สืบรัก สะกดรอยรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,574 Views

  • 26 Comments

  • 101 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7

    Overall
    6,574

ตอนที่ 3 : 2. ถาม ถาม ถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ก.ค. 59




สืบลับ : สะกดรอยรัก (2)

 

สารวัตรหนุ่มออกจากลิฟต์ ก็เห็นคนของเขาอยู่กับหญิงชายคู่หนึ่ง ชายหนุ่มเดินเข้าไปหา พร้อมกับแนะนำตัวว่า

ผมสารวัตรหนึ่งสยามครับ

ฉันชื่อพวงสร้อยค่ะ เป็นพี่สาวของชิดนาง ส่วนนี่คู่หมั้นฉัน ชื่ออนวัช ศพยัยนางอยู่ไหน”  สตรีสาวที่ยังมีนัยน์ตาช้ำ แนะนำตัวเอง  พร้อมกับถามในตอนท้าย

เราให้ศพไปที่นิติเวชชันสูตรพลิกศพครับ

เอะ ก็ยัยนางกระโดดตึกฆ่าตัวตายเอง ทำไมต้องไปชันสูตรศพด้วย พวงสร้อยถามอย่างงงๆ หรือว่ายัยนางถูกฆาตกรรม

แม้จะเป็นการฆ่าตัวตาย ก็ต้องชันสูตรพลิกศพเพราะอาจจะทำให้รู้ว่า การตายมีความเกี่ยวข้องกับคนอื่นและสามารถนำผู้ที่เกี่ยวข้องไปลงโทษได้ครับและตอนนี้เราก็ยังไม่สรุปว่าเธอฆ่าตัวตายหรือเปล่าสารวัตรหนุ่มชี้แจง ก่อนจะถามต่อว่า 

คุณเจอกับคุณชิดนางครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

ฉันไม่ได้เจอแกมาเป็นอาทิตย์แล้ว  ตั้งแต่ยัยนางมาดูแลอพาร์ตเมนต์นี่ ก็ไม่ค่อยจะกลับบ้าน

แล้วโทรคุยติดต่อกันบ้างไหมครับ

โทร

ครั้งล่าสุดโทรคุยกันเมื่อไหร่ครับ

เช้านี้เอง ทะเลาะกัน แล้ว...แกบอกว่า จะกระโดดตึกตายค่ะ พูดจบ พวงสร้อยก็น้ำตาร่วง หันไปซบอกคู่หมั้น ที่นั่งหน้าเครียดเงียบอยู่ รำพันว่า

 คุณวัชร ฉันไม่คิดว่าแกจะทำจริงๆ ครั้งนี้

คุณสร้อยอย่าโทษตัวเองครับ เราไม่รู้หรอกว่าคุณนางจะทำจริงๆ

สารวัตรหนุ่มมองทั้งคู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ก่อนจะถามว่า

คุณชิดนางพูดถึงเรื่องฆ่าตัวตายบ่อยหรือครับ

ก็ตั้งแต่ที่ฉันหมั้น แล้วไม่ค่อยจะมีเวลาให้แกค่ะ

แล้วทะเลาะกันเรื่องอะไรหรือครับ

คำถามนี้ พวงสร้อยยังไม่ได้ตอบ เสียงโทรศัพท์ของหล่อนก็ดังขึ้น หญิงสาวเอามันออกมามองแล้วก็พูดว่า

แม่โทรมา ฉันจะบอกแม่ยังไงดีคุณวัชร

คู่หมั้นหนุ่มลูบไหล่เธอเบาๆ บอกไปว่า คุณชิดนางได้รับอุบัติเหตุ  แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น คุณสร้อยจะรีบบินไปหาท่านให้เร็วที่สุด

พวงสร้อยพยักหน้าให้คู่หมั้นหนุ่มก่อนจะลุกห่างออกไปเพื่อคุยกับมารดา สารวัตรหนึ่งสยามจึงถามว่า

คุณอนวัชร พอจะทราบไหมครับว่า คุณชิดนางและคุณพวงสร้อยทะเลาะอะไรกัน

ผมไม่ทราบ เพราะเพิ่งจะกลับมาจากเชียงใหม่ แต่...เขาสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะตอบว่า คงเป็นเรื่องเดิมครับ ชิดนางไม่ต้องการให้พวงสร้อยแต่งงานกับผม

เธอหวงพี่สาวหรือครับ?

