ll Near&Far ll ส่งรักให้ไกล ขยับใจให้ใกล้เธอ

ตอนที่ 9 : Chapter 9 ll กลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59

Chapter 9 ll กลัว










 

ก๊อก ก๊อก!

“ไอด้า!

ก๊อก ก๊อก!

ฉันลุกขึ้นมานั่งอย่างงัวเงียพลางมองไปยังประตูห้องที่ถูกเคาะไม่หยุด เช่นเดียวกับเสียงของพั้นช์ที่ตะโกนเรียก ฉันลงจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตู ก่อนจะเห็นสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ของอีกฝ่าย เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดระหว่างที่มองฉัน

“จะไม่กินข้าวเย็นเหรอไง ทั้งไลน์ทั้งโทรก็ไม่รับ หลับเหรอ”

“ขอโทษที”

“ลงไปได้แล้ว คนอื่นรออยู่”

“วันนี้ฉันไม่กิน พวกนายไปกินกันเลย”

พั้นช์ทำหน้าแปลกใจ เพราะปกติฉันจะไปกินข้าวเย็นกับพวกเขาตลอด “ไม่กินเหรอ”

“อื้อ ไปกินกันเลย ฝากขอโทษคนอื่นด้วยนะ” ฉันไม่พูดอะไรอีกนอกจากยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วปิดประตูห้อง เดินกลับมาทิ้งตัวลงที่เตียงเหมือนเดิม

นี่ฉันหลับลงไปได้ยังไง...

เหตุการณ์ตอนบ่ายเหมือนตัวเองฝันไปเลย

หลังจากที่ฉันพูดแบบนั้นกับเวย์ไป เวย์ก็เงียบไปเกือบนาทีก่อนจะตอบฉันกลับมา

เอาอย่างที่เธอต้องการแล้วกัน

นี่คือคำพูดสุดท้ายที่เวย์พูดกับฉัน ก่อนที่เราต่างก็เงียบกันไป สุดท้ายเวย์ก็เป็นฝ่ายวางสายไปเอง

...ฉันจุกมาก จุกจนบรรยายไม่ออก จุกที่เวย์พูดแบบนั้น จุกที่เขาวางสายใส่ฉัน มันเป็นอะไรที่ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำ

กว่าจะรู้ตัวว่าฉันพลาดไปแล้ว...มันก็ไม่ทันแล้ว ฉันไม่ควรพูดแบบนั้นกับเขา ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะอารมณ์โมโหในตอนที่เราทะเลาะกัน แต่พอหลังจากที่เขาวางสายไป ฉันก็ทำอะไรไม่ถูก และความรู้สึกมันก็ยิ่งย่ำแย่เข้าไปใหญ่

ฉันไม่รู้...ไม่รู้จริงๆ ว่าฉันกำลังรู้สึกยังไงกันแน่ แต่การที่เขาพูดแบบนี้ ก็ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงพูดอะไรง่ายๆ ออกมา ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้แคร์ฉันสักเท่าไหร่ และพร้อมจะไปถ้าหากฉันไม่อยากคบกับเขาต่อ

...ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เรายังคบกันอยู่หรือเปล่า นั่นทำให้ฉันกลายเป็นคนขี้ขลาดขึ้นมาซะแบบนั้น ถึงได้ไม่กล้าทักเขาอีก

คนอย่างเวย์...ถ้าอยากจะคบต่อ เขาต้องยื้อไว้สิ ไม่ใช่พูดอะไรง่ายๆ ออกมาแบบนั้น

บ้ามาก...ฉันบ้ามาก บางอารมณ์ก็อยากจะผลักไสเขาไป แต่พอเขาทำเหมือนไม่แคร์กลับมาบ้าง ฉันก็กลายเป็นฝ่ายที่เสียใจจนร้องไห้ออกมา

...ร้องไห้จนหลับไปแล้วเพิ่งตื่นมาแบบนี้นี่ไง

เขาจะคิดว่าฉันไม่อยากคบกับเขาไปแล้ว? หรือว่าเขาเองก็เหนื่อยที่จะยื้อทุกอย่างไว้ต่อไป? แต่ถ้าเขายังอยากให้เราคบกันต่อ เขาก็ไม่ควรพูดแบบนั้นนะ...

