ll Near&Far ll ส่งรักให้ไกล ขยับใจให้ใกล้เธอ

ตอนที่ 1 : Chapter 1 ll เพื่อนกันฉันกับเธอ + ทอล์ค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 มี.ค. 59

 

บทนำ

 

การมาที่นี่...ทำให้ฉันตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง

ว่าสำหรับคู่รักที่ต้องอยู่ไกลกัน

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ระยะทาง...แต่เป็นใจคน

-Aida-

 

Fukuoka, Japan

02.43 AM.

@XXX’S Club

 

“หนาวจัง เมื่อไหร่คนอื่นจะออกมา” เสียงของหญิงสาวบ่นอุบเมื่ออากาศสิบองศากว่าๆ กำลังทำพิษเธอเข้าอย่างจังในเวลาแบบนี้

ปลายฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นที่เพิ่งจะหมดไปไม่นานในตอนกลางคืนก็ไม่ต่างอะไรกับฤดูหนาวในภาคเหนือของไทย แต่ในฐานะสาวไทยที่ไม่เคยลองไปสัมผัสความหนาวอย่างที่ว่า การที่เธอต้องมาทนหนาวในอากาศแบบนี้ในญี่ปุ่นด้วยเสื้อแขนกุดเพียงตัวเดียวก็คงไม่ต่างอะไรจากการยืนเปลื้องผ้ารับลมหนาวที่ไทยนั่นล่ะ

หญิงสาวยกมือกอดอกเพื่อหวังว่าจะบรรเทาความหนาวของตัวเอง ก่อนที่คนข้างตัวจะเอื้อมมือมาคลุมเสื้ออีกตัวไว้บนไหล่เธอ พลางปัดผมยาวสีน้ำตาลสว่างของเธอไปไว้ด้านหลัง ดวงตากลมโตปรายตามองคนข้างๆ ที่กำลังเหลือบมองเธอเช่นกัน

“ก็บอกแล้วว่าหนาว แทนที่จะใส่เสื้อหนาๆ แขนยาวมา” น้ำเสียงที่เอ็ดเธอเล็กน้อย ทำให้เธอหน้ามุ่ยในทันที

“ก็มาผับนี่ นายจะให้ฉันพันผ้าพันคอมาเลยรึไงล่ะ”

“เบ๊อะ ก็บอกแล้วว่าผับที่นี่ไม่เหมือนไทย ไม่ต้องแต่งตัวเว่อร์อะไรก็เข้าได้แล้ว ล็อกเกอร์ก็มีให้ฝากของ”

“อย่าบ่นมากได้มั้ย คนเพิ่งเคยมาจะรู้อะไรเล่า” ใบหน้าง้ำงอและเสียงบ่นของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มยื่นมือไปผลักศีรษะด้วยความหมั่นไส้จนเธอโวยวายออกมา เขาแกล้งขยี้ผมของเธอจนมันเสียทรง เธอปัดผมด้านหน้าตัวเองที่มันปิดหน้าปิดตาเพราะเขากลับเข้าที่เดิมพลางบ่นอุบ

การที่ทั้งสองคนต้องมายืนหนาวรอเพื่อนคนอื่นอยู่หน้าสถานที่แห่งนี้ในเวลาใกล้เช้าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่เธอง่วงจนอยากกลับจะแย่ แต่เพื่อนคนอื่นก็ติดลมไม่ออกมากันสักที ถึงได้ต้องมายืนอารมณ์บูดอยู่คนเดียวแบบนี้

ไม่สิ...สองคนต่างหาก ยังดีที่มีคนออกมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ

“ฉันให้เสื้อแล้วก็ใส่คลุมดีๆ สิ จะได้ไม่บ่นว่าหนาวอีก”

=_=

“เร็วสิไอบ้า”

“ฉันบอกนายเป็นสิบรอบแล้วนะพั้นช์ว่าฉันชื่อไอด้าไม่ใช่ไอบ้า!  หญิงสาวมองคนข้างกายอย่างขุ่นเคือง ขณะที่เขาได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างจงใจกวนประสาท

เธอหันหน้าหนีพลางบ่นพึมพำอยู่คนเดียวแล้วกระชับเสื้อคลุมที่เขาคลุมเอาไว้ให้ให้แน่นยิ่งขึ้น

“ล้อเล่นน่ะ ทำตัวเป็นยัยแก่ขี้งอนไปได้” มือเรียวเอื้อมมาหยิกแก้มคนที่กำลังบ่น เธอปรายตามองเขาอีกครั้ง และถึงแม้ว่าจะทำสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ปล่อยให้เขาทำแบบนั้นต่อไป

อาจเป็นเพราะมันคือความเคยชินไปซะแล้วล่ะมั้ง...