สีหน้าของอนวัชรมีแววอึดอัดใจ ก่อนจะตอบว่า จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ

คุณสนิทกับคุณชิดนางแค่ไหน?

อนวัชรมองสารวัตรหนุ่ม เหมือนข้องใจในคำถาม แต่เมื่อเห็นเขาสบตามานิ่งๆ เหมือนเป็นการซักถามธรรมดาก็ตอบว่า

ชิดนางเคยเป็นคนไข้ของผม

คุณชิดนางป่วยเป็นอะไร?

เธอมีอาการทางจิต

คุณเป็นจิตแพทย์?

ไม่ใช่ ผมเป็นนักจิตวิทยา

แล้วอาการทางจิตนี่คืออะไรครับ?

ซึมเศร้า แล้วก็หวาดระแวง

เป็นมานานแล้วยังครับ

เพิ่งจะกลับมาเป็นอีกไม่กี่เดือนนี่ค่ะ

เสียงพวงสร้อยตอบแทน สารวัตรหนุ่มหันไปมอง ก็เห็นเธอเอามือถือใส่กระเป๋า ใบหน้านั้นเหมือนจะเครียดเล็กน้อยเมื่อมาจับมืออนวัชร แล้วพูดต่อว่า

เป็นเดือนแล้วค่ะ ที่ยัยนางบ่นว่า เหมือนจะถูกสะกดรอยตาม เหมือนมีคนจ้องจะทำร้าย เหมือนมีเสียงสั่งให้แกทำโน่นทำนี่ เหลวไหลทั้งนั้น

น้ำเสียงตอนท้ายของหล่อนติดจะรำคาญไม่น้อย แต่สารวัตรหนุ่มยังถามไปอย่างราบเรียบว่า

แล้วคุณชิดนางมีศัตรู หรือมีคนอยากจะทำร้ายเธอบ้างไหมครับ

พวงสร้อยเหยียดยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบว่า

คนอยากทำร้ายยัยนางนั้นมีอยู่ทั่วละค่ะ เพราะแกเป็นคนชอบแกล้งคนอื่น แต่พอยัยนางมาง้อมาขอโทษ ทุกคนก็ลืมหมดนั่นแหละ

คุณชิดนางมีปัญหาเรื่ออื่นๆ ไหมครับ อย่างเช่นเรื่องแฟนหรือคนรัก

นั่นล่ะปัญหาของยัยนาง มีแฟนแล้วก็ทิ้งเขาหลายรายแล้ว ชอบทำให้คนอกหักประจำ

แล้วคุณพอจะทราบไหมว่า ตอนนี้คุณชิดนางกำลังคบกับใครอยู่

คบใครนะหรือ?พวงสร้อยแค่นเสียง หันไปทางคู่หมั้นของตัวเองพูดว่า ไม่ได้คบกับใครหรอก แต่มาร้องไห้กับฉัน ขอคู่หมั้นของฉันคืน หลังจากที่แกทำเขาอกหักมาเป็นปีนะสิ...แล้วนี่ฉันจะไปรับศพน้องสาวฉันได้เมื่อไหร่ ตอนท้ายพวงสร้อยเปลี่ยนเรื่องถามทันที ราวกับหล่อนไม่อยากจะตอบคำถามอีกต่อไปแล้ว

สารวัตรหนึ่งสยามมองท่าทางอึ้งอึดอัดของอนวัชร แล้วก็ตอบว่า

แล้วผมจะให้เจ้าหน้าที่แจ้งไปนะครับ ฝากนามบัตรของคุณทั้งคู่ไว้กับจ่านิยมได้  ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ”   

