ll Near&Far ll ส่งรักให้ไกล ขยับใจให้ใกล้เธอ

ตอนที่ 6 : Chapter 6 ll ไม่ไว้ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 พ.ค. 59

Chapter 6 ll ไม่ไว้ใจ





 


 


 

ปวดหัวไปหมดแล้ว T_T

กลับมาจากเท็นจินแทนที่จะได้พักผ่อนให้สบายใจ ดันต้องมานั่งอ่านหนังสือเตรียมไปสอบซ่อมวันจันทร์ต่อ ฉันล่ะเหนื่อยแสนเหนื่อย เฮ้อ

พอถึงหอต่างคนต่างก็แยกย้ายกันขึ้นห้องตัวเอง และฉันก็เริ่มนั่งทบทวนหนังสือทุกบทที่เคยเรียนตั้งแต่ตอนกลับมาจนตอนนี้เกือบจะตีหนึ่ง พอหันไปมองยัยแซนที่หลับปุ๋ยไปแล้วก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาเลย T_T อยากจะล้มตัวลงนอนบ้าง ฮือๆ

ครืด~

แสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือทำให้ฉันต้องหันไปดู และก็เห็นข้อความไลน์เข้ามา

...เวย์ไง

เขาเป็นฝ่ายทักฉันมาเองหลังจากที่ฉันไม่ตอบเขาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ร้านซูชิเมื่อตอนกลางวัน

ฉันข่มใจพยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วอ่านหนังสือต่อเพราะใจหนึ่งก็ยังขุ่นเคืองเรื่องที่เขาตอบฉันแบบนั้น แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว...เอาโทรศัพท์มือถือมากดดูจนได้ T_T

 

ทำอะไรอยู่

นั่งเปื่อยอ่านหนังสือ นายล่ะ

ไม่ได้ทำอะไร

อ่อ

เดี๋ยววีดิโอคอลไปนะ

 

ฉันถึงกับขมวดคิ้วกับประโยคที่เขาพิมพ์มา เราไม่เคยวีดิโอคอลหากันสักครั้งตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ อย่างที่บอกว่าคู่เราอาจจะไม่เหมือนคู่รักคู่อื่นที่ต้องเห็นหน้ากันหรือได้ยินเสียงกันบ่อยๆ ขนาดนั้น การที่เขาบอกว่าจะวิดิโอคอลหา ที่จริงมันควรจะเป็นเรื่องที่ฉันน่าดีใจ แต่ฉันกลับรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา...

 

รูมเมตฉันหลับแล้ว ปิดไฟแล้วด้วย

มีเรื่องจะคุยด้วย

 

ฉันนั่งนิ่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่พักใหญ่ เริ่มรู้สึกแปลกๆ เมื่อเวย์พิมพ์มาแบบนั้น มันต้องมีอะไรๆ แน่ ปกติมันเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะเสนออะไรแบบนี้ขึ้นมาก่อน

 

งั้นแป๊บนึงนะ

 

ฉันตอบกลับแล้วตัดสินใจออกมาจากห้องลงมายังล็อบบี้ที่ตอนนี้ปิดไฟเกือบหมด เหลือเพียงไฟดวงเล็กๆ ตามโต๊ะริมทางเดินบ้างประปราย ตรงโซนล็อบบี้พอหลังเที่ยงคืนจะดับไฟ ไม่มีใครนั่งอยู่ต่อเพราะต่างก็พากันกลับขึ้นห้องตัวเองกันหมด อย่างตอนนี้ก็เช่นกัน ที่มีเพียงแค่ฉันคนเดียว

ฉันหามุมที่คิดว่าสว่างที่สุดแล้วนั่งลงพร้อมกับพิมพ์ข้อความไปหาเวย์

...และยังไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ เขาก็วีดิโอคอลมาหาฉันทันที

