The War of Love สงครามหัวใจ

ตอนที่ 4 : The War of Love สงครามหัวใจ :: CHEPTER 3 [LOADING 100%] รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    6 พ.ค. 62







When you are with me, I’m free
I’m careless, I believe
Above all the others we’ll fly

เมื่อยามสองเราอยู่ใกล้ ฉันเป็นอิสระ
ไร้ซึ่งกังวลใดๆ และฉันเชื่อแน่ว่า
(ความรักจะทำให้) เราสองออกโบยบินเหนือสิ่งอื่นใด


_______________________________________________________________________________________________



3

มือที่สาม

 

“มิลาน เธอลงแข่งเทควันโดให้ครูไม่ได้จริงๆ เหรอ” ครูฝึกเทควันโดถามขึ้นด้วยสีหน้าร้อนใจ ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่ที่ยิมเนื่องจากโดนเรียกตัวตั้งแต่เช้าตรู่

“หนูขอโทษนะคะครู แต่คือตอนนี้หนูความทรงจำขาดๆ หายๆ หนูไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองอีกแล้วอีกอย่างหนูแทบจะลืมไปแล้วด้วยว่าเมื่อก่อนหนูเป็นยังไงเก่งเทควันโดขนาดไหน” ฉันตอบครูฝึกกลับด้วยสีหน้าลำบากใจไม่แพ้กัน นั่นจึงทำให้ครูฝึกถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

“แย่จังเลยที่เธอเป็นแบบนี้ วงการเทควันโดขาดคนเก่งๆ แบบเธอไปคงแย่นะมิลาน”

“เอ่อ คงไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะครู หนูไม่ได้เก่งอะไรมากมาย”

“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก เธอเป็นยังไงใครๆ ก็รู้ บอกตรงๆ ว่าตั้งแต่ที่ได้ข่าวว่าเธอรถคว่ำครูก็ไม่สบายใจเลยนี่ยังดีนะที่เธอไม่ได้แขนหักขาหักไม่อย่างงั้นเธอคงกลับมาเล่นกีฬาไม่ได้แน่ๆ” ครูฝึกพูดพร้อมยิ้มอย่างเป็นห่วง

“ขอบคุณค่ะครู หนูจะพยายามจำให้ได้ไวๆ นะคะ” ฉันได้แต่บอกปัดด้วยความเกรงใจเพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี บอกตรงๆ ว่าฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่

“เอาแบบนี้ล่ะกัน ครูอยากให้เธอมาซ้อมเหมือนเดิมเผื่อว่าความทรงจำของเธอจะกลับมาไวขึ้นหรือจำอะไรได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” ฉันลังเลเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตอบรับ

“เอางั้นก็ได้ค่ะครู หนูจะมาซ้อมเหมือนเดิม”

เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วยังไงก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

       ฉันเดินออกมาจากยิมด้วยสีหน้าดีขึ้นกว่าตอนเดินเข้าไปทีแรก เฟร็ดกับอัศวินที่มายืนรอเป็นเพื่อนตั้งแต่ตอนแรกเดินเข้ามาหาฉันอย่างเร่งรีบด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย

“เป็นไงบ้าง” เฟร็ดเป็นคนแรกที่ถาม ฉันจึงส่ายหัวแทนคำตอบ

“แล้วนี่แกยังต้องลงแข่งไหม นั่นมันงานกีฬาใหญ่ระดับมหาลัยเลยนะ” อัศวินถาม

“ฉันบอกปฎิเสธไปแล้วเพราะฉันไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง พวกแกก็รู้ว่าความทรงจำของฉันไม่เหมือนเดิม”

“เฮ้ย พวกฉันเสียดายแทนแกจริงๆ มิลาน เทควันโดเป็นกีฬาที่แกรักมากเลยนะครั้งนี้ถือว่าแกพลาดโอกาสสำคัญจริงๆ” เฟร็ดตบบ่าฉันเบาๆ

“ช่างมันเถอะ ยังไงฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”

“เอาหน่า เดี๋ยวแกก็ดีขึ้น” อัศวินส่งยิ้มเป็นกำลังใจมาให้

“คงงั้นมั้ง ครูฝึกบอกให้ฉันมาซ้อมเหมือนเดิมเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น”

“เจ๋งเลยดิ เพื่อไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์” อัศวินยิ้มอย่างยินดี หมอนี่ดูดีใจมากกว่าฉันอีก

“คงงั้น”

