[Fic Red Velvet] ...GEMINI... [WenSeulRene,YoonYeri]

ตอนที่ 9 : ▶GEMINI || Chapter 8 : ย้อนอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60


GEMINI || Chapter 8 : ย้อนอดีต

     Author : Forget Me Not


 

 


ย้อนอดีต







ท่ามกลางราตรีกาลอันแสนมืดมิดไร้ซึ่งแสงดวงดาว หากแต่มีดวงจันทราเพียงหนึ่งเดียวที่คอยส่องแสงสว่างนำทางและมอบความอบอุ่นใจให้ทุกชีวิตบนโลกในยามค่ำคืน สายลมเอื่อยพัดโชยโลมลู่ยอดหญ้า เสียงแมลงร้องประสานเสียงดังก้องป่า บรรดาสัตว์หากินกลางคืนต่างส่งเสียงกู่ก้องราวกับขานรับกันเป็นจังหวะดนตรี ทุกสรรพสิ่งกำลังดำเนินไปด้วยความปกติสุขในห้วงแห่งนิทรา

 

 

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อจู่ๆ เสียงสิงสาราสัตว์ก็พลันหายไป แสงเรืองรองนวลตาของดวงจันทร์เต็มดวงที่เคยฉายแสงสว่างไสวกลับมืดมิดลงทันที เมื่อปีกทะมึนใหญ่ดั่งพญาอินทรีพาดผ่านเงาจันทร์

 

 

ปีศาจ!!!” เสียงร้องตะโกนดังกล่าวสร้างความชุลมุนวุ่นวายในกองโจรของมาร์โคไม่เหลือชิ้นดี ฝูงหมาล่าเนื้อพากันเห่าหอนเหมือนรับรู้ว่าบุคคลที่กำลังจะมาเยือนในค่ำคืนนี้ เป็นมนุษย์ที่ไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

 

 

แรงกระพือปีกของผู้มาเยือนก่อให้เกิดสายลมกรรโชกราวกับจะเกิดพายุบ้าคลั่งจนคบไฟดับวูบ มันแรงจนต้องหาที่ยึดเหนี่ยวกำบังต้านลมแรง และเมื่อสองพระบาทขององค์ราชินีแห่งคาร์นแตะลงบนผืนแผ่นดิน สรรพเสียงวุ่นวายรอบบริเวณก็เงียบสงัด ทุกการเคลื่อนไหวนิ่งสนิท ทุกสายตาต่างจับจ้องมองมายังราชินีปีศาจผู้มีรังสีแห่งความทะนงองอาจและทรงอำนาจจนทุกชีวิตสัมผัสได้ กลิ่นอายแห่งความตึงเครียดแผ่กระจายไปรอบด้านพร้อมๆ กับกลิ่นไอมนต์ดำที่ทำให้ทุกคนต้องสะกดกลั้นลมหายใจของตัวเองไว้

 

 

แต่ทันใดนั้นเสียงเหนี่ยวคันธนูมุ่งร้ายก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองราชินีแทยอนก็ทรงสดับรับรู้ว่าใครเป็นคนยิงลูกธนูอาบยาพิษนี้ออกมา ลูกธนูที่ควรจะพุ่งสวบลงกลางหลังราชินีแห่งอาณาจักรคาร์นกลับชะงักอยู่กลางอากาศด้วยพลังอันทรงอานุภาพ ปลายลูกศรค่อยๆ หันไปยังทิศทางที่มันถูกยิงออกมา จนกระทั่งพุ่งสวบลงกึ่งกลางใบหน้าของผู้ไม่หวังดีลอบกัดองค์ราชินีในที่สุด

 

 

... ถือเป็นอันจบรายการเชือดไก่ให้ลิงดู ...

 

 

ลูกสาวข้าอยู่ที่ไหน” สุรเสียงเย็นยะเยือกทำเอาบรรดาโจรเสียววาบไปทั่วสันหลัง แต่กระนั้นก็ยังมีผู้ปากดีกล้าต่อปากต่อคำโดยไม่ห่วงว่าตัวเองจะตายแบบไม่รู้ตัว

 

 

ตายโหงตายห่าไปทั้งคู่แล้วอ๊าก!!!” พลังสีดำทะมึนตรงเข้ารัดร่างคนปากดี ก่อนจะถูกยกสูงขึ้นให้ลอยเคว้งคว้างกลางเวหา แล้วทิ้งให้ดิ่งพสุธาลงมาจนร่างแหลกสิ้นลมหายใจทันที

 

 

ในเมื่อเจรจากันดีๆ ไม่ได้ ต่อจากนี้ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน!”

 

 

จบประโยคนั้นบรรดาอาวุธของมีคมทั้งหลายก็ถูกฟาดฟันเข้ามาหาราชินีแทยอนทันที แม้ว่าจะห่างเหินการต่อสู้มานานแต่วรองค์บางกลับสามารถหลบหลีกคมหอกคมดาบเหล่านั้นได้อย่างช่ำชอง นัยน์เนตรสีนิลวาววับแล้วดาบแบล็คสตอร์มเล่มงามคู่พระทัยองค์ราชินีก็ปรากฏขึ้น ก่อนพาตัวเองเข้าไปอยู่กลางวงล้อมของพวกโจรอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

 

 

ฝูงหมาล่าเนื้อถูกพวกโจรปล่อยออกมาจากกรงขัง หวังจะให้เป็นปราการด่านหน้าเข้าไปตะครุบฉีกกินเนื้อหนังมังสาของผู้บุกรุกให้ทุกข์ทนทรมาน แต่พอดวงเนตรสีนิลทรงอำนาจตวัดมองไปหา พวกมันก็วิ่งหางจุกตูดหนีเข้าป่าไปด้วยความเกรงกลัวในพลังอำนาจของคนตรงหน้า สร้างความหงุดหงิดใจให้พวกโจรเป็นยิ่งนัก

 

 

พวกมันบุกประจัญเข้ามาราวกับหมาหมู่แต่ราชินีแทยอนหาได้เกรงกลัวไม่ ดาบแบล็คสตอร์มถูกยกขึ้นมาตั้งรับการโจมตีที่รุนแรงจากทางขวา ก่อนจะเบี่ยงองค์หลบคมดาบจากทางด้านหน้าและด้านหลังไปทางซ้ายให้ดาบโค้งสีเงินยวงของพวกโจรปะทะกันเองจนเสียหลัก และเมื่อพวกมันเสียหลักคราวนี้ก็ถึงเวลาโจมตีของราชินีแทยอนเสียที ดาบแบล็คสตอร์มถูกกำแน่น ดวงเนตรทรงพลังวาวโรจน์ดั่งมัจจุราช สองบาทย่างสามขุมเข้าไปมอบความตายให้พวกมันอย่างไม่ปรานี ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ยกดาบขึ้นมาตั้งรับ เสียงฉับก็ดังขึ้นพร้อมกับหัวที่กระเด็นหายไปในเงามืด พวกโจรที่อยู่นอกรัศมีการต่อสู้ได้แต่ตกตะลึงจนก้าวเท้าไม่ออก

 

 

ฆ่านังปีศาจฆ่ามัน!! ฆ่ามัน!!!” เสียงร้องตะโกนทำให้ราชินีแทยอนหงุดหงิดพระทัย แม้พลังปีศาจในกายจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่พวกมันก็ยังไม่เลิกเรียกเธอว่าปีศาจเสียที!

 

 

เคร้ง! เสียงดาบกระทบกันดังก้องจนเกิดสะเก็ดไฟ พระพักตร์แห่งองค์ราชินียังนิ่งขรึมไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ จนกระทั่งดาบแบล็คสตอร์มถูกเงื้อจนสุด รอยแย้มสรวลเหี้ยมก็ฉายขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ และทันทีที่ดาบแบล็คสตอร์มถูกฟาดไปตรงหน้าก็บังเกิดพลังประหลาดน่าฉงนราวกับอากาศถูกแหวกแยกออกเป็นสองเสี่ยง เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น ร่างของพวกโจรนับสิบขาดครึ่งสิ้นใจกระเด้งกระดอนไปคนละทิศคนละทาง

 

 

แต่พวกมันยังไม่เข็ด มิหนำซ้ำยังดาหน้าเข้ามาอย่างไม่มีหวั่น ราชินีแทยอนพลิกองค์หลบคมหอกที่ถูกขว้างมาอย่างเฉียดฉิว ดวงเนตรสีนิลฉายความกริ้วโกรธอย่างสุดขีด หัตถ์ขวาถือแบล็คสตอร์มจ้วงแทงพวกโจรไม่เลือกหน้า ในขณะที่พลังสีทมิฬหมุนวนก่อตัวเหนือหัตถ์ซ้ายก่อนจะถูกปล่อยพุ่งออกไปทำลายทุกชีวิตที่หมายจะสังหารตัวเองทันที ทุกสิ่งทุกอย่างพังพินาศกลายเป็นสุสานในชั่วพริบตา ยกเว้นก็แต่...