หลังจากนี้ฉันควรจะทำยังไง ฉันไม่กล้าจริงๆ ที่จะโทรหาเขาหรือทักเขาไปก่อน...

ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ T_T

ก๊อก ก๊อก!

ฉันหันไปมองที่ประตูอย่างประหลาดใจเมื่อมันถูกเคาะอีกครั้ง และไม่น่าจะใช่ยัยแซนเพราะวันนี้ยัยนั่นไปทำงานพิเศษ

ฉันเดินไปเปิดมัน แล้วก็เจอหน้าคนที่มาหาเมื่อกี้ยังยืนอยู่ที่เดิม

“ไม่ไปกินข้าวเหรอ” ฉันถามออกไปอย่างแปลกใจ

“...”

“...?” แทนที่พั้นช์จะตอบฉัน เขากลับดันประตูให้มันเปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิมแล้วแทรกตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดประตูลง จากนั้นเขาก็หันมาหาฉัน

“เป็นอะไร”

“...ฮะ?”

“มีปัญหาอะไรใช่มั้ย ตั้งแต่บ่ายแล้วที่อยู่ดีๆ ก็หนีขึ้นห้องมา” พั้นช์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทำให้ฉันอ้ำอึ้ง

“...”

“เธอร้องไห้เหรอ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรก่อนดีเลย ไม่มีครั้งไหนที่พั้นช์จะดูฉันไม่ออก เขารู้เขาเห็นทุกอย่างว่าฉันกำลังเป็นยังไงทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“เปล่าสักหน่อย” ฉันปฏิเสธเสียงอ่อย

“โกหก”

“ตาเธอบวม ไม่รู้ตัวเหรอ”

“...”

“มีอะไรก็พูดมาสิ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเก็บไว้คนเดียว”

“...”

พั้นช์ถอนหายใจเมื่อฉันเอาแต่เงียบ เขาคว้าข้อมือฉันพาเดินไปที่เตียงแล้วดันฉันให้นั่งลง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ จากนั้นก็หันมาจ้องหน้า

“ไหน พูดมา”

“...มันไม่มีอะไรเลย เรื่องไร้สาระ”

“ถ้าไร้สาระ เธอจะร้องไห้ทำไม”

(. .)” ทำไมคำพูดของพั้นช์มันจี้ใจฉันยังไงไม่รู้ แค่เขาถามว่าจะร้องไห้ทำไม ฉันก็อยากจะร้องไห้ออกมาอีกรอบเสียดื้อๆ T_T

“ทะเลาะกับแฟนเหรอ”

“อื้อ” สุดท้ายฉันก็ตอบออกไปจนได้

“หนักมากเลยเหรอ”

“...ก็หนัก ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเรายังคบกันอยู่หรือว่าอะไรยังไง”

“...”

“ฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่างตอนนี้ แล้วฉัน...ก็ไม่กล้าคุยกับเขาก่อนแล้วด้วย” ทำไมน้ำตาฉันมันจะไหลแบบนี้

ฉันยกมือสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวเองเพราะกลัวว่าจะร้องไห้ออกมาให้พั้นช์เห็น ทำไมตัวเองถึงต้องร้องไห้ เพราะหงุดหงิดที่เรื่องมันเป็นแบบนี้หรือเพราะเสียใจกันแน่ก็ไม่รู้

บ้าที่สุด T_T

“ไม่เอา อย่าร้องไห้สิ” พั้นช์ดึงมือทั้งสองข้างออกจากหน้าฉัน เขาจับมือฉันไว้แล้วบีบมันเบาๆ เหมือนจะปลอบใจ น้ำตาฉันไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“ก็ไม่ได้อยากจะร้องเลย แต่มันร้องเอง T_T

“สู้ๆ สิ อยู่นี่เธอยังมีเพื่อนอีกตั้งเยอะแยะคอยอยู่เคียงข้าง อย่าคิดมากน่า” พั้นช์ยิ้มบางๆ ส่งมาให้ฉัน