ไม่รู้มันเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่นอกจากเพื่อนคนอื่นแล้ว ก็มีเพียงแค่ชายหนุ่มที่ป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัว ชอบแกล้งชอบกวนประสาทอยู่ตลอดเวลา

แต่ข้อดีก็ใช่ว่าจะไม่มี...เพราะการที่เขาอยู่รอบตัวเธอแบบนี้เลยทำให้การใช้ชีวิตญี่ปุ่นของเธอมันง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะมีคนกวนประสาทที่ว่าคอยช่วยเหลือเธอนั่นล่ะ

ครืด ครืด~

ชายหนุ่มละมือออกจากแก้มของเธอเมื่อโทรศัพท์มือถือของเขาสั่น เขาหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังขึ้นว่าใครคนหนึ่งกำลังคอลไลน์เข้ามาหาเขา

“แฟนโทรมาเหรอ ดีจัง” เขาหันมองคนข้างตัวที่กำลังเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์เขาอยู่เช่นกัน “แฟนฉันไม่เห็นตามตัวแบบนี้บ้าง”

“คู่เธอมันประหลาด -_-

“เชอะ” เขาเอื้อมมือไปผลักศีรษะเธออีกครั้ง และหญิงสาวก็ทำหน้ามุ่ยอีกเช่นเคย

“รับซะสิ แฟนนายนอนดึกเหมือนกันนะเนี่ย”

“เดี๋ยวฉันไปคุยโทรศัพท์แป๊บนึง รออยู่ตรงนี้ล่ะ” เธอทำเพียงแค่พยักหน้าให้ ก่อนที่เขาจะปลีกตัวเดินออกห่างไปจากตรงนี้

หญิงสาวละสายตาจากคนที่เดินออกไปก่อนจะเอาโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาดูบ้าง แต่มันกลับเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่ใครที่ทักเธอมา แม้กระทั่งแฟนหนุ่มที่อยู่ที่ไทยของเธอ

เธอได้แต่กรอกตาเมื่อชีวิตรักของเธอมันช่างต่างราวฟ้ากับเหวกับคนที่อยู่ข้างตัวเธอเมื่อกี้

มันก็น่าแปลกดีเหมือนกัน...

คนที่นี่ใครๆ ต่างก็ชอบคิดว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกันอยู่เรื่อย ทั้งๆ ที่เพื่อนคนไทยที่นี่นอกจากเธอกับเขาก็มีคนอื่นอีกตั้งหลายคน

อย่าว่าแต่คนนอกเลย...คนไทยด้วยเองนี่ล่ะที่ตัวดีชอบแซวเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาต่างก็มีแฟนเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น การที่เขากับเธอจะสนิทกันก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหน ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงชอบล้อกันนัก

จะให้เธอกับเขาเป็นมากกว่านี้น่ะเหรอ?

บอกเลยว่ายาก!



1

 

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด~

หนวกหูจัง =_=

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด~

ฟึ่บ!

ฉันเด้งตัวลุกขึ้นมาจากเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงมากดปิดแล้วล้มตัวนอนอีกครั้ง

นี่ขนาดตั้งนาฬิกาปลุกให้ได้นอนครบ 8 ชั่วโมงพอดีแล้วนะ ง่วงเป็นบ้า T^T

ครืด ครืด~

ยังไม่ทันที่ฉันจะหลับตาลงอีกรอบ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อใครบางคนทักไลน์ฉันมา ฉันพลิกตัวไปอีกทางพลางเปิดอ่านข้อความไปด้วย

 

ตื่นได้ละคุณนาย

ตื่นแล้ว -.,-‘

ลงมากินข้าวได้ละ ตอนนี้เลย เร็ว!’