 

 

ไอ้จอมโจรมาร์โค หัวหน้าของพวกเจ้ามันอยู่ไหน” ราชินีแทยอนทรงกระชากคอเสื้อลูกน้องมาร์โคที่บาดเจ็บปางตายขึ้นมาถาม

 

 

ไม่อยู่...ที่นี่”

 

 

แล้วมันไปไหน” ราชินีแทยอนถลึงพระเนตรถามอย่างน่ากลัว แล้วยิ่งน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำตอบจากลูกน้องของมาร์โค

 

 

ไปจับตัว... เจ้าหญิง..”

 

 

หมายความว่าไง! ลูกสาวข้าไม่ได้อยู่ที่นี่?”

 

 

หนี..ไปแล้ว”

 

 

พอหมดประโยชน์ราชินีแทยอนก็จัดการปลิดชีพมันอย่างเจ็บแค้นทันที ดวงเนตรสีดำสนิทสั่นระริกด้วยความโกรธเคือง

 

 

เมื่อไหร่พวกมันจะเลิกตามราวีลูกสาวฝาแฝดของเธอเสียที!

 

 

เสียงปั่นไม้จะก่อไฟของซึลกิดังขึ้นมาได้สักพักแล้ว เจ้าหญิงเวนดี้ที่คอยมองเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็เริ่มจะหมดความอดทน เพราะเจ้าหัวขโมยจอมบื้อนี่นั่งปั่นไม้จนมือพองไปหมดแล้ว ก่อนหน้านี้เธอเห็นความมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจของเค้าก็เลยไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วย แต่พอมาถึงตอนนี้แล้วเธอก็สรุปกับตัวเองได้ทันทีเลยว่า ร่ายเวทมนตร์ช่วยเค้าดีกว่าเถอะ

 

 

แต่ยังไม่ทันที่เจ้าหญิงเวนดี้จะร่ายเวทมนตร์ ควันสีเทาจางๆ ก็เริ่มลอยขึ้นมาจากขอนไม้ ไฟดวงเล็กเริ่มก่อตัวขึ้นในความมืด ซึลกิยิ้มอย่างดีใจพลางหยิบกองหญ้าแห้งมาสุมไว้เป็นเชื้อเพลิง เมื่อเจ้าหญิงเวนดี้หันไปก็พบกับพี่สาวฝาแฝดที่กำลังมองซึลกิอย่างขำๆ

 

 

เฮ้อ ถูกพี่ไอรีนร่ายเวทมนตร์ตัดหน้าซะงั้น’ เจ้าหญิงเวนดี้พูดกับตัวเองในใจ

 

 

ไฟติดแล้ว!” ซึลกิหันไปส่งยิ้มกว้างให้เจ้าหญิงเวนดี้ ก่อนจะหันไปหาเจ้าหญิงไอรีน แล้วต่างคนก็ต่างหลบตากันเนื่องจากรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวข้างในใจ

 

 

เจ้าหญิงเวนดี้ได้แต่มองภาพนั้นอย่างแปลกใจ พลันก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายก็กระตุกวูบจนพลอยให้รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก มันทั้งยินดีแล้วก็ทั้งเศร้าไปในคราวเดียวกัน อาการที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปนี่คืออะไร ทำไมช่วงนี้หัวใจของเธอถึงเต้นไม่ปกติเลย กลับวังไปสงสัยต้องให้หมอหลวงมาตรวจดูสักหน่อยแล้ว

 

 

พอไฟเริ่มลุกโชนเจ้าหัวขโมยก็ค่อยโล่งใจหน่อยแล้ว เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องทนนอนหนาวให้น้ำค้างจับกันทั้งคืน อย่างที่รู้กันว่าเราทั้งสามคนกำลังถูกพวกโจรไล่ล่าอยู่ ทำให้ฝังรากอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ ไม่ได้ ต้องยักย้ายเปลี่ยนที่พักกันตลอด

 

 

แต่พอความเงียบของป่าเริ่มครอบคลุมในหัวก็มีแต่ภาพของพ่อเต็มไปหมด ซึลกิพยายามสลัดภาพนั้นออกไปด้วยการล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมแล้วหยิบหนังสือเล่มเล็กออกมาอ่าน หนังสือค่อนข้างเก่าเหมือนมรดกตกทอดมาหลายชั่วอายุคน ตัวหนังสือยึกยือๆ ที่จารึกไว้ก็เหมือนกับภาษาโบราณเต่าล้านปีที่ไม่ว่าจะอ่านยังไงก็อ่านไม่ออก สรุปว่า.. คืนให้เจ้าของมันเลยดีกว่า

 

 

เจ้าหัวขโมย!” เสียงแวดนั่นทำเอาซึลกิสะดุ้งโหยง “เอาหนังสือข้าคืนมาเดี๋ยวนี้เลย” เจ้าหญิงเวนดี้เดินเข้ามาแบมือรอรับหนังสือ

 

 

ข้าก็กำลังจะคืนอยู่พอดี” ซึลกิส่งหนังสือเล่มนั้นให้เจ้าหญิงเวนดี้แต่โดยดี แต่เจ้าหญิงไอรีนกลับแปลกใจมากกว่า ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเห็นน้องสาวฝาแฝดอ่านหนังสือแต่หมู่นี้มาแปลก

 

 

หนังสืออะไรน่ะเวนดี้” แม่น้องสาวตัวแสบสะดุ้งโหยงทันที ก็จะไม่ให้สะดุ้งได้ยังไงในเมื่อหนังสือเล่มนี้เธอแอบจิ๊กมาจากห้องทรงงานของเสด็จแม่แทยอนน่ะสิ แต่ว่าข้างในนั้นมันเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้

 

 

หนังสือไร้สาระไม่มีอะไรหรอกน่า” ว่าเสร็จเจ้าหญิงเวนดี้ก็โยนหนังสือเล่มนั้นทิ้งเข้าพงหญ้าอย่างไม่เสียดายทันที ซึลกิที่รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นตำรามหาเวท-มนต์ดำก็ได้แต่อ้าปากค้างจะเอ่ยถามออกไป แต่เสียงร้องของเจ้าหญิงไอรีนกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

 

เจ้าเอาสร้อยเส้นนี้มาจากไหน” ดวงเนตรงดงามเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อภาพตรงหน้า เมื่อเข้าไปใกล้ก็ยิ่งแน่ใจว่าตัวเองนั้นมองไม่ผิดแน่ แต่เจ้าหัวขโมยตัวสั่นงันงกไปหมด

 

 

สร้อยเส้นนี้ข้าไม่ได้ขโมยมานะเจ้าหญิง มีคนให้ข้ามาเมื่อนานมาแล้ว” ซึลกิตอบพร้อมกับก้มลงมองสร้อยหินประดับสีขาวที่ด้านหลังสลักชื่อทิฟฟานี่ด้วยสีทองอย่างงดงาม “ข้าคิดว่าเด็กผู้หญิงที่ให้สร้อยเส้นนี้แก่ข้าชื่อทิฟฟานี่”

 

 

นั่นพระนามของเสด็จแม่ข้า และนี่ก็เป็นสร้อยที่ข้าให้แก่เด็กชาวบ้านคนหนึ่งระหว่างทางที่ข้าไปมาเดนสมัยเด็ก”

 

 

อย่าบอกนะว่า... เจ้าหญิงก็คือเด็กคนนั้น” ซึลกิทำหน้าตาอย่างไม่อยากจะเชื่อทันที

 

 

... ถึงว่าล่ะว่าเราสองคนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน ...

 

 

ขบวนเสด็จราชอาคันตุกะจากคาร์นผ่านกำแพงพระราชวังมาเดนไปอย่างไม่รีบร้อน ราชินีแทยอน พร้อมด้วยราชินีทิฟฟานี่ และเจ้าหญิงฝาแฝดแห่งคาร์น ทอดพระเนตรบรรดาพสกนิกรที่มารับเสด็จอย่างล้นหลาม แต่เจ้าหญิงไอรีนกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้ต้องทูลขอพระราชทานอนุญาตจากเสด็จแม่ทั้งสองพระองค์ให้หยุดขบวนเสด็จแล้วลงไปจากรถม้าพร้อมด้วยเหล่าองครักษ์ทันที

 

 

หน็อย... เจ้าหัวขโมย!” เด็กหญิงตัวเล็กถูกชายชราเจ้าของร้านผลไม้ตบหัวจนหน้าเกือบทิ่มพื้นดิน ดวงตาเรียวเล็กใสแป๋วเริ่มมีน้ำตาไหลออกมาเพราะความหวาดกลัวจากความผิดที่ตัวเองก่อ “มาขโมยองุ่นข้า แล้วยังมาจ้องหน้าข้าอีก”

 

 

โอ๊ยเจ็บเจ็บ!” กิ่งไม้เรียวยาวที่ตกอยู่บริเวณนั้นจึงถูกชายชราหยิบขึ้นมาหวดแข้งหวดขาเด็กน้อยให้สาแก่ใจทันที

 

 

ถึงเด็กคนนี้จะขโมยของของท่าน ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายเค้าแบบนั้น!” เจ้าหญิงไอรีนในวัยเยาว์เอ่ยขึ้นอย่างฉะฉานจนชายชราเจ้าของร้านผลไม้หันมาอย่างรำคาญใจ

 

 

มันขโมยของข้าทำไมข้าจะไม่มีสิทธิ์! ข้าจะตีมันให้ตายคามือก็ยังได้!”

