[Fic Diabolik lovers] Bloody Sakura ซากุระสีเลือด [END]

ตอนที่ 5 : กลิ่นเลือดครั้งที่ 3 : ซากุระสานมิตร [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    12 เม.ย. 59

สายลมผู้งดงาม...

จงสานมิตรอันหลอกลวง...

 

กึก !

 

            “นายไม่ได้อยู่กับฉันในวันที่ฉันต้องการนาย...ชูชูเงียบไปหลังจากที่ฉันพูดใส่เขาแบบนั้น ร่างสูงรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร แต่ชูก็เป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบพูดมาตั้งแต่ไหนแต่ไหร่แล้วจึงเลือกที่จะไม่ตอบโต้ฉัน เช่นเดียวกับฉันไม่อยากพูดมาก

 

            เพราะถ้าหากต้องมาระลึกความหลัง ฉันก็กลัวว่าความทรงจำแสนทรมานมันจะกลับมาทำร้ายฉันอีก ทว่าในตอนที่ฉันต้องการให้เขาเงียบต่อไปแบบนั้น ชูกลับแทรกขึ้นมาให้ร่างกายฉันชาเล่น

 

            เธอเองก็ไม่เคยร้องขอให้ฉันช่วยเหมือนกัน

 

            “…”

 

            “จะมาพูดเอาแต่ใจแบบนั้นไม่ได้ฉันยันตัวนั่งตวัดสายตาไปมองร่างสูงที่นอนหลับตาพริ้มไม่รู้สึกรู้สาอะไร ถ้าอยากได้รับความช่วยเหลือเธอก็ต้องร้องขอ ไม่ใช่นั่งรอให้ใครมาหาเอง

 

            “เฮอะ งั้นตอนนั้นฉันคงผิดเองที่เรียกหานายเบาไปหน่อย

 

            “…”

 

            “นายเลยไม่ได้ยินเสียงเรียกของฉัน พูดจบฉันก็ลุกพรวดออกจากเตียงใช้ความเร็วหนีออกมาจากห้องนอนของยุยโดยไม่สนว่าชูจะทำหน้ายังไง มันไม่สำคัญกับฉัน อีกอย่างถ้าให้ฉันทนอยู่ตรงนั้นต่อไปมีหวังฉันได้ระเบิดพลังออกมาอีกแน่ ฉันไม่อยากทำร้ายใครถ้าไม่จำเป็นหรอกนะ เสียพลังโดยใช่เหตุ ยิ่งกับชูแล้วฉันยิ่งไม่ควรไปเสียเวลาด้วย

 

            เพราะเขาไม่เคยมองเห็นความผิดของตัวเองหรอก

 

            ยูสึ...ทำไมเธอถึงไม่เรียกหาฉัน

 

          ‘นายเคยได้ยินเสียงของฉันด้วยเหรอชู

 

            ฉันกำหมัดแน่นทุกความทรงจำยังคงตอกย้ำถึงความเจ็บปวดนั้นดี ฉันจำได้ จำได้ทุกอย่างว่าวันนั้นมันเลวร้ายแค่ไหน ฉันเกือบตายกับการถูกรุมทำร้ายโดยพี่น้องของตัวเอง เลือดของฉันแดงฉานไปทั่วพื้นฉันนอนหายใจรัวรินอยู่ในห้องขังไม่ต่างจากหนูตายรังตัวนึง ภายในความมืดฉันมองไม่เห็นอะไรนอกจากเรื่องเลวร้ายที่ทำให้ตัวเองแทบไม่รอดชีวิต

 

            แล้วชูก็เดินเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งไม่อาจจะข่มนัยน์ตาที่สั่นไหว ชูยืนจับลูกกรงมองร่างฉันในวัย 7 ปีด้วยแววตาปวดร้าวราวกับกระจกที่กำลังจะแตกออก สิ่งแรกที่หลุดออกมาจากปากของเขาทำให้ฉันต้องกลืนความเจ็บลงคอไป

