[Fic Diabolik lovers] Bloody Sakura ซากุระสีเลือด [END]

ตอนที่ 19 : กลิ่นเลือดครั้งที่ 17 : ซากุระโอนอ่อน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    2 ก.ย. 59

สายลมผู้งดงาม...

จงโอนอ่อนยามอ่อนแอ...

 

            หลังจากตอนนั้นเราสองคนก็กอดกันอยู่สักพักโดยไม่พูดอะไรกันอีก ชูพาฉันมาที่สวนหลังปราสาทตรงจุดที่ฉันปลูกต้นซากุระเอาไว้ มันทำให้ฉันนึกถึงตอนนั้นตอนที่ฉันมาสร้างต้นไม้ตรงนี้ ตอนที่ฉันร้องไห้เพราะการฟื้นสภาพดึงเอาความทรงจำที่ขาดหายคืนกลับมา

 

            อาจจะแตกต่างกันอยู่บ้าง หากแต่มันคือช่วงเวลาที่ฉันกำลังรู้สึกแย่เหมือนกัน

 

            ทั้งๆที่ฉันควรจะอยู่คนเดียว น่าแปลกที่ทุกครั้งคนที่อยู่ประคองฉัน...คือผู้ชายคนนี้

 

            ผู้ชายคนนี้...คนที่ชื่อว่า ชู

 

ฟู่ว...

 

            ฉันสูดหายใจหลับตาลงน้อมรับสัมผัสของสายลมแสนหวานที่พัดผ่านเข้ามาชโลมร่าง ตอนนี้เราสองคนนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระโดยที่มือของเขาโอบไหล่ฉันไว้ส่งผลให้ฉันไปเอนหัวซบไหล่เขาเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้มันร้ายแรงกว่าตอนที่ฉันต้องทำพิธีฟื้นสภาพตรงไหน

 

            แต่หากเลือกได้ ฉันขอเจ็บกายดีกว่าปวดใจอยู่แบบนี้

 

            อย่างน้อยถ้าเจ็บกายมันยังรักษาได้ แต่พอเจ็บข้างใน...

 

            รักษาเท่าไหร่มันก็ไม่หายไปสักที

 

            ชู

 

            “หืม ?

 

            “ทำไมนายถึงตามฉันมา

 

            “…”

 

            “อย่าโกหกว่าหาที่นอนนะ เพราะฉันไม่มีทางเชื่อมันแน่นอนฉันพูดดักคอร่างสูงในขณะที่ดวงตาทอดมองไปไกลแสนไกล มองข้ามทุกอย่างตรงหน้าไปราวกับกำลังมองหาจุดสิ้นสุดของโลกใบนี้ ตอนนั้นนายก็มาอยู่กับฉันแบบนี้ และตอนนี้นายทำมันอีกครั้ง

 

            “…”

 

            “ทำไมนายถึงได้มาหาฉันตอนที่ฉัน...คำพูดของฉันกลืนหายเข้าไปในลำคอตอนที่เขาละแขนออกแล้วเปลี่ยนมาประคองใบหน้าฉันให้หันไปหาเขาแทน นัยน์ตาสีน้ำเงินต้องแสงกำลังสะกดฉันให้มองลึกเข้าไปเมื่อทุกทีและครั้งนี้มันดันทำให้หัวใจของฉันเต้นถี่ตอนที่เขาขยับกายเข้ามา

 

            ปลายจมูกของเราแตะกันช้าๆทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ชูยกยิ้มบางก่อนจะพูดกับฉัน

 

            พูดกับฉันแทนที่จะตอบคำถามที่ฉันถามไป

 

            กอดกันได้...แล้วทำมากกว่านั้นไม่ได้เหรอ ?

 

กึก !

 

            “ถ้าทำมากกว่านั้น...มันจะต่างกับตอนนี้หรือเปล่านะ ?เขาถามราวกับอยากรู้ระคนกลั่นแกล้งคาดคั้นคำตอบจากปากของฉัน แน่นอนว่าฉันไม่มีทางตอบคำถามไร้สาระของเขาเพราะฉันรู้ดีว่าเขาหมายความว่ายังไง และฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น

 

            เราเป็นเพื่อน...สมัยเด็กกัน จะเกินเลยมากกว่านั้นไม่ได้

 

            ที่สำคัญเขากำลังฉวยโอกาสตอนที่ฉันอ่อนแอโอบล้อมฉันไว้

 

            เพราะเขารู้ว่าไม่ว่ายังไงตอนนี้ฉันก็ไม่หนีเขาไปแน่นอน...

