ll Near&Far ll ส่งรักให้ไกล ขยับใจให้ใกล้เธอ

ตอนที่ 10 : Chapter 10 ll ถลำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ก.ค. 59

Chapter 10 ll ถลำ





 

 

พรุ่งนี้แล้วสินะ...

พรุ่งนี้แล้วที่จะเป็นวันปิดเทอมฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ! กรี๊ดดด TOT

หลังจากที่เรียนกันอย่างหนักหน่วง นั่งท่องคำศัพท์ ทำความเข้าใจแกรมม่า และจำคันจิวันละหลายสิบตัว ก็จะได้หลุดพ้นหยุดไปพักผ่อนพักสมองให้ได้หายใจหายคอกันบ้าง

วันนี้เป็นวันเรียนวันสุดท้ายก่อนปิดเทอม และแน่นอนว่าค่ำนี้ฉันจะไปโนมิไคกับเพื่อนๆ ในห้องตัวเอง แม่จะฟาดให้เรียบทั้งเครื่องดื่มและของกินเลยคอยดู!

“แกไปเท็นจินเหรอด้า”

“ใช่”

“ห้องแกกินที่ไหนนะ” ฉันตะโกนถามยัยแซนระหว่างที่กำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ในห้องน้ำ

ฉันกลับมานอนรอที่หอก่อนเพื่อรอเวลาไปโนมิไค แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรตอนกลางวันฉันก็รู้สึกเหนอะตัวแล้ว ดีที่ตอนเย็นอากาศยังพอจะเย็นอยู่บ้าง

ปกติถ้าที่นี่ฝนตกฉันจะรู้สึกเบื่อมาก แต่ช่วงนี้ฉันอยากให้ฝนตกตอนหลังเลิกเรียนแล้วฉันกลับมาถึงหอแล้วมากๆ เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเหนียวตัวแบบนี้

หน้าร้อนกำลังจะมาแบบจริงๆ แล้วสินะ T_T เสื้อแขนยาวไม่จำเป็นแล้วล่ะ

“แถวโรงเรียนอ่ะ” ยัยแซนตอบเมื่อฉันเดินออกมาจากห้องน้ำ

“อ้าว แล้วแกกลับมาทำไม” ฉันถามออกไปอย่างแปลกใจ เพราะยัยนี่เรียนคลาสบ่าย กว่าจะเลิกเรียนก็เย็นแล้ว เป็นฉันไม่ปั่นจักรยานกลับมาให้เหนื่อยเล่นๆ หรอก

“กลับมาเอาจักรยานไว้นี่ไง เดี๋ยวนั่งรถไฟไปแทน เผื่อฉันเมาขึ้นมา ฉันจะแบกจักรยานกลับยังไงยะ อย่างน้อยเพื่อนที่อยู่หอนี้ก็จะได้ลากฉันขึ้นรถไฟกลับมาด้วย”

“เออ จริงด้วย =_=” ฉันพูดพลางเก็บของใส่กระเป๋า

ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้วล่ะ กว่าจะไปถึงเท็นจินก็ต้องใช้เวลาเกือบยี่สิบนาที เดี๋ยวจะสาย >_<

“ฉันไปก่อนนะแก เจอกันดึกๆ”

“โอเค เจอกัน”

ฉันออกมาจากห้องแล้วลงไปข้างล่าง เมื่อออกมาจากลิฟต์ ฉันก็เจอคนสองคนเดินลงบันไดมาที่ชั้นหนึ่งพอดี

พั้นช์กับปกป้อง =_=

“จะไปแล้วเหรอ ไปพร้อมกันเลยสิ” ปกป้องเอ่ยขึ้น

ห้องเรียนของพั้นช์กับปกป้องเองก็ไปโนมิไคที่เท็นจินเช่นกัน แต่พวกเราไม่ได้ไปโนมิไคร้านเดียวกันนะ แถวเท็นจินมีร้านจำพวกอิซากะยะเยอะมาก ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวอาจจะไม่รู้ แต่ถ้าเป็นคนในพื้นที่ล่ะก็ พากันเข้าออกตามซอกหลืบหรือบนตึกกันจนเจอร้านแบบนี้เยอะแยะไปหมด

ตอนแรกฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พออยู่ไปสักพักเหมือนได้เบิกเนตรเลยล่ะ