 

            ถ้อยคำว่า เจ็บไหม มันไม่ใช่ถ้อยคำที่ฉันอยากได้ยิน แต่ถ้อยคำที่ฉันอยากได้ยินคือคำว่า ฉันขอโทษถ้าตอนนั้นเขาพูดออกมาสักนิด ฉันคงไม่จำมันฝังใจขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ทำ เขาเอาแต่ถามวนเวียนอยู่แบบนั้นโดยไม่สนใจว่าฉันจะเหยียดยิ้มร้ายกาจให้เขาแค่ไหน

 

            เขาทำให้ฉันรู้จักคำว่าคนที่เราไว้ใจมักมาหลังความตายเสมอ...และเขาทำให้หัวใจของฉันด้านชา

 

            ชูคือต้นเหตุที่ทำให้ฉันไร้หัวใจ เพราะความช่วยเหลือที่เขายิบยื่นให้มันสายเกินไปสำหรับการเรียกร้องของฉัน ในตอนนั้นฉันกล่าวถ้อยคำร้ายกาจสาบานว่าจะไม่มีทางกลับมาเหยียบคฤหาสน์ของเขาอีก ทว่าวันนี้ฉันกลับผิดคำสาบาน

 

            ฉันกลับมา และได้เจอเขาอีกครั้ง...

 

กึก !

 

            “ยืนคิดอะไรอยู่เหรอซินจังเสียงกระซิบที่ข้างหูทำให้ร่างกายของฉันเย็นวาบแทบจะทันที ยังไม่ทันที่ฉันจะได้หันไปคนด้านหลังก็ใช้ความเร็วโผล่มาอยู่ตรงหน้าฉัน นัยน์ตาสีสวยนั้นกำลังแทะโลมฉันอย่างเปิดเผย เสียงหัวเราะที่ฟังดูโรคจิตนั้นทำให้ฉันตีหน้าขรึมอย่างรวดเร็ว

 

            ไรโตะ น้องชายฝาแฝดแม่เดียวกับอายาโตะและคานาโตะ ในตอนเด็กฉันรู้จักพวกเขาเพียงแค่ชื่อ เพราะฉันสินทกับชูมากกว่าใคร ส่วนเรย์จิรายนั้นเราแค่ชอบอะไรเหมือนๆกันอาจจะคุยกันบ้างแต่ก็ไม่สนิทเหมือนกับชู ถึงอย่างนั้นก็พอจะได้ยินมาบ้างว่าพี่น้องของชูเป็นยังไง

 

            แต่ฉันมั่นใจว่าตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน

 

            อือฮึ ดีใจจังที่ซินจังรู้จักชื่อของฉัน เขายิ้มหวานแต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจที่สุด กำลังจะไปไหนเหรอ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม ?

 

            “หึ อย่าดีกว่ามันดูไม่ปลอดภัย

 

            “ฉันดูอันตรายเหรอ ?ไรโตะถาม ทว่านัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์จนออกนอกหน้า มือเย็นเฉียบนั่นกำลังไล้ขึ้นมาจากมือของฉัน ไล่มาเรื่อยๆจนถึงหัวไหล่ ใช้ปลายนิ้วไล้ริมฝีปากของฉันนิดหน่อยพอให้รู้สึกว่าเขาจ้องจะเล่นงานฉันอยู่ ฉันออกจะเป็นมิตรนะซินจัง

 

            “…”

 

            “ทำไมเราไม่ทำอะไรดีๆร่วมกันล่ะ

 

            “อะไรดีๆที่ว่านี่หมายความว่าไง ?

