[VIXX] We Got Married รักกันสักทีเถอะ ที่รัก {LeoBin}

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

WGM05

 

 

 

 

 

            “ทำไมมาตั้งแต่วันนี้ ว่างแล้วเหรอ”

 

            หน้าคอนโดหรูที่เป็นอีกสถานที่ของการถ่ายทำรายการแต่งงาน แทคอุนที่จัดการปิดประตู และแขวนเสื้อโค้ทตัวยาวสีเข้มที่ใส่มาตลอดทางไว้กับที่แขวนด้านหน้าก็ถามคนที่ก้มลงจัดรองเท้าหลายคู่ให้เข้าที่

 

 

            “ว่างแล้ว ทำไมรกขนาดนี้เนี่ย”

 

            เสียงหวานของคนที่เงยหน้าขึ้นมาตอบบ่นต่อเบาๆ เมื่อเห็นว่ารองเท้าขนาดใหญ่ที่เป็นของคนตัวโตหลายคู่มันวางเกะกะจนแทบจะเต็มทางเข้า ฮงบินย่นจมูกน้อยๆ อย่างไม่พอใจที่แทคอุนไม่มีท่าทีว่าจะช่วยจัดการของพวกนี้เลย

 

          ของตัวเองแท้ๆ ไม่มีน้ำใจมาช่วยเลย

 

 

 

            “เสร็จแล้วล้างมือมากินข้าวด้วย ฉันทำให้แล้ว”

 

            เสียงทุ้มที่ตะโกนมาจากทางห้องครัวทำเอาฮงบินที่กำลังบ่นงึมงำอยู่คนเดียวที่โดนทิ้งไว้ยิ้มออกมาได้ไม่อยาก มือเล็กรีบจัดการเก็บรองเท้าตรงหน้าก่อนจะวิ่งเร็วๆ ไปทางต้นเสียง

 

          ก็แทคอุนน่ะ ทำอาหารอร่อยสุดๆ เลยนะ

 

 

©©©©©©©We Got Married©©©©©©

 

 

            “นอนก่อนเลยนะ”

 

            หลังจากที่อาหารมื้อวุ่นวายในความคิดของแทคอุนที่ต้องคอยบังคับให้คนตาโตๆ ยอมกินผักแต่ละอย่างเข้าไปผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ฮงบินที่เหมือนจะเล่นซนมาทั้งวันก็นอนแผ่กลางเตียงทันทีที่อาบน้ำเสร็จจนอยู่ในชุดนอนลายน่ารัก

 

            “อ้าว นายไม่พักหน่อยเหรอ”

 

            ฮงบินรีบขยับตัวมานอนเตียงฝั่งตัวเองอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตมองร่างสูงที่อาบน้ำและอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าขายาวที่มักจะใส่นอนเป็นประจำอย่างสงสัย มือเล็กเลื่อนหมอนข้างใบใหญ่กลับมาวางไว้ตรงกลางเตียงตามเดิมเพราะตัวเองเอามากอดเล่นในตอนแรก

 

 

            “ยัง นอนเถอะ”

 

            “งั้นฉันยังไม่นอนนะ ถือว่าถ่ายรายการไปด้วยเลย”

 

            ทันทีที่แทคอุนพูดจบเสียงหวานก็แทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กรีบลงจากเตียงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเตี้ยฝั่งตรงข้ามกับคนที่กำลังก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษอยู่

 

 

            “เขียนอะไรอยู่ เข้าใจยากชะมัด”

 

            คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อเห็นรอยดินสอจางๆ จากการลบเต็มหน้ากระดาษสมุดแผ่นเล็กที่ดูอ่านยากกว่าปกติเพราะรอยยับของมัน ใบหน้าน่ารักมองตามมือใหญ่ที่จับดินสอเขียนไปมาอย่างไม่เข้าใจ

 

          ไม่เข้าใจว่าทำไมมือแทคอุนใหญ่น่ากลัวขนาดนั้น

 

 

            “เพลงของรายการ”

 

            เสียงทุมตอบกลับมาสั้น แต่กลับยิ่งทำให้ตาโตๆ ของคนตรงหน้าเบิกกว้างขึ้น มือเล็กเผลอจับแขนตรงหน้าเอาไว้อย่างตื่นเต้น

 