“ไปสิ” ฉันตอบแค่นั้นก่อนจะเดินนำเขาสองคนออกไปนอกหอ

ตอนแรกฉันไม่ได้นัดกับพวกเขาไว้ว่าจะไปพร้อมกัน ฉันบอกว่าจะไปเอง เพราะยังไงเราก็กินกันคนละร้านและไม่ได้นัดเวลาเดียวกันอยู่ดี

“ได้เอาร่มมารึเปล่า”

ฉันหันไปมองพั้นช์ที่เดินตามมา และพบว่าเขาก็มองฉันอยู่ นั่นหมายความว่าเขาถามฉันนั่นล่ะ “ฝนตกด้วยเหรอ”

“ตอนกลางคืนอาจจะตกนะ พยากรณ์อากาศมันขึ้นว่ามีโอกาสถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์”

“งั้นคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้าตกก็คงไม่หนัก”

“...” เขาทำหน้าเหมือนจะดุฉันกลายๆ ที่ฉันไม่ฟัง แต่พั้นช์ก็เลือกที่จะเงียบพลางถอนหายใจแล้วหันไปทางอื่นแทน

ฉันหันกลับมา ปกป้องเองก็เดินตามมาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร อาจจะเพราะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงๆ ระหว่างฉันกับพั้นช์

...เปล่าเลย เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

เรายังไปไหนมาไหนด้วยกัน ยังอยู่ด้วยกันทุกวัน เพียงแต่ว่า...ฉันแค่พยายามรักษาระยะห่างตัวเองกับเขาเอาไว้ และเขาคงจะรู้สึกได้ว่าฉันไม่เหมือนก่อนหน้านี้

ก็ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตระหนักได้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร ฉันก็พยายามไม่ไปอะไรกับเขามากเกินไป หลายครั้งที่พั้นช์ถามฉันว่าเป็นอะไร ฉันก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ตอบจนเขายอมแพ้เลิกถามไปเอง มันก็เลยกลายเป็นสถานการณ์อึมครึมอย่างที่เห็น

ฉันก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้นะ...ไม่ได้อยากให้ปกป้องต้องมาลำบากใจเวลาอยู่กับพวกเราด้วย เพราะเหมือนเขาเองจะดูออกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง แต่ไม่พูดออกมาแค่นั้น

ฉันแค่พยายามตัดปัญหาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ก็เท่านั้น...

แค่ปัญหาที่มีอยู่มันก็มาพอแล้ว ฉันไม่อยากเพิ่มปัญหาให้ตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว

เราสามคนนั่งรถไฟมาลงที่เท็นจิน จากนั้นก็เตรียมจะแยกย้ายไปร้านของใครของมัน ฉันโบกมือลาพวกเขาและเดินจากมา

“เดี๋ยว ไอด้า” ฉันชะงักแล้วหันไปมองพั้นช์ที่เรียกฉัน ปกป้องเดินไปแล้ว เหลือแค่พั้นช์ที่ยังไม่ขยับไปไหน

“ฮึ?”

“เดี๋ยวรอกลับพร้อมกันนะ”

“ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้ ไม่รู้ใครจะเสร็จก่อนจะได้ไม่ต้องมารอกันไง”ฉันรีบปฏิเสธ

“กลับด้วยกัน ดึกๆ ฉันไม่อยากให้เธอเดินจากสถานีกลับหอคนเดียว”

“ไม่เป็นไรจริงๆ เดี๋ยวฉันกลับเอง”

“กินเสร็จแล้วไลน์มาหาด้วย โทรมาก็ได้”

“...” ฉันไม่รู้จะตอบอะไรเขาเมื่อพั้นช์ตัดบทแบบนั้น เลยทำได้เพียงพยักหน้าตอบตกลงตามที่เขาบอกไป พั้นช์ทำมือสัญลักษณ์โอเคส่งมาให้ฉัน ก่อนที่เขาจะเดินออกไปอีกทาง ฉันเองก็ไปทางร้านของตัวเองเช่นกัน

พอไปถึงร้านตามนัดหมาย รวมตัวกันพร้อมหน้าได้ไม่นานก็ถึงเวลาโนมิไคที่ทุกคนรอคอย ซึ่งมันเป็นอะไรที่สนุกมาก >_< เพื่อนๆ ทุกคนในห้องที่มาพากันกินดื่มอย่างหนักประหนึ่งไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน และต่างก็พยายามพูดคุยภาษาญี่ปุ่นกันให้ได้มากที่สุด แม้ว่าจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ตาม แต่สิ่งที่ฉันชอบที่สุดก็คือเซนเซนี่ล่ะ เวลาอยู่ในห้องเรียนเซนเซทุกคนจะเคร่งเครียดกับการสอนมาก แต่พอมาโนมิไคแบบนี้ เซนเซกลับเฮฮาประหนึ่งเป็นเพื่อนคนหนึ่งของพวกเรา มันเลยยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ฉันบอกแล้วว่ามันเป็นวันที่พวกเราทุกคนได้ปลดปล่อยโดยไม่มีเรื่องของการเป็นครูหรือนักเรียนเข้ามาเกี่ยว ทุกคนพากันสนุกแบบเต็มที่มาก