 

 

ถ้าอย่างนั้นท่านก็ควรจะส่งตัวเด็กคนนี้ให้ทางการจัดการ ไม่ใช่หวดตีเค้าด้วยความสะใจอย่างนี้ อย่าลืมว่าโทษทำร้ายร่างกายในมาเดนหนักยิ่งกว่าโทษขโมยของอีกนะ แล้วยิ่งท่านตีเด็กคนนี้จนถึงแก่ชีวิต ขอให้รู้ไว้เลยว่าข้าคนนี้จะเป็นพยานเหตุการณ์เอาเรื่องท่านให้ถึงที่สุด” เจ้าหญิงไอรีนมองผู้ใหญ่รังแกเด็กไม่วางตา เสียงร้องไห้จากเด็กน้อยยังคงดังลั่น

 

 

ปากดีนัก! เจ้าเป็นใครใหญ่มาจากไหนวะ!”

 

 

สามหาว! นี่คือเจ้าฟ้าหญิงไอรีนแห่งอาณาจักรคาร์นถ้าเจ้ากล้าแตะต้องเจ้าหญิงแม้แต่ปลายพระเกศา พวกข้าไม่ไว้เจ้าแน่!” มือที่กำลังจะยกไม้ตีเจ้าหญิงไอรีนชะงักนิ่งทันที เมื่อบรรดาองครักษ์ผู้ติดตามชักดาบออกมาเตรียมเอาผิด แต่เจ้าหญิงไอรีนกลับยกมือขึ้นให้หยุดเสียก่อน แล้วเดินเข้าไปหยิบพวงองุ่นที่ตกบนพื้น พร้อมกับจูงมือเจ้าหัวขโมยตัวน้อยให้มายืนข้างกัน

 

 

ข้าจะจ่ายค่าองุ่นพวงนี้เอง”

 

 

ข้าไม่ต้องการเงินทองสกปรกของพวกปีศาจหรอก!” เขาตวาดลั่น เจ้าหญิงไอรีนได้แต่เม้มพระโอษฐ์อย่างอดกลั้นอารมณ์

 

 

ข้าเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ปีศาจ”

 

 

แม่เป็นปีศาจ...มีรึที่ลูกจะไม่กลายเป็นปีศาจไปด้วย คอยดูเถอะ อีกหน่อยเจ้าก็จะกลายเป็นปีศาจเหมือนแม่ปีศาจของเจ้าที่ฆ่าล้างบางมนุษย์บริสุทธิ์ไปจนเกือบสิ้นโลก เจ้าหญิงปีศาจมันก็ชั่วช้าและร้ายกาจไม่ต่างจากนังราชินีปีศาจนั่นหรอก!” เขาจากไปแล้ว แต่กลับทิ้งระเบิดตูมใหญ่ไว้ในใจอันแสนบริสุทธิ์ของเด็กน้อยอย่างไร้ซึ่งความเมตตาอาทร

 

 

ทำไมต้องขโมยของ” เจ้าหญิงไอรีนหันมาถามเด็กหญิงตัวน้อยที่เสื้อผ้าซอมซ่อมอซอจนดูไม่ได้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “มันผิดกฎหมายนะ”

 

 

ข้าหิวแต่ไม่มีเงิน” คำตอบเดียวจากเจ้าหัวขโมยทำให้เจ้าหญิงไอรีนทอดถอนพระทัยออกมาน้อยๆ ก่อนจะถอดสร้อยคอที่เสด็จแม่ทิฟฟานี่ประทานมาให้เจ้าหัวขโมยอย่างไม่ลังเล

 

 

ข้าให้เจ้าเอาไปขาย แต่ต้องสัญญานะว่าจะไม่เที่ยวไปขโมยของใครที่ไหนอีก”

 

 

สัญญา...”

 

 

ภาพความหลังที่เลือนๆ ไปบ้างในความทรงจำของซึลกิหวนกลับเข้ามาราวกับสายน้ำไหล เมื่อทั้งคู่ผลัดกันเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นในอดีต แต่พอเงยขึ้นมองดวงพักตร์งดงามที่เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงของหญิงสาวตรงหน้า ซึลกิก็รู้ได้ทันทีเลยว่า... งานเข้าแล้ว

 

 

คนไม่รักษาสัญญา” เจ้าหญิงไอรีนเอ่ยออกมาเสียงเบา “ไหนบอกว่าจะไม่ขโมยของใครอีก”

 

 

โธ่... ตอนนั้นข้าประสีประสาที่ไหนล่ะเจ้าหญิง” ซึลกิรีบแก้ตัวพัลวัน ตอนนั้นเธอสามขวบเองนะ เด็กสามขวบจะไปรู้เรื่องอะไรกัน

 

 

แล้วก็มีคนโกหกอีกหนึ่งอัตรา” เจ้าหญิงเวนดี้พูดขึ้นบ้าง

 

 

ใครโกหก?” เจ้าหญิงไอรีนถามน้องสาว

 

 

ก็ใครกันล่ะที่บอกเสด็จแม่ทิฟฟานี่ไปว่าทำสร้อยหาย ที่แท้ก็เอาให้คนอื่นไปนี่เอง” เจ้าหญิงเวนดี้พยักหน้าเนิบนาบ ในขณะที่เจ้าหญิงไอรีนนั้นปั้นสีหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว “เด็กดีของเสด็จแม่ ดีแตกตั้งแต่เด็กซะละ”

 

 

เวนดี้!” เจ้าหญิงไอรีนดุน้องสาวฝาแฝดเสียงดัง

 

 

แล้วทันใดนั้นซึลกิก็รีบหาน้ำมาสาดใส่กองไฟจนดับ สร้างความแปลกใจให้สองพี่น้องเป็นยิ่งนัก แล้วยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกเมื่ออีกฝ่ายรีบเดินผ่ากลางเข้ามารวบตัวปิดปากทั้งสองศรีพี่น้องให้ไปหลบหลังแผ่นหินใหญ่ด้วยกันทันที เมื่อเห็นทั้งคู่เงียบลงซึลกิก็ค่อยๆ คลายมือออกจากทั้งสองคน แต่เพราะทั้งเจ้าหญิงเวนดี้กับเจ้าหญิงไอรีนยังนั่งพิงแผ่นหินอยู่ ซึลกิที่อยู่ตรงกลางจึงไม่สามารถดึงแขนออกมาจากด้านหลังทั้งสองคนได้ สภาพของเธอในตอนนี้เลยไม่ต่างจากอาเสี่ยหอนางโลมที่โอบอิหนูไว้ทั้งซ้ายทั้งขวาสักเท่าไหร่

 

 

ใกล้เกินไปแล้ว’ ซึลกิพยายามดึงหน้าออกห่างจากเจ้าหญิงไอรีน แต่พอหันมาอีกฝั่งก็ปะทะเข้ากับดวงตาใสของเจ้าหญิงเวนดี้อย่างจัง นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

 

 

เกิดอะไรขึ้น” เจ้าหญิงเวนดี้ที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของซึลกิกระซิบถามเสียงเบาหวิว

 

 

มีอะไรบางอย่างกำลังตรงมาทางนี้” ซึลกิตอบกลับเสียงเบาไม่แพ้กัน พลางหันไปมองเจ้าหญิงไอรีนที่ได้แต่หลับตาปี๋อย่างนึกหวาดเสียวในใจ เพราะเจ้าหล่อนเหลือพลังต่อสู้เพียงน้อยนิดเต็มที ถ้าพวกมันบุกมายกรังเห็นทีคราวนี้เราคงไม่รอด

 

 

สองเจ้าหญิงได้แต่ซบหน้ากอดเจ้าหัวขโมยกันตัวกลม หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนี้ยิ่งสร้างความว้าวุ่นในหัวใจของซึลกิมากขึ้นไปอีก จะผละตัวออกจากแผ่นหินนี่ก็สุ่มเสี่ยงต่อชีวิต จะนั่งนิ่งให้เจ้าหญิงไอรีนกอดอยู่แบบนี้ก็สุ่มเสี่ยงต่อหัวใจเสียเหลือเกิน

 

 

ข้ากลัว..” เสียงสะอื้นเบาๆ ของเจ้าหญิงเวนดี้ที่ข้างหู ทำให้ซึลกิต้องยกแขนขึ้นกอดปลอบให้เจ้าหล่อนคลายกังวล

 

 

เราจะต้องรอด” ซึลกิบอกกับทั้งคู่

 

 

เสียงย่ำเท้าของใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้ ใกล้ขึ้น และใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนมาอยู่ที่ตรงหน้าจนทั้งสามคนแทบหยุดลมหายใจ

 

 

แต่มันกลับเป็นแค่กวางตัวหนึ่งเท่านั้น!

