The War of Love สงครามหัวใจ

ตอนที่ 3 : The War of Love สงครามหัวใจ :: CHEPTER 2 [LOADING 100%] รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    6 พ.ค. 62








_____________________________________________________

2

ฉันเป็นพวกโง่งมงายเรื่องความรักหรือเปล่านะ?

 

 

     เพราะโรมสั่งไม่ให้ฉันยุ่งกับข้าวของฉันก็เลยไม่ยุ่งแถมเมื่อวานเจ้าตัวก็ไม่ยอมกลับมานอนที่ห้องด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้นอนในห้องของโรมหรอกนะเพราะยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ อีกอย่างการกระทำของโรมเมื่อวานก็ทำเอาฉันเริ่มระแวง แถมไม่รู้ว่าวันดีคืนนี้หมอนั่นจะมาปล้ำฉันเมื่อไหร่ฉันเลยตัดสินใจหอบหมอนกับผ้าห่มออกมานอนที่โซฟานอกห้องแทน

“แกจำอะไรได้บ้างไหนบอกฉันมาหน่อย” เฟร็ดถามขึ้นตอนช่วงพักกลางวันที่เรากำลังนั่งกันอยู่หน้าคณะโดยมีเฟร็ด ฉัน และอัศวิน

“คือ.. มันแย่มากเลย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าก่อนหน้านี้ฉันเป็นยังไงแต่เห็นได้จากวันนี้ฉันเรียนตามพวกแกไม่ทันเลย ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉันมีไอ้หนังสือพวกนี้ได้ยังไง” ฉันพูดขึ้นก่อนจะหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับโยนลงตรงตรงม้าหินอย่างเซ็งๆ

“ทำไงดีถ้าฉันไม่เข้าใจบทเรียนพวกนี้ฉันเรียนไม่จบแกแน่ๆ เลย ฮือๆ” พูดไปน้ำตาฉันก็เริ่มคลอรอบดวงตาจนอัศวินแทบจะตะโกนเสียงหลง

“โอ้ ไม่นะไม่ๆๆๆ ห้ามร้อง แกกับน้ำตาไม่ใช่ของคู่กัน”

“ทำไมล่ะ ก็ฉันรู้สึกแย่มากๆ แกไม่เข้าใจหรอกอัศวิน” ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะม้าหินส่วนมือก็ทึ้งหัวตัวเองไปด้วย ถ้าฉันยังจำอะไรไม่ได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เรื่องมันต้องยิ่งแย่ลงไปอีก

“เฮ้ย ใจเย็นแกยังมีพวกฉันอยู่ยังไงก็ต้องเรียนจบพร้อมกันอยู่แล้วพวกฉันไม่ทิ้งแกหรอกมิลาน”

“อืม” ฉันพูดขอบใจเฟร็ดอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ ก่อนจะใช้แขนเสื้อช็อปปาดน้ำตาที่เริ่มจะคลอเบ้าตาเพิ่มมากขึ้นอีก

“แล้วยังไง นอกจากเรื่องเรียนที่แกหลงๆ ลืมๆ แล้วยังมีอะไรอีก” อัศวินชะเง้อใบหน้าเข้ามาถามฉัน

“อืมม ฉันจำไม่ได้จริงๆ เฟร็ด ตอนนี้ฉันก็หงุดหงิดตัวเองจะแย่อยู่แล้วนึกอะไรไม่ออก บางเรื่องที่พวกแกพูดกันฉันก็ไม่เข้าใจคล้ายกับคนไม่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมาก่อน”

“อย่าเครียดเว้ยอย่าเครียด อย่าลืมว่าฉันเป็นใคร” อัศวินพูดก่อนจะชี้มือเข้าหาตัวเองก่อนจะกำมือแล้วใช้ทุบอกตัวเองแรงๆ อีกครั้ง “ฉันคืออัศวินเชียวนะอัศวินเพื่อนคนนี้จะช่วยเหลือแกเอง”

ไม่รู้จะขอบใจยังไงฉันจึงได้แต่อมยิ้มให้อัศวินแทนคำขอบคุณ แต่จู่ๆ เจ้าตัวก็เปลี่ยนโหมดเป็นตะคอกใส่ฉันซะงั้น

“ห้ามอมยิ้มแบบนี้”