หัวใจฉันเต้นรัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือแสดงใบหน้าของคนที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน แต่หัวใจกลับไม่ได้เต้นรัวไปในทางบวกสักเท่าไหร่ เพราะฉันกำลังรู้สึกกลัวมากกว่า

...กลัวว่าสิ่งที่เวย์จะพูดกับฉันอาจจะไม่ใช่เรื่องดี

ถ้าไม่ใช่ปัญหาหนักจริงๆ เวย์จะไม่พูด แต่ถ้าเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เมื่อไหร่ เขาจะพูดมันออกมา ฉันก็เลยกลัวทั้งๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นอย่างที่คิดหรือไม่ และไม่รู้เลยว่าอะไรที่เป็นปัญหาระหว่างเราสองคน

[ลงมาข้างล่างเหรอ]

นี่เป็นประโยคแรกที่เวย์เอ่ยกับฉันตอนที่เราได้เห็นหน้ากันและกัน

เหมือนเขาจะสังเกตเห็นโต๊ะและเก้าอี้ด้านหลังฉัน เป็นเพราะช่วงแรกๆ ที่มาญี่ปุ่น ฉันมักจะส่งรูปไปให้เขาดูบ่อยๆ ก็น่าประหลาดใจอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่มืดขนาดนี้ แต่เขาก็ยังอุตส่าห์จำได้

“ช่ายยย ลงมาข้างล่าง” ฉันพยายามตอบเขาไปด้วยน้ำเสียงและท่าทางปกติที่สุด “มีอะไรจะคุยเหรอ”

ฉันมองหน้าเวย์ที่เงียบไป

เพิ่งจะสังเกตเห็น...เวย์ย้อมผมด้วย จากสีดำสนิทกลายเป็นสีน้ำตาลโทนสว่าง และมันก็ยิ่งทำให้เขาดูขาวเข้าไปใหญ่

ฉันเคยพูดแล้วว่าเวย์หล่อ หลังจากจบชั้นมัธยมปลายเขาก็ยิ่งหล่อมากขึ้นอีกเท่าตัว ดวงตาคมของเขายังดูน่าดึงดูดแม้ว่าจะมองผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็ตาม จมูกโด่งได้รูปรับกับใบหน้าเรียวที่ฉันชอบบ่นให้เขาฟังว่าอิจฉาอยู่บ่อยๆ มันเคยเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่ชอบยิ้มบ่อยๆ แต่ถ้าเวย์ยิ้มเมื่อไหร่...ผู้หญิงในโรงเรียนก็แทบจะกรี๊ดเป็นบ้าเพราะเขา

เวย์เป็นคนที่แทบจะไม่อัพรูปตัวเองลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กเลย รูปที่มีอยู่ในเฟซบุ๊กมักจะเป็นรูปที่เพื่อนๆ แท็กกันมา และหลังๆ มานี้ก็ไม่มีรูปเขาด้วย ฉันเลยไม่รู้ว่าเขาทำสีผมมาใหม่เพราะเขาเองก็ไม่ได้บอกฉัน

แค่ไม่กี่เดือนทำไมเขาดูดีขึ้นกว่าเดิมจัง

แต่ก่อนอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน พออยู่ห่างกันแบบนี้ ก็เลยยิ่งสังเกตเห็นได้ชัด

[ฉันมีอะไรจะถามเธอ]

“ฮึ?”

[...]

“ถามอะไรเหรอ ถามมาสิ” เวย์ทำเหมือนจะพูดอะไร แต่เขาก็นิ่งไปจนฉันต้องเอ่ยถาม และมันยิ่งทำให้หัวใจฉันเต้นรัวกว่าเดิม

[...เธอว่าเธอยังเหมือนเดิมมั้ย]

“ฮะ?” ฉันถึงกับไปไม่เป็นกับคำถามของเขา

นี่เวย์กำลังหมายความยังไง...ฉันไม่เข้าใจ

[ฉันอยากฟังคำตอบเธอไง]