เขาปล่อยมือฉันข้างหนึ่ง แล้วใช้มือข้างนั้นโอบศีรษะฉันเอาไว้ก่อนจะดันไปซบที่ไหล่เขา จากนั้นก็ลูบศีรษะฉันอย่างแผ่วเบา

ในตอนนี้...เวลานี้ ผู้ชายที่ชอบกวนประสาทฉัน...กลับกำลังนั่งปลอบฉันด้วยท่าทางที่อ่อนโยนที่สุด

“โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ร้อง ช่างมัน” เขาพูดเสียงเบา น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนกว่าทุกๆ ครั้งที่เคยได้ยิน

“...”

“ใครมันจะทิ้งเธอก็ช่าง แต่ฉันไม่เคยทิ้งเธอนะ”

“...”

...ตึก...ตึก...ตึก

...นี่มันคือความรู้สึกแบบไหนกันนะ

ทั้งๆ ที่ฉันกำลังร้องไห้อยู่แท้ๆ แต่พอพั้นช์พูดแบบนั้นกับฉัน หัวใจมันกลับเต้นผิดจังหวะเฉยเลย

ไม่...ไม่ใช่แล้ว ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ T_T

ฉันกำลังร้องไห้อยู่นะ จะมาใจเต้นแรงเพราะเขาได้ยังไงกันล่ะ! บ้าแล้ว

ฉันรีบเด้งตัวกลับมานั่งตามปกติเหมือนเดิม แล้วชักมือข้างที่พั้นช์ยังกุมไว้ออกมา ฉันมองคนตรงหน้าที่ยังคงสบตากับฉันอยู่

ฉันกำลังเสียใจ...ไม่มีทางที่จะมารู้สึกอะไรกับคนอื่นในเวลาแบบนี้แน่ๆ

ยิ่งเป็นเขาด้วยแล้ว...

“หิวมั้ย เดี๋ยวฉันพาไปกินข้าว”

“...”

“ไอด้า O.O” พั้นช์โบกมือไปมาตรงหน้าเมื่อเห็นฉันเงียบ

...มันไม่ปลอดภัยเลย ฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยกับหัวใจตัวเองเวลาอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้

ฉันตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องนั่งสบตาเขาตรงๆ แบบนั้นอีก

“ไม่เป็นไร ฉันไม่หิวเลย”

“...”

“วันนี้ฉันเพลียมาก เดี๋ยวฉันจะทำการบ้านแล้วอาบน้ำนอนเลย” พั้นช์พยักหน้าพลางลุกขึ้น

ฉันเงยหน้ามองคนตัวสูงที่เพิ่งจะยืนขึ้น เขายื่นมือมาลูบศีรษะฉันอีกครั้งพร้อมกับยิ้มออกมา

“โอเค อย่าคิดมากนะ”

“...”

“มีอะไรก็ไลน์มา”

“อะ...อื้อ”

“โอยาสุมิล่วงหน้า” เขาบอกฝันดีเป็นภาษาญี่ปุ่นก่อนจะละมือออกจากศีรษะฉัน

ฉันเดินไปส่งพั้นช์ที่ประตู เขาหันมามองฉันอีกครั้งเมื่อออกจากห้องไปแล้ว

“สู้ๆ ไอบ้า”

“...”

“เป็นห่วงนะเว้ย”

ฉันยิ้มให้กับคำพูดของพั้นช์แล้วพยักหน้า “...ขอบคุณนะ”

พั้นช์ยิ้มส่งท้ายให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปในที่สุด

ฉันปิดประตูห้องแล้วยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม ความรู้สึกมากมายกำลังตีกันไปมาจนไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังคิดหรือรู้สึกอยู่มันคืออะไรกันแน่

มันเป็นไปได้เหรอ...

เพียงแค่มีเขาอยู่ตรงหน้า...ความเสียใจที่ฉันมีกลับจางหายไปโดยไม่รู้ตัวเพราะความรู้สึกแปลกๆ ที่เข้ามาแทนที่เวลาที่เขาทำดีกับฉัน...บ้าน่ะ

ความสนิทของฉันกับพั้นช์...