 

 

โธ่! เจ้ากวางทำเอาตกอกตกใจหมด!” ซึลกิพ่นลมหายใจออกมาดังฟู่ สองศรีพี่น้องได้แต่กะพริบตากันปริบๆ

 

 

แล้วที่ลุ้นจนขี้หดตดหายกันไปเมื่อกี้มันคืออะไร!

 

 

จอยเดินตามเจ้าหญิงเยริที่เดินกระแทกเท้าอย่างหงุดหงิดเข้ามาในสวนหลังหอคอยอย่างเงียบเชียบ พอถึงที่หมายเจ้าหญิงที่เคารพก็โยนซากคทาทิ้งลงบนพื้นแล้วกอดอกนั่งจุ๊กปุ๊กลงอย่างเสียอารมณ์

 

 

เกิดมาเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งมาเดนทั้งที ไม่มีพลังเวทมนตร์ก็น่าอับอายขายขี้หน้าจะแย่อยู่แล้ว แต่อาจารย์วิชาเวทมนตร์ศาสตร์ยังให้ข้าออกมาประลองพลังกับยัยเจนนี่หน้าหยิ่งให้คนอื่นเค้าหัวเราะเยาะได้อีก ไม่ตายคาสนามประลองก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

 

 

คราวหน้าไม่ลองท้าดวลหลับตายิงธนูดูล่ะ เจ้าชนะแบบไม่เห็นฝุ่นแน่” จอยลองเสนอ แต่เจ้าหญิงเยริทอดถอนพระทัยเฮือกใหญ่

 

 

เจ้าหญิงที่ดีต้องรู้จักอดกลั้นอารมณ์ เหตุผลต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด จะไปท้ารบตบตีกับใครก่อนไม่ได้” เจ้าหญิงเยรินึกถึงคำสอนของคุณพยาบาลพลางบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมา แต่จอยหัวเราะเสียงหลง สีหน้าท่าทางแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ นี่อดกลั้นอารมณ์แล้วใช่มั้ย “เจ้าหัวเราะอะไรไม่ทราบ”

 

 

จอยหุบยิ้มกลั้นเสียงหัวเราะในทันใด ใครจะกล้าทำให้หญิงน้อยขุ่นเคืองพระทัยล่ะ “คทานี่...ซื้อใหม่ดีกว่ามั้ย”

 

 

สิ้นเปลือง!” นั่นคือคำตอบเดียวของเจ้าหญิงรัชทายาทผู้มีเงินทองในท้องพระคลังล้นฟ้า แล้วมาเดนน่ะเป็นอาณาจักรแร้นแค้นซะที่ไหน เหนือใต้ออกตกมองไปทางไหนก็มีแต่เหมืองเพชรเหมืองทองเต็มแผ่นดินไปหมด ไม่ต้องพูดถึงพระราชวังที่ยังคงอู้ฟู่วิลิศมาหราตระการตา แม้จะถูกปีศาจบุกมาหลายครั้งหลายคราแล้วก็ตาม

 

 

ก็เจ้าบอกเองไม่ใช่หรอว่าซ่อมเป็นน่ะ แล้วยังจะให้ข้าไปเบิกงบพระคลังเอาภาษีประชาชนมาใช้เล่นให้สิ้นเปลืองอีกทำไม อะไรที่พอจะใช้ได้ก็ใช้ๆ มันต่อไปไม่ดีกว่าหรอ”

 

 

เห็นแววราชินีขี้งกมาแต่ไกล” จอยเย้าเข้าให้ ในขณะที่เจ้าหญิงน้อยมองค้อนตาเขียววับ “ชักจะสงสารท่านอาจารย์ยุนอาขึ้นมาหน่อยๆ แล้วสิ”

 

 

จอย! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เจ้าหญิงเยริเขินจนหูเหอแดงไปหมด จอยนี่ก็พิลึกคนเล่นเองแล้วเดี๋ยวก็เจ็บเอง เธออุตส่าห์เห็นใจไม่พูดถึงท่านน้าเวลาอยู่กับจอยแล้วนะ แต่เค้าก็ยังไม่วายวกเข้าเรื่องนี้ตลอด

 

 

เดี๋ยวนี้อาจารย์ยุนอาไม่นุ่งดำห่มดำไว้ทุกข์แล้วหรอ” คำถามที่ทำให้เจ้าหญิงเยริพยักหน้าแบบขอไปที ไม่ใช่อะไร เธอไม่อยากพูดมากให้คนรู้มากตรงหน้าหลอกถามขโมยความลับได้อีก นึกแล้วก็อายเหลือเกิน

 

 

จอย.. ข้าจะท้องมั้ย...” เจ้าหญิงเยริถามเสียงสลด

 

 

เจ้าอย่าบอกนะว่าเมื่อคืนที่หายไปคือไปนอนกับอาจารย์ยุนอามา!” จอยร้องเสียงหลง

 

 

เจ้าหญิงเยริหน้าซีด พยักหน้ายอมรับทุกข้อกล่าวหา เธอกลัวว่าเธอจะท้องก่อนเรียนจบ ยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างเรื่องฉาวโฉ่งามหน้าให้มาเดนอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ชื่อของเจ้าฟ้าหญิงเยริรัชทายาทแห่งมาเดนจะต้องถูกจารึกไปชั่วกัลปาวสานแน่ๆ

 

 

ข้ากลัวจัง พอนึกถึงที่ท่านแม่เคยบอกข้าก็ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่”

 

 

แล้วท่านแม่ของเจ้าหญิงบอกว่าอะไร” จอยถามเร่งเร้า

 

 

ข้าเคยถามว่าข้าเกิดมาได้ยังไง ท่านแม่ยูริก็ตอบมาว่าเพราะท่านแม่นอนกับเสด็จแม่... แล้วเมื่อคืนข้าก็เพิ่งนอนกับท่านน้ามา...” ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเริ่มมีน้ำใสๆ ไหลริน

 

 

เดี๋ยวๆๆ ที่ว่านอนด้วยกันนี่นอนแบบไหน?” จากคำบอกเล่าของเจ้าหญิงเยริจอยก็เริ่มสะกิดใจแปลกๆ

 

 

เรานอนตะแคงกอดกันทั้งคืนเลย...”

 

 

แค่กอด?”

 

 

อื้อ” เท่านั้นแหละเสียงหัวเราะของจอยก็ระเบิดดังลั่น ทำเอาเจ้าหญิงเยริผู้อ่อนต่อโลกเด๋อด๋าไปในทันที

 

 

ยิ่งคิด.. ก็ยิ่งอับอาย...

 

 

โอเค ข้าจะลองดูสักตั้งก็ได้” จอยบอกเจ้าหญิงเยริที่หน้าระรื่นทันทีที่ได้ยินดังนั้น

 

 

วัตถุดิบที่ใช้ซ่อมคทาถูกวางลงตรงหน้าคนร่ายเวทมนตร์เต็มไปหมด พอจัดเตรียมของทั้งหมดเสร็จสรรพ จอยก็ลงมือร่ายเวทพึมพำทำพิธีปลุกเสกคทาใหม่ทันที ส่วนเจ้าหญิงเยริที่ไม่อยากรบกวนจอยก็รื้อๆ ค้นๆ หาหนังสือจากกองหนังสือข้างๆ จอยมาเปิดอ่านเล่นใต้ต้นไม้อีกต้นที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ พลิกเปิดหน้าหนังสือไปมาเศษกระดาษที่คั่นไว้ก็ร่วงหล่นลงมาจนเจ้าหญิงเยริเห็นข้อความบันทึกความล้มเหลวในการทดลองเวทมนตร์ย้อนเวลาในแต่ละครั้งของใครบางคน

 

 

แต่เอ... นี่มันลายมือจอยนี่

 

 

แล้วจอยจะอยากย้อนอดีตไปทำไม?

 

 

ว่าแล้วเจ้าหญิงเยริก็หันหลังให้จอย ก่อนจะพลิกเปิดหน้าหนังสือไปยังหัวข้อที่กล่าวถึงเวทมนตร์แห่งการย้อนเวลาแล้วร่ายเวทมนตร์อย่างนึกสนุกทันที พอร่ายไปสักพักเจ้าหญิงเยริก็หยุดลงเสียดื้อๆ เพราะในหนังสือระบุไว้ว่าต้องใช้โลหิตจากผู้ร่ายเวทมนตร์ด้วย

 

 

แม้จะรู้ดีว่าสายเลือดสีทองของตัวเองไม่ควรถูกเอามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้า แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าหญิงเยรินั้นมีมากกว่า มือขวาจึงชักมีดเล่มเล็กประจำตระกูลองครักษ์ที่ท่านแม่ยูริเคยให้ไว้ออกมาเฉือนนิ้วชี้ข้างซ้ายจนเลือดสีสดหยดไหลลงพื้นดิน

 

 

หนึ่งหยด...

 

 

สองหยด...

 

 

สามหยด...