 

            “ก็หมายถึง... ไรโตะเว้นวรรคยาวราวกับละไว้ในฐานที่เข้าใจก่อนจะใช้สายตาหื่นกระหายมองฉันด้วยแววตาโลมเลียติดโรคจิตสุดๆ แน่นอนฉันไม่ได้หวั่นกับสายตาพรรค์นั้นแม้ว่ามันจะทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงนิดหน่อยก็ตาม

 

            อีกอย่างไม่ว่าใครก็ไม่มีทางชอบสายตาแบบนั้นอยู่แล้ว มันน่ารังเกียจเกินไปที่จะทำใจรับลง ไม่เพียงแค่นั้นมืออีกข้างของเขาก็ไล้วนไปมาทั่วหัวไหล่ของฉันให้รู้สึกวาบหวิวเล่นก่อนที่จะโอบร่างฉันไปกอดเอาไว้ ฉันมองเขาด้วยแววตากลายๆจะต่อว่า

 

            แต่เขากลับส่งยิ้มมาเหมือนว่านี่ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

 

            น่ารังเกียจที่สุด

 

            ได้ยินไหมซินจัง หัวใจฉันกำลังเต้นอย่างบ้าคลั่งเลยล่ะ น้ำเสียงที่เหมือนกับพวกหื่นกามทำให้ฉันค่อยๆดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดแสนน่าขยะแขยงของเขา ทว่าไรโตะดื้อรั้นกว่านั้นเพราะทันทีที่ฉันทำแบบนั้นเขาก็รวบร่างฉันไว้แน่นกว่าเดิม จะไปไหนล่ะซินจัง เรายังไม่ได้ทำเรื่องดีๆด้วยกันเลยนะ

 

            “ฉันไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะมาเล่นอะไรแบบนั้นหรอกนะ

 

            “แต่ว่าเธอเป็นเจ้าสาวไม่ใช่เหรอ ?

 

กึก !

 

            “เป็นเจ้าสาวก็ต้องถวายตัวให้เจ้าบ่าวสิ ต่อต้านแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ เขากดลงมากระซิบข้างหูของฉัน เนื้อเสียงที่ชวนให้ขนลุกนั้นทำให้ฉันยอมใช้พลังกลายร่างเป็นกลีบดอกซากุระเพื่อผละออกมาจากร่างของเขา ฉันได้ยินเสียงไรโตะถอนหายใจอย่างไม่พอใจนิดหน่อย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงยิ้มรับให้เหมือนเดิม

 

            ฉันคืนร่างปกติอีกครั้งถอยห่างจากเขาสองสามก้าวก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายกาจแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีทางจะทำอะไรฉันได้เลย

 

            ไม่มีวัน

 

            ดูเหมือนคุณจะตีความผิดไปหน่อยนะไรโตะ...คุงฉันพูดพร้อมแตะนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากตัวเอง ส่วนอีกมือก็เหมือนกอดเอวตัวเองกลายๆ เจ้าสาวที่ถวายตัวให้กับเจ้าบ่าวคือคนที่ตกลงว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดกาล เป็นความรักของคนสองคน

 

            “...

 

            “แต่กับในสถานการณ์ที่พวกคุณทุกคนเป็นตัวเลือกของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องถวายตัวให้ใคร มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจำเป็นต้องทำ รอยยิ้มของไรโตะหายไปทันทีที่ฉันทำน้ำเสียงเย่อหยันพลางมองจิกเขาด้วยแววตาเหยียดหยาม เพราะคนที่เป็นหมากตายมันคือพวกคุณ ไม่ใช่ตัวฉัน อย่าเหมารวมว่าฉันจะยินยอมคุณเหมือนที่เจ้าสาวพวกนั้นทำ อย่าให้เราต้องเกลียดขี้หน้ากันเพียงเพราะการกระทำต่ำๆของคุณเลยนะ

 

            “อือฮึ...พูดตรงดีนะซินจัง เล่นเอาหัวใจฉันร้าวรานเลยล่ะ

 

            ฉันเสียใจที่ทำให้คุณเจ็บปวดไรโตะผู้น่ารัก ฉันแสยะยิ้มหยันก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขา หยุดยืนตอนที่ปลายเท้าเราแตะกัน จากนั้นก็ยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆว่า เอาเป็นว่าหลังจากนี้ฉันหวังว่าเราเข้ากันได้ดี ฉันจะทำตัวดีๆกับคุณ

 

            “หืม...พูดจริงเหรอ ?