เมื่อบอกไปแล้วสารวัตรหนุ่มก็ยิ้มให้ พร้อมกับถอยออกมา จากการถาม มีอย่างหนึ่งที่เขาได้ข้อมูลที่ออกจะมั่นใจได้ว่า ผู้ตายมีอาการทางจิต เพราะไม่เพียงพี่สาวและว่าที่พี่เขยจะบอกอย่างนั้น แต่ด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์ที่ถูกเหมือนแพรซักถาม ก็เหมือนจะตอบเช่นนี้ด้วย

แล้วชายหนุ่มก็ต้องแปลกใจ เมื่อหันไปทางลิฟต์ ผู้หญิงที่เขาคิดถึงอยู่หยกๆ ก็ลงมา เขานึกว่าเธอจะออกไปหาที่พักใหม่นานแล้ว แต่เธอยังไม่ไป และดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนชุดแล้ว จากชุดกระโปรง เป็นกางเกงยีนและเสื้อเชิ้ตสีขาว และไม่ได้มีกระเป๋าลาก แต่ที่ทำให้น่าสนใจไปมากกว่านั้นก็คือ เธอไม่ได้สนใจเขา แต่ส่งสายตาไปที่ร่างของพวงสร้อยและอนวัชร ที่กำลังเปิดประตูออกไป แล้วเขาก็เห็นเธอเดินเร็วเหมือนจะตามสองคนนั้นไป ความสงสัยทำให้เขาเดินตามไปเช่นกัน แต่เมื่อออกไป เขาก็เห็นรถคันหนึ่งแล่นออกไปแล้ว ไม่มีร่างของพวงสร้อยและอนวัชร ส่วนด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์นั้น กำลังเดินไปที่ลานจอดรถ ด้วยท่าทางที่เป็นปกติไม่ได้รีบร้อนอะไร

ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ขณะเดินย้อนกลับเข้ามาพูดกับลูกน้องว่า

รอเอารูปแล้วไปส่งคุณเหมือนแพรด้วยนะ จะออกไปก่อน

สารวัตรหนุ่มเดินออกไปที่รถ สมองเขายังครุ่นคิด เขาพยายามเชื่อมโยงในสิ่งที่รู้มา แต่ก็ราวกับว่าเขายังไม่มีอะไรมาอธิบายหรือโต้แย้งได้ว่า ชิดนางไม่ได้กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ก็ลองดูว่า เมืองสองจะมีอะไรบอกเขาบ้างในกรณีนี้...

 

  เหมือนแพรยังอยู่ที่ระเบียง หลังจากได้รับคำสั่งจากสารวัตรหนึ่งสยามแล้ว เธอก็จัดการถ่ายรูปทุกซอกทุกมุมอย่างที่เขาสั่ง แล้วก็อดจะคิดไม่ได้ว่า สารวัตรนั่นต้องมีบางอย่างสงสัยอยู่ในใจ ถึงกับสั่งให้เธอสอบถามเกี่ยวกับด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์นั่นด้วย แต่เธอก็ไม่ได้คิดมากอะไร เธอไม่ชอบคิดในเวลาทำงาน เธอชอบเอาไปคิดตอนที่นั่งอยู่คนเดียว โดยเฉพาะมองจากภาพที่ต้องถ่ายอย่างละเอียด

จากตรงนี้ ถ้ามองไปที่ระเบียงห้องของชิดนาง ก็เห็นได้ชัดเจน แม้ว่าจะมีพวกกระถางต้นไม้บังอยู่บ้าง แต่การมีกระถางต้นไม้แขวนนี่ต่างหาก มันช่วยในการซ่อนตัวให้คนถูกลอบมองไม่รู้ตัวก็ได้เหมือนกัน  เธอซูมภาพระเบียงห้องของชิดนางเข้ามาใกล้ๆ  แล้วก็สังเกตเห็นระเบียงห้องที่อยู่ติดกับห้องของชิดนางก็มีซี่กรงต่อจากกำแพงระเบียงเหมือนกัน และหลายๆ ห้องก็เป็นอย่างนี้ ราวกับว่าเป็นระเบียบของที่นี่ หากจะต่อเติมจะต้องเหมือนกัน