“อ้าว ทำไมล่ะ” ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“ไม่ชินเว้ย” พูดจบอัศวินก็หันหลังให้ฉันก่อนจะจุดบุหรี่สูบ ฉันที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อจึงเบือนสายตาไปทางอื่นอย่างเบื่อๆ ไม่ใช่เบื่อเพื่อน แต่เบื่อที่ตัวเองความจำขาดๆ หายๆ บอกตรงๆ ว่าไม่ลืมหน้าตาพ่อแม่และพี่ชายนี่ก็ดีมากแล้ว เมื่อเช้าพี่ชายของฉัน ‘มิลาโน’ ต่อสายตรงจากอิตาลีมาหาแต่เช้าตรู่เพียงแค่ได้ยินเสียงพี่มิลาโนน้ำตามันก็แทบจะไหลให้ได้ แถมพ่อแม่และพี่ชายที่อยู่อิตาลีก็ไม่มีใครรู้เลยว่าฉันเอารถไปซิ่งมาก่อนจะเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำอย่างหมดสภาพ แถมยังมีโรคความจำขาดๆ หายๆ ติดตัวมาด้วย อันที่จริงหมอบอกว่าฉันไม่เชิงความจำเสื่อมเพียงแค่ขาดหายไปบางช่วงเนื่องจากได้รับผลกระทบทางสมองตอนรถคว่ำ

“นี่ เดี๋ยวมานะหิวขนม” ฉันหันไปบอกเฟร็ดกับอิศวินที่กำลังนั่งสูบบุหรี่แถมยังซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้เพราะฉันไม่ได้สนใจฟัง

        ฉันเดินไปหยุดตรงซุ้มขายขนมข้างคณะเลือกขนมมาสองสามอย่างที่ตัวเองชอบแถมยังหยิบไปฝากเฟร็ดกับอัศวินด้วย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงซุบซิบของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่ ฉันจึงตั้งใจฟังอย่างเนียนๆ มือก็ทำท่าเลือกขนมไปด้วย

“นี่แก รู้อะไรไหมยัยนั่นน่ะคบกับโรมแล้วนะ”

“อะไรนะ โรมน่ะเหรอ โรมวิศวะโยธาอ่ะนะ”

“เออสิ เขาลือกันให้ทั่วอยากรู้ชะมัดเลยว่าไปตกลงคบกันอีท่าไหน”

“นั่นสิ คนอย่างโรมที่ไม่เคยคบใครจริงจังเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่าผ้าอนามัย เสือผู้หญิงแบบนั้นน่ะนะจะตกลงปลงใจกับแม่นั่นได้”

“นั่นสิ แต่ยัยมิลานอะไรนั่นก็สวยจะตายบางทีโรมอาจจะชอบแบบนี้ก็ได้ฉันได้ข่าวมาว่ายัยนั่นรถคว่ำเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลนิ”

“จริงด้วย ฉันก็ได้ยินผู้ชายคณะยัยมิลานอะไรนั่นลือกัน ดูท่าทางยัยนั่นคงป็อบน่าดู แล้วไหนโรมล่ะฉันไม่เห็นว่าโรมจะมาคอยดูแลแฟนตัวเองเลย นี่ๆ” ยัยคนนั้นกดเสียงต่ำลงฉันจึงแกล้งเนียนเปลี่ยนมุมไปอีกด้านของร้านค้าทำทีเลือกขนมแต่ความจริงแล้วตั้งใจจะเงี่ยใบหูให้เข้าใกล้สาวๆ กลุ่มนั้นมากขึ้น

“ล่าสุด เมื่อเช้าเลยสดๆ ร้อนๆ ฉันเห็นโรมกับแก้วใสจูบกันเต็มสองตา”

“จริงเหรอ ตายแล้วๆ โรมเนี่ยน้าาา มีแฟนแล้วก็ยังไม่ทิ้งลายพ่อเสืออีก” ทันทีที่สาวๆ กลุ่มนั้นพูดประโยคสุดท้ายจบฉันก็ยื่นเงินไปให้พี่คนขายแบบมึนๆ ก่อนจะเดินกลับไปหาเฟร็ดและอัศวิน