 

            นายตอบไม่ตรงคำถาม

 

            “…”

 

            “ฉันถามว่าทำไมนายถึงมาหาฉันในตอนที่ฉัน...ไม่สบายใจ คำหลังฉันพูดเสียงแผ่วเหมือนกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง หากแต่มองยังไงมันก็คือการคาดคั้นดีๆนี่เอง เหมือนกับนายรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงในตอนนั้น

 

            “คิดไปเอง

 

            “อะ...

 

            “ไม่มีใครรู้ความรู้สึกใครหรอกเสียงทุ้มลึกชวนฟังหม่นเศร้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ชั่วขณะนึงฉันมองเห็นความปวดร้าวที่สั่นไหวอยู่ในดวงตาของเราราวกับว่าเขากำลังปิดบังอะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้อยู่ ซึ่งฉันก็เป็นคนประเภทนึงที่หากอีกคนไม่อยากพูด ฉันก็จะไม่ถาม อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันอยากรู้ สิ่งที่ฉันอยากรู้คือการที่เขาชอบโผล่มาตอนที่ฉันไม่สบายใจ

 

            เขาเข้ามาเป็นประคองฉันไว้...ด้วยอ้อมกอดของเขา

 

            ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไง

 

            “…”

 

            “แต่พอเห็นสีหน้าเธอตอนนั้น... เขาเว้นวรรคย่นคิ้วเล็กน้อยแล้วคลายออกเหมือนเดิม ร่างกายฉันมันก็ขยับไปโดยไม่รู้ตัว

 

            “…”

 

            “ฉันรู้ บางทีเธออาจไม่ต้องการฉัน

 

“…”

 

แต่ลึกๆในใจของฉัน...

 

“…”

 

มันต้องการเธอ

                       

            เกิดความเงียบระหว่างเราทันทีที่เขาพูดแบบนั้นออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย หากแต่แววตากลับไม่ได้เรียบไปด้วย นัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลลึกนั้นกำลังฉายแววจริงจังระคนอ่อนโยนออกมาจนทำให้หัวใจที่เงียบงันของฉันสั่นไหวไปหมด นานแล้วที่ไม่มีใครสามารถยกกำแพงที่ฉันสร้างมันขึ้นมาได้ ทว่าชูกลับกระโดดข้ามมันเข้ามาในใจของฉัน

 

            เขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคนอ่อนแอที่ต้องการคนพึ่งพา ทั้งๆที่ความจริงแล้วฉันสามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้

 

            เราสบตากันอยู่แบบนั้นราวกับบอกความรู้สึกผ่านดวงตาที่สอดประสาน ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา พลันก็ผละออกพร้อมหันหน้าไปทางอื่น หลับตาลงรื้อฟื้นความสงบให้กับหัวใจของตัวเอง บอกตัวเองซ้ำๆว่าอย่าหวั่นไหว คนที่รู้สึกเหมือนมีอะไรคือคนอ่อนแอ

 

            ฉันเป็นคนเข้มแข็ง ฉันต้องไม่รู้สึกอะไร

 

            ฉันคิดว่าฉันควรกลับเข้าไปในคฤหาสน์

 

            “…”

 

            “บางทีคาร์ล ไฮนส์อาจจะต้องการคุยกับฉันฉันพูดโดยไม่ได้หันไปมองหน้าเขาเพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องเผลอไปสบเข้ากับนัยน์ตาสีสวยที่ฉันชอบมานานแน่ๆ มือเล็กยึดตรงยันร่างให้ยืนขึ้น รับสายลมอบอุ่นที่แล่นผ่านมาปะทะร่าง ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรจะหนีเขาไปแล้วทำลายบรรยากาศดีๆระหว่างเรา

 

            แต่อย่างที่ฉันเคยบอกไป...