ระหว่างที่กำลังถ่ายรูป เหมือนแพรได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้อง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจนัก เพราะ จัดการถ่ายรูปเสร็จก็เดินเข้าไปในห้อง ระหว่างทางก็เกือบจะถูกชนด้วยรถบังคับของหนูเกร็ก

อุ๊บ เกือบชนแน่ะ

ตาหนูหัวเราะชอบใจ ก่อนจะหยิบเอาชิ้นพิซซ่ามากัดกิน เหมือนแพรแม่ของหนูเกร็กอยู่ที่เคาน์เตอร์ตรงครัว เธอจึงเดินเข้าไปหาแต่มองไปที่โต๊ะอาหารก็เห็นกล่องพิซซ่าวางอยู่ เธอกวาดสายตามองทั้งห้อง ก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์

ฉันขอสอบถามอะไรบางอย่างคุณพี่เพิ่มเติมด้วยค่ะ คุณชื่ออะไรคะเธอพูด

เกศแก้วค่ะคนตอบ ตอบด้วยอาการเต็มอกเต็มใจอย่างยิ่ง

ตอนที่รดน้ำต้นไม้อยู่เห็นคุณชิดนางทำอะไรอยู่หรือคะ

ฉันไม่ได้สังเกตค่ะ

ตอนที่เข้ามารับโทรศัพท์นั้นคุยอยู่ประมาณกี่นาทีคะ?

ก็คุยประมาณสิบกว่านาทีค่ะ

เหมือนแพรจดที่พูดเอาไว้ แล้วก็ยิ้มถามว่า  

 “สงสัยน้องเกร็กจะชอบกินพิซซ่าเหมือนกันนะคะ

เกศแก้วมองสายตาที่มองไปยังกล่องพิซซ่าบนโต๊ะของเหมือนแพร แล้วก็ตอบว่า

ชอบค่ะ

แล้วคุณชิดนางนี่ละคะ เธอแวะมาที่ห้องบ่อยไหม?

เจ้าของห้องขมวดคิ้วก่อนจะตอบว่า ก็ถ้าเธอมา ก็จะแวะมาคุยเล่นเสมอค่ะ น่าสงสารนะคะ ไม่น่าคิดสั้นเลย

วันนี้พี่ได้เจอกับเธอหรือพูดกันบ้างไหม ก่อนจะเกิดเรื่อง?

เกศแก้วทำท่าคิด ก่อนจะพูดว่า

ดูเหมือนเธอจะมาถามค่ะว่า พี่เอกจะมาไหมวันนี้ พี่หมายถึงพี่ชายของฉันค่ะ ชื่อเอกกวี

เป็นแฟนกันหรือคะ?

ไม่ใช่เกศแก้วปฎิเสธอย่างรวดเร็ว เขาเพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่กี่เดือน ตอนไปอบรมการสะกดจิตอะไรสักอย่างนี่ล่ะค่ะ

คุณรู้จัก เออ...ด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์ไหมคะ

เกศแก้ว ทำหน้ายิ้มๆ เมื่อเหมือนแพรเอ่ยชื่อ ค่ะ เธอเช่าห้องพักอยู่ติดห้องนี่เอง

เหมือนแพร ขีดเส้นใต้คำตอบนี้เอาไว้  ก่อนจะถามต่อว่า

ที่นี่เขาอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ด้วยหรือคะ

ก็ถ้าเป็นตัวเล็กๆ ไม่ใหญ่มากเขาก็ให้เลี้ยงค่ะ

เมื่อครู่ น้องเกร็กบอกว่าเห็นคุณชิดนางอยู่กับแมวด้วย แสดงว่าเธอก็รู้จักด๊อกเตอร์คนนี้

ค่ะเกศแก้วตอบสั้นๆ

คุณอยู่ที่นี่มานานแล้วยังคะ?