“อ่ะ เอามาฝาก” ฉันโยนขนมลงบนโต๊ะ ทั้งๆ ที่ตัวเองบอกว่าหิวขนมเองแท้ๆ แต่ฉันกลับไม่ได้แตะขนมสักห่อเพราะจิตใจกำลังนึกไปถึงคำพูดที่สาวๆ กลุ่มเมื่อกี้นี้พูดกัน

“เฮ้ย เปนไร” เฟร็ดกระทุ้งสีข้างฉันอย่างแรงจนฉันสะดุ้ง

“เปล่า” ฉันตอบแต่ไม่ได้มองหน้าเฟร็ด

“อย่ามาเนียนนี่ไม่ใช่แกเลย บอกมาเป็นอะไร” ฉันหันกลับไปมองหน้าเฟร็ดที่ขมวดคิ้วอย่างต้องการคำตอบฉันจึงตัดสินใจถามไปอย่างไม่ปิดบัง

“นี่อาจจะเป็นอีกเรื่องที่ฉันไม่รู้นะถามแกหน่อยว่าคนที่ชื่อแก้วใสเป็นใคร” เห็นได้ชัดว่าเฟร็ดอึ้งไปเล็กน้อย รวมถึงอัศวินที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็ชะงักไปเหมือนกัน

“โธ่มิลาน แกก็รู้ว่าไอ้โรมมันเหี้ยตัวพ่อขนาดไหนยัยแก้วใสอะไรนั่นก็เด็กมันอีกคนยังไงล่ะเพิ่งควงกันได้ไม่นานแกคงยังไม่รู้สินะ เห็นแกเป็นเพื่อนรักนะฉันเลยไม่อยากปิดบัง แกจะได้เผื่อใจไว้บ้าง”

“ไอ้อัศวิน” เฟร็ดหันไปตะคอกใส่อัศวิน แต่อัศวินก็ยังไม่ยอมหยุดพูด

“จริงๆ แล้วฉันก็ไม่เห็นด้วยกับแกเท่าไหร่นะที่แกตัดสินใจคบกับไอ้โรมอ่ะจะด้วยผีเข้าหรือเหตุผลอะไรก็ตามแต่ฉันคิดว่าถ้าเกิดแกอยากมีแฟนจริงๆ ควงฉันเล่นๆ ยังสะดวกใจกว่าควงไอ้โรมอีก”

“พูดมากหน่ามึง เดี๋ยวมิลานมันก็ร้องไห้แบบเมื่อกี้อีกหรอก”

“ห้ามร้องนะ เป็นผู้หญิงต้องสตรองเข้าไว้ จำไว้เลยว่าต่อให้ตอนนี้ความจำแกจะขาดหายไปยังไงแต่มิลานคนเดิมเป็นผู้หญิงที่ถึกและสตรองโคตรๆ”

“ขะ ขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันถามตะกุกตะกักอย่างตกใจ

“เออ เห็นแกเป็นงี้ฉันก็หงุดหงิดไม่ชินเลยว่ะกลับมาเป็นคนเดิมไวๆ นะเพื่อน”

เท่าที่ฟังจากที่อัศวินเล่าแม่แก้วใสอะไรนั่นคงอยู่นอกเหนือความทรงจำของฉันจริงๆ เพราะฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้ไม่เคยเห็นหน้าด้วยอย่างที่บอกว่าฉันแค่ความจำขาดหายไม่ได้สมองเสื่อมชนิดที่จำใครไม่ได้ ส่วนยัยพวกสาวๆ เมื่อกี้ที่กำลังนินทาฉันๆ ก็จำได้ว่าพวกนั้นเรียนอยู่คณะอะไร

      ตกบ่ายหลังจากที่อาจารย์สั่งงานเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินลงมาจากตึกพร้อมกับเฟร็ดและอัศวินที่แกล้งเดินตบหัวกันไปมาอยู่ข้างหลังฉันๆ จึงเดินนำหน้าสองคนนี้แถมยังเบียดเสียดไปกับเด็กคณะอื่นๆ ที่ทยอยลงมาจากตึกหลังเรียนเสร็จแถมหลายๆ คนในกลุ่มฝูงชนที่เดินเบียดเสียดไปพร้อมกับฉันยังหันมามองทางฉันด้วยสายตาแปลกๆ ด้วย เป็นอะไรกันนะ

