน” พี่ทอร์นยื่นไมค์ให้พี่โจ๊กเกอร์ พี่แกรับมา..จากนั้นรอยยิ้มร้ายก็ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าหล่อคมคายทันที

ครับ..ผมไม่มีอะไรจะบอกมากเท่าไหร่ ผมไม่คิดจะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงาน เพราะฉะนั้นผมขอพูดแค่เรื่องเดียว...ใครที่ดูถูกแฟนผมไว้ ขอโทษมันซะ

“….”

“…..”

เงียบกันทั้งงาน ก่อนจะตามมาด้วยขบวนหัวหน้าฝ่ายต่างๆเดินมาทางผม

ขอประทานโทษจริงๆค่ะคุณผู้ชาย

กระผมต้องขอประทานโทษด้วยครับที่ว่าร้ายท่าน

ดิฉันต้องขอประทานโทษจริงๆค่ะ” ผมยืนเก้ๆกังๆก้มหัวตอบทุกคนด้วย ทุกคนไม่ได้ทำหน้ารู้สึกผิดขนาดนั้น แต่ทำหน้าหวาดกลัวในอำนาจมากกว่า...ถึงกระนั้น คนที่ไม่ขอโทษก็มีอยู่กว่าครึ่ง บ้างก็มองด้วยสายตานิ่งๆ บ้างก็มองอย่างเอ็นดู ผมจึงก้มหัวให้ทุกคนเช่นกัน

ผมไม่ได้ติดใจอะไรมากมายหรอกครับ

บรรยากาศเริ่มกลับสู่ความสงบเหมือนเดิม ผมมองพี่โจ๊กเกอร์บนเวทีอย่างงงๆ...แต่ที่งงกว่าคือ...

พี่โจ๊กเกอร์ยิ้มให้ผม

 

พอดึกเข้าหน่อยก็มีเปิดคอนเสิร์ตกันด้วย แรกๆก็เล่นเพลงตื๊ดๆกัน มีฟลอเต้นอยู่ ทุกคนต่างลุกขึ้นไปเต้นกันมันส์ๆ ผมมองบรรยากาศอย่างนึกสนุกอยู่ที่โต๊ะเดิม

พี่...ครับ” ผมเรียกพี่โจ๊กเกอร์เสียงอ่อย...พี่เขาหันมามองผมนิดๆ ในหน้านิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

...” พี่แกเงียบ ผมหันหน้าเข้าหาพี่โจ๊กเกอร์

พี่..ตอนนี้...เชื่อผมแล้ว..ใช่ไหม...เชื่อใจผมแล้วใช่ไหม...เปิดใจให้ผมแล้วใช่ไหมครับ

พี่โจ๊กเกอร์ยังคงเงียบอยู่ ดวงตาสีเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตาผม เสมือนจะทะลวงเข้าไปในใจของผม เมื่อผมมองตอบ...จู่ๆน้ำตาก็พาลไหลออกมาด้วย...

เหมือนบ้ามาก...ผมเหมือนตื้นตันห่าอะไรก็ไม่รู้ครับ

มือหยาบยกขึ้นมาประคองใบหน้าผมไว้ ผมกระพริบตาถี่รัวๆให้สายน้ำไหลรินออกมา ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่...

อืม...กูจะลองเชื่อใจมึงดู...กูจะเปิดใจ..” ผมยิ้มปริ่มแก้มปริ มือเรียวเกลี่ยน้ำตาผมออกช้าๆ

ฮึก...ผม..ผมดีใจจนจะวิ่งรอบโลกได้แล้ว..

ก็ไปสิ” หมดซึ้งเลยสาด!

ผมล้อเล่นน่ะครับ” หมดซึ้งจริงๆ พี่โจ๊กเกอร์ปล่อยมือจากใบหน้าผมแล้วนั่งพิงเก้าอี้เหมือนเดิม

เพลงบรรเลงจากมันส์ๆกลายเป็นเพลงจังหวะวอลซ์ คู่รักหลายๆคู่ต่างจูงมือกันออกมาเต้น ผมหันไปข้างๆ มองร่างสูงหน้านิ่งอย่างเขินๆ

คือกูจะชวนเต้น...ดีไหมวะ...

เป็นไง...เป็นกัน...

พี่...

จะชวนเต้น?”

“…” ผมเงียบ..เพราะเหมือนโดนรู้ทัน แต่ประโยคต่อมา..ทำใจเต้นรัวจนต้องจับอกเลยทีเดียว

ไปสิ” ไม่พูดเปล่า มือหนายื่นมาตรงหน้าผม ผมเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นยิ้มไว้...สุดท้ายมันกลั้นไม่อยู่ไง

ยิ้มร่าเลยกู

ครับ!”

+

+

 

แต่งเพลินอ่ะตอนนี้ อิอิ

เป็นงายยยยย หลงรักโจ๊กเกอร์ยัง 555555

รักนักอ่านทุกคนเยยยยย จุ๊บๆ จูบปากจูบคอจูบไหล่ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

241 ความคิดเห็น

  1. #115 Unyonghasay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 20:44
    รอให้ไรท์มาอัพ~~~ไรท์จะมาอัพตอนไหนน้อออออออ~~~~~
    #115
    0
  2. #114 Hinamori-momo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 00:17
    อ่าาาาาาา โอยยยยยย ฮือออออ ชอบบบบบบบบ
    #114
    0
  3. #113 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 23:08
    น่าร้ากกก น่ารักกก พี่โจ๊กเกอร์น่าร้ากกก
    #113
    0
  4. #112 Sophita Sinpomart I'mso (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 23:01
    มันดีต่อใจค่ะ
    #112
    0
  5. #111 Greenpim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 21:29
    อร้ายยยยย โจ๊กเกอร์ น่ารักกกก ^^
    #111
    0
  6. #110 LYNIN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 21:25
    มิสเตอร์เจท่านรอง กริ๊ดดดด 555555
    #110
    0
  7. #107 Tangmoksw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 21:07
    โอ้ยยยยยยคืออยากได้โจ๊กเกอร์อ่าาาาาชอบสุดๆ><
    #107
    0
  8. #106 Puth Tetsuya Rakwittaya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 20:59
    พี่โจ๊กเกอร์น่ารัก
    #106
    0
  9. #105 ออนซ์ซัง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 18:54
    อยากได้พี่โจ๊กเกอร์ //บิลตบ - -
    #105
    0
  10. #104 Sophita Sinpomart I'mso (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 17:43
    ง้อวววววว
    #104
    0
  11. #103 Hinamori-momo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 01:06
    อหหหหหห ฉันชอบบบบบบบ
    #103
    0
  12. #102 LYNIN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 23:20
    กริ๊ดดดดดด โอ๊ย คุณโจ๊กเกอร์คะ ถ้าจะโหดกับน้องบิลขนาดนี้ กลับหอไม่ทำรายงานก็ไม่ได้แถมยังให้ใส่ชุกวอล์มออกกำลังกายไปปาร์ตี้อีก หวงหล่ะสิ ชิมิๆ 5555
    #102
    0
  13. #101 abcabcasd976 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 23:00
    บิลน่าร๊ากกกกกกกกกด
    #101
    0
  14. #100 Phantom. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 22:29
    จะหวง นี้แฟนกู
    อ้ายยยยยยยยพูดออกมาซะชัดเฝยนะพี่โจ๊กเกอร์
    #100
    0
  15. #99 faylove751 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 22:28
    เพิ่งเข้ามาอ่าน ชอบมากกกกก
    #99
    0