            “นายแต่งเพลงเหรอ! หูย เก่งมาก อันนี้ทีมงานให้ภารกิจนายมาเหรอ ทำไมยากจัง”

            ฮงบินที่พยายามอ่านนเนื้อเพลงบางคำได้แต่บ่นอุบที่เห็นความยากของภารกิจที่แทคอุนได้มาจากทีมงาน ดวงตากลมโตมองสายหูฟังที่แทคอุนน่าจะนั่งฟังทำนองเพลงอยู่อย่างสนใจ แต่ก็ไม่กล้าขอฟังเพราะตาดุๆ ที่มองมา

 

 

            ปุ

 

            “สีผมหลุดแล้วนะ”

 

            มือใหญ่เอื้อมมาลูบบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ เสียงทุ้มพูดออกมาเรียบๆ เมื่อเส้นผมสีทองสวยในครั้งแรกที่เจอกันมันเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

            “อือ หมดช่วงโปรโมตแล้วเลยจะกลับมาทำสีน้ำตาลแทนด้วย”

 

            ใบหน้าน่ารักซบลงกับโต๊ะเขียนหนังสือตัวกว้าง แก้มใสแดงน้อยๆ เพราะรู้สึกถึงมือใหญ่ที่ลูบตามเส้นผมด้านบน มือเล็กจับเส้นผมที่เริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลของตัวเอง ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้าของคนผละมือออกไปที่ก้มหน้าเขียนเนื้อเพลงต่อ

 

 

            “พรุ่งนี้ขึ้นเวทีวันสุดท้ายแล้วใช่ไหม”

 

            เสียงหวานถามกลับไปอย่างสงสัย มือเล็กเอื้อมไปชี้รอบดวงตาคู่คมที่ดูเหนื่อยล้าอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ คนตัวเล็กถอนหายใจช้าๆ ที่เห็นว่าแทคอุนทำงานหนักแค่ไหน

 

            “อือ”

 

            แทคอุนตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะละสายตาจากคนที่เอาหน้าซบลงกับโต๊ะแล้วนอนมองเขาอยู่เพื่อมาเขียนเนื้อเพลงตรงหน้าต่อ มือใหญ่เคาะดินสอเบาๆ เป็นจังหวะช้าๆ ตามที่ฟังอยู่เพื่อคิดเนื้อเพลงที่ต้องการจะสื่อออกมา

 

 

 

 

            “ก็บอกให้ไปนอน”

 

            หลังจากจมอยู่กับเสียงดนตรีและเนื้อเพลงตรงหน้าไปนานหลายสิบนาที ดวงตาคู่คมก็ละจากกระดาษตรงหน้าจนเจอเข้ากับก้อนกลมๆ ของกลุ่มผมสีน้ำตาลทองที่ฟุบอยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะ ดวงตากลมโตปิดสนิทลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าฮงบินเผลอหลับลงไปสักพักแล้ว

 

 

            หมับ

 

            “ตัวหนักเอาเรื่องนะ”

 

            แขนแกร่งทั้งสองข้างช้อนอุ้มคนที่เผลอหลับไปขึ้นมาบนอ้อมแขน เสียงทุ้มบ่นเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าน้ำหนักของฮงบินเบากว่าที่คิดแต่เขาก็ยังอยากจะบ่นมัน

 

            แทคอุนค่อยๆ วางฮงบินลงบนที่นอนอีกฝั่งช้าๆ เพราะกลัวจะทำให้คนที่วุ่นวายมาทั้งวันตื่นมาอีกครั้ง ร่างสูงผละไปปิดไฟของห้องนอนเพราะเวลาที่ล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืนทำเอาเขาต้องนอนพักบ้าง

 

 

 

            ปึก

 

            “นายมันซนจริงๆ”

 

            นิ้วยาวจิ้มหน้าผากมนของคนที่หลับสนิทอย่างหมั่นเขี้ยว เสียงทุ้มบ่นเบาๆ เมื่อนึกถึงท่าทีวิ่งวุ่นไปทั่วห้องอัดรายการ และยิ่งเวลาที่ฮงบินหายไปเล่นซนกับวงอื่นๆ ที่รู้จักกันก็ดูไม่ต่างจากเด็กซนๆ คนหนึ่ง

 

 

            “หลับดีแล้ว”

 