“นายกำลังหมายถึงอะไร คิดเรื่องอะไรอยู่ล่ะ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยเวย์ ฉันจะได้รู้ว่าเราควรต้องแก้ปัญหาอะไรตรงไหน” ฉันพรั่งพรูคำพูดออกไป ฉันรู้ว่าเราสองคนกำลังมีปัญหาบางอย่างที่หาที่มาที่ไปไม่ได้ แต่นี่มันเป็นคำถามที่ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะพูดมันออกมา

ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนมีอะไรมาถ่วงใจของฉันเอาไว้ คำถามของเวย์กำลังทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี

เวย์หันหน้าหนีไปทางอื่นแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองอีกครั้ง

[...เธอยังรักฉันอยู่มั้ย]

“ฮะ?”

[...]

“ถามอะไรแบบนั้น ถ้าฉันไม่รักนาย ฉันจะคบกับนายอยู่ทำไม” ฉันพูดออกไปอย่างรวดเร็ว มันเป็นคำถามที่ไม่คิดว่าเวย์จะถามออกมาตรงๆ และมันก็ทำให้ฉันตกใจไม่น้อย “ฉันน่ะยังเหมือนเดิม นายนั่นล่ะที่แปลกไป”

หลายอย่างที่ฉันอัดอั้นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมากำลังมารวมกันและทำให้ฉันรู้สึกโมโหขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทำไมเขาถึงกล้าถามอะไรแบบนั้น ฉันไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายมานั่งพะวงอยู่ทุกวันว่าเขาเป็นอะไร เพราะเขาไม่ยอมบอกเหตุผลฉัน ถ้าไม่รัก ฉันจะมานั่งคิดเรื่องของเขาทำไมกันล่ะ มันไม่ใช่เพราะฉันเลย...มันเป็นเพราะเขาต่างหากที่เย็นชากับฉันก่อน

[...]

“ฉันพยายามคุยกับนายตามปกติ แต่หลังๆ นายเอาแต่แสดงความไม่พอใจฉัน แล้วก็ทำเหมือนไม่อยากคุยกับฉัน ฉันเล่าอะไรไป นายก็เหมือนไม่หือไม่อือ เหมือนฉันคุยกับตัวเองอยู่คนเดียว แล้วใครมันอยากจะเล่าให้ฟังล่ะ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามนายด้วยซ้ำว่านายยังเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า ถ้าฉันไม่รักนาย ฉันจะคอยถามทำไมว่านายเป็นอะไร รู้มั้ยว่าฉันคิดมากเรื่องของนายทุกวัน” ฉันพรั่งพรูสิ่งที่เก็บเอาไว้คนเดียวออกมาจนหมดและรู้สึกอยากจะร้องไห้เสียดื้อๆ

มันหงุดหงิด...หงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผลเลย

หัวใจฉันมันโหวงเหวงไปหมด...ลึกๆ ฉันแอบเสียใจกับการที่เขาทำเหมือนว่าฉันเปลี่ยนไปแล้ว

[ฉันยังเหมือนเดิม] เวย์ตอบกลับก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่

ตลกดีนะ...อุตส่าห์ได้เห็นหน้ากัน แต่กลับกลายเป็นต้องมานั่งคุยกันเรื่องแบบนี้ เราสองคนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ

“เหมือนเดิมเหรอ นายไปย้อนอ่านไลน์ดูมั้ยเวย์ ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไปก่อน” ฉันสวนกลับไปอย่างเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

[...ไม่ใช่แบบนั้น]

“...”