ฉันว่านะ วันโนมิไคเป็นวันที่เราได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นพูดกับเพื่อนในห้องกันแบบจริงๆ จังๆ ที่สุดแล้ว =.,=

アイちゃん酔っ払ったの (ไอจัง เมาแล้วเหรอ)” เพื่อนคนจีนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถาม เมื่อเห็นว่าฉันเริ่มนิ่ง เอาศอกเท้าโต๊ะพลางเอามือกุมหัวตัวเอง

ううん~ (เปล่านะ~)” ฉันตอบกลับไปแล้วปัดมือบอกว่าไม่เป็นอะไร

นี่กินไปทั้งค็อกเทลทั้งเบียร์เลย T_T แต่ก็ไม่เมานะ แค่รู้สึกมึนๆ เหมือนโลกกำลังหมุนติ้วอยู่แค่นั้นเอง

ฉันควรจะหยุดกินได้แล้ว ไม่งั้นหลังจากนี้อาจจะเมาจริงแน่ๆ

ฉันลืมบอกไป หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าฉันแค่อายุย่างสิบเก้ายังไม่ถึงยี่สิบปี แต่ทำไมถึงมาร้านจำพวกอิซากะยะได้ ถ้าจะเปรียบเทียบกับที่ไทย มันก็คงเหมือนกับร้านนั่งชิลๆ ที่เด็กระดับมหาลัยที่ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีก็ไปได้นั่นล่ะ อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้มีแค่แอลกอฮอล์ให้ดื่มอย่างเดียว ยังมีอาหารและเครื่องดื่มปกติทั่วไปด้วย

อีกอย่างคลับ (ผับ) ที่นี่ก็มีทั้งแบบไม่จำกัดอายุ และแบบจำกัดอายุคนเข้าตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป แต่เขาบอกกันว่าแบบไม่จำกัดอายุจะไม่สนุกเท่าแบบที่จำกัดอายุแล้ว แถมคนยังน้อยกว่ามาก แต่ฉันก็จำต้องเลือกไปแบบแรกเพราะอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี

เอ่อ...จำเป็นในที่นี้ หมายถึงในกรณีถ้ามีนัดปาร์ตี้กันที่คลับนะ ไม่ใช่ว่าจะไปบ่อยๆ หรืออะไรแบบนั้น ฉันแค่เล่าสิ่งที่ฉันประสบพบเจอมาให้ฟังเฉยๆ -.,-

แต่ตอนนี้ฉันมึนหัวมากเลย T^T แม้จะบอกตัวเองให้หยุดดื่ม แต่พอเห็นทุกคนยังสนุกกัน ฉันก็ดื่มต่อจนได้ รู้ตัวอีกทีก็ดื่มมาครบสองชั่วโมงแล้ว

ครืด~

ฉันเอาโทรศัพท์มือถือออกมาดูระหว่างที่เพื่อนกำลังจะรวบรวบเงินของแต่ละคนไปจ่าย แล้วก็เห็นว่าพั้นช์ไลน์มาหาฉัน

 

เลิกรึยัง

กำลังคิดเงินเลย

อยู่ร้านตรงไหน ส่งโลเกชั่นมาหน่อย

 

ฉันมึนเกินกว่าจะพิมพ์อะไรต่อเลยส่งโลเกชั่นไปตามที่เขาบอกแล้วเก็บโทรศัพท์มือถือกลับลงกระเป๋า อีกเกือบสิบนาทีที่เพื่อนๆ ยังนั่งนับเงินและคุยกัน ฉันปวดหัวเลยเลือกที่จะนั่งพิงผนังเงียบๆ เพื่อรอเวลา และเมื่อจ่ายเงินเสร็จ เราก็พากันออกจากร้านแล้วลงลิฟต์มา