คำถามนี้ เกศแก้วนิ่งคิดไปครู่หนึ่งจึงตอบว่า ฉันเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้สามสี่เดือนค่ะ

 แล้วด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์นั้น มาอยู่ก่อนหรือหลังคะ

ทีหลังค่ะ เธอก็มาพร้อมๆ กับชิดนางนั่นแหละ

พวกเขาเป็นเพื่อนกันหรือคะ

ฉันไม่รู้

ก่อนที่เหมือนแพรจะถามอะไรอีก หนูเกร็กก็วิ่งมาหา

แม่ขอพิซซ่าอีกครับ

ต้องเก็บไว้ให้ลุงเอกกินด้วยนะ

เกศแก้วพูด แต่ก็เปิดกล่องพิซซ่า หยิบใส่กระดาษทิชชูให้ลูกชายทันที แต่เหมือนแพรขมวดคิ้วเล็กน้อยๆ เมื่อมองเห็นพิซซ่าในถาดนั้นยังอยู่เต็มกล่อง

เมื่อครู่ เจอกับด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์ เธอบอกว่า เธอเช่าอยู่ที่ห้องคุณชิดนาง

เหรอคะ แปลกจัง

แปลกยังไงคะ?

เกศแก้วยิ้ม แล้วทำหน้าชอบกลเมื่อตอบว่า

ก็คุณเรือนพิมพ์ เธอเพิ่งเปลี่ยนไปเช่าห้องของคนที่เสียชีวิตค่ะ เมื่อเดือนก่อนมีคนกระโดดตึกตาย เธอก็ขอเปลี่ยนไปเช่าห้องนั้น แล้วตอนนี้จะไปเช่าห้องคุณชิดนางอีก

รู้ไหมคะว่าทำไม

ไม่ทราบค่ะ

คุณเรือนพิมพ์เธออยู่คนเดียวหรือเปล่าคะ

คุณเกศแก้วทำท่าคิดก่อนจะพูดว่า ก็น่าจะอยู่คนเดียวค่ะ ไม่เห็นมีใครอยู่กับเธอนอกจากแมวของเธอ อ้อ...ตอนย้ายห้องใหม่ๆ จะมีป้าแก่ๆ มาอยู่ด้วยสักสัปดาห์ก่อนจะไป

เหมือนแพรคิดจะถามอะไรอีก แต่เสียงออดที่หน้าประตูดังขึ้น

สงสัยพี่ชายฉันจะมาแล้ว เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายค่ะคุณเกศแก้วพูดแล้วมองเธอยิ้มๆ

เจอรอยยิ้มไล่อย่างสุภาพาของเจ้าของห้อง เหมือนแพรก็เลยต้องรีบพูดว่า  

ขอบคุณมากค่ะ ถ้ามีอะไรอีก จะขอรบกวนใหม่นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

 หญิงสาวยกมือไหว้อีกฝ่าย อย่างที่ไม่ทันให้ตั้งตัว คิดในใจว่า อ่อนน้อมเข้าไว้ เผื่อเธอจะได้กลับมาถามอะไรได้อีกง่ายๆ เธอเดินมาที่ประตู และพอเปิดออกไปก็ พอดีเจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประตู เขามองเธอเหมือนแปลกใจ แต่เหมือนแพรยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะเดินจากมา ไปยืนรอลิฟต์

ก็ไม่รู้ที่เธอพูดคุยไปนี่ จะได้คำตอบที่สารวัตรหนึ่งสยามพอใจไหม แต่เธอก็ยอมรับกับตัวเองละว่า  เธออาจจะไม่รู้ว่าควรจะถามอะไร แต่เธอก็แค่สนใจอะไรเท่านั้น แต่ไม่แน่ต่อไปเธออาจจะสังเกตวิธีตั้งคำถามใหม่ก็ได้ คุณเกศแก้วนั้นแม้จะตอบคำถามไปตามปกติ แต่เธอเห็นในสิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ระหว่างที่เธอถ่ายรูปอยู่ทีระเบียงนั้น คุณเกศแก้วเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ แต่งหน้าเล็กน้อย และมีสร้อยคริสตัลสีน้ำเงินสวมอยู่ และที่ชั้นวางของนั้นจะมีชุดแก้วคริสตัลโบล์วางเอาไว้ และเธอคิดว่า ด๊อกเตอร์เรือนพิมพ์นั้น ค่อนข้างจะน่าสนใจไม่น้อย