 

พอเห็นข้อความแบบนั้นฉันก็เลยต้องพยุงสังขารตัวเองลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงไปข้างล่างทั้งที่ใส่ชุดนอนอยู่ ฉันเดินเข้าไปในล็อบบี้ของหอที่เป็นทั้งที่นั่งเล่นและที่รับประทานอาหารสำหรับทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ด้านหลังของล็อบบี้เป็นห้องครัวที่เอาไว้ให้ทุกคนทำอาหารกันเองได้

ฉันเดินหาววอดๆ ไปยังโต๊ะตัวที่อยู่ด้านหน้าห้องครัวที่ตอนนี้มีผัดมาม่าที่ขนกันมาจากไทยหลายจานวางเรียงเอาไว้ และคนที่ไลน์ตามฉันเมื่อกี้นี้ก็กำลังจัดวางช้อนส้อมไว้ในจานแต่ละใบ

ครืด ~

เสียงเลื่อนเก้าอี้ของฉันทำเอาเขาเงยหน้าขึ้นมองทันที

“น้ำก็ยังไม่อาบ น่าเกลียด”

“แล้วใครบอกให้รีบลงมาล่ะ -_-

うるさい (หนวกหู)” เขาไม่พูดเปล่า ยังทำท่าจะเอาส้อมในมือจิ้มแก้มฉัน จนฉันต้องรีบเอนตัวหนี

ยุ่งกับแก้มฉันจัง มีวันไหนที่เขาจะไม่แกล้งฉันบ้างเนี่ย!

ฉันได้แต่มุ่ยหน้าใส่คนที่กำลังหันไปจัดการกับช้อนส้อมในมือตามเดิม พร้อมๆ กับที่พ่อครัวเจ้าของฝีมือทำผัดมาม่าเดินออกมาจากห้องครัวแล้วตรงมาหาเราสองคน

ตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นได้สองเดือนกว่าๆ ชีวิตฉันก็สุขอุราซะเหลือเกินนะเนี่ย~

ฉันชื่อไอด้าค่ะ ตอนนี้อายุ 18 ปีแต่ก็ใกล้จะ 19 ปีแล้วล่ะ >.,< ฉันมาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเตรียมจะต่อเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมจากที่ไทยมา การมาเรียนที่นี่ของฉันมีเรื่องเกินคาดหลายเรื่องสุดๆ

ฉันเลือกที่จะมาเรียนที่ฟุคุโอกะแทนที่จะไปเมืองที่คนไทยนิยมไปอย่างโตเกียวหรือโอซาก้าเพราะอยากจะหลีกหนีความวุ่นวาย อยากใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์อยู่ในเมืองที่ผู้คนไม่พลุกพล่านเกินไปแต่ก็มีความเจริญไม่ต่างจากเมืองใหญ่ๆ และที่นี่ก็ตอบโจทย์ฉันมาก อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันเลือกมาที่นี่เพราะตอนแรกฉันคิดว่าที่นี่คงมีคนไทยไม่เยอะสักเท่าไหร่

แต่พอมาถึง...ฉันคิดผิดถนัด =_=;

โรงเรียนที่ฉันมาเรียนภาษากลับมีคนไทยมาเรียนเยอะจนน่าตกใจ อันที่จริงมันก็ไม่ได้เยอะจนน่ากลัวขนาดนั้น แต่มันก็มากกว่าที่ฉันคาดไว้ไปหน่อย ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจะยุ่งกับคนไทยหรืออะไรแบบนั้นหรอกนะ เพียงแต่ตอนแรกแค่คิดว่าถ้ามีเพื่อนต่างชาติคงจะดีกว่า เพราะได้ฝึกภาษาไปด้วย แต่พอมาแล้วเจอคนไทยเต็มไปหมด มันเลยทำให้ฉันอยู่แต่กับคนไทยไปโดยปริยาย นี่ไม่ต่างจากตัวเองอยู่ไทยสักนิด ถ้าไม่ใช่ตอนเรียนฉันก็แทบไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเลย =_=

