[Fic Diabolik lovers] Bloody Sakura ซากุระสีเลือด [END]

ตอนที่ 22 : กลิ่นเลือดครั้งที่ 20 : ซากุระซ่อนเงา [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    13 ต.ค. 59

สายลมผู้งดงาม...

จงซ่อนตัวในเงามืดสีทมิฬ...

 

ตึก !

 

            ฝีเท้าของฉันถูกสั่งให้ย่ำก้าวไปตามบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปบนหอคอยสูงชัน นัยน์ตาสีม่วงหม่นนั่นกำลังกวาดมองไปรอบกายอย่างหวาดระแวง การที่ฉันติดสินใจขึ้นมาบนหอคอยที่แม่ของสุบารุเคยอยู่ที่นี่นั่นดูเป็นการกระทำที่โง่มาก เพราะถึงขนาดเธอตายไปแล้ว พลังก็ยังรุนแรงกว่าตอนมีชีวิต

 

            ถึงจะไม่รู้ว่าคาริสต้าตายเพราะอะไร แต่จากที่ฉันเคยสัมผัสความทรงจำของสุบารุมา คาริสต้าไม่มีพลังอะไรเลยในตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ เธออ่อนแอ มักถูกข่มเหงรังแก แย่กว่านั้นคือเธอถูกคาร์ลไฮนส์กักขังไว้ในหอคอยนี้เพื่อรับหน้าที่เป็นภรรยาคนที่สามอย่างไม่เต็มใจ

 

            ยิ่งฉันเดินเข้าไปหาเธอมากเท่าไหร่ ความรู้สึกขยะแขยงและสะกิดสะเอียนมันก็ถาโถมเข้ามา

 

            ดูเหมือนว่าคาริสต้าจะทรมานมาก...

 

            เพราะตลอดทางฉันได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ...

 

          ฮือ...ทำแบบนี้ทำไม

 

          ‘ปล่อยฉันไป ฉันกลัว

 

          ‘เจ้าเด็กสกปรก มันน่าขยะแขยง

 

          ‘ออกไปให้พ้นนะเจ้าเด็กสกปรก !’

 

            “เด็กสกปรกเหรอ...? ฉันขมวดคิ้วพลางคิดตามเสียงที่ลอยวนอยู่ในหัว คาริสต้าเอาแต่บอกว่ากลัวสลับกับไล่ใครบางคนด้วยชื่อนั่น ฟังจากน้ำเสียงแล้วเธอดูขยะแขยงมาก จนฉันรู้สึกเจ็บปวดแทนคนที่ถูกเรียกแบบนั้น

 

            แต่ใครกันคือเจ้าของชื่อนั่น ?

 

            หรือว่าจะเป็น...

 

            สุบารุ...?ฉันเอ่ยชื่อคนที่นั่งกอดเข่ามองกรงขังที่ไร้คนอยู่ในนั้นอย่างแปลกใจ สุบารุไม่ได้หันมามองฉันราวกับว่าเขากำลังจมอยู่กับความคิดจนไม่รู้ว่ามีใครคนอื่นเดินเข้ามาในนี้ ภาพของเขาที่เหม่อมองไปที่กรงขังเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกเศร้าจนหัวใจปวดหนึบขึ้นมา

 

            ถึงจะไม่รู้ว่าตอนนี้เขาทำหน้ายังไง ก็สัมผัสได้ถึงความปวดใจที่ปกคลุมรอบกายเขาอยู่

 

            พลันร่างกายฉันก็ชะงักกึก เมื่อหันไปมองในจุดเดียวกัน...!

 

ฟึ่บ !

 

            “อึก !” ร่างของฉันทรุดฮวบไปกับพื้นอีกครั้งเมื่อพลังบางอย่างพุ่งเข้ามากดดันเข้าที่หัวใจและร่างกายจนทรงตัวไม่ไหว พลังอันตรายแสนเลวร้ายกำลังถาโถมเข้าใส่ทั่วทุกทิศทางโดยที่สุบารุก็ยังคงไม่ยอมหันมามองฉัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันอยู่ที่นี่สุ...สุบารุ

 

            “แม่ครับ...

 

            “อ๊ะ...!”

 

            “แม่...

 

            เจ้าเด็กสกปรก !’

 

            “เฮือก !!!!” ฉันกรี๊ดร้องออกมาแต่มันแทบจะไม่มีเสียงเล็ดลอด ซ้ำร้ายกว่านั้นคลื่นพลังบ้านั่นก็กระแทกร่างฉันอัดเข้ากับกำแพงหอคอยจนเกิดรอยร้าว ฉันหอบหนักทรุดลงไปนอนกองกับพื้น ที่ปากมีเลือดไหลออกมา ความกดดันจากพลังที่โจมตีไม่เลิกรากำลังทำร้ายฉัน บอบช้ำไปหมดทั้งร่าง อะ...อึก

 

          ‘ถ้ายอมแพ้ก็ต้องตาย ของแค่นี้มันทำอะไรเจ้าไม่ได้ ยูเซะสึ

 

          ‘จงลุกขึ้นมาสู้ อย่าให้ศัตรูมันเห็นว่าเราอ่อนแอ !’