“โหหหห” จู่ๆ เสียงโห่ของพวกผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน ดูเหมือนพวกนั้นกำลังจะตีปากโห่ร้องราวกับเห็นเรื่องน่าตื่นเต้นอะไรบางอย่าง

“สาวใหม่เหรอวะไอ้โรม เอ็กซ์ใช่ย่อยนะเว้ย”

“แจ๋วเลยว่ะเพื่อน”

“แล้วมิลานล่ะ มึงเอามิลานไปไว้ที่ไหนแล้ววะ”

“หรือฝังไว้ที่เตียงไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ” เสียงผู้ชายพวกนั้นตีปากโห่แซวกันอย่างไม่เกรงใจแถมยังดูเหมือนกับว่าพวกนั้นจะไม่เห็นและไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของฉันที่ค่อยๆ ชะลอเท้าเดินตามอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ

“เฮ้ยๆ มึงเบา มิลานอยู่ข้างหลัง”

“เดี๋ยวมึงไม่ได้ตายดี นั่นมิลานเชียวนะเว้ยแค่ชื่อก็ทำเอากูขนลุกแล้ว” พวกผู้ชายตรงหน้ายังคงพูดถึงฉันกันต่อไปแต่คราวนี้คนพวกนั้นรีบเปลี่ยนสีหน้าคล้ายเริ่มเกรงใจ ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“ระ โรม มึงจะทำอะไรวะ” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นจากที่ซึ่งห่างไกลจากตรงนี้ไม่มากนัก

ครืดดดดดด

         ทันใดนั้นเหล่าฝูงชายฉกรรจ์ก็พร้อมใจกันเปิดทางออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมคุ้นตา ผมจัดไม่เป็นทรง แถมเสื้อนักศึกษาก็หลุดลุ่ยออกจากกางเกงสภาพยับยู่ยี่ไปหมดราวกับเพิ่งไปมีเรื่องต่อยตีกับใครมา โรมเดินตรงเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่แถมด้านข้างยังมีสาวสวยอีกคนเกาะแขนโรมมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ หน้าตาเธอดูใสซื่อมาก ฉันไม่ได้พูดอะไรได้แต่จ้องหน้าโรมกลับอย่างงงๆ หมอนี่จะทำอะไร

“ไง มิลาน”

“ไง โรม” ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับอัศวินกับเฟร็ดเลิกตบหัวกันแล้วแถมยังส่งสายตาไปทางโรมด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึก ในขณะที่โรมเองก็ไม่ได้สนใจใครแต่กลับพุ่งเป้าหมายมาที่ฉันก่อนที่จะค่อยๆ เยื้องย่างเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าส่วนมืออีกข้างก็ใช้โอบไหล่สาวน้อยคนนั้นติดมือมาด้วย

“ทำความรู้จักกันหน่อยสิ” โรมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์เท่าไหร่แต่ฉันกลับรู้สึกว่าภายใต้น้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์มันกลับแฝงแววเยาะเย้ยอยู่

“อะไรของนาย” ฉันถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจนี่ชาวาบไปหมดเพียงแค่เหลือบไปเห็นมือของโรมที่บีบไหล่สาวน้อยตรงหน้าไว้แน่นพร้อมกับสายตาคมเปี่ยมเสน่ห์ที่ใช้สบตาเธอคนนั้นก่อนจะเหลือบมามองฉัน

“นี่คือแก้วใส ผู้หญิงอีกคนของฉัน” โรมตอบเสียงนิ่งๆ แต่สายตาที่ส่งมาให้ฉันกลับปิดบังความร้ายกาจไม่มิด

“ว่าไงนะ”

โรมเงียบไป แต่มือข้างที่บีบไหล่ผู้หญิงที่ชื่อแก้วใสกลับบีบแน่นมากขึ้นพร้อมกับโอบเข้าหาอ้อมอกต่อหน้าต่อตาฉัน รอบข้างพลันเงียบกริบ ฉันได้ยินเสียงใครบางคนสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรงในขณะที่ฉันกลับกลั้นหายใจรู้สึกพูดไม่ออก มือเท้าชาวาบไปหมด

“คบกับฉันทั้งที เธอควรทำความรู้จักกับผู้หญิงอีกคนของฉันด้วยนะมิลาน”


“หมายความว่าไง” ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อตั้งสติและพยายามข่มเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุดแต่เชื่อไหมว่าฉันรู้สึกว่าตัวเองเสียงสั่นอีกแล้ว

“อย่างที่บอก เธอควรทำความรู้จักกับแก้วใสให้มากขึ้นเข้าใจไหม” โรมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มหนึ่งทีราวกับพอใจในท่าทีที่ฉันแสดงออก

การกระทำแบบนี้มันคือการใช้แฟนร่วมกันงั้นเหรอ?