แต่มันก็ไม่ได้แย่หรอกนะ มีคนไทยก็ดี เพราะมันไม่เหงาไงล่ะ :)

“กว่าจะตื่น ดีคนอื่นเขาไม่กินเสร็จกันก่อน” ฉันมู่หน้ามองพ่อครัวที่มานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับฉัน พ่อครัวประจำแก๊งคนไทยของเราชื่อพี่เนม เป็นผู้ชายสารพัดประโยชน์ เป็นทั้งตากล้องมือฉมัง ทำอาหารก็เก่ง แถมยังเป็นที่ปรึกษาเวลาน้องๆ มีปัญหาอีก พี่เนมอายุ 23 ปีแล้ว เรียนจบมหาวิทยาลัยก็มาเรียนต่อที่นี่เพื่อจะรอต่อปริญญาโทนั่นล่ะ

“อะไรกันพี่เนม แค่บ่ายสองเอง ด้าลงมาอาหารยังไม่เสร็จด้วยซ้ำ”

“ก็เพราะรู้ว่าจะตื่นสายไง พี่เขาถึงทำช้ารอเธอนั่นล่ะ” ฉันหันขวับมองคนที่เพิ่งวางช้อนส้อมจานสุดท้ายเสร็จ แล้วเดินมานั่งลงข้างฉัน

“อย่ามามั่ว ถ้าปลุกตอนไหนฉันก็ตื่นทั้งนั้นล่ะ แล้วก็ไม่ได้บอกให้รอซะหน่อย”

“ก็สงสารกลัวคนเอ๋อๆ จะตื่นมาแล้วหิวไม่มีข้าวกินไง”

“นี่!” ฉันทุบไปที่แขนของเขาจนร้องโอ๊ยออกมา

“โอ๊ย อะไรเนี่ย คนอุตส่าห์หวังดี”

“หลอกด่าฉันล่ะสิไม่ว่าไอ้บ้าพั้นช์ ปกติฉันก็ตื่นเร็วกว่านี้หรอก เมื่อวานไปผับมากว่าจะกลับก็ตั้งเช้า ขอนอนนิดนอนหน่อยไม่ได้เหรอไง”

“ไม่ทันว่าอะไรเลยจะร่ายยาวทำไมเนี่ย” ฉันส่งสายตาฟาดฟันไปที่เขาโดยไม่พูดอะไรอีก

ชอบกวนประสาทแล้วทำให้หงุดหงิดตลอด T^T ไอ้บ้า

หมอนี่ชื่อพั้นช์ เขาอายุเท่ากันกับฉัน เราเพิ่งมารู้จักกันที่นี่ พั้นช์มาที่นี่พร้อมกันเพื่อนเขาอีกคนหนึ่งและก็ตั้งใจว่าจะต่อมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นเหมือนกันกับฉัน แต่หมอนี่เก่งภาษาญี่ปุ่นมากเพราะเคยมาแลกเปลี่ยนช่วงมัธยมปลายหนึ่งปีเต็มๆ

ถ้าจะให้พูดตรงๆ นอกจากรูมเมทของฉันที่ไลฟ์สไตล์ค่อนข้างตรงกันแล้ว ในกลุ่มคนไทยนั้น พั้นช์คงจะเป็นอีกคนที่ฉันพูดได้ว่าสนิทมากที่สุด

จะพูดยังไงดีล่ะ =_= พูดยากจังแฮะ

ทั้งๆ ที่ฉันกับเขาก็กัดกัน และพูดดีกันแทบนับคำได้ แต่อาจเป็นเพราะเราไปไหนด้วยกันบ่อยมั้ง เขาเลยเป็นคนที่ช่วยเหลือฉันมาตลอดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หมอนี่เป็นคนเฟรนด์ลี่พอตัว เข้ากับคนง่ายมาก ขนาดเพื่อนต่างชาติที่โรงเรียนเจอใครก็ทักทายเขาไปซะหมด เลยเป็นที่รักของเพื่อนๆ มากโดยเฉพาะสาวๆ