 

            “อึก...! สายลมเอ่ย เจ้าจงกำราบ !”

 

ฟู่ว !

 

            สายลมผู้ถูกโอบกอดด้วยกลีบดอกซากุระสวยพุ่งออกมาจากตัวของฉันแล้วเข้าปะทะกับคลื่นพลังร้ายกาจจนมันสะท้อนกลับเข้าไปในกรงขัง วินาทีนั้นฉันรับรู้ได้ทันทีว่าจิตวิญญาณของคาริสต้าผู้ถูกกักขังอิสรภาพเป็นคนปล่อยพลังกดดันนั้นออกมาจากในกรงขัง แม้สุบารุจะไม่รู้สึกถึงพลังนั่น แต่กับฉันผู้มีสายเลือดพิเศษสามารถสัมผัสมันได้

 

            และพอฉันปล่อยพลังนั้นออกไป เจ้าตัวก็รู้สึกตัว หันมามองฉันที่นอนหอบอยู่ที่พื้น

 

            ยูสึ...!”

 

            “แค่กๆ !” เลือดสีสดไหลล้นจากปากของฉัน ถึงกระนั้นฉันก็ยังพยายามฝืนยันตัวเองลุกขึ้นมานั่งเพื่อให้ดูว่าฉันไม่เป็นไร แม้ว่าร่างกายจะสั่นไม่ต่างจากลูกนกที่กำลังจะตายก็ตาม ดีหน่อยที่สุบารุก็ไม่ได้ใจร้ายเขารีบเข้ามาประคองร่างฉันไว้ส่งผลให้มือของเขาเปื้อนเลือดของฉัน

 

            กลิ่นคาวหวานของมันทำให้อีกฝ่ายกลืนน้ำลายลงคอ

 

            เธอเป็นไรไหม ?

 

            “แค่ก...! ฉันมะ...ไม่เป็นไรฉันตอบพลางยกมือเช็ดเลือดที่ปากก่อนจะเลื่อนสายตาไปสบกับเขา นายไม่รู้เลยสินะว่าแม่ตัวเองมีพลังน่ากลัวขนาดไหน

 

            “หา ?

 

            “ตอนมีชีวิตไม่มีพลังอะไร แต่ตอนตายไป...พลังน่ากลัวเหลือเกิน

 

            “หุบปาก...!”

 

ฟึ่บ !

 

            “อึก !” ฉันเบิกตากว้างตอนที่อีกฝ่ายจู่ๆก็โกรธจัดเอื้อมมือมาบีบคอฉันยกสูงจนร่างของฉันลอยเหนือพื้น นัยน์ตาสีทับทิมฉายแววกรุ่นโกรธออกมาทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้พูดจาร้ายกาจ หากแต่ก็พูดความจริง ทว่าคงเป็นเพราะว่าฉันไม่ได้รู้เรื่องของเขาดี

 

            พอพูดออกไปแบบนั้น แรงบีบที่คอเลยเพิ่มขึ้นมา

 

            เธอไม่รู้อะไรก็เงียบไปดีกว่า !” ร่างสูงตวาดพร้อมออกแรงบีบคอให้มากขึ้นจนฉันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระดูกที่คอของตัวเองมันเคลื่อนแม่ของฉันยังไม่ตาย เธอไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้น !”

 

            “ฉะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ปละ...ปล่อยนะ

 

            “ไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ เธอพูดออกมาได้ไง

 

            “…!!!”

 

            “เธอตั้งใจ เธอรู้ตัวดี ยูสึ !”

 

      อึก ! ปละ...ปล่อยฉัน ฉะ...ฉันหายใจไม่ออก...อึก สุบารุ !”

 

            ฉันไม่...!”

 

            “สายลมเอ่ยจงช่วยข้า !”

 

ปึง !

 

            “อึก !” สุบารุโอดครวญออกมาทันทีที่ถูกสายลมของฉันกระแทกร่างจนร่างเขาอัดเข้าไปกรงเหล็ก ส่งผลให้เขาปล่อยลำคอเล็กของฉันเล่นเอากายบางตกลงไปนั่งกับพื้น ยกมือขึ้นจับลำคอตัวเองสำลักเอาอากาศเข้าปอดโดยไว นี่ถ้าฉันปล่อยให้เขานึกขึ้นได้เองก็คงจะตายก่อนแน่ๆ คนอะไรก็ไม่รู้แรงเยอะชะมัด หนำซ้ำเวลาโกรธก็ไม่ยอมฟังใครเลย

 

            เขากะจะฆ่าฉันเพียงเพราะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจพูดเรื่องแม่ของเขาเนี่ยนะ ?