เวย์เงียบไป ฉันเองก็เงียบเพราะคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องพูดอะไร สมองมันตื้อไปหมด มันจับต้นชนปลายไม่ถูก มันหาที่มาของปัญหานี้ไม่ได้ ทำไมแค่เราอยู่ไกลกันอะไรๆ มันถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ และยิ่งเขาไม่ยอมพูดว่าเป็นอะไรก็ดูเหมือนทุกอย่างจะยิ่งเรื้อรัง

ฉันมองเวย์ที่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเริ่มเปิดปาก

[...ได้ ฉันพูดตรงๆ ก็ได้ ฉันไม่พอใจที่เธอไปสนิทกับผู้ชายพวกนั้น]

“ฮะ?” ฉันส่งเสียงกลับไปอย่างรวดเร็ว

[เอาจริงๆ คนอื่นน่ะไม่อะไรหรอก แต่ไอ้คนที่มันไปไหนมาไหนกับเธอบ่อยๆ ฉันไม่ชอบ] แม้ว่าสีหน้าเขาไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจออกมา แต่เขาพูดกลับเร็วขึ้นเหมือนกำลังปลดปล่อยสิ่งที่ตัวเองเก็บเอาไว้มานาน

ไอ้คนนั้น...?

...นี่เขาหมายถึงพั้นช์งั้นเหรอ

“นายหมายถึงพั้นช์เหรอ”

[อือ]

ฉันเงียบไปชั่ววินาทีเพราะอึ้งกับสิ่งที่เขาพูด...มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดมากที่สุดว่ามันจะกลายเป็นต้นเหตุให้เราต้องมีปัญหากัน ผู้ชายพวกนั้นคือเพื่อนฉันนะ...แล้วก็เป็นเพื่อนที่ดีมากด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเก็บมาคิดเลย เราไม่ควรจะทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

นี่เหรอคือสิ่งที่ฉันรอฟังมาตลอดหลายเดือน สิ่งที่ฉันพยายามหาต้นตอของมันแทบตายเพื่ออยากจะแก้ปัญหา

...มันไร้สาระมาก

“ไม่ชอบ? ทำไมถึงไม่ชอบ ตอนอยู่ไทยฉันก็มีเพื่อนผู้ชายที่สนิทด้วยเยอะแยะ นายยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย แล้วทำไมพอมาอยู่นี่มันถึงกลายเป็นปัญหาแบบนี้ล่ะ อยู่ที่นี่ฉันก็มีแต่เพื่อนผู้ชายเป็นส่วนใหญ่นะ ถ้าไม่มีพวกเขาฉันก็ไม่มีเพื่อนดีๆ คบแล้ว”

[มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น] เขาพูดขึ้นมาอย่างใจเย็นเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มโมโห [ฉันไม่ใช่จะให้เธอเลิกคบ แต่...]

“แต่อะไร”

[...ฉันแค่ไม่ชอบหน้ามัน]

“นี่นายงี่เง่าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอเวย์” ฉันโพล่งออกไปอย่างหงุดหงิด

[...] เวย์เงียบไปทันทีที่ฉันพูดแบบนั้น

ยอมรับว่าฉันกำลังโมโห แต่ก่อนเขาไม่เป็นแบบนี้เลยนะ เขาไม่เคยงี่เง่า ไม่ใช่ผู้ชายที่ตามหวงหึงอะไรไปทั่ว ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้ฟังเหตุผลบ้าๆ แบบนี้จากเวย์

ฉันไว้ใจเขามาตลอด จนถึงตอนนี้ที่เราไม่ได้เจอกันก็ยังไว้ใจเขา ขนาดเขาเย็นชาใส่ ฉันก็ไม่เคยคิดเรื่องเขาจะมีคนอื่นเลยด้วยซ้ำ การที่เขารู้ไม่ชอบหน้าหรือรู้สึกไม่พอใจเพื่อนของฉันที่นี่ มันไม่ใช่เรื่องเลย

...มันน่าเสียใจนะ ทั้งๆ ที่ฉันพยายามจะประคับประคองทุกอย่าง แต่เขากลับเป็นแบบนี้เพราะไม่ไว้ใจฉันด้วยเหตุผลบ้าๆ พวกนั้น

“นายกำลังไม่ไว้ใจฉัน”

[...]