“นายทำแบบนี้ทำไม”

“เฮ้ย โรมมึงทำแบบนี้ไม่มากไปหน่อยเหรอวะ” เฟร็ดเป็นคนแรกที่พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบเป็นเพราะเฟร็ดเป็นเพื่อนสนิทของโรมด้วยหรอกหมอนั่นถึงกล้าพูดแทรกขึ้น

“แล้วไงวะ ก็กูไม่ได้คบยัยนี่คนเดียวจริงๆ นี่หว่า” โรมเหลือบสายตามามองฉันอีกครั้ง

      ฉันเงียบในขณะที่รอบด้านก็เงียบตามไปด้วยตอนนี้ทุกคนแลดูสนใจเรื่องระหว่างฉัน โรมและแก้วใสอะไรนั่น ฉันที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อเพราะรู้สึกจุกและรับไม่ได้ในความรู้สึกอึดอัดของตัวเองได้แต่จ้องหน้าโรมกลับแถมยังมีคำถามโผล่ขึ้นมาในหัวของฉันมากมายแต่ฉันกลับไม่กล้าที่จะพูดมันออกไป

“ในฐานะที่เราเป็นแฟนกันเธอก็ต้องรับทุกอย่างที่เป็นฉันได้ จริงไหม!” ประโยคหลังโรมกดเสียงต่ำลงแต่ภายในน้ำเสียงฉันกลับรู้สึกว่ามันเป็นประโยคคำสั่ง บังคับให้รับได้ แล้วยังไง? ฉันต้องทำยังไง

            ฉันเหลือบไปมองทางผู้หญิงที่ชื่อแก้วใสด้วยสีหน้าสับสนระคนสงสัยว่าทำไมจู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็มีตัวตนขึ้นมา ในขณะที่ฉันสบตาเธอๆ ก็จ้องฉันกลับเหมือนกันแต่ภายในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา อ่อนโยน นั่นจึงทำให้ฉันต้องหลบตาวูบด้วยความระอายใจที่เผลอสงสัยอะไรมากมายในตัวผู้หญิงคนนี้ ฉันจึงหันกลับไปจ้องหน้าโรมก่อนจะถอนใจออกมาอย่างอดทน

“ก็แล้วแต่นายเถอะ” โรมแสยะยิ้มกลับมาแทน

     ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อจึงตัดสินใจหันหลังเดินหนีออกมาให้พ้นจากตรงนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ เจ็บเหรอ? ไม่สิ ฉันไม่เจ็บ ฉันไม่เจ็บเลยสักนิด ความทรงจำที่เหลืออยู่ฉันจำได้ว่าตัวเองคบกับโรมแต่มันก็ไม่ได้มีความทรงจำอะไรมากมายให้น่าจำอาจจะเป็นเพราะเราเพิ่งคบกันได้ไม่นาน ใช่แล้วแหละ จริงๆ แล้วฉันไม่รู้อะไรเลย โรมจะทำอะไรก็เรื่องของหมอนั่นเถอะคนอย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากเออออไปตามนั้น สรุปแล้วนี่ฉันคบกับโรมอยู่จริงๆ เหรอ ทำไมความสัมพันธ์ของเราแทบจะไม่เหมือนคนที่กำลังคบกันอยู่สักนิดถ้าหากความทรงจำฉันไม่ขาดๆ หายๆ แบบนี้ บางทีฉันอาจจะหาคำตอบให้ตัวเองได้

และถ้าหากไม่รู้สึกอะไร แล้วเธอเดินหนีโรมทำไมล่ะมิลาน?