     พูดจบฉันก็เดินออกจากยิมพร้อมกับเฟร็ดและอัศวินเพื่อไปเรียนคาบบ่ายต่อเพราะตอนเช้าอาจารย์ยกเลิกคลาสเรียนกะทันหัน หลังจากเรียนคาบบ่ายเสร็จทีแรกฉันกำลังคิดว่าจะไปซื้อหนังสือที่ห้างมาอ่านแก้เบื่อเพราะฉันไม่รู้จะทำอะไรเวลาอยู่ที่คอนโดของโรม มันน่าเบื่อและว่างมากจริงๆ ไม่นับรวมเรื่องที่มามหาลัยแล้วเจอเฟร็ดกับอัศวินเพราะสองคนนี้เป็นเพื่อนที่เติมเต็มให้กำลังใจตอนที่ฉันอยู่ในช่วงชีวิตที่ตกอับที่สุดแบบนี้ไม่เหมือนแฟนตัวเองสักนิด

“เฮ้ย ไปร้านเดิมกันไอ้มิวเซียมนัดดื่ม”

“มีใครบ้างวะ” อัศวินถามขึ้นทั้งๆ ที่ปากคาบบุหรี่ไปด้วย หมอนี่ดูดบุหรี่หนักมากหนักจนฉันเริ่มเป็นห่วง ฉันรู้สึกว่าถ้าหมอนี่ไม่ห่วงสุขภาพตัวเองก็ควรห่วงสุขภาพคนรอบข้างมากสำลักควันบุหรี่จะตายอยู่แล้ว

“ถ้างั้นพวกแกไปกันนะ ฉันขี้เกียจไปจะไปหาซื้อหนังสืออ่าน”

“มิลานอ่านหนังสือ?”

“อืม” ฉันขมวดคิ้ว

“บอกว่ากินเหล้ายังจะเชื่อมากกว่านะ” อัศวินอ้าปากค้างก่อนจะสวนกลับทันควัน

“มันเสียสุขภาพ” ฉันแย้ง

“แล้วทำไมเมื่อก่อนกินได้แถมยังเป็นตัวตั้งตัวตีชวนพวกฉันก่อนด้วย”

“ก็นั่นมันเมื่อก่อนนี่หน่าจำไม่ได้ ไปล่ะ” เพราะไม่อยากเถียงกับอัศวินให้มากความฉันจึงตัดบทหันหลังเดินหนีออกมาหน้าตาเฉย แต่ก็ใช่ว่าฉันจะรอดพ้นจากเฟร็ดกับอัศวินนะ พอรู้ตัวอีกทีปรากฎว่าฉันโดนอัศวินล็อกคอจากทางด้านหลังทีเผลอเล่นเอาแทบขาดอากาศหายใจ พวกนี้เล่นแรงเป็นบ้าเลย

ผัวะ!

“โอ๊ย” ฉันร้องลั่นเมื่อัศวินตบหน้าผากฉันไปหนึ่งที

“ความจำกลับมายัง” อัศวินถามอีกครั้งง้างมือทำท่าจะตบหน้าผากฉันอีกรอบ

“รู้แล้วๆ ไปก็ไปเล่นแรงเป็นบ้าเลย” ฉันบ่น

“เมื่อก่อนเล่นแรงกว่านี้อีก”

“เหอะ จะไปไหนก็ไปเดินนำด้วย เร็วๆ”


        เฟร็ดกับอัศวินพาฉันมาร้านเหล้าที่ไหนก็ไม่รู้แต่ไกลจากมหาลัยพอสมควรก่อนที่เฟร็ดจะเดินนำเข้าไปในร้าน อัศวินหันมากระซิบข้างหูฉันว่าเมื่อก่อนหมอนี่มาที่นี่บ่อยแถมสาวๆ ที่นี่ยังเด็ดมากฉันจึงได้แต่พยักหน้าตอบรับไปงั้นๆ เพราะฉันไม่เคยมา เมื่อเดินเข้ามาด้านในสุดของร้านเฟร็ดก็เดินเข้าไปทักทายผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังแทงสนุ๊กกันอยู่ก่อนที่ผู้ชายกลุ่มนั้นจะหันมามองฉันด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยฉันจึงส่งยิ้มกลับไปแทนคำทักทายเพราะพวกนี้คือเพื่อนของโรมนั่นเอง มิวเซียมกระตุกยิ้มมุมปาก ฟินแลนด์ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าแปลกใจ ส่วนตินตินกับแพนเตอร์โบกมือให้อย่างเป็นมิตร

“มิลาน ดีใจจังเธอก็มาด้วย” ตินติน วิ่งเข้ามากระตุกแขนฉันอย่างดีใจ ดูไปดูมาหมอนี่ชอบทำตัวเหมือนเด็กชะมัด

“เฮ้ยๆ ไอ้ตินติน เผลอไม่ได้เลยนะทำไมต้องถึงเนื้อถึงตัวเพื่อนกูด้วยนี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนมึงโดนยัยนี่ตบกบาลไปแล้ว” อัศวินที่ยืนอยู่ข้างตัวฉันพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่