 

 

อากาศแปรปรวนราวกับต้องอาเพศ ท้องฟ้าสว่างไสวแปรเปลี่ยนเป็นมืดหม่น พายุฝนหลงฤดูสาดเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ท้องนภาส่งเสียงคำรามดังสนั่นทั่วทุกแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง เจ้าหญิงเยริลุกขึ้นยกมือปิดหูหลับตากรี๊ดเสียงดังลั่น ทำให้จอยต้องละมือจากการซ่อมคทาเพื่อไปหาเจ้าหญิงน้อย พลันอัสนีบาตก็แลบแปลบปลาบ ก่อนจะฟาดเปรี้ยงลงมายังทิศทางที่เจ้าหญิงเยริยืนอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นจอยก็รีบเอาตัวเข้าไปขวางไว้ แล้วทันใดนั้นเหตุการณ์วิปริตราวกับเกิดวิปโยคเมื่อครู่ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

ทว่าเด็กสาวทั้งสองคนกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!

 

 

โอ๊ย!” เสียงร้องโอดโอยของเจ้าหญิงเยริดังขึ้นทันทีที่ก้นกระแทกลงกับพื้นปราสาทที่ไหนสักแห่ง พอหันไปหาจอยก็พบว่าเค้ากำลังยืนมองภาพวาดที่แขวนอยู่บนปราสาทอย่างสงบไร้ซึ่งอารมณ์ศิลป์ใดๆ ที่แสดงออกมาบนใบหน้าแม้แต่น้อย

 

 

ปราสาทวิสเทอเรีย... แต่ลางสังหรณ์บางอย่างมันกระซิบบอกจอยไม่หยุด ว่าที่นี่ไม่ใช่ปราสาทวิสเทอเรียที่เธอเคยเห็นมาก่อน มันคล้าย แต่ว่าไม่ใช่

 

 

โอ๊ย.. เจ็บก้นจังเลย” เจ้าหญิงเยริคลำก้นกบตัวเองป้อยๆ “นี่ถ้าเอาหัวลงสงสัยเลือดคงสาดเต็มพื้นไปหมดแน่ๆ”

 

 

เจ้าทำอะไรลงไปเยริ” จอยที่ดื่มด่ำซึมซับอารมณ์ศิลป์เสร็จแล้วหันมาหาเจ้าหญิงเยริพร้อมสายตาคาดคั้นทันที เจ้าหญิงผู้มีชนักความผิดติดหลังจึงได้แต่ก้มหน้าตอบเสียงอ่อย

 

 

ข้าแค่ลองร่ายเวทมนตร์นิดหน่อย”

 

 

เวทมนตร์อะไร” จอยถามเร่ง

 

 

เวทมนตร์ย้อนอดีต...” เจ้าหญิงเยริตอบก่อนทำหน้าทำตามั่นอกมั่นใจ “เห็นมั้ยว่ามันล้มเหลวอีกแล้ว ข้าเห็นเจ้าจดบันทึกความล้มเหลวที่ทดลองเวทมนตร์นี้ไปตั้งหลายสิบครั้งก็เลยลองทำดูบ้าง แต่ไหงเราดันมาโผล่อยู่ในปราสาทวิสเทอเรียซะนี่”

 

 

ดูเหมือนใช่มั้ยล่ะ” จอยถามขึ้นมา “แต่ที่นี่ไม่ใช่ปราสาทที่เจ้ากลับมานอนทุกวันหลังเลิกเรียนหรอก”

 

 

ทำไมล่ะ”

 

 

ลางสังหรณ์มันบอกข้าอย่างนั้น” พอได้ยินจอยพูดแบบนั้น เจ้าหญิงเยริก็หมุนตัววนดูรอบๆ บริเวณทันที ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่เก่ากว่า ดูโทรมมากกว่า

 

 

จริงอย่างที่จอยว่ามันแค่ดูเหมือน แต่ไม่ใช่...

 

 

เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าเรากำลังอยู่ในอดีตใช่มั้ย” เจ้าหญิงเยริถามเสียงตะกุกตะกัก

 

 

เหมือนจะเป็นอย่างนั้น” เจ้าหญิงเยริอ้าปากค้างทันที

 

 

จอยตอนนี้เจ้าไม่มีตราขออนุญาตเข้าปราสาทใช่มั้ย” สาวเจ้าพยักหน้าน้อยๆ “งั้นก็ซวยแล้ว”

 

 

เจ้าหญิงเยริรีบจูงมือลากจอยออกไปจากปราสาททันที ใครก็รู้ว่านักเรียนต่างสังกัดจะไม่สามารถเข้าบ้านพักอื่นได้หากไม่มีตราอนุญาตขอเข้าสถานที่นั้นๆ แล้วในกรณีของจอยยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีตราไม่พอ ถ้าเกิดโดนทำโทษแล้วมีคนไปค้นรายชื่อในบัญชีแล้วไม่เจอชื่อจอยล่ะก็ ได้ซวยกันหมดแน่!

 

 

ห่วงข้าด้วยหรอเจ้าหญิง”

 

 

เงียบน่า” เจ้าหญิงเยริหันมาทำหน้าดุใส่ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานจอยยังจะมีอารมณ์มาเล่นหูเล่นตาอีก ออกจากปราสาทแล้วค่อยเล่นไม่ได้หรือไง แต่แล้วที่บันไดด้านหลังกลับมีคนกำลังเดินขึ้นมาเจ้าหญิงเยริเลยปล่อยมือจอยแล้วออกวิ่งนำเลี้ยวเข้ามุมปราสาทไป ก่อนจะหันหลังมาหาเร่งอีกฝ่ายทั้งที่ยังซอยเท้าอยู่แบบนั้น “เร็วเข้าสิจอย! โอ๊ย!”

 

 

เจ้าหญิงน้อยล้มก้นจ้ำเบ้าลงพื้นเป็นครั้งที่สองของวัน!

 

 

เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ให้ตายเถอะ!” เจ้าหญิงน้อยนิ่วหน้าสบถอุบ ในขณะที่จอยที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงรู้สึกเหมือนน้ำแข็งจะเกาะกินไปทั้งตัว

 

 

ใครมันยกอาณาจักรภูตหิมะมาไว้ที่นี่!

 

 

ใครกันแน่ที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ” เสียงหวานแสนคุ้นเคยหากแต่ฟังดูอ่อนเยาว์กว่าสวนกลับแทบจะทันที และเพราะเสียงนั้นเองที่ทำให้เจ้าหญิงเยริต้องเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะนิ่งค้างไป

 

 

เสด็จแม่...”

 

 

เจสสิก้าขมวดคิ้วเป็นปมอย่างงุนงงกับคำเรียกของเด็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ทั้งยังเข้าไปช่วยประคอง แต่ว่าอีกฝ่ายคงเจ็บก้นหนักมาก

 

 

ให้ตายเถอะ! ให้ตาย! ใครจะไปรู้ว่าที่นี่คือลากราเซียเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ใครจะไปรู้ว่าเธอจะได้มาเจอกับเสด็จแม่ในวัยเยาว์แบบนี้

 

 

ชุดเอี๊ยมกระโปรงสีน้ำเงินเข้มถักทออย่างปราณีต เสื้อแขนยาวประดับระบายลูกไม้สีขาวทำให้พระมารดาผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพระราชอำนาจในสายตาลูกสาวดูน่ารักขึ้นมาเป็นกอง ทั้งพระพักตร์งดงาม ทั้งวรองค์บาง ล้วนเป็นเครื่องบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหญิงสาวตรงหน้าก็คือ สมเด็จพระราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดนไม่ผิดแน่

 

 

ยกเว้นก็แต่ พระเกศาสีทองอร่ามเหมือนกับเธอนั่น...

 

 

เสด็จแม่ในอดีตมีพระเกศาสีทองอย่างนั้นหรอ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเสด็จแม่ในปัจจุบัน ทำไมถึงมีพระเกศาซีดขาวราวกับหิมะแบบนั้น...เจ้าหญิงเยริคิดไม่ตก

 

 

เจ็บมากมั้ย” เจ้าหญิงเยริยังคงนิ่ง เพราะนานๆ ทีจะเจอเสด็จแม่โหมดนี้ “ลองลุกดูไหวมั้ย” เจสสิก้าประคองเด็กน้อย จอยที่ยังอึ้งๆ อยู่ก็เข้ามาช่วยด้วยเพราะเยริดูเหมือนจะสติหลุดไปแล้ว

 

 

โอ๊ย!” เจ้าหญิงเยริร้องลั่นเมื่อขยับตัว

 

 

ยังเจ็บอยู่หรอเยริ” จอยถาม แต่เจสสิก้าเม้มปากน้อยๆ อย่างขัดใจกับชื่อนั้น เพราะมันฟังดูเหมือน ยูริ เจ้าคนจอมกวนประสาทเธอทุกวี่ทุกวันเสียเหลือเกิน

 

 

อื้อ ก้นกบข้าแตกแล้วมั้งเนี่ย”

 

 

บอกเลยว่านี่ไม่ใช่ความผิดข้า เพราะเจ้าต่างหากที่มัวแต่วิ่งลุกลี้ลุกลนจนมาชนข้าเข้า” เจสสิก้าปรายตามองเด็กทั้งสองคนที่ทำตัวมีพิรุธเข้าไปทุกทีจนทั้งคู่ลุ้นฉี่แทบเล็ด

 

 

แต่ก็เอาเถอะข้าจะรักษาให้ก็แล้วกัน” เจสสิก้าวางมือไปที่ก้นของเยริก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงแต่เด็กน้อยพูดขึ้นมาก่อน

 

 

ไม่ได้ผลหรอกเพคะ” ไม่ใช่แค่จอย แต่เจสสิก้าที่กำลังจะหลับตาลงกลับเบิกตาโตอย่างแปลกใจ เยริถึงรู้ตัวว่าตัวเองพูดผิดไป “เอ่อ... มันไม่ได้ผลหรอกค่ะ”

 

 

ไม่ลองก็ไม่รู้” เจสสิก้าพยายามใช้เวทมนตร์ของตัวเองรักษาเยริ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ไม่ได้ผล เวทมนตร์รักษาของเธอใช้กับเด็กน้อยตรงหน้าไม่ได้จริงๆ ด้วย ทำไมกัน...