     ฉันให้คำตอบตัวเองไม่ได้จึงได้แต่เดินหน้าหนีลูกเดียวอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทางแต่จู่ๆ ฝีเท้าก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงคุ้นหูของเฟร็ดตะโกนเรียกฉันอยู่ด้านหลัง

“เดี๋ยว มิลานจะไปไหน” ฉันจึงหันกลับไปหาเฟร็ดก่อนจะตอบไป

“กลับห้อง”

“ตอนนี้?” เฟร็ดถามแบบไม่แน่ใจ

“อื้ม”

“แกโอเคใช่ไหม” เฟร็ดถามอย่างเป็นกังวล

“หืม ฉันไม่เป็นอะไรฉันโอเคดี”

“มิลาน” เฟร็ดเรียกชื่อฉันอีกครั้งก่อนจะทำหน้านิ่งๆ คล้ายต้องการจับผิดคนโกหก ฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ จ้องหน้าเฟร็ดเพราะฉันไม่มีอะไรจะต้องโกหกคาดคั้นไปก็ไม่ได้อะไรหรอก เฟร็ดถอนหายใจอย่างพยายามข่มอารมณ์ตัวเองก่อนจะพูดต่อ

“มิลาน ฉันขอโทษนะที่ส่งแกไปอยู่กับไอ้โรมฉันเพียงแค่คิดว่ามันน่าจะดูแลแกได้เพราะเห็นแกกับมันกำลังคบกันอยู่ แต่ถ้าเกิดว่ามันทำร้ายสภาพจิตใจแกมากขึ้นกว่าเดิมหรือทำให้แกไม่สบายใจแกกลับไปอยู่ที่…”

“ไม่เป็นไร ฉันโอเคเฟร็ดอีกอย่างตอนนี้ฉันก็คบกับโรมอยู่ยังไงมันก็ต้องเคลียร์กันอยู่แล้วเรื่อง… เมื่อกี้”

“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจแกว่ะมิลานว่าทำไมแกถึงเป็นแบบนี้ไปได้” เฟร็ดบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ส่วนฉันก็ได้หงุดหงิดตัวเองแทนที่เผลอแสดงความอ่อนแอไปเมื่อกี้นี้ เดินหนีออกมาแบบนั้นคนอื่นจะคิดยังไง คิดว่าฉันแคร์โรมหรือคิดว่าฉันเสียใจกันแน่



      พอฉันกลับมาถึงที่ห้องก็เย็นแล้ว ด้วยความหิวจึงเดินไปเปิดหาของกินในตู้เย็นหลังจากกินเสร็จก็เผลอนอนหลับบนโซฟา และสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีตอนเที่ยงคืน ฉันงัวเงียเล็กน้อยตอนแหงนหน้าไปมองนาฬิกาที่ฝาผนังห้องพอปรับสายตากับแสงไฟได้ก็กวาดสายตามองทั่วห้อง โรมยังไม่กลับมา.. หมอนั่นจะกลับมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ หลังจากปัดความสนใจเรื่องโรมออกไปไม่ใช่ว่าไม่สนใจนะคือฉันก็โทรไปหาโรมเหมือนกันแต่หมอนั่นปิดเครื่องก็เลยคิดว่าจะกลับหรือไม่กลับก็เรื่องของเขาล่ะกันโตๆ กันแล้วคงไม่ต้องตามอะไรกันมากมาย

ตอนที่ฉันเดินลงมาซื้อขนมที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นล่างของคอนโดจู่ๆ ก็มีผู้ชายสองคนเดินตรงเข้ามาหาฉันพอสองคนนั้นเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าพวกเขาคือตินตินกับแพนเตอร์เพื่อนของโรม

“หวัดดีมิลาน” ตินตินโบกมือให้ฉันอย่างเป็นมิตร

“หวัดดี”

“ได้ข่าวมาว่าเธอประสบอุบัติเหตุโทษทีนะที่เพิ่งมีโอกาสได้มาถามไถ่ข่าวคราวของเธอ”

“อ๋อ เรื่องเล็กน้อยฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก”

“ดีแล้วๆ พวกเรารู้ว่าเธอเก่ง” คราวนี้เป็นฝ่ายแพนเตอร์พูดขึ้นบ้าง น่าแปลกตรงที่แพนเตอร์กับตินตินเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับโรมแต่สองคนนี้ดูน่าผูกมิตรที่สุดแล้วในบรรดาแก๊งโรมถ้าไม่รวมมิวเซียมกับฟินแลนด์เข้าไปด้วยเพราะสองคนนั้นนิสัยไม่ค่อยต่างจากโรมเท่าไหร่