พูดแบบไม่อายปากเลยนะว่าเขาเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง บุคลิกเขาดูโตกว่าคนวัยเดียวกันอย่างฉันซะอีก พั้นช์สูงราวร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวขาว ผมน้ำตาลเข้มธรรมชาติ ดวงตาเรียวได้รูป จมูกแม้ไม่ถึงกับโด่งมากแต่ก็รับกับใบหน้าเรียวได้รูปของเขา และสิ่งที่สาวๆ ที่นี่ชอบคงจะเป็นรอยยิ้มละลายใจของเขาที่ทุกคนเห็นกันจนชินตา

เพราะพั้นช์เก่งญี่ปุ่นมาก เวลาไปไหนด้วยกันเขาเลยมักจะเป็นฝ่ายนำทัพฉันตลอด และหมอนี่ก็ไม่ค่อยปฏิเสธอะไร ชวนไปไหนก็ไป เหมือนจะใจดีแต่เขาก็กวนประสาทฉันอยู่เรื่อย -_-

และการที่เราสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ มันเลยทำให้ในกลุ่มคนไทยด้วยกันชอบแซวว่าฉันกับเขาคิดไม่ซื่อต่อกัน ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันมีอะไรเลย

จะเป็นไปได้ยังไงล่ะในเมื่อพั้นช์ก็มีแฟนแล้ว และฉันก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน

แฟนของพั้นช์เองก็มาเรียนที่ญี่ปุ่นแต่เรียนอยู่ที่โตเกียว ส่วนแฟนของฉันตอนนี้อยู่ที่ไทยและจะมาเรียนที่นี่ตอนเดือนตุลาคม แฟนฉันชื่อเวย์ ตอนแรกเขากะจะมาพร้อมฉันนั่นล่ะ แต่ลีลาอยู่นั่นตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าสรุปจะเอายังไงกับชีวิตดีจนทำเรื่องไม่ทัน เลยต้องตามมาทีหลังแทน

“กินก่อน กัดกันอยู่นั่น” พี่เนมเอ่ยขัดเราสองคนขึ้นมา พร้อมๆ กับที่คนไทยอีกสามคนเดินเข้ามาหาพวกเราที่โต๊ะ

คนหนึ่งนั่งเก้าอี้ถัดจากพั้นช์ และอีกสองคนนั่งฝั่งเดียวกับพี่เนม คนที่นั่งถัดจากพั้นช์คือปกป้อง เพื่อนสนิทของเขาที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ว่าเขามาเรียนด้วยกัน ปกป้องเป็นผู้ชายชื่อไทยที่นิสัยไม่ไทยเลย -_- หมอนั่นถ้าไม่รู้จักหรือสนิทอาจจะดูหยิ่งหรือเงียบๆ แต่ถ้ารู้จักแล้วก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่น่าสนิทด้วยคนหนึ่ง แต่ถ้าเรื่องผู้หญิงล่ะก็...เจ้าชู้เงียบสุดๆ ร้ายอย่าบอกใคร

ส่วนอีกสองคนที่นั่งตรงข้ามกับพวกเราคือคู่รักคนไทยที่เพิ่งมาปิ๊งรักกันที่นี่ และมาเรียนที่นี่ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว ชื่อพี่เป๊กกับพี่โบว์ อายุ 25 ปีกันทั้งคู่ ซึ่งเป็นพี่ใหญ่สุดในกลุ่มพวกเรา

นี่ก็จะครบแก๊งแล้ว ขาดแต่ยัยแซนที่เป็นรูมเมทฉัน วันนี้ยัยนั่นมีแพลนไปซื้อของเลยไม่ได้อยู่กินมาม่าพร้อมหน้าพร้อมตากับพวกเรา และก็ไม่ได้ไปผับกับพวกเราเมื่อวานด้วย

“เห็นมั้ย คนอื่นมาช้ากว่าฉันอีก” ฉันหันไปพูดกับพั้นช์เมื่อทุกคนประจำที่นั่งและเริ่มลงมือกินผัดมาม่าของตัวเองกันแล้ว

“คนอื่นเขาอาบน้ำกันหมดแล้วไม่เห็นเหรอ มีแต่เธอนั่นล่ะ ช้า!