 

            “เปล่า

 

            “อะ...!”

 

            ฉันโกหกJ

 

รอยยิ้มของไรโตะหายไปเช่นเดียวกับฉันที่โบกมือลาเขาอย่างเสแสร้งก่อนจะพาตัวเองออกมาจากคนโรคจิตที่พร้อมจะสร้างความอันตรายให้แก่ร่างกายของฉัน ฉันเดินเตร็ดเตร่ไปมาเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะไปที่ไหน ตอนแรกก็กะจะเดินกลับไปที่ห้องแต่ก็กลัวว่าชูจะยังอยู่เลยว่าจะลองเดินสำรวจที่นี่ดูเพื่อตัวเองจะคุ้นชินขึ้นบ้าง

 

อีกอย่างฉันอยากรู้ว่าที่นี่ยังเก็บความทรงจำฉันตอนเด็กเอาไว้หรือเปล่า

 

ถ้าไม่ติดว่าตอนที่กำลังเดินผ่านทางเดิน ฉันถูกรั้งเอาไว้ด้วยแววตาไม่พอใจของใครบางคน เรือนผมสีชมพูอ่อนรับกับนัยน์ตาสีทับทิมทำให้ฉันระบายยิ้มบางให้กับเขา

 

เหงาหรือเปล่าสุบารุคุง ?

 

เฮอะ ร่างสูงไม่ได้ตอบเพียงแค่กลอกตาหนีไปมองวิวด้านนอก ฉันเลยเดินไปหาเขาที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่าง มันมีที่นั่งยื่นออกมา กลิ่นที่แรงมากทำให้ฉันพอเดาได้ว่าที่ตรงนี้คงเป็นที่ประจำของเขา สุบารุเหล่ตามามองฉันแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร

 

จนกระทั่ง...

 

สุบารุคุง มีกลีบดอกไม้ติดผมเธออยู่แหนะ

 

หืม ? ร่างสูงหันมาสบตากับฉันพร้อมยกมือขึ้นแตะเรือนผมของตัวเอง แต่ก็ไม่พบและนั่นทำให้คิ้วของเขาย่นติดกัน ไม่เห็นมี...หลอกฉันหรือไง ?

 

นี่ไง ฉันว่าพลางยื่นมือไปจับเส้นผมด้านหน้าของเขา ในตอนแรกมันไม่ได้อะไร แต่พอรูดจนมาถึงปลายโค่นจู่ๆก็มีกลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนซึ่งเป็นสีเดียวกับเส้นผมของเขาติดมือฉันมา นัยน์ตาสีทับทิมเบิกกว้างเพียงชั่วครู่ก่อนจะมองหน้าฉันเหมือนไม่เข้าใจ ทว่าฉันก็เพียงระบายยิ้มให้เท่านั้น บอกแล้วว่ามีกลีบดอกไม้ติดอยู่

 

มายากลไร้สาระ

 

ของพรรค์นั้นฉันทำไม่ได้หรอก ฉันโกหกแล้วเป่ากลีบดอกไม้ออกไปจากมือ จากตอนแรกที่มันมีเพียงแค่กลีบเดียวพอมันต้องกับสายลมและแสงจันทร์ปรากฏว่ามันก็มีการแยกออกอีกหลายกลีบ นัยน์ตาของฉันกลับมาเป็นสีหม่นเหลือบนิลเพราะเมื่อกี้เผลอใช้พลังไป

 

กลิ่นหอมหวานลอยล่องไป สุบารุดูแปลกใจกับมายากลของฉัน

 

เธอมัน...บ้า

 