“นายสองคนมาที่นี่มีอะไรเหรอ” ฉันถามกลับไปอย่างแปลกใจ สองคนนี้คงไม่ได้มาหาโรมหรอกนะเพราะหมอนั่นไม่ได้มานอนคอนโดสองวันแล้ว

“เปล่าหรอก พอดีฉันเพิ่งได้ข่าวมาว่าเธอคบกับไอ้โรมแล้วเลยแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่อนสะใภ้หน่อย” ตินตินส่งยิ้มน่ารักมาให้ทำเอาฉันเขินเล็กน้อย บางทีคนหล่อเป็นมิตรมากเกินไปก็ไม่ดีนะ

“เอ่อ ฉันก็โอเคนะไม่ได้เป็นไรฉันสบายดี ส่วนโรมน่ะ” ฉันชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “หมอนั่นไม่ได้กลับมานอนที่ห้องสองวันแล้ว”

“โอ๊ยยย เธอไม่ต้องไปรอมันหรอกนะมันคงยังไม่กลับมาอีกสักพักเลยแหละ” ตินตินพูดขึ้นพร้อมกับอมยิ้มเจ้าเล่ห์

“หืมมม ทำไมล่ะ” ฉันสงสัย

“ก็เพราะว่าอยู่กับแก้ว… โอ๊ยยยมึง” แพนเตอร์หันไปตบหัวตินตินอย่างแรงก่อนจะทำปากขมุบขยิบอะไรก็ไม่รู้ตอนแรกตินตินก็ดูงงๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วหันมาพูดกับฉันต่อ

“เธอไปนอนเหอะนะ ดึกแล้วยิ่งไม่สบายอยู่ด้วยพวกฉันแวะมาเยี่ยมเธอแค่นี้แหละ”

“ขอบใจนะ แต่.. เมื่อกี้นี้นายกำลังจะบอกอะไรฉันเหรอตินตินที่บอกฉันว่าไม่ต้องรอโรม”

“เอ่อ… ไม่มีอะไรหรอกสงสัยฉันคงจำผิดไปๆ นอนๆ พวกฉันจะไปแล้ว บาย” ไม่รอให้ฉันพูดจบตินตินก็รีบดึงแขนแพนเตอร์ก่อนที่จะรีบจ้ำอ้าวเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ฉันว่าพวกนี้ต้องมีความลับอะไรกันแน่เลยแถมยังไม่อยากให้ฉันรู้ด้วย



ROME SPECIALS

“อื้มมมม โรม”

       เสียงครางแผ่วเบาข้างๆ ตัวดังขึ้นหลังจากที่ผมประทับจูบหนักๆ ลงตามผิวเนินหน้าอกของเธอ แก้วใสส่งเสียงแห่งความพึงพอใจเบาๆ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะปลุกปั่นอารมณ์แห่งความต้องการของผมให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ผ่านภารกิจหนักๆ จากเมื่อคืนมาก็หลายรอบแถมยังหนักหนาเอาการ

“ระ โรม นายไม่ยอมกลับห้องแถมยังเอาแต่หมกตัวอยู่กับฉันแบบนี้ระวังแฟนนายจะโกรธเอานะ” เสียงแก้วใสพูดขึ้นแผ่วเบาอย่างพยายามสงบสติอารมณ์แห่งความต้องการของตัวเองนั่นจึงทำให้ผมแสยะยิ้มออกมา มารยาหญิง! ทำเป็นห่วงคนอื่นแต่ผมรู้ว่าแก้วใสน่ะหลงผมหัวปักหัวปำทำเป็นมาพูดหวังดีกับผม เดี๋ยวลองผมไปจริงๆ สิไม่แคล้วยัยนี่จะวิ่งเข้ามาออดอ้อนผมไม่ให้ผมไปอย่างที่ทำเป็นประจำ

“ทำไม อยากให้ฉันกลับไปหามิลานมากนักเหรอ” ผมพูดแต่ปากยังคงระดมจูบแก้วใสไปทั่วทำเอาเจ้าตัวพูดต่อแทบไม่เป็นภาษา

“ปะ เปล่าซะหน่อยฉันก็แค่กลัวแฟนนายจะเข้าใจผิด”