“นี่ขนาดกินข้าวยังจะทะเลาะกันอีกเหรอเนี่ยสองคนนี้” เสียงของพี่เป๊กพี่ใหญ่ของเดอะแก๊งทำเอาฉันเลือกที่จะเงียบ แล้วหน้าบูดเริ่มลงมือกินผัดมาม่าในจานตัวเอง

เพิ่งเห็นว่าใส่หอมใหญ่มาด้วย อี๋ TOT~

“เอามานี่ ฉันจะกิน” ฉันหันไปมองพั้นช์ที่คาบส้อมเอาไว้ในปากและมองจานฉันอยู่

เมื่อเขาเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร หมอนั่นก็ดึงจานฉันไปก่อนจะเขี่ยหาหอมใหญ่แล้วตักไปใส่จานเขาแทน

หมอนี่รู้ว่าฉันไม่ชอบกินหอมใหญ่ และเขามักจะเอาไปกินเองพร้อมกับบ่นว่าเสียดายของเสมอ

“ดูแลกันดีตลอดเลยนะเนี่ย~

ฮะ =O=

ฉันกับพั้นช์หันไปมองพี่โบว์ที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยน์อะไรบางอย่าง และตอนนี้ทุกคนในโต๊ะกำลังพากันมองมาที่เราสองคน

อีกแล้ว =_=;

ทำไมชอบหาเรื่องจับผิดเราสองคนอยู่เรื่อยเนี่ย

“อะไรพี่โบว์ ผมแค่เสียดายของพี่ ยัยนี่ชอบเขี่ยของทิ้งเห็นแล้วเสียดาย” พั้นช์ดันจานกลับมาที่เดิมพร้อมกับพูดกับพี่โบว์ไปด้วย

“พี่ก็ไม่ชอบกินนะ ทำไมไม่เอาของพี่ไปบ้างเลย พั้นช์ลำเอียงอ่ะ”

=_=;

คนในโต๊ะพากันหัวเราะสนุกสนาน ขณะที่ฉันได้แต่ใช้ส้อมม้วนมาม่าเข้าปากเงียบๆ ปล่อยให้พั้นช์เถียงต่อไปคนเดียว

ฉันบอกแล้วว่ามันเป็นแบบนี้ซะทุกครั้งไป เวลาที่ฉันกับพั้นช์ทำอะไรก็ต้องมีคนคอยมองแล้วเอามาแซวตลอด

ที่จริงมันอาจจะเป็นเพราะวันนั้นด้วยล่ะมั้ง...

ก่อนหน้าที่เราจะมาสนิทกันแบบนี้ ช่วงที่พวกเรามาที่นี่กันใหม่ๆ พี่เป๊กได้จัดปาร์ตี้แค่พวกเราคนไทยกันเองในห้องของพี่เป๊ก และพวกเราก็โดนถามคำถามเยอะแยะไปหมดจนได้รู้ว่าพั้นช์เกิดวันเดือนปีเดียวกับฉัน ซึ่งคือวันที่ 2 สิงหาคม และฉันก็ได้รู้ว่าพั้นช์เคยเรียนโรงเรียนตอนม.ต้นที่เดียวกัน แต่เราไม่รู้จักกันและจำกันไม่ได้ และบ้านของเราสองคนก็ห่างกันแค่ซอยเดียวเท่านั้น อะเมซิ่งมั้ยล่ะ

เพราะแบบนั้นคนอื่นก็เลยล้อกันว่าเราสองคนเป็นเนื้อคู่ที่ตามหากันมานานรึเปล่า -_-^ ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย ทุกคนชงเข้มมากเรื่องฉันกับเขา ถ้าหากมันเป็นเหล้า เหล้าแก้วนี้คงจะเข้มมากจนคนดื่มแล้วเมาสลบเลยนั่นล่ะ

“โหยพี่ก็มีพี่เป๊กคอยกินให้ไง ผมไปกินของพี่ พี่เป๊กได้เคืองผมพอดี” พั้นช์พูดติดตลกขึ้นมา

“เฮ้ยๆ อย่าเฉไฉ กลัวไอด้ากินไม่ได้ก็บอกมา” พี่เป๊กเอ่ยขึ้น

“จะบ้าเหรอพี่ ผมแค่เสียดายของ”

“เสียดายทุกครั้งเลยนะ ถึงกินแทนกันทุกครั้งได้” คราวนี้เป็นปกป้องที่เอ่ยขึ้นมาเงียบๆ และคำพูดของหมอนี่มักจะน็อกเอ๊าท์ทุกคนได้ตลอด “กับแฟนทุ่มเทแบบนี้มั้ยวะ”

“เงียบปากไปเลยไอ้ป้อง!