...ความสนิทสนมของเราสองคนมาไกลจนทำให้เรามีท่าทีแบบนี้ต่อกันเลยเหรอ

ฉันเฉยๆ มาตลอด จนกระทั่งช่วงนี้ฉันกลับรู้สึกว่าระหว่างเรา...

มันมาไกลเกินไปรึเปล่านะ

...บางทีฉันคงจะคิดมากไปเอง

 

@ School’s Lobby

“อาทิตย์หน้าห้องใครไปโนมิไคบ้าง” พี่โบว์ที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

ฉันกับปกป้องกำลังนั่งเบื่ออยู่ที่ล็อบบี้ คลาสรอบเช้าเพิ่งจะเลิกเรียนไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ และวันนี้ก็ไม่มีคนไทยที่เรียนรอบบ่ายคนไหนมาเร็วเลยนอกจากพี่โบว์

อาทิตย์หน้าก็จะปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว เร็วชะมัดยาด และตามธรรมเนียม...ไม่ใช่แฮะ จะใช้คำว่าธรรมเนียมก็ไม่ถูกสักเท่าไหร่ เพราะมันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่าโดยปกติแล้วที่นี่เวลาใกล้จะปิดเทอม การเรียนการสอนในวันสุดท้าย เด็กนักเรียนและครูประจำชั้นหลายๆ ห้องจะชอบนัดรวมตัวไปโนมิไคกันตอนค่ำๆ เพื่อฉลองปิดเทอม

โนมิไคในความหมายง่ายๆ ก็คือการปาร์ตี้สังสรรค์นั่นล่ะ ซึ่งสำหรับพวกฉันแล้วการไปโนมิไคมันช่างถี่ซะเหลือเกิน =_= ซึ่งการไปโนมิไคกับเพื่อนในคลาสและเซนเซประจำชั้นมันเหมือนเป็นการได้ปลดปล่อยความเครียดในช่วงเวลาที่ผ่านมาไปในตัว แถมยังได้พูดคุยกับเพื่อนๆ และเซนเซมากขึ้น เพราะปกติเวลาอยู่ในห้องเรียน ต่างคนก็จะต่างเรียนซะมากกว่า ไม่มีเวลาได้พูดคุยกันแบบยาวๆ มากนัก เลิกเรียกก็มักจะแยกย้ายกันกลับ ไม่เหมือนคนไทยที่มักจะรวมตัวกันได้ทุกที่ทุกเวลา โนมิไคถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในคลาสเรียน แต่ก็เป็นอะไรที่นักเรียนและเซนเซที่นี่รอคอย มันเหมือนกับการฉลองหลังจากที่ผ่านความยากลำบากและความเหน็ดเหนื่อยมาด้วยกันทั้งนักเรียนและเซนเซ ได้เปิดอกคุยกัน ได้สังสรรค์กัน ได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น

“ห้องผมไปครับ”

“ห้องด้าก็ไปค่ะ” ฉันกับปกป้องตอบ

“ดีจัง ห้องพี่ก็มีนะที่จริง แต่หลังจากวันโนมิไคพี่กับพี่เป๊กต้องกลับไทย เลยคิดว่าไม่ไปดีกว่า กลัวตื่นไม่ไหวแล้วตกเครื่อง” สีหน้าพี่โบว์ดูเซ็งเล็กน้อย

“กลับเร็วจัง แล้วกลับมาอีกทีวันไหนคะ”

“กลับตอนใกล้เปิดเทอมเลยแหละ”

“โห แบบนี้ก็อดอยู่ฉลองวันเกิดด้าสิ T_T” อุตส่าห์ได้อยู่ญี่ปุ่นแล้วแท้ๆ แต่วันเกิดฉันดันตรงกับช่วงปิดเทอมพอดี และคนส่วนใหญ่ก็หนีกลับไทยกันหมด ขนาดยัยแซนเองก็ยังกลับ เสียใจ T^T

“เออ จริงด้วย วันเกิดด้ากับพั้นช์นี่หว่า”

“อะไรเหรอพี่ นินทาผมเหรอ” ฉันกับพี่โบว์พากันหันไปมองด้านหลัง พั้นช์เพิ่งจะเดินเข้ามา เขามาหยุดยืนอยู่หลังเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่ง

“นินทาอะไร ฉันพูดถึงวันเกิดแกกับด้าเนี่ย ช่วงนั้นฉันกลับไทยพอดี”

“โห เสียใจนะเนี่ย วันเกิดน้องไม่อยู่ฉลองด้วยกัน”

“รอกลับมาฉลองย้อนหลังแล้วกันนะ เอ้อ...แต่แฟนแกก็จะมาหาไม่ใช่เหรอ ฉันคงไม่จำเป็นหรอกม้าง”

“...”