หญิงสาวออกจากลิฟต์ แล้วก็ไม่เห็นสารวัตรหนึ่งสยาม แต่ก็เห็นจ่ายุทธชัยและจ่านิยมรออยู่

สารวัตรบอกให้รอคุณ เพื่อรับรูปที่ถ่ายด้วยครับ

อ้าว แล้วสารวัตรกลับไปแล้วหรือ?

ครับ สารวัตรให้ผมไปส่งคุณด้วยครับ

เหมือนแพรนิ่งไปครู่ ก่อนจะถามว่า

ห้องของผู้ตายเมื่อครู่นี้ สารวัตรส่งปิดแล้วยัง

ครับเราให้เป็นสถานที่เกิดเหตุ เอาเทปไปติดไว้แล้ว คุณแพรถามทำไมครับ

ฉันยังถ่ายรูปไม่ละเอียดเลย

ผมถ่ายมาละเอียดหมดแล้วครับจ่านิยมบอก ถ้าคุณแพรอยากดู ก็ไปที่สถานีพรุ่งนี้สิครับ สารวัตรคงจะไปนั่งพิจารณารายละเอียดพรุ่งนี้ ท่าทางเหมือนจะติดใจคดีนี้เหมือนกัน วันนี้เรากลับก่อนดีกว่า

นั่นสิครับ คุณแพรจะได้พักผ่อน ขอกล้องให้ผมนะครับ

เหมือนแพรยิ้มก่อนจะบอกว่า เดี๋ยวไปเอาในรถก็ได้

พูดแล้วเธอก็เดินนำหน้าไปก่อน จ่านิยมอายุมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่ เมียของเขาเพิ่งจะคลอดลูก คงอยากรีบกลับบ้าน ส่วนจ่ายุทธชัยนั้นอายุมากกว่าร่วมจะห้าสิบได้ ทั้งคู่คงกลัวว่าเธอจะขอให้พาไปดูในห้องอีกครั้ง แต่เธอคิดว่าเดี๋ยวจะเอาเมมโมรีจากทั้งกล้องของเธอและของจ่านิยมโหลดภาพลงในเครื่องแท็บเล็ตของเธอ ตอนอยู่ในรถก็ได้ เธอจะได้ดูภาพคืนนี้เลย อีกอย่าง เธอจะได้ถามถึงเรื่องที่ญาติของชิดนางมาคุยด้วย เพราะถ้าหากถามสารวัตรหนึ่งนั่นคงไม่ยอมตอบ แถมอยู่ต่อหน้าเขา จ่าทั้งสองก็ไม่ค่อยอยากจะพูดกับเธอ ครั้งนี้นั่งรถไปด้วยกันจะถามเสียให้หมดเปลือกเลย

 

    เมืองสองนั่งอยู่ที่หน้าห้องไอซียู  สีหน้าเขาดีขึ้นเพราะหมอเพิ่งออกมาบอกว่า อดิศักดิ์พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่อาจจะพักฟื้นในห้องไอซียูสักชั่วโมงก่อนจะย้ายไปห้องคนป่วยพิเศษ อดิศักดิ์ถูกแทงที่คอสองแผลและที่หน้าอกอีกหนึ่ง และที่ท้องอีกเจ็ด อาการสาหัส เขาคิดไม่แน่ใจว่า มันจะมีสาเหตุมาจากงานหรือเปล่า แต่อดิศักดิ์ก็ถูกทำร้ายไม่ไกลจากสำนักงานนัก  และเหตุก็เกิดหลังจากที่คุยโทรศัพท์กับเขาไม่นาน หรือไม่ก็น่าจะเกิดขึ้นในตอนที่เขากำลังตัดเฝือกที่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ ตำรวจสงสัยว่าอาจจะเป็นจี้ชิงทรัพย์แล้วอดิศักดิ์อาจจะขัดขืน ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ จึงได้แต่รอว่า อดิศักดิ์จะรู้สึกตัวเมื่อไหร่  