雨降っちゃった (ฝนตกเฉยเลย)” ทุกคนพากันบ่นเมื่อลงมาชั้นล่างแล้วพบว่าฝนกำลังลงเม็ดปอยๆ ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ และไม่นานก็เห็นพั้นช์เดินกางร่มตรงมาทางนี้

ฉันบอกลาเพื่อนๆ กับเซนเซก่อนจะเดินไปหาเขาที่หยุดยืนรออยู่ตรงทางเข้าด้านหน้า เราสองคนเริ่มออกเดินโดยที่พั้นช์ยื่นร่มมาทางฉันมากกว่าทางเขา

“ปกป้องล่ะ ไม่กลับเหรอ” ฉันถามพลางสะบัดหัวเบาๆ เผื่อจะไล่ความมึนของตัวเองออกไปได้

“มันบอกว่าจะไปต่อคาราโอเกะกับเพื่อน ให้กลับไปก่อน”

“...แล้วห้องนายกินเสร็จแล้วเหรอ”

“ยังเลย ห้องฉันเริ่มกินช้า” ฉันหันไปมองพั้นช์ทันที

ทั้งๆ ที่ห้องเขายังกินไม่เสร็จ แต่เขาก็ออกมาก่อนเพื่อมารับฉันกลับพร้อมกันเนี่ยนะ

“แล้วนายออกมาก่อนทำไม”

“เฮ้ย ไม่เป็นไร อีกครึ่งชั่วโมงของฉันก็จะหมดเวลากินแล้ว ไม่ได้ซีเรียสซะหน่อย”

“...” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่เดินต่อไปเงียบๆ

แต่อยู่ๆ พั้นก็จับต้นคอฉันเอาไว้แล้วดึงให้เข้าไปใกล้เขามากขึ้น

“เขยิบเข้ามาหน่อย ร่มมันเล็กนิดเดียว โดนฝนไม่เห็นเหรอ =_=

“ตกปอยๆ เอง”

“ปอยๆ ก็ไม่สบายได้” เขาเอ็ดเสียงดุ

ฉันรู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนลอยได้ และสติก็ไม่ค่อยจะอยู่กับตัวเลยไม่อยากจะเถียงอะไรกับเขาให้มากความ ก็เลยเงียบอีกครั้ง

อยากจะล้มตัวนอนตอนนี้เลย T_T

“ดื่มเยอะใช่มั้ยเนี่ย ตาลอยเสียงยานคางเชียว”

=_=

“เธอนี่มันจริงๆ เลย” เขาจะบ่นอะไรนักหนาเนี่ย T_T

ฉันปล่อยให้พั้นช์กึ่งลากกึ่งเดินพาฉันกลับไปแบบนั้น เราสองคนนั่งรถไฟแล้วเดินกลับมาที่หอเหมือนเช่นทุกครั้ง ฉันหยุดยืนเมื่อมาถึงหน้าลิฟต์

“ไม่กลับห้องเหรอ” ฉันถามเขา เมื่อไม่เห็นว่าเขาเดินขึ้นบันไดไป แต่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันแทน

“ส่งเธอให้ถึงห้องก่อน เกิดเป็นลมในลิฟต์ขึ้นมาทำไง” ไม่ได้มึนหนักขนาดนั้นซะหน่อย T_T

ไม่นานลิฟต์ก็มาถึง พั้นช์ทำอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเขาเดินตามมาส่งฉันถึงหน้าห้อง ฉันควานหากุญแจในกระเป๋าเพื่อจะเปิดประตู

...หือ?

กุญแจล่ะ =O=

“ทำไม” พั้นช์ถามเมื่อเห็นฉันยืนรื้อกระเป๋าเป็นการใหญ่

กุญแจห้องไม่อยู่ TOT หายไปไหนเนี่ย!

“กุญแจหายเหรอ” เขาถามฉันอีก

ฉันไม่ตอบเขาพลางคิดทบทวนว่าตัวเองเอากุญแจไปไว้ไหน ปกติก็เอาไว้ในกระเป๋าตลอดนะ! TOT

เดี๋ยวนะ...วันนี้ก่อนออกจากห้อง...