“ฉันน่าจะเป็นฝ่ายที่คิดเป็นแบบนั้นมากกว่านายอีกนะ ฉันอยู่นี่ไม่ได้เจอใครเลยนอกจากเพื่อนๆ แต่นายน่ะปกติก็มีแต่คนมาชอบ มีแต่คนเข้าหา ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างกันแต่ฉันยังไม่เคยคิดว่านายจะไปมีคนอื่นเลยนะ”

[ฉันไม่ได้มีใครเลย]

“ฉันก็เหมือนกันไง ที่ฉันแปลกไปก็เพราะนายเริ่มก่อน แล้วนายก็ไม่ยอมพูดแต่แรกว่าเป็นอะไร ฉันอยู่นี่นายอาจจะเห็นรูปในเฟซบุ๊กดูสนุกดูมีความสุข แต่ฉันก็เหนื่อยก็เครียดเรื่องเรียน เครียดกับการใช้ชีวิตที่นี่ หรือกับอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกันนะ แทนที่เราจะปรึกษากันได้เหมือนแต่ก่อน กลายเป็นว่าเวลาฉันเครียดๆ มา พอมาคุยกับนายกลายเป็นยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ฉันพูดอะไรกับนายไม่ได้เลย แถมยังต้องมาคิดมากเรื่องของนาย” ขอบตาฉันร้อนผ่าวขึ้นมา...รู้สึกเหมือนจะไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ได้เลย

[...]

“ฉันถึงได้เอาแต่อยู่กับเพื่อนๆ ไง เพราะฉันพึ่งนายไม่ได้เหมือนแต่ก่อน นายทำให้ฉันมีความสุขไม่ได้ ถ้าไม่มีพั้นช์หรือไม่มีคนพวกนั้นฉันคงร้องไห้อยากกลับบ้านทุกวันแล้ว” เสียงของฉันสั่นเครือ หัวใจก็ยิ่งปวดหนึบมากขึ้นเมื่อได้พูดทุกอย่างออกไป ยิ่งพูดก็เหมือนน้ำตามันจะยิ่งไหลออกมาได้ทุกเมื่อ แต่ฉันก็พยายามกลั้นมันไว้ เพราะไม่อยากร้องไห้ให้เขาเห็น

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เรากำลังทะเลาะอะไรกันอยู่

ทำไม...ฉันต้องมานั่งเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องตั้งนานหลายเดือนขนาดนี้ด้วย

[...ฉันขอโทษ] หลังจากที่เวย์เงียบไปและเอาแต่มองฉันผ่านหน้าจอ เขาก็พูดประโยคนี้ออกมา [...ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนี้]

“...”

[ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอเครียด แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่ไว้ใจไอ้บ้านั่นกับเธอ]

“...”

[แต่ก่อนเราอยู่ใกล้กัน ฉันเลยรู้ว่าเธอเป็นยังไง แต่พอห่างกันฉันไม่รู้ว่าเธอไปทำอะไรบ้าง ฉันเลยระแวงขึ้นมา]

“...ถ้านายเชื่อใจฉันนายจะไม่รู้สึกแบบนี้เลย”

[...]

“รู้มั้ยว่าตอนนี้ฉันไม่มีความสุขเลยที่ต้องคุยกับนาย” ฉันเริ่มจะกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป และเหมือนเวย์จะรู้ว่าฉันกำลังจะร้องไห้ เพราะเขาดูตื่นตัวกว่าเดิม

[อย่าร้องไห้ ฉันขอโทษ] เขารีบพูดออกมา

“...”

[...ยังไม่อยากคุยกับฉันใช่มั้ยตอนนี้]

“...”