 

            ถึงจะรู้ว่าการพูดเรื่องแม่เป็นการจี้ปมอีกฝ่ายมาก แต่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจก้าวก่ายเรื่องของเขา ฉันแค่พูดขึ้นมาเป็นการเปรยเฉยๆ ไม่คิดเลยว่าเขาจะใจร้อนขนาดนี้

 

            แค่กๆ...! บ้า...บ้าไปแล้วหรือไง ฟังกันหน่อยสิฉันว่าขณะที่ยังสำลักไม่หยุด ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดเรื่องแม่นายนะ ฉันโดนเธอรบกวน

 

            “จะรบกวนได้ไง เธอก็เห็นว่าแม่ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ !”

 

            “ร่างกายอาจจะไม่ แต่วิญญาณยังคงอยู่ !” ฉันเถียงกลับ เขาจะมาเข้าใจอะไรในเมื่อเขาไม่ได้มีเวทย์มนต์อย่างฉัน อีกอย่างเขาไม่เห็นหรือไงว่าที่ปากฉันมีเลือดไหลออกมา หนำซ้ำกำแพงด้านหลังก็มีรอยร้าวแสดงให้เห็นถึงการถูกอัด เขาไม่ยอมมองอะไรเลย เอาแต่จะโกรธไม่ฟังใคร นายเองก็รู้สึกไม่ใช่เหรอ ถึงจะไม่ได้มีพลังเหมือนฉัน แต่สายใยของคนเป็นแม่ลูกกัน มันก็ต้องสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอยู่แล้ว

 

            “อะ...

 

            “อย่าเอาความโกรธมาบังตา ฉันรู้ว่านายเจ็บปวดมามาก

 

            “…”

 

            “แต่การยึดติดกับอดีตไม่เคยช่วยให้ใครเดินก้าวต่อได้ รังจะทำให้เราจมปรักยันตัวไม่ขึ้นเสียงของฉันแผ่วลงนิดนึงก่อนจะประคองร่างตัวเองขึ้นมา ตอนนี้ร่างกายฉันบอบช้ำมาก ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงเจอแต่เรื่องไม่ดี ตั้งแต่จูบกับชูแล้ว บางทีเขาอาจจะยัดเยียดคำสาปโชคร้ายให้กับฉัน

 

            ฉันปาดเลือดที่มุมปากด้วยหลังมือ พยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้น ทว่าก็หอบหนัก จู่ๆก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของเธอคนนั้นได้จางๆ ถ้าเกิดฉันยังอยู่ที่นี่ต่อมีหวังได้ถูกเล่นงานอีกเป็นแน่

 

            ยุยตามหานายอยู่ เห็นพูดว่าเหมือนว่านายทำหน้าเศร้าก็เลยเป็นห่วง นายควรไปหาเธอฉันพูดพร้อมหันหลังเตรียมเดินกลับไปทางเก่า ทว่าก็รั้งตัวเองเอาไว้ ถึงจะไม่รู้ว่านายกำลังคิดเรื่องอะไร แต่นายควรไปหาที่อื่นให้คิดมากกว่าที่นี่

 

            “…”

 

            “อดีตไม่เคยทำให้เราได้ดี มันก็แค่บทเรียนที่เราต้องจำจนถึงวันนี้เท่านั้น ฉันจะย้ำจนนายจะ...

 

กึก !

 

            “อึก !”

 

ยูสึ !” ฉันเบิกตากว้างล้มลงไปนอนกับพื้นแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงรอยร้าวจากบริเวณไหนสักที ดีที่สุบารุมารับฉันไว้ได้ทัน เขาดูตกใจมากที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ เธอเป็นอะไรไป ?

 

ขะ...ขา ขาของฉัน...!” สุบารุขมวดคิ้วเมื่อฉันพูดแบบนั้น ก่อนจะถือวิสาสะเลื่อนประโปรงยาวที่คลุมขาฉันขึ้น แล้วเขาก็ถึงกับเบิกตากว้างเช่นเดียวกับฉัน นัยน์ตาสีหม่นไล่มองรอยร้าวยาวที่เหมือนจะแตกหัก ขาของฉันตอนนี้ไม่ต่างจากแก้วที่พร้อมจะทลายลง วินาทีนั้นฉันส่ายหน้าพยายามใช้พลังรักษา แต่ก็ทำให้ตัวเองสำลักเลือดออกมา

 

ไม่ไหว คลื่นพลังของคาริสต้า รุนแรงเกินไป

 

ถึงภายนอกจะหยุดทำร้าย แต่มันวนเวียนอยู่ในร่างกาย

 