นึกออกแล้ว! ฉันวางมันไว้บนโต๊ะแล้วลืมหยิบมานี่หว่า T_T โอ๊ยยย

ฉันมองตาแมวที่มืดสนิทและลองหมุนลูกบิดที่ประตูดู ซึ่งแน่นอนว่ามันเปิดไม่ได้เพราะยัยแซนยังไม่กลับมา โอ๊ย อยากจะบ้าตาย

“ฉันลืมกุญแจไว้ในห้อง T_T

“อ้าว =_=

TOT” ฉันถอนหายใจออกมาแล้วเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไลน์บอกยัยแซน

แทนที่จะได้ทิ้งตัวนอนเร็วๆ ต้องรอยัยแซนกลับมาก่อนอีก ฮืออออออ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปรอแซนที่ล็อบบี้ นายกลับห้องไปเถอะ” ฉันเดินกลับไปที่ลิฟต์พร้อมกับพั้นช์ และเดินเข้าไปในลิฟต์ที่ยังคงคาอยู่ที่ชั้นนี้

แต่ระหว่างที่ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปกดชั้นหนึ่ง พั้นช์ชิงยื่นมือมากดชั้นสองซะก่อน

“ไปรอห้องฉัน”

“ฮะ?”

“ฉันรู้ว่าเธออยากนอน จะไปนั่งหลับที่ล็อบบี้รอเหรอ ไปนอนห้องฉันก่อนก็ได้ -_-”

“ไม่เป็นไร”

“ทำไมชอบดื้อจังวะ”

“...” อะไรอีกเนี่ย T_T

ฉันมองหน้าพั้นช์ที่กำลังมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ฉันไม่อยากจะเถียงอะไรเขาตอนนี้เลยทำตามที่เขาบอก

ฉันเข้ามาในห้องของพั้นช์แล้วยืนจังก้าอยู่กลางห้องเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะนั่งตรงไหน ทั้งๆ ที่ฉันก็เคยมาหาห้องเขาบ่อยนะ แต่ปกติปกป้องก็อยู่ด้วย และมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้

...ฉันทำตัวไม่ถูกเลย T_T

“นอนสิ นอนเตียงฉันนี่ล่ะ” เขาพยักพเยิดหน้าไปทางเตียงตัวเอง ฉันเดินไปนั่งลงที่เตียงเงียบๆ โดยไม่หันไปมองหน้าเขาเลย

การอยู่ด้วยกันสองต่อสองในช่วงสถานการณ์ไม่สู้ดีแบบนี้ มันทำให้อาการมึนเบลอของฉันหายไปเกือบครึ่งอย่างไม่น่าเชื่อเลย TOT

“เอามือถือไว้กับฉันก็ได้ ถ้าแซนไลน์มาเดี๋ยวฉันจะปลุกเธอเอง” ฉันส่งโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าไปให้พั้นช์ เขาวางมันลงที่โต๊ะแล้วหันมามอง

มอง...มองทำไมอีก TOT

ฉัน...ควรนอน ใช่!

พอคิดได้ฉันก็ล้มตัวนอนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหัวทันที หลับๆ ไปนี่ล่ะจะได้ไม่ได้อึดอัดอะไร นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด!

ฉันพยายามข่มตานอน แต่โสตประสาทการได้ยินยังคงทำงานดีอยู่เลยรับรู้ได้ว่าห้องมันเงียบมาก...มากจนฉันสงสัยว่าพั้นช์กำลังทำอะไรอยู่

เขาอาจจะนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงโต๊ะก็ได้มั้ง...

แล้ว...ทำไมฉันหลับไม่ลงล่ะเนี่ย ทั้งๆ ที่อยากนอนแท้ๆ แงงง

ฟึ่บ!

O.O

ฉันลืมตาโพลงใต้ผ้าห่มเมื่อจู่ๆ พื้นที่ข้างเตียงยวบลงไปเพราะมีคนมานั่ง!

“หลับรึยัง”

“...”

“ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ”

...โอย T_T

ฉันกำผ้าห่มแน่น น้ำเสียงของพั้นช์ทำให้ฉันเดาได้ไม่ยากว่าเขามีอะไรจะคุยกับฉันแน่ๆ

พั้นช์เงียบลงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบอะไร แต่พอเขายิ่งเงียบ...ฉันก็ยิ่งกระวนกระวายใจจนตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง แล้วก็พบว่าเขานั่งมองฉันอยู่

“...อือ ฉันยังไม่หลับ” ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าตัวเองควรจะพูดยังไง

สายตาของพั้นช์ที่มองฉันดูจริงจังกว่าทุกครั้ง มันไม่มีประกายความขี้เล่นหรือกวนประสาทเหมือนทุกที

และเพราะแบบนั้น...มันยิ่งทำให้ฉันกลัวว่าเขาจะพูดอะไรออกมา

“...ที่จริงฉันว่าจะไม่พูดแล้วล่ะ”

“...”