“แฟนแกมาช่วงวันเกิดแกรึเปล่า แล้วนี่สรุปแฟนนอนไหนล่ะ นอนกับด้าเหรอ” ฉันนั่งหันหลังให้พั้นช์อยู่และไม่ได้หันไปมองเขาแล้ว คำพูดของพี่โบว์ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างประหลาด ฉันเลยเลือกที่จะเงียบ

นั่นสินะ...ลืมไปเลย แฟนพั้นช์จะมาหาเขานี่...

“...ผมยังไม่รู้เลยพี่”

“อ้าว สรุปยังไม่แน่ใจเหรอว่าจะมามั้ย”

“ไม่ใช่ครับ มาๆ แต่ว่า...ผมยังไม่แน่ใจเรื่องที่พัก” ฉันสัมผัสได้ว่าเสียงของพั้นช์ฟังดูตะกุกตะกักเหมือนว่าเขาไม่รู้จะพูดยังไง

“ก็ให้นอนกับด้าไปสิ จะได้ไม่ต้องเสียเงิน ด้าก็บอกแล้วนี่ว่านอนได้”

“...” พั้นช์เงียบไป

ไม่รู้ทำไมฉันถึงเม้มริมฝีปากแน่นขนาดนี้

ใช่...ฉันเคยเป็นคนพูดเองว่าให้แฟนพั้นช์มานอนกับฉันได้ แต่ทั้งๆ ที่ตอนนั้นฉันเป็นคนเสนอเองแท้ๆ ตอนนี้ฉันกลับ...

กลับไม่ได้รู้สึกยินดีแบบตอนนั้นเลย

...ไอด้า แกกำลังเป็นบ้าอะไรอยู่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

ฉันตัดสินใจหันไปหาเขาพร้อมกับทำสีหน้าปกติแล้วเอ่ยออกไป

“มานอนกับฉันได้นะ”

“...”

“ฉันไม่ติดอะไร แฟนนายจะได้ประหยัดเงินด้วย”

“อ่าฮะ...โอเค” พั้นช์ตอบฉันพร้อมกับสีหน้าที่ฉันเองก็อธิบายไม่ถูก มันเหมือนกับว่า...เขากำลังคิดอะไรสักอย่าง แต่ฉันก็ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วหันกลับมา

เรื่องที่แฟนพั้นช์จะมาถูกปิดประเด็นไปเมื่อพี่เป๊กเดินเข้ามาที่โต๊ะ เราสามคนก็เลยขอตัวออกมากินข้าวและปล่อยให้คู่รักรุ่นพี่นั่งอยู่ที่นั่นกันไป

ฉันเดินรั้งท้ายพั้นช์กับปกป้องที่กำลังคุยกันอยู่ แผ่นหลังของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าแค่ได้มองมันก็ทำเอาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

...เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย ทำไมพอมีคนพูดถึงแฟนของหมอนั่น ฉันถึงได้รู้สึกแปลกๆ แบบนี้ แต่ก่อนก็พูดกันได้ไม่มีปัญหาอะไรนี่

อย่านะไอด้า...ห้ามคิดอะไรแบบนั้นเด็ดขาด!

O.O

ฉันหยุดชะงักเมื่อขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่ พั้นช์ก็ดันหันมามองฉันพอดี

“เดินช้าจัง เดินเร็วๆ สิ”

“...”

“ทำหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยากอีกแล้ว” อยู่ดีๆ ฉันเริ่มทำสีหน้าไม่ถูก และเมื่อพั้นช์เห็นฉันเอาแต่ยืนนิ่ง เขาก็เดินเข้ามาหา แต่...ฉันก็ก้าวถอยหลังหนีเขาโดยที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำไปทำไม

“เป็นอะไร” พั้นช์ขมวดคิ้วระหว่างที่สบตาฉัน

...นั่นสิ ฉันเป็นอะไร ฉันยังไม่รู้ตัวเองเลย

ฉันเลื่อนสายตาไปมองปกป้องที่ยืนมองเราสองคนอยู่ ก่อนที่เขาจะหันหนีแล้วเดินนำไปก่อน

ฉันกลับมาสบตาคนตรงหน้าที่ยังคงมองฉัน

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร แค่งงๆ”

“...?” พั้นช์ยิ่งขมวดคิ้วหนักเข้าไปอีก

“ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆ เลยตกใจที่อยู่ๆ นายเดินมาหา” เหตุผลแก้ตัวของฉันมันช่าง... T_T

“ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอยู่เหรอ”

“...”

ตามจริงเรื่องที่ฉันทะเลาะกับเวย์ ฉันก็ยังเก็บมาคิดอยู่นะ เมื่อคืนก็นอนคิดมากทั้งคืน แต่...ระหว่างที่ฉันนอนคิดเรื่องของเวย์ มันกลับมีเรื่องของคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผุดเข้ามาในหัวเป็นระยะๆ

...มันบ้ามาก

ตอนนี้ฉันอยากนั่งเรียนภาษาญี่ปุ่นทั้งวันไปเลย มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่ฉันจะไม่เอาเรื่องพวกนี้มาใส่หัว T_T ฮือๆๆๆ

“ก็ใช่แหละ” ฉันตอบไปตามน้ำแล้วเริ่มก้าวเดินต่อ

“อย่าคิดมากดิ” พั้นช์ยื่นมือมาจะขยี้หัวฉัน แต่ร่างกายของฉันกลับต่อต้านเขาโดยการเอียงหัวหลบแล้วเดินให้เว้นระยะห่างกับเขามากกว่าเดิม

“ไม่คิดแล้ว” ฉันตอบโดยไม่สบตาเขา

ฉันรับรู้ได้ว่าพั้นช์ดูจะแปลกใจกับท่าทีของฉัน เพราะเขาเอาแต่มองมาที่ฉันแล้วไม่พูดหรือหยอกอะไรอีก และฉันก็เลือกที่จะทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ทำเพียงแค่เดินต่อไปเงียบๆ

คนที่มาอยู่ต่างประเทศแล้วต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เจอกันทุกวัน ใส่ใจกันทุกเรื่องขนาดนี้ แถมคนอื่นยังพากันล้อพากันชงแบบขั้นสุด มันจะไม่หวั่นไหวไม่คิดอะไรจริงๆ เหรอวะ ยิ่งแกกับพั้นช์นี่ตัวติดกันมากกว่าเพื่อนคนอื่นแล้วนะ ไม่รู้สึกอะไรจริงๆ เหรอด้า

ฉันแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ฉันกลับจำคำพูดของแซนได้เป๊ะทุกคำทุกประโยค และช่วงนี้ฉันก็นึกถึงคำพูดพวกนั้นซ้ำไปซ้ำมา

เราเจอกันทุกวัน เขาใส่ใจฉันทุกเรื่อง เทกแคร์ฉันกว่าทุกคน รู้ใจฉันทุกอย่าง

ถ้าจะถามว่าฉันรู้สึกอะไรมั้ย...

ตอนแรกฉันก็ไม่เคยคิดนะ แต่ตอนนี้...

ความรู้สึกแปลกๆ พวกนี้ทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจตัวเองแล้ว...