“ไรวะ ทำเป็นหวงไปได้มิลานเป็นเพื่อนสะใภ้กูนะเว้ย” ตินตินส่งสีหน้าเหงาหงอยกลับไปให้อัศวิน

“เหอะ เพื่อนสะใภ้” อัศวินบ่นอะไรสักอย่างกับตัวเองก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น

“กูพูดจริงนี่หว่า”

“เหอะ มึงไปถามไอ้โรมก่อนไป๋ว่ายังนับยัยนี่เป็นแฟนอยู่หรือเปล่าเมื่อวานทำเลวใส่เพื่อนกูไว้แบบนี้นี่ไม่เรียกว่าแฟนแล้วนะ กูว่า” อัศวินเริ่มขึ้นเสียงอย่างหาเรื่องเฟร็ดจึงเข้ามาลากตัวอัศวินให้ออกห่างจากตินติน

“เฮ้ย ไรวะ ใจเย็นดินี่กูชวนมึงมาดื่มนะไม่ได้ชวนมามีเรื่องกับไอ้ตินตินมัน” เฟร็ดบ่นพึมพำพร้อมกับลากอัศวินไปหามิวเซียมกับฟินแลนด์

“อัศวินก็ใจร้อนแบบนี้แหละ” ฉันบอกตินตินหลังจากที่เฟร็ดลากอัศวินออกไป

“มันดูเป็นห่วงเธอดีจัง”

“ก็หมอนั่นเป็นเพื่อนรักฉันนิ”

“รู้อะไรไหมว่าผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันไม่ได้”

“ตลกดี หมอนั่นสนิทกับฉันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจะบอกให้อีกอย่างว่าเราเคยนอนด้วยกันมาแล้วตอนไปเที่ยวที่ต่างจังหวัด” พอฉันพูดจบตินตินก็อ้าปากค้างราวกับว่าฉันพูดเรื่องที่ผิดมหันต์

“เลิกทำแบบนั้นเลยนะเธอคบกับไอ้โรมแล้วแถมมันยังเป็นหมาบ้าด้วยมันต้องไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้าเกิดเธอไปนอนกับผู้ชายคนอื่น”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยทีเพื่อนนายก็ยังนอนกับผู้หญิงคนอื่น” ฉันพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“เอ่อ.. เธอเป็นผู้หญิงเชื่อฉันสิว่ามันดูไม่ดีหรอก”

“เฮ้ยๆ ไอ้ตินตินมึงจะแพล่มอะไรอีกนานป่ะจะใกล้เพื่อนกูมากไปและ” ตินตินหันไปมองอัศวินที่ยืนกอดอกจ้องหน้าตินตินอย่างหาเรื่องอยู่ทางด้านหลังโดยมีเฟร็ดยืนอยู่ข้างๆ

“อะไรของมึงวะ” ตินตินบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะเดินทำหน้าเซ็งผ่านไหล่อัศวินไปหาเพื่อนในกลุ่มที่กำลังดื่มกันอยู่ ฉันไม่ได้พูดอะไรแต่เดินตามอัศวินไปสั่งน้ำเปล่ากับพนักงานพร้อมกับหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาดื่มน้ำอย่างเงียบๆ น่าเบื่อจังบางทีมีแต่เพื่อนที่เป็นผู้ชายก็น่าเบื่อเพราะฉันไม่รู้จะคุยอะไร ผ่านไปสักพักจู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าที่นั่งข้างตัวยุบลงตามน้ำหนักตัวที่ทิ้งลงมา ฉันซึ่งมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ อยู่เลยไม่ทันได้สังเกตหันไปมองอีกทีก็พบกับใบหน้านิ่งๆ ของโรมที่มีแก้วใสนั่งอยู่บนตักแถมโรมยังไม่เหลือบมองฉันสักนิด เรานั่งใกล้กันขนาดนี้ไม่เห็นกันก็บ้าแล้ว

“นาย” ฉันเรียกโรมเสียงค่อย ก็ไม่รู้สิถ้าไม่ทักเลยก็ดูแปลกเลยตัดสินใจทักสักหน่อยก็ได้ โรมทำท่าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมามองฉันด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่ได้แฝงความตกใจที่เห็นฉันเลยสักนิดแถมมืออีกข้างก็กระชับเอวของแก้วใสเข้าหาแน่นขึ้นฉันเหลือบมองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“อ่าว ที่รักเองเหรอมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันไม่ยักรู้”