“แต่พออยู่กับเธอแบบนี้ฉันทนไม่ไหวอยู่ดี”

“...”

...ฉันเริ่มกลัวแล้วนะ

“เธอโกรธอะไรฉันรึเปล่า”

“เปล่า” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ พั้นช์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“ถ้าไม่โกรธแล้วอยู่ดีๆ ทำไมแปลกไป เหมือนเธอไม่อยากคุยไม่อยากยุ่งกับฉัน”

“...”

“หรือฉันทำอะไรผิด ถ้าไม่พอใจอะไรเธอก็บอกฉันสิ ฉันจะได้รู้ตัว”

...มันไม่ใช่แบบนั้นเลย

ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด จะให้ฉันบอกเขาได้ยังไงว่าเพราะอะไรฉันถึงพยายามทำตัวเฉยๆ เวลาอยู่กับเขา ถ้าบอกไป...มันอาจจะกลายเป็นฉันเองที่คิดไกลไปแค่คนเดียวก็ได้

ฉันก็แค่กลัวใจตัวเอง...กลัวจะไปคิดอะไรที่มันไม่ควรคิด

“...ฉันไม่ได้โกรธเลย ไม่มีอะไรสักหน่อย นายคิดมากไปเอง”

“ฉันไม่เชื่อ”เขาสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว ซ้ำเสียงของเขายังดังยิ่งกว่าเดิม

“...”

“คิดว่าฉันดูเธอไม่ออกเหรอไอด้า”

“...”

“นี่ฉันหงุดหงิดมากนะที่เธอเป็นแบบนี้”

“ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร ไม่เห็นจะต้องใส่ใจเลย”

“ก็ไม่ได้อยากใส่ใจหรอก แต่มันใส่ใจไปแล้ว ให้ทำไงวะ!

“...!

“ฉันก็ไม่ได้อยากคิดมากแบบนี้หรอก แต่มันก็หยุดคิดไม่ได้ รู้มั้ยว่าตั้งแต่เธอเป็นแบบนี้ ฉันคิดแต่เรื่องเธอไม่หยุดเลย!

“...”

...ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

ทั้งๆ ที่พั้นช์กำลังโมโห แต่หัวใจของฉันมันช่างไม่รู้สถานการณ์เอาเสียเลย

เหมือนสติฉันหลุดลอยไปเมื่อพั้นช์พูดแบบนั้น ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไงอยู่และไม่รู้ว่าควรต้องทำหน้าแบบไหนดี

ถึงแม้ว่าหัวใจฉันจะเต้นแรงแค่ไหน...แต่สมองก็สั่งให้ฉันควรจะหยุดเรื่องพวกนี้ให้เร็วที่สุด

ฉันกำมือตัวเองแน่นแล้วตัดสินใจพูดออกไป

“...แล้ว...จะเก็บเรื่องฉันไปคิดเยอะแยะทำไม”

“...”

“ช่างมันเถอะ ฉันยังไม่คิดอะไรมากเลย”

“...”

“ไม่ต้องสนใจเรื่องฉันขนาดนี้ก็ได้”

“...” ฉันหลบสายตาพั้นช์ที่เอาแต่จ้องมาที่ฉัน ในหัวเอาแต่คิดว่าควรทำยังไงต่อ...มันรู้สึกอึดอัดจนอยากกรี๊ดออกมาดังๆ

ทั้งๆ ที่หัวใจแทบจะระเบิดออกมา...แต่มันกลับรู้สึกหนักอึ้งไปพร้อมๆ กัน

“ฉะ...ฉันจะลงไปล็อบบี้” ฉันตัดบทได้โง่เง่าที่สุด และเตรียมจะลุกออกมาจากเตียง แต่พั้นช์ก็คว้าตัวฉันให้นั่งลงที่เดิม พร้อมกับเขยิบเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น O.O

...ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

“...เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันรู้สึกยังไง”

“...!

“ฉันก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ แต่มันเป็นไปแล้ว”

“...”

“...และฉันก็ดูเธอออกเหมือนกัน”

...น้ำเสียงแผ่วเบากับสายตาของพั้นช์ที่มองฉันมาราวกับคำสาปที่ทำให้ฉันนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน มือข้างหนึ่งของเขายังคงจับข้อมือของฉันเอาไว้ ก่อนที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจะเลื่อนเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ

...เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างถูกหยุดเอาไว้เมื่อฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของคนตรงหน้า หัวใจกำลังทำงานหนักจนมือฉันเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ทั้งๆ ที่อยากจะต่อต้าน แต่ร่างกายกลับไม่ทำตาม

...ไม่ได้ ฉันปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราไมได้

“ฉันชอบเธอ”

“...”