มันไม่ใช่คำชมที่ดีเท่าไหร่นะ ฉันยิ้มแล้วเงยหน้ามองดวงจันทร์ ฉันไม่เก่งเรื่องการเข้าหาคนโดยเฉพาะคนอย่างเขา อีกครั้งที่กลีบดอกไม้แตะที่เส้นผมของเขา ฉันหยิบมันออกพร้อมเป่ามันเบาๆ สุบารุเริ่มไม่พอใจที่ฉันแกล้งเขาอยู่อย่างนั้น แต่อย่าหาว่าฉันบ้าเลยฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น

 

ก็แต่ละกลีบที่ออกมาจากเส้นผมของเขา มันเผยความทรงจำของเขาออกมาด้วย ฉันมองเห็นผู้หญิงคนนึงที่ถูกขังอยู่บนหอคอย ใบหน้าแสนเศร้าสร้อยทำให้ฉันนึกถึงใครบางคน มีดเล่มนึงถูกส่งให้กับเด็กน้อยและเขาก็เก็บมันมาจนถึงตอนนี้

 

ฉันมองภาพความทรงจำเหล่านั้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลย ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะตอนที่แกล้งดึงกลีบดอกไม้ออกมา ฉันเผลอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่อยู่ในส่วนลึกของหัวใจเขา ความเจ็บปวดที่ไม่มีใครล่วงรู้หรือไม่ก็ไม่มีใครสนใจ

 

พอพบกับความเจ็บปวดในใจฉันก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ ฉันดึงกลีบซากุระออกมาจากเส้นผมของฉัน มันเป็นกลีบดอกสีเดียวกับเส้นผมของฉัน ดำเหลือบม่วงแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวที่ซุกซ่อนอยู่ ฉันยื่นมันให้กับเขา

 

รับไปสิ

 

อะไร ?

 

ของขวัญจากฉัน สุบารุดูไม่เข้าใจกับสิ่งที่ฉันพูด ฉันเลยถือวิสาสะดึงมือเขามา วางกลีบซากุระลงบนมือเขาจากนั้นก็บังคับให้เขากำมันไว้ ร่างสูงยังคงไม่เข้าใจกับการกระทำของฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้อธิบายเพราะทันทีที่ฉันทำแบบนั้นเสร็จ

 

ฉันก็เดินหนีออกมาโดยไม่ลืมหันไปพูดกับเขาว่า...

 

บางครั้งการไม่พูดอะไรก็ใช่ว่าจะเก็บความเจ็บปวดไว้ได้ บางทีถ้านายเล่ามันให้ใครสักคนฟัง อาจจะทำให้นายมีวิธีแก้ไขตัวเองได้นะ

 

เธอพูดอะไร...

 

ลองมองดูในมือสิว่านายกำลังถืออะไรอยู่ สิ่งที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจนาย จบประโยคนั้นฉันก็เดินหนีออกมาทิ้งให้เขาจมปรักกับคำพูดของฉัน ส่วนนึงในหัวใจของฉันก็แตกร้าวไม่ต่างฉัน เราถูกพรากแม่ไปเหมือนกัน แต่ที่หนักกว่านั้นคือฉันถูกบีบบังคับให้...

 

ความทรงจำแสนเลวร้าย ฉันอยากลืมมันไป กลีบดอกไม้ที่ฉันส่งให้เขาคือตัวแทนความเจ็บปวดที่เรามีเหมือนกัน

 

สิ่งที่ฉันให้เขาดูมันคือคมมีดที่เป็นดาบฝังใจเขานั่นเอง...

 

ดูเหมือนคุณจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผมคิด

 

ตึก !