            เสียงทุ้มพูดขึ้นมาอีกรอบแทนที่จะบอกให้หลับฝันดีเหมือนคนอื่นแต่แทคอุนกลับพูดแค่นั้น ดวงตาคู่คมปิดสนิทเพื่อพักผ่อนก่อนที่จะต้องตื่นไปอัดรายการเพลงอีกครั้งในเช้าวันพรุ่งนี้

 

 

            ©©©©©©©We Got Married©©©©©©

 

 

 

            “ฮ้าว”

 

            ในเวลาสายของวันใหม่ ร่างบางบนเตียงหาวเบาๆ เพราะแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามา มือเล็กขยี้ตาตัวเองเบาๆ ก่อนจะนั่งเหม่อเพราะยังมีอาการง่วงหลงเหลืออยู่

 

 

            “อ้าว ไปแล้วเหรอ”

 

            เสียงหวานบ่นเบาๆ เมื่อเห็นว่าที่นอนข้างตัวว่างเปล่า บ่งบอกว่าแทคอุนคงออกไปทำงานที่เหลือในวันนี้แล้ว ขาเล็กก้าวไปตามพื้นกระเบื้องเย็นๆ เพื่อจัดการตัวเอง

 

 

            “หือ? ข้าวเช้าอยู่ในตู้เย็น อุ่นกินด้วย”

 

            มือเล็กขยี้ผมตัวเองหลายทีเพราะโพสอิสสีเหลืองธรรมดาๆ ที่แปะอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าของเขาทั้งคู่ ลายมือตวัดที่จำได้ว่าเป็นของแทคอุนทำเอาฮงบินยิ้มออกมานิดๆ

 

          น่ารักอีกแล้วนะวันนี้ แทคอุนต้องเป็นคุณภรรยาแน่ๆ เลย

 

 

 

©©©©©©©We Got Married©©©©©©

 

 

 

 

            “สวัสดีทุกคน ตอนนี้นะผมว่างมากๆๆ เลย ผมเลยวางแผนว่า เราจะไปแอบดูคุณแทคอุนในรายการเพลงกันครับ”

 

            เสียงหวานทักทายกล้องวิดีโอที่ตัวเองถือเอาไว้อย่างร่าเริง ฮงบินที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีเหลืองอ่อนกับกางเกงขาสามส่วนสบายๆ ยิ้มทักทายกล้องก่อนจะค่อยๆ เบิกตาโตเมื่อพูดถึงแผนการในวันนี้

 

 

            “ก่อนอื่น ผมต้องเตรียมของไปเชียร์แบบแฟนๆ คนอื่นด้วย ผมจะทำตัวให้เนียนไปกับทุกคนเลยแหละ”

 

            เสียงฮงบินพูดขึ้นอีกรอบ มือเล็กจัดการวางกล้องวิดีโอลงบนโต๊ะที่ตั้งหน้าโทรทัศน์จนเห็นแค่คนตัวเล็กในชุดธรรมดาที่วิ่งผ่านกล้องไปมาเพื่อเตรียมตัว

 

 

            “เอาล่ะ รีบไปเถอะ อาจจะถึงเกือบเย็น แต่ผมก็ขอพี่ผู้จัดการคนสวยแล้วว่าจะไปดู น่าจะทันนะ”

 

            ฮงบินรีบกลับมาบอกกล้องทันทีที่ตัวเองเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย มือเล็กโบกมือลาผู้ชมที่จะได้เห็น ก่อนจะปิดกล้องเพื่อเดินทางไปตึกที่ใช้อัดรายการเพลง

           

 

 

 

            “อ่า เรากำลังจะไปแอบดูคุณแทคอุนกัน แต่ฝนตกหนักมากเลย”

 

            หน้าป้ายรถเมล์ที่มืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน ฮงบินเปิดกล้องเพื่อเก็บบรรยากาศด้านนอกอีกรอบ เสียงหวานบ่นเบาๆ ร่างบางห่อไหล่เข้าหาตัวเพราะไอเย็นและน้ำฝนที่พัดมาโดนตัว

 

 

            “ผมให้ทีมงานไปรอที่นั่นแล้ว แต่ไม่มีแท็กซี่หรือรถเมล์ผ่านมาเลย”

 