สติฉันหลุดลอยไปกับคำพูดนั้นของพั้นช์ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อริมฝีปากของเขาประทับลงมาที่ริมฝีปากฉัน สัมผัสนุ่มนวลและอ่อนโยนจากริมฝีปากคนตรงหน้าทำเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันพยายามห้ามตัวเองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงแค่หัวใจที่ยิ่งเต้นแรงเพราะเขาเท่านั้น

...ทั้งๆ ที่ห้ามตัวเองมาตลอด ทั้งๆ ที่พยายามไม่คิดอะไรกับเขา

หลายวันที่ฉันพยายามรักษาระยะห่างระหว่างเรา...ตอนนี้กลับไม่มีความหมายใดๆ เมื่อตัวฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกตัวเองได้อีกต่อไป

เราสองคนก้าวข้ามเส้นที่ควรจะอยู่...ก้าวข้ามระยะห่างที่ควรรักษาไว้

...และต่างคนก็ต่างทำร้ายคนรักของตัวเองที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ด้วยอย่างไม่น่าให้อภัย

เราสองคนกำลังทำเรื่องที่ไม่ควรทำลงไป...

จะถอยกลับ...ก็ไม่ทันแล้ว











ทอล์คทอล์ค <3

สวัสดีค่า มาแล้ววววว

นี่จะเป็นตอนสุดท้ายที่จะลงให้อ่านกันในเว็บนะคะ

ที่เหลือต้องไปติดตามอ่านต่อในเล่มกันน้า >O<

อยากจิบอกว่า...

55555555555555

เรื่องราวกำลังเริ่มต้นแบบจริงๆ แล้วสินะ ร้องไห้หนักมาก 5555555

ตัวละครเรื่องนี้ด่าได้ค่ะ แต่อย่าด่าแรงนะ เก๊ากลัวว 55555555

บอกแล้วว่าทุกอย่างเป็นสีเทา ทุกสิ่งทุกอย่างทุกการกระทำที่พวกนางทำ

ก็เหมือนคนทั่วไป มีถูกผิด มีไม่ดี มีน่าหงุดหงิด ขัดใจจนอยากจะด่า

บางคนเป็นเพื่อนที่ดี อาจไม่ใช่แฟนที่ดีอย่างที่คิด

บางคนเหมือนจะไม่ดี แต่สุดท้ายเขาอาจจะดีโดยที่เรามองไม่เห็นก็เป็นได้

แต่ก็นั่นแหละค่ะ...

ทำอะไรไว้ก็จะได้แบบนั้น ทำผิดก็ต้องตามแก้ หึ...หึ (ยิ้มมุมปาก)


อีกไม่นานหนังสือก็จะใกล้ออกแล้ว

ใครอยากอ่านต่อ ก็อย่าลืมสอยเรื่องนี้กันมาน้า >.<

รับรองว่าเหตุการณ์หลังจากนี้เข้มข้นขึ้นแน่ๆ ค่ะ

ใครทีมเวย์ ก็รอเจอนางกันได้เลอ บอกเลยนางไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ!



ไว้เจอกันใหนังสือนะคะ!