 

            ฉันกลัวการที่ใครสักคนจะเข้ามาในหัวใจของฉัน...

 

            แล้วเจอกันนะ

 

หมับ !

 

            ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เดินต่อ มือหนาก็คว้ามือของฉันเอาไว้พร้อมกับยื้อเบาๆให้ฉันหันไปมองหน้าเขา ฉันพยายามอย่างมากที่จะปรับสีหน้าและทุกอย่างให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงจะพยายามแค่ไหนดูยังไงก็รู้ว่าฉันกำลังลังเลกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมา

 

            ชูบีบข้อมือฉันแน่น ไม่ถึงขั้นสร้างความเจ็บ แต่ก็เป็นเครื่องฉุดดึงให้ฉันอยู่ที่เดิมได้เป็นอย่างดี

 

            มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอ ชู ?

 

            “…”

 

            “ถ้าไม่มีนายควรปล่อยฉันนะ นายควรให้ฉันไปได้แล้วฉันพูดโดยหลุบตาต่ำมองมือเขาที่จับมือฉันพลางระบายยิ้มบางๆกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองด้วยความเสแสร้งแบบที่ชอบทำ ทว่าครั้งนี้มันไม่เหมือนกับทุกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางฉันขึ้นมาบังคับให้ฉันสบตากับเขาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ชู…”

 

            “ฉันจะปล่อยเธอไป

 

            “…”

 

            “หลังจากที่มัน...จบแล้วจริงๆฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด การเว้นจังหวะรวมถึงถ้อยคำที่สื่อมันไม่ใช่เนื้อความที่จะสามารถตีความได้ทั่วไป พลันฉันก็เข้าใจเมื่อเขาเลื่อนมือมาจับแก้มของฉันไว้ประคองใบหน้าให้อยู่ในจุดที่เขาต้องการ

 

            เพราะเพียงไม่นานริมฝีปากแสนหวานก็ประทับลงมา...ทันที

 

            ฉันเบิกตากว้างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชูเขยิบร่างเข้ามาใกล้กอดรัดฉันไว้พร้อมมอบรสสัมผัสแสนหวานที่ฉันไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ความอ่อนนุ่มที่เหมือนกับก้อนเมฆผู้วิงวอนกำลังกดลงมาซ้ำๆบนเรียวปากของฉัน ความอ่อนโยนนั้นทำให้ร่างกายฉันขยับไม่ได้

 

            เนิ่นนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เรา จูบ กัน

 

            รู้เพียงแค่ว่าหลังจากนั้น ริมฝีปากที่จูบฉันก็ผละออกพร้อมกับที่อีกฝ่ายกระซิบบอกข้างหูฉันว่า...

 

            เรื่องของเรา...มันเพิ่งเริ่ม ยูสึ

 

อีกด้านของพวกเขา

 

กึก !

 

            “หึ...ก็ดีกว่าที่ฉันคิดไว้นะ ร่างสูงผู้ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งโลกปีศาจยกยิ้มรับกับสิ่งที่เห็น แม้จะคิดมาตลอดว่าเจ้าลูกชายคนโตของตัวเองจะไร้น้ำยาและไร้ค่า แต่พอเจออีกฝ่ายกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการแบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกว่าเขาคิดผิดเกี่ยวกับลูกชายคนนี้มาโดยตลอด

 

            การที่อีกฝ่ายเอาแต่เฉยชา นิ่งงันกับทุกสิ่งก็เพราะยังไม่เจอสิ่งที่อยากจะฝากความหวังเอาไว้แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ได้ใจร้ายกับลูกชายทุกคน เพราะเขาเชื่อว่ามันต้องมีคนแอบเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน

 

            นัยน์ตาสีสวยกวาดมองกว้าง มองใครบางคนที่เดินหายไปในความมืดส่งผลให้เขารื้อฟื้นแผนการใหม่ๆขึ้นมา ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายที่เดินจากไปมีท่าทีไม่พอใจแค่ไหน เขาก็ยิ่งคิดออกว่าควรจะทำยังไงต่อ ปลายเท้ามนเลยหันกลับไปทางเก่า หากแต่ก็ไม่ได้เร่งฝีเท้าไปปลอบใจใคร

 

            เพราะเขารู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง

 

            จะมีความหวังมากมายจุดประกายขึ้นมา...