 

 

ไม่เป็นไร เจ้าพอจะเดินไหวมั้ย” เยริพยักหน้าตอบ “ช่วยข้าพยุงเพื่อนเจ้าไปห้องพยาบาลหน่อย” เจสสิก้าหันไปหาจอย โดยไม่สนเลยว่าคนตรงหน้าได้รับอนุญาตให้เข้ามาในปราสาทหรือไม่

 

 

พอทั้งสามคนมาถึงห้องพยาบาล ก็พบว่าอาจารย์ประจำห้องพยาบาลไม่อยู่ที่นี่เจสสิก้าเลยลงมือปรุงยาเอง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเจ้าหญิงเยรินั้นได้แต่นอนคว่ำอยู่บนเตียงอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่ง...

 

 

ถกกระโปรงหน่อย” เจสสิก้าบอกลูกสาวในอนาคตเสียงเรียบ

 

 

“!!!!!!!!!!” เจ้าหญิงเยริทำท่าเหมือนจะขัดขืน แต่พอเจอสายตาดุๆ ของเสด็จแม่ปรายมาเจ้าหญิงน้อยก็ยอมทำตามรับสั่งแต่โดยดี แต่ก็ยังมีแว่วเสียงหัวเราะของจอยหลุดมาเป็นระยะๆ กับอีแค่โดนแม่ดุแค่นี้ ขำมากนักหรือไง

 

 

หันหน้าหนีเดี๋ยวนี้เลยจอย!” เจ้าหญิงเยริสั่งก่อนจะถกกระโปรงขึ้นมาจนเผยให้เห็นก้นขาวๆ ที่มีรอยเขียวช้ำอยู่เป็นจุดๆ แต่จอยที่หันหลังให้แล้วยังคงแกล้งหยอกไม่เลิก

 

 

อายอะไรล่ะเยริ มากกว่านี้ข้าก็เห็นมาแล้วนะ”

 

 

จอย!” เจ้าหญิงเยริแทบกระโดดจากเตียงไปข่วนหน้าคนพูด สุดท้ายเจ้าหญิงเยริเลยโดนเสด็จแม่เจสสิก้าเอ็ดเข้าให้

 

 

เจ้านี่ล่ะก็ อยู่นิ่งๆ หน่อยสิ” เสียงหวานเปลี่ยนเป็นเสียงเข้มจนเจ้าหญิงเยริกลัวจับใจ “เกิดกระดูกร้าวระบมขึ้นมาจะทำยังไง”

 

 

จะอยู่ในอดีตหรืออยู่ในปัจจุบัน...

 

 

ไม่ว่ายังไงเสด็จแม่ก็ยังคงเป็นเสด็จแม่พระองค์เดิมอยู่วันยันค่ำ!

 

 

อยู่ปีหนึ่งหรอเรา ทำไมข้าไม่ค่อยคุ้นหน้าพวกเจ้าเลย” เจสสิก้าถามพร้อมกับใช้ลูกประคบกดไปตามรอยฟกช้ำที่ก้นของเด็กน้อยอย่างเบามือ

 

 

ข้าชื่อเยริอยู่ปีหนึ่ง คนนั้นชื่อจอยอยู่ปีสองค่ะ” เจ้าหญิงเยริที่นอนคว่ำอยู่มองการกระทำอันแสนอ่อนโยนของพระมารดาไม่วางตา

 

 

เป็นเพื่อนกับซอฮยอนหรือไง พูดคะค่ะเหมือนกันไม่มีผิด” เจสสิก้าถามขึ้น เจ้าหญิงเยริเลยตาโตเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

 

จริงสิ... ซอฮยอนเป็นคนรักเก่าของท่านน้ายุนอานี่ ตอนนี้ซอฮยอนยังมีชีวิตอยู่เผลอๆ อายุอานามก็คงจะประมาณเธอ น่าจะคุยกันได้ง่ายๆ ถ้าเธอบอกเรื่องการสูญเสียในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ซอฮยอนก็จะไม่ตาย ท่านน้ายุนอาก็ไม่ต้องโศกเศร้าเสียใจ แล้วทั้งคู่ก็จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

 

 

พอคิดมาถึงตรงนี้เจ้าหญิงเยริก็เริ่มมีความคิดเห็นแก่ตัวขึ้นมา

 

 

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น... เธอก็จะไม่ได้รักกับท่านน้ายุนอา...

 

 

ดีขึ้นบ้างมั้ย” รับสั่งถามจากเสด็จแม่ทำให้เจ้าหญิงน้อยหลุดจากภวังค์แล้วพยักหน้าตอบทันที

 

 

ค่ะ ขอบคุณนะคะ” เจ้าหญิงเยริยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ขณะมองเสด็จแม่เก็บข้าวของที่ใช้เข้าที่เดิมอย่างเพลินตา ตอนทรงพระเยาว์เสด็จแม่ก็ทรงพระสิริโฉมไม่แพ้ในปัจจุบัน แต่ทรงน่ารักและเป็นกันเองมากกว่า นึกแปลกใจจริงๆ ว่าท่านแม่ยูริผู้แสนใจดีกับเสด็จแม่ผู้ทรงดุดันมารักกันได้ยังไง เพราะนิสัยของทั้งคู่สวนทางกันคนละขั้ว มันจะต้องเป็นอะไรที่เธอคาดไม่ถึงแน่ๆ

 

 

วันนี้มีอะไร ทำไมมีคนขนของออกนอกปราสาทเต็มไปหมด” จอยถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะเห็นคนขนหีบเดินเข้าเดินออกนอกปราสาทเต็มไปหมด

 

 

วิสเทอเรียปีสองจะเดินทางไปทัศนศึกษาที่อีสต์ฟอล” เจสสิก้าตอบข้อสงสัยนั้น ทว่าคนเป็นลูกสาวกลับหันขวับเหมือนอยากจะให้พระมารดาพูดขึ้นอีกครั้งว่าล้อเล่น อีสต์ฟอลน่ะนะ สถานที่ที่มีแต่ความป่าเถื่อนนั่นน่ะนะ

 

 

ไม่ไปไม่ได้หรอคะ” เจ้าหญิงเยริเริ่มงอแง อุตส่าห์ย้อนอดีตมาเจอแม่ทั้งที แม่ก็จะหนีไปทัศนศึกษาซะงั้น

 

 

ไม่ไปก็ไม่ผ่านหลักสูตรปีสอง” เจ้าหญิงเยริไม่อยากจะบอกเสด็จแม่ว่าต่อให้ไปก็ไม่ผ่านหลักสูตรปีสองอยู่ดี เพราะหลังจากที่เสด็จแม่กลับมาจากอีสต์ฟอล ก็น่าจะเกิดเรื่องราวมากมายจนทำให้ต้องออกไปผจญภัยตามหาเศษดาบแห่งแสงกับคณะเดินทางข้างนอกนั่น แล้วสุดท้ายชีวิตของเสด็จแม่ก็มาลงเอยที่บัลลังก์ทองแห่งมาเดน หาใช่โรงเรียนจอมเวทลากราเซียไม่

 

 

งั้นข้าไปด้วยได้มั้ยคะ” เจ้าหญิงเยริเริ่มตื๊อ

 

 

เด็กปีหนึ่งห้ามออกนอกลากราเซีย เจ้าก็รู้” ประโยคเดียวจากพระมารดาทำให้เจ้าหญิงน้อยเลิกงอแงทันที ไม่ไปก็ไม่ไป แต่นิสัยงอแงเอาแต่ใจของเด็กน้อยเหมือนสะท้อนให้เห็นเงาตัวเองจนเจสสิก้านึกขำในใจ “อยู่กันดีๆ ข้าไปเตรียมตัวก่อนล่ะ”

 

 

พอราชินีเจสสิก้าออกไปจากห้องจอยก็รีบตรงเข้ามาหาเจ้าหญิงเยริทันที “ข้าลุ้นแทบตาย กลัวว่าเจ้าจะบอกเรื่องคนรักเก่าของท่านอาจารย์ยุนอากับองค์ราชินีเจสสิก้าไป”