1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจน้า


          ม๊วฟฟฟฟฟ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #104 .feather! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 00:55
    ยิ่งอ่านยิ่งอึน นิยายสีเทาจริงๆค่ะเรื่องนี้ หม่นมาตั้งแต่ตอนแรกยันตอนนี้เลย5555
    หน่วงมากมาย ความเผลอไผลไม่ใช่เรื่องตลก รักทางไกลมันประคับประคองยากนะเข้าใจเรื่องนี้ เดี๋ยวพอแฟนแต่ละคนมาหาคงมีหลายเรื่องต้องเคลียร์ รออ่านค่ะ^^
    ทีมเวย์เช่นเคย ถ้าไอด้าทำให้เสียใจมากเดี๋ยวพี่ดามใจให้เอง5555
    ปล. สงสัยความคิดพั้นช์มากว่าปกติคนที่เทคแคร์คนอื่นมากๆอย่างนางจะมีลิมิตเอาไว้รึเปล่า แล้วทำไมถึงเลยเถิดกับไอด้าได้
    ปล.2 เรามีความคิดนึงคือถ้าคนเคยนอกใจมาครั้งนึงแล้วจะมีอีกครั้งก็ไม่ยาก ส่วนตัวเคยเจอผช.มีเจ้าของมาชอบ คือรู้สึกผิดกับแฟนเค้ามากๆถึงแม้เราจะไม่สานต่อก็เถอะ คิดดูว่าถ้าเผลอมาชอบเราคนนึงแล้ว เผลอไปชอบคนต่อไปขึ้นมาแล้วผญ.ดันเล่นด้วย แฟนเค้าคงเจ็บมากอ่ะ (ขอบ่น55)
    รอซื้อนะคะ ^^
    #104
    0
  2. #103 PEUNSWINT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 08:18
    รออ่านต่อในหนังสือนะคะ กำลังพีค แอ้ยยย >.< ชอบเรื่องที่ตัวละครเทาๆนะคะ มันเรียลดี คนเรามันก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบด้วยกันได้ทั้งนั้น
    #103
    0
  3. #100 นกน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 17:39
    เวย์ฉันทีมนายนะ
    #100
    0
  4. #99 Eyp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 01:26
    เวย์!!! นายรีบตามมาด่วนเลยนะ!! รอให้ออกจนรากงอกแล้วสุดท้ายก็ไม่เจอกันซักทีแงงง

    เจอกันตอนหนังสือออกละกันนะกระซิกๆTT
    #99
    0
  5. #98 MaiL-MelodY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:07
    มาชูป้ายไฟทีมเวย์ไว้ก่อน 55555
    #98
    0
  6. #97 Kuran >///< (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 22:29
    พี่ออมมีประโยคนึงค้างมากค่ะ คือ "บางคนเป็นเพื่อนที่ดี อาจไม่ใช่แฟนที่ดีอย่างที่คิด" หนูกลัวว่าจะหมายถึงพั้นท์จัง ยิ่งบอกว่าเป็นสีเทาแล้วพาลให้คิดว่าพั้นท์อาจไม่ได้ดีอย่างที่คิดเลยนี่สิ Y-Y(อ่านไปอินมากๆ มันเรียลจริงๆ ยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้น) สงสารเวย์จัง จริงๆ แล้วเวย์อาจไม่เคยคิดนอกใจไอด้าเลยก็ได้ แค่อาจเป็นคนไม่ชอบพูด แล้วเก็บไว้ในใจ (สงสารคนหล่อ><) ยิ่งเห็นรูปเวย์กับพั้นท์แล้ว♡♡ หล่อทั้งคู่เลยยยย >///<กรี้ดดดดมาก555 ทำเอาคนอ่านเลือกไม่ได้เลยทีเดียว ไอด้าบางทีก็น่าด่าจริงๆ เลย บางครั้งก็เข้าใจความรู้สึกนางนะ แต่บางครั้งก็ไม่ค่อยชอบอะ555 (คนเราก็มีทั้งดีและไม่ดีเนอะ อินจริงจังมากเรื่องนี้) เวลาเวย์หึงไอด้ากับพั้นท์ ก็น่าเห็นใจเวย์นะ คงกลัวแฟนนอกใจ แล้วก็พอเข้าใจไอด้าด้วยเพราะไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจ (แต่ถ้าเป็นเราก็คงหึงแบบเวย์นี่ล่ะ555)



    อ่านไปปวดตับแน่เลย555 แต่หนูชอบนะมันเรียลดี เป็นข้อคิดเตือนใจเราด้วย จะได้เอามาปรับใช้ในชีวิตจริง ขอบคุณพี่ออมที่แต่งนิยายดีๆ มาให้อ่านนะคะ จะรอติดตามเรื่องต่อไปน้าาาาาาา ส่วนเรื่องนี้ไม่พลาดแน่นอน 555
    #97
    0
  7. #96 luciano_utau (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:56
    ขออยู่ทีมเวย์ค่ะ
    #96
    0
  8. #95 oomsinapk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 20:49
    ทีมเวย์!!!! นางเอกอย่านอกใจสิ กรีดร้องแรงงมากกกกก แต่ทำไรไม่ได้อยู่ดี ต้องตามไปด่าในหน้าหนังสือใช่มั้ยคะ นี่อินหนักมาก555555
    #95
    0
  9. #94 I am sone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 20:34
    ว๊ายยย><
    #94
    0
  10. #93 MERAMM (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 20:32
    อ่านตอนนี้แล้วทีมเวย์ค่ะ ! แต่ปกทำไมพั้นช์นางดูหล่อกว่า TwT
    #93
    0