“เอออ เงียบไปเลย พูดมาก!” ฉันรีบพูดเสริมพั้นช์ไป และมันก็ยิ่งทำให้ทุกคนหัวเราะกันมากขึ้นกว่าเดิม

จะล้ออะไรกันนักหนาเนี่ย หมอนี่ก็ใจดีกับทุกคนเป็นปกตินั่นล่ะ T_T

“เลิกล้อกันได้แล้วทุกคนเลย บอกเป็นสิบรอบแล้วเนี่ยว่าไม่มีอะไรเลย” ฉันเอ่ยออกมาแบบไม่ได้คิดอะไรมาก “ผู้ชายเป็นเพื่อนกับผู้หญิงไม่ได้เหรอไงคะ ทำไมจ้องจับผิดกันจังเลยเนี่ย”

“ไอ้เป็นน่ะมันเป็นได้ แต่...” คราวนี้เป็นพี่เนมที่เอ่ยขึ้นมา

พี่เนมเงียบไปครู่หนึ่งพร้อมกับมองฉันและพั้นช์สลับกันไปมา ก่อนจะยกยิ้มบางๆ ราวกับแฝงความหมายบางอย่างเอาไว้

“การกระทำบางอย่างคนเป็นเพื่อนกันเขาก็ไม่ทำให้กันนะ”

=O=

“อย่างที่พวกแกทำ ฉันว่าพวกเป็นแฟนกันทำมากกว่า”

“โอ๊ย พี่เนมเพ้อเจ้อ! แค่ตักหอมใหญ่จะคิดอะไรเยอะ” ฉันตัดบทแล้วก้มหน้าก้มตาสูดเส้นมาม่าเข้าปากไม่หยุดหย่อน พั้นช์เองก็ป่วยการที่จะเถียงอะไรต่อและเริ่มลงมือกินอีกครั้งเช่นกัน ปล่อยให้ทุกคนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สนุกกับการแซวเราสองคนต่อไป

เวลาโดนจับผิดสุดท้ายก็จบลงแบบนี้ทุกที =_=

ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ทั้งฉันกับเขาก็ต้องปล่อยให้ทุกคนล้อต่อไป เพราะยังไงมันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว

ก็บอกแล้วไงล่ะว่าเรื่องฉันกับเขามันเป็นไปไม่ได้

โนเวย์!




ทอล์คทอล์ค <3

สวัสดีค่าทุกคนนนนน

รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ไม่ได้ลงนิยายในเด็กดีมานานเหลือเกิน (ฮา)

สัญญาไว้แล้วว่าถ้ามีเรื่องใหม่จะเอามาลง ก็เลยจัดเต็มให้เลยค่ะ

จะบอกว่าเพิ่งแต่งเสร็จไม่กี่วันมานี้ ยังไม่รู้ผลพิจารณา แต่ก็อยากเอามาลงให้อ่านก่อน อิๆ


หลังจากสปอยล์ไปในเพจ หลายคนคงเดาทิศทางเรื่องกันพอออก 55555

เรื่องนี้ตั้งใจแต่งหนักมากค่ะ มากจริงๆ พลอตอาจจะไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก

แต่อยากจะบอกว่าฟีลลิ่งจัดเต็ม และอารมณ์ของเรื่องมันจะไต่ระดับไปเรื่อยๆ

แลกๆ ก็กรุ๊งกริ๊งใสๆ แต่ต่อไปจะเป็นยังไงรอติดตามค่ะ 555555

ตัวละครเรื่องนี้่สีเทามากๆ นอกจากหน้าตาดีๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีใครนิสัยเพอร์เฟ็กค่ะ 555555555