นั่นสินะโรม นายไม่รู้จริงๆ นั่นแหละก็นายมัวแต่กอดใครล่ะ

“นานแล้ว” ฉันตอบกลับนิ่งๆ ไม่รู้สินะฉันคิดว่าฉันไม่ได้คิดไปเองแต่หมอนี่ไม่แคร์ฉันเลยสักนิดหลังจากที่รู้ว่าฉันมีตัวตนอยู่ตรงนี้หรืออาจจะรู้นานแล้วแต่ตีเนียน โรมก็ยังคงกอดแก้วใสที่อยู่บนตักโดยไม่แคร์สายตาฉันสักนิด เหอะ บอกทีสิว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆ ใช่ไหม

“เฮ้ย พวกมึงรู้หรือยังว่ากูคบกับมิลานคนสวยแล้วนะ” จู่ๆ โรมก็หันไปตะโกนกับเพื่อนที่เล่นกินดื่มกันอยู่ด้านหลัง ทุกคนจึงมองมาที่โรมด้วยสายตางงๆ

“เออรู้แล้ว มึงบอกกูไปแล้ว” มิวเซียมตะโกนกลับมาแต่หน้ายังนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ตามเดิม แต่โรมทำเพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่สนใจก่อนจะหันไปพูดกับเฟร็ด

“ขอบใจมึงมากที่พาแฟนกูมาด้วยความจริงวันนี้ตั้งใจพามิลานคนสวยมาเปิดตัวเชียวนะ”

“แล้วมึงพายัยนั่นมาด้วยทำไม” เฟร็ดถามกลับนิ่งๆ ก่อนเหลือบไปมองแก้วใสที่นั่งอยู่บนตักโรมอย่างไม่ค่อยชอบใจ

“แล้วทำไมกูจะพามาด้วยไม่ได้นี่ก็ผู้หญิงของกูอีกคนเหมือนกัน ใช่ไหมจ๊ะที่รัก” ประโยคหลังโรมหันมาถามความเห็นฉันด้วยสีหน้าที่ดูไม่เป็นมิตร ฉันจ้องหน้าโรมทั้งรู้สึกแย่และรู้สึกไม่ค่อยชอบใจมากๆ ด้วย แต่ฉันพูดอะไรมากไม่ได้เพราะในวันที่โรมเปิดตัวผู้หญิงคนนี้หมอนี่ถามฉันและฉันเองที่เป็นคนเปิดทางให้แล้วจะไปโทษใครล่ะ

“มึงแม่งโคตรเลวเลยไอ้โรม” เฟร็ดสบถด่าโรมดังลั่น ฉันรู้ด้วยความที่เป็นเพื่อนกับเฟร็ดมานานหมอนั่นไม่ได้ด่าโรมเล่นๆ แต่กำลังโมโหและโกรธแทนฉัน แต่บอกไว้เลยว่าคำด่าแค่นี้ไม่ระคายเคืองผิวหนังโรมหรอก

“งั้นเหรอ” โรมยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันมาถามฉันด้วยสีหน้าหยั่งเชิง “ที่รัก เพื่อนเธอบอกว่าฉันเลวว่ะ”

“แต่ก็ไม่ใช่คนดีนิ” พูดจบฉันก็ลุกขึ้นทำทีว่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่ดันโดนมือเหนียวหนึบยิ่งกว่ากาวของโรมคว้าไว้ก่อนจะออกแรงบีบแน่นจนฉันรู้สึกเจ็บ “จะบอกว่าฉันเลวอีกคนว่างั้น” ฉันมองมือของโรมที่ออกแรงบีบข้อมือฉันเล็กน้อยก่อนจะตอบสีหน้านิ่งๆ

“สะดวกจะคิดงั้นก็เอาสิ”

พูดจบฉันก็เดินมาเข้าห้องน้ำทันทีที่เดินมาถึงฉันปิดประตูขังตัวเองในห้องน้ำก่อนจะทรุดลงกับพื้นเพราะคิดอะไรไม่ออก หลังจากผ่านอุบัติเหตุรถคว่ำแล้วฉันฟื้นขึ้นมานอกจากรู้ว่าความทรงจำตัวเองขาดๆ หายๆ ฉันก็รู้สึกแปลกๆ ไปหมด กับโรมทั้งที่เราเป็นแฟนกันแต่จริงๆ แล้วเรากลับเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำหลายๆ อย่างมันสวนทางกับความเป็นจริงไปหมดทั้งการกระทำและความรู้สึกของเรา

       สักพักฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีคนเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนที่จะเงียบเสียงไปอันที่จริงฉันไม่ได้อยากมาเข้าห้องน้ำสักนิดมันก็แค่ข้ออ้างที่อยากหลีกหนีจากความรู้สึกหงุดหงิดที่เกิดขึ้น มันไม่โอเคเลยหมอนั่นทำเหมือนไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา ไม่แคร์ เหมือนคนที่ไม่ได้เป็นแฟนกัน ทันทีที่ฉันเปิดประตูเดินออกจากห้องน้ำกลับแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นแก้วใสยืนกอดอกอยู่หน้ากระจกราวกับว่าเจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าฉันอยู่ในห้องนี้ สายตาของเธอที่จ้องมามันไม่ใสซื่อเหมือนเดิมแต่มันกลับเต็มไปด้วยแววมาดร้ายและไม่ชอบใจ

“ไง”

“มีอะไรเหรอ”

“อยากจะรู้จังว่าเธอมีดีอะไรนักหนาโรมถึงได้ยอมคบกับเธอ” แก้วใสแสยะยิ้มถามฉันอย่างมาดร้ายสายตาแบบนี้ต่างจากเมื่อวานที่ฉันเห็นโดยสิ้นเชิง คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็ได้แต่ก่นด่าตัวเองว่าไม่น่ามองแก้วใสเป็นคนดีขนาดนั้นเลยจริงๆ แสดงความสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันคือการตบตากันสินะ

“ไม่รู้สิ” ฉันตอบแบบไม่คิดเพราะฉันไม่ได้คิดจริงๆ ช่วงเวลาที่ฉันกับโรมตกลงคบกันมันเร็วมากเร็วจนฉันเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าความรัก

“หึ เธอคงไม่คิดว่าฉันจะเส้นตื้นใช้ผู้ชายร่วมกับเธอแบบที่โรมพูดหรอกนะมิลาน” แก้วใสพูดขึ้นพลางเดินเข้าหาฉันมากขึ้นอย่างมาดร้ายจนฉันเผลอก้าวเท้าถอยห่างอย่างลืมตัว

“คือมันก็ไม่ได้มีใครอยากอยู่ในสถานะแบบนั้นหรอกแก้วใส”

“ก็ถ้ารู้แบบนั้นเธอก็ควรเลิกกับโรมได้แล้วนะ เพราะเขาน่ะไม่ได้แคร์เธอสักนิด” จังหวะที่ฉันเงียบไปแก้วใสก็ยื่นหน้ามาหาฉันพร้อมกับกระซิบเบาๆ ข้างหู “หมอนั่นไม่ได้กลับไปนอนกับเธอกี่วันแล้วล่ะ หึ! ลองเดาดูสิว่าเขาอยู่กับใคร” แก้วใสแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจที่ทำให้ฉันยืนนิ่งตาค้างได้สำเร็จแต่ก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้นเมื่อเธอยังคงพูดจาข่มขู่ฉันต่อไป

“ขอเตือนไว้ว่าถ้าเธอยังไม่ยอมเลิกกับโรมง่ายๆ ล่ะก็ เธอเจอดีแน่” พูดจบแก้วใสก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องน้ำทันทีทิ้งให้ฉันยืนนิ่ง ตัวชาวาบ คิดอะไรไม่ออก สมองเบลอไปหมด เพราะเหตุการณ์กลับผลิกผันหลายๆ อย่าง อันที่จริงแล้วหมอนั่นหายไปอยู่กับแก้วใส จู่ๆ ฉันก็นึกไปตอนที่ตินตินทำท่าว่าจะบอกอะไรฉันบางอย่างแต่ก็เงียบไปเพราะโดนแพนเตอร์ปรามไว้ชัดเจนเลยว่ามันคือเรื่องนี้

          ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยจิตใจที่ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเพราะกำลังจมกับความรู้สึกแย่ของตัวเอง ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี แค่รู้สึกว่าตอนนี้ฉันกำลังอ่อนแอซึ่งฉันจะแสดงออกไปไม่ได้โดยเด็ดขาด จริงอยู่ที่ตอนนี้อาจจะทำอะไรโรมไม่ได้แต่อย่างน้อยฉันก็ต้องทำให้หมอนั่นได้รู้ซึ้งว่าฉันไม่ได้สนใจและไม่ได้แคร์อะไรทั้งนั้น

           ตอนที่เดินมาถึงฉันเห็นโรมกำลังหยอกล้อหัวเราะอยู่กับแก้วใสที่โซฟาดูเหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังดวลเหล้ากันอยู่สายตาที่โรมใช้มองแก้วใสมันเป็นสายตาที่โรมไม่เคยใช้มองฉัน แวบเดียวที่เขาเหลือบสายตามามองฉันพร้อมกับแสยะยิ้ม แต่ฉันไม่สนใจเลยเลี่ยงเดินไปหาเฟร็ดที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่คนเดียวแทน