ฉันจะพาเธอไปหาเรย์จิสุบารุพูดแค่นั้นก่อนจะช้อนตาฉันขึ้นในอ้อมแขน เขาดูตื่นตระหนกมากกว่าฉันเสียอีก ไม่นานนักเราก็โผล่มาที่ห้องทำงานของเรย์จิ อีกฝ่ายที่เห็นเราก็ถึงกับทำหน้าแปลกใจออกมา

 

พลันไล่สายตามองขาของฉันที่ไม่ต่างจากตุ๊กตาเซรามิก

 

ทำไมขาคุณถึงเป็นแบบนี้ ?ร่างสูงถาม แต่ฉันกลับไม่รู้ว่าควรจะอธิบายยังไง จริงๆฉันควรบอกให้สุบารุพาไปที่ต้นซากุระ ไม่ใช่พามาหาเรย์จิแบบนี้ เขาไม่รู้วิธีรักษาจริงๆสักหน่อย

 

ฉันแค่ต้องการเวลาฟื้นฟูพลังเท่านั้น

 

ผมจะทำยาให้

 

ไม่...ไม่มียาไหนรักษาได้ ปล่อยฉันไว้ ให้ฉันได้พัก

 

แล้วถ้าเกิดหลับตาลงไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกจะทำยังไง ?

 

“…”

 

ไม่มีใครจัดงานศพให้ว่าที่คู่หมั้นหรอกนะ

 

            ถึงจะพูดแบบนั้น...เขาก็รักษาฉันไม่ได้อยู่ดี

 

LOADING 100 PER

 

###คุยกันตามประสาคนอ่านคนเขียน

ดองไปพักใหญ่เลยต้องขออภัยด้วยนะคะ จะรีบมาอัพให้น้า

ช่วงนี้เม้นน้อยจัง ว่าจะรีไรท์เขียนใหม่ทั้งหมดเผื่อว่ามีบางจุดที่อารมณ์ไปไม่ถึง

ยังไงก็จะลองคิดดูอีกทีนะคะ ฝากติดตามด้วยค่า

ใครอยากอ่านเม้นรายงานตัวไว้แล้วเราจะล่องลอยไปไม่นานเกินรอ

อย่าลืมเม้น เม้น เม้น !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

1 คน 1 เม้น = 1,000,000กำลังใจเลยน้า เพราะงั้นมาผลักดันอิเอลหน่อยเร็ววว

 
O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

653 ความคิดเห็น

  1. #286 CUPPINGCAKE (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 11:38
    จะรอน้าาาาา
    #286
    1
    • #286-1 nicharee-33(จากตอนที่ 22)
      14 ตุลาคม 2559 / 20:10
      ขอบคุณนะคะ
      #286-1
  2. #281 nanamisora (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 17:50
    ตรงที่สุบารุบีบคอนางเอก แล้วนางเอกใช้สายลมช่วย แต่มีที่หนึ่งที่เป็นสายฝน (ไม่แน่ใจว่าไรท์ต้องการให้เป็นสายฝนอยู่แล้วหรือเปล่าน่ะค่ะ) แต่ถ้าไม่มีก็คงเข้าใจผิดเอง ขอโทษด้วยนะค่ะ ><
    #281
    1
    • #281-1 nicharee-33(จากตอนที่ 22)
      13 ตุลาคม 2559 / 18:02
      เอลคงพิมพ์เอง ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ
      #281-1
  3. #280 nanamisora (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 13:14
    สนุกมากเลยค่ะ (แอบเห็นคำผิดด้วยค่ะ หรือเราคิดไปเอง)
    #280
    1
    • #280-1 nicharee-33(จากตอนที่ 22)
      11 ตุลาคม 2559 / 06:48
      ตรงไหนชี้แจ้งได้ค่า
      เอลอ่านแล้วไม่เห็นมีเลย
      #280-1
  4. #279 nongmuyza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 10:12
    ทำไมตอนนี้ยูสึเจอแต่เรื่องร้ายๆล่ะ ฮือๆๆๆๆ
    #279
    1
    • #279-1 nicharee-33(จากตอนที่ 22)
      11 ตุลาคม 2559 / 06:48
      น่าสงสารรร
      #279-1
  5. #278 nongmuyza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 16:21
    สงาสารยูสึอ่ะสุบารุใจร้ายToT
    #278
    1
    • #278-1 nicharee-33(จากตอนที่ 22)
      6 ตุลาคม 2559 / 07:00
      มีหนักกว่านี้อีกค่ะ ;w;
      #278-1
  6. #277 kanashima (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 15:48
    รอค่าาาาาาาาาๆๆๆ
    #277
    1
    • #277-1 nicharee-33(จากตอนที่ 22)
      6 ตุลาคม 2559 / 07:00
      จะรีบอัพน้า
      #277-1