“หืมมมม” คราวนี้ผมหยุดจูบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองแก้วใสอย่างสงสัยเล็กน้อย “เข้าใจผิดอะไรเธอไม่ได้ยินที่ยัยนั่นบอกเมื่อตอนกลางวันหรือไงว่าฉันจะทำอะไรจะคบกับใครก็เรื่องของฉัน” บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของมิลานมากขนาดนั้นหรอกนะการกระทำเมื่อตอนกลางวันที่ทำไปก็เพราะแค่ความสนุกและอยากเห็นสีหน้าของยัยนั่นก็แค่นั้น

“แล้วนายชอบฉันหรือมิลานมากกว่ากันล่ะ” แก้วใสพูดขึ้นก่อนจะทำหน้าเขินอายอย่างยั่วยวนใส่ผมและผมรู้ดีว่าเธอต้องการคำตอบแบบไหน

เอาล่ะ! เรามาหาเรื่องสนุกทำกันดีกว่า เอาเป็นว่าสุดท้ายแล้วไม่มีใครรู้จักนิสัยแก้วใสดีไปกว่าผม

“ก็ต้องเป็นเธออยู่แล้ว” จบคำพูดแก้วใสก็เอื้อมหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวเราทั้งคู่อย่างรู้งาน คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าเราจะสานภารกิจอะไรเป็นอันดับต่อไป

หึหึ มิลาน

อยู่ก็เจ็บ จากก็เจ็บ ดูสิ! เธอจะทำยังไงต่อไป?

END ROME SPECIALS



 


(Call Me - Shinedown)



TALK

อ่านมาถึงตรงนี้ก็เชื่อว่าหลายคนคงเกลียดโรมไปแล้ว
ฮ่าๆๆๆๆๆ อ่านแล้วเป็นไงกันบ้างเม้นๆ ส่งฟิชแบคกันหน่อยเนอะๆ
โหวต แชร์ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงเบยยย :)
เจอกันตอนหน้าจ้าาาาา




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,208 ความคิดเห็น

  1. #1183 fxngg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 00:54

    แอบขัดใจตรงเพื่อนทำไมไม่บอกว่าเลิกกันไปแล้วแบบนี้นางเอกก็แย่เลย

    #1,183
    0
  2. #1177 paryploy32 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:17
    โรมนิสัยไม่ดีเลย
    #1,177
    0
  3. #617 maybiwbell050615 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:16
    สนุกมากๆๆๆๆค่ะ
    #617
    0
  4. #139 Sugarrrrr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 09:35
    แล้วทำไมมิลานต้องทนอยู่กับโรมอะ ไม่ใช่ว่าความจำเสื่อมแล้วจำใครไม่ได้นิ เพื่อนก็มี ครอบครัวก็มี อยู่กับโรมทำไม? อิโรมนี่ก็นะ????
    #139
    0
  5. #67 Oiljang89 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:39
    ทำไมมิลานยังไท่เลิกกับโรมอ่ะ...เขาทำขนาดนี้จะทนอยู่เพื่อ??..ต่างคนต่างอยู่ไปดิ..โรมจะว่าทันเลวก็ไม่เชิงเพราะว่ามันกับมิลานจริงๆแล้วมันกับมิลานไม่ได้คบกันจริงๆ.แต่ยังงัยมันก็เป็นคนใจร้ายอยู่ดี
    #67
    0
  6. #66 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:46
    โรมร้ายจัง
    #66
    0
  7. #28 Mj.milk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 05:53
    โอ้ย อิเลว ไม่ติดว่าเป็นพระเอกนี่ด่าไปละ อิชั่วว สารเลวสัสๆ ...ได้ข่าวและรู้สึกว่าด่าไปละ ฟีลลิ่งมาเต็มม
    #28
    0
  8. #6 MarkStory_MarkTae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 15:09
    โหนายใจร้ายมากโรม เริ่มเกลียดโรมหนักกว่าเดิม5555 #ทีมมิลาน
    #6
    0
  9. #5 MarkStory_MarkTae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 21:49
    โห สงสารมิลานอ่ะ โรมโคตรใจร้าย 
    #5
    0
  10. #4 MarkStory_MarkTae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 06:55
    สงสารมิลานTT
    #4
    0
  11. #3 Ss'parn Olo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 06:00
    ฮูเร่ๆเจิมมมมม
    #3
    0