            ใบหน้าน่ารักเริ่มออกอาการงอแงที่ไม่เห็นรถประจำทางหรือรถแท็กซี่ผ่านมาสักคัน ยิ่งตัวเองเป็นคนหนาวง่ายอากาศเย็นๆ ที่พัดเข้าหาตัวแบบนี้ยิ่งทำให้ฮงบินมองแต่ถนนและบ่นให้รถมาไวๆ

 

 

            “โอ๊ะ!รถมาแล้ว”

 

            เสียงหวานร้องออกมาอย่างดีใจที่เห็นรถแท็กซี่ค่อยๆ จอดตามที่ตัวเองโบกเรียก มือเล็กจัดการปิดกล้องในมือเล็กเก็บมันลงกระเป๋าลึกๆ เพื่อกันละอองฝนที่จะกระเด็นมาโดนตอนวิ่งออกจากป้ายรถเมล์

 

 

            “ไปยออิโดครับ”

            ฮงบินรีบบอกคนขับทันทีที่ขึ้นรถมาได้ มือเล็กพยายามเช็ดน้ำออกจากตัวเมื่ออากาศเย็นๆ ของแอร์กำลังทำเอาเขาหนาวจนสั่นน้อยๆ ดวงตากลมโตมองหน้าปัดนาฬิกาของรถแท็กซี่อย่างร้อนใจ

 

          ขอให้ทัน 4โมงเย็นนะ

 

 

 

©©©©©©©We Got Married©©©©©©

 

 

            “ขอบคุณครับ”

 

            ฮงบินรีบลงจากลงแท็กซี่และโค้งขอบคุณทันทีที่จ่ายค่าโดยสารเรียบร้อย ขาเล็กรีบวิ่งเข้าไปด้านในตึกที่มีทีมงานรออยู่อย่างรีบร้อนเพราะจะถึงเวลาอัดรายการอีกใน 5นาที

 

 

            “ด้านหน้าตรงนั้นเลยนะครับ”

 

            ทีมงานที่รออยู่หน้าห้องอัดหันมาบอกฮงบินอีกรอบ ดวงตาคู่โตมองตามทางที่ทีมงานชี้ไปจนเจอกับเก้าอี้ของแถวที่สองที่มีทีมงานยืนอยู่ตรงนั้น มือเล็กคว้าหมวกขึ้นมาใส่เพื่อปิดหน้าบางส่วนของตัวเองเอาไว้ และหันไปยิ้มให้กับกล้องของทีมงานที่กำลังตามเข้ามาถ่ายบรรยากาศการเตรียมเวทีและแฟนคลับด้านใน

 

           

            “พี่ฮงบิน”

 

            “ชู่ว เบาๆ กันนะ ถ่ายรายการครับ”

 

            เสียงของเด็กสาวข้างตัวดังขึ้นเบาๆ จนฮงบินต้องรีบหันไปทำสัญญาณให้เงียบลง ใบหน้าน่ารักโค้งทักทายแฟนคลับหลายคนที่เริ่มหันมาสนใจตัวเอง อาจจะเพราะเป็นผู้ชายในกลุ่มเด็กผู้หญิงหลายคนขนาดนี้เลยเป็นจุดสนใจได้ไม่ยาก

 

 

            “ขึ้นเวทีมาแล้วค่ะ พี่ฮงบินมีผ้าเชียร์ไหมเอาขึ้นมาได้เลยนะคะ”

 

            เด็กสาวข้างๆ หลายคนเริ่มเงียบเสียงกันเมื่อแทคอุนและวอนชิกขึ้นมาเตรียมตัวบนเวที ร่างสูงในชุดสูทสีน้ำเงินดึงสายตาของฮงบินจนเผลอมองตามตั้งแต่แทคอุนเริ่มกดนิ้วลงบนแป้นเปียโน เสียงทุ้มคลอไปกับเสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงเหมือนมนต์สะกดให้ใครหลายคนมองตา ไม่ต่างจากวอนชิคที่มีเสน่ห์จนเด็กสาวข้างตัวหลายคนชื่นชมไปกับท่าทางบนเวที

 

 

            “เหนื่อยไหมครับ สนุกไหม”

 

            วอนชิกที่เหมือนรับหน้าที่พูดของวงถามแฟนคลับหลายคนทันทีที่การอัดรอบแรกเสร็จลง เสียงตะโกนตอบของกลุ่มแฟนคลับดังขึ้นจนคนบนเวทีทั้งคู่ที่ยืนอยู่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