ตอนนี้เขาก็พอจะสบายใจได้ที่อดิศักดิ์พ้นขีดอันตราย  เลยพลอยทำให้ว่างพอที่จะคิดไปถึงเรื่อง สารวัตรหนึ่งสยามโทรมาหา ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องด่วนอะไร เพราะโทรหาทั้งอดิศักดิ์ไม่ได้ ก็โทรหาเขาเลยทีเดียว ก็พอดีละว่า เขาจะได้คุยเรื่องของชิดนางให้ฟัง...เขาไม่รู้อะไรมาก แต่มันเป็นลางสังหรณ์เสียมากกว่าว่า ชิดนางไม่น่าจะฆ่าตัวตาย เขาคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น...เพียงแต่เขายังมองไม่เห็น เขายังไม่ได้ไปที่สถานเกิดเหตุ เขายังไม่ได้ไปดูร่องรอยอะไรเลย

แต่เขาดีใจอยู่อย่างหนึ่งที่เห็น สารวัตรหนึ่งสยาม รับผิดชอบในเรื่องนี้ เขาเห็นตั้งแต่อยู่ในทีวีแล้ว การที่เขาจะขอเข้าไปสืบคดีด้วยก็คงจะง่ายขึ้น

เมืองสองหันไปทางห้องไอซียู เมื่อประตูเปิด และเจ้าหน้าที่เข็นเตียงออกมา อดิศักดิ์นอนอยู่บนเตียง ยังไม่ได้สติ เขาเดินตามไป ขณะที่ขึ้นลิฟต์เพื่อนำคนไข้ไปยังห้องพิเศษ ก็อดจะจับมือเพื่อนไม่ได้

อีกนานไหมครับ กว่าเขาจะรู้สึกตัว

คงไม่นานหรอกค่ะ

พยาบาลเป็นคนตอบ แต่เมืองสองมีความรู้สึกเหมือนมือที่เขาจับอยู่นั้นขยับเบาๆ จึงเงียบไม่คิดจะถามอะไรอีก และเดินตามไปที่ห้องพักเฉยๆ

มีอะไร ให้กดกริ่งเรียกพยาบาลข้างนอกได้เลยนะคะพยาบาลที่นำคนไข้มายิ้มให้เขาก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป

เมืองสองรีบรุดไปที่เตียง เรียกเบาๆว่า

อดิศักดิ์

ดวงตาที่หลับอยู่ลืมขึ้น อย่างเหนื่อยอ่อน

ใครทำร้ายนาย มองเห็นไหม

ไม่

คิดว่าเกี่ยวกับงานหรือส่วนตัว

ไม่รู้ เป็น...มอไซต์ตัดหน้า..ลงไปก็โดนอดิศักดิ์พูดออกมาแล้วก็หลับตา เหมือนเหนื่อยอ่อน  มีงานอยู่ในรถ หายไปไหม?

ฉันไม่รู้ ยังไม่ได้ไปดูที่รถ มาดูอาการนายก่อน

เสียงเปิดประตู ทำให้เมืองสองหันไปมอง ร่างของสารวัตรหนึ่งสยามเดินเข้ามา

อาการเป็นไงบ้าง

พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังสะลึมสะลืออยู่เมืองสองตอบ

สารวัตรหนุ่ม มองไปยังร่างที่นอนบนเตียง มีสายระโยงระยางอยู่สองสามสาย แต่พอคนเจ็บลืมตามองมา เขาก็ถามว่า

นายไปทำอะไรอยู่ที่เลอบลัวอพาร์ตเมนต์

ตามคนอดิศักด์ตอบเสียงล้าแล้วก็หลับตา  

ใคร? 