 

            “ผมควรพินิจคุณใหม่ไหม ?คำถามที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไประบายยิ้มให้กับเรย์จิ เขายืนพิงกำแพงขยับแว่นสลับกับมองฉันอยู่ นัยน์ตาสีเดียวกับสุบารุทำให้ฉันรู้ว่าพวกเขาได้ดวงตานี้มาจากพ่อของเขา ใบหน้าที่เรียบนิ่งนั่นทำให้ฉันถอนหายใจออกมานิดหน่อย

 

            รู้สึกเหมือนวันนี้ฉันเจออะไรหนักๆมาเยอะเหลือเกิน

 

            มันก็แล้วแต่คุณนะว่าจะมองฉันยังไง

 

            “…”

 

            “เพราะถึงคุณจะมองฉันแบบไหน สุดท้ายฉันก็คือฉันอยู่ดี เรย์จิมองฉันด้วยแววตาไร้ความรู้สึก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันอึดอัด ฉันรู้ดีว่าอะไรที่ทำให้เขาเฉยเมยขนาดนี้ แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดขี้หน้าเขาเหมือนที่รู้สึกกับพี่ชายของเขา

 

            เนิ่นนานที่เรามองหน้ากันอยู่แบบนั้น สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายหลบตาก่อนจะหาเรื่องคุยใหม่

 

            จะว่าอะไรไหมถ้าฉันอยากจะได้หนังสือสักเล่ม ?

 

            “…”

 

            “เพราะตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้อ่านหนังสืออะไรอีกเลย คำพูดที่มาพร้อมกับการระบายยิ้มบางของฉันทำให้ร่างสูงขยับแว่นเล็กน้อย แทนที่จะบอกฉันว่าห้องสมุดไปทางไหน เรย์จิกลับส่งหนังสือบางอย่างให้ฉันทั้งๆที่เมื่อกี้เขาก็ไม่ได้ถือมันอยู่

 

            ความเร็วของแวมไพร์ที่เหนือมนุษย์นี่ ช่างน่ากลัวเสียจริง

 

            นี่คือหนังสือที่อยากให้ฉันอ่านเหรอ ?

 

            “ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะคืนคุณ

 

            “…”

 

            “มันคือหนังสือที่คุณให้ผมตอนนั้น ฉันรับหนังสือที่ถูกสลักอักษรสีเงินเหลือบดำไว้บนปก ฉันไล่สายตาอ่านชื่อของมันทวนอยู่สักพักก็นึกออก สมทบกับที่เรย์จิบอกเลยทำให้จำได้ว่าฉันให้มันตอนไหน “The Little Prince of Shadows คุณให้มันในวันเกิดของผม

 

            “หมายถึงวันที่เราฉลองกันแค่สองคนเหรอ ?คำพูดติดตลกของฉัน ไม่ได้ทำให้เรย์จิขำ เขาแค่ทำหน้าแปลกใจที่ฉันยังจำได้ ปีนี้คงไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วสินะ ตอนนี้มีน้องๆมามากมายรอร่วมฉลองวันเกิดของคุณอยู่

 

            “ผมไม่สนใจวันแบบนั้นแล้ว

 

            “งั้นเหรอ...น่าเสียดายจัง ฉันทำหน้าเสียดายตามคำพูดก่อนจะกอดหนังสือไว้แนบอก ไว้ถ้าอ่านจบฉันจะเอามาคืนก็แล้วกัน เพราะไหนๆฉันก็ให้มันกับเรย์จิซังแล้ว ฉันก็ควรจะยืมมันแทนที่จะเอามันคืน

 

            “ผมไม่ว่าหรอกนะถ้าคุณจะขอมันคืนเพราะยังไงซะ ผมก็ไม่ได้มีเวลาสนใจมันแล้ว อยู่ไปก็เกะกะผมเห็นว่าคุณมาเลยยังไม่ทิ้งมัน

 

            “ขอบคุณที่ยังนึกถึงฉันนะ รู้สึกซาบซึ้งจริงๆฉันประชด เอาเป็นว่าฉันจะคืนให้เมื่อฉันอ่านจบก็แล้วกัน ถ้าคุณไม่ต้องการฉันคิดว่าคุณควรทิ้งมันด้วยตัวของคุณเอง

 

            “ผมไม่ทำแบบนั้น

 

            “ทำไม ?