ไม่ได้...ฉันรู้สึกแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด มันอาจจะเป็นแค่ความใกล้ชิดที่มากเกินไป ฉันก็เลยคิดมากไปเอง และช่วงนี้ฉันก็อ่อนแอ พอเจอคนที่เข้าใจเลยอาจจะแค่หวั่นไหวไป ที่สำคัญที่สุดเขาเองก็มีแฟนอยู่แล้ว และตัวฉันเองก็ยังมีปัญหาคาราคาซังที่จัดการไม่ได้อยู่

ฉันเหลือบมองคนข้างตัวที่ยังคงเดินเงียบๆ สีหน้าเขาดูตึงๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรกลับไปและทำเป็นไม่เห็นเช่นเดิม

เราสนิทกัน...จนมันมากเกินไปแล้วรึเปล่านะ

หรือบางทีมันถึงเวลาแล้วที่ฉันควรจะรักษาระยะห่างระหว่างเรา

พูดจริงๆ นะ...

ฉันเริ่มกลัวใจตัวเองแล้วล่ะ







ทอล์คทอล์ค <3

เฮลโหล้วววว มาแล้วค่าาา

วันนี้มาลงฉลองที่นิยายแอบเปรยภาพมาเล็กน้อย 555555

อีกไม่นานแล้วววว อีกไม่นานจะเดือนหน้าแล้วค่ะ

ตอนนี้ก็ลงมาถึงตอนที่ 9 แล้ว

อย่างที่ได้สัญญาไว้ว่าเรื่องนี้จะลงให้อ่าน 10 ตอนนะคะ

หลังจากนี้ต้องไปตามอ่านในหนังสือกันน้า >.<

บอกเลยว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งทางแม้แต่นิด

มันแค่เริ่มต้นค่ะ หึๆๆๆ 5555555555555


ก็นั่นล่ะนะ ไม่รู้จะพูดอะไร ตามแต่ใจไอด้าเลยค่ะ 555555

ณ จุดนี้ชีวิตเริ่มยาก ดูซิว่าจะปล่อยให้มันยากกว่าเดิม

หรือจะยอมทำให้มันง่าย (ทำยังไง?) 55555555555ง


เม้าท์มอยพอกรุบกริบ

และขอแอบกระซิบอีกครั้งว่าไปเห็นหน้าปกแวบๆ มา

หน้าตาตัวหลักของเราจัดว่าแซ่บบบบบบ

5555555555555

รอติดตามกันนะค้า


ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ

1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจน้า


          ม๊วฟฟฟฟฟ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #92 นกน้อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 08:48
    เว้นระยะห่างเลย ตอนนี้เขาเชียร์เวย์อ่ะ สงสารเวย์มากกว่า
    #92
    0
  2. #90 .feather! (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 02:16
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วปวดใจทุกตอน ตอนนี้ยังคง #ทีมเวย์ all the wayค่า แต่ต่อไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน55555
    ส่วนตัวไม่ค่อยชอบการกระทำของพั้นช์เท่าไหร่ รู้ทั้งรู้ว่ามีแฟนอยู่แล้วทั้งคู่แต่ก็ยังทำตัวแบบนี้ เป็นตัวการทำให้เค้าแตกแยกกันแท้ๆเลย~ เบื่อจริงๆผช.เฟรนลี่(เกินเหตุ) เทคแคร์จนเกินขอบเขตคำว่าเพื่อน คนเรามันต้องรู้ลิมิตบ้างอะไรบ้าง เฮ้อมมมม /นี่ก็อินจัง55555555
    #90
    0
  3. #89 MaiL-MelodY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 19:13
    ปลื้มปริ่ม ขอเล่มหนาๆเท่าแฮร์รี่เลยนะคะ 55555 ดใจรอไม่ไหวแล้วเนี่ย >< เรื่องมันบีบคั้นหัวใจมาก 
    #89
    0
  4. #88 Kuran >///< (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 21:35
    เรื่องนี้ภาพสวยมากกก ทั้งเวย์ ทั้งพั้นท์หล่อจนเลือกไม่ถูกเลย สงสารไอด้าอะ เจอแต่ปัญหาY_Y หวังว่าจะจบลงแฮปปี้เอนดิ้งนะคะ อยากได้เล่มมาอ่านแล้วอะพี่ออม รอนานมากเลยเรื่องนี้555 รอตอนที่ 10 อยู่น้าาาาาาาาา
    #88
    0
  5. #87 I am sone (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 21:28
    สนุก สงสารไอด้า สงสารเวย์  สงสารพั๊น
    #87
    0