 

            “พี่ฮงบิน พี่ฮงบินอยู่ด้วยค่ะ”

 

            เสียงของแฟนคลับกลุ่มหนึ่งตะโกนขึ้นไปบนเวที และคนอื่นๆ ก็เริ่มตะโกนตาม โดยที่วอนชิกเริ่มยิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อได้ยิน

 

 

            “อยู่นี่เหรอครับ นายจะพูดอะไรหน่อยไหม”

 

            วอนชิกหันไปส่งไมค์ให้แทคอุนที่ยืนมองไปรอบๆ ห้องอัดรายการ แต่แสงของไฟบนเวทีทำให้แทคอุนเองไม่สามารถเห็นทุกคนด้านล่างได้

 

 

            “ข้างนอกฝนตกใช่ไหม”

 

            แทคอุนที่เห็นก่อนอัดรายการว่าด้านนอกฝนตกหนักจนแฟนคลับต้องเข้ามาหลบด้านในถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ และเมื่อได้เสียงตอบรับจากแฟนคลับหลายคนก็พยักหน้ารับรู้

 

 

            “อัดต่อเถอะ”

 

            แทคอุนหันกลับไปบอกวอนชิกเบาๆ ร่างสูงกลับไปนั่งหลังเปียโนตัวใหญ่เพื่อเตรียมอัดรายการรอบที่สองให้จบลง

 

            เสียงดนตรีและท่วงทำนองหนักๆ ดังขึ้นอีกรอบ การแสดงโชว์บนเวทีของทั้งสองคนดูเข้ากันและมีเสน่ห์จนทำให้ทุกคนมองตาม จนกระทั่งเสียงดนตรีทุกอย่างจบลงแล้วทั้งสองคนบนเวทีก็บอกลาแฟนคลับทุกคนเพราะการอัดที่สิ้นสุดลง

 

 

 

 

            “คุณฮงบิน ทางนี้ครับ”

 

            ยังไม่ทันที่ฮงบินจะลุกออกจากที่นั่งตามคนอื่นๆ ที่เริ่มออกไปรอเพื่อออกไปรอเก็บรูปด้านนอกอีกรอบ ทีมงานของรายการก็มาตามให้เดินตามออกไป ร่างเล็กลูกแขนตัวเองหลายครั้งเพราะความชื้นของเสื้อและเส้นผมทำให้หนาวจนเริ่มสั่นตัวน้อยๆ

 

 

 

 

            “ห้องนี้เลยครับ”

 

            ทีมงานที่เดินเข้ามาทางห้องพักศิลปินด้วยกันส่งฮงบินไว้หน้าห้องพักที่จากชื่อด้านหน้าก็พอจะรู้ว่ามีแค่แทคอุนกับวอนชิกพักอยู่ ลมหายใจอุ่นๆถูกเป่าลงบนมือเล็กเพื่อบรรเทาความหนาว ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปช้าๆ อย่างกลัวจะกวนคนที่เพิ่งเหนื่อยจากงานเมื่อครู่

 

          คิดว่าจะรีบมาและแอบกลับออกไปเองซะหน่อย

 

 

 

            “เอ่อ สวัสดี”

 

            ฮงบินทักทายแทคอุนที่เหมือนจะยืนรอเขามาตั้งแต่ต้นด้วยท่าทีเกร็งๆ เพราะดวงตาคมดุที่มองมาอย่างไม่พอใจ และหันไปยิ้มให้วอนชิกที่กำลังส่งชุดคืนให้สไตลิสที่ยืนรออยู่

 

 

            “เอาผ้าขนหนูมา”

 

            แทคอุนหันไปสั่งสไตลิสสาวอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ตัวเสียงเรียบ แต่ได้รับคำตอบเป็นท่าทีงงๆ ของหญิงสาวที่กำลังจัดชุดเข้าราวเพื่อเก็บ

 

 

            “ผมขอผ้าขนหนู มันเข้าใจยากตรงไหน”

 

            เสียงทุ้มกดต่ำลงอีกครั้ง ดวงตาคมดุมองตามสไตลิสหลายคนที่กำลังไปหาตาที่เขาสั่งอย่างเริ่มไม่พอใจ

 

 

            “นาย ใจเย็นๆ ก่อน โมโหอะไร”