“แกชวนฉันมาที่นี่เพราะโรมสั่งแกเหรอเฟร็ด” ฉันถามเฟร็ดด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกและไม่โกรธเพียงแค่อยากรู้ว่าโรมต้องการอะไรกันแน่

“เอ่อ… ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่ามันจะพายัยแก้วใสมาด้วย” เฟร็ดดูอึกอักเล็กน้อยแถมยังดูรู้สึกผิดมาก

“ฉันไม่ได้โกรธแกๆ ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก”

“เฮ้ย ฉันรู้สึกไม่ดีจริงๆ”

“แกไม่ต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละฉันยังไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย” ฉันพูดก่อนจะเหลือบสายตาไปทางโรมที่กำลังจูบ… กับแก้วใส

การคบกับผู้ชายที่ชื่อโรมทำให้ฉันต้องใช้ความอดทนมากขึ้นเป็นเท่าตัว

“แกแน่ใจจริงๆ เหรอว่าแกไม่ได้รู้สึกอะไร” เฟร็ดไม่ได้มองหน้าฉันแต่กลับทิ้งบุหรี่ลงพื้นก่อนจะใช้เท้าขยี้ซ้ำ ฉันสูดหายใจเข้าปอดก่อนจะตอบเฟร็ด

“อืม”

พลั่กก

“เฮ้ย จะจูบกันอีกนานไหมวะ คนไม่มีแฟนอิจฉานะเว้ยยยย” ตินตินเขวี้ยงอะไรบางอย่างใส่โรมที่กำลังจูบกับแก้วใสก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกัน แก้วใส่หัวเราะอย่างร่าเริงพร้อมกับโผเข้ากอดโรมซึ่งหมอนั่นก็โอบกอดตอบก่อนจะหันไปด่าตินติน

“ช่วยไม่ได้มึงไม่เอาเอง”

“เออ กูผิด อันที่จริงแล้วกูก็เลือกนะเว้ยไม่ใช่เอาไม่เลือก” ตินตินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเป็นปกติแต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าตินตินเน้นประโยคหลังเป็นพิเศษ

“เรื่องของมึง” โรมพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปปัดปอยผมที่บังหน้าแก้วใสอยู่อย่างแผ่วเบา ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้ นั่งมองโรมที่แสดงการกระทำต่อผู้หญิงอีกคนโดยไม่สนใจความรู้สึกของฉันสักนิด ฉันเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

ฉันไม่ใช่ก้อนหิน

ที่จะได้ไม่รู้สึกอะไรเลย..

ติ๊ด ติ๊ด

          แรงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้ฉันละความสนใจจากภาพบาดตาตรงหน้าก่อนจะเดินออกไปหน้าร้าน เนื่องจากข้างในเสียงเพลงดังมากไหนจะเสียงโห่ร้องเล่นดวลเหล้าของบรรดาเพื่อนๆ ของโรมอีกเมื่อเห็นหน้าจอคนโทรเข้ามาฉันก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ ‘พี่มิลาโน’

ยิ้มอย่างดีใจแบบไม่ต้องฝืนในรอบหลายวันที่ผ่านมา

‘คิดถึงพี่จัง’ ฉันพูดอย่างดีใจ

‘เฮ้ เป็นอะไรไปเนี่ยจู่ๆ มาบอกคิดถึงพี่ที่นั่นฟ้าผ่าแกตายรึยัง’ พี่มิลาโนตอบกลับมา ฉันเดาว่าพี่มิลาโนกำลังทำหน้าแปลกใจมาก

‘พูดบ้าอะไรเนี่ยพี่ แช่งน้องตัวเอง’

‘ก็จริงนี่หว่า ร้อยวันพันปีแกไม่เคยบ่นคิดถึงพี่โทรหาทีไรมีแต่จะรีบวางสายตลอดๆ ว่าแต่แกเป็นไงบ้างอยู่ที่โน่นสบายดีไหม’

‘ก็ดี’ ฉันพูดเสียงเบาลงพลันนึกไปถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่วันอย่างหดหู่

‘เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงแกไม่โอเคเลย’ ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงเป็นห่วงของพี่มิลาโนตอบมาจากปลายสาย น้ำตาบ้าบอมันก็ดันเอ่อคลออยู่ตรงเบ้าตาฉันอย่างไม่มีสาเหตุฉันใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้เสียงตัวเองสั่นก่อนจะตอบพี่มิลาโนกลับไป

‘เปล่าซะหน่อย พอดีดื่มเยอะไปหน่อยน่ะพี่ออกมาเที่ยวข้างนอกกับเพื่อน’

‘ไอ้เฟร็ดกับไอ้อัศวินน่ะเรอะ’

‘อืม’