มันไม่ใช่ว่าไม่อยากคุย...แต่เพราะรู้ว่าคุยไปมันก็มีแต่เรื่องให้คิดมาก ตอนนี้การคุยกับเขามันทำให้ฉันไม่มีความสุขเลยจริงๆ นะ...ถ้าเป็นเหมือนตอนที่เรายังอยู่ใกล้กัน ทำไมฉันจะไม่อยากคุยล่ะ

[ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ]

“...เข้าใจอะไร”

[เข้าใจว่ามันต้องใช้เวลา]

“...” ฉันเม้มปากพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจคำพูดของเวย์

[อาจเป็นเพราะเราอยู่ห่างกันเกินไป อะไรที่ไม่เคยเป็นปัญหามันก็เป็น]

“...”

[ตอนนี้ฉันผิดที่คิดระแวงเธอ และก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่ เพราะงั้นให้เวลาฉันหน่อย ได้ฟังจากเธอแบบนี้แล้วเดี๋ยวอีกไม่นานก็คงเลิกคิดไปเอง]

“...”

[ส่วนเธอ...ถ้าการคุยกับฉันมันจะทำให้เธอเครียด ก็อย่าเพิ่งคุย...รอให้ตัวเธอเองรู้สึกดีขึ้นเมื่อไหร่ ค่อยทักมาหาฉัน โอเคมั้ย]

“นาย...กำลังจะบอกให้เราห่างกันเหรอ” ฉันถามออกไปเพราะยังไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่นัก

[ไม่ใช่...ฉันตามใจเธอไง]

“...”

[ฉันไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่เพราะคุยกับฉัน ฉันรู้ว่าอยู่ที่นั่นเธอมีเรื่องให้คิดเยอะอยู่แล้ว ฉันไม่อยากเพิ่มปัญหาให้เธอ]

“...” ฉันเงียบเมื่อได้ยินน้ำเสียงและเห็นสีหน้าของเวย์ตอนที่พยายามพูดอย่างใจเย็น

[ถ้าการคุยกับฉันเป็นการรบกวนเธอ ไว้พร้อมเมื่อไหร่เราก็ค่อยมาคุยกัน ถึงตอนนั้นฉันก็อาจจะไม่คิดระแวงอะไรเธอแล้ว]

“...” ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้นไปอีก

จากที่โมโหเขาเป็นบ้าเป็นหลังก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นรู้สึกแย่ที่เผลอพูดไม่ดีกับเขาไปตั้งเยอะ บ้าจัง...

แม้ว่าข้อเสียของเวย์คือการมีอะไรแล้วไม่พูด สุดท้ายก็เก็บไม่ไหวแล้วถึงได้ยอมพูด แต่ข้อดีก็คือเขามักจะใจเย็นและพยายามหาทางแก้ปัญหาให้ดีที่สุด เขายกให้เรื่องฉันมาก่อนเป็นลำดับแรกเสมอ

การที่เขายอมฉัน...และพยายามทำใจเย็นกับฉัน ก็หมายความว่าเขายังเห็นฉันสำคัญอยู่...อย่างนั้นใช่มั้ยนะ

[อีกไม่นานฉันก็จะได้ไปเจอเธอที่นั่น ฉันไม่อยากให้เราเจอกันในสภาพที่มีปัญหากัน] เวย์พูดต่อ

“...”

[ตกลงมั้ย]

“...” ฉันมองเวย์ที่กำลังรอคำตอบจากฉัน คนแบบเขาไม่ต้องมานั่งระแวงฉันเลยด้วยซ้ำ เขาจะทิ้งฉันไปไปหาผู้หญิงสวยๆ น่ารักๆ กี่คนก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำ

นี่ฉัน...ปล่อยให้ข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ของเวย์มาเป็นปัญหาใหญ่แล้วมองข้ามข้อดีตั้งเยอะแยะของเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เหมือนกับเขา...ที่คิดอะไรที่ไม่เคยคิดและกลับระแวงในอะไรที่ไม่เคยระแวง

...หรือจะเพราะความห่างไกลจริงๆ ถึงทำให้เราสองคนมองอะไรที่ไม่เคยมอง รู้สึกอะไรที่ไม่เคยรู้สึก

บางที...

การไม่ต้องคุยกันสักพัก อาจจะทำให้เราสองคนต่างคิดอะไรได้มากขึ้นก็ได้...