 

            เพราะมันเป็นของที่คุณให้ ผมเลยไม่ทิ้งมัน

 

LOADING 100 PER

 

###คุยกันตามประสาคนอ่านคนเขียน

ฮั่นน้อววว เรย์จิกับยูสึนี่มีความสัมพันธ์กันยังไงกันแน่น้า

ตอนหน้าจะเป็นยังไง แต่รับรองว่าเจอฤทธิ์ของยูสึเยอะกว่านี้แน่

แล้วใครจะเป็นผู้โชคร้ายคนนั้นกัน อย่าลืมติดตามกันน้า

ใครอยากอ่านเม้นรายงานตัวไว้แล้วเราจะล่องลอยไปไม่นานเกินรอ

อย่าลืมเม้น เม้น เม้น !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

1 คน 1 เม้น = 1,000,000กำลังใจเลยน้า เพราะงั้นมาผลักดันอิเอลหน่อยเร็ววว

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

653 ความคิดเห็น

  1. #632 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 16:09
    ตอนแรกก็ซูบารุแหละ พอตอนท้ายเท่านั้นแหละ อุแงงง เรย์จิอะ
    #632
    0
  2. #618 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 14:40
    เอ็นดูหนูซูบารุสุด แต่มีแววจะเข้าบราเธอร์โซน แงงง
    #618
    1
  3. #290 น้องปลาสลิด❉ (@COOKKIE17) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 01:17
    นางเอกไม่ต้องเลือกใครทั้งนั้นล่ะ เปิดฮาเร็มเลยจ้า55555.____. ขาดเธอไม่ได้หัวใจขอสารภาพ 555 มีแต่คนฟรุ้งฟริ้งน่าทำผั-ทั้งนั้น แหม จะตัดใจเลือกเอาคนหนึ่ง มันก็โหดร้ายไปหน่อยอะเนอะ ://) #ด้านขนาดนี้ #KAREขนาดนี้ #ข้ามเม้นนี้ไปค่ะ จุ้บๆ
    #290
    1
  4. #58 haruki chan (@96mon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:28
    เฮ้! ยูมันหมายความว่ายังไงกันรึ ท่านเรย์จิ ฮารุกิไม่เข้าใจขยายความให้มีหน่อยได้มะ?
    #58
    1
  5. #57 nongmuiza (@nongmuyza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 16:05
    น่อววว เรย์จิพูดแบบนี้หมายความว่างายยย อธิบายซิซิซิ รอต่อน้าาา
    #57
    0
  6. #56 MissForturen (@MissForturen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 08:16
    ว้าว
    #56
    0
  7. #54 endfeel (@princesssong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 19:42
    นางเอกเท่เฟ่อออ ต่อเร็วๆน้า
    #54
    1
  8. #53 haruki chan (@96mon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 13:29
    เยี่ยมไปเลย...ยูสึของฉัน(ซะเมื่อไหร่ล่ะ555+)
    #53
    0
  9. #52 MissForturen (@MissForturen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 15:07
    เย้
    #52
    0
  10. #51 nongmuiza (@nongmuyza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 14:56
    อุ๊ตะ! ยูสึเธอแรงจริงเล่นเอาไรโตะเงิบอ่ะ รอต่อน้าาา
    #51
    0
  11. #49 Ceili (@32721sutatta) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 18:41
    รอค่าาาาาาา
    #49
    0
  12. #48 shironeko__ (@minjang02) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 18:04
    อยากอ่านจุงงงงงงง//ชักดิ้นชักงออย่างแรง//ปล.ใครโกหกหว่า?+เป็นกำลังใจให้น้าาาาา
    #48
    0
  13. #47 nongmuiza (@nongmuyza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 17:42
    รอๆน้าาา คำพูดฟังแล้วแบบอยากอ่านแล้ว รอน้าาาา
    #47
    0