‘เออนิ มิลานอีกไม่นานแกก็จะเรียนจบแล้วหลังจากเรียนจบพี่อยากให้แกกลับมาบ้านนะ’ พอพี่มิลาโนพูดจบฉันก็นึกไปถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันที อันที่จริงท่านไม่อยากให้ฉันมาเรียนที่เมืองไทยด้วยซ้ำแต่ฉันดื้อและไม่ยอมจะมาให้ได้ท่าเดียว

‘รู้แล้วค่าาคุณพี่ชาย จบเมื่อไหร่จะรีบกลับไปทันทีนะ’

‘เออ พูดง่ายๆ แบบนี้ดีแล้วอย่าให้พี่ต้องไปตามถึงเมืองไทยนะไม่งั้นแกเตรียมตัวตายได้เลย’

‘อุ๊ย กลัวจัง’

‘ยัยประสาทห้ามล้อเลียนพี่ แค่นี้แหละเดี๋ยวพี่จะออกไปข้างนอก’

‘โอเค ฝากบอกพ่อกับแม่ว่าจุ๊บๆ นะ บาย’ หลังวางโทรศัพท์จากพี่มิลาโนฉันก็หุบยิ้มทันทีจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่กล้าบอกที่บ้านเรื่องที่ฉันประสบอุบัติเหตุหรอกไม่อย่างงั้นทุกคนในครอบครัวต้องแห่กันกลับมาเมืองไทยแน่ๆ ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและกำลังจะเดินกลับเข้าไปในร้าน แต่ดันมีเด็กเสิร์ฟคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันพร้อมกับยื่นดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่มาตรงหน้า

“ของฉันเหรอ” ฉันถามเด็กเสิร์ฟอย่างงงๆ

“เอ่อ.. ใช่ครับพอดีมีคุณผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านในบอกว่าแฟนกำลังงอนแล้วเดินหนีออกมานอกร้านเลยฝากให้ผมเอาดอกไม้ช่อนี้มาให้คุณครับ” ฉันรับดอกไม้จากมือเด็กเสิร์ฟมาอย่างงงๆ ก่อนจะก้มลงอ่านกระดาษโน้ตที่แนบมากับดอกไม้ด้วย

‘ยังไงฉันก็รักเธอเหมือนเดิมนะ อย่างอนกันเลยที่รัก จากโรมสุดที่รักของเธอ’

          เหอะ หมอนั่นคิดว่าฉันงอนที่เห็นตัวเองนั่งจู๋จี๋อยู่กับแก้วใสก็เลยส่งเด็กเสิร์ฟให้เอาดอกไม้นี่มามอบให้ฉันเนี่ยนะ ฉันกำดอกไม้แน่นอย่างลืมตัวจนบางดอกมันหลุดออกจากช่อไปแล้วแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ ที่น่าโมโหกว่าคือโรมดันหลงตัวเองมากไปหน่อยว่าฉันจะงอนต่างหากล่ะ ไอ้การที่ฉันไม่พูด ไม่ด่า ไม่โต้แย้ง มันคงทำให้หมอนั่นคิดว่าฉันแคร์อะไรมากมาย

           ฉันก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเดินกลับเข้าไปในร้านพลันสายตาก็เห็นโรมกำลังนั่งคุยกับแก้วใสอยู่ที่เดิมอย่างมีความสุข และฉันก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นดอกกุหลาบช่อใหญ่สีขาวอยู่ในมือของแก้วใสเช่นกัน จะว่ายังไงดีล่ะมันใหญ่กว่าช่อนี้ที่ฉันถือไว้ซะอีก แล้วหมอนั่นต้องการจะสื่ออะไร ความหมายของดอกกุหลาบงั้นเหรอ? ส่งดอกกุหลาบสีแดงมาให้ฉันแล้วก็ให้ดอกกุหลาบสีขาวกับแก้วใส คิดว่าตัวเองกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ ฉันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโรมในขณะที่โรมก็หันมามองฉันด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอาการแปลกใจอะไรสักนิดก่อนจะอมยิ้มแบบเหยียดๆ ใส่ฉัน

“โรม”

“เอากุกลาบของนายคืนไปฉันไม่ต้องการ”

“อ่าว ฉันคิดว่าเธอจะชอบนะมีผู้หญิงที่ไหนบ้างไม่ชอบดอกไม้” โรมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนกำลังง้อฉันอยู่แต่สีหน้าที่มองมาไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิดตรงกันข้ามเหมือนกำลังสะใจด้วยซ้ำ

“ฉันออกไปคุยโทรศัพท์กับพี่ชายไม่ได้งอนเรื่องที่นายอยู่กับคนอื่นนายอย่าหลงตัวเองมากมายขนาดนั้น”