“อื้อ โอเค”

สุดท้าย...

ฉันก็ตอบตกลงกับสิ่งที่เวย์พูด

 





ทอล์คทอล์ค <3

สวัสดีค่าา กรี๊ดดด เก๊ามาแล้นนนนน

นี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเว้นลงนิยายไปนานมาก 55555555

ขอโทษด้วยค่าช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ

รูู้ตัวอีกทีพอจะมาลงนิยาย เหยย ตกใจจจจ

นี่เว้นช่วงไปขนาดนี้เลย แงงง ขอโทษนะค้าาาา

แต่มาลงให้แล้วน้าา >O<


ในที่สุด เวย์สุดที่รักของเก๊าก็โผล่มา (โดนตบ) 5555555555

แม้จะมาผ่านวิดิโอคอล แต่ความหล่อนางก็พวยพุ่งนาจา

แต่ก็นะ เอาล่ะสิ 555555555555

เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะคะ คนเป็นแฟนกันมันก็แบบนี้ล่ะ

เราเจอแบบเวย์ก็อาจจะไม่ไว้ใจแบบนี้ หรือถ้าเราเป็นไอด้า

เราก็อาจจะรู้สึกแบบนางก็ได้เนอะใครจะไปรู้

ความห่างไกลนี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ...หึหึ (ยิ้มมุมปาก)

กลัวใจเธอจริงๆ ไอด้า 555555555555555


อย่างที่บอกไว้ว่าเรือ่งนี้ค่อนข้างหนานะคะ

ที่จริงไม่ค่อน ถือว่าหนาเลยค่ะ 555555555555

เรื่องอาจจะไม่มีปมอะไรมากมาย แต่จะค่อยๆให้เห็น

พัฒนาการความรู้สึกและความสัมพันธ์ของตัวละครที่สมจริง

ที่เวลาอ่าน คนอ่านอาจจะคิดตามว่าถ้าเป็นคนนี้จะรู้สึกแบบนี้มั้ย

เป็นเวย์จะทำแบบเวย์รึเปล่านะ เป็นไอด้าจะหวั่นไหวกับพั้นช์มั้ยนะ

อะไรแบบนี้ค่ะ >.< ถึงบอกว่ามันค่อนข้างต่างจากเรื่องอื่นที่เคยแต่งมาเล็กน้อยย


วันนี้คุยยาวมาก กรี๊ดดดดดดด

ขอแวบไปปั่นนิยายเรื่องใหม่ก่อนนะค้าาา


ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ

1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจน้า


          ม๊วฟฟฟฟฟ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #106 Disk Nara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 18:13
    เวย์เป็นแฟนที่ดีมาก รู้สึกไม่ชอบไอด้าทันที
    #106
    0
  2. #102 PEUNSWINT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 07:22
    ฮืออ เป็นไอด้ายังไงก็ต้องหวั่นไหวกับพั้นช์บ้างแหล่ะน้อ ดีและเข้าใจขนาดนั้น แต่เป็นเวย์ก็คงหึงเหมือนกัน
    #102
    0
  3. #69 I am sone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 04:15
    รอค่ะรอออ
    #69
    0
  4. #68 I am sone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 04:15
    รอค่ะรอออ
    #68
    0
  5. #67 I am sone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 04:15
    รอค่ะรอออ
    #67
    0
  6. #65 koranittom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:55
    รอจ้า
    #65
    0
  7. #64 Kuran >///< (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:14
    เวย์เป็นผู้ชายที่ใจเย็นมากกกกก ไอด้าพูดด้วยความโมโหขนาดนี้ยังใช้น้ำเย็นเข้าช่วย นับถือจริงๆ ถ้าเป็นเราคงไม่ใจเย็นพูดด้วยละ555
    #64
    0
  8. #63 dena_chocolate (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 21:41
    รอนิยายออกค้าาาาาาาาาา
    #63
    0