 

            ฮงบินรีบเดินไปดึงแขนของคนที่ยืนมองทุกคนเอาไว้เพื่อให้แทคอุนใจเย็นลง ร่างเล็กโค้งขอโทษคนอื่นๆ ที่เริ่มกลัวไปกับท่าทีกดดันของแทคอุนในตอนนี้

 

            แต่แทนที่แทคอุนจะใจเย็นขึ้น เหมือนกับว่าดวงตาคมดุยิ่งดูโกรธจัดกว่าเดิมเมื่อฮงบินเดินเข้าไปยืนใกล้ๆ ทันทีที่มือเล็กที่จับบนแขนแกร่งแทคอุนก็ดูโกรธขึ้นจนฮงบินเริ่มถอยมายืนนิ่งๆ

 

            “ผ้าขนหนูค่ะ”

 

            แทคอุนพยักหน้าขอบคุณสไตลิสทีเขาเผลอโมโหใส่ไปเมื่อครู่ มือใหญ่รับผ้าขนหนูผืนหนามาก่อนที่จะเดินไปตรงที่ฮงบินยืนอยู่

 

 

 

            พรึ่บ!

 

            “ทำไมปล่อยให้ตัวเปียกแบบนี้ ตัวสั่นขนาดนี้ยังจะเข้าในห้องอัดอีก นายทำอะไรคิดบ้างไหม”

 

            เสียงบ่นยาวๆ ของแทคอุนที่นานๆ จะได้ยินสักทีทำเอาวอนชิกและคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องมองตามอย่างแปลกใจ และยิ่งเห็นท่าทางของแทคอุนที่กำลังเอาผ้าคลุมคนตัวเล็กกว่าแบบนั้นก็ยิ่งดูแปลกตาทุกคน

 

 

            “ขอโทษ แค่อยากมาลองดู”

 

            ฮงบินยอมขอโทษออกมาเพราะรู้ว่าที่แทคอุนโมโหเพราะเขาไม่ดูแลตัวเอง มือเล็กค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่ชื้นของตัวเองอย่างรู้สึกผิด

 

 

            “วอนชิกงานหมดแล้วใช่ไหม”

 

            “อือ” วอนชิกรีบตอบรับคำถามของเพื่อนสนิททันทีที่นึกได้ว่าไม่มีตารางงานอะไรเหลืออีกแล้วในวันนี้

 

 

 

            “กลับเถอะ นายต้องรีบกินยากันไว้”

 

            เสียงทุ้มพูดขึ้นมาอีกรอบ แทคอุนหันกลับมาจัดการเก็บของทุกอย่างบนโต๊ะลงกระเป๋าเป้ใบเล็ก ร่างสูงโค้งลาทุกคน ขายาวก้าวออกจากห้องพักศิลปินโดยที่มือใหญ่ก็คว้าข้อมือเล็กของคนที่กำลังบอกลาทุกคนให้รีบเดินตามออกไป

 

 

 

            “เกือบแล้ว”

            วอนชิกพูดออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของความกดดันเดินหายออกไปจากห้องพักศิลปินพร้อมฮงบิน เพราะตั้งแต่อัดรอบสองเรียบร้อยแทคอุนก็มีท่าทีน่ากลัวจนแทบไม่มีใครเข้าใกล้ ยิ่งน้ำเสียงกดดันเมื่อครู่ที่พูดกับทีมงานก็ทำเอาใครหลายคนกลัว

 

แต่วอนชิกกัลบรู้สึกแปลกตากับท่าทีอ่อนโยนลงของเพื่อนสนิทที่มีให้ฮงบินจนต้องมองให้แน่ใจอยู่หลายครั้ง

 

          แทคอุนมันแปลกไป แปลกไปมากเลยล่ะ

 


           [ห้องสัมภาษณ์]

            Q: ทำไมโกรธฮงบิน

            แทคอุน เพราะเขาตกฝนมาครับ...