สารวัตรหนุ่มถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบราวกับว่าคนเจ็บหลับไปแล้ว สายตาของเขาจึงมองไปที่เมืองสอง แล้วทั้งคู่ก็ถอยออกมาจากเตียงเหมือนจะปล่อยให้คนเจ็บพัก แล้วเมืองสองก็พูดขึ้นว่า

วันนี้ คุณชิดนางเพิ่งไปที่สำนักงาน ต้องการจ้างคนให้สะกดรอยตามเธอ เพราะเธอคิดว่ามีคนสะกดรอยตามเธออีกทีหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงผมก็เห็นข่าวเธอกระโดดตึกตาย

นายไม่คิดว่าหล่อนจะฆ่าตัวตาย

ไม่เมืองสองตอบทันควัน ผมต้องการเข้าไปยังที่เกิดเหตุ

สารวัตรหนุ่มมองตาคนพูด แล้วก็นิ่งไปนานก่อนจะพยักหน้า พูดว่า

นายไปแฝงตัวอยู่ที่นั่นก็แล้วกัน ฉันอยากจะให้ติดตามผู้หญิงคนหนึ่งให้ด้วย

ใคร?

ชื่อดอกเตอร์เรือนพิมพ์ เธอบอกว่าเป็นคนเช่าห้องที่ชิดนางกระโดดลงมาตาย

ได้เมืองสองตอบ

สารวัตรหนุ่มหันไปมองที่เตียงคนเจ็บ เขาคิดว่าวันนี้คงยังคุยอะไรด้วยไม่ได้แน่ จึงคิดจะกลับไปก่อน 

ฉันจะกลับ แต่ถ้านายศักดิ์ฟื้น ให้ถามด้วยนะว่า ไปสะกดรอยตามใคร หรือเห็นอะไรผิดสังเกตที่อพาร์ตเมนต์นั่นไหม และจำอะไรได้บ้างไหมที่ถูกทำร้าย

ครับ เมืองสองพยักหน้ารับ อดิศักดิ์บอกว่ามีงานอยู่ในรถ แต่รถคงอยู่ที่สถานีตำรวจ... เขาบอกชื่อสถานีท้องที่เกิดเหตุให้  ก่อนจะพูดต่อว่า คงเป็นโน้ตบุ๊กของเขา ผมอยากได้

 ฉันจะลองจัดการให้ สารวัตรหนุ่มพูดแล้วก็เดินไปที่ประตู มือเขาจับที่ลูกบิดก่อนจะหันมาพูดว่า

ถ้าว่าง แวะไปที่บ้านด้วยนะ แม่ไม่ได้เจอหน้านายนานแล้ว

ถ้าว่าง แล้วผมจะไป

เมืองสองตอบโดยไม่หันกลับไปมอง  และเมื่อเสียงประตูปิดดังขึ้น เขาก็เดินไปยังตู้เย็นเปิดเอาน้ำมาเปิดดื่มมองไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่ไม่ห่างจากเตียงคนไข้นัก เขาจะอาศัยมันนอนคืนนี้

เขาเดินไปมองอดิศักดิ์อีกครั้ง ก่อนจะปิดไฟ และกำลังจะล้มตัวลงนอนที่โซฟาก็ได้ยินเสียงเหมือนอดิศักดิ์พึมพำอะไรสักอย่าง เขาเดินไปใกล้ๆ

นายจะบอกอะไร

ฉันกำลังตาม...ดอกเตอร์เรือนพิมพ์

อดิศักดิ์ตอบเสียงแผ่วแล้วก็เงียบไป แต่ชื่อนั้นก็ทำให้เมืองสองต้องนอนครุ่นคิดถึง สารวัตรหนึ่งสยามต้องการให้เขาติดตามเธอ ขณะเดียวกันกับที่อดิศักดิ์กำลังติดตามเธออยู่เหมือนกัน

ดอกเตอร์เรือนพิมพ์  เธอเป็นใคร แต่ชื่อเธอฟังดูเยือกเย็นชอบกลในความรู้สึกของเขา และมันเหมือนเขาสัมผัสกลิ่นอายของความตายที่ล้อมรอบตัวเธอได้เลย ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จัก...และเพิ่งได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น