มีด้านดีด้านมืดปะปนกันไป เหมือนหยิบจับคนในชีวิตจริงๆ เข้าไปอยู่ในนิยาย 55555

มีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการอ่านนิยายเรื่องนี้

ถ้าอยากจะอ่านให้สนุกและอินยิ่งขึ้น ต้องคิดว่าอย่าอ่านนิยาย แต่คิดซะว่ากำลังนั่งฟังเพื่อนคนนึงเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังค่ะ

แล้วจะรู้สึกเรียลลลไปกะมัน *ยิ้มมุมปาก*


อีกอย่างคือโลเคชั่นในเรื่องเป็นที่ฟุคุโอกะแทบทั้งหมด

เพราะอยากจะนำเสนอที่นี่ตอนที่เคยมาอยู่ค่ะ มันดี๊ดี! เผื่อใครอ่านเรื่องนี้แล้วอยากจะไปเที่ยวบ้าง >.<


ยังไงก็ฝากด้วยนะค้าา

จะทีมคนซ้าย หรือ ทีมคนขวา แล้วแต่ใจจะปรารถนาเลยค่ะ 55555555


ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ

1 คอมเม้นท์ 1 กำลังใจน้า


ม๊วฟฟฟฟฟ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #86 Sweet_Tissue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 22:45
    นอกใจก็ผิดอ่ะดิ 555 ยกเว้นจะมีเหตุผลที่เลิกกัน แต่มันก็ทะแม่งๆ อยู่ดี
    #86
    0
  2. #32 PEUNSWINT (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 23:52
    ชอบแนวนี้ค่ะ >.< รอซื้อเลยยย
    #32
    0
  3. #19 Aum_chutimaz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 10:38
    ชอบมาก ทำไมชื่อพระเอกมุ้งมิ้งจัง น่ารักๆเเนวนี้ รอเป็นเล่มนะรอซื้อเลยงี้ รอของโชด้วยยย ม๊ววฟฟฟ
    #19
    0
  4. #14 MaiL-MelodY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 12:27
    รอรูปเล่มนะคะ ออกมาไวๆน้าาา
    #14
    0
  5. #13 ✎ เทียนไข ❀ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 17:09
    รอซื้อนะคะ 55555 <3
    #13
    0
  6. #12 eyp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 00:50
    รอออออออ

    ออกเป็นเล่มเมื่อไหร่จะรีบไปซื้อมาอ่านเลยยยยย
    #12
    0
  7. #10 -❀imnickii' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 15:04
    นิยายสีเทาเหรอเนี่ยแงงง ; - ; รอซือน้าาพี่ออม
    #10
    0
  8. #9 บุบบับ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 10:10
    มันต้องมีการนอกใจกันเกิดขึ้นแน่ๆค่ะ เดี๊ยนสัมผัสได้ 555555555
    ลงบ่อยๆนะคะ ติดตามน้า
    #9
    0
  9. #8 Baifernsiii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 02:06
    อัพบ่อยๆน้า สนุกมาก
    #8
    0
  10. #7 Delta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 01:22
    โอ้ยยยยย รอค่ะรอออออออออออ
    #7
    0
  11. #6 DD7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 21:10
    ชอบมากๆเลยคะ สนุกมากๆจะรอตอนต่อไปนะคะ =3=
    #6
    0
  12. #5 opal.ja (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 20:54
    รอนะคะ
    #5
    0
  13. #4 Fran_Ny^^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 20:49
    ชอบตอนที่พั้นซ์กินหอมใหญ่ในจานไอด้าอะน่ารักกกกก~~ เหมือนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ิอเลย😍

    ความอยากรู้ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆที่อ่านเลยค่ะ

    รีบอัพตอนต่ออีกน้าาาาาา~~~

    #4
    0
  14. #3 Monthakan Wangwaeree (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 20:42
    ชอบมากๆๆ รออ่านต่อนะคะพี่ออม
    #3
    0
  15. #2 I am sone (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 19:54
    สนุกคะ ชอบจังเลย^^
    #2
    0