TALK

อะไรจะเลวขนาดนั้นโรม หมันไส้ว่ะเฮ้ย!
สงสารมิลานไม่มีไรมาก
ปล.ตบกับเจ๊ไหมแก้วใส

ฝากผลงานเรื่องนี้ด้วยน้าาาาาคะ :)
อย่าลืมไปกดไลค์แฟนเพจกันน้าาาา
แจ้งอัพเดทผลงานเช่นกันค่ะ
ปล. เม้น โหวต แชร์ ให้ไรท์เตอร์ผู้น่าสงสารคนนี้ด้วยน้าาาา
อยากรู้ความเคลื่อนไหวแหะ




1 เม้น 1 โหวต 1 แชร์ = ล้านกำลังใจนะคะ :p
 

(My Sacrifice - Creed)
เพลงประกอบบทนี้ เปิดๆ
 

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,208 ความคิดเห็น

  1. #1178 paryploy32 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:27
    มิลานสู้เค้าลูกก
    #1,178
    0
  2. #619 maybiwbell050615 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:38
    แซ่บมากมิลาน
    #619
    0
  3. #581 th888 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 12:14
    อีโรมมม อีเลววว
    #581
    0
  4. #575 dreamptk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 11:11
    ทำไมโรทแม่งเห*ยขนาดนี้
    #575
    0
  5. #144 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 23:12
    ฟ้าใสน่าตบมากกกก
    #144
    0
  6. #68 Oiljang89 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:27
    คำถามเดียวค่ะ....จะทนอยู่เพื่อ????
    #68
    0
  7. #30 ยากูซ่าหน้าสวย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 04:36
    ใครอยู่ใกล้ๆแถวๆนั้นฝากถีบอิโรมทีดิ๊
    #30
    0
  8. #29 ยากูซ่าหน้าสวย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 06:17
    มิลานเก่งเทควันโดใช่ปะ แต่ขอแนะนำให้เรียนมวยไทยเพิ่มด่วนเลยค่ะะะ ขอเอาขาทำจระเข้ฟาดหางที่ก้านคอและเอาปลายเท้าเหยียบยอดหน้าสักสามสี่ที อ้ออ แถมด้วนกำปั้นเน้นๆกระแทกหน้าแก้วใสที่ขุ่นๆนั่นด้วยนะะะ
    #29
    0
  9. #26 MarkStory_MarkTae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 06:34
    อย่าไปแคร์มันมิลาน 5555 เอาให้โรมเจ็บกระอักเลือดเลย #ทีมมิลาน 
    #26
    0
  10. #25 PanDa Aile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 22:49
    เกลียดอิโรม!!!!!!!
    #25
    0
  11. #24 !•คิวปิด•! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 22:22
    ผู้ชายดีๆหายไปไหนหมดอะเรื่องนี้ ส่งมาให้มิลานสักคนสิเฮ่ยยย
    #24
    0
  12. #22 Ss'parn Olo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 19:29
    เกลียดโรมหนักมาก จะไปเผาบ้านเเก้วใส #ทีมมิลาน
    #22
    0
  13. #21 pink33338888 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 18:36
    ขอผู้ชายหล่อสักคนให้มิลานด่วนเลยค่ะ โรมเลวว่ะ
    #21
    0
  14. #19 Mintring (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 22:27
    โรมใจร้าย
    #19
    0
  15. #18 warapha181053 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 00:13
    มิลานเชิดเข้าไว้นะ
    #18
    0
  16. #17 !•คิวปิด•! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 21:28
    รู้สึกอยากให้มิลานเก่งเทควันโดขึ้นมาทันตาเลยอ่ะ
    #17
    0
  17. #16 aomsin2000 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 13:12
    นาทีนี้ตบโรมคงไม่ผิดเนอะ5555
    #16
    0
  18. #15 rayne-frofretier (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 06:39
    ชอบโรมมาก ชอบแบดบอยอะ^_^
    #15
    0
  19. #14 •kik• (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 23:24
    มิลานอย่าไปแคร์ค่ะ มั่นไว้ๆ
    #14
    0
  20. #13 MarkStory_MarkTae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 22:26
    เกลียดโรมแรง อยากให้มิลานเอาคืนบ้าง
    #13
    0
  21. #11 Poungporn Tipprom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 21:38
    เจิมอย่างมีความสุข
    #11
    0
  22. #10 Mintring (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 20:47
    เจิมมมมมม
    #10
    0
  23. #9 Mintring (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 20:46
    เจิมมมมมมมมมม
    #9
    0
  24. #8 _tong_bpy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 16:23
    เจิมๆ ๆๆๆๆ
    #8
    0
  25. #7 MarkStory_MarkTae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 07:30
    เจิมมมมม
    #7
    0