                             เขาทำให้ผมเป็นห่วง

            [ตัดฉาก]

 

#wegotเลบิน

©©©©©©©We Got Married©©©©©©

 

 

Talk : 28/04/16

            ดึกไปอีกกกก555 หายไปคือมีงานหลายอย่างค่ะ ตอนนี้ใกล้ว่างแล้ว ใครมางานตลดฟิคแวะมาคุยได้นะคะ มิ้นอยู่ บูธของMAME อ่ะค่ะ มาได้นะ รอบนี้ส่งเลบินไปเปิดในงานด้วยยยยย><

            คิดเห็นยังไงบอกได้นะคะ รักทุกเม้นทุกวิวทุกโหวตทุกแฟนคลับ รักคนอ่านน้อออออ><

ทวีต จิ้ม

เฟส จิ้ม

ตอบเม้นๆ

dyory (@dyory) ได้รู้แบบนี้เราก็ดีใจ มีแรงฮึดอยากแต่งทุกวันถึงจะวันละนิดก็เถอะงื้ออออ ขอบคุณน้า

Racord (@dongdank) เรื่องนี้จะมาใสๆ หวานๆ ไม่ม่าไม่เครียดเท่าเรื่องเก่าแล้วน้ออออ มาอ่านต่อน้าๆๆ><

Pray\'Party BiBi (@pray_bl) มาแต่งต่อแล้วน้า ยังรออยู่ไหมมมม มาอ่านน้า น้ออออ><

Galaxy เจอมุกแล้ววววว มาอ่านต่อน้า มาอ่านเร็ววววว เรามาต่อแล้วน้า><

minkeydolphinus (@minkeydolphinus) ขอบคุณที่ชอบน้า เราจะพยายามมาต่อไวๆ มีคนชอบคุ่นี้เราก็ดีใจมากๆๆๆๆ เลยอ่า

SODASONE (@dummynow) ก็ชื่อคู่ไงก็เป็นลูกกระต่ายยยยย มาอ่านต่อไวๆ เขินอีกนะ ขอให้เขินอีกก

Piglet ขอบคุณนะ เราจะบอกว่าก็เห็นเม้นทุกเรื่องเลย มาอ่านต่อนะ เรื่องนี้อาจจะมาแนวหวานๆ ต่างเรื่องอื่นน้อออ

สายลมขี้เหงา (@mistergill)  ถ้าอ่านแล้วยิ้มเราก็ดีใจ มาอ่านต่อนะ มาอ่านอีกน้อออออ><

พี่วอนกะน้องกุ๊ง ฟินไหมอ่า มาอ่านต่อน้ออออ มาอ่านอีกน้า><

T
H
E
M
Y
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #109 Nune Haonu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 11:08
    เขาทำให้ผมเป็นห่วง ก๊อดดดดดดดดดดดดดดด
    ห่วงน้องก็พูดไปปปปป ทำไมต้องโหดใส่ด้วยแง กลัวแทนยัยบีน5555
    ตลกยัยบีนอะ คิดว่าพ่อสิงโตต้องเป็นคุณภรรยาแน่ๆ โอ๊ย พี่เขาเป็นสามีผู้อบอุ่นไหมล่ะคะ55555
    #109
    0
  2. #52 pearl lotus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 18:18
    วั้ยๆๆๆๆปากแข็งงงงงงง บอกไปสิว่าเป็นห่วงไม่ต้องมาบอกแค่หน้ากล้องหรอก >//////< แต่ของเค้าน่ารักจริงๆค่ะ
    #52
    0
  3. #27 PraYYYYY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 23:34
    กรี๊ดดดดดดด คุณชายยยย เเหมมมมมมม ไม่อยากจะพูดดด55555?
    #27
    0
  4. #26 SS_nightmare34 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 01:52
    โอ๊ยยย พ่อคนขรึม เป็นห่วงกระต่ายแล้วทำไมต้องดุสไตลิสด้วยยยย แหมแต่ตะหนูถั่วค่ะ หนูคือภรรยานะคะ ไม่ใช่สามี แค่กริยาท่าทางมันก็น่าจะชัดเจนนะ ???????????????????? ถั่วเอ๊ยยยยย
    #26
    0
  5. #24 gunslinger-. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 00:40
    ฮือออออ มาต่อแล้ว!!!
    โถ๋พลอหล่อนเป็นห่วงกระต่ายน้อยของเทอก็บอกสิ มาทำเป็นดุไปได้
    ใยบีนเอ้ยยยย หลอนจะมโนให้พี่เค้าเป็นภรรยาให้ได้เนาะ ตื่นลูก555
    มาต่อไวไวนะคะเค้ารออ่านนะคะสู้ๆค่า
    #24
    0