 

 

ก็กะจะบอกอยู่” เจ้าหญิงเยริก้มหน้ามองพื้นด้านล่าง “แต่พอคิดว่าบอกไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นจะเปลี่ยนไป ข้าก็ไม่กล้า...” เจ้าหญิงเยริหยุดพูดไปชั่วครู่ “ข้าดูเหมือนคนเห็นแก่ตัวมากเลยใช่มั้ยจอย”

 

 

ไม่หรอก” คำตอบของจอยทำให้เจ้าหญิงเยริเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาด้วยทันที “เพราะกฎของการย้อนอดีตมีเพียงข้อเดียวก็คือ... ห้ามเปลี่ยนแปลงอดีต”

 

 

การเปลี่ยนแปลงอดีตจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับโลกปัจจุบันที่เราจากมาแบบที่ตัวเจ้าก็ไม่อาจจินตนาการได้ เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลาล้วนอันตราย เพราะฉะนั้นตอนนี้เราจึงเป็นสิ่งแปลกปลอมของอดีต ทางที่ดีควรจะวางตัวเป็นกลาง ไม่พยายามเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทุกเหตุการณ์”

 

 

แล้วผลกระทบที่น่ากลัวที่สุดของการเปลี่ยนแปลงอดีตคืออะไรหรอจอย” เจ้าหญิงเยริใคร่รู้

 

 

เจ้าจะหายไปจากปัจจุบัน พูดง่ายๆ ก็คือเจ้าอาจไม่ได้เกิด” คำตอบของจอยทำเอาเจ้าหญิงเยริใจหายวาบ “การกระทำของเราในอดีตส่งผลกับปัจจุบันเสมอ หากไปเร่งเร้าหรือเป็นตัวแปรสำคัญของเหตุการณ์นั้นๆ มันย่อมไม่ดีแน่”

 

 

แล้วถ้าเจ้าไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนแปลงมัน เจ้าจะอยากย้อนอดีตมาทำไมล่ะจอย” เจ้าหญิงเยริถามอย่างไม่เข้าใจ

 

 

ข้าแค่อยากมาพบครอบครัวของข้าก็เท่านั้น มันช่างเนิ่นนานจนข้าเริ่มจะจำหน้าพวกเค้าไม่ได้แล้ว” จอยที่มักจะร่าเริงและมีรอยยิ้มอยู่ตลอดซึมลงทันทีที่เอ่ยถึงครอบครัวที่ไม่มีวันหวนกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาได้อีกต่อไปแล้ว ไม่นานนักสีหน้าหม่นหมองนั้นก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 

 

จะยังไงก็ตามเราไม่ควรเปลี่ยนแปลงอดีตเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” จอยกำชับเจ้าหญิงเยริด้วยสีหน้าจริงจัง

 

 

รู้แล้วน่า” เจ้าหญิงเยริหน้าหงิกทันที ถึงเสด็จแม่จะทรงดุแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะเกิดอีกกี่สิบชาติ เธอก็ยังอยากเกิดมาเป็นลูกสาวของเสด็จแม่อยู่ดีนั่นแหละ

 

 

ดังนั้นเธอจะไม่เปลี่ยนแปลงอดีตแน่นอน!

 

 

หิมะสีขาวโพลนปกคลุมพื้นดินหน้าปราสาทวิสเทอเรียเกือบถึงเข่า มิหนำซ้ำหิมะระลอกใหม่ยังปลิวว่อนอยู่นอกปราสาทบางๆ ทวีความหนาวเหน็บให้แก่นักเรียนที่อยู่ข้างนอกยิ่งขึ้นไปอีก ยกเว้นก็แต่เธอกับเสด็จแม่ที่แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าบางๆ ราวกับยืนอยู่กลางแดดจ้าในหน้าร้อนยังไงยังงั้น แม้จะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่ปล่องไฟตามยอดปราสาทก็เต็มไปด้วยไอร้อนพวยพุ่ง เนื่องจากเตาผิงใหญ่ในแต่ละปราสาทจะไม่ถูกทิ้งให้มอดดับลงเลยจนกว่าจะจบสิ้นฤดูหนาว

 

 

เจ้าหญิงเยริมองดูพระมารดาของตนในอดีตอยู่หลังเสาใหญ่ไม่ละสายตา แอบมองแล้วก็ได้แต่แอบละเหี่ยใจยิ้มแห้งกับตัวเองเพียงคนเดียว ก็เสด็จแม่ในอดีตน่ะทรงเหมือนเสด็จแม่ในปัจจุบันซะที่ไหนกันล่ะ!

 

 

ทั้งทรงขี้โวยวาย ปากคอเราะร้าย ขี้บ่น แล้วก็ขี้หงุดหงิดเป็นที่สุด เธอล่ะสงสารนักเรียนคนอื่นๆ ที่รายล้อมอยู่รอบด้านเสด็จแม่จังเลย ถูกวานถูกใช้ให้ทำนู่นนี่นั่นแทบทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งพระทัยเสด็จแม่ก็จะจิกพระเนตรมองอย่างน่ากลัว

 

 

ใครก็ได้บอกทีว่านี่คือเสด็จแม่ของเธอ...

 

 

ผู้ที่อีกไม่กี่ปีต่อมาจะกลายเป็นสมเด็จพระราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดนจริงๆ ใช่มั้ย...

 

 

พลันเจ้าหญิงเยริก็ต้องหยุดความคิดนั้นลง เมื่อเห็นเสด็จน้าแทยอนเสด็จมาแต่ไกล พร้อมด้วยท่านแม่ยูริที่เธอไม่ได้พบมาเนิ่นนานจนแทบจะถลาวิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึงทันที ทว่าภาพที่ทำให้สองเท้าของเจ้าหญิงน้อยชะงักกึกก็คือภาพที่เสด็จแม่เจสสิก้าวิ่งเข้าไปสวมกอดเสด็จน้าแทยอน ก่อนที่เสด็จน้าจะโน้มพระเศียรของเสด็จแม่ลงมาแล้วฝากจุมพิตไว้เหนือกระหม่อมอย่างอ่อนโยน

 

 

ทั้งสองพระองค์แสดงความรักกันต่อหน้าต่อตาท่านแม่ยูริของเธอได้ยังไง!

 

 

รู้ใช่มั้ยว่าข้าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นเจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ นะสิก้า” เจ้าหญิงเยริเขยิบไปใกล้จนกระทั่งได้ยินเสียงพูดคุยของคนทั้งสาม

 

 

รู้น่า ดูสิทำหน้าหงอยไปได้ ข้าไม่ได้ไปแล้วไปลับสักหน่อยแทยอน” ไม่ว่าเปล่าเจสสิก้ายังใช้สองมือประคองใบหน้าอีกฝ่ายพร้อมกับยื่นใบหน้าไปชิดใกล้อีก

 

 

ไม่เอาน่า... มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ’ เจ้าหญิงเยริคร่ำครวญภายในใจ ท่านแม่ยูริของเธอทำเพียงยืนอยู่ข้างทั้งสองพระองค์อย่างเงียบเชียบ แต่ดวงตาสีม่วงขี้เล่นกลับดูกล้ำกลืนกับภาพตรงหน้า จนกระทั่งเสด็จแม่และเสด็จน้าแทยอนหันไปหาแววตาคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นขี้เล่นดังเดิม

 

 

มาทำไมไม่ทราบ” ราชินีเจสสิก้ารับสั่งถามท่านแม่ยูริเสียงห้วนจนเจ้าหญิงเยริกลัวใจ ไม่เห็นมีใครบอกเธอเลยว่าเสด็จน้าแทยอนกับเสด็จแม่ของเธอเคยเป็นคนรักกันมาก่อน แล้วเสด็จแม่กับท่านแม่จะลงเอยกันได้ยังไง เพราะดูจากตอนนี้แล้วแทบไม่เห็นวี่แววความเป็นไปได้เลย ให้ตายสิ!

 

 

อย่าไปทำปากดีอย่างนี้ที่อีสต์ฟอลล่ะ ได้ยินว่าคนที่นั่นน่ะป่าเถื่อนสุดๆ เกิดโดนฉุดไปฆ่าไม่รู้ด้วยนา”

 

 

คิดว่าข้าจะกลัวคำขู่ของเจ้าหรอ ฮึ!”

 

 

คำขู่ที่ไหน มันคือคำเตือนต่างหาก” ยูริกระดิกนิ้วชี้ไปมาตรงหน้าของเจสสิก้าอย่างยียวนกวนประสาท พอเจ้าหล่อนทำท่าเหมือนจะกัดก็ยกหนีแล้วทำเป็นกอดอกเต๊ะท่า “ว่าแต่... มีอะไรจะสั่งเสียมั้ย”

 

 

หน็อยแน่! ยูริ!”