 

            เอาอีกสิเด็กน้อย ทำแบบนั้นอีก ยิ่งเธอให้ความหวังกับคนใดคนนึงมากกว่าใคร มันก็จะยิ่งทำให้ฉันมองเห็นอนาคตอันใกล้ได้ง่ายขึ้น คาร์ลไฮนส์หัวเราะหึในลำคอพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เขาออกตัวเดินเงยหน้าสบกับจันทรา

 

            ก่อนจะเผยคมเขี้ยวสง่าให้ดวงจันทร์เฉยชม

 

            ถึงเวลาเล่นเกม...แล้วJ

 

LOADING 100 PER

 

###คุยกันตามประสาคนอ่านคนเขียน

ฟินป่ะล่ะ เขาจูบกันแล้วแกกกก น่ารักไหม หมอนขาดไปหลายใบยัง

นี่แอบตัวม้วนเป็นโรลไปหน่อยแล้วเหมือนกัน คาดว่าความฟินจะตามมาเรื่อยๆพร้อมกับปริศนา

มาลุ้นกันว่าตอนหน้าจะเป็นยังไง รับรองว่าถึงใจแน่นอน !

ใครอยากอ่านเม้นรายงานตัวไว้แล้วเราจะล่องลอยไปไม่นานเกินรอ

อย่าลืมเม้น เม้น เม้น !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

1 คน 1 เม้น = 1,000,000กำลังใจเลยน้า เพราะงั้นมาผลักดันอิเอลหน่อยเร็ววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

653 ความคิดเห็น

  1. #639 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:54
    แม่!!!!! เขาจูบกัน เพื่อนไม่จริงๆๆๆ
    #639
    0
  2. วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:57

    อ้ากกกกกกกกก เขาจูบกันแล้ววววววว#กรีดร้อง

    #620
    0
  3. #259 nongmuiza (@nongmuyza) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 07:16
    จูบกัน! อร้ายยยย พ่อแก้วแม่แก้วหมอนขาดหมดแล้วววววว
    #259
    1
  4. #258 IRIS (@nanamisora) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 01:37
    ลงตอนใหม่ต่อเลยนะค่ะ จิกแล้วจิกอีก ><
    #258
    1
  5. #257 Guniko Sanaki (@Sukino_Secret) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 09:57
    อ๊ายย มาต่อๆๆ
    #257
    1
  6. #256 nongmuiza (@nongmuyza) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 17:48
    ต้องการหมอนแบบด่วนๆขอเยอะๆเผื่อจิกแล้วมันขาด พูดเลยฟินมากกกกก
    #256
    1
  7. #255 Guniko Sanaki (@Sukino_Secret) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 22:56
    หมอนๆๆๆ><
    #255
    1
  8. #254 IRIS (@nanamisora) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 21:34
    ถึงเวลาเตรียมหมอนหลายๆใบ ><
    #254
    1
    • #254-1 [12GODs ll POSEIDON]RIVER PIE (@nicharee-33) (จากตอนที่ 19)
      27 สิงหาคม 2559 / 07:15
      ตอนแรกก็สงสัยว่าเตรียมหมอนทำไม
      แต่ตอนนี้กระจ่างใสแล้วค่า5555
      #254-1
  9. #253 nongmuiza (@nongmuyza) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 16:03
    พอเห็นคำว่าฟินเรานี่ตาโตเลย O_O
    #253
    1
  10. #252 sunisasrisupan (@sunisasrisupan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 23:46
    งุ้ยยยยย รอนะคะ
    #252
    1
  11. วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 22:40
    ไรท์เอลลล....มิฟจังรออยู่นะฮะ....มาอัพเร็วๆล่ะ >w<
    #251
    1
  12. #250 จันทิรารัตน์ (@sunsiara) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 18:50
    ต่อๆๆๆๆ อยากอ่านแย้วววว
    #250
    1
  13. #249 Guniko Sanaki (@Sukino_Secret) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 18:28
    แค่สปอยก็ชวนคิด(ห๊ะ!?)
    #249
    1