 

 

เจ้าหญิงเยริยิ้มแห้งกับภาพของเสด็จแม่เจสสิก้าที่กำลังวิ่งไล่ตบตีท่านแม่ยูริที่เอาแต่หยอกล้อไม่หยุด แล้วถ้าเกิดเสด็จแม่ยังคงเอาแต่เขม่นท่านแม่ไปตลอดอย่างนี้

 

 

เธอจะได้เกิดมั้ยล่ะเนี่ย...

 

 

ดวงตาสีประหลาดของจอยทอดมองม้าสีน้ำตาลอ้วนพีพ่วงเกวียนมากมายมุ่งหน้าไปยังอีสต์ฟอลแผ่นดินที่อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้กันเป็นขบวน จนกระทั่งขบวนเกวียนเหล่านั้นลับสายตาไปสองแขนก็ชูขึ้นเหนือหัวแล้วบิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วแวบตัวหายไปจากหลังคาของปราสาทสูงแล้วมาปรากฏตัวที่สนามหญ้าสีเขียวขจีกว้างขวางด้านล่างเพื่อตามหาเจ้าหญิงตัวป่วน

 

 

ก็บอกไปแล้วเชียวว่าการติดอยู่ในอดีตนานๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เลยสักนิด แต่เยริก็ยังไม่วายเว้าวอนขอร้องอยากอยู่ซึมซับบรรยากาศของลากราเซียในอดีตต่อไปอีกสักหน่อย เธอก็จนปัญญาจะไปงัดข้อต่อรองอะไรด้วย เพราะคนที่จะร่ายเวทมนตร์ให้กลับไปสู่โลกปัจจุบัน ต้องเป็นคนเดียวกันที่ทำให้หลงมาอยู่ในอดีต ซึ่งก็คือตัวเจ้าหญิงเองนั่นแหละ

 

 

แต่น่าแปลก...ที่ผู้บกพร่องด้านการใช้เวทมนตร์อย่างเจ้าหญิงเยริ สามารถร่ายเวทมนตร์ย้อนเวลาที่เป็นเวทมนตร์ชั้นสูงได้ตั้งแต่ครั้งแรก จะเป็นเพราะความบังเอิญ หรือว่าจะเป็นเพราะสายเลือดสีทองของเจ้าหญิงที่เค้าร่ำลือกันนักหนาว่าศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ยิ่งกว่าสายเลือดใดๆ ในโลกนี้ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ยังน่าสงสัยอยู่ดี

 

 

หายไปไหนของเค้านะ” จอยพูดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

 

 

หาเพื่อนอยู่ล่ะสินักเรียนเก๊” เสียงหนึ่งดังขึ้นในเงาของต้นไม้สูงใหญ่ข้างบนจนจอยตกใจ

 

 

ใครน่ะ!” จอยตะโกนถามออกไปอย่างไม่ไว้วางใจ แล้วหญิงสาวปริศนาก็กระโดดลงมาตรงหน้าอย่างฉับพลันทันที จอยที่ตกใจอยู่แล้วที่อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองเป็นนักเรียนเก๊เลยยิ่งตกใจไปกันใหญ่เหมือนเจอผีกลางวันแสกๆ เมื่อเพ่งมองไปยังใบหน้าของบุคคลตรงหน้า

 

 

เป็นไปไม่ได้...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

______________________________________________________________________________

[Forget Me Not]

 

‘เด็จแม่สายบู๊มาแล้ว นี่แค่เบาๆ รังโจรยังเละตุ้มเป๊ะขนาดนี้ แต่จอมโจรก็ยังลอยนวล

ทางด้านสองแฝดก็ยังคงหนีไม่หยุด แล้วซึลรีนก็ได้รู้แล้วว่าเคยเจอกันมาก่อน

                                  แต่อยากบอกพิเบจังว่ากิมันทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ไม่ได้หรอก         

                                                   “ขโมย” ยังไงก็เป็น “ขโมย” อยู่วันยันค่ำ

เพราะตอนนี้กิมันได้ขโมยหัวใจพิเบมาอีกแล้ว วรั้ยยย -///-

เจ้าวานก็ได้แต่นั่งมองพี่ตัวเองกับเจ้ากิเขินกันไปเขินกันมา เจ็บปวดแทนT^T

ในด้านของยัยน้องก็เล่นซนจนหลงมาเจอแม่ในอดีต ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะได้ผล

เพราะไม่เคยร่ายเวทมนตร์สำเร็จเลย ให้อภัยน้องเนาะๆ

ส่วนเรื่องราวของพินุ้งก็ยังคงเป็นความลับต่อไป

                             แต่ตอนหน้าปมของพินุ้งจะถูกเฉลยแล้วนะคะ เรามาเอาใจช่วยกันเถอะ

เจอกันตอนหน้า(?)ค่ะ~~

***อ่านแล้วชอบ อ่านแล้วรัก

 อย่าลืมคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ*** 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

195 ความคิดเห็น

  1. #97 reira (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 00:05
    สนุกมากค่ะไรท์ติดตามนะคะ
    #97
    0
  2. #75 iamkm09 (@iamkm19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:35
    สอบเสร็จแล้วอ่านนิยายได้เย้~ คิดถึงไรท์มากๆๆๆ เปิดมาอ่านตอนใหม่ก็เจอพี่แทกันเลยทีเดียว เหมือนไรท์รู้ใจ55555 เจ้าหญิงเยริสร้างเรื่องอีกแล้ว แถมยังโดนเสด็จแม่ตอนเด็กดุด้วยซนจริงๆเจ้าหญิงน้อยของเรา5555 เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ สู้ๆ ?????
    #75
    0
  3. #68 Taenyisrealpk (@Taenyisrealpk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 22:28
    โห เสด็จแม่แทยอน เอาซะราบเป็นหน้ากลองเลยทีเดียว 55
    สามเศร้าก็ยังเคล้าน้ำตาต่อไป อย่าหนักมากนะไรท์ รีดรับไม่ไหว 😂
    เยริก็นะ ซนจริงๆ กลัวจอยกับเยริจะไปเปลี่ยนอดีตจัง
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ 😆
    #68
    0
  4. #67 jaotae2 (@JaoTae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 20:33
    สนุกมากกก อ่านวันเดียวรวดเลย แต่พออ่านมาถึงตอนล่าสุดแอบใจหายตรงประกาศ-?- ขอโทษที่เข้ามาอ่านช้าไปหน่อยนะคะ แต่อยากให้อัพต่อเด้อ ยังมีเค้าและอีกหลายๆคนรออยู่ตรงนี้ สู้จ้า
    #67
    0
  5. #64 Taedy (@Taedy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 18:01
    ใครรร จอยเจอใคร
    #64
    0
  6. #59 Fah (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 21:27
    สนุกมากคะ รีบๆมาต่อนะคะ
    #59
    0
  7. #57 Nonfar19 (@Nonfar19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 10:00
    สนุกมากคะ รอต่อคะไรท์????????
    #57
    0
  8. #56 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 08:52
    จอยเจอใคร เหมือนจะเริ่มมีเรื่องยุ่งๆตามมา กิ ไอรีน เวนดี้ จะต้องปวดตับแน่นอน ดูแล้วเจ้าหัวขโมยจะเสน่ห์แรงไม่เบา แทยอนมาเต็มมากบู๊ล้างบางกันสุดๆ ว่าแต่จะช่วยเจ้าหญิงทันไหม ก่อนที่มาโค่จะตามมาเจอ สนุกมากเรื่องนี้ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านนะคะ
    #56
    0
  9. #55 CreamLampang (@CreamLampang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 06:30
    เกิดอะไรขึ้น? จอยเจอใครอะ ติดตามนะคะเปนกำลังใจให้ค่ะ
    #55
    0
  10. #54 BOWSONE9 (@BOWSONE9) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 01:27
    อื่อออ ยัยหนูซนจนได้เรื่องเลย. พี่นุ้งเจอพี่หยองป่ะ. ซึลรีน มาว่ะ สางสาร เจ้าวาน เนอะ ให้พี่เค้าไปเถอะน้อง
    ปล. นอนกอดกันเฉยๆไม่ท้องนะลู๊กกกกก555
    #54
    0
  11. #53 BKMan (@BKMan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:48
    แม่ลูกเจอกันแล้ว ตอนโตมาเจสสิก้าจะจำได้มั้ยเนี่ย จอยก็น่าจะเจอซันนี่ด้วย ยิ่งรายนี้จากการคาดเดาแล้วต้องใช่แน่นอน5555 โอ้ววยิ่งคิดยิ่งปวดหมอง สนุกมากๆเลยค่ะ รอไรท์มาอัพต่อน้ะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆค่ะะ
    #53
    0
  12. #51 Somebay (@Somebay) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:35
    จอยน่าจะเจอซันนี่นะ เรื่องก่อนนี่กระโดดไปมาผลุบๆโผล่ๆบ่อยเหลือเกิน 55555555
    #51
    0
  13. #50 chanyanuch234 (@chanyanuch234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:28
    จอยเจอซันนี่รึป่าว
    สนุกอ่า อยากอ่านต่อเรื่อยๆเลย
    #50
    0